เวเนซุเอลา: ยุทธศาสตร์พลังงาน-ภูมิรัฐศาสตร์ของทรัมป์ กับเกมตัดท่อน้ำมันของจีน

เวเนซุเอลา: ยุทธศาสตร์พลังงาน-ภูมิรัฐศาสตร์ของทรัมป์ กับเกมตัดท่อน้ำมันของจีน
Strategic Reading · Energy Geopolitics

เวเนซุเอลา: ยุทธศาสตร์พลังงาน-ภูมิรัฐศาสตร์ของทรัมป์ กับเกม “ตัดท่อน้ำมัน” ของจีนโดยไม่ชนตรง

สาระหลัก: จากกระแสวิเคราะห์ในสื่อออนไลน์ (รวมถึงคลิป AI) สู่กรอบอธิบายเชิงรัฐศาสตร์พลังงาน ว่าทำไม “เวเนซุเอลา” จึงอาจถูกใช้เป็นคันโยกเพื่อกดดันจีน—ผ่านอุปทานน้ำมัน, รายได้รัฐ, และเครือข่ายน้ำมันคว่ำบาตร (เช่น อิหร่าน) โดยไม่ต้องเปิดฉากสงครามกับปักกิ่ง

อัปเดตบริบท: ม.ค. 2026 แกนคิด: America First × Energy Chokepoints

บทนำ: เมื่อ “คลิปไวรัล” บังเอิญชนกับตรรกะยุทธศาสตร์จริง

ในช่วงไม่กี่วันมานี้ผมเสนอความเห็นที่สอดคล้องกับกระแสที่กำลังมาแรงว่า การแทรกแซงเวเนซุเอลาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ใช่ “อารมณ์” หรือ “โชว์กำลัง” แบบไร้ทิศทาง แต่เป็นการคำนวณเชิงพลังงาน เพื่อทำลายห่วงโซ่อุปทานน้ำมันราคาถูก/น้ำมันคว่ำบาตร ที่จีนใช้พยุงเศรษฐกิจและความทะเยอทะยานทางทหาร-เทคโนโลยี—โดยเฉพาะน้ำมันจากแหล่งที่ถูกคว่ำบาตรหรือมีความเสี่ยงสูง เช่น อิหร่าน และการพึ่งพาช่องทางสีเทา (“shadow fleets”) ในตลาดพลังงานโลก และเป็นการจัด "ระบอบ" โลกแบบที่เหนือชั้นและเด็ดขาด

มองด้วยตรรกะ: หากสหรัฐฯ สามารถ “ยึดคันโยกน้ำมันเวเนซุเอลา” ได้จริง—ทั้งการจัดการรายได้, เส้นทางส่งออก, และการลงทุนฟื้นกำลังผลิต— ก็เท่ากับสหรัฐฯ เพิ่มอำนาจต่อรองด้านพลังงานโลก และลดพื้นที่หายใจของจีนในสมรภูมิพลังงาน โดยไม่ต้องยิงกระสุนนัดเดียวใส่จีน

สิ่งที่น่าสนใจคือ ตรรกะแบบนี้ไม่ได้อยู่แค่ในคลิปไวรัลทางสื่อสังคมออนไลน์ทั้งหลาย แต่เริ่ม “ทับซ้อน” กับคำอธิบายในสื่อกระแสหลักมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ เดินหน้า “ควบคุมการจัดการรายได้จากน้ำมันเวเนซุเอลา” และผลักดันบริษัทพลังงานสหรัฐฯ ให้เข้าไปลงทุนฟื้นโครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่เสื่อมโทรมของเวเนซุเอลา พร้อม ๆ กับการล็อคเป้ากรีนแลนด์ (ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่ต้องวิเคราะห์ต่อได้อีก) [1][2][3]

1) ทำไมต้อง “เวเนซุเอลา”: น้ำมันมหาศาล แต่ผลิตได้ต่ำ—จึงเป็นทั้งขุมทรัพย์และคอขวด

เวเนซุเอลาถูกพูดถึงในฐานะ “ประเทศที่มีน้ำมันสำรองพิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลก” โดยตัวเลขที่ถูกอ้างบ่อยคือราว 303 พันล้านบาร์เรล (สัดส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดิบหนัก/extra-heavy ในเขต Orinoco Belt) [4][5]

แต่น้ำมันจำนวนมหาศาลไม่ได้แปลว่า “ปั๊มได้ง่าย” เวเนซุเอลามีปัญหาเชิงโครงสร้างซ้ำซ้อน—ตั้งแต่การลงทุนไม่ต่อเนื่อง, การบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจพลังงาน, การคว่ำบาตร, ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่เสื่อมโทรม—จนทำให้กำลังผลิตจริง ต่ำกว่าศักยภาพอย่างมาก (บางช่วงถูกอธิบายว่า “ถือสำรองระดับยักษ์ แต่ผลิตได้ไม่ถึง 1 ล้านบาร์เรล/วัน”) [4][6]

น้ำมันดิบหนัก = เทคโนโลยี & เงินทุน

น้ำมันดิบหนักต้องการการลงทุนและเทคนิคเฉพาะ (ทั้งขั้นผลิตและกลั่น) จึงเปิดช่องให้ผู้ถือเทคโนโลยี/เงินทุน กลายเป็น “ผู้กำหนดเกม” มากกว่าผู้ถือทรัพยากรบนแผนที่ [5][6]

เสื่อมโทรมเชิงระบบ แต่เป็นโอกาสสำหรับผู้เข้าควบคุม

เมื่อโครงสร้างพื้นฐานผุพังและเงินทุนขาดแคลน “ฝ่ายที่เข้ามาจัดระบบใหม่” สามารถแลกความช่วยเหลือกับเงื่อนไขเชิงอธิปไตย/รายได้ หรือเส้นทางส่งออกได้ง่ายขึ้น [6][3]

นี่คือเหตุผลเชิงยุทธศาสตร์ว่าเหตุใดเวเนซุเอลาจึงเหมือน “สวิตช์ไฟใหญ่” ในห้องพลังงานโลก: ถ้าใครสามารถทำให้เวเนซุเอลากลับมาผลิตได้มากขึ้นและส่งออกตามช่องทางที่ตนควบคุม—ก็เท่ากับได้อำนาจต่อรองทั้งด้านราคา, ความมั่นคงพลังงาน, และเสถียรภาพในภูมิภาคซีกโลกตะวันตกไปพร้อมกัน

2) จาก “ปราบยาเสพติด/ระบอบ” สู่ “ยึดคันโยกน้ำมัน”: รูปแบบปฏิบัติการที่ชี้ไปทางพลังงาน

สื่อหลายแห่งอธิบายว่า สหรัฐฯ ไม่ได้หยุดที่การกดดันทางการเมือง แต่ขยับเข้าสู่การจัดการ “รายได้และการขายน้ำมัน” โดยตรง—ตั้งแต่การกันรายได้จากน้ำมันไว้ในบัญชีที่สหรัฐฯ ควบคุม ไปจนถึงการออกมาตรการกันเจ้าหนี้/ศาลยึดรายได้ดังกล่าว เพื่อให้รัฐสามารถ “บริหารเงิน” ในทิศทางที่วอชิงตันอ้างว่าเพื่อเสถียรภาพและการฟื้นประเทศ [1][2][7]

ในเชิงยุทธศาสตร์พลังงาน การคุม “กระแสเงิน” สำคัญพอ ๆ กับการคุม “กระแสน้ำมัน” เพราะรายได้คือเชื้อเพลิงของรัฐ: ใครคุมรายได้จากทรัพยากรหลักได้ ก็สามารถคุมทิศทางการฟื้นโครงสร้างพื้นฐาน, การชำระหนี้, การให้สัมปทาน, และการกำหนดคู่ค้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องประกาศอาณานิคม—แต่ผลลัพธ์อาจคล้าย “อธิปไตยแบบมีเงื่อนไข” ในทางปฏิบัติ

สัญญาณที่ทำให้ “กรอบพลังงาน” น่าเชื่อ: การประชุมกับผู้บริหารบริษัทน้ำมัน, การพูดถึงเม็ดเงินลงทุนระดับใหญ่, การชี้ว่าบางส่วนของน้ำมันจะถูกส่งไปยังโรงกลั่นสหรัฐฯ ที่เหมาะกับน้ำมันเวเนซุเอลา และการวางโครง “ควบคุมการขาย/รายได้” ในระยะยาว [1][2][7]

จะเห็นได้ว่าถ้าสหรัฐฯ บริหารน้ำมันเวเนซุเอลาได้จริง ผลกระทบจะไม่หยุดอยู่ที่คารากัส แต่สะเทือนไปถึงปักกิ่ง—เพราะพลังงานเป็นฐานของทุกระบบ ตั้งแต่การผลิตอุตสาหกรรมหนัก ไปจนถึงระบบดิจิทัลและการทหารสมัยใหม่

3) เป้าหมายที่แท้: ไม่ใช่แค่ “ชนะเวเนซุเอลา” แต่คือ “บีบจีน” ผ่านสมการน้ำมันคว่ำบาตรและน้ำมันราคาถูก

หากเราย้ายมุมมองจาก “การเมืองภายในเวเนซุเอลา” ไปสู่ “สงครามเย็นพลังงาน” ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จะเห็นภาพชัดขึ้น: จีนต้องการพลังงานมหาศาลเพื่อคงการเติบโตและความสามารถเชิงยุทธศาสตร์ ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ต้องการลด “พื้นที่หายใจ” ของจีนในระบบพลังงานโลก โดยเฉพาะพื้นที่ที่อาศัยการนำเข้าน้ำมันจากแหล่งเสี่ยง/คว่ำบาตร หรือการทำธุรกรรมผ่านช่องทางสีเทา

3.1 “การตัดท่อน้ำมัน” แบบไม่ยิงปืนใส่จีน

ถ้าจีนถูกบีบให้ต้องซื้อพลังงานแพงขึ้น, ผ่านช่องทางที่ถูกจับตามองมากขึ้น, หรือสูญเสียแหล่งน้ำมันราคาถูกบางส่วน ย่อมเกิดต้นทุนต่อเนื่องเป็นลูกโซ่—ต่อราคาสินค้า, ต่อเสถียรภาพภาคอุตสาหกรรม, ต่อความสามารถในการอุดหนุนเทคโนโลยี, และต่อการคงกำลังของรัฐในระยะยาว แม้จะไม่มีการสู้รบระหว่างกองทัพสหรัฐฯ กับจีนโดยตรง

3.2 เวเนซุเอลาในฐานะ “จุดบีบ” ของห่วงโซ่พลังงานโลก

เมื่อสหรัฐฯ ขยับจากมาตรการคว่ำบาตรไปสู่การ “จัดการการขาย/รายได้” และดึงบริษัทพลังงานสหรัฐฯ เข้ามาเป็นกลไก ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้คือ เวเนซุเอลาจะถูกดึงกลับเข้าสู่ระบบพลังงานที่สหรัฐฯ และพันธมิตรควบคุมมากขึ้น ซึ่งย่อมกระทบต่อบทบาทของจีนในเวเนซุเอลาและละตินอเมริกา รวมถึงความมั่นคงด้านอุปทานในภาพรวม [3][8]

  • ในมุมจีน เวเนซุเอลาไม่ใช่แค่ “น้ำมัน” แต่คือ “อิทธิพล” และ “หลักประกัน” ในภูมิภาคที่สหรัฐฯ ต้องการคุมเกม (ซีกโลกตะวันตก/แนวคิด Monroe Doctrine เวอร์ชันร่วมสมัย)
  • ในมุมสหรัฐฯ การยึดคันโยกน้ำมันเวเนซุเอลา คือการทำให้จีนต้อง “จ่ายแพงขึ้น เสี่ยงขึ้น และพึ่งพาตลาดที่ถูกสหรัฐฯ เฝ้าดูมากขึ้น” ในเวลาเดียวกันก็เพิ่มอำนาจต่อรองของสหรัฐฯ ในระบบพลังงานโลก

4) เหตุผลที่เกมนี้ “เข้ากรอบ America First”: ใช้ทรัพยากรโลกเพื่อเสริมฐานอำนาจในบ้าน

ในกระดูกสันหลังของแนวคิด America First มี “ความย้อนแย้ง” ที่คนมักมองข้าม: การจะ “มาก่อน” ได้จริง ไม่ใช่แค่ลดภาระต่างประเทศ แต่ต้องคุมตัวแปรที่ทำให้เศรษฐกิจและความมั่นคงของสหรัฐฯ แข็งแรงขึ้น และหนึ่งในตัวแปรที่ทรงพลังที่สุดคือพลังงาน—เพราะพลังงานกระทบทั้งเงินเฟ้อ, ต้นทุนการผลิต, การขนส่ง, ความสามารถการแข่งขัน และความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์

เมื่อมีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการดึงน้ำมันเวเนซุเอลาเข้าสู่ระบบโรงกลั่นที่เหมาะกับน้ำมันประเภทนี้ และพูดถึงการส่งมอบน้ำมันหลายสิบล้านบาร์เรล พร้อมกันกับการจูงใจการลงทุนขนาดใหญ่ ภาพที่ปรากฏจึงไม่ใช่ “ปฏิบัติการทหารโดด ๆ” แต่เป็นแพ็กเกจพลังงาน-การเมือง-การเงิน [1][7][2]

แก่นตีความ: ถ้าพลังงานคือ “เลือด” ของเศรษฐกิจโลก การคุมเลือดบางเส้นคือการคุมจังหวะของคู่แข่ง ยุทธศาสตร์ที่ดีจึงมักเลือก “ตัดเส้นเลือดที่ทำให้คู่แข่งมีแรง” แทนการชนตรงที่หน้าอก

5) ข้อจำกัดและตัวแปรที่ทำให้ผลลัพธ์ “ไม่อัตโนมัติ”: น้ำมันเยอะไม่ได้แปลว่าเกมจบ

แม้กรอบ “พลังงานเป็นยุทธศาสตร์” จะอธิบายได้มาก แต่ก็ต้องยอมรับตัวแปรจริงที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นเส้นตรง เพราะเวเนซุเอลาคือระบบที่ซับซ้อน และน้ำมันดิบหนักคือทรัพยากรที่ต้องใช้เวลาในการแปลงเป็นกำลังผลิตจริง

ฟื้นกำลังผลิตต้องใช้เวลา

โครงสร้างพื้นฐานที่ผุพังต้องการเงินทุน อุปกรณ์ และความต่อเนื่องทางนโยบาย ต่อให้มี “เจตจำนงทางการเมือง” ก็ไม่ได้ทำให้บ่อน้ำมันกลับมาปั๊มได้เต็มกำลังทันที [6][4]

เกมหนี้/ข้อพิพาททรัพย์สิน

เวเนซุเอลามีประวัติข้อพิพาททรัพย์สินและการอายัด/เรียกร้องจากเจ้าหนี้ การกันรายได้ไว้ภายใต้การคุมของรัฐ/สหรัฐฯ จึงสะท้อนว่ารัฐบาลเห็น “ความเสี่ยงเชิงกฎหมาย” เป็นตัวแปรใหญ่ [1][7]

จีนมีทางเลือก แต่ต้นทุนเพิ่ม

จีนอาจหันไปพึ่งแหล่งอื่น เช่น รัสเซีย ตะวันออกกลาง หรือแอฟริกา แต่ทุกทางเลือกมีต้นทุนด้านราคา โลจิสติกส์ และความเสี่ยงทางการเมือง แล้วแน่นอนว่าจีนต้องดิ้นใหญ่แน่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องจ้องอย่างไม่กระพริบตากันต่อ [8]

แรงเสียดทานระหว่างประเทศ

ปฏิบัติการที่โยงกับการควบคุมทรัพยากรย่อมสร้างแรงเสียดทานจากหลายฝ่าย และอาจเปลี่ยนสมการความร่วมมือ/การต่อต้านในภูมิภาคได้ตลอดเวลา [2][8]

กล่าวให้ชัด: “เวเนซุเอลาเป็นคันโยก” ก็จริง แต่เป็นคันโยกที่ต้องใช้ช่างซ่อม—และต้องมีแรงส่งทางการเมือง, เงินทุน, และความต่อเนื่องเพื่อให้มันทำงานได้ตามที่กรอบยุทธศาสตร์คาดหวัง

สรุปเชิงยุทธศาสตร์: 7 ข้อที่ควรจับตา (เพื่อดูว่า ‘ตรรกะพลังงาน’ จะเป็นจริงแค่ไหน)

  1. สหรัฐฯ จะ “คุมรายได้จากน้ำมัน” ได้นานและแน่นเพียงใด (บัญชี, กลไกการจ่าย, การกันเจ้าหนี้)? [1][7]
  2. การลงทุนของบริษัทสหรัฐฯ จะเกิดจริงหรือเป็นเพียงข่าวการเมือง—และจะเกิดภายใต้เงื่อนไขอะไร? [1][2]
  3. กำลังผลิตเวเนซุเอลาจะฟื้น “ในทางกายภาพ” ได้เร็วแค่ไหน (อุปกรณ์, ชิ้นส่วน, คน, เงิน)? [6]
  4. เส้นทางส่งออกจะถูก “จัดระเบียบใหม่” ไปทางสหรัฐฯ/พันธมิตรในสัดส่วนเท่าใด? [7][3]
  5. จีนจะตอบอย่างไร: ย้ายพอร์ตพลังงาน, เพิ่มการถือครองสำรอง, หรือเร่งแผนลดพึ่งน้ำมัน? [8]
  6. สมการ “น้ำมันคว่ำบาตร/น้ำมันสีเทา” จะถูกบีบให้แพงขึ้น/เสี่ยงขึ้นจริงหรือไม่ (shadow fleets, ตัวกลาง, การชำระเงิน)? [8]
  7. ถ้าจีนต้องจ่ายพลังงานแพงขึ้น ผลกระทบจะไปโผล่ที่ไหนก่อน: ภาคอุตสาหกรรม, การส่งออก, หรือการอุดหนุนเทคโนโลยี/การทหาร?

หาก 4–5 ข้อแรก “เดินหน้าเป็นรูปธรรม” ตรรกะที่กล่าวมาจะยิ่งมีน้ำหนักขึ้นในฐานะคำอธิบายเชิงยุทธศาสตร์ ที่ไม่ใช่แค่การตีความทางการเมืองแบบเลือกข้าง

เอกสารอ้างอิงและข่าวประกอบ

หมายเหตุ: รายการนี้คัดมาเพื่อรองรับ “ข้อเท็จจริงหลัก” ที่อยู่ใต้กรอบวิเคราะห์ ได้แก่ (1) กลไกการคุมรายได้/การขายน้ำมัน (2) สภาพอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลา (3) ตัวเลขสำรองน้ำมันและลักษณะน้ำมันดิบหนัก

  1. Reuters (10 Jan 2026) — รายงานคำสั่งฝ่ายบริหารสหรัฐฯ เพื่อกันรายได้จากน้ำมันเวเนซุเอลาไม่ให้ถูกศาล/เจ้าหนี้ยึด และบริบทการดึงบริษัทพลังงานเข้าไปลงทุน: อ่าน
  2. Reuters (10 Jan 2026) — ประเด็นการเพิ่มกำลังผลิตและมุมมองจากฝ่ายพลังงานสหรัฐฯ: อ่าน
  3. TIME (9 Jan 2026) — อธิบายภาพรวมมาตรการ/การคุมการขายน้ำมันและผลต่อราคาตลาด: อ่าน
  4. Investopedia (Jan 2026) — ภาพรวม “สำรองน้ำมันมาก แต่ผลิตยาก/ผลิตน้อย” และตัวเลขสำรองราว 303 พันล้านบาร์เรล: อ่าน
  5. U.S. Energy Information Administration (EIA) — ข้อมูลประเทศเวเนซุเอลาและลักษณะสำรองน้ำมันดิบหนักใน Orinoco Belt: อ่าน
  6. Reuters (5 Jan 2026) — วิเคราะห์โครงสร้างพื้นฐานเสื่อมโทรมและศักยภาพที่ยัง “ติดคอขวด”: อ่าน
  7. AP News (10 Jan 2026) — รายงานคำสั่งเพื่อปกป้องรายได้จากน้ำมัน และแนวคิดการควบคุมการขาย/รายได้ในช่วงเปลี่ยนผ่าน: อ่าน
  8. Washington Post (9 Jan 2026) — มุม “ใครพึ่งเวเนซุเอลาแค่ไหน” และผลกระทบต่อจีน/คู่ค้าอื่น: อ่าน

คันฉ่องส่องโลก กับ ดร. เพียงดิน รักไทย ชวนคนไทยมองสถานการณ์โลกเพื่อช่วยกันหาจุดยืนที่เหมาะสมของประเทศไทย


โพสต์ล่าสุด

คันฉ่องส่องไทย: เมื่อพรรคการเมืองแนวก้าวหน้าอ่อนแรงจากทั้งภายนอกและภายใน

คันฉ่องส่องไทย: เมื่อพรรคการเมืองแนวก้าวหน้าอ่อนแรงจากทั้งภายนอกและภายใน คันฉ่องส่องไทย บทเตือนสติ ...

Popular Posts