คันฉ่องส่องไทย: ความไม่ชอบมาพากลในการจัดหน่วยเลือกตั้ง 2569
ในฐานะพลเมืองไทยที่เฝ้าติดตามการเมืองอย่างใกล้ชิด เราต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ได้กลายเป็นเวทีที่สะท้อนถึงความล้มเหลวของระบบประชาธิปไตยไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการจัดหน่วยเลือกตั้งและการนับคะแนน ซึ่งเต็มไปด้วยความไม่ชอบมาพากลที่ทำให้ประชาชนหมดศรัทธา จากรายงานข่าวและข้อมูลจากองค์กรภาคประชาชนอย่าง We Watch และ VOTE62 พบความผิดปกติมากกว่า 4,979 รายงานทั่วประเทศ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ "ข้อผิดพลาดมนุษย์" แต่เป็นสัญญาณของการแทรกแซงและทุจริตที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง จนถึงขั้นน่าตกใจและเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน
ตัวอย่างความไม่ชอบมาพากลที่พบเจอ
จากสรุปข่าวและรายงานที่ออกมามากมาย เราสามารถรวบรวมปัญหาหลัก ๆ ได้ดังนี้ ซึ่งหลายกรณีชี้ให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสและอาจเอื้อประโยชน์ให้พรรคบางกลุ่ม โดยเฉพาะพรรคอนุรักษ์นิยมที่ถูกกล่าวหาว่ามีอิทธิพลในพื้นที่:
- ตัวเลขไม่ตรงยอดรวม (บัตรเขย่ง): พบในหลายพื้นที่ เช่น จ.นครสวรรค์ เขต 1 ที่คะแนนรวม 89,280 แต่ผู้มาใช้สิทธิ์เพียง 86,040 (ส่วนต่างกว่า 3,000 ใบ); จ.แพร่ เขต 2 คะแนนรวม 82,693 แต่ผู้มาใช้สิทธิ์ 76,409 (ส่วนต่างกว่า 6,000 ใบ); พิจิตร เขต 1 ผู้ใช้สิทธิ์ 100,830 แต่คะแนนรวม 113,775; สกลนคร ผู้มาใช้สิทธิ์ 440 แต่บัตรนับได้ 545; ขอนแก่น เขต 11 บัตรดี 74,696 แต่คะแนนรวม 97,904 นอกจากนี้ ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์ ส.ส.เขต กับบัญชีรายชื่อบนเว็บไซต์ กกต. ไม่ตรงกันแม้แต่จังหวัดเดียว สร้างข้อสงสัยว่ามีการเพิ่มบัตรปลอมหรือไม่
- ขานคะแนนผิดและรวมคะแนนผิด: มีรายงานจากหน่วยเลือกตั้งหลายแห่ง เช่น การขานเบอร์ผิด ขีดคะแนนผิด หรือรวมคะแนนไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะในพื้นที่มืดสลัวที่ทำให้ผู้สังเกตการณ์มองไม่ชัด เช่น หน่วยเลือกตั้งที่ 100 โรงเรียนตำรวจภูธร 8 จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งการนับคะแนนเกิดในที่มืด ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดบัตรได้
- ไม่ยอมให้คนตรวจสอบหรือสังเกตการณ์: เจ้าหน้าที่บางหน่วยไม่ให้ผู้แทนพรรคหรือประชาชนถ่ายภาพการนับคะแนน หรือไม่ยอมให้เข้าใกล้ เช่น ในกรณีชลบุรี เขต 1 ที่ประชาชนประท้วงไม่ให้ขนย้ายหีบบัตรเพราะสงสัยพิรุธ แต่ถูกขัดขวาง นอกจากนี้ยังมีกรณีไฟดับระหว่างนับคะแนน ทำให้มองไม่เห็นกระบวนการ
- นับบัตรดีเป็นบัตรเสีย โดยเฉพาะถ้ากาพรรคประชาชน: มีข้อกล่าวหาว่าบัตรที่กาพรรคประชาชน (หรือพรรคก้าวหน้า) ถูกวินิจฉัยเป็นบัตรเสียอย่างผิดปกติ เช่น บัตรดีถูกขานว่าเสีย หรือบัตรเสียถูกขานว่าดี โดยเฉพาะในพื้นที่ฐานเสียงของพรรคอนุรักษ์นิยม รายงานจาก VOTE62 พบปัญหานี้ใน ส.ส.เขต 517 รายงาน และบัตรเขย่ง 340 รายงาน บัตรเสียทั้งประเทศทะลุ 1.2 ล้านใบสำหรับแบ่งเขต และ 1.5 ล้านใบสำหรับบัญชีรายชื่อ ซึ่งสูงผิดปกติ
- ปัญหาอื่น ๆ ที่น่าตกใจ: เช่น การจัดการบัตรผิดวิธี, เจ้าหน้าที่ฉีกบัตรผิดพลาด, เตรียมทุจริตหย่อนบัตรเพิ่ม, คูหาเลือกตั้งไม่เป็นความลับ (ไม่มีแผงกั้นทึบหรือจัดแออัด), ไม่ติดประกาศเอกสารสำคัญให้ประชาชนตรวจสอบได้, และการขู่ขวัญผู้สังเกตการณ์ เช่น ในสุพรรณบุรีที่ตำรวจมาเพิ่มตอนดึกขณะประชาชนเฝ้าหีบบัตรน้อยกว่า 20 คน หรือในมหาสารคามที่นิสิตถูกขู่ขณะปักหลักเฝ้า
ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนถึงข้อจำกัดของ กกต. และเจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งที่ถูกอบรมด้วยงบ 480 ล้านบาท แต่ยังเกิดความผิดพลาดซ้ำซาก แม้ กกต. จะชี้แจงว่าสามารถทักท้วงได้ระหว่างนับคะแนน (ตามมาตรา 124 พ.ร.ป.เลือกตั้ง) แต่ในทางปฏิบัติ หลายกรณีถูกปฏิเสธหรือไม่ได้รับการแก้ไขทันที ทำให้ประชาชนต้องออกมาร้องเรียนและเรียกร้อง #นับใหม่ทั้งประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่อย่าง ชลบุรี (เขต 1, 3, 8), สุพรรณบุรี เขต 1, ปราจีนบุรี เขต 2, มหาสารคาม และอื่น ๆ
เรียกร้องความยุติธรรม
ระบบเลือกตั้งไทยตอนนี้ถูกครอบงำด้วย "ระบอบเก่า" ที่เอื้อให้เกิดการทุจริตแบบนี้ หากเราไม่ยืนหยัดเรียกร้อง การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะยิ่งเลวร้าย ประชาชนสมควรได้รับประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่การโกงที่ปกปิดด้วยกฎหมาย ผมขอเชิญชวนทุกคนร่วมกันส่อง "คันฉ่อง" นี้ให้ชัดเจน และผลักดันให้มีการตรวจสอบอย่างโปร่งใส
