น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีออกมาให้สัมภาษณ์ล่าสุดด้วยเนื้อความที่ยาวผิดปกติทั้งนี้เพราะหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจและนั่งแทนนายกรัฐมนตรี ดูเหมือนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะอยู่เงียบๆไม่พูด แต่ออกไปโพสต์ ณ บริเวณนั้น ลงเฟซบุ๊ก ณ บริเวณนี้หรือหากจะแสดงความคิดเห็นใดๆ มักแสดงความเห็นผ่านทางออนไลน์ส่วนการให้สัมภาษณ์นั้น น้อยครั้งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะออกมาพูดเช่นเมื่อท้ายสัปดาห์ที่แล้วน้อยครั้งที่จะพูดอย่างมีเนื้อมีหนังโดยเฉพาะ การเปิดใจถึงกรณี ป.ป.ช.ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงคดี "ทำให้น้ำท่วมใหญ่" เมื่อปี 2554น.ส.สุภา ปิยะจิตติ เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯน.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์สรุปความได้ว่า ข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ เป็นการกล่าวหาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตผู้นำฝ่ายค้านไม่เข้าใจทำไม ป.ป.ช.ถึงทำเช่นนั้น เพราะตอนเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี น้ำได้ท่วมอยู่แล้วไม่เข้าใจว่าทำไมจึงโดนอยู่คนเดียวนั่งอยู่ดีๆ ก็ต้องมารับเรื่องหมด ตอนนี้มีถึง 15 คดีแล้ว พอส่งทนายไปคัดค้านต่อ ป.ป.ช. ก็ถูกปฏิเสธคำร้องทุกครั้งอยากร้องผ่านสื่อมวลชนและสาธารณชน อยากให้ปฏิบัติเท่าเทียมกับคนอื่นๆน.ส.ยิ่งลักษณ์ชี้ว่า คดีตัวเองถูกร้องนั้นมีการดำเนินการเร็วมาก รับทุกเรื่อง พิจารณาทุกเรื่อง แต่คดีของผู้อื่นไม่คืบหน้าเลยนั่นเป็นข้อแคลงใจแรกที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตั้งข้อสังเกต ยังมีข้อแคลงใจถึงเรื่องการใช้ ม.44 ตามมาเรื่องของมาตรา 44 ให้อำนาจกรมบังคับคดีในการยึดทรัพย์จากการใช้คำสั่งทางปกครองสั่งชดเชยค่าเสียหายในการจำนำข้าวนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่า สิ่งแรกที่มองคือผลของคดียังไม่รู้ แต่ออกคำสั่งมาตรา 44 มอบอำนาจให้กรมบังคับคดีไว้แล้วเหมือนเป็นการชี้นำคดี ถือเป็นความไม่ยุติธรรมถ้ามั่นใจว่ากระบวนการทั้งหมดโปร่งใสและเป็นธรรม…ทำไมต้องใช้มาตรา 44 ด้วยถ้ามั่นใจว่าข้าราชการทำถูกก็ไม่ต้องกลัวถูกฟ้องวันเดียวกัน นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้ายื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช.เป็นการยื่นครั้งที่ 8 เพื่อคัดค้านการแต่งตั้ง น.ส.สุภา เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงนายนรวิชญ์ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดนร้องทั้งหมด 15 คดี ในจำนวนนี้ 6 คดี มี น.ส.สุภาเป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนฯเช่น กรณีถูกกล่าวหาแทรกแซงหรือเอื้อบุคคลในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กรณีกล่าวหาเรื่องการบริหารจัดการน้ำ กรณีถูกกล่าวหาเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ชุมนุมทางการเมืองมี 1 คดี ที่มี นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ที่พ้นตำแหน่งไปแล้วแต่กลับมาเป็นอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงนายนรวิชญ์ระบุสาเหตุที่คัดค้านการแต่งตั้งประธานอนุกรรมการฯดังกล่าวว่า น.ส.สุภา เคยเป็นประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว และมีเหตุให้ข้อมูลการปิดบัญชีหลุดออกไปถึงมือฝ่ายค้าน และยังเคยไปเป็นพยานเบิกความในฐานะพยานฝ่ายโจทก์ในคดีโครงการรับจำนำข้าวนายนรวิชญ์ชี้ว่า น.ส.สุภา ถือเป็นคู่ขัดแย้งกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่างชัดเจน การเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และทนายความ เกิดขึ้นในห้วงเวลาเดียวกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อขึ้นกล่าวในเวทียูเอ็นพล.อ.ประยุทธ์กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 71 ในหัวข้อ "เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน แรงผลักดันสากลเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกของเรา"พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า ปี 2559 เป็นปีที่ไทยเป็นสมาชิกสหประชาชาติครบ 70 ปี และเป็นปีแรกที่เริ่มต้นนำวาระสำคัญของโลกสู่การปฏิบัติรัฐบาลไทยเชื่อว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจากสันติภาพและความมั่นคง หรือหากสิทธิของประชาชนถูกละเมิดและไม่ได้รับการยอมรับพล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงสถานการณ์ภายในประเทศว่า รัฐบาลได้วางรากฐานเพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ประชาชนได้ใช้สิทธิลงประชามติรับรองร่างรัฐธรรมนูญตามวิถีทางประชาธิปไตยแล้วขณะนี้กำลังพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต่างๆ ให้แล้วเสร็จ นำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไปตามโรดแมปได้ในปลายปี 2560การออกเสียงประชามติสะท้อนถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลที่จะส่งเสริมกระบวนการประชาธิปไตย โดยตระหนักถึงเสียงสะท้อนจากประชาคมระหว่างประเทศรัฐบาลเข้ามาเพื่อดูแลสถานการณ์ ในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและความมั่นคงและเมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเข้าสู่สภาวะปกติสุขแล้ว รัฐบาลก็ผ่อนคลายมาตรการชั่วคราวที่ไม่จำเป็น เช่น การประกาศยกเลิกการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร เป็นต้นน่าสังเกตว่า ข่าวสารคำแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ กับข่าวสารคำร้องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เกิดขึ้นในวันเดียวกันพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในเวทียูเอ็นยืนยันการให้สิทธิเสรีภาพประชาชนขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ร้องขอความยุติธรรมผ่านสื่อมวลชนข่าวสารที่ปรากฏออกไปสู่ภายนอก จึงเป็นข่าวสารที่ "สวนทางกัน"และกลายเป็นความท้าทายที่ต้องจับตาเฝ้ามองกันต่อไปทั้งการดำเนินการของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ทั้งการดำเนินการขององค์กรอิสระต้องเฝ้าจับตามองว่า ยึดติดเกาะเกี่ยวกับ "นิติรัฐ-นิติธรรม"มากน้อยเพียงใดยังต้องเฝ้าติดตามกระบวนการทางยุติธรรมการใช้มาตรา 44 ในการเรียกร้องค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว เป็นเพราะข้าราชการไม่มั่นใจไม่มั่นใจว่าจะถูกผู้ถูกร้องฟ้องกลับในภายหลังจึงต้องใช้มาตรา 44 เพื่อสร้างความมั่นใจให้เกิดแก่ฝ่ายราชการ …ใช่หรือไม่หมายความว่า หากไม่ใช้มาตรา 44 คุ้มครอง ข้อเรียกร้องที่รัฐกระทำต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพวก อาจจะผิดก็ได้ …ใช่หรือเปล่ารวมไปถึงการใช้ "คู่ขัดแย้ง" ตามทรรศนะของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และทนาย มาเป็นประธานคณะกรรมการไต่สวนกรณีเช่นนี้ ถูกต้องตาม "นิติรัฐ-นิติธรรม" แค่ไหนทุกอย่างที่ปรากฏ แพร่กระจายไปทั่วโลกเป้าหมายของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เดินทางไปยูเอ็นก็เพื่อพูดให้โลกฟังเป้าหมาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ออกมาให้ข่าวต้องคดีทำน้ำท่วม ก็เพื่อให้โลกได้ยินฟ้องให้โลกได้รู้ว่ารัฐบาลไทย "ทำ"ตรงกับ "พูด" หรือไม่ผลจากเสียงที่ส่งออกไปจะเป็นเช่นไร ปฏิกิริยาต่างๆ คงจะปรากฏให้เห็นได้ในเวลาอันใกล้
กับดัก ที่ประเทศไทย ต้องแก้ ก่อนวอดวาย!
ใช่หรือไม่ลองพิจารณาดู
*สังคมไทยติดอยู่กับ 3 กับดักสำคัญ คือในทางเศรษฐกิจ และการเมือง สังคมไทย 'ติดกับดักประเทศรายได้ปานกลาง' และ 'ติดกับดักประเทศกึ่งประชาธิปไตย'
ในทางปัญญา สังคมไทย "ติดกับดัก วัฒนธรรมทางปัญญาระดับปานกลาง หรือ วัฒนธรรมทางปัญญาระดับพอเพียง หรือที่เรียกว่า วัฒนธรรมสังคมอับจนปัญญา"
*อับจนปัญญาอย่างไร*
1.อ่านหนังสือไม่เป็น-นศ.ไทยที่พบ อ่านหนังสือไม่เป็น skill นี้ไม่ได้ อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง สังคมนี้ต้องการ skillแค่นี่?
2.สื่อมวลชน ทำหน้าที่แค่ตอบสนองตลาด ตอบสนองระบบทุนนิยม ยอมลดคุณภาพตัวเองลงมา จนเป็นสื่อ ที่ไม่มีอิทธิพลในสังคมการเมือง
3.มหา'ลัยไทย-มหา'ลัยที่จัดว่าดีที่สุดในไทย เป็นเพียง มหา'ลัยกลางๆในrankingระดับโลก มหา'ลัยส่วนใหญ่ในไทย ไม่ติดในสารบบโลก มหา'ลัย ไทย ตกต่ำ เพราะติดกับดัก ที่มัวแต่รับใช้อุดมการณ์ของรัฐราชการ
4.มนุษยศาสตร์ไทย เน้นผลิตซ้ำความรู้เดิม-เน้นสร้างองค์ความรู้ที่หลงตัวเอง-ไม่วิพากษ์วิจารณ์ความรู้เดิม-ไม่มีความสามารถในระดับหอคอยงาช้าง
5.อะไรคือความต่างระหว่าง 'หม่ำ จ๊กมก'/'@johnwinyu อย่างแรกคือนักแสดงตลก อย่างหลังคือ นักแสดงตลกเสียดสีล้อเลียนอำนาจ
นักแสดงตลกของไทย ถนัดล้อเลียนคนอีสาน คนพิการ แต่ไม่ถนัดเสียดสีสังคม/ล้อเลียนอำนาจ มีสองคนที่เห็นบ่อยๆคือ @johnwinyu /โน้ต อุดม
ในแง่นี้นักแสดงตลก ของไทย จึงไม่มีวัฒนธรรมการล้อเลียนอำนาจ ซึ่งเป็นสิ่งปกติในทั่วโลก ตลกไทยเจอขีดจำกัดของสังคม จึงทำให้พวกเขาแสดงได้แค่นี้
พวกเราฮือฮา กับการล้อเลียนของ โน้ต อุดม มาก เพราะนี่ไม่ใช่ของปกติในสังคมไทย
6.เราไม่มีนิยายประวัติศาสตร์ดีๆ เพราะ ปวศ.ไทยศักดิ์สิทธิ์เกินไป หรือมีแม่บทหลักแบบที่เรียกว่า ประวัติศาสตร์ราชาชาตินิยม กำกับอยู่ ครอบงำอยู่ ซึ่งทำลายจินตนาการของนักเขียนไทยไปจนหมดสิ้น
7.ความเคร่งทางศาสนา-กระทั่ง นักกิจกรรมก็ถือหลักความเคร่งทางศาสนา ว่าตัวเองถูก คนอื่นผิด ไม่มีการประนีประนอมใดๆ ซึ่งเป็นรากฐานความขัดแย้งสำคัญในสังคมไทย
-----------------------------------
------------สรุปจบ-------------
1-สังคมอับจนปัญญา เป็นผลจากสังคมยึดถือระบบอุปถัมภ์ ยึดถือช่วงชั้น ยึดตัวบุคคล ถือหลักนิติรัฐแบบอุปถัมภ์ หรือที่เสน่ห์เรียก ราชูปถัมภ์
2-สังคมอับจนปัญญา เป็นผลจาก โครงสร้างความสัมพันธ์ทางอำนาจในสังคมนี้ ที่ไม่เคยเปลี่ยนเลย กระทั่งหลัง2475
80 กว่าปีมานี้ขยับ แต่ไม่เปลี่ยน
สังคมอับจนปัญญา เป็นผลจาก การหวนคืนของ บรรดาทหารผู้เข้ามาครองอำนาจ ระบบการเมืองแบบอนุรักษ์มาเมื่อไหร่ ปัญญาของเราหดแคบลงทุกที
3-สังคมอับจนปัญญา เป็นผลจาก ลัทธิราชาชาตินิยม คณะราษฎร พยายามบ่อนเซาะ แต่พวกเขาทำไม่สำเร็จ
การเปลี่ยนแปลงทางสังคม ไม่มีพลิกฟ้า คว่ำแผ่นดิน ไม่มีทางลัด .. ทำใจให้พร้อมกับการสู้ยาวๆ
โลกเปลี่ยนแปลงได้ โลกเปลี่ยนแปลงเสมอ อาจดูพูดปลอบใจ แต่สังคมไทยเปลี่ยนในเชิงโครงสร้างอยู่ตลอดเวลา
เชื่อมั่นเถอะ ว่า มนุษย์ทุกคนอยากมีชีวิตที่ดี เพราะการมองโลกเช่นนี้ โลกจึงเปลี่ยน
มองการเมืองระยะยาว ประเทศนี้เป็นประชาธิปไตยแน่ๆ
-------------------------------------
ประวัติศาสตร์จะบันทึกว่า พวกเขาเป็นผู้ขัดขวางการเปลี่ยนแปลง และพวกเราเป็นผู้ผลักให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทีละเล็กทีละน้อยอย่างคงเส้นคงวา
ตื่นเถิดพี่น้องไทยประเทศไทยเป็นของประชาชนทุกคน ประชาชนคือผู้ออกแบบ ผู้ใช้อำนาจเสียงส่วนใหญ่สั่งให้ผู้บริหารทำตามความต้องการของพวกเรา ไม่ใช่ให้ใครมาบังคับให้ต้องทำตามหรือถูกจำกัดกรอบให้ต้องทำอยู่ในคุกคุมขังอยู่ในนั้นจากการออกแบบของผู้ใดให้เราเข้าใจผิดและต้องทำตามอีกต่อไป...
พ.สมิง จันทวโร
จันทร์โอชา เน่า...ลูกชายอีกคน ตั้งบริษัทรับเหมา...ชงเอง กินเองในครอบครัว
หยุดดัดจริตประเทศไทย
10 hrs ·
เจอเรื่องฉาวอีกแล้ว คราวก่อนลูกชายคนเล็ก คราวนี้ลูกชายคนโต ชื่อว่า "นายปฐมพล จันทร์โอชา" ตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างชือว่า "หจก.คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น"
ปรากฎว่าบริษัทนี้ คว้างานกินรวบรับเหมาที่กองทัพภาคที่ 3 ที่พ่อมัน (ปรีชา จันทร์โอชา) คุมอยู่ คือไม่ว่าจะมีงานก่อสร้างอะไร ไอ้บริษัทนี้รับงานเรียบ มันจงใจล็อคสเป็ค ถ้าประกวดราคาก็ทำแบบเป็นพิธีสุดท้ายก็รู้อยู่แล้วว่าใครจะได้งาน
หลังรัฐประหาร คว้าสองโปรเจคท์ใหญ่
1.ก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ของกองทัพภาคที่3 จังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ ค่ายพ่อขุนผาเมือง วงเงิน 13,680,000 บาท
2.ก่อสร้างตึกแถวนายททหารประทวน 10 ครอบครัวของโรงพยาบาลค่ายวชิรปราการ ต.น้ำริม อ.เมืองตาก จ.ตาก วงเงิน 13,280,000 บาท
สรุปแล้วรับทรัพย์จากสองโครงการ 26.9 ล้านบาท ซึ่งก็คือเงินจากภาษีประชาชน เข้าข่ายฮั้วประมูลชัดเจน ทำผิดระเบียบราชการ มันเป็นไปไม่ได้ ที่บริษัทเล็กๆแบบนี้มันจะมารับเหมาโครงการใหญ่ แล้วบังเอิญ "เจ้าของ" กับ "ลูกค้า" มันเป็นครอบครัวเดียวกัน
"เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน"
ข่าวนี้ผมพูดตั้งแต่ตอนที่ลูกชายปรีชาอีกคน ได้แต่งตั้งเป็นทหาร เวลานั้นมีคนส่งข่าวมา ผมพูดไปแล้วว่า "ลูกชาย" ของปรีชาอีกคน ตั้งบริษัทมากินงบหลวง คว้างานจากพ่อทุกโครงการ แบบนี้ก็ได้เหรอ ตั้งบริษัทมา อนุมัติงบให้กับคนในครอบครัว กินกันเอง ง่ายๆ สไตล์ "จันทร์โอชา"
ปล. ช่วยเอาเรื่องนี้ไปให้ "พี่วีระ สมความคิด" หรือ "นายศรีสุวรรณ จรรยา" ช่วยดูด้วย ผมว่ามันต้องมีอะไรแน่นอน ฝากไปยื่นสอบตระกูลนี้ที
ที่มา : http://www.isranews.org/…/inv…/item/50118-report_50118.html…
ยิ่งลักษณ์ระทึก! จ่อปิดสำนวนผิดจำนำข่าว 1-2 วันนี้ 'วิษณุ'ชี้ ถ้าไม่อุทธรณ์ ยึดทรัพย์ทันที
ยิ่งลักษณ์ระทึก! จ่อปิดสำนวนผิดจำนำข่าว 1-2 วันนี้ 'วิษณุ'ชี้ ถ้าไม่อุทธรณ์ ยึดทรัพย์ทันที
รวมคดีฟ้อง “สนธิ ลิ้มทองกุล” “คนดี” ของคนดีเมืองสยาม
รวมคดีฟ้อง "สนธิ ลิ้มทองกุล"
ไม่เพียงแต่คดีที่ศาลฎีกาจำคุก 20 ปีในคดีที่นายสนธิ ทำรายงานเท็จกู้กรุงไทยกว่าพันล้านเท่านั้น แต่มีคดีอีกเพียบที่เขาถูกฟ้อง.
เครดิต คมชัดลึกออนไลน์...
คดีในศาลอาญา
1.คดีหมายเลขดำที่ อ.1747/2549ที่พรรคไทยรักไทย และนายทักษิณ ชินวัตรอดีตหัวหน้าพรรค และอดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุลอดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ,นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทองอดีต ส.ว.กทม.,นายชัยอนันต์ สมุทรวณิช,นายปราโมทย์ นาครทรรพนักวิชาการอิสระและคอลัมนิสต์,บริษัทไทยเดย์ ด็อท คอม จำกัด ผู้ให้บริการโทรทัศน์ระบบดาวเทียมASTV ,นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล,นายพชร สมุทวณิช,นายขุนทอ ง ลอเสรีวานิช กรรมการ บ.ไทยเดย์ ฯ,บริษัท แมเนจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด ( มหาชน),น.ส.เสาวลักษณ์ ธีรานุจรรงค์ผู้บริหารแผนฟื้นฟู บมจ.แมเนเจอร์ ( ศาลยกฟ้องในชั้นไต่สวน ) และนายปัญจภัทร อังคสุวรรณผู้ดูแลเว็บไซด์ แมเนเจอร์ เป็นจำเลยที่1-11ในความผิดฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่นด้วยการโฆษณา สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่24 - 25พ.ค.49พวกจำเลยจัดเสวนาเรื่อง"ปฏิญญาฟินแลนด์ยุทธศาสตร์ครองเมืองของไทยรักไทย"ซึ่งถ่ายทอดสดออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ASTVและเว็บไซด์ผู้จัดการ หมิ่นประมาทโจทก์ว่าต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไปสู่การปกครองในระบอบทักษิณโดยมุ่งหมายเข้าบริหารประเทศตามข้อตกลงปฏิญญาฟินแลนด์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ พิพากษา เมื่อวันที่ 12 มี.ค.56 ยืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง
2.คดีหมายเลขดำ อ.550/2549ที่ พล.ร.ท.เกียรติศักดิ์ ดามาพงศ์อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพเรือ เครือญาติคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชรเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล ,น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์อดีตผู้ดำเนินรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร,บริษัท แมเนเจอร์ มีเดียกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เจ้าของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการายวัน,น.ส.เสาวลักษณ์ ธีรานุจรรยงค์ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการของบ.แมเนเจอร์ฯ,นายขุนทอง ลอเสรีวานิชผู้จัดทำเว็บไซต์ผู้จัดการ,บริษัท ไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัด ผู้ผลิตรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร,นายศุภชัย วงศ์วรเศรษฐ์(โจทก์ได้ถอนฟ้องแล้ว ),นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล,นายพชร สมุทรวณิชซึ่งเป็นกรรมการบริหาร บ.ไทยเดย์ฯ และนายปัญจภัทร์ อังคสุวรรณผู้ควบคุมดูแลเว็บไซต์ผู้จัดการ เป็นจำเลยที่1-10ในความผิดฐานร่วมกันดูหมิ่น และหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา326, 328, 332, 393กรณีเมื่อวันที่24ม.ค.-4ก.พ.49จัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า กล่าววิจารณ์ การขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ด้วยถ้อยคำลักษณะ ใส่ร้ายบุคคลในตระกูลดามาพงศ์ ให้ได้รับความเสียหายโดยคดีถึงที่สุดชั้นศาลฎีกา มีคำพิพากษาวันที่ 24 ก.ย.58 ให้รอลงอาญานายสนธิ มีกำหนด3ปี
3.คดีหมายเลขดำ อ.1062/2549 ที่นายทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้ นายชาตรี ถริปภัสสโรเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล และนายขุนทอง ลอเสรีวณิชบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นสพ.ผู้จัดการ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.328 และพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และส.ว. พ.ศ. 2541 กรณีเมื่อวันที่ 6 - 24 มี.ค.49 นายสนธิ จำเลยที่1 ได้กล่าวปราศรัยทำนองว่า โจทก์ใช้เงินซื้อประชาชนให้รักตนเอง และสร้างภาพให้ลูกน้องไปเผาเวทีของพันธมิตรกู้ชาติที่ จ.ภูเก็ต และกล่าวหาว่าโจทก์เป็นนายกรัฐมนตรีบ้า ต้องไล่ให้ไปประเทศสิงคโปร์โดยคดีถึงที่สุดชั้นศาลฎีกา มีคำพิพากษาวันที่ 21 ต.ค.58 ให้ยกฟ้อง
4.คดีหมายเลขดำ อ.3323/2550 ที่นายทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้ นายสมบูรณ์ คุปติมนัสเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล ,นางสโรชา พรอุดมศักดิ์ผู้ดำเนินรายการทางสถานีโทรทัศน์ASTVและ บริษัทแมเนเจอร์ มีเดียร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ( ศาลยกฟ้องและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความไปแล้ว ) เป็นจำเลยที่ 1- 3 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 กรณีวันที่ 24 ส.ค.50 นางสโรชา จำเลยที่2 นำเทปการกล่าวปราศรัยของ นายสนธิจำเลยที่ 1 ที่ประเทศสหรัฐฯ มาออกอากาศในรายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน" มาเผยแพร่อีกทำนองว่า นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทยอดีตรองนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลของนายทักษิณ บอกกับนายสนธิ ถึงสาเหตุที่ต้องออกจากรัฐบาล เนื่องจากตลอด 8 ชั่วโมง หลังการยึดอำนาจรัฐประหารของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) เมื่อวันที่ 19 ก.ย.49 พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดจาจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง โดยคดีถึงที่สุดชั้นศาลฎีกา มีพิพากษาวันที่ 25 ส.ค.59 ให้ยกฟ้อง
5.คดีหมายเลขดำ อ.1352/2550ที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต รมว.คลัง เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องบริษัทไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัด,นายสนธิลิ้มทองกุล,บริษัท แมเน เจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และนายขุนทอง ลอเสรีวานิชอดีตบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เป็นจำเลยที่1-4ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328กรณีเมื่อวันที่12ม.ค.50นายสนธิกล่าวผ่านรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ทางช่องNews 1เอเอสทีวี ทำนองว่าโจทก์ล้างมลทินให้กลุ่มอำนาจเก่าปล่อยให้มีการออกสลากบนดิน2ตัวขัดต่อกฎหมาย และโจทก์ช่วยเหลือ นายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ที่ไม่ตรวจสอบการขายหุ้นแอมเพิลริชให้กลุ่มทุนเทมาเส็ก โดยคดีถึงที่สุดชั้นศาลฎีกา มีคำพิพากษาวันที่ 2 ธ.ค.58ให้รอลงอาญา 2 ปี
6.คดีหมายเลขดำ อ.1488/2550ที่นายนพดล ปัทมะอดีต รมว.ต่างประเทศ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล ,นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล,นายพชร สมุทวณิช,นายขุนทอง ลอเสรีวานิชทั้งสามซึ่งเป็นกรรมการบริษัท,บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้จัดทำเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์,นายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์,นายวิรัตน์ แสงทองคำกรรมการบริษัท เป็นจำเลยที่1-8ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา83, 326, 328, 332กรณีเมื่อวันที่19ม.ค.50นายสนธิ จัดรายการ"เมืองไทยรายสัปดาห์"ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี กล่าวทำนองว่านายนพดล โจทก์เป็นคนทรยศต่อทุนหลวง โดยคดีที่ถึงสุดชั้นฎีกา ซึ่งนายนพดล โจทก์ยื่นถอนฟ้องระหว่างฎีกา
7.คดีหมายเลขดำ อ.2066/2553 ที่อัยการฝ่ายคดีอาญา10เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112กรณีเมื่อวันที่20ก.ค.51จำเลยได้ขึ้นเวทีปราศรัยกลุ่มผู้ชุมนุม พธม.บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์โดยนำคำปราศรัยของ น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปะกุลหรือ ดา ตอร์ปิโด แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) จำเลย คดีดูหมิ่นสถาบัน ที่ศาลอาญาพิพากษาจำคุก15ปีน.ส. ดารณี ในกรณีที่ได้พูดหมิ่นสถาบันบนเวทีปราศรัย สนามหลวง เมื่อวันที่18ก.ค.51มาเผยแพร่ซ้ำที่ปราศรัยบนเวทีของกลุ่ม พธม. โดยศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาวันที่ 1 ต.ค.56 ให้จำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา
8.คดีหมายเลขดำ อ.4924/2555ที่อัยการฝ่ายคดีอาญา10เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุลแกนนำ พธม.กับพวก ซึ่งเป็นแกนนำและแนวร่วม พธม.รวม20คน ในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนอันมิใช่การกระทำตามรัฐธรรมนูญเพื่อติชมโดยสุจริตเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดิน หรือข่มขืนใจใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล และเป็นหัวหน้ามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปโดยมีอาวุธร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปร่วมกันหน่วงเหนี่ยว กักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91,116,215,216,309 และ 310กรณีนำผู้ชุมนุม ปิดอาคารรัฐสภา ในวันที่5-7ต.ค.51
9.คดีหมายเลขดำ อ.4925/2555ที่อัยการฝ่ายคดีอาญา10เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง,นายสนธิ ลิ้มทองกุล ,นายพิภพ ธงไชย,นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุขแกนนำ พธม.และ นายสุริยะใส กตะศิลาอดีตผู้ประสานงาน พธม. เป็นจำเลยที่1-6ในความผิดฐาน ร่วมกันบุกรุกโดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา358 , 362และ365กรณีปี 2551 ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล โดยศาลอาญา พิพากษาวันที่ 28 พ.ค.58 ให้จำคุกจำเลยไว้ คนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา
10.คดีหมายเลขดำ อ.973/2556ที่อัยการฝ่ายคดีอาญา9เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง,นายสนธิลิ้มทองกุล ,นายพิภพธงไชย,นายสมเกียรติพงษ์ไพบูลย์แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ( พธม.),นายสมศักดิ์โกศัยสุข อดีตแกนนำ พธม.,นายสุริยะใสกตะศิลา อดีตผู้ประสานงาน พธม.,นายประพันธ์คูณมี แนวร่วมพธม.,นายศิริชัย ไม้งาม,พ.ต.ท.สันธนะประยูรรัตน์,นายเทิดภูมิ ใจดี,นายไทกรพลสุวรรณ,พล.ต.อ.ประทินสันติประภพ อดีต ส.ว. และบริษัท เอเอสทีวี ประเทศไทย จำกัด กับพวกรวม 96 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้ายกรณีพวกจำเลยบุกเข้าไปในท่าอากาศยานดอนเมืองและ สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปี2551ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างสืบพยานโจทก์
11.คดีหมายเลขดำ อ.1251/2556ที่อัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล และบริษัทไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัดโดยนายพชร สมุทวณิชและนายขุนทอง ลอเสรีวานิชกรรมการผู้มีอำนาจ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐาน ร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร การกระจายเสียงหรือภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา326และ328เมื่อวันที่20ก.ค.51เวลากลางคืน นายสนธิ แกนนำพันธมิตรฯ จำเลยที่1ขึ้นปราศรัยบนเวที บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถ.ราชดำเนินนอก พาดพิงนายเนวิน ชิดชอบอยู่เบื้องหลัง แนวร่วมต่อต้านเผด็จการ (นปก.) และเบื้องหลังศรีสะเกษที่ ตีพันธมิตรฯ
12.คดีหมายเลขดำ อ.1252/2556ที่อัยการฝ่ายคดีอาญา 10 ได้ยื่นฟ้องบริษัท ไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัด โดยนายพชร สมุทวณิชและนายขุนทอง ลอเสรีวานิชกรรมการผู้มีอำนาจ,บริษัท เอเอสทีวี (ประเทศไทย) จำกัด โดยนายปัญจภัทร อังคสุวรรณและนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์กรรมการผู้มีอำนาจ และนายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นจำเลย ที่ 1- 3ในความผิดฐาน ร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร การกระจายเสียงหรือภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา326และ328กรณีเมื่อวันที่14ต.ค.51เวลากลางคืน นายสนธิ แกนนำพันธมิตรฯ จำเลยที่3ได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีพันธมิตรฯ บริเวณทำเนียบรัฐบาลหมิ่นนายทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี จาบจ้วงสถาบัน และพยายามซื้อรากหญ้า ยึดตำรวจ และเอาเงินไปจ่ายให้ทหารบางคนเพื่อให้สถาบันกษัตริย์อ่อนแอ ทำลายรากฐานของกษัตริย์โดยศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาวันที่ 2 มิ.ย.59 ยืนให้ยกฟ้อง
13.คดีหมายเลขดำ อ.3973/2558ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา5เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต. จำลอง ศรีเมือง,นายสนธิ ลิ้มทองกุล ,นายพิภพ ธงไชย,นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์,นายสมศักดิ์ โกศัยสุข,นายสุริยะใส กตะศิลา,นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์,นายอมร อมรรัตนานนท์หรือรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี และนายเทิดภูมิใจดี อายุ แกนนำ พธม.เป็นจำเลยที่1-9กรณีเมื่อเดือน พ.ค.-ต.ค.51 แกนนำ พธม. ได้จัด ชุมนุมปิดถนนสาธารณะ และเคลื่อนกำลังไปในลักษณะ"ดาวกระจาย"ใช้รถยนต์บรรทุกเป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่ไปกดดันบริเวณสถานที่ราชการหลายแห่งขับไล่รัฐบาลสมัคร สุนทรเวชโดยคดีอยู่ระหว่างรอสืบพยานในศาลอาญา
14.คดีหมายเลขแดง อ.1241/2550 ที่นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรมช.คมนาคม และอดีตรองเลขาธิการพรรคไทยรักไทย เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัทไทยเดย์ ด็อท คอม จำกัด,นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล,นายพชร สมุทวณิช,นายขุนทอง ลอเสรีวณิช,นายสนธิ ลิ้มทองกุล ,บริษัทแมแนเจอร์ มีเดียร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน),นายสุวัฒน์ ทองธนากุล,นายมรุชัช รัตนปรารมย์,นายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์,นายวิรัตน์ แสงทองคำ เป็นจำเลยที่1-10ในความผิดฐานหมิ่นประ มาทโดยการโฆษณา
กรณีเมื่อที่25พ.ย.48นายสนธิ และน.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ ร่วมจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ครั้งที่10ที่วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี มีเนื้อหาหมิ่นประมาทโจทก์ทำนองว่าเป็นอดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ ไม่เคารพสถาบันกษัตริย์และระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งเกี่ยวข้องกับการจัดทำเว็บไซด์ที่มีเนื้อหาจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง โดยศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาวันที่ 11 ก.ย.52ให้จำคุกนายสนธิ เป็นเวลา 6 เดือนโดยไม่รอลงอาญา และให้ปรับบริษัท ไทยเดย์ฯ จำเลยที่1จำนวน200,000บาท ส่วนจำเลยอื่นให้ยกฟ้องซึ่งคดีอยู่ระหว่างฎีกาโดยศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาวันที่ 29 ก.ย.59
คดีในศาลแพ่ง
คดีที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง,นายสนธิ ลิ้มทองกุล , นายพิภพ ธงไชย,นายสุริยะใส กตะศิลา,นายสมศักดิ์ โกศัยสุข,นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์,นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์,นายอมร อมรรัตนานนท์,นายนรัญยู หรือศรัณยู วงษ์กระจ่าง,นายสำราญ รอดเพชร,นายศิริชัย ไม้งาม,นายมาลีรัตน์ แก้วก่าและนายเทิดภูมิ ใจดีแกนนำ พธม. เป็นจำเลยที่ 1-13คน ให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย522,160,947.31บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ7.5ต่อปี นับแต่วันที่3ธ.ค.51เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จากกรณีร่วมกันปิดสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปี2551โดยคดีศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนให้จำเลยทั้ง 13 ราย ชำระค่าเสียหายตามฟ้อง
คดีในศาลอาญากรุงเทพใต้
1.คดีหมายเลขดำ อ.1469/2547ที่ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์อดีต ผบ.ตร. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล และ น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์อดีตผู้ดำเนินรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ เป็นจำเลยที่1 - 2ในความผิดฐานร่วมกันดูหมิ่นเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ และหมิ่นประมาทใส่ความโดยการแพร่ภาพ และการกระจายเสียงหรือป่าวประกาศ กรณีเมื่อวันที่19มี.ค.47จัดรายการ"เมืองไทยรายสัปดาห์"ถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ช่อง9อ.ส.ม.ท. กล่าวหาว่า ยุคที่โจทก์เป็น ผบ.ตร. เป็นยุคที่ตำรวจละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุด และโจทก์ไร้ประสิทธิภาพโดยคดีถึงที่สุดเมื่อศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้อง
คดีในศาลแขวงดุสิต
1.วันที่10มี.ค.58 อัยการฝ่ายคดีศาลแขวง3 (ดุสิต ) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง,นายสนธิ ลิ้มทองกุล ,นายประพันธ์คูณมี,นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์,สมณะโพธิรักษ์,นายสุริยะใส กตะศิลา,นายเทิดภูมิ ใจดี,นายพิภพ ธงไชย,นายรัชต์ยุตม์ หรืออมร ศิรโยธินภักดี,นายทศพล แก้วทิมาแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)และกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ เป็นจำเลยที่ 1- 10 ในความผิดฐาน ร่วมกันฝ่าฝืนประกาศ และข้อกำหนดห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเข้า หรือให้ออกจากบริเวณพื้นที่ หรือสถานที่ที่กำหนด ตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551กรณีเมื่อวันที่8ก.พ.54ครม. สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้ประกาศให้พื้นที่เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตปทุมวัน เขตดุสิต และเขตวังทองหลาง เขตวัฒนาและเขตราชเทวี เป็นพื้นที่มีเหตุการณ์กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งจำเลยทั้ง 10 คน ร่วมกันตั้งเวทีชุมนุม และปิดการจราจร บน ถ.ราชดำเนินนอก บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ์ โดยใช้ชื่อ"กลุ่มเครือข่ายประชาชนคนไทยหัวใจรักชาติ"โดยคดียังไม่มีคำตัดสิน
คดีในศาลล้มละลายกลาง
1.ศาลล้มละลายกลาง มีคำสั่งให้นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นบุคคลล้มละลาย โดยมีการประกาศคำสั่งของศาลลงในราชกิจจานุเบกษา ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย.43 ซึ่งมีกำหนดระยะเวลา 3 ปี 2.ศาลล้มละลายกลาง มีคำสั่งวันที่ 18พ.ย.51 ให้บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป เจ้าของหนังสือพิมพ์ ผู้จัดการรายวัน ล้มละลาย เนื่องจากหนี้ท่วมกว่า4,700ล้านบาท
*ประยุทธ์สำรอกอีก"อยู่มาแล้ว2ปี,อยู่ต่ออีก2ปีก็ไม่มีอะไรเสียหาย"
*ประยุทธ์สำรอกอีก"อยู่มาแล้ว2ปี,อยู่ต่ออีก2ปีก็ไม่มีอะไรเสียหาย"
อันเงินเดือนเรือนนอนงบสอนฝึก
จงลองตรึกเงินตรามาจากไหน
ไยเขากร่างอย่างกล้าบ้าบิ่นไกล
แล้วคนไทยจะยอมตรอมนิ่งฤา??
*ประยุทธ์สำรอกอีก"อยู่มาแล้ว2ปี,อยู่ต่ออีก2ปีก็ไม่มีอะไรเสียหาย"
*ประยุทธ์สำรอกอีก"อยู่มาแล้ว2ปี,อยู่ต่ออีก2ปีก็ไม่มีอะไรเสียหาย"
อันเงินเดือนเรือนนอนงบสอนฝึก
จงลองตรึกเงินตรามาจากไหน
ไยเขากร่างอย่างกล้าบ้าบิ่นไกล
แล้วคนไทยจะยอมตรอมนิ่งฤา??
Subscribe to:
Comments (Atom)
คันฉ่องส่องไทย: ทำไมเศรษฐกิจไทยโตช้า—รากแก้ว รากฝอย และภาพสะท้อนเทียบเวียดนาม
คันฉ่องส่องไทย: ทำไมเศรษฐกิจไทยโตช้า—รากแก้ว รากฝอย และภาพสะท้อนเทียบเวียดนาม คันฉ่องส่องไทย ...
-
ความเชื่อที่ว่าชาวยิวครองโลกหรือมีตระกูลยิวบงการเหตุการณ์สำคัญในโลก โดยมีศูนย์กลางที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ เป็นแนวคิดที่มาจากทฤษฎีสมคบคิด (c...
-
โดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2017–2021 และดำเนินนโยบายที่มุ่งเน้นให้ “อเมริกามาก่อน” (America Fir...
-
ลองนึกภาพกัมพูชาและประเทศไทยเป็นสองบ้านที่อยู่ติดกันบนถนนสายเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บ้านทั้งสองมีประวัติศาสตร์ยาวนานเหมือนพี่น้องที่ทะ...

