จนกว่าผงจะเข้าตา โดย ไทยรู้ทัน 27 พฤศจิกา 2559

จนกว่าผงจะเข้าตา

โดย ไทยรู้ทัน 27 พฤศจิกา 2559

แผ่นดินไทยมาถึงตรงนี้แตกแยกไม่มีชิ้นดี ทางเดียวที่จะกลับมาเหมือนเดิมได้ คือต้องผ่านการล้างด้วยเลือด ชำระความสกปรกด้วยไฟ อย่างนั้นหรือ? คนไทยต้องผ่านการสูญเสีย จนกว่าจะเป็นสังคมใหม่ที่สะอาดและผู้คนตระหนักถึงสิทธิความเป็นคน สิทธิและหน้าที่ของความเป็นประชาชนก่อน เช่นนั้นหรือ?

คนไทยนี้ไม่มีจิตสำนึก คนไทยนึกไม่ออก เพราะเหตุผลว่าสังคมไทยเป็นสังคมแห่งความเชื่อ เป็นสังคมห้ามคิด คนไทยคิดไม่ได้ เพราะว่าคนส่วนใหญ่ไม่เคยคิดจะนึกถึงเหตุผล ว่าทำไมประเทศไทยจึงพายเรือในอ่าง ทำไมคนไทยยากจน นั่นเพราะผลมาจากระบบการปกครองที่เอาเปรียบ พวกเขาทนให้กดขี่ ทนให้ถูกเอาเปรียบ ทนให้ถูกสร้างความเหลื่อมล้ำอยุติธรรมต่างๆ คนไทยคนไหนเป็นคนคิดได้ ก็ถูกห้ามคิด ห้ามพูด ห้ามแสดงออก ทางออกของคนไทยนี้จึงต้องให้คนไทยรู้สึกสำนึกได้ด้วยตัวเอง แล้วออกมาปกป้องตนเอง

คนไทยไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ผงใดไม่เข้าตา ข้าก็ไม่เจ็บ ผงที่เจ็บที่สุดคือผงที่เข้าตากู คนไทยเลยต้องทนอยู่แบบที่เป็นตอนนี้นี่ไงครับ พี่น้อง!!

อยากเห็นฟ้าใหม่ ที่มีสีทองผ่องอำไพ ประชาชนคนไทยต้องตื่นรู้ ไม่ใช่อุดอู้อยู่กับความงมงาย ลุ่มหลง เขาพร่ำสอนให้รัก ให้เชื่อ ให้ปลง จึงหลงอยู่กับคำว่า "พอเพียง" โอมเพี้ยง!!!!! จึงไม่เพียงพอ ที่จะรอวันกะลาเปิด คนไทยต้องเกิดกลียุค ยากจน อดอยากจนถึงที่สุด ผงต้องเข้าตาทุกคนที่เป็นผู้ถูกกดขี่บีฑา ถูกเอาเปรียบ วังวนวงจรอุบาทว์ จะถูกตั้งคำถาม แล้วตามมาด้วยความเปลี่ยนแปลง นั่นคือตาสว่างแจ่มแจ้ง ทั้งแผ่นดิน ต้องล้างให้สิ้นความอยุติธรรม นั่นคือ เซ็ตซีโร่ จริงๆ แล้วสิ่งที่ต้องสร้างถัดมาคือประชาธิปไตย ธรรมนูญใหม่จะถูกสร้างขึ้นจากประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน เป็นสัญญาแห่งประชาชน คือสัญญาประชาคม เมื่อความยุติธรรมที่เป็นความยุติธรรมก่อเกิดขึ้นบนแผ่นดินไทย ความอัปรีย์จัญไร จะหมดไป

จนกว่าผงจะเข้าตา https://thaipeople4republic.wordpress.com/2016/11/27/underground/

ดร. เพียงดิน รักไทย 27 พ.ย. 2559 ตอน เบื้องลึก จับสึก สั่งฆ่าพระธัมมชโย และปิดวัดพระธรรมกาย

ดร. เพียงดิน รักไทย 27 พ.ย. 2559 ตอน เบื้องลึก จับสึก สั่งฆ่าพระธัมมชโย และปิดวัดพระธรรมกาย


https://youtu.be/yOeii5FmCWs


อย่าลืมกด Subscribe สถานีห้องสมุดมหาวิทยาลัยประชาชน ด้วยนะครับ 




ดร. เพียงดิน รักไทย 27 พ.ย. 2559 ตอน เบื้องลึก จับสึก สั่งฆ่าพระธัมมชโย และปิดวัดพระธรรมกาย

ดร. เพียงดิน รักไทย 27 พ.ย. 2559 ตอน เบื้องลึก จับสึก สั่งฆ่าพระธัมมชโย และปิดวัดพระธรรมกาย


https://youtu.be/yOeii5FmCWs


อย่าลืมกด Subscribe สถานีห้องสมุดมหาวิทยาลัยประชาชน ด้วยนะครับ 




“ทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน”

"ทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน"

--------------------------------------------

ข้าว-ชาวนา-การเมือง

-
ชาวนากับการเมืองไม่ใช่ปัญหาที่ "เกิดง่ายจบเร็ว" เหมือนอย่างปัญหายางพาราซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลของนักการเมืองบางกลุ่มอย่างชัดเจน "ทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน" จึงเป็นคำอมตะที่รัฐบาลยุคใดจะละเลยหรือไม่ใส่ใจไม่ได้ อย่างที่อาจารย์พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า

-
"ความเป็นชาวนานั้นมีลักษณะพิเศษบางอย่าง พวกเขาไม่ใช่แค่เป็น "ชนชั้นกลางแบบหนึ่ง" ที่จะมีจริตและรูปการณ์จิตสำนึกแบบชนชั้นกลางทั่วไป และจะมาจับยัดเอาง่ายๆว่าชาวนาต้องการการเมืองแบบประชาธิปไตยแบบเดียวกับคนชั้นกลาง โดยเฉพาะคนชั้นกลางในเมือง หรือชาวนาควรจะมีสิทธิเข้าถึงประชาธิปไตย เพราะเขาก็เป็นชนชั้นกลางเช่นกัน ในอีกด้านหนึ่งการศึกษาเรื่องชาวนานั้นก็ไม่ได้อธิบายทุกอย่างเป็นเพียงแค่ "คนจน" หรือ "กรรมาชีพ" ที่มีการเคลื่อนไหวและจัดตั้งองค์กรและความใฝ่ฝันทางการเมืองแบบ "กรรมกร" หรือผู้ใช้แรงงาน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พรรคคอมมิวนิสต์ในอดีตเข้าใจดีว่า ชาวนาเป็นทั้งปัจจัยแห่งความสำเร็จและปัจจัยแห่งความล้มเหลวของการปฏิวัติมวลชนและต่อต้านทุนนิยม ดังนั้น การจัดตั้งชาวนากับการจัดตั้งกรรมกรไม่ได้เป็นเรื่องที่ใช้ตำราเล่มเดียวกันได้ การเคลื่อนไหวของชาวนาที่เป็นแกนสำคัญในการปฏิวัติในจีนไม่ได้ประสบความสำเร็จในไทยก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่สำคัญ"


-
คำทำนาย "ฤาษีลิงดำ"
-
ความอับจนข้นแค้นของชาวนาจึงซับซ้อนกว่าแค่ข้าวราคาตกจะทำอย่างไร ไม่ใช่แค่จะโทษใครและกล่าวหาว่าใครสร้างภาพ ซึ่งมีแต่ลดทอนความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อรัฐบาล และอาจเกิดอะไรก็ได้ในสถานการณ์เปลี่ยนผ่านอย่างขณะนี้ อย่างที่ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เขียนในคอลัมน์ "ประสงค์พูด" โดยยกคำทำนายของ "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ" ตอนหนึ่งที่ว่า "จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา" คือประชาชนจะออกมาเป็นคนจัดการกับคนชั่วคนไม่ดีออกไปด้วยน้ำมือของประชาชน แม้จะเป็นคำทำนาย แต่ถ้าวิเคราะห์บนพื้นฐานของเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาตามลำดับ ในอนาคตข้างหน้าก็มีความเป็นไปได้ที่ประชาชนจะออกมาเป็นคนจัดการกับปัญหาต่างๆด้วยน้ำมือของประชาชนเองอย่างเต็มรูปแบบ อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะประชาชนส่วนใหญ่สมัยนี้เป็นประชาชนที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่างๆของบ้านเมืองดีขึ้น รู้ว่าอำนาจของตนที่มอบให้คนอื่นไปใช้ทำงานแทนตนนั้นได้ถูกใช้ไปอย่างไร ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง หรือเพื่อประโยชน์ใคร

-
ประชาชนเจ็บปวดมามากกับเรื่องที่ให้อำนาจของตนไปใช้แทนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม แต่กลับไปใช้เพื่อประโยชน์ตนและพรรคพวกมาโดยตลอด แม้กระทั่งการเอาอำนาจของประชาชนไปใช้โดยวิธีการได้มาที่ไม่ถูกต้องก็ตาม ทำไปทำมาก็ยังคงเกิดปัญหายุ่งยากวุ่นวายไม่รู้จักจบจักสิ้นเหมือนเดิมอย่างที่กำลังเห็นกันอยู่ในขณะนี้
-

ความอยากได้อำนาจ โดยเฉพาะการได้มาที่ไม่เป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้องตามระบบ หรือแม้จะได้มาอย่างถูกต้องตามระบบก็ตาม ความอยากดังกล่าวนี้สามารถทำให้กลายเป็นคนไม่ดีไปได้ง่ายๆด้วยการดำเนินการต่างๆอันเป็นช่องทางแห่งการได้มาซึ่งอำนาจ หรือการรักษาอำนาจที่ได้มาให้คงอยู่ไม่หายไปไหน เช่น ยอมเป็นหุ่นเชิดให้กับคนชั่วคนเลวในการทำสิ่งต่างๆ หรือคิดอ่านเสนอนั่นเสนอนี่ในการได้อำนาจหรืออยู่ในอำนาจได้ยาวนาน เป็นต้น

-
ใครก็ตามที่มีคนอย่างนี้ร่วมงานหรือใช้งาน แม้กระทั่งอาสาเข้ามาช่วยโน่นช่วยนี่ก็ตาม ถ้าเออออห่อหมกตามไปด้วยโดยไม่คิดให้ดีแล้ว เจ๊งทุกราย จะต้องเสื่อมลงและหมดค่าลงไปเรื่อยๆ ชีวิตบั้นปลายที่เหลืออยู่จะมีแต่ความสูญเปล่า จะกลายเป็นชีวิตที่ไม่ผิดอะไรกับวิญญาณพเนจร อดีตที่เคยรุ่งโรจน์ก็จะต้องดับวูบ ต้องมัวหมอง และต้องกลายเป็นคนไม่ดี ถูกด่าถูกว่าจากทุกสารทิศตามไปด้วย จะโทษใครไม่ได้ นอกจากโทษตัวเอง และรีบแก้ไขทั้งสายตาและหูของตนที่ต้องเปิดกว้างให้มากขึ้น เพราะตาที่เปิดกว้างจะทำให้เห็นถึงทิศทางของคนประจบสอพลอ หรือจากผู้ท้วงติงอย่างมีเหตุผล
-

ขณะที่หูที่เปิดกว้างนั้นจะรับเสียงได้ทุกทิศทุกทาง จะลงจากอำนาจในครั้งนี้ได้อย่างปลอดภัยก็เพราะรู้จักใช้หูและตาของตนให้ถูกต้องเท่านั้น ไม่เชื่อก็ขอให้อ่านคำทำนายของหลวงพ่อฤาษีลิงดำข้างต้นนี้อีกครั้งก็แล้วกันว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น

-
"…เมื่อถึงปลายรัชกาลผ่านเข้ามา…แผ่นดินแตกแยกเป็นสองปกครองยาก เกิดวิบากทุกข์เข็ญระส่ำระสาย เกิดการปราบจลาจลชนล้มตาย เลือดเป็นสายน้ำตานองสองแผ่นดิน…"
-

โศกนาฏกรรมชาวนาไทย
-

การปรับท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์กับราคาข้าวที่ตกต่ำโดยไม่แสดงอาการฉุนเฉียวตอบโต้ทันทีทันใดเหมือนที่ผ่านมาและยังยินดีที่ทุกฝ่ายตื่นตัวร่วมกันช่วยชาวนา สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าปัญหาชาวนานั้นละเอียดอ่อนอย่างไร ยิ่งช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐบาลและผ่านพ้นช่วงการเปลี่ยนผ่านสำคัญมาแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ก็รู้ดีว่าปัญหาต่างๆที่เรื้อรังและหมักหมมจะประดังเข้าใส่รัฐบาลและ คสช. แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม ซึ่งทุกปัญหาล้วนเกี่ยวข้องกับอนาคตทางการเมืองของ คสช. อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

-
เช่นเดียวกับปัญหาชาวนาที่อาจจะปะทุเป็น "ม็อบชาวนา" ได้ตลอดเวลา หากการแก้ปัญหาไม่ต่อเนื่อง หรือลักปิดลักเปิด หรือยังมองการเมืองแบบเดิมๆ ปล่อยให้ลิ่วล้อออกมาสร้างความขัดแย้ง หรือบิดเบือนความจริง อย่างเรื่องชาวนาผูกคอตาย ซึ่งเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง

-
รัฐบาลและ คสช. ตระหนักดีว่า สถานการณ์วันนี้แตกต่างจากอดีตอย่างมาก แม้ยังมีกองทัพสนับสนุนเต็มที่ก็ตาม แต่ปัญหาต่างๆที่สะสมและกดดันประชาชนก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆหากรัฐบาลใช้อำนาจแก้ปัญหาแค่ให้ผ่านไปวันๆ แทนที่จะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งประชาชนทั้งคนชั้นกลาง เกษตรกร และกรรมกร วันนี้กำลังเดือดร้อนอย่างมาก เมื่อคนตกงานและไม่มีจะกิน อะไรก็เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะปัญหาชาวไร่ชาวนาที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ

-
พล.อ.ประยุทธ์รู้ดีว่าต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและเกษตรกร ไม่ใช่สร้างศัตรู หรือเดินตามเกมนักการเมืองบางคนที่พยายามเสี้ยมเพื่อใช้รัฐบาลและ คสช. กำจัดฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ซึ่งนอกจากจะไม่ทำให้เกิดความปรองดองและตอกย้ำความยุติธรรมสองมาตรฐานแล้ว ยังเป็นการทำร้ายชาวนาอย่างเลือดเย็นอีกด้วย

-
แหล่งที่มา โลกวันนี้
-
ห้องข่าวเสรีไทย


CB37B92C-A68B-4D72-B19A-462FA447CD12

ดร.​ เพียงดิน รักไทย 24 พ.ย. 2559 ตอน ใครเป็นใคร ในขบวน "ล้มเจ้า" ตัวจริง!


ดร.​ เพียงดิน รักไทย   24 พ.ย. 2559 ตอน ใครเป็นใคร ในขบวน "ล้มเจ้า" ตัวจริง!  

****************************
หากท่านคิดดี หวังดี และมั่นใจในความดีของท่าน ขอให้ปาวารณาตัว ร่วมเป็นมดแดงล้มช้าง ได้ที่
หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt

หากลิ้งค์ข้างบนถูกบล็อก ให้ส่งรายละเอียดไปที่ 4everche@gmail.com โดยระบุ 1. ชื่อ (จัดตั้งหรือชื่อกลุ่ม)  2. จำนวนสมาชิกในเครือข่าย 3. จังหวัดและอำเภอ  4. อีเมล์  5. ไลน์หรือเบอร์โทรศัพท์  6. อาชีพของท่านหรือสมาชิก

"แจกเงิน" ประชานิยมสิ้นคิด

Watana Muangsook

Follow

6 hrs ·


"แจกเงิน" ประชานิยมสิ้นคิด

มติ ครม. ที่ให้เพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยรายละ 1,500-3,000 บาท จำนวน 5.4 ล้านคน เริ่มจ่ายตั้งแต่ 1-30 ธันวาคม 2559 คือนโยบายหว่านเงิน (helicopter money) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เท่ากับรัฐบาลนี้ยอมรับว่าผู้มีรายได้น้อยหรือรากหญ้ามีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจที่กำลังอยู่ในภาวะวิกฤตเพราะการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด แต่รัฐบาลหมดความสามารถที่จะหามาตรการอื่นมากระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว จึงต้องเลือกใช้การแจกเงินซึ่งไม่ต้องใช้ความคิดแต่ได้ผลน้อยที่สุด เพราะเมื่อใช้แล้วจบลงในคราวเดียว

รัฐบาลนี้เคยสร้างวาทกรรมกล่าวหารัฐบาลเพื่อไทยที่ดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวว่าเป็นประชานิยม อ้างว่าการรับจำนำสูงกว่าราคาตลาดทำให้รัฐขาดทุน ทั้งที่เป็นนโยบายสาธารณะทางเศรษฐกิจตามมาตรา 84 (8) ของรัฐธรรมนูญ 2550 เพื่อให้สินค้าเกษตรได้รับราคาที่เหมาะสมและไม่ทำให้เสียวินัยเพราะไม่ได้เป็นการให้เปล่าเหมือนการแจกเงิน ทำให้เกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่มีกำลังซื้อเกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องตามมามากมาย การดำเนินนโยบายที่ถูกต้องทำให้เศรษฐกิจในสมัยรัฐบาลไทยรักไทย พลังประชาชนและเพื่อไทยดีมาตลอด เศรษฐกิจของประเทศจึงไม่เคยเข้าตาจนถึงขนาดต้องใช้มาตรการแจกเงินเหมือนที่รัฐบาลนี้และบางพรรคต้องนำมาใช้ แต่นายกยิ่งลักษณ์กลับถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่ง

การทำให้คนจนได้รับประโยชน์เป็นเรื่องที่ควรสนับสนุน เพราะเศรษฐกิจไม่มีสีและฝักฝ่ายทางการเมือง แต่รัฐบาลต้องใช้สติปัญญาคิดหามาตรการทางเศรษฐกิจที่ทำให้ประชาชนมีความหวัง จะเกิดการลงทุนและการจ้างงานทำให้คนยากจนมีรายได้อย่างต่อเนื่องซึ่งดีกว่าการแจกเงิน ความเชื่อมั่นและกำลังซื้อก็จะกลับคืนมาเอง ยอมรับได้หรือยังว่าการบริหารประเทศมีความสลับซับซ้อนที่ต้องใช้สติปัญญา ไม่ใช่เพียงใช้วาทกรรมไปวันๆ แบบที่เป็น ก็ขนาดผู้คนทั้งโลกเห็นว่าเป็นการแจกเงิน นรม. ยังปฏิเสธว่าไม่ใช่แต่เป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ที่จริงควรบอกว่าการรับจำนำข้าวเป็นประชานิยมส่วนการแจกเงินเป็นประชารัฐ จะได้ดูมีสติปัญญามากขึ้น

วัฒนา เมืองสุข

พรรคเพื่อไทย

23 พฤศจิกายน 2559

การละสังขารของภูมิพล ทิ้งมรดกบาปไว้มากมาย

ความเสียหายเกินปล่อยให้ยืดยาว

เมื่อถึงคราวภูมิพลต้องละสังขาร

บัลลังก์ถึงวันประชาพิจารณ์

อนาคตถึงกาลเปลี่ยนระบอบยั่งยืน


+++++++++++++++++++++++++

ความเสียหาย

  • การลงทุนไหลออก
  • การส่งออกยับเยิน
  • การท่องเที่ยวมีแต่ยอดคน แต่ยอดเงินถดถอย
  • ราคาสินค้าเกษตรกรรมตกต่ำทั่วหน้า ชาวประชาขาดแรงซื้อ
  • การคดโกงแบบแดกด่วน เกิดขึ้นต่อเนื่องและยิ่งหนักหน่วงในยุคแก็งค์แดกด่วน
  • ระบบตรวจสอบถูกทำลายสิ้น การโกงกินจึงมหันต์
  • งบเทิดทูนและงบกองทัพ เพิ่มเกินสองเท่าในช่วงไม่ถึงสิบปี
  • เปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาร่วมปล้นชาติ ด้วยนโยบายอันเกิดจากความเห็นแก่ตัวของชนชั้นปกครอง


การละสังขารของภูมิพล ทิ้งมรดกบาปไว้มากมาย

  • ความแตกแยกของปวงชนเป็นไปอย่างลึกซึ้งและร้าวฉานที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติ
  • การสังหารหมู่ประชาชน เกิดขึ้นซ้ำซาก โดยคนก่อกรรมไม่ได้รับโทษ เหยื่อไม่ได้รับความยุติธรรม
  • คนไม่จงรักภักดี ถูกเล่นงานด้วยกฎหมายเถื่อน
  • ทหารของพระราชา เอากฎหมายยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาใช้ก่อนยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
  • ความตกต่ำและภาพความอัปลักษณ์ของราชวงศ์ แม้ว่าจะใช้งบประมาณเทิดทูนเป็นประวัติการณ์
  • ราชวงศ์ที่สิ้นเปลืองเงินภาษีอากรประชาชนมากที่สุด
  • ความร่ำรวยผิดปกติบนทฤษฎีพอเพียง
  • สถิติการปล้นอำนาจประชาชน ด้วยการรัฐประหารในสภา บนบัลลังก์ศาล และด้วยรถถัง
  • โครงการหลวงที่แก้ปัญหาอะไรไม่ได้จริง (อ่างเก็บน้ำ กังหัน ...สุดท้ายก็แค่ ชั่งหัวมัน)
  • ระบบยุติธรรมที่ตกต่ำ เหมือนบ้านป่าเมืองเถื่อน สองมาตราหรือไม่มีมาตรฐาน สอบตกในทุกเรื่องตามระดับมาตรฐานโลก
  • การศึกษาตกต่ำล้าหลังเพื่อนบ้านอาเซี่ยน
  • การคดโกงคอรัปชั่นโดยคนดี น่ารังเกียจตั้งแต่เดย์วัน
  • นักการเมืองตัวแทนประชาชนถูกทำลายป้ายสี (และลดอำนาจ)
  • รัฐสภาถูกป้ายสีให้เป็น เผด็จการเสียงข้างมาก
  • การเลือกตั้ง ถูกลดค่าเป็นการขายจิตวิญญาณและความเป็นมนุษย์ของประชาชน
  • สิทธิมนุษยชนถูกเหยียบย่ำอย่างเลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปี
  • การเปลี่ยนรัชกาล สร้างปัญหาให้ชาติและปวงชนอย่างน่าทุเรศ


ทางเลือกของประเทศไทย

มีกษัตริย์ หรือไม่มีกษัตริย์

ราชาธิปไตย หรือ ประชาธิปไตย


อนาคต หลัง ภูมิพล ควรอยู่ในมือใคร?


ประชาชนต้องแสดงตัว อาศัยโอกาสสำคัญนี้ เปลี่ยนระบอบ



มิติด้านมืดที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจ: สิ่งที่ "คันฉ่อง" สะท้อนให้เห็นมากกว่าตัวเลข

มิติด้านมืดที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจ: สิ่งที่ "คันฉ่อง" สะท้อนให้เห็นมากกว่าตัวเลข นอกจากพายุภายนอกและหนี้ครัวเรือนแล้ว ความอ่อนแอของไทยถ...