คันฉ่องส่องโลก บทบาทสหรัฐ 2026 ในเกม จีนแดงบุกไต้หวัน?


สหรัฐฯ ในสถานการณ์ช่องแคบไต้หวันปัจจุบัน (ปี 2026) ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดสมดุลอำนาจและโอกาสเกิดสงคราม โดยบทบาทของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาล Trump 2.0 มีลักษณะผสมผสานระหว่าง
ความต่อเนื่อง กับ การปรับเปลี่ยนที่สร้างความไม่แน่นอนสูง

ความต่อเนื่องหลัก: การสนับสนุนไต้หวันเพื่อยับยั้ง (Deterrence) ยังแข็งแกร่ง

  • กฎหมายและพันธกรณีพื้นฐานยังอยู่ครบ: Taiwan Relations Act (TRA) ยังเป็นเสาหลักที่สหรัฐฯ ให้อาวุธป้องกันตัว (defensive arms) แก่ไต้หวันอย่างต่อเนื่อง และรักษา "ความสามารถ" ในการต้านทานการใช้กำลังจากภายนอก การขายอาวุธยังดำเนินต่อเนื่อง โดยในปลายปี 2025 มีแพ็กเกจใหญ่สุดเป็นประวัติการณ์มูลค่า 11 พันล้านดอลลาร์ (รวมระบบ asymmetric warfare เช่น ขีปนาวุธต่อต้านเรือ โดรน ป้องกันภัยทางอากาศ) และสัญญาณว่าจะมีขายเพิ่มในปี 2026
  • งบประมาณและความช่วยเหลือทางทหาร: Congress ยังผลักดันงบ Taiwan Security Cooperation Initiative (TSCI) มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ใน FY2026 เพื่อฝึก ทหาร การพัฒนาอาวุธร่วม และอื่นๆ รวมถึง Presidential Drawdown Authority ที่ให้ Pentagon ส่งอาวุธจากคลังโดยตรง
  • National Security Strategy (NSS) 2025 และ National Defense Strategy (NDS) 2026: ยืนยันว่า "การยับยั้งความขัดแย้งเหนือไต้หวัน โดยรักษาความเหนือกว่าเชิงทหาร เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ" (deterring a conflict over Taiwan... is a priority) และเน้นสร้างสมดุลกำลังใน First Island Chain เพื่อปฏิเสธ (deny) การยึดครองไต้หวันหรือทำให้การป้องกันเป็นไปไม่ได้

การปรับเปลี่ยนภายใต้ Trump: Transactional + Strategic Ambiguity ที่เข้มข้นขึ้น

  • เน้น "America First" และ burden-sharing: Trump กดดันไต้หวันให้เพิ่มงบกลาโหมสูงมาก (เคยพูดถึง 10% ของ GDP) และมองพันธมิตรเป็น "transactional" มากขึ้น คือ ต้องจ่าย/ลงทุนมากขึ้นเพื่อแลกการสนับสนุน ทำให้เกิดความกังวลในไต้หวันว่าสหรัฐฯ อาจ "ต่อรอง" ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งในการเจรจากับจีน (เช่น ใช้ไต้หวันแลกดีลการค้าใหญ่)
  • ลด tone การเผชิญหน้าโดยตรงกับจีน: NSS และ NDS ลดการระบุจีนเป็น "pacing threat" ชัดเจน (ต่างจากสมัย Biden) เน้น homeland defense และ Western Hemisphere ก่อน (เห็นได้จากปฏิบัติการจับ Maduro ในเวเนซุเอลา) ทำให้บางฝ่ายในจีนตีความว่า Trump "ไม่สนใจ" ปกป้องไต้หวันมากนัก และอาจเปิด "หน้าต่างโอกาส" ให้จีนเคลื่อนไหว (เช่น การซ้อมปิดล้อมใหญ่ในธ.ค. 2025 ที่สหรัฐฯ ตอบสนองค่อนข้างนิ่ง)
  • การค้าที่ผสมผสาน: หลังกำหนด tariff สูงในช่วงแรก (32% แล้วลดเหลือ 15%) สหรัฐฯ-ไต้หวันปิดดีลการค้า reciprocal ในปี 2026 โดยไต้หวันยอมลด tariff สินค้าสหรัฐฯ และส่งออกเงินลงทุนมหาศาล (อย่างน้อย 250 พันล้านดอลลาร์ + เครดิตการันตีอีก 250 พันล้าน) ไปสร้างโรงงานในสหรัฐฯ (โดยเฉพาะ semiconductor) ซึ่งช่วย "Silicon Shield" แต่ก็ทำให้ไต้หวันผูกพันเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ มากขึ้น และจีนอาจมองว่าเป็นการ "ย้ายฐานผลิต" ออกจากเอเชีย
บทบาทในสถานการณ์สงครามที่อาจเกิด
  • หากจีนบุกหรือปิดล้อม: สหรัฐฯ ยังคงเป็น "ตัวแปรหลัก" ที่ทำให้จีนลังเล เพราะการจำลองหลายชุด (CSIS, GMF) ชี้ว่าหากสหรัฐฯ เข้าสู้เต็มรูปแบบ (รวมฐานในญี่ปุ่น กวม ฯลฯ) จีนอาจเสียหายหนักและถอนทัพได้ แต่ Trump ทำให้เกิด "deterrence gap" จากความไม่แน่นอน — จีนอาจคิดว่าสหรัฐฯ จะไม่เสี่ยงสงครามใหญ่เพื่อไต้หวัน (โดยเฉพาะหาก Trump มองว่าเป็น "transaction")
  • รูปแบบการตอบโต้ที่เป็นไปได้: ไม่ใช่ส่งกองทัพบุกช่วยโดยตรงทันที แต่เน้น denial strategy — ส่งอาวุธ ข้อมูลข่าวกรอง ฝึก ทหาร คุ้มกันเส้นทางเดินเรือ และอาจใช้ submarine/air power จากระยะไกลเพื่อทำให้การบุกของจีนมีราคาแพงเกินคุ้ม
  • พันธมิตรอื่น: สหรัฐฯ กดดันญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย ให้เพิ่มงบและ capability มากขึ้น เพื่อแบ่งเบาภาระ (burden-sharing) หากเกิดสงครามจริง ญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์อาจถูกดึงเข้าไปเพราะฐานทัพและพันธมิตร แต่ยุโรปอาจช่วยน้อยมาก (เน้น NATO/Europe ก่อน)
สรุป dilemma ของสหรัฐฯ ในปี 2026
สหรัฐฯ ยังเป็น "ผู้ยับยั้งหลัก" ที่ทำให้จีนไม่กล้าบุกเต็มรูปแบบ เพราะต้นทุนสูงเกินไป (ทหาร เศรษฐกิจ การเมืองโลก) แต่ภายใต้ Trump การสื่อสารที่ผสมผสาน (arms sales เยอะ + tariff กดดัน + tone นิ่งกับจีน) ทำให้เกิด "ความคลุมเครือเชิงกลยุทธ์แบบ compounded" ที่ทั้งยับยั้งจีนและสร้างความกังวลให้ไต้หวันพร้อมกัน
หากจีนมองว่า "หน้าต่างโอกาส" กำลังปิด (เพราะไต้หวันเสริม asymmetric + สหรัฐฯ ยังขายอาวุธ) แต่ Trump อาจ "ต่อรองได้" ก็อาจเพิ่มแรงกดดันแบบ gray-zone (ปิดล้อมซ้อมบ่อยขึ้น การ harass เรือ/เครื่องบิน) มากกว่าบุกตรงๆ
สุดท้าย อนาคตยังขึ้นกับการตัดสินใจของผู้นำทั้งสามฝ่าย (Trump, Xi, Lai) ว่าความเสี่ยงจะถูกชั่งน้ำหนักอย่างไร — สหรัฐฯ ยังเป็นกุญแจสำคัญ แต่ไม่ใช่ "การันตี" อีกต่อไปแบบชัดเจนเหมือนสมัยก่อน

โพสต์ล่าสุด

คันฉ่องส่องโลก บทบาทสหรัฐ 2026 ในเกม จีนแดงบุกไต้หวัน?

สหรัฐฯ ในสถานการณ์ช่องแคบไต้หวันปัจจุบัน (ปี 2026) ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดสมดุลอำนาจและโอกาสเกิดสงคราม โดยบทบาทของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาล Tr...

Popular Posts