Official Website of Snea Thinsan, Ph.D.: คันฉ่องส่องไทย | แลนด์บริดจ์ กับ รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ : อุปสรรคทางกฎหมายและความชอบธรรม

คันฉ่องส่องไทย | แลนด์บริดจ์ กับ รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ : อุปสรรคทางกฎหมายและความชอบธรรม

คันฉ่องส่องไทย | แลนด์บริดจ์ กับ รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ : อุปสรรคทางกฎหมายและความชอบธรรม

คันฉ่องส่องไทย

ส่องผ่านกระจกแห่งรัฐธรรมนูญ
โครงการแลนด์บริดจ์ : นโยบายใหม่ที่รัฐบาล “ไม่ได้บอกก่อน”

บทนำ
รัฐบาลชุดปัจจุบันภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล (รัฐบาลอนุทิน ๒) ได้ประกาศเร่งรัดโครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) มูลค่ากว่า ๑ ล้านล้านบาท โดยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีช่วงมิถุนายน-กรกฎาคม ๒๕๖๙ และเปิดประมูลรูปแบบ PPP ภายในปีนี้ อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ ไม่มีปรากฏในนโยบายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย และ ไม่มีในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของคณะรัฐมนตรีชุดที่ ๖๖

คันฉ่องส่องไทยฉบับนี้จะวิเคราะห์อุปสรรคทางกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ อย่างละเอียด เพื่อให้ประชาชนเข้าใจถึงความซับซ้อนและความเสี่ยงของการผลักดันโครงการขนาดยักษ์ที่ “เกิดขึ้นหลังเลือกตั้ง”

๑. มาตรา ๑๖๒ : หลักการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา (ความชอบธรรมทางการเมือง)

“คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ และต้องชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ” — รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๒

คำแถลงนโยบายคือ “สัญญาระหว่างรัฐบาลกับรัฐสภาและประชาชน” โครงการเมกะโปรเจกต์มูลค่า ๑ ล้านล้านบาท ผูกพันระยะยาว ๕๐ ปี ควรต้องระบุไว้ล่วงหน้า หากรัฐบาลนำมาเสนอภายหลัง ฝ่ายค้านสามารถตั้ง กมธ. วิสามัญตรวจสอบ และอาจนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจได้

๒. มาตรา ๖๕ : ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (กรอบการพัฒนาประเทศ)

“รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกัน” — รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง

การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติต้อง “ให้ประชาชนมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง” โครงการแลนด์บริดจ์แม้เคยอยู่ในแผนบางส่วน แต่เวอร์ชันปัจจุบัน (ท่าเรือน้ำลึก ๒ แห่ง + มอเตอร์เวย์ + รถไฟรางคู่) ยังถูกโต้แย้งว่าไม่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมตามมาตรานี้อย่างครบถ้วน

งบประมาณที่ใช้ในโครงการต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ หากไม่สอดคล้อง อาจถูกท้าทายในศาลปกครองหรือศาลรัฐธรรมนูญ

๓. แนวนโยบายแห่งรัฐและสิทธิชุมชน (สิ่งแวดล้อม • การเวนคืน • การมีส่วนร่วม)

  • มาตรา ๖๖-๖๗ : ชุมชนมีสิทธิอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล
  • มาตรา ๓๗ : การเวนคืนที่ดินต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ เที่ยงธรรม และได้รับค่าชดเชยที่เหมาะสม

โครงการนี้มีผลกระทบต่อป่า ชายทะเล ชุมชนประมง และวิถีชีวิตคนใต้เป็นวงกว้าง จึงบังคับให้ต้องทำ รายงาน EHIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ) อย่างละเอียด พร้อมรับฟังความเห็นประชาชน หากใช้ พ.ร.บ. ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) เพื่อยกเว้นกฎหมายปกติ อาจถูกฟ้องว่า “ขัดรัฐธรรมนูญ” เรื่องสิทธิชุมชนและหลักนิติรัฐ

สรุปอุปสรรคในตารางเปรียบเทียบ

อุปสรรคหลัก มาตรารัฐธรรมนูญ ผลกระทบที่อาจเกิด
ไม่มีในคำแถลงนโยบาย มาตรา ๑๖๒ ถูกอภิปรายในสภา ตั้ง กมธ. ตรวจสอบ
ไม่สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ มาตรา ๖๕ + ๑๔๒ งบประมาณอาจถูกคัดค้านหรือเพิกถอน
ขาดการมีส่วนร่วมประชาชน มาตรา ๖๕ + แนวนโยบายแห่งรัฐ EHIA ไม่ผ่าน • ถูกฟ้องศาล
ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและเวนคืน มาตรา ๓๗ + ๖๖-๖๗ การต่อต้านจากชุมชนท้องถิ่นรุนแรง

มุมมองทางวิชาการ

รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ มุ่งสร้าง “การเมืองที่มีกรอบ” เพื่อป้องกันการใช้อำนาจโดยพลการ โครงการขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นนอกกระบวนการที่รัฐธรรมนูญกำหนด ย่อมสร้างความไม่เชื่อมั่นให้สังคม แม้รัฐบาลจะอ้าง “ความจำเป็นเร่งด่วน” แต่หลักนิติรัฐและธรรมาภิบาลต้องมาก่อน

ทางออกที่ถูกต้องคือ (๑) ชี้แจงและขอความเห็นชอบจากรัฐสภา (๒) เร่งทำ EHIA ด้วยความโปร่งใส (๓) ปรับให้สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ และ (๔) รับฟังเสียงประชาชนอย่างแท้จริง

คันฉ่องส่องไทย • วิเคราะห์เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องของประชาชน
ข้อมูลอ้างอิงจากรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ และข่าวสารล่าสุด ๒๙ เม.ย. ๒๕๖๙

โพสต์ล่าสุด

คันฉ่องส่องไทย | แลนด์บริดจ์ กับ รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ : อุปสรรคทางกฎหมายและความชอบธรรม

คันฉ่องส่องไทย | แลนด์บริดจ์ กับ รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ : อุปสรรคทางกฎหมายและความชอบธรรม คันฉ่องส่องไทย ...

Popular Posts