สงกรานต์นี้ ขอเขียนจดหมายเปิดผนึก ถึง ตือโป๊ยก่าย ประวิทย์ พี่ใหญ่แห่งบูรพาสุนัข สักหน่อย

ในวาระ สงกรานต์นี้ ขอเขียนจดหมายเปิดผนึก ถึง ตือโป๊ยก่าย ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ. พี่ใหญ่แห่งบูรพาสุนัข
-
อีป้อม....ครับ  ก่อนอื่นขอแสดงความติดเห็น กับชีวิตและหน้าที่การงานของนางประวิทย์  ที่ประสบความสำเร็จ  ลาภ ยศ สรรเสริญ รวมทั้งบรรดาศักดิ์ ที่ได้มีจาก กองเลือดและคราบน้ำตาของประชาชน  ทั้งในปี ตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจุบัน 
-
ความชั่วระยำ เหล่านี้อีป้อม ล้วนผ่านมาแล้วทั้งสิ้น    แม้จะทำให้คนไทยอีกหลายสิบล้านคน ต้องทุกข์ทน และ ไม่เคยมีวาสนาได้สัมผัสสิ่งเหล่านั้นแม้เสี้ยวปลายนิ้วก้อยจากที่อีป้อมได้รับ    
-
เปล่าหรอก....ผมไม่ได้กำลังขอร้องขอ  ให้อีป้อมแบ่งปันสิ่งเหล่านั้นที่ได้รับ   แต่อยากจะเอาเท้าสะกิดหัวของนาง ในฐานะปราชาชนคนไทยที่เป็นพุทธศาสนิกชนด้วยกัน   สรรพสิ่งล้วนอนิจจัง....ยิ่งขวานขวายมากก็ยิ่งสูญเสียมาก 

-
ในฐานะที่อีป้อม  พี่ใหญ่แห่งบูรพาสุนัข     ผมไม่เชื่อว่าอีป้อมจะไม่รู้เห็นอะไรต่อมิอะไรที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง   ยิ่งในขณะนี้!!   ขณะที่ทหารเอารถถัง เอาสรรพอาวุธสงครามมาbase ไว้ที่กรุงเทพฯ     อีป้อมอาจจะปฏิเสธว่าเป็นทหารที่เกษียณไปแล้วไม่รู้. หรืออีป้อมออกมาปัด ในการสลายการชุมนุม เมื่อครั้งปี 2553 ที่ผ่านมา โดยกล่าวว่า แค่เป็นพยาน ในการสั่งฆ่าประชาชน ในครั้งนั้น เท่านั้น ....ฟังเผินๆ อาจจะน่าเชื่อถือนะครับ    แต่พฤติกรรมที่ผ่านๆ มาของอีป้อม กลับมองว่ายังไม่เกษียณเลย

-
อีเปรม แห่งบ้านสี่เสา ถือว่าเป็น "ทหารเกษียณ" ผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในประเทศไทยภายใต้การปกครองระบอบอำมาตยธิปไตย    ในสายตาของผมและเชื่ออีกว่าในสายตานักประชาธิปไตยอีกหลายๆ ล้านคนมองว่านั่นไม่ถูกต้องนัก   เพราะสถานะของอีเปรม กลับถูกยกย่องจากคนทั่วไปโดยเฉพาะทหารและจากสื่อทีมงานของอีเปรมเองจนเกินเลย  แม้ช่วงวันเปิดบ้านของอีเปรม  ไอ้ตูบ ถึงขนาดฟ้องอีเปรมว่า สื่อไม่ช่วย 
-

นั้นเป็นข้อสังเกตุให้เห็นว่า อีเปรมไม่ใช่คุมแค่กำลังทหาร หรือแค่ธนาคารเท่านั้น แม้กระทั้งสื่อ อีเปรมก็คุมด้วย  
-
อีป้อม  .....เองคงจะทราบและรู้ดีว่า อีเปรม นั่นคือที่มาที่ไปของคำว่า "ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ"  และเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง รัฐประหารทุกครั้ง 

-
ก่อนหน้านั้นโผทหารโดยเฉพาะตำแหน่ง "ผบ ทบ."  ก่อนจะส่งขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย  ต้องผ่านมืออีเปรมก่อนทุกครั้ง  (ซึ่งถือว่าไม่จำเป็นต้องผ่านมือ  หาเช่นนั้นพรบ. พรก. หรืออะไรต่อมิอะไรที่ต้องส่งขึ้นทูลเกล้าฯ ก็ต้องผ่านอีเปรมทั้งหมด)    
-


ก็ต่อเมื่อครั้งดร.ทักษิณดำรงตำแหน่งนายก ก็ได้ทำลาย "ธรรมเนียมเลว" คือการไม่ส่งโผทหารผ่านมืออีเปรมลงไป  และเขาเป็นผู้นำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยตรงในฐานะนายกรัฐมนตรีเอง  การแต่งตั้งเหล่าทหารชั้นผู้ใหญ่จึงเป็นไปตามกฏตามกติกา    นายทหารที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากตรงนี้ก็คือ (อีป้อมประวิทย์) ด้วย   หรือมึงจะปฏิเสธ.............???  
-

หากวันนั้น  ดร. ทักษิญ ยังคงธรรมเนียมเก่า เอารายชื่อให้ อีเปรม.......... ผมถามตรงๆ นะครับว่า อีป้อม  มึงจะมีวันนี้ไหม
-
หากแต่........ วันนี้ อีป้อมทำไมมึงกลับจ้องทำลาย ตระกลูชินวัตร และ ประชาชนด้วยเหตุอันใด  ทั้งๆที่ มึงก็ได้รับ อนิสงค์จาก ระบอบ ประชาธิปไตย มึงนี้ ยิ่งกว่าสุนัขตัวเมียที่เลี้ยงไม่เชื่องเสียอีก 

-
เอาล่ะ เมื่ออีป้อม เป็นเช่นนี้  ก็ขอคิดและคาดเดาต่อไปเอาไว้เลยว่า 

-
เมื่อไหร่ที่ อีเปรมได้สิ้นอายุขัย หรือตายห่าตายโหงจากพิษ ส้นตีนของประชาชน ลงไป   ศูนย์รวมอำนาจนอกระบบและเหนือรัฐธรรมนูญก็คงจะค่อยๆ สลายไปด้วย     และที่สำคัญ    ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะได้หลุดจากวงจรแห่งการกุมอำนาจแบบประหลาดๆ ในสังคมไทยเสียที     บ้านเมืองจะเดินได้ไปข้างหน้าไม่ตะกุกตะกักเหมือนที่ผ่านๆ มา 
-
หรือว่าอีป้อม มึงจะเห็นด้วยไหม กับกู หรือว่า มึงจะคิดสวมบท อีเปรม 2 

-
อีป้อมเอย.........อย่าคิดวัดรอยเท้าอีเปรมเลย ...วางตัวเป็นทหารเกษียณทิ้งตัวอย่างที่เป็นทหารเลว ๆ อย่าให้น้องๆ เดินตามรอยมึงอีกเลย พอทีเถอะ

-  

รอยเท้าของมึงนะ อีป้อม ไม่ว่ามึงจะเลี้ยงทหารนอกแถวไว้มากมายก็ตาม  แต่กูเชื่อว่า  ด้วยระบบประชาชธิปไตยในอนาคตในใกล้นี้  ซึ่งแน่นอนอไม่ได้มาจาก ทรราช คสช. อย่างแน่นอน 
-
ทหารชั่ว และ ทรราช คสช.ทั้งหลาย จะต้องถูกดำเนิคดี ฆ่าล้างเผ่าพันธ์กับศาลโลก และกูก็เชื่อต่ออีกว่าทหารหลายรุ่นหลายเหล่าจะไม่เดินตามรอยเท้ามึง.............  อีป้อม 
-


เพราะอะไร  ก็เพราะประเทศฉิบหายวายวอดไปกว่า 5 ล้านๆ บาท ในช่วงเวลาตั้งแต่ทรราช คสช. ทำรัฐประหารมานั้นเป็นสิ่งที่ยืนยันอย่างชัดแจ้งว่า

-
และประชาชนตายไปมากกว่าหมื่นด้วยน้ำมือของ ทหารทั้งสิ้น 

นั้นจึงเป้นที่มา ขอคำว่า   ทหารไทยมีไว้ทำไม
-

กูไม่ต้องทหารชั่วๆ อย่างพวกมึงอีกแล้ว  ------------พอกันที

-
เสรีชน


สงกรานต์นี้ ขอเขียนจดหมายเปิดผนึก ถึง ตือโป๊ยก่าย ประวิทย์ พี่ใหญ่แห่งบูรพาสุนัข สักหน่อย

ในวาระ สงกรานต์นี้ ขอเขียนจดหมายเปิดผนึก ถึง ตือโป๊ยก่าย ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ. พี่ใหญ่แห่งบูรพาสุนัข
-
อีป้อม....ครับ  ก่อนอื่นขอแสดงความติดเห็น กับชีวิตและหน้าที่การงานของนางประวิทย์  ที่ประสบความสำเร็จ  ลาภ ยศ สรรเสริญ รวมทั้งบรรดาศักดิ์ ที่ได้มีจาก กองเลือดและคราบน้ำตาของประชาชน  ทั้งในปี ตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจุบัน 
-
ความชั่วระยำ เหล่านี้อีป้อม ล้วนผ่านมาแล้วทั้งสิ้น    แม้จะทำให้คนไทยอีกหลายสิบล้านคน ต้องทุกข์ทน และ ไม่เคยมีวาสนาได้สัมผัสสิ่งเหล่านั้นแม้เสี้ยวปลายนิ้วก้อยจากที่อีป้อมได้รับ    
-
เปล่าหรอก....ผมไม่ได้กำลังขอร้องขอ  ให้อีป้อมแบ่งปันสิ่งเหล่านั้นที่ได้รับ   แต่อยากจะเอาเท้าสะกิดหัวของนาง ในฐานะปราชาชนคนไทยที่เป็นพุทธศาสนิกชนด้วยกัน   สรรพสิ่งล้วนอนิจจัง....ยิ่งขวานขวายมากก็ยิ่งสูญเสียมาก 

-
ในฐานะที่อีป้อม  พี่ใหญ่แห่งบูรพาสุนัข     ผมไม่เชื่อว่าอีป้อมจะไม่รู้เห็นอะไรต่อมิอะไรที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง   ยิ่งในขณะนี้!!   ขณะที่ทหารเอารถถัง เอาสรรพอาวุธสงครามมาbase ไว้ที่กรุงเทพฯ     อีป้อมอาจจะปฏิเสธว่าเป็นทหารที่เกษียณไปแล้วไม่รู้. หรืออีป้อมออกมาปัด ในการสลายการชุมนุม เมื่อครั้งปี 2553 ที่ผ่านมา โดยกล่าวว่า แค่เป็นพยาน ในการสั่งฆ่าประชาชน ในครั้งนั้น เท่านั้น ....ฟังเผินๆ อาจจะน่าเชื่อถือนะครับ    แต่พฤติกรรมที่ผ่านๆ มาของอีป้อม กลับมองว่ายังไม่เกษียณเลย

-
อีเปรม แห่งบ้านสี่เสา ถือว่าเป็น "ทหารเกษียณ" ผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในประเทศไทยภายใต้การปกครองระบอบอำมาตยธิปไตย    ในสายตาของผมและเชื่ออีกว่าในสายตานักประชาธิปไตยอีกหลายๆ ล้านคนมองว่านั่นไม่ถูกต้องนัก   เพราะสถานะของอีเปรม กลับถูกยกย่องจากคนทั่วไปโดยเฉพาะทหารและจากสื่อทีมงานของอีเปรมเองจนเกินเลย  แม้ช่วงวันเปิดบ้านของอีเปรม  ไอ้ตูบ ถึงขนาดฟ้องอีเปรมว่า สื่อไม่ช่วย 
-

นั้นเป็นข้อสังเกตุให้เห็นว่า อีเปรมไม่ใช่คุมแค่กำลังทหาร หรือแค่ธนาคารเท่านั้น แม้กระทั้งสื่อ อีเปรมก็คุมด้วย  
-
อีป้อม  .....เองคงจะทราบและรู้ดีว่า อีเปรม นั่นคือที่มาที่ไปของคำว่า "ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ"  และเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง รัฐประหารทุกครั้ง 

-
ก่อนหน้านั้นโผทหารโดยเฉพาะตำแหน่ง "ผบ ทบ."  ก่อนจะส่งขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย  ต้องผ่านมืออีเปรมก่อนทุกครั้ง  (ซึ่งถือว่าไม่จำเป็นต้องผ่านมือ  หาเช่นนั้นพรบ. พรก. หรืออะไรต่อมิอะไรที่ต้องส่งขึ้นทูลเกล้าฯ ก็ต้องผ่านอีเปรมทั้งหมด)    
-


ก็ต่อเมื่อครั้งดร.ทักษิณดำรงตำแหน่งนายก ก็ได้ทำลาย "ธรรมเนียมเลว" คือการไม่ส่งโผทหารผ่านมืออีเปรมลงไป  และเขาเป็นผู้นำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยตรงในฐานะนายกรัฐมนตรีเอง  การแต่งตั้งเหล่าทหารชั้นผู้ใหญ่จึงเป็นไปตามกฏตามกติกา    นายทหารที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากตรงนี้ก็คือ (อีป้อมประวิทย์) ด้วย   หรือมึงจะปฏิเสธ.............???  
-

หากวันนั้น  ดร. ทักษิญ ยังคงธรรมเนียมเก่า เอารายชื่อให้ อีเปรม.......... ผมถามตรงๆ นะครับว่า อีป้อม  มึงจะมีวันนี้ไหม
-
หากแต่........ วันนี้ อีป้อมทำไมมึงกลับจ้องทำลาย ตระกลูชินวัตร และ ประชาชนด้วยเหตุอันใด  ทั้งๆที่ มึงก็ได้รับ อนิสงค์จาก ระบอบ ประชาธิปไตย มึงนี้ ยิ่งกว่าสุนัขตัวเมียที่เลี้ยงไม่เชื่องเสียอีก 

-
เอาล่ะ เมื่ออีป้อม เป็นเช่นนี้  ก็ขอคิดและคาดเดาต่อไปเอาไว้เลยว่า 

-
เมื่อไหร่ที่ อีเปรมได้สิ้นอายุขัย หรือตายห่าตายโหงจากพิษ ส้นตีนของประชาชน ลงไป   ศูนย์รวมอำนาจนอกระบบและเหนือรัฐธรรมนูญก็คงจะค่อยๆ สลายไปด้วย     และที่สำคัญ    ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะได้หลุดจากวงจรแห่งการกุมอำนาจแบบประหลาดๆ ในสังคมไทยเสียที     บ้านเมืองจะเดินได้ไปข้างหน้าไม่ตะกุกตะกักเหมือนที่ผ่านๆ มา 
-
หรือว่าอีป้อม มึงจะเห็นด้วยไหม กับกู หรือว่า มึงจะคิดสวมบท อีเปรม 2 

-
อีป้อมเอย.........อย่าคิดวัดรอยเท้าอีเปรมเลย ...วางตัวเป็นทหารเกษียณทิ้งตัวอย่างที่เป็นทหารเลว ๆ อย่าให้น้องๆ เดินตามรอยมึงอีกเลย พอทีเถอะ

-  

รอยเท้าของมึงนะ อีป้อม ไม่ว่ามึงจะเลี้ยงทหารนอกแถวไว้มากมายก็ตาม  แต่กูเชื่อว่า  ด้วยระบบประชาชธิปไตยในอนาคตในใกล้นี้  ซึ่งแน่นอนอไม่ได้มาจาก ทรราช คสช. อย่างแน่นอน 
-
ทหารชั่ว และ ทรราช คสช.ทั้งหลาย จะต้องถูกดำเนิคดี ฆ่าล้างเผ่าพันธ์กับศาลโลก และกูก็เชื่อต่ออีกว่าทหารหลายรุ่นหลายเหล่าจะไม่เดินตามรอยเท้ามึง.............  อีป้อม 
-


เพราะอะไร  ก็เพราะประเทศฉิบหายวายวอดไปกว่า 5 ล้านๆ บาท ในช่วงเวลาตั้งแต่ทรราช คสช. ทำรัฐประหารมานั้นเป็นสิ่งที่ยืนยันอย่างชัดแจ้งว่า

-
และประชาชนตายไปมากกว่าหมื่นด้วยน้ำมือของ ทหารทั้งสิ้น 

นั้นจึงเป้นที่มา ขอคำว่า   ทหารไทยมีไว้ทำไม
-

กูไม่ต้องทหารชั่วๆ อย่างพวกมึงอีกแล้ว  ------------พอกันที

-
เสรีชน


สมองมึงคิดได้แค่นี้หรือ " ไอ้ตูบ " ทรราช ประยุทธ์ จันทรโอชา

'ไอ้ตูบ'แนะครม.อ่านหนังสือ'การปกครองประเทศจีน'  และแต่งตัวเหมือนเกาหลี ลั่น  สอดคล้องประเทศไทย

-
"ไอ้ตูบ" แนะ ครม.อ่านหนังสือ The Governance of China เขียนโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เล่าเรื่องการบริหารงาน ที่มีแนวทางสอดคล้องกันกับประเทศไทย ระยะปฏิรูป

-
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทรราช ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. แนะนำหนังสือ The Governance of China ให้ ครม.อ่าน ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนโดยผู้นำจีน บอกเล่าเรื่องการบริหารงานที่มีแนวทางสอดคล้องกันกับประเทศไทย เพราะอยู่ในระยะเวลาแห่งการปฏิรูปเช่นเดียวกัน 

-
และเมื่อวานนี้ 

-
 "ไอ้ตูบ"  ตัวเดิม ประชุมครม.โจร  เปรียบผู้หญิงแต่งตัวต้องดั่งทอฟฟี่ แกะก่อนขายไม่ได้สนใจ ต้องห่อมิดชิด

-
 "ไอ้ตูบ" เห่าว่า สงกรานต์ที่มีความสุข เพราะจะเป็นปีที่เรามีความสุขที่สุด เพราะกว่า 10 ปีแล้วที่ประเทศไทยไม่มีความสุขที่แท้จริง เพราะฉะนั้นอยู่ที่พวกเราทุกคนที่จะช่วยกันทำ ไม่ใช่ตนคนเดียว อย่างดาราที่มาวันนี้เขาก็ไม่แต่งตัวโป๊ เราต้องแต่งตัวให้ดูดี แต่งชุดไทยบ้างก็สวยดี สำหรับการแสดงก็ว่ากันไป คนที่ดูก็ชินแล้ว มันต้องเป็นแบบนี้คนถึงจะดู แต่ความจริงทุกคนรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นวัฒนธรรมไทย ไปเปิดดูเกาหลีทำไมเขาไม่แต่งโป๊ ก็ถือว่าแปลกนะ บางครั้งเขาแทบไม่จูบกันเลย

-
 "ไอ้ตูบ"  เห่าต่อตนบอกแล้วว่าผู้หญิงเปรียบเสมือนทอฟฟี่หรือขนมหวานที่ต้องมีห่อ หากเราเอาขนมมาขายแล้วเปิดห่อทั้งหมดก็คงไม่มีใครอยากกิน มันต้องอยู่ในห่อแล้วจะน่าสนใจ พอเห็นแล้วน่ากินจึงค่อยเปิดดู ส่วนที่เปิดหมดแล้วมันก็ไม่น่าสนใจ ส่วนคนที่ไม่เปิดก็โชคดีไป 

-
สมองมึงคิดได้แค่นี้ งั้นหรือ  "ไอ้ตูบ"

-
ทหารอย่างพวกมึงก็คิดจะปกครอง ด้วยอำนาจจากปากกระบอกปืนก้เท่านั้น  อ้างศักศรี ความเผ็นลูกผู้ชายตลอดเวลา แม้กระทั้งยิงคน มือเปล่า แบบไม่มีทางสู้ อย่างกรณี ราชประสงค์ปี 53  

-
นี้หรือวิธีคิดของ  "ไอ้ตูบ"  กูว่ามึงยิ่งกว่าหน้าตัวเมีย ควรไปหาผ้าถุงใส่จะเหมาะกว่าเครื่องแบบทหาร 

-
ส่วนเรื่อง เปรียบผู้หญิงเป็น ทอฟฟี่  นั้นยิ่งแสดงให้เห็นว่า  สมองมึงมองเพศแม่อย่างไร  คิดแต่แค่ ซื้อขาย มองเพศแม่เหมือนขนมหวาน 

-
ถุย.............. "ไอ้ตูบ" ประยุทธ์ จันทรโอชา  

-
เสรีชน


สมองมึงคิดได้แค่นี้หรือ " ไอ้ตูบ " ทรราช ประยุทธ์ จันทรโอชา

'ไอ้ตูบ'แนะครม.อ่านหนังสือ'การปกครองประเทศจีน'  และแต่งตัวเหมือนเกาหลี ลั่น  สอดคล้องประเทศไทย

-
"ไอ้ตูบ" แนะ ครม.อ่านหนังสือ The Governance of China เขียนโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เล่าเรื่องการบริหารงาน ที่มีแนวทางสอดคล้องกันกับประเทศไทย ระยะปฏิรูป

-
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทรราช ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. แนะนำหนังสือ The Governance of China ให้ ครม.อ่าน ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนโดยผู้นำจีน บอกเล่าเรื่องการบริหารงานที่มีแนวทางสอดคล้องกันกับประเทศไทย เพราะอยู่ในระยะเวลาแห่งการปฏิรูปเช่นเดียวกัน 

-
และเมื่อวานนี้ 

-
 "ไอ้ตูบ"  ตัวเดิม ประชุมครม.โจร  เปรียบผู้หญิงแต่งตัวต้องดั่งทอฟฟี่ แกะก่อนขายไม่ได้สนใจ ต้องห่อมิดชิด

-
 "ไอ้ตูบ" เห่าว่า สงกรานต์ที่มีความสุข เพราะจะเป็นปีที่เรามีความสุขที่สุด เพราะกว่า 10 ปีแล้วที่ประเทศไทยไม่มีความสุขที่แท้จริง เพราะฉะนั้นอยู่ที่พวกเราทุกคนที่จะช่วยกันทำ ไม่ใช่ตนคนเดียว อย่างดาราที่มาวันนี้เขาก็ไม่แต่งตัวโป๊ เราต้องแต่งตัวให้ดูดี แต่งชุดไทยบ้างก็สวยดี สำหรับการแสดงก็ว่ากันไป คนที่ดูก็ชินแล้ว มันต้องเป็นแบบนี้คนถึงจะดู แต่ความจริงทุกคนรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นวัฒนธรรมไทย ไปเปิดดูเกาหลีทำไมเขาไม่แต่งโป๊ ก็ถือว่าแปลกนะ บางครั้งเขาแทบไม่จูบกันเลย

-
 "ไอ้ตูบ"  เห่าต่อตนบอกแล้วว่าผู้หญิงเปรียบเสมือนทอฟฟี่หรือขนมหวานที่ต้องมีห่อ หากเราเอาขนมมาขายแล้วเปิดห่อทั้งหมดก็คงไม่มีใครอยากกิน มันต้องอยู่ในห่อแล้วจะน่าสนใจ พอเห็นแล้วน่ากินจึงค่อยเปิดดู ส่วนที่เปิดหมดแล้วมันก็ไม่น่าสนใจ ส่วนคนที่ไม่เปิดก็โชคดีไป 

-
สมองมึงคิดได้แค่นี้ งั้นหรือ  "ไอ้ตูบ"

-
ทหารอย่างพวกมึงก็คิดจะปกครอง ด้วยอำนาจจากปากกระบอกปืนก้เท่านั้น  อ้างศักศรี ความเผ็นลูกผู้ชายตลอดเวลา แม้กระทั้งยิงคน มือเปล่า แบบไม่มีทางสู้ อย่างกรณี ราชประสงค์ปี 53  

-
นี้หรือวิธีคิดของ  "ไอ้ตูบ"  กูว่ามึงยิ่งกว่าหน้าตัวเมีย ควรไปหาผ้าถุงใส่จะเหมาะกว่าเครื่องแบบทหาร 

-
ส่วนเรื่อง เปรียบผู้หญิงเป็น ทอฟฟี่  นั้นยิ่งแสดงให้เห็นว่า  สมองมึงมองเพศแม่อย่างไร  คิดแต่แค่ ซื้อขาย มองเพศแม่เหมือนขนมหวาน 

-
ถุย.............. "ไอ้ตูบ" ประยุทธ์ จันทรโอชา  

-
เสรีชน


หากการปิดตา- หู- ปาก ของประชาชน แล้ว ทรราช คสช. คิดว่านั้นคือการทำประชามติ แล้วล่ะก็..............ผิด

หากการปิดตา- หู- ปาก ของประชาชน แล้ว ทรราช คสช. คิดว่านั้นคือการทำประชามติ แล้วล่ะก็ .ทรราช คสช. คิดผิดแล้ว เพราะนั้นคือการ มัดมือชก ประชาชน ผู้เป็นเจ้าของประเทศ ให้ยอมรับ รัฐธรรมนูญโจร ต่างหากเล่า 

-----------------------------------------------------

"วัฒนา"ย้ำคสช.ควรเปิดพื้นที่ให้วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ
-

นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ค Watana Muangsook หัวข้อ "ผมก็ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ" โดยมีเนื้อหาดังนี้
-

ผมไม่สบายใจกับท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่แสดงอารมณ์หงุดหงิด กรณีพรรคการเมืองใหญ่สองพรรคไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญและขอให้ คสช. เปิดเผยแนวทางหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ สอดรับกับท่าทีของ ผบ.ทบ. ที่แสดงการข่มขู่กลุ่มการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหว
-

ไทยเป็นสังคมนิติรัฐหรือสังคมที่ใช้กฎหมายเป็นหลักในการปกครอง เมื่อ คสช. ยึดอำนาจและประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2550 คสช. ย่อมเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดหรือเป็น "รัฏฐาธิปัตย์" แต่เมื่อ คสช. ได้ขอพระราชทานรัฐธรรมนูญเพื่อใช้ปกครองประเทศชั่วคราวจนกว่าจะได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือการที่ คสช. ยอมตนที่จะอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ เมื่อได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 แล้ว รัฐธรรมนูญย่อมเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ที่ทุกคนซึ่งรวมถึง คสช. จะต้องให้ความเคารพและปฏิบัติตาม
-

ประเทศไทยอยู่ในขั้นตอนการนำร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนออกเสียงประชามติ ทุกฝ่ายรวมถึงพรรคการเมืองมีสิทธิที่จะแสดงความเห็นทั้งสนับสนุนและคัดค้านต่อร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนประชาชนก็มีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ จึงไม่มีประเด็นถกเถียงว่าเป็นอำนาจของใคร
-

นอกจากนี้การที่นายกรัฐมนตรีแสดงความมั่นใจว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติ หรือการที่ ผบ.ทบ. แสดงความเห็นว่าพรรคการเมืองที่คัดค้านรัฐธรรมนูญคือการไม่ให้เกียรติประชาชน หรือรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะนำพาประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้ คือการแสดงออกในเชิงสนับสนุนซึ่งก็ถือเป็นสิทธิของท่าน ส่วนผมหรือพรรคการเมืองที่ไม่เห็นด้วยก็ย่อมมีสิทธิที่จะแสดงออกได้เช่นเดียวกับท่านที่เป็นฝ่ายสนับสนุน
-

ผมยังยืนยันที่จะมีความเห็นต่อไปเพราะเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ หาใช่เป็นการสร้างความขัดแย้งหรือเป็นขาประจำอยากลองดี เพื่อให้มีคุณสมบัติเข้ารับการอบรมในหลักสูตรของ คสช. แต่อย่างใดไม่
-

การแสดงความคิดเห็นหรือการแถลงจุดยืนของพรรคการเมืองต่อร่างรัฐธรรมนูญ เป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่มาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวบัญญัติรับรองไว้ การที่ คสช. ให้สัมภาษณ์ทำนองว่าจะนำผู้ฝ่าฝืนมาเข้าในหลักสูตรการฝึกอบรมผู้นำการสร้างชาติอย่างสร้างสรรค์ จึงมีลักษณะเป็นการข่มขู่เพื่อจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งนอกจากจะขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนแล้วยังขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ คสช. เป็นผู้ขอพระราชทานมาใช้บังคับเองอีกด้วย ปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจบนข้อมูลที่ครบถ้วนดีกว่ามั้ยครับ ก็เพิ่งสำรวจพบรัฐบาลได้รับคะแนนนิยมสูงถึงร้อยละ 99.5 แบบนี้ยังจะกลัวอะไรอีก

-
วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
13 เมษายน 2559




หากการปิดตา- หู- ปาก ของประชาชน แล้ว ทรราช คสช. คิดว่านั้นคือการทำประชามติ แล้วล่ะก็..............ผิด

หากการปิดตา- หู- ปาก ของประชาชน แล้ว ทรราช คสช. คิดว่านั้นคือการทำประชามติ แล้วล่ะก็ .ทรราช คสช. คิดผิดแล้ว เพราะนั้นคือการ มัดมือชก ประชาชน ผู้เป็นเจ้าของประเทศ ให้ยอมรับ รัฐธรรมนูญโจร ต่างหากเล่า 

-----------------------------------------------------

"วัฒนา"ย้ำคสช.ควรเปิดพื้นที่ให้วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ
-

นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ค Watana Muangsook หัวข้อ "ผมก็ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ" โดยมีเนื้อหาดังนี้
-

ผมไม่สบายใจกับท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่แสดงอารมณ์หงุดหงิด กรณีพรรคการเมืองใหญ่สองพรรคไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญและขอให้ คสช. เปิดเผยแนวทางหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ สอดรับกับท่าทีของ ผบ.ทบ. ที่แสดงการข่มขู่กลุ่มการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหว
-

ไทยเป็นสังคมนิติรัฐหรือสังคมที่ใช้กฎหมายเป็นหลักในการปกครอง เมื่อ คสช. ยึดอำนาจและประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2550 คสช. ย่อมเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดหรือเป็น "รัฏฐาธิปัตย์" แต่เมื่อ คสช. ได้ขอพระราชทานรัฐธรรมนูญเพื่อใช้ปกครองประเทศชั่วคราวจนกว่าจะได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือการที่ คสช. ยอมตนที่จะอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ เมื่อได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 แล้ว รัฐธรรมนูญย่อมเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ที่ทุกคนซึ่งรวมถึง คสช. จะต้องให้ความเคารพและปฏิบัติตาม
-

ประเทศไทยอยู่ในขั้นตอนการนำร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนออกเสียงประชามติ ทุกฝ่ายรวมถึงพรรคการเมืองมีสิทธิที่จะแสดงความเห็นทั้งสนับสนุนและคัดค้านต่อร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนประชาชนก็มีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ จึงไม่มีประเด็นถกเถียงว่าเป็นอำนาจของใคร
-

นอกจากนี้การที่นายกรัฐมนตรีแสดงความมั่นใจว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติ หรือการที่ ผบ.ทบ. แสดงความเห็นว่าพรรคการเมืองที่คัดค้านรัฐธรรมนูญคือการไม่ให้เกียรติประชาชน หรือรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะนำพาประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้ คือการแสดงออกในเชิงสนับสนุนซึ่งก็ถือเป็นสิทธิของท่าน ส่วนผมหรือพรรคการเมืองที่ไม่เห็นด้วยก็ย่อมมีสิทธิที่จะแสดงออกได้เช่นเดียวกับท่านที่เป็นฝ่ายสนับสนุน
-

ผมยังยืนยันที่จะมีความเห็นต่อไปเพราะเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ หาใช่เป็นการสร้างความขัดแย้งหรือเป็นขาประจำอยากลองดี เพื่อให้มีคุณสมบัติเข้ารับการอบรมในหลักสูตรของ คสช. แต่อย่างใดไม่
-

การแสดงความคิดเห็นหรือการแถลงจุดยืนของพรรคการเมืองต่อร่างรัฐธรรมนูญ เป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่มาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวบัญญัติรับรองไว้ การที่ คสช. ให้สัมภาษณ์ทำนองว่าจะนำผู้ฝ่าฝืนมาเข้าในหลักสูตรการฝึกอบรมผู้นำการสร้างชาติอย่างสร้างสรรค์ จึงมีลักษณะเป็นการข่มขู่เพื่อจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งนอกจากจะขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนแล้วยังขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ คสช. เป็นผู้ขอพระราชทานมาใช้บังคับเองอีกด้วย ปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจบนข้อมูลที่ครบถ้วนดีกว่ามั้ยครับ ก็เพิ่งสำรวจพบรัฐบาลได้รับคะแนนนิยมสูงถึงร้อยละ 99.5 แบบนี้ยังจะกลัวอะไรอีก

-
วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
13 เมษายน 2559




สารจาก ดร. ทักษิณ ชินวัตร

สารจาก ดร. ทักษิณ ชินวัตร
-
13 เมษายน 2559
-
ประเพณีสงกรานต์ถือเป็นวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมายาวนาน เป็นช่วงเวลาที่คนไทยทุกครอบครัวจะได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน และสานความสัมพันธ์ร่วมกัน
-
ทุกวันนี้โครงสร้างประชากรของไทยเรากำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเต็มขั้นในปี พ.ศ.2570 ที่จะมีคนสูงวัยมากกว่าคนวัยทำงาน ขณะเดียวกัน เยาวชนคนรุ่นใหม่ก็ต้องเป็นหลักให้พึ่งพิงมากขึ้นทั้งในเรื่องการศึกษาและการทำงาน ดังนั้นเราควรจะต้องแสวงหาวิธีที่อยู่ร่วมกันอย่างราบรื่นของคนสองวัย การอยู่ร่วมกันระหว่างเทคโนโลยีรุ่นใหม่และภูมิปัญญาประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมที่สืบต่อกันมา
-
ในวาระเทศกาลสงกรานต์ที่ครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้านี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้ใหญ่ก็จะได้เรียนรู้วิถีชีวิตและความคิดของเด็กรุ่นใหม่ และลูกหลานเองก็จะได้ใช้เวลาในการขอขมาในสิ่งที่ผิดพลั้งไปและรับฟังคำสอนที่ดีๆของผู้ที่เคยมีประสบการณ์มาก่อน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีร่วมกัน เห็นอกเห็นใจกัน ทำให้สังคมต่างวัยอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและก้าวหน้า
-
สงกรานต์ปีนี้ผมขออวยพรให้ทุกท่าน เริ่มต้นปีใหม่ไทยด้วยความรัก ความเข้าใจ และความหวังดีต่อกัน เพื่อผ่านพ้นความยากลำบากต่างๆที่เข้ามาในชีวิตและประสบแต่ความสุขความเจริญไปด้วยกันครับ
-
รักและห่วงใยพี่น้องไทยเสมอ
ดร. ทักษิณ ชินวัตร


สารจาก ดร. ทักษิณ ชินวัตร

สารจาก ดร. ทักษิณ ชินวัตร
-
13 เมษายน 2559
-
ประเพณีสงกรานต์ถือเป็นวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมายาวนาน เป็นช่วงเวลาที่คนไทยทุกครอบครัวจะได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน และสานความสัมพันธ์ร่วมกัน
-
ทุกวันนี้โครงสร้างประชากรของไทยเรากำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเต็มขั้นในปี พ.ศ.2570 ที่จะมีคนสูงวัยมากกว่าคนวัยทำงาน ขณะเดียวกัน เยาวชนคนรุ่นใหม่ก็ต้องเป็นหลักให้พึ่งพิงมากขึ้นทั้งในเรื่องการศึกษาและการทำงาน ดังนั้นเราควรจะต้องแสวงหาวิธีที่อยู่ร่วมกันอย่างราบรื่นของคนสองวัย การอยู่ร่วมกันระหว่างเทคโนโลยีรุ่นใหม่และภูมิปัญญาประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมที่สืบต่อกันมา
-
ในวาระเทศกาลสงกรานต์ที่ครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้านี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้ใหญ่ก็จะได้เรียนรู้วิถีชีวิตและความคิดของเด็กรุ่นใหม่ และลูกหลานเองก็จะได้ใช้เวลาในการขอขมาในสิ่งที่ผิดพลั้งไปและรับฟังคำสอนที่ดีๆของผู้ที่เคยมีประสบการณ์มาก่อน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีร่วมกัน เห็นอกเห็นใจกัน ทำให้สังคมต่างวัยอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและก้าวหน้า
-
สงกรานต์ปีนี้ผมขออวยพรให้ทุกท่าน เริ่มต้นปีใหม่ไทยด้วยความรัก ความเข้าใจ และความหวังดีต่อกัน เพื่อผ่านพ้นความยากลำบากต่างๆที่เข้ามาในชีวิตและประสบแต่ความสุขความเจริญไปด้วยกันครับ
-
รักและห่วงใยพี่น้องไทยเสมอ
ดร. ทักษิณ ชินวัตร


ขันแดงแสลงใจ

ขันแดงแสลงใจ

คอลัมน์ : ถนนประชาธิปไตย
ผู้เขียน : สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ

เรื่องที่ไม่น่าจะเป็นเรื่องก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้ภายใต้บริบทของรัฐบาลเผด็จการทหารสุดขั้วของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่นคือเรื่อง "ขันแดง" ที่จะนำมาสู่การคลายร้อนในเทศกาลสงกรานต์ 2559 นี้

เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐได้ลงภาพข่าวและข้อความบรรยายในหน้า 1 ถึงสตรีคนหนึ่งถ่ายรูปคู่กับขันสีแดงและเขียนบรรยายภาพว่า "สงกรานต์ม๋วนใจ๋ ชาวบ้านใน จ.เชียงใหม่ ยิ้มปลื้มอวดขันน้ำสีแดงที่เขียนคำอวยพร "สวัสดีสงกรานต์ปีใหม่ไทย 2559" จากนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีแจกไปในชุมชนต่างๆให้ชาวบ้านได้ใช้สาดน้ำเล่นสงกรานต์ที่จะมีการจัดงานประหยัดน้ำเล่นสงกรานต์หรือปีใหม่เมืองเจียงใหม่" และมีภาพอดีตนายกฯทักษิณและยิ่งลักษณ์แสดงท่าสวัสดี

กล่าวกันว่าภาพนี้ทำให้ผู้นำทหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เกิดการแสลงใจ ดังนั้น ในบ่ายวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 33 จึงได้ควบคุมตัวธีรวรรณ เจริญสุข ชาวบ้านสันกำแพงที่อยู่ในภาพ ไปฝากขังที่ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ โดยแจ้งข้อหาว่าแสดงภาพขันน้ำขัดความมั่นคง และจะนำตัวไปขึ้นศาลทหารตามมาตรา 116 ประกอบประกาศ คสช. ฉบับที่ 37

แม้ต่อมาธีรวรรณจะได้รับการประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 100,000 บาท แต่ในวันที่ 30 มีนาคม เจ้าหน้าที่ทหารก็ได้เรียกตัวนายชัยพินธ์ ขัติยะ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐภาคเหนือ ไปพูดคุยทำความเข้าใจในค่ายกาวิละ โดยอธิบายว่าเรื่องขันสีแดงนี้มี "ความละเอียดอ่อน" การนำเสนอข่าวอาจสร้างความแตกแยก และพยายามถามหาผู้ถ่ายภาพดังกล่าว จนผู้สื่อข่าวไทยรัฐต้องอธิบายว่าภาพนี้นำมาจากโซเชียลมีเดีย และการเสนอข่าวก็ไม่ได้มีนัยทางการเมือง เพียงแต่จะทำข่าวรณรงค์ให้ประหยัดน้ำในช่วงสงกรานต์เท่านั้น

ความจริงต้องถือว่าการดำเนินการเช่นนี้ของ คสช. เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องชอบธรรมอย่างยิ่ง เพราะตามมาตรา 116 ที่อ้าง อธิบายความผิดไว้ว่า ต้องเป็นการกระทำที่จะก่อให้เกิด "การเปลี่ยนแปลงในกฎหมาย รัฐบาล ด้วยการใช้กำลัง ข่มขืนใจ หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนจนสร้างความไม่สงบขึ้นในประเทศ หรือทำให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแต่อย่างใด"

แต่เรื่องขันสีแดงไม่มีลักษณะเช่นนั้นเลย กรณีนี้จึงเป็นที่วิจารณ์ในทางตลกขบขันในหลายสื่อว่า คณะทหารไทยวิตกจริตจนเกินเหตุ การดำเนินการดังกล่าวยิ่งทำให้กระบวนการทางกฎหมายไทยถูกมองว่ากลายเป็นสิ่งเหลวไหลมากยิ่งขึ้น

แต่เหตุการณ์ก็ไม่ได้ยุติลง เพราะวันที่ 3 เมษายน คณะทหารจากมณฑลทหารบกที่ 38 และเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองน่าน พากันไปตรวจค้นบ้านที่ อ.เมือง ของนางสิรินทร รามสูต อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยอ้างว่า ได้สืบทราบว่าที่บ้านหลังดังกล่าวมีขันสีแดงที่มีข้อความและลายเซ็นของอดีตนายกฯทักษิณไว้ในครอบครอง จึงได้มีการตรวจค้นและยึดขันน้ำสีแดงได้รวมทั้งสิ้น 8,862 ใบ จากนั้นได้ไปตรวจค้นสำนักงานที่ อ.ปัว ของนายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยึดขันสีแดงได้ 1,100 ใบ และค้นสำนักงานของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ อ.เวียงสา ยึดขันแดงได้อีก 1,500 ใบ โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าขันน้ำสีแดงทั้งหมดเข้าข่ายความผิดต่อความมั่นคงของชาติ

น่าจะเป็นเพราะการจับกุมและยึดขันน้ำสีแดงของฝ่ายเจ้าหน้าที่ทั้งหมดอ้างกฎหมายตามอำเภอใจและไม่เห็นเป็นความผิดที่ชัดเจน ในวันที่ 3 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์จึงอธิบายกรณีนี้โดยโยงเข้ากับศาสนาว่า "บางกรณีที่อาจไม่เข้าข่ายความผิดก็ต้องไปตรวจสอบถึงเจตนาของผู้แจก ซึ่งเห็นว่าการกระทำบางอย่างควรจะละอายต่อบาปหรือมีหิริโอตตัปปะ แม้จะนับถือพระพุทธศาสนาก็ไม่ควรจะเลือกถือศีลบางข้อ ควรยึดถือและปฎิบัติทุกข้อ" แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้กล่าวเลยว่าการมีขันสีแดงในครอบครองเป็นบาปอย่างไร ยิ่งทำให้หลักเหตุผลดูไร้สาระมากขึ้น เพราะเรื่องบาปกับเรื่องผิดกฎหมายไม่อาจถือเป็นเรื่องเดียวกันได้เลยในทางนิติธรรม

กรณีเรื่องการจับกุมขันสีแดง เมื่อพิจารณาร่วมกับเรื่องอื่นที่ คสช. กระทำ เช่น การจับนักการเมืองที่เห็นต่างไปปรับทัศนคติ หรือความพยายามที่จะใช้กฎหมายไปจับกุมผู้ที่แสดงทัศนคติคัดค้านรัฐธรรมนูญ ยิ่งเป็นการย้ำถึงความไร้หลักการและไร้เหตุผลของกลุ่มทหารที่ปกครองบ้านเมือง

แต่ที่น่าแปลกใจคือ ในความไร้เหตุผลเช่นนี้ พวกอนุรักษ์นิยมและกลุ่มเหลืองสลิ่มยังหลับตาอธิบายความชอบธรรมของการรัฐประหารและสร้างกระแสเชียร์รัฐธรรมนูญฉบับมีชัยอย่างไร้เหตุผล

บทความนี้ขอจบด้วยบทกวี "กลุ่มอาการขันแตก" ของเกษียร เตชะพีระ คือ

"อำนาจยิ่งแผ่กว้างถ่างแขนขา

ถึงขันน้ำกะโหลกกะลาไม่ปราศรัย

ชูสามนิ้วแซนด์วิชมันผิดใจ

สั่งกรีธาทัพไปทุกมณฑล

คือนิยามสิ่งต่างต่างกว้างทุกทิศ

นี่ก็ผิดนั่นก็ผิดทุกแห่งหน

การต่อต้านพาลง่ายคล้ายเล่นกล

ศัตรูปรากฏตนไม่หยุดเอย"



ขันแดงแสลงใจ

ขันแดงแสลงใจ

คอลัมน์ : ถนนประชาธิปไตย
ผู้เขียน : สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ

เรื่องที่ไม่น่าจะเป็นเรื่องก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้ภายใต้บริบทของรัฐบาลเผด็จการทหารสุดขั้วของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่นคือเรื่อง "ขันแดง" ที่จะนำมาสู่การคลายร้อนในเทศกาลสงกรานต์ 2559 นี้

เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐได้ลงภาพข่าวและข้อความบรรยายในหน้า 1 ถึงสตรีคนหนึ่งถ่ายรูปคู่กับขันสีแดงและเขียนบรรยายภาพว่า "สงกรานต์ม๋วนใจ๋ ชาวบ้านใน จ.เชียงใหม่ ยิ้มปลื้มอวดขันน้ำสีแดงที่เขียนคำอวยพร "สวัสดีสงกรานต์ปีใหม่ไทย 2559" จากนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีแจกไปในชุมชนต่างๆให้ชาวบ้านได้ใช้สาดน้ำเล่นสงกรานต์ที่จะมีการจัดงานประหยัดน้ำเล่นสงกรานต์หรือปีใหม่เมืองเจียงใหม่" และมีภาพอดีตนายกฯทักษิณและยิ่งลักษณ์แสดงท่าสวัสดี

กล่าวกันว่าภาพนี้ทำให้ผู้นำทหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เกิดการแสลงใจ ดังนั้น ในบ่ายวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 33 จึงได้ควบคุมตัวธีรวรรณ เจริญสุข ชาวบ้านสันกำแพงที่อยู่ในภาพ ไปฝากขังที่ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ โดยแจ้งข้อหาว่าแสดงภาพขันน้ำขัดความมั่นคง และจะนำตัวไปขึ้นศาลทหารตามมาตรา 116 ประกอบประกาศ คสช. ฉบับที่ 37

แม้ต่อมาธีรวรรณจะได้รับการประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 100,000 บาท แต่ในวันที่ 30 มีนาคม เจ้าหน้าที่ทหารก็ได้เรียกตัวนายชัยพินธ์ ขัติยะ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐภาคเหนือ ไปพูดคุยทำความเข้าใจในค่ายกาวิละ โดยอธิบายว่าเรื่องขันสีแดงนี้มี "ความละเอียดอ่อน" การนำเสนอข่าวอาจสร้างความแตกแยก และพยายามถามหาผู้ถ่ายภาพดังกล่าว จนผู้สื่อข่าวไทยรัฐต้องอธิบายว่าภาพนี้นำมาจากโซเชียลมีเดีย และการเสนอข่าวก็ไม่ได้มีนัยทางการเมือง เพียงแต่จะทำข่าวรณรงค์ให้ประหยัดน้ำในช่วงสงกรานต์เท่านั้น

ความจริงต้องถือว่าการดำเนินการเช่นนี้ของ คสช. เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องชอบธรรมอย่างยิ่ง เพราะตามมาตรา 116 ที่อ้าง อธิบายความผิดไว้ว่า ต้องเป็นการกระทำที่จะก่อให้เกิด "การเปลี่ยนแปลงในกฎหมาย รัฐบาล ด้วยการใช้กำลัง ข่มขืนใจ หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนจนสร้างความไม่สงบขึ้นในประเทศ หรือทำให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแต่อย่างใด"

แต่เรื่องขันสีแดงไม่มีลักษณะเช่นนั้นเลย กรณีนี้จึงเป็นที่วิจารณ์ในทางตลกขบขันในหลายสื่อว่า คณะทหารไทยวิตกจริตจนเกินเหตุ การดำเนินการดังกล่าวยิ่งทำให้กระบวนการทางกฎหมายไทยถูกมองว่ากลายเป็นสิ่งเหลวไหลมากยิ่งขึ้น

แต่เหตุการณ์ก็ไม่ได้ยุติลง เพราะวันที่ 3 เมษายน คณะทหารจากมณฑลทหารบกที่ 38 และเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองน่าน พากันไปตรวจค้นบ้านที่ อ.เมือง ของนางสิรินทร รามสูต อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยอ้างว่า ได้สืบทราบว่าที่บ้านหลังดังกล่าวมีขันสีแดงที่มีข้อความและลายเซ็นของอดีตนายกฯทักษิณไว้ในครอบครอง จึงได้มีการตรวจค้นและยึดขันน้ำสีแดงได้รวมทั้งสิ้น 8,862 ใบ จากนั้นได้ไปตรวจค้นสำนักงานที่ อ.ปัว ของนายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยึดขันสีแดงได้ 1,100 ใบ และค้นสำนักงานของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ อ.เวียงสา ยึดขันแดงได้อีก 1,500 ใบ โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าขันน้ำสีแดงทั้งหมดเข้าข่ายความผิดต่อความมั่นคงของชาติ

น่าจะเป็นเพราะการจับกุมและยึดขันน้ำสีแดงของฝ่ายเจ้าหน้าที่ทั้งหมดอ้างกฎหมายตามอำเภอใจและไม่เห็นเป็นความผิดที่ชัดเจน ในวันที่ 3 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์จึงอธิบายกรณีนี้โดยโยงเข้ากับศาสนาว่า "บางกรณีที่อาจไม่เข้าข่ายความผิดก็ต้องไปตรวจสอบถึงเจตนาของผู้แจก ซึ่งเห็นว่าการกระทำบางอย่างควรจะละอายต่อบาปหรือมีหิริโอตตัปปะ แม้จะนับถือพระพุทธศาสนาก็ไม่ควรจะเลือกถือศีลบางข้อ ควรยึดถือและปฎิบัติทุกข้อ" แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้กล่าวเลยว่าการมีขันสีแดงในครอบครองเป็นบาปอย่างไร ยิ่งทำให้หลักเหตุผลดูไร้สาระมากขึ้น เพราะเรื่องบาปกับเรื่องผิดกฎหมายไม่อาจถือเป็นเรื่องเดียวกันได้เลยในทางนิติธรรม

กรณีเรื่องการจับกุมขันสีแดง เมื่อพิจารณาร่วมกับเรื่องอื่นที่ คสช. กระทำ เช่น การจับนักการเมืองที่เห็นต่างไปปรับทัศนคติ หรือความพยายามที่จะใช้กฎหมายไปจับกุมผู้ที่แสดงทัศนคติคัดค้านรัฐธรรมนูญ ยิ่งเป็นการย้ำถึงความไร้หลักการและไร้เหตุผลของกลุ่มทหารที่ปกครองบ้านเมือง

แต่ที่น่าแปลกใจคือ ในความไร้เหตุผลเช่นนี้ พวกอนุรักษ์นิยมและกลุ่มเหลืองสลิ่มยังหลับตาอธิบายความชอบธรรมของการรัฐประหารและสร้างกระแสเชียร์รัฐธรรมนูญฉบับมีชัยอย่างไร้เหตุผล

บทความนี้ขอจบด้วยบทกวี "กลุ่มอาการขันแตก" ของเกษียร เตชะพีระ คือ

"อำนาจยิ่งแผ่กว้างถ่างแขนขา

ถึงขันน้ำกะโหลกกะลาไม่ปราศรัย

ชูสามนิ้วแซนด์วิชมันผิดใจ

สั่งกรีธาทัพไปทุกมณฑล

คือนิยามสิ่งต่างต่างกว้างทุกทิศ

นี่ก็ผิดนั่นก็ผิดทุกแห่งหน

การต่อต้านพาลง่ายคล้ายเล่นกล

ศัตรูปรากฏตนไม่หยุดเอย"



โพสต์ล่าสุด

คันฉ่องส่องไทย | หายนะแม่น้ำโขง: เหมืองเถื่อน 2,400 แห่ง และบทบาทจีน-ทุนสามานย์

คันฉ่องส่องไทย | หายนะแม่น้ำโขง: เหมืองเถื่อน 2,400 แห่ง และบทบาทจีน-ทุนสามานย์ คันฉ่องส่องไทย ...