สรุปเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่าง อิสราเอล-สหรัฐฯ กับอิหร่าน (อัปเดตตามข้อมูลจริงล่าสุด ณ วันที่ 28 ก.พ. - 1 มี.ค. 2026)1. การโจมตีครั้งใหญ่จากสหรัฐฯ และอิสราเอล (28 กุมภาพันธ์ 2026)
- ชื่อปฏิบัติการ: สหรัฐฯ เรียก Operation Epic Fury (บางแหล่งระบุว่าเป็นการดำเนินการร่วมกับอิสราเอลที่เรียก Operation Roaring Lion หรือ Sha'agat HaAri ในภาษาฮีบรู ซึ่งแปลคล้าย "เสียงคำรามของสิงโต")
- เป้าหมาย: โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร นิวเคลียร์ ขีปนาวุธ การผลิตอาวุธ และผู้นำระดับสูงของอิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปที่การป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ ลดขีดความสามารถขีปนาวุธ ทำลายกองทัพเรือ และลดอิทธิพลกลุ่ม proxy (เช่น เฮซบอลเลาะห์)
- สถานที่ที่ถูกโจมตี: มีรายงานการโจมตีหลายสิบถึงหลายร้อยเป้าหมายในเมืองต่าง ๆ เช่น Tehran, Isfahan, Qom, Karaj, Kermanshah รวมถึงสถานที่นิวเคลียร์อย่าง Natanz, Isfahan (ศูนย์วิจัยและผลิต centrifuge), และฐานทัพอากาศต่าง ๆ (เช่น Hamadan ที่เคยถูกโจมตีมาก่อน) การโจมตีใช้เครื่องบินรบ F-22, F-35 และขีปนาวุธจากทั้งสองฝ่าย
- การสูญเสียผู้นำ: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันผ่าน Truth Social ว่าอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Supreme Leader) เสียชีวิตจากการโจมตีที่สำนักงานของเขาในเตหะราน (Israeli airstrike ทิ้งระเบิดราว 30 ลูก) สื่อรัฐอิหร่านยืนยันเช่นกัน และประกาศไว้อาลัยชาติ 40 วัน มีรายงานผู้นำระดับสูง นายพล IRGC และนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์เสียชีวิตจำนวนมาก
- ผลกระทบพลเรือน: มีรายงานขีปนาวุธหรือเศษซากตกใส่พื้นที่พลเรือน เช่น โรงเรียนใน Hormozgan (มินาบ?) ทำให้เด็กเสียชีวิตหลายสิบถึงร้อยราย (ตัวเลขยังไม่ยืนยันชัดจากทุกฝ่าย) อิหร่านอ้างว่าเป็นการโจมตีพลเรือนโดยตรง
- อิหร่านตอบโต้ทันทีด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนระลอกใหญ่ (หลาย wave) ใส่เป้าหมายสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงฐานทัพในภูมิภาค
- เป้าหมาย: ฐานทัพสหรัฐฯ ใน บาห์เรน (US Fifth Fleet), คูเวต, กาตาร์ (Al Udeid Air Base), สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (Al Dhafra), ซาอุดีอาระเบีย, จอร์แดน และพื้นที่ในอิสราเอล (Tel Aviv) IRGC อ้างว่าโจมตีฐานสหรัฐฯ 27 แห่ง
- ผลกระทบ: หลายลูกถูกสกัดกั้นโดยระบบป้องกันภัย (เช่น ในจอร์แดน, กาตาร์) แต่มีรายงานความเสียหาย เช่น ในบาห์เรนมีควันพวยพุ่งใกล้ฐานทัพเรือ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 รายใน UAE จากเศษขีปนาวุธ ไม่มีรายงานทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต แต่สถานการณ์ยังตึงเครียด
- ผู้นำอิหร่านที่เหลือ (เช่น IRGC) ประกาศว่าจะสู้ต่ออย่างเด็ดขาด แม้สูญเสีย Supreme Leader และยืนยัน continuity ของระบอบ
- เป้าหมายระยะยาว: ทรัมป์เรียกร้องให้ชาวอิหร่านลุกขึ้นล้มระบอบ (regime change จากภายใน) โดยบอกว่า "ตอนนี้รัฐบาลเป็นของพวกคุณแล้ว" และเชื่อว่าการกดดันทางทหารจะทำให้การเจรจาง่ายขึ้น แต่หลายผู้เชี่ยวชาญมองว่าเสี่ยงสูงที่จะนำไปสู่ความโกลาหลระยะยาว
- ความเสี่ยงบานปลาย: อาจขยายเป็นสงครามภูมิภาคเต็มรูปแบบ หากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ (กระทบน้ำมันโลก) หรือกลุ่ม proxy อย่างเฮซบอลเลาะห์/ฮูตีเข้าร่วมเต็มตัว
- ผลกระทบอื่น ๆ: น่านฟ้าตะวันออกกลางหลายประเทศปิดชั่วคราว สายการบิน Emirates, Qatar Airways, Turkish Airlines ฯลฯ ต้องยกเลิก/เปลี่ยนเส้นทางบินครั้งใหญ่ ราคาน้ำมันผันผวนสูง ผู้เชี่ยวชาญเตือนถึง oil shock และวิกฤตเศรษฐกิจโลก
- สหประชาชาติเรียกประชุมฉุกเฉิน UN Security Council ผู้นำโลกหลายฝ่ายแสดงปฏิกิริยาระมัดระวัง บางฝ่ายประณามการโจมตี บางฝ่ายสนับสนุน