บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง: เชื่อมโยงตัวตนผู้ลงคะแนนได้จริงหรือ?
ประเด็นนี้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในช่วงเลือกตั้ง 2569 โดยเฉพาะบัตรสีชมพู (บัญชีรายชื่อ)
ที่มาของข้อสงสัย
- บาร์โค้ด (Barcode) ท้ายบัตร เมื่อสแกนด้วยแอปทั่วไป ได้ชุดตัวเลข เช่น
A12345678 - รูปแบบคล้าย เลขที่บัตรเลือกตั้ง บน ต้นขั้ว (ส่วนฉีกก่อนแจก)
- ต้นขั้วมีลำดับชื่อ-ลายเซ็นผู้มาใช้สิทธิ์ตามลำดับแจกบัตร
หากเลขตรงกันและ unique ในหน่วย → อาจย้อนรอยได้ว่าใครลงคะแนนให้พรรค/เบอร์ไหน ซึ่งขัดหลัก ความลับในการเลือกตั้ง
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- รัฐธรรมนูญ มาตรา 56: การเลือกตั้งต้องเสรี เท่าเทียม และ ลับ
- พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 92: ลงคะแนนโดยตรงและลับ
- มาตรา 96: ห้ามทำเครื่องหมายบนบัตรที่ทำให้ สังเกตหรือจดจำได้ ว่ากากบาทเลือกใคร
หากพิสูจน์ได้ว่าบาร์โค้ดทำให้ละเมิดความลับ → อาจฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ หรือสั่งเลือกตั้งใหม่บางเขต/ทั้งประเทศ
การชี้แจงจาก กกต.
บาร์โค้ดเป็นเพียงมาตรการรักษาความปลอดภัย (รปภ.) เพื่อตรวจสอบล็อตการพิมพ์ การแจกจ่าย ป้องกันบัตรปลอม
ไม่สามารถเชื่อมโยงถึงตัวบุคคล และไม่ใช่ข้อมูลของพรรคใด
แต่บางครั้ง กกต. เคยบอกสแกนรู้ถึงระดับหน่วยเลือกตั้ง แล้วปรับคำพูดใหม่ว่าไม่รู้แม้แต่หน่วย → ทำให้สังคมยังสงสัย
ข้อสังเกตจากสังคมและหลักฐาน
- ภาพบัตรจริงจากหน่วยเดียวกัน → บาร์โค้ด ไม่ซ้ำกัน (เช่น A37805055, A37804930)
- แสดงว่าไม่ใช่เลขเดียวกันทั้งเล่ม แต่หากมีฐานข้อมูล mapping เลข → ต้นขั้ว → ชื่อผู้ใช้สิทธิ์ ยังมีความเสี่ยงทางทฤษฎี
- ต้นขั้วถูกเก็บผนึก อย่างน้อย 2 ปี เข้าถึงยากตามระเบียบ
สรุป: ยังเป็น ข้อถกเถียง ระหว่างความกังวลเรื่องความลับ vs. มาตรการควบคุมของ กกต.
กกต. ยืนยันว่าไม่กระทบ แต่หากมีหลักฐานชัดเจนเพิ่ม อาจนำไปสู่การตรวจสอบหรือฟ้องร้องต่อไป
กกต. ยืนยันว่าไม่กระทบ แต่หากมีหลักฐานชัดเจนเพิ่ม อาจนำไปสู่การตรวจสอบหรือฟ้องร้องต่อไป
เขียนเมื่อ February 2026 • คันฉ่องส่องไทย กับ ดร. เพียงดิน รักไทย
