ประชาธิปไตยดิจิทัล (Digital Democracy) คืออะไร?
การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเปลี่ยนการเมืองให้เป็นของประชาชนจริง ๆ ไม่ใช่แค่เลือกตั้งแล้วจบ
ลักษณะสำคัญของประชาธิปไตยดิจิทัล
-
•
มีส่วนร่วมง่ายและกว้างขวาง
โหวตออนไลน์ ยื่นข้อเสนอ แสดงความเห็นผ่านแอป/เว็บ ไม่ต้องไปหน่วยเลือกตั้ง -
•
ข้อมูลโปร่งใสแบบเรียลไทม์
รัฐเปิดงบประมาณ การจัดซื้อ ผ่าน Open Data ประชาชนตรวจสอบได้ทันที -
•
ตรวจสอบถ่วงดุลด้วยเทคโนโลยี
Blockchain บันทึกโหวตไม่แก้ไขได้, แอปแจ้งปัญหา, Crowdsourcing ร้องเรียน -
•
ลดการพึ่งตัวแทนแบบเก่า
ประชาชนทำเองโดยตรง (direct democracy) ผ่าน e-referendum, Citizen initiative
ตัวอย่างในโลกจริง
ต่างประเทศ: สวิตเซอร์แลนด์ใช้ e-voting + referendums ออนไลน์, เอสโตเนียโหวตเลือกตั้งออนไลน์มาตั้งแต่ปี 2005, ไต้หวันใช้ vTaiwan ให้ประชาชนร่วมร่างกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
ในไทย: พรรคก้าวหน้า/ก้าวไกลเคยใช้ social media + crowdfunding หาเสียง, WeVis (แพลตฟอร์มพลเมืองดิจิทัล) ช่วยติดตามงบประมาณกรุงเทพฯ, Bangkok Budgeting ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบงบเมือง
ข้อดีสำคัญ
- ✓ ลดการซื้อเสียงและอุปถัมภ์
- ✓ คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมง่ายขึ้น
- ✓ ตรวจสอบรัฐบาลได้ตลอดเวลา
- ✓ เสียงคนชายขอบเข้าถึงได้มากขึ้น
ข้อควรระวัง
- ⚠ Digital Divide – คนไม่มีเน็ตหรือไม่ถนัดเทคโนโลยีถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
- ⚠ Fake news แพร่เร็วมาก
- ⚠ ความเป็นส่วนตัวข้อมูลรั่วไหล
- ⚠ แพลตฟอร์มใหญ่ (Meta, X, TikTok) อาจครอบงำการเมือง
สรุปสั้น ๆ
ประชาธิปไตยดิจิทัลไม่ใช่แค่ใช้โซเชียลหาเสียง แต่เป็นการเปลี่ยนระบบการเมืองครั้งใหญ่
จาก “ตัวแทนทำแทนประชาชน” → “ประชาชนทำเอง ตรวจสอบเอง ผ่านเครื่องมือดิจิทัล”
เป็นเครื่องมือสำคัญของพรรคสายก้าวหน้าในการทลายอำนาจรวมศูนย์และระบบอุปถัมภ์
เผยแพร่เพื่อการเรียนรู้และสนทนาในสังคมไทย
