ถึงพี่น้องผู้รักความก้าวหน้า
พี่น้องผู้รักความก้าวหน้าทุกคน,
ผลการเลือกตั้งครั้งนี้อาจทำให้หลายหัวใจหนักอึ้ง ราวกับความฝันที่เคยชัดเจนกลับพร่าเลือนในชั่วข้ามคืน ภาพชัยชนะของฝ่ายอนุรักษ์นิยมดูเหมือนใหญ่โต แข็งแรง และมั่นคง ราวกับโครงสร้างเดิมได้หวนคืนมาอีกครั้งอย่างสมบูรณ์แบบ
แต่ขอให้เราหยุดนิ่งสักครู่ แล้วมองให้ลึกกว่าภาพบนผิวน้ำ
ในกรุงเทพมหานคร เขตแล้วเขตเล่า เสียงของความก้าวหน้าชนะอย่างชัดเจน ในเชียงใหม่ ลำพูน และอีกหลายจังหวัด บ้านใหญ่ที่เคยยิ่งใหญ่ถูกโค่นลงอย่างที่ใครหลายคนไม่คาดคิด และที่สำคัญที่สุด เสียงเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ชนะอย่างขาดลอย
นี่ไม่ใช่สัญญาณของความพ่ายแพ้ นี่คือสัญญาณของการเปลี่ยนผ่าน
ฝ่ายอนุรักษ์นิยมอาจชนะด้วยวิธีการแบบ Machiavellian — การคำนวณอย่างเยือกเย็น การใช้เครือข่ายอำนาจ การผสานพลังของเงิน รัฐ และวัฒนธรรมการยอมจำนน ชัยชนะเช่นนี้เป็นชัยชนะของกลไก ไม่ใช่ชัยชนะของจิตวิญญาณ
สิ่งที่เราเห็นไม่ใช่ประเทศถอยหลัง แต่คือประเทศที่กำลังดิ้นรนระหว่าง “ราษฎร” กับ “พลเมือง”
ราษฎรอาจถูกชี้นำ ถูกซื้อ ถูกทำให้กลัว แต่พลเมืองตั้งคำถาม พลเมืองเรียนรู้ พลเมืองไม่หยุดเติบโต
และครั้งนี้ เราเห็นชัดว่าเมล็ดพันธุ์ของความเป็นพลเมืองได้หยั่งรากแล้ว
การต่อสู้ต่อจากนี้จะไม่ใช่การตะโกนให้ดังขึ้น แต่เป็นการคิดให้ลึกขึ้น ไม่ใช่การโกรธให้มากขึ้น แต่เป็นการจัดองค์กรให้ละเอียดขึ้น ไม่ใช่การปะทะอย่างไร้ทิศทาง แต่เป็นการสร้างพลังระยะยาวอย่างมีวินัย
ต้นทุนของฝ่ายที่ชนะไม่ใช่ศูนย์ พวกเขาต้องบริหารความคาดหวัง ต้องรักษาความชอบธรรม ต้องเผชิญกับพลเมืองรุ่นใหม่ที่ไม่ยอมรับคำอธิบายแบบเดิมอีกต่อไป
พี่น้องผู้รักความก้าวหน้า,
อย่าให้ความผิดหวังทำให้เราสูญเสียศักดิ์ศรี อย่าให้ความเจ็บปวดทำให้เราหมดศรัทธาในประชาชน เพราะการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ไม่เคยเกิดจากชัยชนะง่าย ๆ แต่มันเกิดจากการพัฒนาปัญญาอย่างต่อเนื่อง
วันนี้เราอาจไม่ได้ครองรัฐบาล แต่เรากำลังครองอนาคต
เมื่อประชาชนจำนวนมากประกาศชัดว่า “ต้องการกติกาใหม่” ไม่มีอำนาจใดสามารถเพิกเฉยต่อความจริงนี้ได้ตลอดไป
จงร้องไห้ได้ แต่จงร้องไห้ด้วยปัญญา ให้ทุกหยดน้ำตาเป็นบทเรียน ให้ทุกความพ่ายแพ้เป็นการฝึกฝน
เพราะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่การชนะครั้งเดียว แต่คือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความคิดของทั้งสังคม
และสิ่งนั้นได้เริ่มต้นแล้ว
ด้วยความเคารพและศรัทธาในพลังของพลเมือง
