17 พันธกิจประชาธิปไตย
แนวมดแดงล้มช้าง
สังคมใดที่ปล่อยให้ทุกอย่างเดินไปตามกลไกของคณาธิปไตย สังคมนั้นย่อมค่อย ๆ สูญเสียอำนาจของประชาชนโดยไม่รู้ตัว เพราะระบบอำนาจที่ถูกออกแบบมาให้เอียง ย่อมไม่อาจให้ผลลัพธ์ที่ตรงได้เองโดยอัตโนมัติ
แนวทาง “มดแดงล้มช้าง” มิใช่การปะทะแบบบุ่มบ่าม มิใช่การเร่งให้ประชาชนเข้าสู่ความเสี่ยงโดยไร้แผน แต่คือการสะสมพลังเล็ก ๆ จำนวนมากให้เป็นระบบ มีวินัย มีความต่อเนื่อง และสามารถค่อย ๆ เปลี่ยนสมดุลอำนาจของสังคมได้จริง
หนึ่ง: พันธกิจด้านการตรวจสอบและความยุติธรรม
1. ติดตามคดีฮั้ว สว. ซื้อเสียง และทุจริตการเลือกตั้ง
เพราะถ้าต้นทางของอำนาจทางการเมืองไม่สุจริต ผลลัพธ์ทั้งหมดของระบบย่อมบิดเบี้ยวตามไปด้วย การติดตามคดีเหล่านี้จึงไม่ใช่เรื่องเทคนิคทางกฎหมายเท่านั้น แต่คือการปกป้องหลักการว่าอำนาจรัฐต้องมาจากประชาชนอย่างแท้จริง
2. เรียกร้องสิทธิประกันตัวนักโทษการเมือง
เพราะสิทธิประกันตัวคือหลักประกันขั้นต่ำของความยุติธรรมในสังคมประชาธิปไตย หากคนเห็นต่างถูกขังระหว่างต่อสู้คดีจนชีวิตพังเสียก่อน ศาลและกฎหมายย่อมกลายเป็นเครื่องมือกดทับ ไม่ใช่เครื่องมือคุ้มครองความเป็นธรรม
3. ตั้งคณะติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดิน
เพราะงบประมาณคือเลือดของประเทศ และภาษีคือหยาดเหงื่อของประชาชน หากประชาชนไม่ตรวจสอบ เงินแผ่นดินจะถูกใช้เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงเครือข่ายอำนาจมากกว่าการแก้ปัญหาชีวิตของคนส่วนใหญ่
4. สร้างศูนย์ข้อมูลความจริงของประชาชน
เพราะความโกรธที่ไม่มีข้อมูลจะดับเร็ว แต่ข้อมูลที่จัดระบบดีจะกลายเป็นอาวุธทางสังคมระยะยาว ศูนย์ข้อมูลควรรวบรวมคดี การใช้อำนาจมิชอบ การละเมิดสิทธิ การทุจริต และพฤติกรรมขององค์กรรัฐอย่างเป็นระบบ
5. สร้างเครือข่ายนักกฎหมายประชาชน
เพราะรัฐอำนาจนิยมมักใช้กฎหมายเป็นกำแพง ใช้คดีเป็นโซ่ตรวน และใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นภาระลงโทษ ขบวนประชาธิปไตยจึงต้องมีนักกฎหมาย อาสาสมัคร และทีมคดีที่ช่วยประชาชนได้จริง ไม่ใช่ปล่อยให้แต่ละคนต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว
สอง: พันธกิจด้านโครงสร้างการเมืองใหม่
6. ตั้งคณะทำงานภาคประชาชนผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เพราะปัญหาการเมืองไทยไม่ใช่เพียงปัญหาตัวบุคคล แต่เป็นปัญหาการออกแบบอำนาจ หากรัฐธรรมนูญยังล็อกประชาชนไว้ใต้กลไกสืบทอดอำนาจ การเลือกตั้งก็อาจกลายเป็นเพียงพิธีกรรมที่เปลี่ยนหน้าผู้เล่น แต่ไม่เปลี่ยนโครงสร้าง
7. ตั้งรัฐบาลเงาภาคประชาชน
เพราะประชาชนไม่ควรรอเพียงวิจารณ์รัฐบาลหลังเกิดความเสียหายแล้ว รัฐบาลเงาภาคประชาชนสามารถติดตามนโยบาย เสนอทางเลือก ตรวจสอบรัฐมนตรี และทำให้สังคมเห็นว่าประชาชนก็มีความสามารถในการคิดเชิงบริหารประเทศ
8. ตั้งสภาประชาชน
เพราะสภาที่เป็นทางการอาจถูกจำกัดด้วยกลไกพรรค ระบบทุน และอำนาจนอกระบบ สภาประชาชนจึงเป็นพื้นที่ให้แรงงาน เกษตรกร นักศึกษา ครู ชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย และประชาชนทั่วไปมีเสียงทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง
9. วางยุทธศาสตร์ระยะยาวแบบเป็นขั้นตอน
เพราะขบวนที่ไม่มีแผนจะถูกลากไปตามอารมณ์ข่าวรายวัน ต้องมีเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เช่น 6 เดือน 3 ปี และ 10 ปี เพื่อให้พลังประชาชนไม่กระจัดกระจายและไม่หมดแรงก่อนถึงชัยชนะ
สาม: พันธกิจด้านคนรุ่นใหม่และการศึกษา
10. ขยายขบวนนักศึกษาและเยาวชน
เพราะเยาวชนคือผู้รับผลของการเมืองวันนี้ในระยะยาว หากคนรุ่นใหม่ถูกทำให้เฉย ถูกทำให้กลัว หรือถูกทำให้เชื่อว่าการเมืองไม่เกี่ยวกับชีวิต อนาคตของประเทศก็จะถูกส่งมอบให้คนกลุ่มเดิมออกแบบต่อไป
11. พัฒนาหลักสูตรพลเมืองประชาธิปไตย
เพราะประชาธิปไตยไม่อาจยืนได้ด้วยการเลือกตั้งอย่างเดียว ประชาชนต้องเข้าใจสิทธิ เสรีภาพ อำนาจรัฐ ภาษี รัฐธรรมนูญ การตรวจสอบ และกลไกคณาธิปไตย เพื่อไม่ถูกชักนำด้วยวาทกรรมง่าย ๆ
12. สร้างโรงเรียนการเมืองของประชาชน
เพราะการเปลี่ยนแปลงต้องการคนที่คิดเป็น พูดเป็น จัดการเป็น และยืนระยะเป็น โรงเรียนการเมืองไม่จำเป็นต้องเป็นอาคารใหญ่โต แต่อาจเป็นวงอ่านหนังสือ ห้องเรียนออนไลน์ เวทีชุมชน หรือหลักสูตรสั้นที่สร้างแกนนำรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง
สี่: พันธกิจด้านสื่อ ความคิด และวัฒนธรรม
13. สร้างระบบสื่อของประชาชน
เพราะใครคุมเรื่องเล่า คนนั้นคุมความเข้าใจของสังคม ขบวนประชาธิปไตยต้องมีสื่อของตนเอง ทั้งบทความ คลิปสั้น รายการสด พอดแคสต์ อินโฟกราฟิก และคลังข้อมูลที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย
14. ทำการรณรงค์เชิงวัฒนธรรม
เพราะอำนาจไม่ได้อยู่แค่ในกฎหมาย แต่อยู่ในความเคยชิน ความกลัว เพลง หนัง เรื่องเล่า มุกตลก และภาพจำของสังคม ศิลปะ วรรณกรรม ดนตรี ละคร และสื่อสร้างสรรค์จึงเป็นสนามสำคัญของการปลดปล่อยจินตนาการประชาธิปไตย
ห้า: พันธกิจด้านฐานเศรษฐกิจและเครือข่ายสังคม
15. สร้างระบบระดมทุนอิสระ
เพราะขบวนที่ไม่มีทรัพยากรจะเคลื่อนไหวได้ไม่นาน และขบวนที่พึ่งเงินจากอำนาจก็จะถูกอำนาจกำกับ การระดมทุนแบบโปร่งใส รายย่อย และตรวจสอบได้ คือรากฐานของความเป็นอิสระ
16. สร้างเครือข่ายแรงงาน เกษตรกร และเศรษฐกิจฐานราก
เพราะประชาธิปไตยที่ไม่แตะปากท้องจะถูกมองว่าเป็นเรื่องของคนเมืองหรือชนชั้นกลาง ขบวนประชาธิปไตยต้องเชื่อมสิทธิทางการเมืองเข้ากับค่าแรง หนี้สิน ที่ดิน ราคาพืชผล สวัสดิการ และความมั่นคงของชีวิต
17. สร้างพันธมิตรระหว่างประเทศและระบบความปลอดภัยของขบวน
เพราะการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในโลกปัจจุบันไม่ควรโดดเดี่ยว ต้องเชื่อมกับนักวิชาการ สื่อ องค์กรสิทธิมนุษยชน และเครือข่ายประชาธิปไตยสากล พร้อมกันนั้นก็ต้องมีระบบความปลอดภัยทั้งด้านดิจิทัล การสื่อสาร และการป้องกันการแทรกซึม
ทั้ง 17 พันธกิจนี้ไม่ใช่รายการความฝัน แต่คือแผนสะสมอำนาจของประชาชนอย่างมีทิศทาง หากทำเพียงข้อใดข้อหนึ่ง อาจเป็นเพียงกิจกรรมชั่วคราว แต่หากทำเชื่อมกันทั้งหมด มันจะกลายเป็นโครงสร้างคู่ขนานของประชาธิปไตย
มดแดงตัวเดียวอาจเล็ก แต่เมื่อมีรัง มีทางเดิน มีสัญญาณ มีวินัย และมีเป้าหมายร่วมกัน แม้ช้างใหญ่เพียงใดก็ไม่อาจเหยียบย่ำได้ตลอดไป
ประชาธิปไตยจึงไม่ใช่สิ่งที่ต้องรอให้ผู้มีอำนาจมอบให้ แต่มันคือสิ่งที่ประชาชนต้องเรียนรู้ สร้าง ปกป้อง และส่งต่อด้วยมือตนเอง
