ตัวอย่างประเทศที่การเลือกตั้งเป็นเพียงพิธีการ เพื่อผลที่ถูกกำหนดไว้แล้ว

ตัวอย่างประเทศที่การเลือกตั้งเป็นเพียงพิธีการ

ตัวอย่างประเทศที่การเลือกตั้งเป็นเพียงพิธีการ

ประเทศที่การเลือกตั้งถูกมองว่าเป็นเพียงพิธีการ โดยผลลัพธ์ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น การซื้อเสียง การโกงนับคะแนน การตัดสิทธิฝ่ายค้าน และการตั้งกติกาที่กดดันฝ่ายตรงข้าม ทำให้ผู้นำเผด็จการสามารถสืบทอดอำนาจได้หลายทศวรรษ:

ตัวอย่างทั่วโลก

  • รัสเซีย (Russia): ภายใต้การปกครองของวลาดิมีร์ ปูตินตั้งแต่ปี 1999 การเลือกตั้งถูกควบคุมผ่านการฉ้อโกงขนาดใหญ่ เช่น การประมาณว่ามีเสียงปลอมถึง 22 ล้านเสียงในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 รวมถึงการปราบปรามฝ่ายค้าน การเซ็นเซอร์สื่อ และการจับกุมนักวิจารณ์ ทำให้ปูตินชนะด้วยคะแนนถล่มทลายทุกครั้ง.
  • เวเนซุเอลา (Venezuela): ตั้งแต่ยุคฮูโก ชาเวซ (1999) จนถึงนิโคลัส มาดูโรในปัจจุบัน การเลือกตั้งถูกกำกับด้วยการข่มขู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การยักย้ายบัตรลงคะแนน การใช้ทรัพยากรรัฐเพื่อซื้อเสียง และการห้ามผู้สมัครฝ่ายค้านลงแข่ง ทำให้มาดูโรประกาศชัยชนะแม้ฝ่ายค้านมีหลักฐานแสดงผลจริงที่ต่างออกไป ส่งผลให้ระบอบนี้ยืดเยื้อท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ.
  • เบลารุส (Belarus): อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโกปกครองตั้งแต่ปี 1994 โดยการเลือกตั้งถูกจัดว่าเป็นการแสดงเพื่อรักษาภาพลักษณ์ แต่เต็มไปด้วยการฉ้อโกง การปราบปรามฝ่ายค้าน การห้ามพรรคตรงข้ามลงแข่ง และการนับคะแนนที่ไม่โปร่งใส ทำให้เขาชนะทุกครั้งและสืบทอดอำนาจนานกว่า 3 ทศวรรษ.
  • ตูนิเซีย (Tunisia): ในปี 2024 ประธานาธิบดีไกส์ ไซเอ็ดได้รับคะแนนกว่า 90% หลังจากจับกุมหรือตัดสิทธิผู้สมัครฝ่ายค้านเกือบทั้งหมด การปฏิเสธให้องค์กรสังเกตการณ์เข้าตรวจสอบ และการใช้กฎหมายกดดัน ทำให้การเลือกตั้งกลายเป็นเครื่องมือยืดอายุอำนาจแม้ประเทศเคยผ่านการปฏิวัติประชาธิปไตย.

ตัวอย่างในเอเชีย

  • กัมพูชา (Cambodia): ภายใต้การปกครองของฮุน เซนตั้งแต่ปี 1985 และตอนนี้ฮุน มานี ลูกชายของเขา การเลือกตั้งถูกกำกับผ่านการห้ามพรรคฝ่ายค้านลงแข่ง การจับกุมนักวิจารณ์ และการใช้กฎหมายกดดัน ทำให้พรรค CPP ชนะถล่มทลายทุกครั้ง เช่น ในปี 2023 ที่ถูกวิจารณ์จากนานาชาติว่าไม่เป็นธรรม.
  • จีน (China): ภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์จีนตั้งแต่ปี 1949 การเลือกตั้งระดับชาติไม่มีจริง แต่มีเลือกตั้งท้องถิ่นที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ผู้สมัครต้องได้รับการอนุมัติจากพรรค และสื่อถูกเซ็นเซอร์ ทำให้ซี จิ้นผิงสืบทอดอำนาจแบบไม่มีขีดจำกัด.
  • เกาหลีเหนือ (North Korea): ภายใต้ตระกูลคิมตั้งแต่ปี 1948 การเลือกตั้งเป็นเพียงการยืนยันผู้นำ ผู้มีสิทธิ์ต้องลงคะแนนให้ผู้สมัครคนเดียวจากพรรคเดียว และไม่มีการแข่งขันจริง ทำให้คิม จองอึนปกครองแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จ.
  • เวียดนาม (Vietnam): ภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามตั้งแต่ปี 1976 การเลือกตั้งถูกจัดให้ดูเหมือนเปิดกว้างแต่ผู้สมัครต้องได้รับการอนุมัติจากพรรค และฝ่ายค้านถูกปราบปราม ทำให้พรรคชนะเกือบทั้งหมด เช่น ในปี 2021 ที่พรรคได้ 97% ของที่นั่ง.
  • ลาว (Laos): ภายใต้พรรคปฏิวัติประชาชนลาวตั้งแต่ปี 1975 การเลือกตั้งเป็นเพียงรูปแบบ โดยผู้สมัครถูกคัดเลือกจากพรรคเดียว และไม่มีฝ่ายค้าน ทำให้พรรคปกครองแบบเบ็ดเสร็จและสืบทอดอำนาจต่อเนื่อง.

ประเทศเหล่านี้มักถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "electoral authoritarianism" ที่ใช้การเลือกตั้งเพื่อสร้างความชอบธรรม แต่ในทางปฏิบัติกลับรักษาการควบคุมอำนาจแบบเผด็จการไว้. (ที่มา: การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ในปี 2026)

โพสต์ล่าสุด

สภาประชาชน: ความจำเป็นของพลังประชาชนในยุคที่การเมืองในระบบถูกยึดครองโดยคณาธิปไตย

สภาประชาชน: ความจำเป็นของพลังประชาชนในยุคที่การเมืองในระบบถูกยึดครองโดยคณาธิปไตย บทความภาคประชาชน ส...

Popular Posts