เรื่องมูลนิธิราชภักดิ์ และความผิดปกติ (หลายอย่าง)

เรื่องมูลนิธิราชภักดิ์ และความผิดปกติ (หลายอย่าง)




เมื่อ 4 มกราคม 59 บอกว่า จะมีการเปลี่ยนชื่อมูลนิธิราชภักดิ์ใหม่ (มีห้อยท้าย) มูลนิธิเป็นเจ้าภาพชงเรื่องอยู่ และกระทรวงมหาดไทยก็ออกมาปฏิเสธพัลวัน (http://news.mthai.com/hot-news/politics-news/475240.html) โดยจะเปลี่ยนชื่อเป็น "มูลนิธิราชภักดิ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร" นั้น

จนบัดนี้ ก็ยังไม่มีประกาศใดๆ ในราชกิจจานุเบกษา
(นานกว่าหกเดือนก็ไม่มีประกาศใดๆออกมาเลย)
ท่านทั้งหลายพิจารณาดูเถิดว่า แอบอ้างเบื้องสูงหรือไม่
(กูบอกแล้วไง ว่าไม่มีใครเซ็นให้ ทำไมไม่ฟังกัน)

(ตามลิงก์นี้ที่บอกไปเมื่อ 10 ม.ค.59https://www.facebook.com/secret100million/posts/442651545933047)

ทั้งนี้ ก็มีข่าวล่าสุด ว่ากรรมการราชภักดิ์ กำลังไปไถเงินจาก "เทศบาลเมืองหัวหิน" (http://www.posttoday.com/local/south/437479) แปลกแต่จริง เงินมูลนิธิราชภักดิ์ มียอดเงินคงเหลือจากการบริจาคเข้ามายังมูลนิธิ อยู่ประมาณ 106 ล้านบาท และยังเป็นเงินบริจาคที่อยู่ในกองทุนกองทัพบกอีกกว่า 50ล้านบาท(เงินลงทุน)

แปลว่า มูลนิธิราชภักดิ์ มีดอกผล(กำไร) 
จากกองทุนกองทัพบก ตามอัตราที่กองทุนกำหนดไว้
ถ้าสมมุติว่าดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี ก็ล้านสองนิดๆ 
แสนกว่าบาทน่าจะเพียงพอเป็นรายจ่ายดูแลต่อเดือน

(คณะกรรมการบริหารอุทยานราชภักดิ์ ขอเทศบาลเมืองหัวหิน สนับสนุนงบประมาณบำรุงรักษาภูมิทัศน์ภายในอุทยาน 1.2 แสนต่อเดือน- เห็นไหมว่าทำไมไม่เอาดอกผลจากกองทุนกองทัพบกมาดูแลอุทยาน)

แล้วทำไม มูลนิธิราชภักดิ์ ซึ่งมีเงินเหลือกว่า 156 ล้านบาท มีเงินลงทุนในกองทุนที่น่าจะได้ปันผล(มากพอสมควร) จึงต้องไปขอเงินจาก "เทศบาลเมืองหัวหิน" มาเป็นค่าดูแลอุทยานอีกคำรบหนึ่งด้วยเล่า

(หรือว่าเงินในบัญชี มันออกไปเที่ยวเล่นในบัญชีเมียใครหรือไม่)

ท่านสมาชิกทั้งหลาย ช่วยกันพิจารณาดู
ถ้าพิจารณาแล้วคิดไม่ตก ให้ช่วยกันแชร์ไปให้มาก
จะได้ช่วยกันคิด เผื่อจะคิดอะไรออกบ้าง

เรื่องมูลนิธิราชภักดิ์ และความผิดปกติ (หลายอย่าง)

เรื่องมูลนิธิราชภักดิ์ และความผิดปกติ (หลายอย่าง)




เมื่อ 4 มกราคม 59 บอกว่า จะมีการเปลี่ยนชื่อมูลนิธิราชภักดิ์ใหม่ (มีห้อยท้าย) มูลนิธิเป็นเจ้าภาพชงเรื่องอยู่ และกระทรวงมหาดไทยก็ออกมาปฏิเสธพัลวัน (http://news.mthai.com/hot-news/politics-news/475240.html) โดยจะเปลี่ยนชื่อเป็น "มูลนิธิราชภักดิ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร" นั้น

จนบัดนี้ ก็ยังไม่มีประกาศใดๆ ในราชกิจจานุเบกษา
(นานกว่าหกเดือนก็ไม่มีประกาศใดๆออกมาเลย)
ท่านทั้งหลายพิจารณาดูเถิดว่า แอบอ้างเบื้องสูงหรือไม่
(กูบอกแล้วไง ว่าไม่มีใครเซ็นให้ ทำไมไม่ฟังกัน)

(ตามลิงก์นี้ที่บอกไปเมื่อ 10 ม.ค.59https://www.facebook.com/secret100million/posts/442651545933047)

ทั้งนี้ ก็มีข่าวล่าสุด ว่ากรรมการราชภักดิ์ กำลังไปไถเงินจาก "เทศบาลเมืองหัวหิน" (http://www.posttoday.com/local/south/437479) แปลกแต่จริง เงินมูลนิธิราชภักดิ์ มียอดเงินคงเหลือจากการบริจาคเข้ามายังมูลนิธิ อยู่ประมาณ 106 ล้านบาท และยังเป็นเงินบริจาคที่อยู่ในกองทุนกองทัพบกอีกกว่า 50ล้านบาท(เงินลงทุน)

แปลว่า มูลนิธิราชภักดิ์ มีดอกผล(กำไร) 
จากกองทุนกองทัพบก ตามอัตราที่กองทุนกำหนดไว้
ถ้าสมมุติว่าดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี ก็ล้านสองนิดๆ 
แสนกว่าบาทน่าจะเพียงพอเป็นรายจ่ายดูแลต่อเดือน

(คณะกรรมการบริหารอุทยานราชภักดิ์ ขอเทศบาลเมืองหัวหิน สนับสนุนงบประมาณบำรุงรักษาภูมิทัศน์ภายในอุทยาน 1.2 แสนต่อเดือน- เห็นไหมว่าทำไมไม่เอาดอกผลจากกองทุนกองทัพบกมาดูแลอุทยาน)

แล้วทำไม มูลนิธิราชภักดิ์ ซึ่งมีเงินเหลือกว่า 156 ล้านบาท มีเงินลงทุนในกองทุนที่น่าจะได้ปันผล(มากพอสมควร) จึงต้องไปขอเงินจาก "เทศบาลเมืองหัวหิน" มาเป็นค่าดูแลอุทยานอีกคำรบหนึ่งด้วยเล่า

(หรือว่าเงินในบัญชี มันออกไปเที่ยวเล่นในบัญชีเมียใครหรือไม่)

ท่านสมาชิกทั้งหลาย ช่วยกันพิจารณาดู
ถ้าพิจารณาแล้วคิดไม่ตก ให้ช่วยกันแชร์ไปให้มาก
จะได้ช่วยกันคิด เผื่อจะคิดอะไรออกบ้าง

เกิดขึ้นแล้ว! ทหารฟ้องกลับ นักสิทธิมนุษชน กรณีรายงาน ซ้อมทรมาน ประชาชน


เกิดขึ้นแล้ว! ทหารฟ้องกลับ นักสิทธิมนุษชน กรณีรายงาน ซ้อมทรมาน ประชาชน

https://youtu.be/EfaxXxnp9Y0


เกิดขึ้นแล้ว! ทหารฟ้องกลับ นักสิทธิมนุษชน กรณีรายงาน ซ้อมทรมาน ประชาชน





เกิดขึ้นแล้ว! ทหารฟ้องกลับ นักสิทธิมนุษชน กรณีรายงาน ซ้อมทรมาน ประชาชน


กระทบ คนส่วนใหญ่

กระทบ คนส่วนใหญ่

มีผู้รู้วิเคราะห์ให้ฟังว่า ปัญหาของสายการบินใหญ่ที่ประสบภาวะด้านรายได้นั้น มาจากหลายเหตุปัจจัย แต่หนึ่งในนั้น เกิดจากพฤติกรรมของพนักงานบางกลุ่มในองค์กร ที่ถลำลึกในวังวนความขัดแย้งทางการเมือง โดยเอาภาพรวมของทั้งสายการบินเข้าไปพัวพัน


อีกทั้งยังนำเอาอคติการเมืองอันสุดโต่งเข้ามาปะปนกับอาชีพการงานจนเละ


ทั้งๆ ที่เป็นปัญหาของคนกลุ่มเดียวในสายการบิน ขณะที่พนักงานส่วนใหญ่ยังมีความเป็นมืออาชีพอยู่อย่างเต็มเปี่ยม!!


แต่เพราะคนกลุ่มเดียวนั้น นำเอาอคติการเมืองมาใช้ในหน้าที่การงานอย่างเปิดเผยโจ่งแจ้ง 


จึงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการโดยรวม


ไม่มั่นใจว่าจู่ๆ ชื่อตัวเองและผู้โดยสารอื่นๆ จะถูกแพร่ทั่วในโซเชี่ยลหรือไม่


จะมีใครเกลียดชังลูกหลานนักการเมืองแล้วเอากาแฟมาเที่ยวไล่สาดหรือเปล่า


กระเป๋าผู้โดยสารที่อยู่ในพื้นที่เฉพาะ จะมีภาพออกมาแพร่ไปทั่วไหม


เหล่านี้คือการกระทำของคนไม่กี่คน ที่โดนแกนนำม็อบสะกดจิตจนหมดสิ้นการแยกแยะและไม่รักษาความเป็นมืออาชีพ


หัวใจของงานนี้คือการบริการ แต่ที่คนไม่กี่คนทำไปด้วยอารมณ์ทางการเมืองนั้น กระทบต่อภาพรวมไปหมด!


เมื่อกาลเวลาผ่านไป ยังหวังว่าอารมณ์อันร้อนรุ่มจะเริ่มเย็นลง เริ่มมีสติ ไม่มีใครนำมาปะปนกับหน้าที่การงานอีก


ภาพรวมของความเชื่อมั่นจะได้กลับคืนมา ปัญหาทางธุรกิจจะคลี่คลาย อันเป็นประโยชน์ต่อพนักงานทั้งองค์กร


แต่มาเกิดกรณีอีกสายการบินไม่กี่วันก่อน ทำให้เริ่มสงสัยว่า อคติทางการเมืองยังไม่จางหายกันไปอีกหรือ


ยังดีที่ผู้บริหารสายการบินเร่งคลี่คลายปัญหา ก็ดันมีนักเคลื่อนไหวขวาจัดหลุดโลกโดดเข้ามาผสมโรงอีก


จนน่าเป็นห่วงว่าเดี๋ยวเรื่องจะไม่จบ จะเดือดร้อนกันไปทั้งองค์กร


จะว่าไปแล้วความคิดความเชื่อทางการเมืองมีกันได้ทุกคน คิดต่างกันได้อย่างอิสระ


แต่ต้องมีสติ อย่าปล่อยให้ใครมาครอบงำสะกดจิตจนหน้ามืดตามัว!


อย่างที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวต่อต้านบางรัฐบาล ก็ย่อมทำได้ เพียงแต่สถานการณ์รวมยังไม่ทันสุกงอม ก็เชื่อกันไปแล้วว่าจะต้องเหมือน 14 ตุลา 2516 อะไรแบบนั้น


คราวนี้เลยถลำลึกกันไปไกล


สุดท้ายการต่อสู้ทั้งหมดลงเอย เป็นแค่การปูทางเพื่อให้ประชาธิปไตยถูกปิดซ่อม ทุกอย่างถอยหลัง


แต่ที่สำคัญต้องสรุปบทเรียน จุดยืนทางการเมืองของตนเองมีได้ แต่ต้องไม่เอามาทุบหม้อข้าวตัวเอง


ไม่กระทบต่อคนส่วนใหญ่ของทั้งองค์กรที่เป็นมืออาชีพ!

       อาสาหาข่าว
          18/6/59

โลกงง จีนสั่งห้ามขาย iPhone 6 ในปักกิ่งhttp://manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9590000060863

 โลกงง จีนสั่งห้ามขาย iPhone 6 ในปักกิ่ง อ่านเต็มฉบับที่

 หน่วยงานจีนระบุ iPhone 6 และ 6 Plus ละเมิดสิทธิบัตรงานออกแบบโทรศัพท์จีน ทำให้ต้องออกแถลงการณ์ห้ามแอปเปิลจำหน่ายไอโฟน 6 ทั้ง 2 รุ่นอย่างเป็นทางการในกรุงปักกิ่ง เบื้องต้นยังไม่มีแถลงการณ์ใดจากฝั่งแอปเปิล ขณะที่ทั่วโลกงง เพราะมือถือจีนคู่กรณีนั้นมีรายละเอียดที่แตกต่างพอสมควร
       
       รายงานระบุว่า ทางการจีนตัดสินให้ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus มีความผิดฐานละเมิดสิทธิบัตรงานออกแบบโทรศัพท์ของบริษัท Shenzhen Baili ซึ่งจดไว้สำหรับโทรศัพท์รุ่น 100C ตามรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นอล
       
       แม้จะไม่มีรายงานความเห็นชัดเจนจากผู้บริหารแอปเปิล แต่รายงานจากสำนักข่าวเอ็นแกดเจ็ดอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าววงในว่า แอปเปิลได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคำตัดสินดังกล่าวแล้ว เพื่อให้ทางการจีนยกเลิกโทษแบนห้ามจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ในกรุงปักกิ่ง
       การลงดาบของเจ้าหน้าที่จีนนั้น ทำให้แอปเปิลได้รับความเดือดร้อนไม่น้อย เนื่องจากจีนเป็นตลาดขนาดใหญ่อันดับ 2 ของแอปเปิล รองจากสหรัฐอเมริกาบ้านเกิด โดยก่อนหน้านี้ ทางการจีนสั่งปิดบริการ iBooks Store และ iTunes Movie จนทำให้แอปเปิลไม่สามารถให้บริการในจีนไปแล้ว ล่าสุด คือ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ที่ถูกห้ามจำหน่ายในกรุงปักกิ่งแบบไม่เปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจน
       คำประกาศนี้ทำให้แอปเปิลถูกจับตามอง เนื่องจากตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา แอปเปิล เปิดเผยว่า รายได้จากจีนแผ่นดินใหญ่ลดลงราว 26% ทำให้นักลงทุนขวัญเสียถ้วนหน้า 

ขอให้ระงับการสร้างมัสยิดในพื้นที่ของท่านไว้ก่อน (ร่างจดหมาย)

ที่..........                                                                                         นายอำเภอ
                                                                                                                                      ที่ยื่นจดหมาย................
วันที่                               2559

เรื่อง  ขอให้ระงับการสร้างมัสยิดในพื้นที่ของท่านไว้ก่อน
เรียน .......................................

สิ่งที่ส่งมาด้วย แผนนโยบายยึดครองประเทศไทยใน 10 ปี จำนวน 1 ฉบับ

 ตามที่สถานการณ์โลกในปัจจุบันได้เกิดปัญหากลุ่มก่อการร้ายขึ้นในแถบตะวันออกกลางในหลายประเทศ จนทำให้ประชาชนในประเทศนั้น ๆ ได้หลั่งไหลออกนอกประเทศ  กลายเป็นผู้อพยพจำนวนมากอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ  และเป็นปัญหาไปทั่วโลก  มูลเหตุของปัญหาเหล่านี้เกิดมาจากกลุ่มคนที่นับถือศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัดตามคัมภีร์อัลกุรอ่าน  และต้องการทำให้ประเทศนั้นๆ เป็นรัฐอิสลามบริสุทธิ์  จึงมีการสังหารคนที่ไม่นับถือศาสนาอิสลามและทั้งคนมุสลิมที่คิดว่า  ไม่เคร่งครัดต่อศาสนา
 ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในประเทศตะวันออกกลางเท่านั้น  แต่มีเกิดในทุกประเทศที่มีคนมุสลิมอยู่  เช่น ในภาคใต้ของไทยเรา  อินโดนิเซีย  มาเลเซีย  พม่า  ศรีลังกา  อินเดีย  ปากีสถาน  อาฟกานิสถาน  อีหร่าน  อีรัก  ซีเรีย  ตลอดถึงยุโรป เช่น  เดนมารก  ฝรั่งเศส  เป็นต้น
 เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า  ในคำสอนของศาสนาอิสลามนั้น สอนว่า  คนที่ไม่ภักดีต่ออัลเลาะห์คือ ผู้เนรคุณต่อพระเจ้า  จะต้องกำจัดให้หมด  การสร้างมัสยิดถือเป็นเครื่องมืออันหนึ่งที่คนมุสลิมนำมาใช้เป็นข้ออ้างว่า  ที่นี่คือแผ่นดินของพระเจ้า  และห้ามคนที่ไม่ใช่มุสลิมเข้าไป  จึงเป็นที่ซ่องสุมของอาวุธนานาภัณฑ์ในการนำไปก่อเหตุยังพื้นที่ต่างๆ ได้  ตามที่รู้กันอยู่โดยทั่วไปแล้ว ณ เวลานี้  เมื่อมัสยิดถูกสร้างแล้ว  ก็จะกลายเป็นพื้นที่อันตรายอันยากจะแก้ไขได้
 ต่อไปนี้คือ คำสอนบางส่วนจากคัมภีร์อัลกุรอ่าน  ซึ่งคนมุสลิมท่องบ่นอยู่ทุกวันๆละ 5 ครั้งจึงทำให้ปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกตามที่แสดงมาแล้วนั้น เช่น
  "พวกเจ้าจงทำการรบเถิดกับบรรดาผู้ที่ไม่ศรัทธากับอัลเลาะห์  และไม่ศรัทธากับวันสุดท้าย และเขามิได้ยึดเอาสิ่งที่อัลเลาะห์ และศาสนฑูตของพระองค์บัญญัติห้ามมาเป็นข้อห้าม และพวกเขามิได้นับถือศาสนาที่เที่ยงแท้" (ซูเราะห์ที่ 9:29 อัตเตาบะห์)
 "พวกเจ้าจงฟาดฟันลงไปบนต้นคอทั้งหลายของข้าศึกเถิด  และจงฟาดฟันทุกปลายนิ้วมือของพวกมัน  นั่นเป็นคำบัญชาจากพระอัลเลาะห์  เพราะเหตุพวกเขาได้ต่อต้านอัลเลาะห์และ ศาสนฑูตของพระองค์ และผู้ใดต่อต้านอัลเลาะห์และศาสนทูตของพระองค์  แน่นอนอัลล์ทรงลงโทษรุนแรงยิ่งนัก" (ซูเราะห์ที่ 8 :12-13 อัลอัมพาล)
 

"และเจ้าอย่าคิดว่า บรรดาผู้ถูกฆ่าตายในทางของอัลเลาะห์นั้นเป็นผู้เสียชีวิต  ความจริงพวกเขายังมีชีวิตอยู่ ณ องค์อภิบาลของพวกเขา  โดยพวกเขาได้รับเครื่องยังชีพ(อยู่ตลอดเวลา)"  (ซูเราะห์ที่ 3 : 169 อาลิอิมรอน)
 "การรบนั้นหาได้เป็นหน้าที่ของพวกเจ้าแต่ประการใดไม่  หากแต่เป็นหน้าที่ของอัลเลาะห์ที่จะจัดให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์  ไม่ว่าพระองค์จะทรงรับคำสารภาพผิดแก่พวกนั้น  หรือจะทรงลงโทษพวกเขาก็ตาม  เป็นสิทธิของอัลเลาะห์เพียงพระองค์เดียว  เพราะแท้จริงแล้วพวกเขาเป็นพวกฉ้อฉล" (ซูเราะห์ที่ 3:128 อาลิอิมรอน)
 "ที่จริงแล้ว  พวกเจ้าหาได้ฆ่าฝ่ายข้าศึกนั้นไม่  แต่ทว่าอัลเลาะห์ทรงฆ่าพวกเขาเอง  และเจ้าไม่ได้ขว้าง(ทรายออกเพื่อใส่หน้าศัตรู)  เมื่อขณะที่เจ้าขว้างนั้น  แต่อัลเลาะห์ต่างหากที่ทำการขว้าง  และเพื่อพระองค์ทรงทดสอบบรรดาผู้มีศรัทธาทั้งหลาย  อันเป็นข้อทดที่งดงาม..."(ซูเราะห์ที่ 8:17อัลอัมฟาล)
"พวกเขาจะถามเจ้าเกี่ยวกับทรัพย์เชลยศึก  จงประกาศเถิดว่า "อันทรัพย์เชลยศึกนั้น เป็นสิทธิของอัลเลาะห์และของศาสนทูต(โมหะหมัด) ดังนั้น ท่านทั้งหลายจงยำเกรงอัลเลาะห์...ดังนั้น พวกเจ้าจงบริโภคเถิด บางอย่างที่เจ้าริบมาได้ซึ่งเป็นสิ่งอนุมัติ(แล้วจากอัลเลาะห์) ทั้งเป็นสิ่งที่ดี  และจงยำเกรงอัลเลาะห์  แท้จริงอัลเลาะห์ทรงให้อภัย  อีกทั้งทรงเมตตายิ่ง" (ซูเราะห์ที่8:69  อัลอัมฟาล)
คำสอนเหล่านี้  ทำให้คนมุสลิมเช่นพวกไอสิส หรือภาคใต้ของไทย  กล้าฆ่าคนอื่นได้อย่างหน้าชื่นตาบาน  โดยคิดว่าเขาทำถูกแล้วตามบัญชาของพระเจ้า  ถ้าท่านซึ่งเป็นหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับการอนุมัติให้มีการสร้างมัสยิดได้ในพื้นที่  เท่ากับว่ากำลังทำให้พื้นที่ๆ ที่มีความสงบอยู่แล้ว  จะกลายเป็นพื้นที่สีแดงที่จะเกิดความไม่สงบขึ้น ณ พื้นที่แห่งนี้
นอกจากนี้  คำสอนเหล่านี้ยังจัดว่าเพื่อเตรียมการก่อเหตุผิดกฎหมายอาญาของไทยหลายมาตรา เข้าข่ายความผิดต่อความมั่นคงของรัฐตามมาตรา 119 ,120, 121,และ 122 ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต และเข้าข่ายอั้งยี่ซ่องโจร  ตามมาตรา 211,212,213,214 และ 215   และเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ตามมาตรา217, 218,219, 220,221,222,223,224,225และ 226 อีกด้วย
จึงขอเรียนมายังท่านได้โปรดพิจารณาระงับการสร้างมัสยิดที่กำลังสร้างอยู่  และมีนโยบายจะสร้างต่อไปในอนาคต  เพื่อตัดปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น ณ พื้นที่แห่งนี้  และเพื่อความสงบสุขของชุมชนตลอดไป  และหวังว่าคงได้รับการพิจารณาระงับตามที่ร้องเรียน
 
                                                                            ขอแสดงความนับถือ


 (นายสมพร ริมสกุล)
นายกสมาคมรักษ์พระพุทธศาสนา

บันทึกข้อกล่าวหา-คดีความ-ข้อวิจารณ์สาธารณะ: นายอนุทิน ชาญวีรกูล (เรียงตามเวลา) | มหาวิทยาลัยประชาชน x คันฉ่องส่องไทย

ด้านล่างคือ “บันทึกกรรม/บันทึกประเด็นสาธารณะ” ที่ รวบรวมแบบไม่ใส่ความเห็น และพยายามเรียง ตามลำดับเวลา โดยแยกชัดว่าเป็น (1) ข่าว/คำให้ส...