"คุณอภิสืทธ์ให้สัมภาษณ์. ในวันทำทำบุญพรรคว่าจะประคับประคองประเทศ. ผมฟังแล้วใจหายเลย"ท่านเป็นคนที่พูดเก่งคนหนึ่ง. พูดเ...
Posted by พูดแทนประชาชน คนธรรมดา on Wednesday, April 8, 2015
จับตาความหน้าด้าน ของผู้ต้องหา "ฆาตกร" แห่ง ประชาธิปัตย์
คม บาดลึก กับ สัญญาณขอขมา ของขรั่ววิชาการ อ.นิธิ-อ.ชาญวิทย์
คม บาดลึก กับ สัญญาณขอขมา ของขรั่ววิชาการ อ.นิธิ-อ.ชาญวิทย์
"ผู้เฒ่าขอขมา - รดน้ำดำหัวเยาวชน" เสาร์ที่ 11 เมษายน 2558 เวลา 16.00 น. ณ ลานปรีดีฯ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ แล้วเจอกันครับ
"ผู้เฒ่าขอขมา - รดน้ำดำหัวเยาวชน" เสาร์ที่ 11 เมษายน 2558 เวลา 16.00 น. ณ ลานปรีดีฯ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์แล้วเจอกันครับ
Posted by แนวร่วมสามัญชนต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ on Wednesday, April 8, 2015
ดูแล้วเห็นใจ "ทหารไทย"มาก ถูก "ชายชุดดำและนปช." ถล่มขนาดนั้นเลย
หลักฐานเด็ด! มัดตัวชายชุดดำ ชุดดำทั้งนั้น ทั้งคลิปเลย คลิปบันทึกเหตุการณ์ปี 53
Posted by กองทัพแมงจีนูนโค่นล้มระบอบทักษิณ on Thursday, September 11, 2014
เอางบที่ให้กษัตริย์และทหารเหี้ย ๆ มาพัฒนาประเทศ คนไทยคงมีชีวิตที่ดีกว่านี้หลายเท่า
เอาข้อมูลข้างล่างมาจากบล็อกของสหายท่านหนึ่ง อ่านซ้ำแล้วก็ต้องอดที่จะตั้งคำถามและข้อสันนิษฐานตามหัวข้อข้างบนไม่ได้นะครับ
เอางบที่ให้กษัตริย์และทหารเหี้ย ๆ มาพัฒนาประเทศ คนไทยคงมีชีวิตที่ดีกว่านี้หลายเท่า
__________________________
งบซื้ออาวุธ 150,000 ล้านบาท
เฉพาะ กระทรวงเดียวเท่านั้น (รวมทุกกระทรวงคงราว 20,000 ล้าน)
จากเดิมเสนอ 94,710,869,200 บาท ถูกปรับลดไป 435 ล้านบาท
กองทัพยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้เงินเพิ่มขึ้นกว่างบฯปี 2557
ถึง 3,863,723,900 บาท
- งบแผนงานเทิดทูนสถาบัน (เฉพาะกลาโหม ทบ ทร ทอ สำนักปลัด ราชองค์รักษ์)
เฉพาะ กระทรวงเดียวเท่านั้น (รวมทุกกระทรวงคงราว 20,000 ล้าน)
- ในส่วนของงบฯซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งอยู่ในแผนงานเสริมสร้าง
จากเดิมเสนอ 94,710,869,200 บาท ถูกปรับลดไป 435 ล้านบาท
กองทัพยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้เงินเพิ่มขึ้นกว่างบฯปี 2557
ถึง 3,863,723,900 บาท
- ส่วน แผนงานสร้างความปรองดองสมานฉันท์ 30,000,000 บาท
- แผนงานดำเนินการตามกรอบข้อตกลงของประชาคมอาเซียน 160,000,000 บาท
- แผนงานเทิดทูนสถาบัน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 309,500,000 บาท
- แผนงานป้องกันปราบปรามและบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด 217,807,000 บาท
กองทัพเรือ ได้งบประมาณทั้งสิ้น 37,522,191,700 บาท จากที่ขอไว้ 37,587,312,500 บาท ถูกปรับลดไป 65 ล้านบาท
แต่ก็มากกว่างบฯที่ได้จากปี 2557 ถึง 2,248,879,000 บาท
แผนงานแก้ไข ปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 692,151,000 บาท
แผนงานเทิดทูนสถาบัน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 12,246,100 บาท
และแผนงานป้องกันปราบปรามและบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด 48,669,700 บาท
ไม่ถูกลดงบฯ
กองทัพอากาศ ได้งบฯทั้งสิ้น 35,700,224,800 บาท
ลดลง7,127,000 บาท
โดยลดลงในส่วนของงบฯจัดซื้ออาวุธเช่นเดียวกับกองทัพบก-กองทัพเรือ
เหลือ 35,375,935,000 บาท แต่ปรับเพิ่มขึ้นจากงบฯปี 2557
ที่ได้ 33,283,945,700 บาท โดยมากกว่าถึง 2,091,989,300 บาท
ส่วนแผนงานสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ 600,000 บาท
แผนงานดำเนินการตามกรอบข้อตกลงของประชาคมอาเซียน 10,500,000 บาท
แผนงานเทิดทูนสถาบัน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 35,300,000 บาท
แผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
และแผนงานป้องกันปราบปรามและบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด 24,730,300 บาท
ไม่ถูกตัดงบฯ
สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้งบฯทั้งสิ้น 7,771,268,700 บาท
จากที่ขอไปทั้งสิ้น 7,776,268,700 บาท โดยปรับลด 5,000,000 บาท
ในส่วนแผนงานเสริมสร้างระบบป้องกันประเทศ
ด้านแผนอื่น ๆ ได้แก่ แผนงานสร้างความปรองดองสมานฉันท์ 7,567,700 บาท
แผนงานดำเนินการตามกรอบข้อตกลงของประชาคมอาเซียน 26,965,700 บาท
แผนงานเทิดทูนสถาบัน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 888,794,700 บาท
แผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
และแผนงานป้องกันปราบปรามและบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด 2,516,000 บาท
กองบัญชาการกองทัพไทย ได้รับงบฯ 14,779,666,600 บาท
ขณะที่กรมราชองครักษ์ ในแผนงานเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัติรย์ ได้งบฯทั้งสิ้น 619,472,700 บาท และสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
(องค์การมหาชน) ได้รับงบประมาณทั้งสิ้น 1,070,655,500 บาท
จากที่ขอไว้ 1,073,655,500 ลดลง 3 ล้านบาท
แต่ก็มากกว่างบฯที่ได้จากปี 2557 ถึง 2,248,879,000 บาท
- ขณะที่แผนงานอื่น ๆ ได้แก่ แผนงานสร้างความปรองดองสมานฉันท์ 9,000,000 บาท
แผนงานแก้ไข ปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 692,151,000 บาท
แผนงานเทิดทูนสถาบัน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 12,246,100 บาท
และแผนงานป้องกันปราบปรามและบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด 48,669,700 บาท
ไม่ถูกลดงบฯ
กองทัพอากาศ ได้งบฯทั้งสิ้น 35,700,224,800 บาท
ลดลง7,127,000 บาท
โดยลดลงในส่วนของงบฯจัดซื้ออาวุธเช่นเดียวกับกองทัพบก-กองทัพเรือ
เหลือ 35,375,935,000 บาท แต่ปรับเพิ่มขึ้นจากงบฯปี 2557
ที่ได้ 33,283,945,700 บาท โดยมากกว่าถึง 2,091,989,300 บาท
ส่วนแผนงานสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ 600,000 บาท
แผนงานดำเนินการตามกรอบข้อตกลงของประชาคมอาเซียน 10,500,000 บาท
แผนงานเทิดทูนสถาบัน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 35,300,000 บาท
แผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
และแผนงานป้องกันปราบปรามและบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด 24,730,300 บาท
ไม่ถูกตัดงบฯ
สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้งบฯทั้งสิ้น 7,771,268,700 บาท
จากที่ขอไปทั้งสิ้น 7,776,268,700 บาท โดยปรับลด 5,000,000 บาท
ในส่วนแผนงานเสริมสร้างระบบป้องกันประเทศ
ด้านแผนอื่น ๆ ได้แก่ แผนงานสร้างความปรองดองสมานฉันท์ 7,567,700 บาท
แผนงานดำเนินการตามกรอบข้อตกลงของประชาคมอาเซียน 26,965,700 บาท
แผนงานเทิดทูนสถาบัน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ 888,794,700 บาท
แผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
และแผนงานป้องกันปราบปรามและบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด 2,516,000 บาท
กองบัญชาการกองทัพไทย ได้รับงบฯ 14,779,666,600 บาท
ขณะที่กรมราชองครักษ์ ในแผนงานเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัติรย์ ได้งบฯทั้งสิ้น 619,472,700 บาท และสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
(องค์การมหาชน) ได้รับงบประมาณทั้งสิ้น 1,070,655,500 บาท
จากที่ขอไว้ 1,073,655,500 ลดลง 3 ล้านบาท
ดาอยากด่า ตอน แม่หมอดูป้าดา สอนหลานตู่เหล่ ผู้งมงาย !!!
ดาอยากด่า ตอน แม่หมอดูป้าดา สอนหลานตู่เหล่ ผู้งมงาย !!! หลานตู่เหล่ขาาาาาา...จากอาการผู้นำฟันน้ำนมยังหักไม่หมดของนู๋ แม่หมอดูป้าดา เชื่อแล้วค่ะ ว่า นู๋ มีความเชื่ออย่างงมงาย ในลัทธิเทวราชนิยม จึงเที่ยวได้โทษโชคชะตาฟ้าลิขิต ขีดเขี่ยเหี้ยอย่างนู๋ให้เดินตาม เพราะนู๋ไร้ความสามารถปรารถนาคุณไสย์ จนต้องให้โหนตุ๊ดแต๋วต่องแต่งชี้นำให้เดิน ม.44 คือขี้ ที่กำไว้ ใช้สะกดประชาชนให้เป็นหิน นู๋.. ดิ้นอยู่ในอำนาจ แล้วป้าดาก็สอนว่าอย่าไว้ใจในมนุษย์ (พันธ์ุเดียวกับนู๋) นะจ๊ะ เพราะป้าดา มองไม่เห็นเงาหัวนู๋ค่ะ นับถอยหลัง สืบชะตา จะอายุสั้น ฝันสลายกลายเป็นผีหัวขาด แม่หมอดูป้าดา ฟันแท้ เอ๊ยยย ฟันธง !!! นู๋ จะตกลงจากเก้าอี้นาโย๊กกกก พกดวงไปดูต่อที่ดาวอังคาร ล้านนนเปอร์เซ็นต์ ชัวร์สสสส..!!!! 555
ดาอยากด่า ตอน แม่หมอดูป้าดา สอนหลานตู่เหล่ ผู้งมงาย !!!หลานตู่เหล่ขาาาาาา...จากอาการผู้นำฟันน้ำนมยังหักไม่หมดของนู๋ แม...
Posted by ดารุณี กฤตบุญญาลัย - Darunee Kritboonyalai on Wednesday, April 8, 2015
Labels:
องค์การเสรีไทย
ประชาชนได้โค่นล้ม ตัวบุคคล "ทรราช" (ผู้ปกครองที่ชั่วช้า) สำเร็จมาแล้วหลายครั้ง
เห็นป้าเพ็ญเอาวิดีโอนี้มาวางที่เฟสบุ๊ค อดชื่นชมทีมทำสารคดีสั้น ๆ นี้ไม่ได้ ดูจากการอ่านและการทำ แสดงว่าตั้งใจมาก และแม้ไม่ใช่มืออาชีพ แต่ทำอย่างสุดกำลังและทำดีมาก ๆ ด้วย จึงขอให้กำลังใจ และอยากให้ช่วยกันผลิตชุดความจริงและความรู้ เพื่อเปิดตาคนไทย ให้ช่วยกันปลดแอกทรราชออกมา ช่วยกันสร้างบ้านแปงเมืองใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ให้ลูกหลานสืบต่อไป นั่นคือ ณ วันนี้ เรามีภารกิจร่วมกัน โค่นทรราชให้ได้ แต่ต้องโค่น "ระบอบทรราชย์" ให้หมดสิ้นด้วย
"ทรราช" คือ อะไร? เกิดขึ้นเมื่อไร?ตลอดเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมของทุกๆปี..จะมีเรื่องราวของการต่อสู้ของพี่น้องประชาชนแล...
Posted by Red Thai on Wednesday, April 8, 2015
Labels:
ทรราช
จะให้ศาสนาอิสลาม กลืนศาสนาพุทธ บนแผ่นดินไทย ความคิดที่เป็นภัยอย่างมหันต์
จะให้ศาสนาอิสลาม กลืนศาสนาพุทธ บนแผ่นดินไทย ความคิดที่เป็นภัยอย่างมหันต์ แค่คิดก็ผิดแล้ว
ข่าวการระดมซื้อที่ดินทางเหนือและอีสานโดยกลุ่มมุสลิม ข่าวการตั้งมัสยิดในทุกจังหวัด ข่าวการที่หลังรัฐประหารปี 2549 มีการแก้กฎหมายให้ชาวมุสลิมไทยได้สิทธิพิเศษมากมาย และข่าวการกดบี้และจ้องทำลายพระในพุทธศาสนา ฯลฯ เหล่านี้ มีอยู่ตลอดมา และล่าสุด ข่าวการไปยึดจังหวัดน่านของขบวนการเผยแผ่ศาสนาอิสลาม และวันนี้ ก็มีข่าวทำนองเดียวกัน ที่จังหวัดเชียงใหม่ ....ผมคิดอย่างไร? เอาแบบสั้น ๆ นะครับ
ความขัดแย้งอันเกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนา ที่ทำให้คนต่างลัทธิหรือต่างศาสนาและวัฒนธรรม อยู่ด้วยกันไม่ได้ และทำให้เกิดความรุนแรงชนิดป่าเถื่อนเกินมาตรฐานศีลธรรมของทุกศาสนานั้น ได้อุบัติมานานแล้ว และวันนี้ กำลังเสี่ยงยิ่งที่จะระเบิดขึ้นในสังคมไทย สิ่งที่เกิดขึ้นในภาคใต้ ใคร ๆ อาจจะมองว่า เป็นผลมาจากการกระทำของภาครัฐของรัฐไทย ที่เหยียบย่ำคนต่างาเชื้อชาติและศาสนา ที่อยู่ใต้แผ่นดินไทย ซึ่งมันจริง แต่มันเป็นแค่เหตุหลักประการหนึ่งเท่านั้น จริง ๆ แล้วรากของปัญหา คือความเชื่อทางศาสนาอิสลาม ซึ่งให้สิทธิหรือกระตุ้นให้ใช้ความรุนแรงเพื่อป้องกันการกดขี่ข่มเหง และแม้แต่ใช้กับพวกต่างศาสนาได้ ดังที่ได้บัญญํติไว้ในพระคัมภีร์อัล-กุรอาน ซึ่งพี่น้องมุสลิมก็คงทราบดี แต่ว่า การตีความของศาสนิกชนมุสลิมส่วนใหญ่ ก็อยู่ในอีกมิติหนึ่ง คือรักเพื่อนบ้าน และศาสนาอิสลามเป็นศาสนาแห่งสันติภาพ (ซึ่งคนส่วนใหญ่เขาก็สันติภาพดี แต่ตัวคำสอนนั้น อาจจะตีความแล้ว ไม่ค่อยสันตินัก -- ลองไปค้นในยูทูป ซึ่งมีมากมาย) และที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ศาสนาอิสลามนั้น (รวมทั้งศาสนาพุทธด้วย) ถูกนำไปใช้เพื่อผลทางการเมือง (politicized) และทำให้เกิดสำนึกว่า ตนสามารถขับไล่หรือยึดครองแผ่นดินรอบ ๆ ตนได้ เพื่อให้เป็นศาสนาที่บริสุทธิ์ (purify) นี่จึงเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการฆ่าพระ เผาโรงเรียน และข่มขู่คนศาสนาอื่นให้ออกจากพื้นที่ตน และความพยายามจะ purify แบบใจแคบและหลงตัวเองนี้เอง มีกระแสของความเป็นพี่น้อง (brotherhood) กันของพี่น้องมุสลิมทั่วโลก (ซึ่งในส่วนดี คือการรวมตัว ป้องกันการทำร้ายพี่น้องที่ไม่มีอำนาจ และช่วยกันด้านมนุษยธรรม) และนี่ก็ทำให้ความรุนแรง มีการสนับสนุนจากต่างประเทศ ทำให้ความขัดแย้งบานปลาย และทำให้เงินทองที่จะก่อให้เกิดการลุกลาม ถึงขั้นมีคนสงสัยว่า มุสลิมจะยึดประเทศไทย มันมีเค้าลาง
ผมไม่ได้มาโจมตีศาสนาอิสลาม แต่ยกภาพกว้าง ๆ ของสิ่งที่เกิดขึ้น และเหตุที่ผมมองเห็น ไม่ได้ตั้งใจสื่อความเหตุในเชิงอคติกับศาสนาใด แต่ผมเห็นว่า หากชาวมุสลิม ยังคิดจะใช้แผนในการเอาคนของตนไปอยู่ระดับสูง รุกคืบไปในจังหวัดต่าง ๆ ยึดพื้นที่ ยึดอำนาจการปกครอง ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศแล้ว พยายามเอาศาสนาอิสลามไปยัดเยียดให้คนพุทธ หรือไปรุกล้ำพื้นที่ว่างทางความเห็นต่างและวิถีวัฒนธรรม ผมไม่เชื่อว่า ชาวพุทธจะหันไปนับถืออิสลาม (ซึ่งในส่วนอิสลามจะเปลี่ยนเป็นพุทธนั้น ไม่มีอยู่แล้ว เพราะศาสนานี้มีข้อกำหนดที่ค่อนข้างใจแคบ คือเขายอมไม่ได้นะครับ หากทำก็ถือเป็นผู้ทรยศ มีสิทธิถูกฆ่าตายได้ง่าย ๆ หากยังพบปะกับพี่น้องในศาสนาเดิม) สิ่งที่ผมเดาว่าจะเกิดขึ้น หากผู้นำไทยดึงศาสนิกชนของพุทธกับอิสลามไปอยู่ใกล้กัน โดยมีวาระทางการเมืองที่ผลักดันโดยผู้นำศาสนาและการเมืองที่ใฝ่ศาสนา แล้วหวังฮุบประเทศไทยนั้น การฆ่าชาวมุสลิมแบบที่ชาวพุทธโดนฆ่าในแดนมุสลิมใต้นั้น จะเกิดขึ้นแบบที่ชาวโลกคาดไม่ถึงและจะตะลึงว่า ชาวพุทธที่ว่าจิตใจโอบอ้อมอารีย์นั้น จะทำได้ขนาดนั้น เชียวหรือ? ผมบอกให้เลยนะครับ ชาวพุทธเมือง มีสองบุคลิก บทจะอดทน ใจดี มีน้ำใจโอบอ้อม ก็จะเป็นแบบนั้น อย่างเป็นธรรมชาติ แต่บทที่จะสู้ และใช้ความโหดขึ้นมา ผมว่าเขาก็ทำได้ ไม่แพ้ชาวมุสลิมที่นิยมความรุนแรงบางกลุ่ม เช่นกัน
ดังนั้น บทสรุปที่ผมขอมอบให้ผู้ปกครองบ้านเมือง (ด้วยอำนาจเถื่อน ซึ่งประชาชนจะต้องสะสางโทษย้อนหลังแน่ ๆ) วันนี้ก็คือ อย่าชักศึกเข้าบ้าน อย่าเริ่มจุดไฟเผาเรือนอีกเลย เพราะไฟศาสนานี้ มันได้ทำร้ายโลกมานักต่อนักแล้ว!!! รักแผ่นดินไทยจริง อย่าเอาศาสนาอิสลามไปปนกับพุทธ โดยคิดว่าจะอยู่ด้วยกันได้ หรือจะให้อิสลามกลืนพุทธ เพราะแค่คิดก็ผิดแล้วครับ!
+++++++++++++
ข่าวล่าสุดจากมติชน
ความขัดแย้งอันเกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนา ที่ทำให้คนต่างลัทธิหรือต่างศาสนาและวัฒนธรรม อยู่ด้วยกันไม่ได้ และทำให้เกิดความรุนแรงชนิดป่าเถื่อนเกินมาตรฐานศีลธรรมของทุกศาสนานั้น ได้อุบัติมานานแล้ว และวันนี้ กำลังเสี่ยงยิ่งที่จะระเบิดขึ้นในสังคมไทย สิ่งที่เกิดขึ้นในภาคใต้ ใคร ๆ อาจจะมองว่า เป็นผลมาจากการกระทำของภาครัฐของรัฐไทย ที่เหยียบย่ำคนต่างาเชื้อชาติและศาสนา ที่อยู่ใต้แผ่นดินไทย ซึ่งมันจริง แต่มันเป็นแค่เหตุหลักประการหนึ่งเท่านั้น จริง ๆ แล้วรากของปัญหา คือความเชื่อทางศาสนาอิสลาม ซึ่งให้สิทธิหรือกระตุ้นให้ใช้ความรุนแรงเพื่อป้องกันการกดขี่ข่มเหง และแม้แต่ใช้กับพวกต่างศาสนาได้ ดังที่ได้บัญญํติไว้ในพระคัมภีร์อัล-กุรอาน ซึ่งพี่น้องมุสลิมก็คงทราบดี แต่ว่า การตีความของศาสนิกชนมุสลิมส่วนใหญ่ ก็อยู่ในอีกมิติหนึ่ง คือรักเพื่อนบ้าน และศาสนาอิสลามเป็นศาสนาแห่งสันติภาพ (ซึ่งคนส่วนใหญ่เขาก็สันติภาพดี แต่ตัวคำสอนนั้น อาจจะตีความแล้ว ไม่ค่อยสันตินัก -- ลองไปค้นในยูทูป ซึ่งมีมากมาย) และที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ศาสนาอิสลามนั้น (รวมทั้งศาสนาพุทธด้วย) ถูกนำไปใช้เพื่อผลทางการเมือง (politicized) และทำให้เกิดสำนึกว่า ตนสามารถขับไล่หรือยึดครองแผ่นดินรอบ ๆ ตนได้ เพื่อให้เป็นศาสนาที่บริสุทธิ์ (purify) นี่จึงเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการฆ่าพระ เผาโรงเรียน และข่มขู่คนศาสนาอื่นให้ออกจากพื้นที่ตน และความพยายามจะ purify แบบใจแคบและหลงตัวเองนี้เอง มีกระแสของความเป็นพี่น้อง (brotherhood) กันของพี่น้องมุสลิมทั่วโลก (ซึ่งในส่วนดี คือการรวมตัว ป้องกันการทำร้ายพี่น้องที่ไม่มีอำนาจ และช่วยกันด้านมนุษยธรรม) และนี่ก็ทำให้ความรุนแรง มีการสนับสนุนจากต่างประเทศ ทำให้ความขัดแย้งบานปลาย และทำให้เงินทองที่จะก่อให้เกิดการลุกลาม ถึงขั้นมีคนสงสัยว่า มุสลิมจะยึดประเทศไทย มันมีเค้าลาง
ผมไม่ได้มาโจมตีศาสนาอิสลาม แต่ยกภาพกว้าง ๆ ของสิ่งที่เกิดขึ้น และเหตุที่ผมมองเห็น ไม่ได้ตั้งใจสื่อความเหตุในเชิงอคติกับศาสนาใด แต่ผมเห็นว่า หากชาวมุสลิม ยังคิดจะใช้แผนในการเอาคนของตนไปอยู่ระดับสูง รุกคืบไปในจังหวัดต่าง ๆ ยึดพื้นที่ ยึดอำนาจการปกครอง ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศแล้ว พยายามเอาศาสนาอิสลามไปยัดเยียดให้คนพุทธ หรือไปรุกล้ำพื้นที่ว่างทางความเห็นต่างและวิถีวัฒนธรรม ผมไม่เชื่อว่า ชาวพุทธจะหันไปนับถืออิสลาม (ซึ่งในส่วนอิสลามจะเปลี่ยนเป็นพุทธนั้น ไม่มีอยู่แล้ว เพราะศาสนานี้มีข้อกำหนดที่ค่อนข้างใจแคบ คือเขายอมไม่ได้นะครับ หากทำก็ถือเป็นผู้ทรยศ มีสิทธิถูกฆ่าตายได้ง่าย ๆ หากยังพบปะกับพี่น้องในศาสนาเดิม) สิ่งที่ผมเดาว่าจะเกิดขึ้น หากผู้นำไทยดึงศาสนิกชนของพุทธกับอิสลามไปอยู่ใกล้กัน โดยมีวาระทางการเมืองที่ผลักดันโดยผู้นำศาสนาและการเมืองที่ใฝ่ศาสนา แล้วหวังฮุบประเทศไทยนั้น การฆ่าชาวมุสลิมแบบที่ชาวพุทธโดนฆ่าในแดนมุสลิมใต้นั้น จะเกิดขึ้นแบบที่ชาวโลกคาดไม่ถึงและจะตะลึงว่า ชาวพุทธที่ว่าจิตใจโอบอ้อมอารีย์นั้น จะทำได้ขนาดนั้น เชียวหรือ? ผมบอกให้เลยนะครับ ชาวพุทธเมือง มีสองบุคลิก บทจะอดทน ใจดี มีน้ำใจโอบอ้อม ก็จะเป็นแบบนั้น อย่างเป็นธรรมชาติ แต่บทที่จะสู้ และใช้ความโหดขึ้นมา ผมว่าเขาก็ทำได้ ไม่แพ้ชาวมุสลิมที่นิยมความรุนแรงบางกลุ่ม เช่นกัน
ดังนั้น บทสรุปที่ผมขอมอบให้ผู้ปกครองบ้านเมือง (ด้วยอำนาจเถื่อน ซึ่งประชาชนจะต้องสะสางโทษย้อนหลังแน่ ๆ) วันนี้ก็คือ อย่าชักศึกเข้าบ้าน อย่าเริ่มจุดไฟเผาเรือนอีกเลย เพราะไฟศาสนานี้ มันได้ทำร้ายโลกมานักต่อนักแล้ว!!! รักแผ่นดินไทยจริง อย่าเอาศาสนาอิสลามไปปนกับพุทธ โดยคิดว่าจะอยู่ด้วยกันได้ หรือจะให้อิสลามกลืนพุทธ เพราะแค่คิดก็ผิดแล้วครับ!
+++++++++++++
ข่าวล่าสุดจากมติชน
เตรียมจัดเวทีรับฟังความเห็นสวนอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล จ.เชียงใหม่
จ.เชียงใหม่ เตรียมทำความเข้าใจกับชาว อ.ดอยหล่อ ถึงข้อดีข้อเสียของการก่อสร้างสวนอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล และยืนยันว่าการคืนบัตรข้าราชการของผู้นำชุมชน เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วย ไม่มีผลต่อการบริหารราชการในพื้นที่
ชาวบ้านใน ต.ดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างสวนอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลที่จะใช้พื้นที่ของกรมธนารักษ์ใน ต.ดอยหล่อ กับ ต.สันติสุข อ.ดอยหล่อ กว่า 800 ไร่ เป็นสถานที่ก่อสร้าง เพราะส่วนใหญ่ยังกังวลถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และวิถีชีวิตของชาวบ้าน
โดยก่อนหน้านี้ กลุ่มผู้นำชุมชนทั้งกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน 4 ตำบลใน อ.ดอยหล่อ กว่า 60 คน ได้คืนบัตรข้าราชการให้กับ จ.เชียงใหม่ เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วย และขอให้ทบทวนโครงการนี้ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเข้ามาให้ความรู้ และข้อมูลกับชาวบ้านแต่อย่างใด
นายนาวิน สินธุสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า กรณีนี้ยังไม่มีผลกระทบกับการบริหารราชการในพื้นที่ โดยยอมรับว่าแม้จะมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่อยากให้รอฟังการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน และเชื่อว่าหากโครงการนี้เกิดขึ้นจริง น่าจะส่งผลดีมากกว่าผลเสีย
ในวันที่ 7 เมษายน 2558 จ.เชียงใหม่ จะเปิดเวทีพูดคุยระหว่างสำนักจุฬาราชมนตรี คณะกรรมการอิสลาม จ.เชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจกับชาวบ้าน รวมถึงการทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งอำเภอ หากจะต้องเดินหน้าโครงการนี้
สวนอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลเป็นแนวคิดของ จ.เชียงใหม่ ร่วมกับหอการค้า จ.เชียงใหม่ สำนักจุฬาราชมนตรี กรมธนารักษ์ และกรรมการอิสลามประจำ จ.เชียงใหม่ เพื่อต้องการผลิตอาหาร และสินค้าชนิดต่างๆ ขายให้กับชาวมุสลิมทั่วโลก โดยใช้งบประมาณ 6,000 - 7,000 ล้านบาท แต่ชาวบ้านในพื้นที่บางส่วนไม่เห็นด้วย เพราะตามมาตรฐานอาหารฮาลาลระบุว่าพนักงานที่ผลิตควรเป็นชาวมุสลิมเท่านั้น จึงกังวลว่าโครงการนี้อาจไม่ช่วยสร้างงานและอาชีพให้กับคนในพื้นที่
Labels:
ความรุนแรง,
ศาสนา
Subscribe to:
Comments (Atom)
สุมาอี้: ลับดาบสิบปี ฟันฉับเดียว — เกร็ดสามก๊กสำนวนบู๊ลิ้ม
สุมาอี้: ลับดาบสิบปี ฟันฉับเดียว — เกร็ดสามก๊กสำนวนบู๊ลิ้ม เกร็ดความรู้สามก๊ก • เล่าแบบบู๊ลิ้ม • อ่านเพลิน ...
-
ความเชื่อที่ว่าชาวยิวครองโลกหรือมีตระกูลยิวบงการเหตุการณ์สำคัญในโลก โดยมีศูนย์กลางที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ เป็นแนวคิดที่มาจากทฤษฎีสมคบคิด (c...
-
โดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2017–2021 และดำเนินนโยบายที่มุ่งเน้นให้ “อเมริกามาก่อน” (America Fir...
-
ลองนึกภาพกัมพูชาและประเทศไทยเป็นสองบ้านที่อยู่ติดกันบนถนนสายเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บ้านทั้งสองมีประวัติศาสตร์ยาวนานเหมือนพี่น้องที่ทะ...

