สมองมึงคิดได้แค่นี้หรือ " ไอ้ตูบ " ทรราช ประยุทธ์ จันทรโอชา
สมองมึงคิดได้แค่นี้หรือ " ไอ้ตูบ " ทรราช ประยุทธ์ จันทรโอชา
หากการปิดตา- หู- ปาก ของประชาชน แล้ว ทรราช คสช. คิดว่านั้นคือการทำประชามติ แล้วล่ะก็..............ผิด
-----------------------------------------------------
"วัฒนา"ย้ำคสช.ควรเปิดพื้นที่ให้วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ
-
นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ค Watana Muangsook หัวข้อ "ผมก็ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ" โดยมีเนื้อหาดังนี้
-
ผมไม่สบายใจกับท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่แสดงอารมณ์หงุดหงิด กรณีพรรคการเมืองใหญ่สองพรรคไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญและขอให้ คสช. เปิดเผยแนวทางหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ สอดรับกับท่าทีของ ผบ.ทบ. ที่แสดงการข่มขู่กลุ่มการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหว
-
ไทยเป็นสังคมนิติรัฐหรือสังคมที่ใช้กฎหมายเป็นหลักในการปกครอง เมื่อ คสช. ยึดอำนาจและประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2550 คสช. ย่อมเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดหรือเป็น "รัฏฐาธิปัตย์" แต่เมื่อ คสช. ได้ขอพระราชทานรัฐธรรมนูญเพื่อใช้ปกครองประเทศชั่วคราวจนกว่าจะได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือการที่ คสช. ยอมตนที่จะอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ เมื่อได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 แล้ว รัฐธรรมนูญย่อมเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ที่ทุกคนซึ่งรวมถึง คสช. จะต้องให้ความเคารพและปฏิบัติตาม
-
ประเทศไทยอยู่ในขั้นตอนการนำร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนออกเสียงประชามติ ทุกฝ่ายรวมถึงพรรคการเมืองมีสิทธิที่จะแสดงความเห็นทั้งสนับสนุนและคัดค้านต่อร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนประชาชนก็มีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ จึงไม่มีประเด็นถกเถียงว่าเป็นอำนาจของใคร
-
นอกจากนี้การที่นายกรัฐมนตรีแสดงความมั่นใจว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติ หรือการที่ ผบ.ทบ. แสดงความเห็นว่าพรรคการเมืองที่คัดค้านรัฐธรรมนูญคือการไม่ให้เกียรติประชาชน หรือรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะนำพาประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้ คือการแสดงออกในเชิงสนับสนุนซึ่งก็ถือเป็นสิทธิของท่าน ส่วนผมหรือพรรคการเมืองที่ไม่เห็นด้วยก็ย่อมมีสิทธิที่จะแสดงออกได้เช่นเดียวกับท่านที่เป็นฝ่ายสนับสนุน
-
ผมยังยืนยันที่จะมีความเห็นต่อไปเพราะเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ หาใช่เป็นการสร้างความขัดแย้งหรือเป็นขาประจำอยากลองดี เพื่อให้มีคุณสมบัติเข้ารับการอบรมในหลักสูตรของ คสช. แต่อย่างใดไม่
-
การแสดงความคิดเห็นหรือการแถลงจุดยืนของพรรคการเมืองต่อร่างรัฐธรรมนูญ เป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่มาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวบัญญัติรับรองไว้ การที่ คสช. ให้สัมภาษณ์ทำนองว่าจะนำผู้ฝ่าฝืนมาเข้าในหลักสูตรการฝึกอบรมผู้นำการสร้างชาติอย่างสร้างสรรค์ จึงมีลักษณะเป็นการข่มขู่เพื่อจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งนอกจากจะขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนแล้วยังขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ คสช. เป็นผู้ขอพระราชทานมาใช้บังคับเองอีกด้วย ปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจบนข้อมูลที่ครบถ้วนดีกว่ามั้ยครับ ก็เพิ่งสำรวจพบรัฐบาลได้รับคะแนนนิยมสูงถึงร้อยละ 99.5 แบบนี้ยังจะกลัวอะไรอีก
-
วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
13 เมษายน 2559
หากการปิดตา- หู- ปาก ของประชาชน แล้ว ทรราช คสช. คิดว่านั้นคือการทำประชามติ แล้วล่ะก็..............ผิด
-----------------------------------------------------
"วัฒนา"ย้ำคสช.ควรเปิดพื้นที่ให้วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ
-
นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ค Watana Muangsook หัวข้อ "ผมก็ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ" โดยมีเนื้อหาดังนี้
-
ผมไม่สบายใจกับท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่แสดงอารมณ์หงุดหงิด กรณีพรรคการเมืองใหญ่สองพรรคไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญและขอให้ คสช. เปิดเผยแนวทางหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ สอดรับกับท่าทีของ ผบ.ทบ. ที่แสดงการข่มขู่กลุ่มการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหว
-
ไทยเป็นสังคมนิติรัฐหรือสังคมที่ใช้กฎหมายเป็นหลักในการปกครอง เมื่อ คสช. ยึดอำนาจและประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2550 คสช. ย่อมเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดหรือเป็น "รัฏฐาธิปัตย์" แต่เมื่อ คสช. ได้ขอพระราชทานรัฐธรรมนูญเพื่อใช้ปกครองประเทศชั่วคราวจนกว่าจะได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือการที่ คสช. ยอมตนที่จะอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ เมื่อได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 แล้ว รัฐธรรมนูญย่อมเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ที่ทุกคนซึ่งรวมถึง คสช. จะต้องให้ความเคารพและปฏิบัติตาม
-
ประเทศไทยอยู่ในขั้นตอนการนำร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนออกเสียงประชามติ ทุกฝ่ายรวมถึงพรรคการเมืองมีสิทธิที่จะแสดงความเห็นทั้งสนับสนุนและคัดค้านต่อร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนประชาชนก็มีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ จึงไม่มีประเด็นถกเถียงว่าเป็นอำนาจของใคร
-
นอกจากนี้การที่นายกรัฐมนตรีแสดงความมั่นใจว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติ หรือการที่ ผบ.ทบ. แสดงความเห็นว่าพรรคการเมืองที่คัดค้านรัฐธรรมนูญคือการไม่ให้เกียรติประชาชน หรือรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะนำพาประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้ คือการแสดงออกในเชิงสนับสนุนซึ่งก็ถือเป็นสิทธิของท่าน ส่วนผมหรือพรรคการเมืองที่ไม่เห็นด้วยก็ย่อมมีสิทธิที่จะแสดงออกได้เช่นเดียวกับท่านที่เป็นฝ่ายสนับสนุน
-
ผมยังยืนยันที่จะมีความเห็นต่อไปเพราะเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ หาใช่เป็นการสร้างความขัดแย้งหรือเป็นขาประจำอยากลองดี เพื่อให้มีคุณสมบัติเข้ารับการอบรมในหลักสูตรของ คสช. แต่อย่างใดไม่
-
การแสดงความคิดเห็นหรือการแถลงจุดยืนของพรรคการเมืองต่อร่างรัฐธรรมนูญ เป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่มาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวบัญญัติรับรองไว้ การที่ คสช. ให้สัมภาษณ์ทำนองว่าจะนำผู้ฝ่าฝืนมาเข้าในหลักสูตรการฝึกอบรมผู้นำการสร้างชาติอย่างสร้างสรรค์ จึงมีลักษณะเป็นการข่มขู่เพื่อจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งนอกจากจะขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนแล้วยังขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ คสช. เป็นผู้ขอพระราชทานมาใช้บังคับเองอีกด้วย ปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจบนข้อมูลที่ครบถ้วนดีกว่ามั้ยครับ ก็เพิ่งสำรวจพบรัฐบาลได้รับคะแนนนิยมสูงถึงร้อยละ 99.5 แบบนี้ยังจะกลัวอะไรอีก
-
วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
13 เมษายน 2559
สารจาก ดร. ทักษิณ ชินวัตร
สารจาก ดร. ทักษิณ ชินวัตร
ขันแดงแสลงใจ
ขันแดงแสลงใจ
ไทยรัฐ เผยแผนยึดประเทศของ คสช. โดยยึดแนวจีน ตั้งแต่สิงหาคม 2557!!!!
"โปลิตบูโร" สูตรสำเร็จ คสช.
วาระนี้ก็คือการรอลุ้นว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ที่คาดการณ์กันล่วงหน้าว่าจะเป็นคนนั้นคนนี้โดยเฉพาะจะมีทหารเข้ามาคุมงาน สำคัญๆก็ว่ากันไป
เอาเป็นว่ารอให้ถึงวันนั้นก็คงจะได้เห็นกันเอง อยู่ที่ว่าคลอดออกมาแล้วหน้าตาจะเป็นอย่างไรนั่นแหละสำคัญที่สุด
ที่ ว่าอย่างนี้ก็เพราะแม้ว่า คสช.จะมีอำนาจควบคุมเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่ถ้ารัฐมนตรีที่ออกมามีเสียงร้อง "ยี้" การเริ่มต้นบริหารประเทศก็จะเกิดปัญหาในความเชื่อมั่นมากพอสมควร
จะตั้งใครก็ควรคิดหรือตัดสินใจให้รอบคอบเสียก่อน
โดย เฉพาะกระทรวงสำคัญด้านเศรษฐกิจซึ่งต้องยอมรับความจริงว่าต้องการผู้ชำนาญการ เข้ามาดูแล เพราะเศรษฐกิจไทยนั้นยังมีปัญหาค่อนข้างมากแม้พื้นฐานดีก็จริงแต่เนื่องจาก หลายปีที่ผ่านมานั้นตกต่ำลงไปมาก
กอปรกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นอย่างแท้จริงย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทยอย่างแยกไม่ได้
อีก ตำแหน่งหนึ่งที่น่าจะต้องหาคนที่มีความรอบรู้จริง มีบารมีพอสมควรคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซึ่งจะต้องได้รับการ ยอมรับจากนานาชาติ
ทั้งนี้ก็คงเพราะประเทศไทยหลังจากที่ คสช.เข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองได้เกิดปัญหาการยอมรับจากต่างประเทศเป็นต้น ว่า สหรัฐฯ และอียู แม้ว่าได้มีการทำความเข้าใจ ตลอดจนการชี้แจงถึงเหตุผลและความจำเป็น ทำให้สถานการณ์และบรรยากาศดีขึ้นมาบ้าง
แต่เมื่อมีการตั้งรัฐบาลใหม่ แล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศถือเป็นตำแหน่งสำคัญอย่างน้อยก็รองจากนายกฯ หาก คสช.ตัดสินใจให้ "ทหาร" เข้ามาทำหน้าที่นี้ ก็คงไม่สอดรับกับสภาพความเป็นจริง
จึงน่าจะเป็น "พลเรือน" มากกว่า
ก็ลองคิดเรื่องนี้ให้ตกผลึกก็แล้วกัน
มา ว่ากันอีกเรื่องดีกว่า รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่ออกมานั้นยังคงอำนาจ คสช.เอาไว้เต็มๆด้วยบทเรียนทางการเมืองที่ผ่านมาเมื่อหัวหน้าคณะปฏิวัติยึด อำนาจมาได้แล้วก็มีการตั้งรัฐบาลด้วยการยกตำแหน่งผู้นำรัฐบาลให้บุคคลอื่น
เท่ากับว่า "ขาลอย" ไปทันทีไม่สามารถควบคุมได้
แนวคิด ใหม่ก็คือการคงอำนาจ คสช.เอาไว้อย่างมั่นคง เพียงแต่ว่าจะวางฐานะเอาไว้ตรงไหน รวมถึงการให้หัวหน้า คสช.เข้าไปสวมตำแหน่งนายกฯอีกชั้นหนึ่งด้วย
การดำรงอยู่ของ คสช.จึงกลายสภาพเป็นการปกครองในลักษณะที่มีรัฐบาลอยู่ภายใต้การควบคุมของ คสช.อีกชั้นหนึ่ง
คือรูปแบบ "โปลิตบูโร" ที่คล้ายกับการปกครองของประเทศจีน
เริ่ม ต้นของ คสช.นั้นมีสมาชิก 6 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้าใหม่ มี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นรอง คสช. และ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ.เป็นเลขาธิการ คสช.
จากนั้นใน รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวได้วางกรอบให้ คสช.เพิ่มจำนวนได้เป็น 15 คน นัยว่าเพื่อรองรับนายทหารที่จะขึ้นมารับตำแหน่งสำคัญแทน ผบ.เหล่าทัพที่จะต้องเกษียณอายุราชการพร้อมกันหมดทุกคนจึงนำบุคคลเหล่านี้ เข้ามาอยู่ใน คสช. ด้วย
เพื่อให้เกิดความมั่นคงในอำนาจอย่างแท้จริง เชื่อว่านอกจาก ผบ.เหล่าทัพแล้วน่าจะพ่วง ผบ.ตร. คนใหม่เข้ามาด้วย และมีข่าวว่าจะมีพลเรือนที่ชำนาญการด้านกฎหมายและเศรษฐกิจด้วย
รูป แบบการบริหารประเทศจึงมี คสช. เป็น "โปลิตบูโร" ที่ควบคุมการทำงานของรัฐบาลอีกชั้นหนึ่งไม่ใช่ทำหน้าที่ดูแลแค่ด้านความ มั่นคงเท่านั้น
แบบว่ารวบหัวรวบหางกินกลางตลอดตัว...ว่างั้นเถอะ.
"สายล่อฟ้า"
ภูฏาน ความยิ่งใหญ่ในความเล็ก (เครดิตจากไลน์)
นักวิชาการชี้ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัยลิดรอนเสรีภาพทางศาสนา
-
นายกิตติชัย จงไกรจักร ผู้ช่วยนักวิชาการปฏิรูปกฏหมาย สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายระบุว่า หลังการเผยแพร่เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ปรากฏว่ามีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับมาตราที่คุ้มครองเสรีภาพในการนับถือศาสนา และการรับรองสถานะของพระพุทธศาสนาซึ่งไม่เคยปรากฏในรัฐธรรมนูญฉบับใดมาก่อน ซึ่งอาจส่งผลเป็นการลิดรอนเสรีภาพทางศาสนาได้หากร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้
-
ทั้งนี้ เนื้อความของรัฐธรรมนูญสองมาตราที่มีปัญหา คือมาตราที่ 31 ว่าด้วยเสรีภาพในการนับถือศาสนา ซึ่งการปฏิบัติหรือประกอบพิธีกรรมทางศาสนาจะต้องไม่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงปลอดภัยของรัฐ และในมาตราที่ 67 ซึ่งเขียนให้รัฐมีหน้าที่ส่งเสริมการเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธศาสนาแบบเถรวาท ทั้งให้รัฐมีมาตรการปกป้องการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา
นายกิตติชัยระบุว่า เนื้อความในมาตราที่ 31 นั้น ถูกย่นย่อลงจากข้อความเดิมในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2535 โดยข้อบัญญัติที่ว่า "รัฐจะกระทำการอันเป็นการลิดรอนสิทธิ จากเหตุความเชื่อทางศาสนาไม่ได้" ซึ่งเป็นหลักประกันทางเสรีภาพด้านศาสนาที่มีอยู่เดิมได้หายไป ซึ่งตนไม่แน่ใจว่ารัฐจะมีหลักประกันทดแทนอย่างไร สำหรับผู้นับถือศาสนาที่ไม่เป็นไปในแนวทางของรัฐ ทั้งนี้ คิดว่าประชาชนควรยืนยันให้มีข้อความรับประกันเสรีภาพทางศาสนาในรัฐธรรมนูญ ตามที่มีมาตั้งแต่ในอดีต
-
นอกจากนี้ มาตราที่ 31 ได้มีการเพิ่มข้อบัญญัติว่าด้วยเสรีภาพในการปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อและศาสนาที่ยึดถือ โดยมีข้อแม้ว่า "ต้องไม่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงปลอดภัยของรัฐ" ซึ่งข้อความนี้มีความหมายที่กว้าง อาจเปิดโอกาสให้ผู้มีอำนาจในสถาบันทางศาสนานำไปตีความ และอาจส่งผลกระทบต่อคนที่มีความเชื่อแตกต่างจากตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องน่ากังวล
นายกิตติชัยกล่าวอีกว่า สำหรับมาตราที่ 67 มีการตัดข้อความที่ระบุให้รัฐเสริมสร้างความสมานฉันท์ระหว่างศาสนา ซึ่งเคยมีอยู่ในรัฐธรรมนูญปี 2550 ออก แต่กลับไปเน้นที่การอุปถัมภ์ "พระพุทธศาสนาเถรวาท" ซึ่งในกรณีนี้ ไม่เพียงเป็นการกำกับควบคุมความเชื่อและเลือกปฏิบัติต่อผู้นับถือศาสนาอื่น แต่ในหมู่พุทธบริษัทด้วยกัน นิกายอื่น ๆ จะถูกละเลย โดยเชื่อว่าการบัญญัติมาตรานี้อาจมาจากแรงกดดันให้มีการบัญญัติพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติก็เป็นได้
-
"รัฐไม่ควรมีนโยบายด้านศาสนา เพราะในรัฐที่มีประชาธิปไตย มีหลักนิติธรรม ต้องให้ความคุ้มครองในเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน ส่วนเรื่องศาสนานั้นเป็นเสรีภาพของปัจเจก รัฐจะไปอุปถัมป์ศาสนาใดศาสนาหนึ่งไม่ได้ เพราะจะนำไปสู่ความไม่เท่าเทียมกันในทางศาสนา และการเลือกปฏิบัติ" นายกิตติชัยกล่าว
-
ด้านภิกษุณีธัมมนันทา เจ้าอาวาสวัตรทรงธรรมกัลยาณี จ.นครปฐม ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยว่า กลุ่มภิกษุณีคาดหวังว่ารัฐจะให้ความสนใจในเรื่องความเสมอภาค แต่ทันทีที่ไประบุว่าเป็นพุทธเถรวาท ก็มีนัยว่ารัฐจะมากำหนดทิศทางการนับถือศาสนาของคนในประเทศนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วความเชื่อทางศาสนาเป็นเสรีภาพที่กฏหมายอนุญาตเอาไว้
-
ด้านนายสมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า ประเด็นที่ตนให้ความสนใจคือ การตีความถึงคำว่า "เถรวาท" เป็นเถรวาทของสำนักไหนและเถรวาทฝ่ายไหนจะได้ประโยชน์ ซึ่งตนมองว่าอาจเป็นฝ่ายที่ใกล้ชิดกับรัฐ ซึ่งเรื่องนี้อาจนำมาสู่ปัญหาความแตกแยกทางศาสนาได้
นักวิชาการชี้ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัยลิดรอนเสรีภาพทางศาสนา
-
นายกิตติชัย จงไกรจักร ผู้ช่วยนักวิชาการปฏิรูปกฏหมาย สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายระบุว่า หลังการเผยแพร่เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ปรากฏว่ามีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับมาตราที่คุ้มครองเสรีภาพในการนับถือศาสนา และการรับรองสถานะของพระพุทธศาสนาซึ่งไม่เคยปรากฏในรัฐธรรมนูญฉบับใดมาก่อน ซึ่งอาจส่งผลเป็นการลิดรอนเสรีภาพทางศาสนาได้หากร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้
-
ทั้งนี้ เนื้อความของรัฐธรรมนูญสองมาตราที่มีปัญหา คือมาตราที่ 31 ว่าด้วยเสรีภาพในการนับถือศาสนา ซึ่งการปฏิบัติหรือประกอบพิธีกรรมทางศาสนาจะต้องไม่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงปลอดภัยของรัฐ และในมาตราที่ 67 ซึ่งเขียนให้รัฐมีหน้าที่ส่งเสริมการเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธศาสนาแบบเถรวาท ทั้งให้รัฐมีมาตรการปกป้องการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา
นายกิตติชัยระบุว่า เนื้อความในมาตราที่ 31 นั้น ถูกย่นย่อลงจากข้อความเดิมในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2535 โดยข้อบัญญัติที่ว่า "รัฐจะกระทำการอันเป็นการลิดรอนสิทธิ จากเหตุความเชื่อทางศาสนาไม่ได้" ซึ่งเป็นหลักประกันทางเสรีภาพด้านศาสนาที่มีอยู่เดิมได้หายไป ซึ่งตนไม่แน่ใจว่ารัฐจะมีหลักประกันทดแทนอย่างไร สำหรับผู้นับถือศาสนาที่ไม่เป็นไปในแนวทางของรัฐ ทั้งนี้ คิดว่าประชาชนควรยืนยันให้มีข้อความรับประกันเสรีภาพทางศาสนาในรัฐธรรมนูญ ตามที่มีมาตั้งแต่ในอดีต
-
นอกจากนี้ มาตราที่ 31 ได้มีการเพิ่มข้อบัญญัติว่าด้วยเสรีภาพในการปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อและศาสนาที่ยึดถือ โดยมีข้อแม้ว่า "ต้องไม่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงปลอดภัยของรัฐ" ซึ่งข้อความนี้มีความหมายที่กว้าง อาจเปิดโอกาสให้ผู้มีอำนาจในสถาบันทางศาสนานำไปตีความ และอาจส่งผลกระทบต่อคนที่มีความเชื่อแตกต่างจากตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องน่ากังวล
นายกิตติชัยกล่าวอีกว่า สำหรับมาตราที่ 67 มีการตัดข้อความที่ระบุให้รัฐเสริมสร้างความสมานฉันท์ระหว่างศาสนา ซึ่งเคยมีอยู่ในรัฐธรรมนูญปี 2550 ออก แต่กลับไปเน้นที่การอุปถัมภ์ "พระพุทธศาสนาเถรวาท" ซึ่งในกรณีนี้ ไม่เพียงเป็นการกำกับควบคุมความเชื่อและเลือกปฏิบัติต่อผู้นับถือศาสนาอื่น แต่ในหมู่พุทธบริษัทด้วยกัน นิกายอื่น ๆ จะถูกละเลย โดยเชื่อว่าการบัญญัติมาตรานี้อาจมาจากแรงกดดันให้มีการบัญญัติพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติก็เป็นได้
-
"รัฐไม่ควรมีนโยบายด้านศาสนา เพราะในรัฐที่มีประชาธิปไตย มีหลักนิติธรรม ต้องให้ความคุ้มครองในเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน ส่วนเรื่องศาสนานั้นเป็นเสรีภาพของปัจเจก รัฐจะไปอุปถัมป์ศาสนาใดศาสนาหนึ่งไม่ได้ เพราะจะนำไปสู่ความไม่เท่าเทียมกันในทางศาสนา และการเลือกปฏิบัติ" นายกิตติชัยกล่าว
-
ด้านภิกษุณีธัมมนันทา เจ้าอาวาสวัตรทรงธรรมกัลยาณี จ.นครปฐม ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยว่า กลุ่มภิกษุณีคาดหวังว่ารัฐจะให้ความสนใจในเรื่องความเสมอภาค แต่ทันทีที่ไประบุว่าเป็นพุทธเถรวาท ก็มีนัยว่ารัฐจะมากำหนดทิศทางการนับถือศาสนาของคนในประเทศนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วความเชื่อทางศาสนาเป็นเสรีภาพที่กฏหมายอนุญาตเอาไว้
-
ด้านนายสมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า ประเด็นที่ตนให้ความสนใจคือ การตีความถึงคำว่า "เถรวาท" เป็นเถรวาทของสำนักไหนและเถรวาทฝ่ายไหนจะได้ประโยชน์ ซึ่งตนมองว่าอาจเป็นฝ่ายที่ใกล้ชิดกับรัฐ ซึ่งเรื่องนี้อาจนำมาสู่ปัญหาความแตกแยกทางศาสนาได้
ในนามของประธานาธิบดีโอบามาและประชาชนชาวอเมริกัน ในโอกาสเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์
ในนามของประธานาธิบดีโอบามาและประชาชนชาวอเมริกัน ในโอกาสเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์
โพสต์ล่าสุด
คำสารภาพ จากคนไทยธรรมดาในกระแสหลัก… สู่การเลือกสีส้ม
ดิฉันเติบโตมาในยุคที่ภาพข่าวพระราชกรณียกิจคือส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เปิดทีวีมาก็เห็นในหลวงและพระราชินีเสด็จไปทุกพื้นที่ ภาพเหล่านี้ถูก...
Popular Posts
-
ทหารมีไว้ทำไม การทบทวนเชิงวิชาการเต็มรูปแบบเพื่อ “push the edges of knowledge”หรือต่อยอดสาระทางวิชาการจากงานของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ : ...
-
คันฉ่องส่องกองทัพไทย: เมื่อกองทัพสู้เกมมวลชนด้วยวาทกรรม คันฉ่องส่องกองทัพไทย • ส่องวาทกรรม–ส่องโครงสร้าง ...
-
โดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2017–2021 และดำเนินนโยบายที่มุ่งเน้นให้ “อเมริกามาก่อน” (America Fir...
-
ความเชื่อที่ว่าชาวยิวครองโลกหรือมีตระกูลยิวบงการเหตุการณ์สำคัญในโลก โดยมีศูนย์กลางที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ เป็นแนวคิดที่มาจากทฤษฎีสมคบคิด (c...
-
แบบประเมินเลือกนายกรัฐมนตรี (0–10) แบบประเมิน “เลือกนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุด” (ให้คะแนน 0–10) ให้คะแนนตามห...
-
คันฉ่องส่องโลก · บทวิเคราะห์เชิงอำนาจ ทรัมพ์ไม่ได้เปลี่ยน “ระเบียบโลก” — เขากำลังท้าทาย “ระบอบของโลก” เมื่อโลก...
-
รัฐประหาร 2500 ถึงประชาธิปไตยแบบจัดการ: เครือข่ายอำนาจ วัง–กองทัพ–กฎหมายการเมือง และการทำให้ “ประชาธิปไตยดูเหมือนจริง” แต่ควบค...
-
คันฉ่องส่องไทย • กรอบคิดเชิงหลักการ หัวข้อ: นิยาม “ปฏิปักษ์ปฏิวัติ” เมื่อยึดประชาธิปไตยเป็นเป้าหมายการเปลี่ยนประเ...
-
ทรัมพ์กับมาดูโร: เกมหมากรุกภูมิรัฐศาสตร์ที่ซ่อนเดิมพันโลกทั้งใบ ทรัมพ์กับมาดูโร: เกมหมากรุกภูมิรัฐศา...
-
คันฉ่องส่องไทย | หายนะแม่น้ำโขง: เหมืองเถื่อน 2,400 แห่ง และบทบาทจีน-ทุนสามานย์ คันฉ่องส่องไทย ...











