FSOC 2025 Annual Report คือรายงานประจำปี 2025 ของ Financial Stability Oversight Council (สภาดูแลเสถียรภาพทางการเงิน) ซึ่งเป็นองค์กรระดับสูงของสหรัฐฯ ที่ก่อตั้งโดยกฎหมาย Dodd-Frank Act หลังวิกฤตการเงินปี 2008 หน้าที่หลักคือเฝ้าระวังความเสี่ยงระบบการเงินทั้งระบบ (systemic risk) ที่อาจลุกลามเป็นวิกฤตใหญ่ และให้คำแนะนำแก้ไขรายงานฉบับนี้เผยแพร่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2025 โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ (U.S. Treasury) ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Scott Bessent (ในสมัยรัฐบาล Trump 2.0) และถือเป็นเอกสารสำคัญที่สะท้อน การเปลี่ยนทิศทาง ครั้งใหญ่ของนโยบายการเงินสหรัฐฯ ในปี 2025–2026
ภาพรวมหลักของรายงาน FSOC 2025
https://home.treasury.gov/system/files/261/FSOC2025AnnualReport.pdf
ภาพรวมหลักของรายงาน FSOC 2025
- สถานะระบบการเงินสหรัฐฯ โดยรวม: รายงานยืนยันว่าระบบการเงินสหรัฐฯ ยังคงมีความยืดหยุ่นสูง (resilient) สามารถรองรับการให้เครดิตแก่ธุรกิจและครัวเรือนได้ดี แม้เผชิญความท้าทายต่าง ๆ เช่น การขึ้น-ลงของอัตราดอกเบี้ย การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
- จุดเปลี่ยนสำคัญ: ไม่ใช่แค่รายงานประจำปีธรรมดา แต่มีการปรับกรอบแนวคิด (framework) ใหม่ โดย ผสาน "การเติบโตทางเศรษฐกิจ" (economic growth) และ "ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ" (economic security) เข้าไปในภารกิจด้านเสถียรภาพการเงินอย่างชัดเจน
- ก่อนหน้านี้ FSOC มักเน้น "ป้องกันความเสี่ยง" และ "คุ้มครองสถาบันการเงินใหญ่" เป็นหลัก (post-2008 mindset)
- ปี 2025 เปลี่ยนมาเน้นว่า เสถียรภาพการเงินคือส่วนหนึ่งของความมั่นคงแห่งชาติ (national security mission) และต้องสนับสนุนการเติบโตของประชาชนและอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่ปกป้องธนาคารหรือนักลงทุนสถาบัน
- เสริมสร้างตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (U.S. Treasury market)
- ตลาดนี้เป็น "กระดูกสันหลัง" ของระบบการเงินโลก (ขนาดหลายสิบล้านล้านดอลลาร์)
- รายงานเน้นการขยาย central clearing (การเคลียร์ธุรกรรมผ่านศูนย์กลาง) เพื่อลดความเสี่ยงจากการล้มละลายของคู่สัญญา และทำให้ตลาดทำงานราบรื่นยิ่งขึ้น
- ปรับปรุงกฎระเบียบและโครงสร้างกำกับดูแล (improving regulation and oversight)
- สัญญาณชัดเจนของ deregulation ในบางภาคส่วน เพื่อลดภาระให้ธุรกิจการเงิน ไม่ให้กฎเข้มงวดเกินจนขัดขวางการเติบโต
- PwC และนักวิเคราะห์หลายแห่งตีความว่านี่คือ "การเปลี่ยนทิศทาง" จากยุค Biden ไปสู่ยุค Trump-Bessent ที่เน้น growth ก่อน regulation เข้มงวด
- ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและความมั่นคง (promoting economic growth and security)
- รวมเรื่อง household income stability (เสถียรภาพรายได้ครัวเรือน), การจ้างงาน, และการลงทุนในอุตสาหกรรมจริง
- เป็นการขยายบทบาท FSOC ให้ครอบคลุมมากกว่าแค่ "ป้องกันวิกฤต" แต่รวมถึง "สร้างเศรษฐกิจที่แข็งแรง"
- ลดความเสี่ยงจากเทคโนโลยีและไซเบอร์ (cyber and technology risks)
- ยังคงเฝ้าระวังความเสี่ยงจาก AI, cloud computing, และการโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบการเงิน
- รายงานปี 2025 ผ่อนคลายท่าทีต่อ crypto อย่างเห็นได้ชัด (ต่างจากปีก่อน ๆ ที่มองเป็นความเสี่ยงระบบ)
- ระบุว่า GENIUS Act (กฎหมายที่ผ่านในปี 2025 ให้ความชัดเจนทางกฎหมายแก่ crypto) ช่วยสร้างกรอบกำกับดูแลที่ดีขึ้น ทำให้ FSOC ถอน crypto ออกจากรายการ "ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง" (erased digital assets as a potential hazard area)
- นี่ถือเป็นชัยชนะใหญ่ของอุตสาหกรรมคริปโตในสหรัฐฯ เพราะก่อนหน้านี้หลายหน่วยงาน (เช่น SEC, Fed) มอง crypto เป็นภัยคุกคาม
- FSOC 2025 ไม่ใช่แค่รายงานสถิติ แต่เป็น คำประกาศนโยบาย ใหม่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ Trump 2.0
- เปลี่ยนจาก "ป้องกันวิกฤตด้วยกฎเข้ม" มาเป็น "เสถียรภาพเพื่อการเติบโตและความมั่นคงของชาติ"
- ส่งสัญญาณ deregulation ในภาคการเงิน, สนับสนุนตลาด Treasury ให้แข็งแกร่ง, และเปิดทางให้ crypto มากขึ้น
- หลายสื่อ (เช่น Baker Hostetler, Politico, PwC) เรียกว่านี่คือ "reset" หรือ "change in course" ของการกำกับดูแลการเงินสหรัฐฯ
https://home.treasury.gov/system/files/261/FSOC2025AnnualReport.pdf

No comments:
Post a Comment
Note: Only a member of this blog may post a comment.