ธรรมะชนะอธรรมในการเมือง เป็นไปไม่ได้ถ้าไม่ใช้ "ทฤษฎีมดแดงล้มช้าง"

ธรรมะชนะอธรรมในการเมือง

ธรรมะชนะอธรรมในการเมือง: เมื่อศีลธรรมต้องการยุทธศาสตร์

คำกล่าวที่มักอ้างถึง Thucydides ผู้บันทึกสงครามเพโลพอนนีเซียน โดยเฉพาะใน “Melian Dialogue” ว่า

ผู้แข็งแรงทำในสิ่งที่ทำได้ ผู้อ่อนแอยอมรับในสิ่งที่ต้องยอมรับ

มักถูกตีความว่า ในโลกความจริง ศีลธรรมไม่มีน้ำหนักเมื่อเผชิญอำนาจดิบของรัฐหรือจักรวรรดิ มุมมองนี้ดูเหมือนขัดกับความเชื่อทางพุทธและมนุษยนิยมที่ว่า ความถูกต้องและความชอบธรรมย่อมมีชัยในระยะยาว และอาจถูกใช้ตั้งคำถามต่อการต่อสู้ของประชาชน เมื่อรัฐถือกำลังเหนือกว่าและใช้กลไกรอบด้านอย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม งานของทูซิดิดีสไม่ได้สรรเสริญอำนาจนิยม หากเผยให้เห็นตรรกะอันโหดร้ายของการเมืองเชิงอำนาจ และผลลัพธ์เมื่อรัฐละทิ้งความยับยั้งชั่งใจทางศีลธรรม เอเธนส์ชนะเมลอส แต่สุดท้ายล่มสลายในสงครามเดียวกัน

บทเรียนสำคัญ: อำนาจที่ไร้ความชอบธรรมอาจชนะระยะสั้น แต่บ่อนทำลายตนเองในระยะยาว

อำนาจอธรรม: เสถียรภาพที่ตั้งอยู่บนต้นทุนความกลัว

ระบอบที่ใช้อำนาจอธรรมสามารถดำรงอยู่ได้ยาวนานผ่านกลไกสำคัญสามประการ:

  • การผูกขาดกำลังทางการเมือง เศรษฐกิจ และกฎหมาย
  • การควบคุมข้อมูล ข่าวสาร และความจริงสาธารณะ
  • การสร้างความกลัวเชิงโครงสร้าง

เมื่อประชาชนยอมจำนน แตกแยก หรือหมดศรัทธาในพลังของตนเอง ระบอบดังกล่าวสามารถกำราบแรงต้านและทำให้ผู้คนเคยชินกับการอยู่ใต้โครงสร้างที่กดทับตนเอง

แต่เสถียรภาพเช่นนี้คือ เสถียรภาพเทียม เพราะอำนาจที่ไร้ความชอบธรรมต้องเพิ่มต้นทุนการควบคุมอย่างต่อเนื่อง และระบบจะเปราะบางต่อวิกฤตเศรษฐกิจ ความแตกแยกภายใน และแรงกดดันภายนอก

ประชาชนที่ยอมจำนน: การสร้างทาสโดยไม่ต้องใช้โซ่ตรวน

อำนาจไม่ได้อยู่ที่ผู้ปกครองเพียงฝ่ายเดียว แต่ตั้งอยู่บนการยอมรับของผู้ถูกปกครอง เมื่อประชาชนยอมรับความอยุติธรรมเพราะความกลัว ความเคยชิน หรือความเชื่อว่าการต่อต้านไร้ประโยชน์ สภาพทาสเชิงโครงสร้างย่อมเกิดขึ้นโดยไม่ต้องใช้โซ่ตรวน

ระบอบอำนาจนิยมจึงตั้งอยู่บน “วัฒนธรรมความยอมจำนน” ที่ปลูกฝังผ่านการศึกษา สื่อ และระบบอุปถัมภ์ ทำให้ผู้คนรู้สึกเล็ก ไร้พลัง และต้องพึ่งพาอำนาจ

มดแดงล้มช้าง: การทำให้ธรรมะมีพลังเชิงระบบ

ทฤษฎี “มดแดงล้มช้าง” เติมเต็มช่องว่างสำคัญของการเมืองเชิงศีลธรรม:

ธรรมะเพียงลำพัง ไม่สามารถเอาชนะอธรรมที่ถูกจัดการอย่างเป็นระบบได้

ระบอบอธรรมจัดทัพต่อสู้ทุกมิติทุกวัน มีการจัดสรรทรัพยากร บุคลากร งบประมาณ เครื่องมือ และการจัดการทางจิตวิทยามวลชนอย่างต่อเนื่อง

หากความดีงามดำรงอยู่เพียงในระดับความตั้งใจหรืออารมณ์ชั่วคราว ย่อมพ่ายแพ้ต่อระบบที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น ธรรมะต้องถูกจัดการอย่างเป็นระบบ จึงจะมีพลังทางการเมือง

  • สร้างเครือข่ายประชาชน
  • พัฒนาคุณภาพและวินัยพลเมือง
  • จัดการทรัพยากรและองค์ความรู้
  • สร้างเอกภาพทางอุดมการณ์
  • ป้องกันความแตกแยกภายใน

พลังมวลชนและเสาหลักของอำนาจ

นักคิดด้านอำนาจพลเมือง Gene Sharp อธิบายว่า อำนาจรัฐตั้งอยู่บน “เสาหลักแห่งการสนับสนุน” ได้แก่ ข้าราชการ กองทัพ ตำรวจ ธุรกิจ สื่อ และประชาชน เมื่อเสาหลักเหล่านี้ถอนการสนับสนุน อำนาจรัฐจะสูญเสียความสามารถในการควบคุม

นี่คือเหตุผลที่การไม่ให้ความร่วมมือเชิงระบบและการต่อต้านโดยสันติ มีพลังมากกว่าการปะทะด้วยกำลัง ซึ่งมักนำไปสู่การปราบปรามและความพ่ายแพ้ของมวลชนที่ขาดโครงสร้างรองรับ

ยิ่งอธรรมรุนแรง ยิ่งเร่งการตื่นรู้

เมื่อรัฐใช้อำนาจอธรรมอย่างเปิดเผย ความชอบธรรมจะเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว ความเงียบของสังคมอาจเป็นเพียงความเงียบก่อนการเปลี่ยนแปลง

เมื่อประชาชนเข้าใจกลไกอำนาจ เห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของระบอบ และมีทฤษฎีชี้นำที่ถูกต้อง พลังของปวงชนสามารถถูกจัดระเบียบให้เหนือกว่าอำนาจอธรรม

เมื่อพลังนี้สะสมอย่างมียุทธศาสตร์ แผ่ขยายทั่วแผ่นดิน และพร้อมปฏิบัติการในเวลาที่เหมาะสม เส้นทางสู่ชัยชนะของความชอบธรรมย่อมเป็นไปได้จริง

ธรรมะชนะอธรรม: ชัยชนะที่ต้องสร้าง ไม่ใช่รอให้เกิด

ในระยะสั้น อำนาจดิบอาจบดขยี้ความยุติธรรม แต่ในระยะยาว ระบอบที่ไร้ความชอบธรรมย่อมเสื่อมสลาย

“ธรรมะชนะอธรรม” จึงไม่ใช่กฎอัตโนมัติ หากเป็นผลลัพธ์ของการตื่นรู้ การร่วมมือ การจัดการเชิงระบบ และความกล้าหาญของประชาชน

เมื่อประชาชนยังหลับใหล ช้างย่อมเหยียบย่ำได้ง่าย

แต่เมื่อมดตื่นขึ้นพร้อมกันและมีระบบรองรับ

แม้ช้างที่ยิ่งใหญ่เพียงใดก็ไม่อาจยืนหยัดได้ตลอดไป

โพสต์ล่าสุด

ธรรมะชนะอธรรมในการเมือง เป็นไปไม่ได้ถ้าไม่ใช้ "ทฤษฎีมดแดงล้มช้าง"

ธรรมะชนะอธรรมในการเมือง ธรรมะชนะอธรรมในการเมือง: เมื่อศีลธรรมต้องการยุทธศาสตร์ คำกล่าวที่มักอ้างถึง Thucydides ผู้บันทึกสงคราม...

Popular Posts