นายกอำมหิต อภิสิทธิ์ร้อยศพ (บทความที่เผด็จการบีบไม่ให้ตีพิมพ์) โดย เทิดไท ประชาธรรม

นายกอำมหิต อภิสิทธิ์ร้อยศพ









Thai E-News: บทความ: นายกอำมหิต อภิสิทธิ์ร้อยศพ

บทความ: นายกอำมหิต อภิสิทธิ์ร้อยศพ
โดย เทิดไท ประชาธรรม
23 พฤษภาคม 2553

นับจากเหตุการณ์ "ขอพื้นที่คืน" ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 เรื่อยมาถึงเหตุการณ์ "กระชับพื้นที่" ที่ราชประสงค์ ระหว่างวันที่ 13 – 19 พฤษภาคม 2553 ด้วยคำพูดที่สวยหรูจาก ศอฉ.และรัฐบาล แต่ความหมายมันก็คือ "การเข้าสลาย และปราบปราม" นั้นเอง

เป็นเหตุให้ มีประชาชนผู้บริสุทธิ์ ทั้งชาย หญิง เด็ก คนชรา แม้แต่สตรีมีครรภ์ ตลอดถึงนายพลของกองทัพ คนเก็บขยะ เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือคนเจ็บ และเจ้าหน้าที่พยาบาลอาสา ได้สังเวยความ "อำมหิต" ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กว่าหนึ่งร้อยศพ (ตัวเลขทางการคือ 88 ศพ) และมีผู้บาดเจ็บอีกเกือบสองพันคน

นี่ ยังไม่นับรวมกับศพที่สูญหายจำนวนมาก โดยมีข่าวลือว่า ถูกนำไปฝังรวมกันที่ค่ายทหารราบแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และยังไม่นับรวมถึงกับศพที่มีข่าวลือจากข้อสงสัยของผู้คนว่า "มีอีกหลายร้อยชีวิตที่เป็นสตรี และคนชรา" ณ เวทีราชประสงค์ ที่ไม่ยอมสลาย และคอยจนนาทีสุดท้ายให้ทหารเข้ามาถึง จนถูกทหารกราดยิง เพราะไม่มีสื่อมวลชนเข้าไปด้วยแม้แต่คนเดียว และถูกนำศพไปเผารวมกัน ณ เซ็นทรัลเวิลด์ "เมรุเผาศพที่ใหญ่ที่สุดในโลก" แล้วปล่อยให้ไฟเผานานกว่า 12 ชม. โดยเจ้าหน้าที่ไม่สนใจที่จะดับเพลิง แต่อย่างใด !!!???

"หนึ่งร้อยศพ" ไม่น่าจะน้อยกว่านี้ คือผลงานและวิธีแก้ปัญหา "แบบเลือดทาแผ่นดิน" ของอภิสิทธิ์

"แผน ปรองดอง" หรือ โรดแม็ป 5 ข้อ ของอภิสิทธิ์ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ มีหลายคนรวมทั้งผู้เขียน เคยวิพากษ์วิจารณ์ว่า "เป็นแค่แผนหลอกล่อให้คนเสื้อแดงกลับบ้าน หรือหลอกให้คนที่เวทีราชประสงค์ลดน้อยลง เพื่อจะได้ง่ายต่อการเข้าสลายและล้อมปราบ ไม่ได้มีความจริงใจที่จะปรองดองอะไรเลย"

และแล้วคำวิพากษ์วิจารณ์ เหล่านั้นก็เป็นจริง เห็นชัด ๆ ว่า ในหัวสมองของอภิสิทธิ์นั้น ไม่มีคำว่า "ปรองดอง" แต่อย่างใด สิ่งเดียวที่มีในหัวสมองของอภิสิทธิ์คือ "ต้องเอาเลือดไพร่ทาบนแผ่นดินให้จงได้" ตามคำบัญชาของมหาอำมาตย์อำมหิต "ตายสิบตายแสน ไม่ต้องใส่ใจ" คนไทยหกสิบกว่าล้านคน ตายแค่นี่ถือว่าน้อยไป และเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูว่า "ต่อไปพวกไพร่อย่าริฮือ"

ท่านผู้อ่าน ที่เคารพ "สัญญาณอำมหิต" เพื่อปลิดชีวิตไพร่กว่าร้อยศพ ได้ถูกส่งสัญญาณแล้วตั้งแต่มีข่าวว่า "ผู้หญิงคนหนึ่ง" โทรหา "อนุพงษ์" ว่า "ให้จัดการปราบไพร่ได้เลยไม่ต้องปรานีปราศรัย"

สัญญาณต่อมา คือ เมื่อพวกพันธมิตร โดยมหาจอมปลอม และกลุ่มเสื้อหลากสีของหมอไร้จรรยาบรรณ และเหล่าลูกสมุนอำมาตย์ ออกมาประสานเสียง ให้รัฐบาลจัดการกับคนเสื้อแดงโดยเด็ดขาด ถ้าไม่จัดการแล้วพวกพันธมารจะจัดการเอง

ต่อมาก็มี เอ็ม.79 มี "สไนเปอร์" ออกมาเก็บ "คนเสื้อแดง" ทีละศพ ๆ จนมาถึงคิวของ "เสธ.แดง" พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล แหล่ะนี่คือ "ซิกสุดท้าย" ที่เป็นสัญญาณว่า "ร้อยศพ" นั้น น้อยมาก ที่คนกระหายเลือดอย่างอภิสิทธิ์ ทาสรับใช้อำมาตยา จะทำการเข่นฆ่า

แกนนำ นปช.ชะล่าใจ หรือแม้แต่ใคร ๆ ก็คิดไม่ถึงว่า พวกมหาอำมาตยาสามานย์ จะมีใจที่ "อำมหิต" สั่งเข่นฆ่าประชาชนของตนเองได้ถึงเพียงนี้ ร้อยศพ ที่ตัวเลขเป็นทางการ และอีกหลายร้อยศพที่สาบสูญ ไม่มีใครทราบว่าอยู่ที่ไหน จึงได้เกิดขึ้น ณ ใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย

แม้จะเป็นร้อยศพ ที่แลกกับคำว่าประชาธิปไตยอันว่างเปล่า แต่ก็เป็นร้อยศพที่ได้เผยธาตุแท้ของ "ระบอบอำมาตยาธิปไตย" ได้อย่างหมดใส้หมดพุง

นักวิชาการด้าน รัฐศาสตร์อย่าง รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ถึงกับกล่าวว่า "ในฐานะของนักรัฐศาสตร์ ผมบอกตรง ๆ ว่า ผมยังงงกับรัฐบาล และตัวนายกรัฐมนตรี ว่า ทำไมถึงได้มั่นใจว่าความรุนแรงจะเป็นทางยุติปัญหาทั้งหมดได้..."

ปานนี้ เมื่อรู้ว่า นายกได้สั่งฆ่าประชาชนไปแล้วกว่าร้อยศพ ไม่ทราบว่า รศ.ดร.สุขุม จะหายงงหรือยัง หรือว่าจะยิ่งงง หรือจะแกล้งทำเป็นงงต่อไปเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่เต็มหัวอกว่า "ที่นายอภิสิทธิ์โหดได้แบบสุด ๆ นั้น เพราะใครบัญชาการอยู่เบื้องหลัง"

ความอำมหิต ของอภิสิทธิ์ผู้นำรัฐบาลนอมิอำมาตยาสามานย์ กับ "ยุทธการฆ่าไม่เลือกหน้า" ถูกนำมาใช้กับทุกคนที่เดินอยู่ในพื้นที่ชุมนุม ทั้งนี้เพราะมีมหาอำมาตย์สามานย์บัญชาการอยู่เบื้องหลัง จน "อนุพงษ์" ต้องสงบเสงียมเจียมตัว และหยุดคำพูดของตัวเองที่ว่า "การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง" ลงในทันที

"สงคราม" ที่รัฐใช้อาวุธร้าย "เอ็ม. 16 เอ็ม. 79 และสไนเปอร์" ณ "สมรภูมิราชประสงค์" ได้ยุติลง ด้วยชัยชนะของ "อภิสิทธิ์ และอำมาตย์" พร้อมกับการจากไปด้วยความ "พ่ายแพ้และ ความตายของชาวไพร่" ผู้มีอาวุธร้าย คือ "บั้งไฟ หนังสติ๊ก และไม้ไผ่"

สงครามระยะสั้นได้จบลงแล้ว

อภิสิทธิ์ และอำมาตย์ ชนะแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ณ สมรภูมิที่ราชประสงค์ เหล่าลูกสมุนต่างสะใจ ไชโย โฮ่ร้อง ทั้งเหลือง เขียว น้ำเงิน ชมพู ฟ้า กับ ความพ่ายแพ้ของนักรบเสื้อแดง ที่เป็น "หญิงแก่ ๆ" และ "ชายชรา" หน้าตาชนบท ๆ อายุแต่ละคนกว่าเจ็ดสิบปี ที่ต้องเดินร้องไห้ออกจากสมรภูมิรบ "ที่อาวุธไม่เท่าเทียม" ด้วยความ "เจ็บแค้น และคราบน้ำตา"

สงครามระยะยาวยังไม่จบ !!!


"บั้งไฟ หนังสติ๊ก ไม้ไผ่" สู้กับอาวุธร้าย "สไนเปอร์ รถถัง เอ็ม.16 และ เอ็ม.79" ความตาย น้ำตา ความแค้น "ขอนแก่น อุดร อุบล โมเดล" เชียงใหม่ เชียงราย กระจ่ายไปทั่ว ทั้งกรุงทเพฯ และปริมณฑล

แม้ว่าแดงจะเผา หรือเหลืองจะใส่ร้าย หรือว่าน้ำเงินจะผสมโรงป้ายสี อะไรก็ตามเถอะ นั้นแสดงว่า "สงครามยังไม่จบ"

"ขอนแก่น อุดร อุบล โมเดล" ผู้ก่อเหตุถูกยิงถูกจับ "ตายและบาดเจ็บหลายสิบ" ถูกจับเกือบร้อย ยังพอยุติการความวุ่นวายลงได้ในเร็ววัน แต่ถ้าเป็น "สามจังหวัดชายแดนภาคใต้โมเดล" คงไม่ต้องอธิบายว่า "วิธีการคืออย่างไร" มาเกิดขึ้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสาน แล้วประเทศไทยจะอยู่กันอย่างไร ?

"ประเทศไทยโชคดีที่มีอภิสิทธิ์เป็นนายก"

ขออวยพรให้โชคดีไปตลอดเถอะนะมหาอำมาตย์ และขอให้อภิสิทธิ์ของพวกคุณ ได้เป็นนายกของประเทศไทยตลอดไปชั่วกัปป์ชั่วกัลป์

นายแน่มากอภิสิทธิ์!!! @

หมายเหตุ ปกติบทความนี้จะถูกตีพิมพ์ใน คอลัมม์ "สถานีไพร่" ทางนสพ.ไทยเรดนิวส์ ฉบับที่ 51 ประจำวันศุกร์ที่ 28 พ.ค.-3 มิ.ย.53 แต่ปรากฎตามที่เป็นข่าวแล้วว่า ไทยเรดนิวส์ ได้ถูก ศอฉ.สั่งปิดแล้ว เจ้าของบทความ (คุณเทิดไท ประชาธรรม) จึงได้ฝากมาให้กับทางกลุ่ม ได้ช่วยกระจ่ายให้กับแฟน ๆ ได้อ่านทั่วกัน ด้วยครับ 




พวกเจ้าจักอยู่อย่างไร ไม่ตายล้ม?



เกิดมาสองมือมีไม่สี่สาม 
สองตีนตามแต่น้อยไม่พลอยเพิ่ม
มีหนึ่งหัวตัวไหล่ไม่มีเติม
คนจึงเริ่มแรกร่างอย่างเดียวกัน

อันรวยจนคนสร้างบนทางแต่ง
ก่อกำแพงแบ่งชนบนเขตขั้น
คนจึงก่อต่อยศประโยชน์พัน
มีกีดกันหยันเหยียดเกียรติคนรอง 



อันอำนาจวาดใฝ่อยากได้ทั่ว
เห็นแก่ตัวต่อปล้นชนทั้งผอง
สร้างระบบกลบเกลื่อนเบือนครรลอง
ทำให้มองการเมืองเรื่องเหนือชน

ทำประชาชนทั่วให้กลัวย่อ
สร้างคำยอยกย่องตนผ่องผล
ยกตนเหนือหัวหล้าประชาชน
แล้วเวียนวนวิ่งหาตัณหามัว

จนนานวันลืมว่าค่าอำนาจ
เป็นสิทธิขาดของชนทุกคนทั่ว
ยึดเอาว่าข้าดีมีคนกลัว
จึงลืมตัวแต่งตั้งตนนั่งครอง

ทำระบบกลบภาพฉาบทาสี
ยกตนดีเหนือค่าประชาพร่อง
ยึดอำนาจวาดเมืองเป็นเครื่องครอง
พอประชาชนร้องจ้องทำลาย

ลืมว่ามือตีนหัวตัวเหมือนเขา
ลืมว่าจนรวยเราล้วนดับหาย
ลืมว่าทรัพย์นับล้านวารสุดวาย
ล้วนมลายจากอกเคยพกเอา
ตอนคนโง่โซซานไม่อ่านเขียน
กลจึงเวียนว่ายใช้ได้ผลเหมา
ภาพบัดนี้ที่เปลี่ยนคนเรียนเงา
เห็นตัวเข้าจึงขับเพลงจับกล

เจ้าทั้งหลายชายหญิงหลงหยิ่งศักดิ์
จงตระหนักใจแน่รีบแปลผล
จงรู้ว่าค่าคนเท่าทุกคน
ประชาชนชูให้จึงใหญ่แท้

หากจะคิดการใหญ่หวังได้ผล
ประชาชนคือทางช่วยถางแก้
หากทำเพื่อผองเขาใจเจ้าแล
ย่อมของแน่ชนเนื่องช่วยเปลื้องงาน

หากเจ้าอ้างทางเพื่อตนเถือแดก
จงอย่าแปลกใจปนเมื่อชนพล่าน
จงอย่าหวังดังเก่าแกล้งเมาพาล
แล้วระรานงานทั่วแก้ตัวเมา

เจ้าทำกรรมยำยีวิถีถูก
ดังเจ้าปลูกต้นเปรตในเขตเจ้า
มันจักหลอกปลอกลิ้นปลิ้นตาเอา
ตามเป็นเงาคอยกินเจ้าสิ้นร้าง

อ้างศีลธรรมนำทางวางแผนปล้น
ทางเดียวพ้นกรรมปั้นพันหัวหาง
คือเอาศีลปีนเกลียวเหลียวมองทาง
เอาธรรมวางเป็นแนวค่อยแจวคืน

เอาสิทธิประชาขาเจ้าควบ
เคยกินรวบรัดเมืองเปลื้องข่มขืน
มีทางเดียวเกลียวกลับเจ้าจับคืน
จึงจักยืนยังหัวบนตัวตาย

อันดอกฟ้าหญ้าไพรใดล้วนพึ่ง
รากหญ้าตรึงจึงช่อพอเชิดได้
หากเจ้าลืมรากหมายหวังย้ายไกล
เจ้าจักอยู่อย่างไร...ไม่ตายล้ม? 

แต่งโดยดร.เพียงดิน รักไทย    Sunday, May 30, 2010



วันใดขาดไพร่แล้ว พวกมึง จะรู้สึก




ข้าวที่หวานซ่านลิ้นเคยกินอิ่ม
ปลาที่ชิมเนื้อที่ซดปรากฎหอม
ผักที่สดมดที่นำยำจานทอง
ตึกที่สร้างทางที่ท่องต้องมือใคร

โต๊ะเก้าอี้มีใช้ที่ในบ้าน
เทพประทานให้ท่านซื้อหรือไฉน
เตียงที่นอนหมอนที่เห็นจากเอ็นใคร
ฝ้ายดอกไหนไม่ผ่านการใช้มือ

เสียภาษีมีเงินเกินหลายล้าน
กำไรท่านทำได้ไฉนหรือ
ฤามิใช่ได้ทุนต่ำคนทำมือ
ฤานั่นคือภาษีควายไร้หมายความ

น้ำพึ่งเรือเสื่อพึ่งป่าร่วมอาศัย
เป็นนายใครหากคนผอมไม่ยอมล่าม
จะนำใครไหนเล่าเขาไม่ตาม
เราถึงยามมองฉันเธอเสมอเทียม

มือปลูกข้าวเขาด้อยค่าน้อยหรือ
เปรียบมือถือปากกาทองที่ผ่องเอี่ยม
ลำแขนปูดเอ็นโป่งดำโก่งเกรียม
มีค่าเทียมกว่าแขนผ่องทองงามฤา?

จึงสมควรเห็นคนเป็นคนอย่าง
มิใช่ต่างอย่างควายคล้ายกระสือ
จึงควรรักคนไทยในฝีมือ
มิใช่ถือศักดิ์แบ่งแล้วแย่งครอง

ดร.เพียงดิน แต่งไว้เมื่อ
Thursday, June 10, 2010

"ประชาไท" ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ "Best Alternative Journalists Award" 2014







เว็บไซต์ประชาไท มีบทบาทเป็นสื่อออนไลน์แบบไม่แสวงกำไรมานานแล้ว มีชื่อเสียงในด้านรวบรวมนักคิดหัวก้าวหน้า ที่นำข้อมูลมาเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างมีคุณภาพ เด่นชัดตั้งแต่หลังการรัฐประหาร จนเว็บบอร์ดของประชาไท ถูกบังคับให้ปิดตัวลงไม่นานหลังการรัฐประหาร  2549

แต่แรงกดดัน หาได้ทำให้ประชาไทหยุดทำหน้าที่ด้านการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไม่ ประชาไท กลับขยายตัว มีข่าวด้านต่าง ๆ  ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ๆ และยังได้เพิ่มข้อมูลข่าวภาคภาษาอังกฤษ เพื่อช่วยปิดช่องว่างเชิงข้อมูลข่าวสาร บนเวทีสากล เป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชนที่ถูกปิดกั้นด้วยนานาปัจจัย บทบาที่ชัดเจนที่สุดของประชาไท คือการเป็นปากเป็นเสียงให้กับเสียงที่ถูกปิดและสิทธิที่ถูกเหยียบย่ำในมุมที่ถูกซ่อนของสังคมไทย  นักโทษการเมือง นักโทษ 112 สิทธิชุมชน และข่าวเชิงสืบสวนทางการเมือง ฯลฯ ล้วนเป็นผลงานของทีมงานประชาไทที่เข้มข้นด้วยสาระ ความหลากหลาย และต่อเนื่อง และคุณภาพ ที่สามารถนำมาเป็นฐานการทำความเข้าใจปัญหาสังคมได้อย่างดี และสามารถนำไปใช้ต่อยอดสำหรับผู้ที่จริงจังกับการสืบค้นข้อมูลด้วย

ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ด้วยมติเอกฉันท์ จึงขอมอบรางวัล 2014 Best Alternative Journalists Award ให้กับทีมงานเว็บไซต์ ประชาไท ด้วยความชื่นชมและขอบคุณ และขอให้ทุกท่านที่เกี่ยวข้อง จงมีความสุขความเจริญ มีพลังกาย พลังใจ ในการทำหน้าที่ของท่านต่อไป

ในการนี้ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยในยุครัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเลขาธิการองค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ท่านจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เป็นผู้ให้เกียรติมอบรางวัล และคุณจอม เพชรประดับ เป็นตัวแทนประชาไท รับมอบประกาศเกียรติคุณครั้งนี้

ขอขอบคุณทุกท่านที่เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง มา ณ​ ที่นี้ด้วย

ประกาศ ณ​ วันที่  23 มีนาคม  2558

ดร.เพียงดิน รักไทย
ประธานบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง
ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน



เจ้าพ่อระดับสนธิ ลิ้มฯ เหมือนจะยอมรับสภาพ ว่าเคยอ้างว่ากู้ชาติสำเร็จนั้น วันนี้ ต้องกู้ตัวเองให้รอดซะแล้ว




 

เจ้าพ่อวงการสื่อและวงต่อรองอำนาจระดับสนธิ ลิ้มฯ เหมือนจะยอมรับสภาพ ว่าเคยอ้างว่ากู้ชาติสำเร็จนั้น วันนี้ ต้องกู้ตัวเองให้รอดซะแล้ว ดูน่าหดหู่อย่างยิ่ง  แต่กลับกลายเป็นดี เพราะลิ้มฯ ที่ตกมาเดินบนดินนั่นแหละ จะกัดดะ แฉแหลก และอาจจะได้สำนึกมาทำงานเพื่อกู้ชาติจริง ๆ ซะที  (แสดงว่า เดิมตอนออกมานำทัพไล่ดร.ทักษิณนั้น เป็นการทำลายชาติ ไม่ใช่กู้ชาติ)


พุทธอิสระ ท้าไปทั่ว รายล่าสุดพระมหาโช และธรรมกาย (แต่ที่อดีตพระเกษมท้าดวลธรรม ไม่ยักยอมสู้ ธ่อ...ไอ้ของเก๊...บ่?)

งานนี้ สงสัยเจอของจริงแล้วล่ะ พุทธอิสระ





พุทธอิสระ ท้าไปทั่ว รายล่าสุดพระมหาโช   (แต่ที่อดีตพระเกษมท้าดวลธรรม ไม่ยักยอมสู้ ธ่อ...ไอ้ของเก๊...บ่?)





เอาอีกแล้ว ประยุทธ์... ขู่ใช้อำนาจลุยสื่อ สงสัยกินยาคุมย้อนศร ม๊างงง...

"บิ๊กตู่" ฉุนควันออกหู ด่ากราดสื่อ "ลั่น" จากนี้จะเข้าตรวจสอบหากสื่อใดสร้างความแตกแยก



เอาอีกแล้ว ประยุทธ์... ขู่ใช้อำนาจลุยสื่อ  สงสัยกินยาคุมย้อนศร ม๊างงง...
https://www.youtube.com/watch?v=p9v6KY7DQ2g



ประเทศไหนมีรัฐบาล ที่ดีที่สุดในโลก?



จากข้อมูลของ World Bank เมื่อสามปีที่แล้ว ประเทศที่มีรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพที่สุด เป็นประเทศที่อยู่ในโลกพัฒนาแล้วแทบทั้งสิ้น และระดับบนสุด มีสิงค์โปร์ ซึ่งเพิ่งสูญเสียผุ้นำที่ยิ่งใหญ่ นายลี กวน ยู ไปไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ติดอันดับสองของโลก ตามหลังฟินแลนด์  ส่วนสหรัฐอเมริกา ติดอันดับ 19  สิ่งที่น่าสังเกตุ คือ ประเทศที่มีขนาดพลเมืองเล็กในยุดรป จะสามารถจัดการและสร้างประสิทธิภาพได้ดีกว่า และติดอันดับสูงกว่า (ดูจากสิบอันดับแรก) 

ส่วนพี่ไทยเรา ที่มีทรัพยากรล้นแผ่นดิน มีคนที่สามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้ดีมาก ๆ หากมีการพัฒนาและช่วยเหลือ และมีอะไรดี ๆ เป็นทุนอีกมากมาย แต่คุณภาพชีวิตกลับแย่ลงจนน่าใจหาย ทั้งนี้ก็น่าจะมาจากการที่รัฐบาลทำงานเต็มที่ไม่ได้ เพราะจะไปขัดใจมาเฟียประจำราชอาณาจักรเขาเข้านะสิ... อิ ๆ  เรื่องอันดับ คงไม่ต้องไปค้นกระมังครับ  โดยเฉพาะหากเอารัฐบาลประยุทธ์ในพระบรมราชูปถัมภ์  ..... เหอ ๆ  ๆ 









ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ (รีพับลิกัน) ดร. เบน คาร์สัน...???



ผมรู้จัก ดร.เบน คาร์สัน เมื่อสี่ห้าปีนี้เอง โดยเห็นประวัติของท่าน จากการค้นหาแรงจูงใจให้นักศึกษา แล้วไปพบบทสัมภาษณ์ท่านเกี่ยวกับหนังสือ ที่อธิบายชีวิตและผลงานของดร.ที่เป็นหมดผ่าตัดสมองที่เก่งมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่ตอนเด็ก เรียนแย่ชนิดที่คนดูถูกทั้งโรงเรียน ครอบครัวก็แตกแยก  แต่สามารถค้นพบตัวเอง แล้วผันไปเป็นนักเรียนที่เรียนเก่งระดับเทพ อายุแค่สามสิบกว่า ก็ได้เป็นผุ้อำนวยการแผนกในโรงพยาบาลมีชื่อที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกา

การพูดในคลิปข้างบน ตอนนั้น ดร.คาร์สันยังไม่ได้คิดจะเข้าการเมืองแบบเลือกข้าง คือปฏิเสธทั้งเดโมแครต และรีพับลิกัน  หลังเทศนาที่เล่นเอาประธานาธิบดีโอบาม่าหน้าชาไปหลายตอน  เขาก็ได้รับการทาบทามจากทางฝั่งรีพับลิกัน เพื่อให้เข้ามาแข่งกับฮิลารี่ (แต่อาจจะเป็นคนอื่นได้)  ดร.ท่านนี้ ฉลาด แหลมคม ตรงประเด็น และกล้าท้าทายสังคม  ผมไม่ได้เห็นด้วยกับแนวคิดหลายเรื่อง แต่ก็เห็นว่า เป็นคนที่ยังใส กล้าพูดเพราะยังไม่ถูกรังสีการเมืองกระทบมาก

อยากให้จับตาดูนายแพทย์ท่านนี้ แล้วศึกษาประวัติท่านดู ไม่ธรรมดาจริง ๆ ครับ
ไม่ธรรมดา เพราะมันเป็นภาพลักษณ์ที่นักการเมืองที่ช่ำชองและอยู่นานอย่างฮิลารี่ ซึ่งมีแผลเยอะ
ต้องกลัว เพราะมันเป็นสิ่งที่สังคมกำลังโหยหาซะด้วย แถมดร.ท่านนี้ พูดเก่งชนิดไม่ธรรมดาเลย

การเข้ามาของดร.ท่านนี้ จะทำให้ภาพอนุรักษ์นิยมของอเมริกันที่ชอบ รีพับลิกัน อ่อนลง soft ลง
และอาจจะทำให้คนกลาง ๆ หลายคนหันมาเลือกรีพับลิกัน

จับตาดูกันต่อไป จากนี้ไป คุณหมอท่านนี้ จะต้องอยู่ในสายตาของชาวโลก อย่างน้อยก็คงถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดี และหากเขาประคองตัวและทำได้ดี เราอาจจะได้เห็นประธานาธิบดีคนผิวสีสองคนติดต่อกัน แค่อยู่กันคนละฝั่งเท่านั้นเอง
ในเดือนพฤศจิกายน ปีหน้านี้




สถานะกษัตริย์ไทย ในอนาคตรัฐไทยใหม่ ควรเป็นอย่างไร?

br />
หากเลือกได้ คุณจะวางกษัตริย์ไว้ตรงไหน ในรัฐไทยใหม่?

ให้อำนาจเป็นประมุขและเหมือนที่ภูมิพลทำมาตลอดรัชกาล
ให้อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ ไม่มีอำนาจ เหมือนญี่ปุ่นและอังกฤษ
เฉย ๆ จะอยู่ไหนก็ได้
จะมีก็ได้ แต่ต้องอยู่ใต้อำนาจประชาชน ริบทรัพย์สิน ริบอำนาจ ไม่มีบทบาทใด ๆ
อย่ามีอีกเด็ดขาด ต้องกำจัดไม่เหลือซาก สะเด็ดน้ำไปเลย
Poll Maker






โพสต์ล่าสุด

คันฉ่องส่องไทย | หายนะแม่น้ำโขง: เหมืองเถื่อน 2,400 แห่ง และบทบาทจีน-ทุนสามานย์

คันฉ่องส่องไทย | หายนะแม่น้ำโขง: เหมืองเถื่อน 2,400 แห่ง และบทบาทจีน-ทุนสามานย์ คันฉ่องส่องไทย ...