วัด “ความเป็นนโยบายเชิงโครงสร้าง” : พรรคก้าวไกล (2566) → พรรคประชาชน (2569) และเพื่อไทย (2566 → 2569)

วัด “ความเป็นนโยบายเชิงโครงสร้าง” : พรรคก้าวไกล (2566) → พรรคประชาชน (2569) และเพื่อไทย (2566 → 2569)

วัด “ความเป็นนโยบายเชิงโครงสร้าง” : พรรคก้าวไกล (2566) → พรรคประชาชน (2569) และเพื่อไทย (2566 → 2569)

โจทย์ เจาะ 5 โหนดอำนาจ: องค์กรอิสระ, กองทัพ, กลไกราชการ, เศรษฐกิจทุนกินรวบ, สถาบันกษัตริย์/กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เปรียบเทียบ “สองปีก่อนหน้า” (เลือกตั้ง 2566) vs “ล่าสุด” (เลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569)
หมายเหตุด้านข้อมูล: สำหรับ “พรรคประชาชน 2569” ใช้เว็บไซต์นโยบายทางการของพรรคประชาชนเป็นฐานหลัก (มีรายละเอียดเป็นหน้ารายการนโยบาย) ส่วน “เพื่อไทย 2569” หน้าแคมเปญ election.ptp.or.th ถูกเรนเดอร์ด้วยสคริปต์จนดึงข้อความตรงๆ ไม่ได้ในเครื่องมืออ่านเว็บนี้ จึงยึด “หน้านโยบายหลักบนเว็บพรรค” และข่าว/เวทีสื่อสารของพรรคประกอบ (ดูเชิงอรรถ)

1) เกณฑ์ให้คะแนนเชิงโครงสร้าง (0–5)

นิยาม “เชิงโครงสร้าง” = แตะ “กลไก/อำนาจ/ที่มา/ความรับผิดรับชอบ (accountability)” ของสถาบัน มากกว่ามาตรการปลายเหตุหรือเชิงงบประมาณเพียงอย่างเดียว

คะแนน เกณฑ์ตีความ
0ไม่แตะ/หลีกเลี่ยงประเด็นโครงสร้าง
1แตะเชิงวาทกรรม/หลักการ แต่ไม่เสนอกลไกเปลี่ยนแปลง
2มีมาตรการปรับปรุงบางส่วน (incremental) แต่ยังไม่ “เปลี่ยนเกม”
3มีข้อเสนอปรับโครงสร้างที่จับต้องได้ (กฎหมาย/สถาบัน/ที่มา/ขอบเขตอำนาจ) ระดับ “มีนัยสำคัญ”
4ปรับโครงสร้างลึก + แตะอำนาจสูง/กลไกคานอำนาจที่เป็นปัญหา พร้อมดีไซน์การเปลี่ยนผ่าน
5ปฏิรูปแกนกลาง/กติกาสูงสุดแบบเป็นระบบ ครอบคลุมความเสี่ยงเชิงการเมืองและมีชุดกลไกกำกับติดตาม

วิธีอ่านคะแนน: “สูง” ไม่ได้แปลว่า “ทำได้จริง” ในทันที แต่สะท้อนว่า “ชนโครงสร้าง” มากเพียงใด และมีดีไซน์กลไกมากน้อยแค่ไหน

2) สรุปภาพรวมคะแนน (2566 → 2569)

มิติ ก้าวไกล 2566 ประชาชน 2569 เพื่อไทย 2566 เพื่อไทย 2569 (หลักฐานบนเว็บพรรค)
องค์กรอิสระ / ศาล รธน. 4 4 2–3 2–3
กองทัพ 4 4 2–3 2–3
ราชการ/ระบบรัฐ 3 4 2 2
ทุนกินรวบ / ผูกขาด 4 3 2 2
สถาบันกษัตริย์/112 4 (มีข้อเสนอเฉพาะ) 1–2 (ไม่พบในชุดนโยบายเลือกตั้งบนเว็บนโยบาย) 1 (ยืนยันกรอบเดิม) 1 (ยืนยันกรอบเดิม)
แก่นภาพรวม: ใน 2566 “ก้าวไกล” วางแพ็กเกจปฏิรูปเชิงสถาบันค่อนข้างชัดหลายจุด (รวมถึงประเด็นอ่อนไหวอย่าง 112) ขณะที่ 2569 “พรรคประชาชน” ยังคงภาษาปฏิรูปสถาบันในเรื่องรัฐธรรมนูญ-องค์กรอิสระ-กองทัพ-ราชการ แต่ใน “ประเด็นสถาบันกษัตริย์/112” ไม่ปรากฏเป็นนโยบายหาเสียงในเว็บไซต์นโยบายเลือกตั้งของพรรค (อย่างน้อยในหน้าที่ตรวจสอบได้) ทำให้คะแนนมิตินี้ลดลงเมื่อเทียบกับ 2566

3) เจาะทีละมิติ: ก้าวไกล 2566 → พรรคประชาชน 2569

3.1 องค์กรอิสระ / ศาลรัฐธรรมนูญ

ก้าวไกล 2566 4/5

  • ฐานคิด: รัฐธรรมนูญ 2560 ทำให้สถาบันที่ไม่ยึดโยงประชาชนมีอำนาจกว้างและคานอำนาจรัฐบาลจากการเลือกตั้ง (แนวคิด “รื้อกลไกสืบทอดอำนาจ”) (อ้างอิง: หน้า “รัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ/แก้รัฐธรรมนูญ” ของก้าวไกล)
  • มี “นโยบายรายองค์กร” เช่น ป.ป.ช. ให้ยึดโยงประชาชน/ลดปัญหาความเป็นกลาง-ความรับผิดรับชอบ (อ้างอิง: หน้านโยบาย ป.ป.ช. ของก้าวไกล)

พรรคประชาชน 2569 4/5

  • ระบุชัดว่า “ยกเครื่ององค์กรอิสระ” และทบทวนขอบเขตอำนาจ/ที่มา/การผูกขาดการคัดเลือก พร้อมออกแบบให้ “ถูกตรวจสอบได้โดยประชาชน” ในกรอบทำรัฐธรรมนูญใหม่ (อ้างอิง: นโยบาย “จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ฉบับประชาชน”)
  • ยังคงน้ำหนัก “แก้กติกาสูงสุด” เป็นเครื่องมือจัดระเบียบองค์กรอิสระ/ศาล รธน. มากกว่าการแก้รายชิ้นเล็กๆ

อ่านเป็นแนวโน้ม: ความ “เชิงสถาบัน” ในเรื่ององค์กรอิสระยังสูงต่อเนื่อง (2566 → 2569) แต่ 2569 เน้นผ่านกรอบรัฐธรรมนูญใหม่เป็นแกนหลัก

3.2 กองทัพ

ก้าวไกล 2566 4/5

  • แพ็กเกจปฏิรูป “พลเรือนอยู่เหนือกองทัพ/ทหารอาชีพ/โปร่งใส” ปรากฏเป็นชุดนโยบายกว้างในแพลตฟอร์ม (หน้าแคตตาล็อกนโยบายก้าวไกล) และมีประเด็นเกี่ยวกับการถ่วงดุลการใช้อำนาจรัฐ (บริบทเชื่อมกับรัฐธรรมนูญ 2560)

พรรคประชาชน 2569 4/5

  • ประกาศกรอบชัด: “รัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพ” + “ทหารมืออาชีพ” (หน้า “กองทัพทันสมัย”)
  • มีรายการย่อยที่แตะโครงสร้างจริง เช่น “ยกเลิกบังคับการเกณฑ์ทหาร สู่ทหารอาชีพ” และ “ลดนายพล เพิ่มสวัสดิการทหารชั้นผู้น้อย” (หน้า “ประสิทธิภาพ เป็นทหารมืออาชีพ”)
  • มีหัวข้อความโปร่งใสและการตรวจสอบ เช่น “ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของกองทัพ (ศาลทหาร)” และการทำให้สื่อ/คลื่นความถี่กองทัพตรวจสอบได้ (หน้า “โปร่งใส ตรวจสอบได้”)

อ่านเป็นแนวโน้ม: มิติกองทัพยัง “สูงและต่อเนื่อง” และ 2569 มีการจัดหมวด/แตกย่อยเป็นชิ้นนโยบายที่ชัดขึ้นในเว็บนโยบาย

3.3 กลไกราชการ/รัฐ (bureaucratic state)

ก้าวไกล 2566 3/5

  • มีนโยบายกระจายอำนาจและชี้ “อุปสรรคเชิงระบบ” เช่น การตีความขององค์กรตรวจสอบที่ทำให้ท้องถิ่นทำงานยาก (ตัวอย่างเชิงกลไกในนโยบายท้องถิ่น)
  • โทนหลัก: ลดรัฐรวมศูนย์/ลดอำนาจดุลพินิจ/เพิ่มสมรรถนะรัฐ

พรรคประชาชน 2569 4/5

  • ประกาศเป้าหมาย “ยกระดับภาครัฐสู่รัฐบาลแพลตฟอร์ม/รัฐแพลตฟอร์ม” และปฏิรูปบุคลากร-โครงสร้าง-กฎระเบียบ รวมถึงรัฐวิสาหกิจ (หน้า “รัฐทันโลก ราชการทันสมัย”)
  • มีนโยบายเฉพาะ “ปฏิรูปโครงสร้างระบบราชการ” ที่ชี้การยุบรวม ลดซ้ำซ้อน ล้างกฎล้าสมัย และประเมินผลจากคุณภาพชีวิตประชาชน (หน้า “ปฏิรูปโครงสร้างระบบราชการ”)

อ่านเป็นแนวโน้ม: 2569 “เข้มขึ้น” ในการนิยามโมเดลรัฐสมัยใหม่ (platform state) และแตกเป็นก้อนนโยบายปฏิรูปราชการที่เป็นระบบมากขึ้น

3.4 โครงสร้างเศรษฐกิจทุนกินรวบ/ผูกขาด

ก้าวไกล 2566 4/5

  • มีข้อเสนอแก้กติกาแข่งขันทางการค้า “ทลายทุนผูกขาด” เป็นนโยบายเฉพาะ พร้อมรายการเครื่องมือเชิงกฎหมาย (เช่น ยกเลิกข้อยกเว้นรัฐวิสาหกิจ/เพิ่มสิทธิอุทธรณ์/เผยแพร่คำวินิจฉัย ฯลฯ) (หน้านโยบาย “ปรับปรุงกฎหมายแข่งขันทางการค้า ทลายทุนผูกขาด”)

พรรคประชาชน 2569 3/5

  • กรอบ “เศรษฐกิจที่เป็นธรรม” ระบุการบังคับใช้กติกาการค้าที่รัดกุมและเป็นธรรม และโยงกับการลดการผูกขาด/การทุจริตในบางระบบ เช่น “จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ” ที่ชี้ความเสี่ยง “ทุจริตและการผูกขาด” พร้อมตัวเลขมูลค่าจัดซื้อจัดจ้าง (หน้า “ปฏิรูปการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ”)
  • แต่ในหน้าแนะนำหมวด “เศรษฐกิจที่เป็นธรรม” ภาษายังเป็นกรอบกว้าง (กติกาเป็นธรรม/กำกับตลาดทุน/ปรับโครงสร้างพลังงาน) มากกว่ารายการ “anti-monopoly toolkit” แบบตรงๆ เท่าบางชิ้นของ 2566

อ่านเป็นแนวโน้ม: ยังแตะ “กติกา” แต่ “ความคมของชุดทลายทุนผูกขาดแบบกฎหมายแข่งขันทางการค้า” เห็นเด่นชัดกว่าในฝั่ง 2566

3.5 สถาบันกษัตริย์/มาตรา 112 และกรอบกฎหมายเกี่ยวเนื่อง

ก้าวไกล 2566 4/5

  • มี “ข้อเสนอเชิงนิติบัญญัติ” เกี่ยวกับมาตรา 112 ที่ถูกบันทึกเป็นร่าง/ข้อเสนอชัดเจน (เช่น โครงสร้างหมวดความผิด/การย้ายหมวด/การออกแบบฐานความผิด) แม้ข้อเสนอนี้ถูกถกเถียงสูงและมีความเสี่ยงทางการเมือง (สรุปเชิงเอกสาร: iLaw)
  • พื้นที่สาธารณะช่วงเลือกตั้ง 2566 มีการดีเบตจุดยืนต่อ 112 ระหว่างพรรคการเมือง (สรุปเวทีดีเบต: ประชาไท)

พรรคประชาชน 2569 1–2/5

  • จากการไล่ตรวจ “เว็บไซต์นโยบายเลือกตั้ง 2569” ของพรรคประชาชน (หมวดประชาธิปไตย/รัฐธรรมนูญ/สิทธิ/นิรโทษกรรม/กองทัพ/ยุติธรรม) ยัง ไม่พบ นโยบายหาเสียงที่ระบุชัดเรื่อง “มาตรา 112/การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์” ในหน้าที่เข้าถึงได้โดยตรง
  • อย่างไรก็ดี พรรคประชาชนมีนโยบาย “นิรโทษกรรมประชาชนคดีการเมือง” ตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจจุบัน (ไม่นิรโทษผู้ทำรัฐประหาร/การสลายชุมนุมเกินกว่าเหตุ) ซึ่งอาจเกี่ยวพันทางอ้อมกับสภาพปัญหาคดีการเมือง แต่ไม่ได้เท่ากับการแก้ฐานกฎหมายเฉพาะเรื่องสถาบันฯ
ข้อสรุปเชิงโครงสร้าง: มิติ “สถาบันกษัตริย์/112” เป็นจุดที่ “ลดความชัด/ลดระดับความเสี่ยงในนโยบายหาเสียง” เมื่อเทียบ 2566 → 2569 (อย่างน้อยในเอกสารนโยบายเลือกตั้งบนเว็บนโยบาย)

4) เจาะทีละมิติ: เพื่อไทย 2566 → เพื่อไทย 2569 (เท่าที่ตรวจสอบได้จากเว็บพรรค)

4.1 จุดแข็งของเพื่อไทย: “ประกาศแตะโครงสร้าง” ในแพ็กเกจรัฐธรรมนูญ

ใน “หน้านโยบายแก้รัฐธรรมนูญ” ของเพื่อไทย มีการระบุชุดประเด็นโครงสร้างหลายหัวพร้อมกัน ได้แก่

  • ทำ “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” โดยคงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และใช้ สสร. จากการเลือกตั้ง + ประชามติ
  • พูดถึง “ปฏิรูประบบราชการทั้งระบบ” และ “ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม”
  • พูดถึง “องค์กรอิสระ” ให้เป็นอิสระ มีคานอำนาจ และโปร่งใส
  • พูดถึง “ปฏิรูปกองทัพเป็นทหารมืออาชีพ” และ “ยกเลิกเกณฑ์ทหารเป็นสมัครใจ”

ทั้งหมดนี้ปรากฏเป็น bullet ที่จับต้องได้ในหน้าเดียว (ดูเชิงอรรถ) จึงทำให้เพื่อไทย “ไม่ถึงกับไม่แตะโครงสร้าง”

4.2 คะแนนเพื่อไทย (ประมาณการตามเอกสารบนเว็บพรรค)

มิติคะแนนเหตุผลย่อ
องค์กรอิสระ 2–3 มีถ้อยคำ “คานอำนาจ/โปร่งใส” แต่ยังไม่เห็นดีไซน์ลึกเรื่อง “ที่มา-ขอบเขตอำนาจ-กลไกตรวจสอบโดยประชาชน” แบบละเอียดเท่าฝั่งพรรคประชาชนในนโยบายรัฐธรรมนูญใหม่
กองทัพ 2–3 มีจุดยืน “ทหารอาชีพ/สมัครใจ” แต่ความลึกด้านโครงสร้างการกำกับ-โปร่งใส-ทรัพยากรยังไม่เห็นเป็นชุดเครื่องมือหลายมิติในหน้าที่ตรวจสอบได้
ราชการ 2 มีคำว่า “ปฏิรูประบบราชการทั้งระบบ/ลดกฎหมาย-ลดขั้นตอน” แต่ยังเป็นกรอบกว้างมากกว่ารายละเอียดเชิงสถาปัตยกรรมรัฐ
ทุนกินรวบ/ผูกขาด 2 ในชุดหลักที่ตรวจได้ทันที เน้นรัฐธรรมนูญ-รัฐ-กองทัพ มากกว่าชุด anti-monopoly แบบกลไกกฎหมายแข่งขันฯ ชัดๆ
สถาบันกษัตริย์/112 1 ยืนยันกรอบ “ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” แต่ไม่มีนโยบายหาเสียงที่ชี้การแก้โครงสร้างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันฯ

4.3 แนวโน้ม 2566 → 2569: “เพิ่มขึ้นหรือลดลง?”

เท่าที่ชี้ได้จากหลักฐานที่ตรวจสอบได้ทันที คะแนนเพื่อไทย “ค่อนข้างคงเดิม” ในหัวข้อที่คุณเจาะ (องค์กรอิสระ-กองทัพ-ราชการ-กรอบสถาบันฯ)

  • สิ่งที่ “คงเดิม”: ยืนยันแนวรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน, ทหารอาชีพ/สมัครใจ, ปฏิรูปราชการแบบกรอบกว้าง และยืนยันกรอบระบอบเดิมเรื่องสถาบันฯ
  • สิ่งที่ “ยังไม่เห็นเพิ่มความลึก”: รายละเอียดเชิงสถาบัน (ที่มา/ขอบเขตอำนาจ/กลไกตรวจสอบ) แบบเป็นระบบในหน้าแคตตาล็อกนโยบายที่ตรวจเจอได้ง่าย

มุมวิเคราะห์เสริม: บทวิเคราะห์นโยบายเลือกตั้ง 2569 ของสื่อบางสำนักชี้ว่า “เสียงปฏิรูป” รอบนี้โดยรวมดูแผ่วลงเมื่อเทียบกับก่อนหน้า (ใช้เป็นบริบทประกอบ ไม่ใช่หลักฐานนโยบายรายข้อ)

5) บทสรุปแบบ “คันฉ่องเชิงโครงสร้าง”

  1. พรรคประชาชน 2569 ยัง “ชนโครงสร้าง” สูงใน 4 มิติ: รัฐธรรมนูญ-องค์กรอิสระ, กองทัพ, ราชการ, กระบวนการยุติธรรม แต่ ลดความชัด ในมิติสถาบันกษัตริย์/112 เมื่อเทียบกับก้าวไกล 2566 (จากสิ่งที่ปรากฏบนเว็บนโยบายเลือกตั้ง)
  2. เพื่อไทย มี “ถ้อยคำแตะโครงสร้าง” ในแพ็กเกจรัฐธรรมนูญ (องค์กรอิสระ/กองทัพ/ราชการ) แต่ความลึกเชิงออกแบบสถาบันยังอยู่ระดับ 2–3 มากกว่าการ “ยกเครื่อง” พร้อมกลไกกำกับละเอียดแบบ 4–5
  3. ถ้าคุณต้องการ “เทียบแบบไม่ให้เถียงกันด้วยความรู้สึก” ให้ดู 2 ตัวชี้ขาด:
    • มีการพูดถึง “ที่มา-ขอบเขตอำนาจ-การถูกตรวจสอบได้” ของสถาบัน หรือไม่ (นี่คือแกนโครงสร้าง)
    • มีเครื่องมือระดับกฎหมาย/สถาปัตยกรรมรัฐ ระบุเป็นข้อๆ หรือเป็นเพียงคำประกาศเชิงหลักการ

เชิงอรรถ / แหล่งอ้างอิง (Endnotes)

  1. พรรคประชาชน (เลือกตั้ง 2569): นโยบาย “จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ฉบับประชาชน” (มีถ้อยคำ “ยกเครื่ององค์กรอิสระ” และรายละเอียดเรื่องศาล รธน./องค์กรอิสระ/สว./นิติสงคราม ฯลฯ) — election69.peoplesparty.or.th
  2. พรรคประชาชน (เลือกตั้ง 2569): หมวด “กองทัพทันสมัย” และหน้าย่อย “ประสิทธิภาพ เป็นทหารมืออาชีพ” (มีหัวข้อยกเลิกเกณฑ์ทหาร/ลดนายพล ฯลฯ) — กองทัพทันสมัย, ประสิทธิภาพ เป็นทหารมืออาชีพ
  3. พรรคประชาชน (เลือกตั้ง 2569): หมวด “ปฏิรูปรัฐและระบบราชการ” และหน้าย่อย “รัฐทันโลก ราชการทันสมัย/ปฏิรูปโครงสร้างระบบราชการ” — รัฐทันโลก ราชการทันสมัย, ปฏิรูปโครงสร้างระบบราชการ
  4. พรรคก้าวไกล (เลือกตั้ง 2566): นโยบาย “ปรับปรุงกฎหมายแข่งขันทางการค้า ทลายทุนผูกขาด” — election66.moveforwardparty.org
  5. พรรคก้าวไกล: สรุปข้อเสนอแก้ไขมาตรา 112 (เชิงเอกสาร) — iLaw: ilaw.or.th
  6. เวที/สรุปจุดยืนพรรคการเมืองต่อมาตรา 112 ช่วงเลือกตั้ง 2566 (บริบทการดีเบตสาธารณะ) — ประชาไท: prachatai.com
  7. พรรคเพื่อไทย: หน้านโยบาย “แก้รัฐธรรมนูญ” (มี bullet เรื่ององค์กรอิสระ/ปฏิรูปราชการ/ปฏิรูปกองทัพ-ยกเลิกเกณฑ์ทหารสมัครใจ/คงกรอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข) — ptp.or.th
  8. บริบทวิเคราะห์ “เสียงปฏิรูป” ในการเลือกตั้ง 2569 (ใช้เป็นบริบท ไม่ใช่ฐานคะแนนรายข้อ) — The101.world: the101.world

ข้อจำกัดข้อมูลเชิงเทคนิค: หน้า https://election.ptp.or.th/policy ดึงข้อความโดยสคริปต์ ทำให้เครื่องมืออ่านเว็บนี้ไม่สามารถดึงเนื้อหาได้โดยตรง จึงอ้างอิง “หน้าเว็บนโยบายหลักของพรรค” และแหล่งอื่นประกอบ

โดยส่วนตัว ผมเห็นใจพรรคเพื่อไทยและเข้าใจสภาพบังคับเชิงระบอบ แต่ถ้าเราจะแก้ปัญหาประเทศได้ ต้องกล้าแตะโครงสร้างที่แตะได้แล้วทำให้เราเชื่อว่าเท่าที่บอกว่าจะทำนั้น หากทำได้ประเทศจะขยับไปข้างหน้า

วิเคราะห์เชิงโครงสร้าง: นโยบาย “เพื่อไทย” ปี 2566 เทียบกับ “เพื่อไทย” ปี 2569 (เลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569)

วิเคราะห์เชิงโครงสร้าง: เพื่อไทย 2566 vs 2569 (เลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569)

วิเคราะห์เชิงโครงสร้าง: นโยบาย “เพื่อไทย” ปี 2566 เทียบกับ “เพื่อไทย” ปี 2569 (เลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569)

โฟกัส 5 แกนที่สหายร้องขอ: องค์กรอิสระ, กองทัพ, กลไกราชการ, โครงสร้างเศรษฐกิจทุนกินรวบ, และสถาบันกษัตริย์

กรอบเวลา: 2566 vs 2569 บริบทการเลือกตั้ง: 8 ก.พ. 2569 + ประชามติรัฐธรรมนูญ มุมมอง: “คะแนนเชิงโครงสร้าง” ไม่ใช่คะแนนความนิยม

นิยาม “แตะปัญหาเชิงโครงสร้าง” ในงานชิ้นนี้
หมายถึง “ข้อเสนอที่ไปแตะต้นตอของอำนาจ/กติกา/สถาบัน/แรงจูงใจ” มากกว่าเพียงมาตรการเชิงเทคนิคหรือเชิงงบประมาณระยะสั้น โดยจะให้คะแนนจาก 0–10 ต่อมิติ (0 = ไม่แตะ/เลี่ยงชัดเจน, 10 = แตะราก + มีเครื่องมือ + มีทิศทางการเปลี่ยนผ่าน)

ฐานข้อมูลที่ยึดถือ

  • ปี 2566 (เพื่อไทย): หน้า “แก้รัฐธรรมนูญ” ของพรรค (มีถ้อยคำเชิงโครงสร้างต่อองค์กรอิสระ กองทัพ ราชการ และกรอบ “ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข”).[1]
  • ปี 2569 (เพื่อไทย): ภาพรวมการสื่อสาร “นโยบายเด่น” ที่ถูกหยิบไปเป็นข่าวและใช้หาเสียงจริง เช่น “สร้างเศรษฐีเงินล้าน/ระบบใบเสร็จดิจิทัล/ขยายฐานภาษี-ดาต้าอินฟราสตรัคเจอร์”.[2][3]
  • ภาพรวมการเมืองเลือกตั้ง 2569: งานประเมินนโยบายของ 101 PUB ชี้ว่า “เสียงเรียกร้องปฏิรูป” ในสนามเลือกตั้งครั้งนี้โดยรวม “แผ่วลง” และแม้พรรคใหญ่ (รวมเพื่อไทย) สนับสนุนรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ “วิสัยทัศน์ต่อเนื้อหา” ยังไม่คมชัดนัก.[4]
  • บริบทวันเลือกตั้ง/ประชามติ: ข้อมูลกำกับจากช่องทางทางการของรัฐ (สว.).[5]

สรุปผลคะแนนเชิงโครงสร้าง (2566 → 2569)

ภาพรวม: เมื่อเทียบ 2566 กับ 2569 “น้ำหนักเชิงโครงสร้างของเพื่อไทย” ลดความเด่นลง ใน 3 แกนรัฐเชิงอำนาจ (องค์กรอิสระ–กองทัพ–ราชการ) แล้ว ย้ายศูนย์ถ่วงไปที่เศรษฐกิจเชิงเครื่องมือ (แรงจูงใจ/ดาต้า/ภาษี) ที่สื่อสารได้ง่ายและจับต้องได้กว่าในสนามหาเสียง.[2][3][4]

มิติ คะแนน 2566 คะแนน 2569 ทิศทาง เหตุผลย่อ (หลักฐานอ้างอิง)
องค์กรอิสระ 7/10 5/10 ลดลง 2566 มีถ้อยคำตรงว่า “กฎหมายองค์กรอิสระต้องเป็นอิสระ มีคานอำนาจ โปร่งใส”.[1] 2569 ภาพสื่อหาเสียงหลักไม่ยกเป็น “นโยบายเด่น” ชัดเจน และ 101 PUB ระบุว่าภาพรวมยัง “แผ่ว” ในรายละเอียดเชิงเนื้อหาแม้สนับสนุนรัฐธรรมนูญใหม่[4]
กองทัพ 7/10 4/10 ลดลงมาก 2566 ระบุ “ปฏิรูปกองทัพเป็นทหารมืออาชีพ” และ “ยกเลิกเกณฑ์ทหารเป็นสมัครใจ”.[1] 2569 ประเด็นกองทัพไม่ใช่แกนสื่อสารหลักของเพื่อไทยในข่าวนโยบายเด่น (เทียบกับเศรษฐกิจ/ภาษี/ดาต้า).[2][3][4]
กลไกราชการ 6/10 4/10 ลดลง 2566 มีถ้อยคำ “ปฏิรูประบบราชการทั้งระบบ” + “ลดกฎหมาย ลดขั้นตอน ลดดุลยพินิจ”.[1] 2569 สารที่ถูกดันขึ้นหน้าเป็น “นโยบายเด่น” ไปอยู่ที่การสร้างแรงจูงใจให้เข้าระบบใบเสร็จ/ข้อมูลรัฐ มากกว่าการรื้อโครงสร้างราชการแบบเป็นแพ็กชัด ๆ ในสนาม.[2][3]
ทุนกินรวบ/โครงสร้างตลาด 5/10 6/10 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2569 มีการสื่อสารเชิง “ทลายผูกขาด” ในบางตลาด (ตัวอย่างกรณีส่งออกข้าว) พร้อมตัวเลขและมาตรการลดข้อจำกัดเพื่อเปิดโอกาสรายย่อย.[6][7] แต่ภาพรวม 2569 ยังขับด้วย “มาตรการเชิงแรงจูงใจ/ภาษี/ดาต้า” มากกว่ากรอบการรื้อทุนผูกขาดทั้งระบบแบบเป็นวาระแห่งชาติ.[2][3][4]
สถาบันกษัตริย์ 3/10 3/10 ทรงตัว 2566 ระบุชัดว่า “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” จะคงรูปแบบ “ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข”.[1] 2569 ในพื้นที่นโยบายเด่นที่ถูกผลักดันสู่สาธารณะ/สื่อกระแสหลัก ไม่ปรากฏว่าเพื่อไทยเสนอ “การปรับบทบาทสถาบันฯ” เป็นแพ็กเชิงนโยบายหาเสียง และภาพรวมการปฏิรูปเนื้อหาในสนามถูกประเมินว่า “แผ่ว”.[4]

ข้อสังเกตเชิงยุทธศาสตร์: หากมองแบบ “การตลาดการเมือง” เพื่อไทยในปี 2569 เหมือนเลือกใช้ “ประโยคที่เห็นผลเร็วและวัดผลได้” (ภาษี/ดาต้า/แรงจูงใจ/กำลังซื้อ) เป็นหัวหอก ขณะที่ “โครงสร้างอำนาจ” (กองทัพ–องค์กรอิสระ–ราชการ) ถูกวางไว้ระดับรองหรือพูดแบบกว้าง ๆ มากกว่า “แพ็กละเอียดพร้อมกลไกเปลี่ยนผ่าน”.[2][3][4]


เจาะ 5 มิติ: 2566 vs 2569 แบบลงรายละเอียด

1) องค์กรอิสระ 2566: 7/10 → 2569: 5/10

2566: มีถ้อยคำเชิงโครงสร้าง “ตรงประเด็น” และผูกกับงานแก้รัฐธรรมนูญ เช่น ย้ำความเป็นอิสระ การคานอำนาจ และความโปร่งใสขององค์กรอิสระ.[1]

2569: แม้บรรยากาศเลือกตั้งครั้งนี้มี “รัฐธรรมนูญใหม่” เป็นประเด็นร่วม (และเพื่อไทยอยู่ฝั่งสนับสนุน) แต่ 101 PUB ชี้ว่าหลายพรรค “แผ่ว” ในวิสัยทัศน์ต่อ “เนื้อหา” และรายละเอียดเชิงระบบ.[4] เมื่อดู “นโยบายเด่น” ที่ถูกสื่อสารรายวันของเพื่อไทย ภาพนำคือเศรษฐกิจ/ภาษี/ดาต้า มากกว่าองค์กรอิสระ.[2][3]

2) กองทัพ 2566: 7/10 → 2569: 4/10

2566: วางหมุดชัด—“กองทัพมืออาชีพ” ป้องกันการก้าวก่ายการเมือง และเดินหน้า “สมัครใจแทนเกณฑ์บังคับ”.[1]

2569: ในสนามสื่อสารล่าสุด ประเด็นกองทัพไม่ได้ถูกดันเป็น “นโยบายเด่น” เท่าเศรษฐกิจ/ภาษี/ดาต้า (ซึ่งครองพื้นที่ข่าวมากกว่า).[2][3][4] ผลคือ “ความคมเชิงโครงสร้าง” ต่ออำนาจทหารในเชิงหาเสียง ลดความเด่นลง เมื่อเทียบกับ 2566.

3) กลไกราชการ 2566: 6/10 → 2569: 4/10

2566: มีคำประกาศ “ปฏิรูประบบราชการทั้งระบบ” และเจาะเครื่องมือ “ลดกฎหมาย/ลดขั้นตอน/ลดดุลยพินิจ”.[1]

2569: นโยบายเด่นของเพื่อไทยที่ถูกสื่อสารหนักอยู่ในชุด “ดาต้า–ใบเสร็จ–ขยายฐานภาษี” ซึ่งเป็นการ “ปรับสภาพรัฐผ่านข้อมูลและแรงจูงใจ” มากกว่า “ผ่ากลางโครงสร้างราชการ” แบบเป็นแพ็กปฏิรูปในพื้นที่สาธารณะ.[2][3]

4) โครงสร้างเศรษฐกิจทุนกินรวบ 2566: 5/10 → 2569: 6/10

สัญญาณเชิงโครงสร้างที่ “เพิ่ม” ใน 2569: มีการชูแนวทาง “ทลายผูกขาด” ในบางตลาด (เช่น ตลาดส่งออกข้าว) พร้อมตัวเลขผู้ส่งออก/มูลค่าส่งออก และมาตรการลดเงื่อนไขเพื่อเปิดพื้นที่รายย่อย.[6][7]

แต่ยังไม่ถึงระดับ “รื้อทุนกินรวบทั้งระบบ”: นโยบายที่ดังที่สุดในรอบนี้กลับเป็นการเพิ่มรายได้รัฐผ่านการขยายฐานภาษีและ “Data Infrastructure” ซึ่งช่วยรัฐ “เห็น” เศรษฐกิจมากขึ้น แต่ไม่เท่ากับการปรับสมการอำนาจตลาด/การแข่งขันในภาพใหญ่แบบครบวงจร.[2][3]

5) สถาบันกษัตริย์ 2566: 3/10 → 2569: 3/10

2566: ระบุชัดเจนว่าการทำรัฐธรรมนูญใหม่จะ “คงรูปแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข”.[1]

2569: ในพื้นที่นโยบายเด่นที่ถูกสื่อสารผ่านสื่อหลัก เพื่อไทยไม่ได้ทำให้ “สถาบันฯ” เป็นวาระเชิงนโยบายหาเสียง และภาพรวมการถก “เนื้อหาโครงสร้าง” ในสนามถูกประเมินว่าแผ่วลง แม้จะมีประชามติรัฐธรรมนูญใหม่เป็นฉากหน้า.[4][5]


ข้อสรุปแบบ “คันฉ่องส่องโครงสร้าง”

ข้อสรุปเดียวที่ต้องกล้าพูด

“เพื่อไทย 2566” แสดงท่าทีเชิงโครงสร้างต่อ รัฐเชิงอำนาจ ชัดกว่า (องค์กรอิสระ–กองทัพ–ราชการ).[1] แต่ “เพื่อไทย 2569” เลือกวางศูนย์ถ่วงไปที่ รัฐเชิงเครื่องมือเศรษฐกิจ (ภาษี–ข้อมูล–แรงจูงใจ–กำลังซื้อ) ซึ่งสื่อสารง่ายและจับต้องได้กว่าในสนามหาเสียง.[2][3][4]

ถ้าจะถามว่า “เพิ่มขึ้นหรือลดลง?”

  • ลดลง: องค์กรอิสระ, กองทัพ, กลไกราชการ (ลดความเด่นและรายละเอียดในพื้นที่หาเสียง)
  • เพิ่มขึ้นเล็กน้อย/เฉพาะจุด: ทุนผูกขาด (มีกรณี “ทลายผูกขาด” บางตลาดที่ถูกยกเป็นผลงาน/นโยบาย)
  • ทรงตัว: สถาบันกษัตริย์ (คงกรอบ “มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” และไม่ยกระดับเป็นวาระเชิงนโยบายหาเสียงในกระแสหลัก)

เชิงอรรถและบรรณานุกรม (APA 7)

  1. พรรคเพื่อไทย. (ไม่ปรากฏปี). นโยบายแก้รัฐธรรมนูญ. เข้าถึงเมื่อ 26 มกราคม 2569, จากเว็บไซต์พรรคเพื่อไทย. (มีถ้อยคำ: ปฏิรูประบบราชการทั้งระบบ; องค์กรอิสระต้องอิสระ-คานอำนาจ-โปร่งใส; ปฏิรูปกองทัพ/สมัครใจแทนเกณฑ์; คง “ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข”).
    แหล่งข้อมูล: ptp.or.th (political-policy)
  2. PPTV Online. (2569, 23 มกราคม). เลือกตั้ง 2569: “เพื่อไทย” เปิดนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้าน ลุ้นรางวัล วันละ 9 ล้าน 9 คน. (สาระ: ใบเสร็จ/แรงจูงใจ/ขยายฐานภาษี/เพิ่มข้อมูลรัฐ).
    แหล่งข้อมูล: pptvhd36.com/wealth/economic/266795
  3. PPTV Online. (2569, 25 มกราคม). เลือกตั้ง 2569: “จุลพันธ์” แจง นโยบาย “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน” ไม่ใช่นโยบายแจกเงิน. (สาระ: มองเป็นการลงทุน “Data Infrastructure”, ยกกรณีศึกษาและตัวเลข ROI).
    แหล่งข้อมูล: pptvhd36.com/news/การเมือง/266852
  4. 101 PUB. (2569, 16 มกราคม). ประเมินนโยบายเลือกตั้ง 69 จะพาคนไทย ‘หก’ หรือ ‘ก้าว’: รัฐไทยจะถูกอัพเกรด? (สาระ: “เสียงเรียกร้องปฏิรูป…แผ่วลง”; พรรคใหญ่รวมเพื่อไทยสนับสนุนรัฐธรรมนูญใหม่แต่ “วิสัยทัศน์ต่อเนื้อหา” ยังแผ่ว).
    แหล่งข้อมูล: 101pub.org/2026-policy-evaluation-ep1
  5. วุฒิสภาไทย. (2569, 13 มกราคม). แนะนำการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ 8 กุมภาพันธ์ 2569.
    แหล่งข้อมูล: senate.go.th (Update/395)
  6. ไทยรัฐออนไลน์. (2569, 19 มกราคม). เพื่อไทย แจงเป็นผู้เริ่มนโยบายทลายผูกขาดส่งออกข้าว เปิดโอกาสรายย่อยส่งออก. (มีตัวเลขผู้ส่งออก, มูลค่าส่งออก, มาตรการลดข้อจำกัด).
    แหล่งข้อมูล: thairath.co.th/news/politic/2908730
  7. พรรคเพื่อไทย. (2569). เพื่อไทยแจงเป็นผู้เริ่มนโยบายทลายผูกขาดส่งออกข้าว… (ข่าวพรรค).
    แหล่งข้อมูล: ptp.or.th/archives/45019

หมายเหตุ: คะแนนเป็น “การประเมินเชิงกรอบ” จากสัญญาณนโยบายที่ถูกสื่อสารและถูกยกเป็นวาระหาเสียงจริง (public salience) เทียบกับข้อความเชิงโครงสร้างที่ปรากฏบนหน้า/เอกสารทางการของพรรคและบทประเมินนโยบายของสำนักวิชาการ/สื่อวิเคราะห์ ซึ่งสอดคล้องกับข้อสังเกตว่า “การปฏิรูปเชิงเนื้อหาในสนามเลือกตั้ง 2569 โดยรวมแผ่วลง”.[4]

โพสต์ล่าสุด

วัด “ความเป็นนโยบายเชิงโครงสร้าง” : พรรคก้าวไกล (2566) → พรรคประชาชน (2569) และเพื่อไทย (2566 → 2569)

วัด “ความเป็นนโยบายเชิงโครงสร้าง” : พรรคก้าวไกล (2566) → พรรคประชาชน (2569) และเพื่อไทย (2566 → 2569) วัด “ความเป็น...

Popular Posts