Government Shutdown กับสงครามระบบโลก: กระจกสะท้อนรอยร้าวอำนาจ

Government Shutdown กับสงครามระบบโลก: คันฉ่องส่องโลก

Government Shutdown กับสงครามระบบโลก: กระจกสะท้อนรอยร้าวอำนาจ

การปิดหน่วยงานรัฐในสหรัฐอเมริกา หรือ Government Shutdown มักถูกสื่อกระแสหลักอธิบายว่าเป็นผลจากความขัดแย้งเรื่องงบประมาณ นโยบายคนเข้าเมือง หรือการบังคับใช้กฎหมายของ ICE แต่หากมองลึกลงไปกว่านั้น เหตุการณ์เช่นนี้อาจเป็นเพียงผิวน้ำของความขัดแย้งเชิงโครงสร้างที่ใหญ่กว่า — ความขัดแย้งระหว่างสองระบบเศรษฐกิจที่กำลังแย่งชิงอำนาจกำหนดทิศทางโลก

วิดีโอที่เกี่ยวข้อง

ในวิดีโอที่กล่าวถึง ผู้บรรยายเสนอว่าการปิดหน่วยงานรัฐไม่ใช่เรื่องผู้อพยพเป็นแก่นแท้ หากแต่เป็นปฏิกิริยาต่อแนวทางเศรษฐกิจของประธานาธิบดี Donald Trump ซึ่งถูกมองว่าเป็นการประกาศสงครามกับระบบการค้าเสรีโลกาภิวัตน์ และการเงินข้ามชาติที่ครอบงำโลกมาหลายทศวรรษ

ระบบอเมริกัน vs ระบบโลกาภิวัตน์

กรอบคิดดังกล่าวย้อนกลับไปยังยุคของ Abraham Lincoln และนักเศรษฐศาสตร์อย่าง Henry C. Carey ซึ่งสนับสนุนสิ่งที่เรียกว่า “American System” — ระบบเศรษฐกิจที่เน้นการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ การใช้ภาษีศุลกากรเพื่อเสริมสร้างการผลิต และการใช้เครดิตเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของชาติ

ตรงกันข้าม ระบบที่ถูกเรียกว่า “Globalist Free Trade System” เน้นการเปิดเสรีทางการค้า การเคลื่อนย้ายทุนและแรงงานข้ามพรมแดน และการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานระดับโลกเป็นหลัก

คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่าเสรีการค้าดีหรือเลว แต่คือ ใครได้อำนาจกำหนดกติกา และใครแบกรับต้นทุนของมัน

หากมองผ่านเลนส์นี้ นโยบายภาษี การจำกัดการย้ายฐานการผลิต และการผลักดันอุตสาหกรรมภายในประเทศของทรัมป์ จึงไม่ใช่เพียงมาตรการเศรษฐกิจธรรมดา แต่เป็นความพยายามรื้อโครงสร้างอำนาจที่ฝังรากลึกในระบบการเงินโลก

คนเข้าเมือง: ประเด็นวัฒนธรรมหรือเครื่องมือเชิงโครงสร้าง?

วิดีโอยังเสนอว่าการเพิ่มขึ้นของผู้อพยพจำนวนมากไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสังคม แต่เป็นยุทธศาสตร์ที่บั่นทอนความเป็นเอกภาพของรัฐชาติ แนวคิดนี้มองว่าการเปลี่ยนแปลงประชากรและแรงงานจำนวนมากสามารถส่งผลต่อโครงสร้างการเมือง วัฒนธรรม และเศรษฐกิจในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองแบบคันฉ่องส่องโลก เราจำเป็นต้องตั้งคำถามให้ครบทุกด้าน: ระบบทุนโลกต้องการแรงงานราคาถูกจริงหรือไม่? การเปิดพรมแดนสัมพันธ์กับผลประโยชน์ของบรรษัทข้ามชาติหรือไม่? และในขณะเดียวกัน วาทกรรมเรื่อง “ภัยต่อวัฒนธรรม” ถูกใช้เพื่อระดมอารมณ์ทางการเมืองหรือไม่?

ดอลลาร์ ระเบียบการเงิน และภูมิรัฐศาสตร์

อีกมิติหนึ่งที่ถูกหยิบยกคือความพยายามของกลุ่มการเงินโลกในการลดบทบาทของดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินสำรองโลก และการใช้ประเด็นสภาพภูมิอากาศเป็นเครื่องมือกำหนดนโยบายเศรษฐกิจระดับโลก

ในระดับโครงสร้าง เรากำลังเห็นการแข่งขันด้านสกุลเงิน การคว่ำบาตรทางการเงิน และกระแส de-dollarization ที่ชัดเจนขึ้น นี่ไม่ใช่ทฤษฎีสมคบคิดล้วน ๆ แต่เป็นความเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริง

รอยร้าวสี่ชั้นของโลกยุคใหม่

เมื่อส่องกระจกโลกอย่างเป็นระบบ จะเห็นรอยร้าวสี่ระดับที่กำลังปะทุ:

หนึ่ง — รอยร้าวระหว่างรัฐชาติและเครือข่ายทุนโลก สอง — รอยร้าวระหว่างเศรษฐกิจการผลิตจริงกับการเงินเก็งกำไร สาม — รอยร้าวทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ สี่ — รอยร้าวทางวาทกรรมที่ใช้ความกลัวเป็นเชื้อเพลิงทางการเมือง

Government Shutdown จึงอาจเป็นเพียงฉากหนึ่งของสงครามยาวระหว่างโครงสร้างอำนาจสองแบบ ไม่ใช่เพียงความขัดแย้งรายวันในสภาคองเกรส

บทสรุป: อย่าหลงในเสียงตะโกน

ในยุคที่ความสุดโต่งทั้งซ้ายและขวาใช้ความขัดแย้งเป็นทุนทางการเมือง เราต้องระวังการลดโลกที่ซับซ้อนให้เหลือเพียงเรื่องเล่าของ “ผู้ร้ายหนึ่งกลุ่ม” หรือ “วีรบุรุษหนึ่งคน”

โลกไม่ได้แบ่งขาวดำง่ายเช่นนั้น ความจริงมักซ่อนอยู่ในโครงสร้างที่มองไม่เห็น และในผลประโยชน์ที่ไม่ถูกพูดถึง

กระจกคันฉ่องส่องโลกส่องให้ท่านเห็นโครงสร้าง เห็นแรงจูงใจ และเห็นผลลัพธ์ระยะยาว เพราะในท้ายที่สุด สิ่งที่กำหนดอนาคตของสังคม ไม่ใช่อารมณ์ชั่วคราว แต่คือโครงสร้างที่เรายอมให้ดำรงอยู่

โพสต์ล่าสุด

ผ่ายุทธศาสตร์ "เหยี่ยวสยบโลก" ผ่านเกมดอลล่าร์

ระเบียบโลกใหม่ภายใต้ "ดอลลาร์เชิงยุทธศาสตร์": อำนาจบีบคั้นและการปรับตัวของ Hegemon...

Popular Posts