บิ๊กตู่ ชี้ละเมิดสิทธิเป็นปัญหาทั้งโลกไม่ใช่แค่ไทย สั่งกรมประชาฯเอาผิดสื่อบิดเบือน

'ประยุทธ์' แจง ละเมิดสิทธิกับการบังคับใช้กฎหมาย เป็นปัญหาทั้งโลก สั่งสำนักโฆษกฯ-กรมประชาฯ ดูประเด็นบิดเบือนจากสื่อเตรียมฟ้องเอาผิด

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ภายใต้กลไกยูพีอาร์ (Universal Periodic Review : UPR) รอบที่ 2 ต่อที่ประชุมคณะทำงานยูพีอาร์ สมัยที่ 25 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ว่า ไม่ได้เรียกประเทศไทยไปชี้แจงประเทศเดียว มีการเรียกทั้งหมด 130 กว่าประเทศ ในฐานะประเทศสมาชิกของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งก็มีการย้อนไปถึงรัฐบาลชุดที่ผ่านมาด้วยว่ามีอะไรบ้าง ถ้าจำไม่ผิดรัฐบาลที่แล้วมีเรื่องที่เขาแจ้งมาเป็นร้อยเรื่องเข่นกัน และแก้ไขได้เพียงร้อยละ 20 วันนี้มีการเสนอมา 249 เรื่อง แก้ไขได้เพียง 181 เรื่อง ก็รับมาทั้งหมด เราต้องแก้ไขประมาณร้อยละ 70 ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศมหาอำนาจที่ว่าเราบางประเทศรับมา 380 กว่าเรื่อง สามารถแก้ไขปัญหาได้ไม่ถึงครึ่ง แสดงว่ามันเป็นปัญหาของโลกทั้งการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการบังคับกฎหมาย ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละประเทศ ว่ากำลังทำอะไรกันอยู่ สิ่งสำคัญเราต้องไม่ทิ้งพันธกรณีดังกล่าว ในเรื่องของสิทธิมนุษยชนเราก็ระวังมาตลอด

"อยากจะชี้แจงให้เกิดความเข้าใจ และแยกแยะว่า คนที่กระทำความผิดที่ต้องถูกเรียกตัวมาดำเนินการก็มี 2 ลักษณะ คือเรียกตัวมาแล้วก็ปล่อยกลับไปถือว่าเป็นความเมตตาแล้ว เพราะถ้าว่ากันตามคดีมันผิดทั้งหมด แต่ถ้าไม่ร้ายแรงผมก็สามารถผ่อนผันให้ได้ แต่ถ้ามันร้ายแรง เป็นประเด็นที่ทำร้ายคนไทยทั้งชาติ ผมยอมไม่ได้ ก็ต้องให้เป็นเรื่องของศาล และผมก็ได้สั่งให้ชี้แจงไปว่าการที่นำตัวขึ้นศาลทหารนั้นก็เหมือนกับศาลธรรมดา แต่ที่เป็นศาลทหารเนื่องจากใช้คณะในการพิจารณาเป็นทหาร จบจากทหารพระธรรมนูญ ซึ่งเรียนจบกฎหมายมาทั้งหมดแตกต่างกันก็แค่มียศเท่านั้น แต่ใช้วิธีการพิจารณาของศาลปกติ สามารถประกันได้ มีทนายได้ ผมอยากจะถามว่าใช้ศาลทหารมันผิดตรงไหน และที่ต้องใช้ศาลทหารก็เพราะสถานการณ์มันไม่ปกติ คนเหล่านี้ไม่เคารพกฎหมายปกติ เรื่องเหล่านี้สื่อช่วยแยกให้หน่อย ไม่ใช่ว่าเราต้องการไปปิดบังบิดเบือน หรือต้องการไปละเมิดสิทธิ์ ขอให้ไปดูให้ชัดว่าใครไปละเมิดสิทธิ์ใคร เขาละเมิดสิทธิ์ผมหรือเปล่า ในการที่ผมกำลังทำงานให้กับประเทศดูว่าเขาละเมิดสิทธิ์ประชาชนหรือไม่ ถ้าสื่อฟังแล้วไปขยายความก็ขัดแย้งก็อยู่แบบนี้ และสิ่งที่จะตามมาคือต่างชาติไม่เข้าใจเรา ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่ การที่จะเข้ามาค้าขายหรือลงทุนก็ไม่มั่นใจ ดังนั้นจะทำอะไรก็ต้องระมัดระวัง ผมขอแค่นี้ ช่วยกันดูว่าประเทศจะเดินต่อไปอย่างไร ผมไม่ได้ไปโมโหสื่อเพราะไม่ได้เขียนเชียร์ผม ยืนยันว่าไม่ต้องมาเชียร์เพราะไม่ว่าจะอย่างไร ผมก็อยู่อยู่แล้ว แม้จะว่าผมผมก็อยู่ เพราะผมต้องอยู่ ทำไมถึงไม่เข้าใจว่าผมกำลังทำอะไรในหลายๆ อย่าง แล้วมันก็ดีขึ้น"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ทำไมสลิ่มเกลียดทักษิณมาก ?

ทำไมสลิ่มเกลียดทักษิณมาก ?

เพราะทักษิณโกงอย่างนั้นหรือ ? แต่เราก็เห็นคดีทุจริตมากมายที่สลิ่มไม่สนใจเลย กรณีทักษิณไม่มีหลักฐานอะไรด้วยซ้ำ แต่สลิ่มก็เกลียดมาก

เพราะทักษิณเป็นนักธุรกิจอย่างนั้นหรือ ? แต่เราก็เห็นนักธุรกิจมาเล่นการเมืองมาก และส่วนใหญ่ที่สลิ่มชื่นชม ก็เป็นนักธุรกิจใหญ่ๆ ทั้งนั้น หากเป็นเรื่องผูกขาดขูดรีด ผมว่า CP มีปัญหามากกว่าทักษิณมาก

ที่จริงในทางจิตวิทยา เราเกลียดอะไร เพราะเรากลัวสิ่งนั้นต่างหาก เพราะสิ่งที่เรากลัวมันคุกคาม "ความมั่นของของเรา" ดังนั้นคน Hate อะไรเพราะ Fear และ เกิดจากสิ่งนั้นมัน Threat ต่อพวกเขาต่างหาก

ตะวันตกแต่ก่อนเกลียดคอมมิวนิสต์มาก โดยอ้างว่าคอมมิวนิสต์ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ "หากเราพิจารณาให้ดี" เผด็จการชนชั้นกรรมาชีพ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อชนชั้นกรรมาชีพมีจำนวนสัดส่วนมากที่สุดในประชากรทั้งประเทศต่างหาก ซึ่งมันก็คือ "ประชาธิปไตยนั่นเองโหวตทีไรเขาก็ต้องชนะ

หากตะวันตกเกลียดเผด็จการ เขาก็ต้องเกลียด จอมพลฟรังโก แห่งสเปน แต่ตะวันตกก็ไม่ได้เกลียด เพราะฟรังโกไม่ได้คุกคามอะไรต่อตะวันตก ดังนั้น ตะวันตกเกลียดคอมมิวนิสต์เพราะความกลัวต่างหาก กลัวเพราะ "คอมมิวนิสต์สหภาพโซเวียตมีศักยภาพที่เพียงพอในการคุกคามต่อตะวันตกได้

สลิ่มเกลียดทักษิณ เพราะ "กลัวทักษิณ" ครับ ไม่ได้เกี่ยวกับทักษิณเป็นคนดีหรือคนเลว แต่เกลียดเพราะกลัว และทักษิณสามารถ "คุกคาม" ต่อโครงสร้างอำนาจของคนชั้นนำได้ เพราะคนจน "คนชั้นล่าง" สนับสนุนทุกษิณ ทักษิณจึงเป็น "ภัยคุกคาม" ต่อชนชั้นนำอย่างแท้จริง หากกำจัดทักษิณไม่ได้ คนรากหญ้าย่อมมีอำนาจมาก และสุดท้าย คนชั้นนำก็จะไม่มีทางสู้และได้อำนาจทางการเมืองเลย เพราะจำนวนคนชั้นล่าง คนราหญ้านั้นมีมากกว่า

เราจึงอธิบายได้ว่า "สลิ่มเกลียนทักษิณเพราะกลัว" และกลัวเพราะ ทักษิณมีอำนาจชี้นำคนรากหญ้า ที่ "คุกคาม" ต่ออำนาจของคนชั้นนำต่างหาก

ไม่ได้เกี่ยวกับทักษิณดีหรือเลว 
ขนาดสมเด็จช่วง บางคนยังเกลียดเลย เพราะท่านคืออุปสรรค

cr:Thai Ariyaskun

THAILAND: Stop Judicial Harassment of Human Rights Defenders

FOR IMMEDIATE RELEASE
AHRC-FST-009-2016
16 May 2016

A Statement from Fortify Rights forwarded by the Asian Human Rights Commission

THAILAND: Stop Judicial Harassment of Human Rights Defenders

Strengthen protection mechanisms and ensure accountability for human rights abuses

(Bangkok, 9 May 2016)—We, the undersigned organizations and community-based networks, urge the Thai authorities and several mining companies to drop legal proceedings against community-based human rights defenders and call on Thai authorities to strengthen mechanisms to protect human rights defenders and ensure accountability for human rights abuses.

Throughout Thailand, we have documented a worrying trend of defamation and other related criminal and civil charges being brought against human rights defenders. Community-based activists engaged in protests and expressing concern about negative health, social, and environmental impacts potentially related to industries operating in their localities are particularly at risk of facing charges.

Human rights defenders in Thailand have faced criminal defamation lawsuits under articles 326, 327, and 328 of the Thai Criminal Code with sentences ranging from one to two years' imprisonment or fines. Defendants have also been charged under article 14 of the Computer Crimes Act, which carries a maximum sentence of five years' imprisonment.

Charges of criminal defamation by Thai authorities and businesses operating in Thailand have been in response to legitimate activities of human rights defenders.

For example, Tungkum Ltd., a Thai gold mine company operating in Loei Province, has brought at least 19 criminal and civil lawsuits against 33 members of the Khon Rak Ban Kerd Group (KRBKG) and other villagers, including a 15-year-old girl, in the past seven years. KRBKG is a community-based group committed to defending the local environment from negative impacts of the gold mine in Loei Province. Through these lawsuits, the company has sought 320 million Thai Baht (US$9.1 million) from villagers in Loei. As of today, eight criminal and civil cases involving at least 25 villagers are pending.

Villagers in Loei have also faced threats and violent attacks from state and non-state actors. During the evening of 15 May 2014, at least 100 unidentified men in black masks assaulted and held captive more than a dozen villagers including men and women and leaders of the KRBKG while trucks transported material out of the mine site and village. Of the hundred or so men who attacked the villagers, the public prosecutor has charged only two people—a retired Royal Thai Army officer and his son—for this incident. Members of KRBKG have joined as joint plaintiffs on this case and are demanding compensation. The Loei Provincial Court is expected to deliver its verdict on 16 May 2016.

More recently, in March 2016, the Akara Resources Public Company Limited, a Thai gold mining subsidiary of the Australian firm Kingsgate Consolidated Limited, filed complaints of criminal defamation under Thailand's Criminal Code and the Computer Crime Act against two human rights defenders involved in opposing the company's mining operations in Pichit Province. A pre-trial court hearing is scheduled in June 2016, which relates to alleged negative Facebook postings about the company. Earlier criminal defamation suits brought by the company in 2013 against two activists from the same community were recently dismissed.

Trials are also still pending for 23 members of the Khao Lao Yai and Pha Jun Dai Community Forest Conservation Group–a community-based network opposing the limestone quarry in Nong Bua Lam Phu Province. The police brought criminal charges against the group members after the mining company alleged that the group used false information to charge a person in court. Between 1993 and 1999, four members of this community group were shot dead. There remains no accountability for these deaths.

Human rights defenders have also faced criminal defamation complaints brought by Thai authorities. For example, in 2012, and 2015, Thai authorities in Ngao District of Lampang Province filed criminal defamation complaints against members of Rak Ban Haeng Group (RBHG), a community-based group involved in protesting the lignite-mining operations of Kheow Lueng Company Ltd. The charges in the 2012 case stemmed from a demonstration in front of Lampang Provincial Hall, and the case was withdrawn following negotiations with the plaintiff. The more recent 2015 charges relate to a banner displayed by RBHG members at a meeting allegedly defaming Thai officials. The case is scheduled to proceed on 25 May 2016.

These are merely some examples of lawsuits brought against human rights defenders who exercised their right to freedom of expression and which have resulted in the effective interference of their legitimate activities. The fight against charges can impose significant time and financial demands on human rights defenders and affected communities. Meanwhile, access to assistance, including legal support, money for bail, and transportation costs to attend trials and wage a proper defense, is limited.

In some cases, the courts have taken positive actions to protect the rights of community-based activists and human rights defenders. For example, on 21 August 2013, Thailand's Songkhla Provincial Court delivered a verdict ordering Peerapol Mining Co. Ltd., a Thai quarry-mining company operating in Songkhla Province, to pay nine members of the Khao Khuha Community Rights Network (KKCRN) 60,000 Thai Baht each (US$ 1,700) in compensation. The court ordered the compensation in a counter civil defamation suit brought by KKCRN after the company filed unwarranted civil defamation charges against KKCRN members in June 2011 demanding 64 million Thai Baht (US$ 1.8 million) from KKCRN members. The company later dropped the charges in August 2012.

The right to freedom of expression is protected under Article 19 of the International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR), to which Thailand is a state party. On 17 December 2015, Thailand also joined 126 other states at the UN General Assembly in adopting General Assembly Resolution 70/161, which recognizes states' responsibility to protect human rights defenders. The UN Human Rights Council's 21 March 2016 resolution on human rights defenders similarly recognizes the important and legitimate role of human rights defenders to express their views, concerns, criticisms and dissent regarding government policy or business activities and underlines the need for governments to take necessary measures to safeguard such dialogue.

We call on Thailand to fulfill its obligations under international law to ensure human rights defenders are protected, not punished. The Government of Thailand should decriminalize defamation, which international law considers a disproportionate form of punishment for defamation-related charges, and drop all unwarranted charges brought against human rights defenders. Thailand should also effectively investigate cases of violence committed against human rights defenders and hold perpetrators to account, while ensuring human rights defenders and marginalized communities have appropriate access to free and competent legal aid in line with fair trial standards. The government should further develop a legal framework to ensure the principles of Business and Human Rights under international law are protected.

We also call on businesses to protect the rights of human rights defenders. The UN Guiding Principles on Business and Human Rights provide that businesses have a responsibility to respect human rights wherever they operate. In line with this, businesses in Thailand must protect the rights of human rights defenders who exercise their fundamental rights, including the right to freedom of expression. Companies should avoid any unwarranted complaints and charges brought against human rights defenders should be dropped. Businesses should further engage in meaningful consultation with relevant communities and stakeholders in order to identify, prevent, and address any potential adverse human rights and environmental impacts related to their activities.

Signed:
  • Community Resources Centre Foundation
  • Campaign for Public Policy on Mineral Resources
  • Fortify Rights
  • EnLAW
  • Ecological Alert and Recovery –Thailand
  • Young Leadership for Social Change, Thai Volunteer Service Foundation
  • International Commission of Jurists
  • Rak Ban Haeng Group (Lampang Province)
  • Network of People Affected by Gold Mine (Pichit Province) 
  • Khao Kuha Community's Rights Protection Group (Songkhla Province) 
 • Khao Lao Yai and Pha Jun Dai Community Forest Conservation Group (Nong Bua Lam Phu Province)
  • Khon Rak Ban Kerd Group (Loei Province)

……………..

The views shared in this statement do not necessarily reflect that of the AHRC.

# # #

The Asian Human Rights Commission (AHRC) works towards the radical rethinking and fundamental redesigning of justice institutions in order to protect and promote human rights in Asia. Established in 1984, the Hong Kong based organisation is a Laureate of the Right Livelihood Award, 2014.

Read this Forwarded Statement online

 



Visit our website with more features at www.humanrights.asia.



You can make a difference. Please support our work and make a donation here
.

-----------------------------

Asian Human Rights Commission

G/F

52 Princess Margaret Road

Ho Man Tin, Kowloon

Hongkong S.A.R.

Tel: +(852) 2698-6339 Fax: +(852) 2698-6367

Web: www.humanrights.asia

twitter/youtube/facebook: humanrightsasia

อ ชูพงศ์ ถี่ถ้วน 16 พ ค 2559 ตอน คสช ลากยาวลงนรก ปชช ต้องลุกมาชิงเมือง

ชูพงศ์ ถี่ถ้วน 16 2559 ตอน คสช ลากยาวลงนรก ปชช ต้องลุกมาชิงเมือง

https://youtu.be/Xq60OhHigV4

https://youtu.be/elQ3o4EYUwA

จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ 15 พ.ค. 2559 ชี้ผิด ชี้ถูก ตอน อนาคตไทย กับ รัฐทหาร

จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ  15 .. 2559 ชี้ผิด ชี้ถูก ตอน อนาคตไทย กับ รัฐทหาร

https://youtu.be/OkFPInpCxMA

https://youtu.be/4oRnCQxAjzs

---------------------

***Download ร่างจดหมาย เพื่อส่งผู้นำนานาชาติต่าง ที่ http://tinyurl.com/gsetacg

***โปรดช่วยกันกระจายและส่งให้มากที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ

สนับสนุนแนวทางมดแดงล้มช้าง ของ คณะราษฎรเสรีไทย กับ ดร. เพียงดิน

ส่งข้อมูลลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยทางลิ้งค์ต่อไปนี้

http://tinyurl.com/o2rzao8

หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt

****ลิ้งค์ล่าสุด  http://tinyurl.com/gssuvm2

และรายงานการปฏิบัติงานและความคืบหน้าเครือข่าย ได้ที่ 4everche@gmail.com

----------------------

สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

 

สถาบันกษัตริย์ บริจาคเงินช่วยประชาชน ปีละเท่าใด?

https://youtu.be/Mn1oWIofvXw

https://youtu.be/bK2mFXlQfo0

---------------------

***Download ร่างจดหมาย เพื่อส่งผู้นำนานาชาติต่าง ที่ http://tinyurl.com/gsetacg

***โปรดช่วยกันกระจายและส่งให้มากที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ

สนับสนุนแนวทางมดแดงล้มช้าง ของ คณะราษฎรเสรีไทย กับ ดร. เพียงดิน

ส่งข้อมูลลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยทางลิ้งค์ต่อไปนี้

http://tinyurl.com/o2rzao8

หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt

****ลิ้งค์ล่าสุด  http://tinyurl.com/gssuvm2

และรายงานการปฏิบัติงานและความคืบหน้าเครือข่าย ได้ที่ 4everche@gmail.com

----------------------

สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

 

สถาบันกษัตริย์ บริจาคเงินช่วยประชาชน ปีละเท่าใด?

สถาบันกษัตริย์ บริจาคเงินช่วยประชาชน ปีละเท่าใด?

https://youtu.be/Mn1oWIofvXw

https://youtu.be/bK2mFXlQfo0

---------------------



***Download ร่างจดหมาย เพื่อส่งผู้นำนานาชาติต่าง ที่ http://tinyurl.com/gsetacg

***โปรดช่วยกันกระจายและส่งให้มากที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ

สนับสนุนแนวทางมดแดงล้มช้าง ของ คณะราษฎรเสรีไทย กับ ดร. เพียงดิน

ส่งข้อมูลลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยทางลิ้งค์ต่อไปนี้

http://tinyurl.com/o2rzao8

หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt

****ลิ้งค์ล่าสุด  http://tinyurl.com/gssuvm2

และรายงานการปฏิบัติงานและความคืบหน้าเครือข่าย ได้ที่ 4everche@gmail.com 

----------------------

สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

สถาบันกษัตริย์ บริจาคเงินช่วยประชาชน ปีละเท่าใด?

สถาบันกษัตริย์ บริจาคเงินช่วยประชาชน ปีละเท่าใด?

https://youtu.be/Mn1oWIofvXw

https://youtu.be/bK2mFXlQfo0

---------------------



***Download ร่างจดหมาย เพื่อส่งผู้นำนานาชาติต่าง ที่ http://tinyurl.com/gsetacg

***โปรดช่วยกันกระจายและส่งให้มากที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ

สนับสนุนแนวทางมดแดงล้มช้าง ของ คณะราษฎรเสรีไทย กับ ดร. เพียงดิน

ส่งข้อมูลลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยทางลิ้งค์ต่อไปนี้

http://tinyurl.com/o2rzao8

หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt

****ลิ้งค์ล่าสุด  http://tinyurl.com/gssuvm2

และรายงานการปฏิบัติงานและความคืบหน้าเครือข่าย ได้ที่ 4everche@gmail.com 

----------------------

สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

มดแดงแผลงฤทธิ์ คสช.​และเจ้าไทย ถูกโลกล้อมกะลา! โดย ดร. เพียงดิน รักไทย 14 พ.ค. 2559

มดแดงแผลงฤทธิ์  คสช.​และเจ้าไทย ถูกโลกล้อมกะลาโดย ดร. เพียงดิน รักไทย 14 .. 2559

https://youtu.be/S88dbo8rD1k

https://youtu.be/DKWYGt1V0W0

https://youtu.be/vuBpHiGbGpE

https://youtu.be/IsnqHrJ0whI

---------------------



***Download ร่างจดหมาย เพื่อส่งผู้นำนานาชาติต่าง ที่ http://tinyurl.com/gsetacg

***โปรดช่วยกันกระจายและส่งให้มากที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ

สนับสนุนแนวทางมดแดงล้มช้าง ของ คณะราษฎรเสรีไทย กับ ดร. เพียงดิน

ส่งข้อมูลลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยทางลิ้งค์ต่อไปนี้

http://tinyurl.com/o2rzao8

หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt

****ลิ้งค์ล่าสุด  http://tinyurl.com/gssuvm2

และรายงานการปฏิบัติงานและความคืบหน้าเครือข่าย ได้ที่ 4everche@gmail.com

----------------------

สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน




มดแดงแผลงฤทธิ์ คสช.​และเจ้าไทย ถูกโลกล้อมกะลา! โดย ดร. เพียงดิน รักไทย 14 พ.ค. 2559

มดแดงแผลงฤทธิ์  คสช.​และเจ้าไทย ถูกโลกล้อมกะลาโดย ดร. เพียงดิน รักไทย 14 .. 2559

https://youtu.be/S88dbo8rD1k

https://youtu.be/DKWYGt1V0W0

https://youtu.be/vuBpHiGbGpE

https://youtu.be/IsnqHrJ0whI

---------------------



***Download ร่างจดหมาย เพื่อส่งผู้นำนานาชาติต่าง ที่ http://tinyurl.com/gsetacg

***โปรดช่วยกันกระจายและส่งให้มากที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ

สนับสนุนแนวทางมดแดงล้มช้าง ของ คณะราษฎรเสรีไทย กับ ดร. เพียงดิน

ส่งข้อมูลลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยทางลิ้งค์ต่อไปนี้

http://tinyurl.com/o2rzao8

หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt

****ลิ้งค์ล่าสุด  http://tinyurl.com/gssuvm2

และรายงานการปฏิบัติงานและความคืบหน้าเครือข่าย ได้ที่ 4everche@gmail.com

----------------------

สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน




ทรราช คสช. มันน่าเบื่อหน่าย และเน่าเหม็น มันห่วย และเหี้ยโดยสิ้นดี

ทรราช คสช. มันน่าเบื่อหน่าย และเน่าเหม็น  มันห่วย และเหี้ยโดยสิ้นดี 
-
สำหรับไอ้รัฐบาลทรราช คสช. โจรก่อการร้ายมันทรราชมือเปื้อนเลือดที่ร่วมมือกับแมงสาปเน่าที่เป็นนายหน้าค้าความตายให้กับพวกเศษทรราชสากดินาอำมาตยาเน่า ที่ได้ไม่เคยมีความคิดที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในสามจังหวัดภาคใต้ให้มันดีขึ้น มีแต่ส่งคนเน่าๆ ไร้คุณภาพ ลงไปสร้างเงื่อนไข รุมแดกงบประมาณ ใช้ข้อมอ้างเลื่อนลอยเป็นเงื่อไขในการทำรัฐประหารเพื่อทำลายล้มล้างระบอบประชาธิปไตย 
-
แล้วก็เอาระบอบทหาร กับระบอบศรีธนญชัยอย่างไอ้ตูบ ประยุทธ์ จันทรโอชา กำลังทำอยู่ ณ. เวลานี้ หากเอาความตอแหลของไอ้อภิสิทธิ์ ที่ว่าดีแต่พูดแล้ว รัฐทหารของโจรก่อการร้าย คสช. เลวกว่าอีก 10 เท่า
-
แมงสาปเน่าที่ว่าแน่ๆ ยังแพ้ไอ้ตูบประยุทธ์ และคณะ แม้ แมงสาปที่เป็นเจ้าตำหรับนักการเมืองเลวตอแหลมันไฟแลบ คอรับชั่นทั้งแบบใต้น้ำและเหนือเมฆ ทั้งมีองค์กรสนุนสนุนมากมาย ในการประกอบความชั่ว หรือแม้แต่ศาล ส้นตีนก็เป็น เครือข่ายเดียวกันกับ แมงสาป 
-
การที่แมงสาป เที่ยวฆ่าคนบริสุทธิ์ เพียงเพื่อสร้างสถานการณ์ แล้วก็มีการผ่านงบประมาณมหาศาลทันทีเยี่ยงนี้ จะทำให้ประชาชนเข้าใจได้อย่างไร คิดหรือว่าตัวเองกุมกำลังอาวุธรวมทั้งกระบวนการยุติธรรมที่มันพิกลพิการ แล้วจะสามารถใช้อำนาจที่ไร้ซึ่งความเป็นธรรมนี้ไปกด เขาเอาไว้ได้ เอาสมองตรองดูด้วย อย่าแค่เอาแต่หัวแม่ตีนคิด

-
หากมามองเครื่องจักรสังหาร ที่ใช้ชีวิตและงบประมาณแผ่นดินเป็นเชื้อเพลิง อย่าง รัฐบาล ทรราช คสช. มันเหี้ยกว่า เลวกว่า เพราะตรวจสอบไม่ได้  หากใครกล้าตรวจสอบก็จะต้องเข้าคุก หรือใครเอาความจริงมาเปิดเผย เรื่องที่ ทรราช คสช. โกง ก็จะเข้าคุกเช่นกัน
-
ฆ่าคนตายมันต้องชดใช้..... ก็ขนาดพระอรหันต์อย่างพระองคุลิมาร ก็ยังต้องชดใช้กรรมที่เคยฆ่าคน เอาไว้ ด้วยการถูกชาวบ้านเอาหินขว้างปาใส่จนถึงนิพพาน(ตาย) แม้นแต่พระพุทธเจ้ายังได้ยกเรื่องนี้มาสั่งสอนผู้คน
-
เราไปฆ่าลูกเขา พ่อเขา แม่เขาสามีของเขาหรือเมียของเขา เขาเหล่านั้นก็ต้องแค้นและต้องหาทางโต้กลับคืน
-
และยิ่งถ้าหากไปฆ่าเขาแล้ว ก็ยังไม่ให้ความยุติธรรมกับเขาอีก บอกได้คำเดียวสงคราม สงครามที่ไม่อาจที่จะอยู่ร่วมโลกกันได้ ต้องตายหรือสูญพันธ์กันไปข้าง ซึ่งเหตุการณ์ เช่นนั้น อาจจะเกิดขึ้นเมื่อไรก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ มันจะต้องเกิด และมันจะมาพร้อมกับการผลัดเปลี่ยนอำนาจ อย่างแน่นอน
-
มีบทความของท่านผู้รู้ได้ตั้งข้อสงสัยไว่ว่า ....
-

ทำไมขบวนการไออาร์เอของไอร์แลนด์เหนือถึงต้องจับอาวุธรบกับทหารอังกฤษนานนับร้อยปี ทั้งๆที่อังกฤษเป็นมหาอำนาจที่เป็นระดับพระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน พวกไอริชหรือขบวนการไออาร์เอก็ไม่กลัว นั่นเพราะทหารอังกฤษไปรังแกข่มเหงคนไอริช ไปฉุดลูกสาวเขา ไปฆ่าไอ้หนุ่มที่เป็นแฟนของหญิงสาว รวมทั้งกระทำเรื่องระยำอื่นๆอีกมาก จนหนุ่มไอริชทนไม่ได้
แน่นอนเรื่องเหตุการณ์ในอดีตที่เกี่ยวกับการประหารชีวิตราชินีของชาวไอริชในยุคควีนเอลิซาเบทที่1จะค่อยๆเสื่อมคลายไป จนคนไอริชแทบจะลืม แต่ทว่าพวกทหารอังกฤษเองที่ไปจุดไฟแห่งสงครามมันขึ้นมา ด้วยการไปรังแกชาวบ้านดังกล่าว
-

ไอ้เหตุการณ์บ้านเราในเวลานี้ก็เช่นกัน หรือถ้าหากเหตุการณ์ทางภาคใต้ได้เกิดขึ้นที่ภาคกลางอย่างลุ่มน้ำท่าจีน หรือการย้ายยะลามากรุงเทพฯ บอกได้คำเดียว ฆ่าล้างตระกูลชัวร์ ตำรวจก็ตำรวจเหอะ หรือแม้นแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด ครอบครัวของ ทรราช คสช.ทั้งโคตรก็อย่าหวังที่จะอยู่เป็นสุข
-

เหตุการณ์ยุคเสือฝ้ายเสือดำ 9ล9 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนดี
หรือถ้าหากเหตุการณ์ทางสามจังหวัดภาคใต้เกิดขึ้นที่ทางภาคเหนือหรือภาคอิสานภาคตะวันออก ก็ย่อมที่จะมีผลลัพธ์เช่นเดียวกับเหตุการณ์ในสามจังหวัดภาคใต้ ผู้คนย่อมที่จะออกมาจับอาวุธ และต่อสู้กับอำนาจรัฐอย่างแน่นอน เพราะทรราช คสช. ใช้อำนาจอำมหิต ปกครองประชาชน 
-

ลักษณะการบุกเข้าฆ่าคนไทยมุสลิมที่นราธิวาสที่กำลังทำพิธีละหมาดในสุเหร่านั้น จนกระทั่งตายคาที่ถง11ศพบาดเจ็บอีกนับสิบ โดยที่มือสังหารใช้การสวมชุดไอ้โม่ง ใช้เวลาปฏิบัติการแค่ 2 นาที มันไม่บอกอะไรเลยหรือ ว่ามันคุ้นไหม และคนที่ลงมือทำก็เป็นคนของ รัฐบาล
-

หากลูกหลานหรือแม้แต่พ่อแม่ของตระกุล ทรราช คสช. ต้องมารับกรรมอย่างนั้นบ้าง ก็ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้เช่นกัน ว่า พลังความแค้นที่ประชาชน มีต่อ ทรราช คสช. มันมากมายขนาดใหน  
-

ทหาร...แม้มันจะมีการปฏิบัติงานที่ถูกฝึกมาอย่างดี และสร้างเป็นหน่วยล่าสังหารเพียงอย่างเดียว เพราะไม่ใช่ฆ่าสะเปะสะปะแบบพวกโจรก่อการร้ายที่วางระเบิดแบบตามเวรตามกรรมนั่นคือใครดันไปอยู่ตรงตำแหน่งลูกระเบิดเป็นซวย  
-

หากเรามาหวลคิดว่าการถูกกดดันด้วยความ อยุติธรรมได้แปลเปลี่ยนเป็น ทำรบแบบ สะเปะสะปะ และถ้ามันเกิดกับ โคตรเง่าของตระกุล ทรราช คสช. ล่ะ  อะไรจะเกิดขึ้น 

-
แค่คิดก็มองเห็นสงครามกลางเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้น และประเทศไทยไม่อาจจะสามารถหลีกเลี่ยงได้เลย เพราะ................ประชาชนเขาทนไม่ไหวกับ การปกครองภายใต้กระบอกปืนของ ทรราช คสช. นั้นเอง

-
เสรีชน


ทรราช คสช. มันน่าเบื่อหน่าย และเน่าเหม็น มันห่วย และเหี้ยโดยสิ้นดี

ทรราช คสช. มันน่าเบื่อหน่าย และเน่าเหม็น  มันห่วย และเหี้ยโดยสิ้นดี 
-
สำหรับไอ้รัฐบาลทรราช คสช. โจรก่อการร้ายมันทรราชมือเปื้อนเลือดที่ร่วมมือกับแมงสาปเน่าที่เป็นนายหน้าค้าความตายให้กับพวกเศษทรราชสากดินาอำมาตยาเน่า ที่ได้ไม่เคยมีความคิดที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในสามจังหวัดภาคใต้ให้มันดีขึ้น มีแต่ส่งคนเน่าๆ ไร้คุณภาพ ลงไปสร้างเงื่อนไข รุมแดกงบประมาณ ใช้ข้อมอ้างเลื่อนลอยเป็นเงื่อไขในการทำรัฐประหารเพื่อทำลายล้มล้างระบอบประชาธิปไตย 
-
แล้วก็เอาระบอบทหาร กับระบอบศรีธนญชัยอย่างไอ้ตูบ ประยุทธ์ จันทรโอชา กำลังทำอยู่ ณ. เวลานี้ หากเอาความตอแหลของไอ้อภิสิทธิ์ ที่ว่าดีแต่พูดแล้ว รัฐทหารของโจรก่อการร้าย คสช. เลวกว่าอีก 10 เท่า
-
แมงสาปเน่าที่ว่าแน่ๆ ยังแพ้ไอ้ตูบประยุทธ์ และคณะ แม้ แมงสาปที่เป็นเจ้าตำหรับนักการเมืองเลวตอแหลมันไฟแลบ คอรับชั่นทั้งแบบใต้น้ำและเหนือเมฆ ทั้งมีองค์กรสนุนสนุนมากมาย ในการประกอบความชั่ว หรือแม้แต่ศาล ส้นตีนก็เป็น เครือข่ายเดียวกันกับ แมงสาป 
-
การที่แมงสาป เที่ยวฆ่าคนบริสุทธิ์ เพียงเพื่อสร้างสถานการณ์ แล้วก็มีการผ่านงบประมาณมหาศาลทันทีเยี่ยงนี้ จะทำให้ประชาชนเข้าใจได้อย่างไร คิดหรือว่าตัวเองกุมกำลังอาวุธรวมทั้งกระบวนการยุติธรรมที่มันพิกลพิการ แล้วจะสามารถใช้อำนาจที่ไร้ซึ่งความเป็นธรรมนี้ไปกด เขาเอาไว้ได้ เอาสมองตรองดูด้วย อย่าแค่เอาแต่หัวแม่ตีนคิด

-
หากมามองเครื่องจักรสังหาร ที่ใช้ชีวิตและงบประมาณแผ่นดินเป็นเชื้อเพลิง อย่าง รัฐบาล ทรราช คสช. มันเหี้ยกว่า เลวกว่า เพราะตรวจสอบไม่ได้  หากใครกล้าตรวจสอบก็จะต้องเข้าคุก หรือใครเอาความจริงมาเปิดเผย เรื่องที่ ทรราช คสช. โกง ก็จะเข้าคุกเช่นกัน
-
ฆ่าคนตายมันต้องชดใช้..... ก็ขนาดพระอรหันต์อย่างพระองคุลิมาร ก็ยังต้องชดใช้กรรมที่เคยฆ่าคน เอาไว้ ด้วยการถูกชาวบ้านเอาหินขว้างปาใส่จนถึงนิพพาน(ตาย) แม้นแต่พระพุทธเจ้ายังได้ยกเรื่องนี้มาสั่งสอนผู้คน
-
เราไปฆ่าลูกเขา พ่อเขา แม่เขาสามีของเขาหรือเมียของเขา เขาเหล่านั้นก็ต้องแค้นและต้องหาทางโต้กลับคืน
-
และยิ่งถ้าหากไปฆ่าเขาแล้ว ก็ยังไม่ให้ความยุติธรรมกับเขาอีก บอกได้คำเดียวสงคราม สงครามที่ไม่อาจที่จะอยู่ร่วมโลกกันได้ ต้องตายหรือสูญพันธ์กันไปข้าง ซึ่งเหตุการณ์ เช่นนั้น อาจจะเกิดขึ้นเมื่อไรก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ มันจะต้องเกิด และมันจะมาพร้อมกับการผลัดเปลี่ยนอำนาจ อย่างแน่นอน
-
มีบทความของท่านผู้รู้ได้ตั้งข้อสงสัยไว่ว่า ....
-

ทำไมขบวนการไออาร์เอของไอร์แลนด์เหนือถึงต้องจับอาวุธรบกับทหารอังกฤษนานนับร้อยปี ทั้งๆที่อังกฤษเป็นมหาอำนาจที่เป็นระดับพระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน พวกไอริชหรือขบวนการไออาร์เอก็ไม่กลัว นั่นเพราะทหารอังกฤษไปรังแกข่มเหงคนไอริช ไปฉุดลูกสาวเขา ไปฆ่าไอ้หนุ่มที่เป็นแฟนของหญิงสาว รวมทั้งกระทำเรื่องระยำอื่นๆอีกมาก จนหนุ่มไอริชทนไม่ได้
แน่นอนเรื่องเหตุการณ์ในอดีตที่เกี่ยวกับการประหารชีวิตราชินีของชาวไอริชในยุคควีนเอลิซาเบทที่1จะค่อยๆเสื่อมคลายไป จนคนไอริชแทบจะลืม แต่ทว่าพวกทหารอังกฤษเองที่ไปจุดไฟแห่งสงครามมันขึ้นมา ด้วยการไปรังแกชาวบ้านดังกล่าว
-

ไอ้เหตุการณ์บ้านเราในเวลานี้ก็เช่นกัน หรือถ้าหากเหตุการณ์ทางภาคใต้ได้เกิดขึ้นที่ภาคกลางอย่างลุ่มน้ำท่าจีน หรือการย้ายยะลามากรุงเทพฯ บอกได้คำเดียว ฆ่าล้างตระกูลชัวร์ ตำรวจก็ตำรวจเหอะ หรือแม้นแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด ครอบครัวของ ทรราช คสช.ทั้งโคตรก็อย่าหวังที่จะอยู่เป็นสุข
-

เหตุการณ์ยุคเสือฝ้ายเสือดำ 9ล9 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนดี
หรือถ้าหากเหตุการณ์ทางสามจังหวัดภาคใต้เกิดขึ้นที่ทางภาคเหนือหรือภาคอิสานภาคตะวันออก ก็ย่อมที่จะมีผลลัพธ์เช่นเดียวกับเหตุการณ์ในสามจังหวัดภาคใต้ ผู้คนย่อมที่จะออกมาจับอาวุธ และต่อสู้กับอำนาจรัฐอย่างแน่นอน เพราะทรราช คสช. ใช้อำนาจอำมหิต ปกครองประชาชน 
-

ลักษณะการบุกเข้าฆ่าคนไทยมุสลิมที่นราธิวาสที่กำลังทำพิธีละหมาดในสุเหร่านั้น จนกระทั่งตายคาที่ถง11ศพบาดเจ็บอีกนับสิบ โดยที่มือสังหารใช้การสวมชุดไอ้โม่ง ใช้เวลาปฏิบัติการแค่ 2 นาที มันไม่บอกอะไรเลยหรือ ว่ามันคุ้นไหม และคนที่ลงมือทำก็เป็นคนของ รัฐบาล
-

หากลูกหลานหรือแม้แต่พ่อแม่ของตระกุล ทรราช คสช. ต้องมารับกรรมอย่างนั้นบ้าง ก็ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้เช่นกัน ว่า พลังความแค้นที่ประชาชน มีต่อ ทรราช คสช. มันมากมายขนาดใหน  
-

ทหาร...แม้มันจะมีการปฏิบัติงานที่ถูกฝึกมาอย่างดี และสร้างเป็นหน่วยล่าสังหารเพียงอย่างเดียว เพราะไม่ใช่ฆ่าสะเปะสะปะแบบพวกโจรก่อการร้ายที่วางระเบิดแบบตามเวรตามกรรมนั่นคือใครดันไปอยู่ตรงตำแหน่งลูกระเบิดเป็นซวย  
-

หากเรามาหวลคิดว่าการถูกกดดันด้วยความ อยุติธรรมได้แปลเปลี่ยนเป็น ทำรบแบบ สะเปะสะปะ และถ้ามันเกิดกับ โคตรเง่าของตระกุล ทรราช คสช. ล่ะ  อะไรจะเกิดขึ้น 

-
แค่คิดก็มองเห็นสงครามกลางเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้น และประเทศไทยไม่อาจจะสามารถหลีกเลี่ยงได้เลย เพราะ................ประชาชนเขาทนไม่ไหวกับ การปกครองภายใต้กระบอกปืนของ ทรราช คสช. นั้นเอง

-
เสรีชน


Oh my God.! "อารยะ..แบบไทย" ใช้กฎหมายทำร้ายประชาชน

Oh my God.! "อารยะ..แบบไทย" ใช้กฎหมายทำร้ายประชาชน

ไอ้สันดอน กต. กับไอ้เหี้ย ต๊อก สุนัขรับใช้ ทรราช คสช. โต้สหรัฐฯประณามไทยละเมิดสิทธิฯ

ไอ้สันดอน กต. กับไอ้เหี้ย ต๊อก สุนัขรับใช้ ทรราช คสช. โต้สหรัฐฯประณามไทยละเมิดสิทธิฯ 




ไอ้สันดอน กต. กับไอ้เหี้ย ต๊อก สุนัขรับใช้ ทรราช คสช. โต้สหรัฐฯประณามไทยละเมิดสิทธิฯ

ไอ้สันดอน กต. กับไอ้เหี้ย ต๊อก สุนัขรับใช้ ทรราช คสช. โต้สหรัฐฯประณามไทยละเมิดสิทธิฯ 




โจรใต้ที่แท้จริง คือใคร ต่อกรณีไฟใต้ 3 จชต.

โจรใต้ที่แท้จริง คือใคร ต่อกรณีไฟใต้ 3 จชต.
-
หากเรามองเหตุการณ์ไฟใต้ ที่ดูเหมือนว่า จะไม่มีวันสงบ นั้นมันเป็นแค่ สร้างสถานะการณ์ ของกลุ่มผู้รับผลประโยนช์ และเป็นที่เพิ่มยศและตำแหน่งของเหล่า ทหารชั่วที่ใช้ งบประมาณของแผ่นดิน ใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่เป็นเครื่องเซ่นสังเวย หรือแม้แต่ทหารระดับล่างที่ต้องตกเป็นเครื่องมือของ นายพลทรราช คสช. เหล่านั้น

-
หากเรามาประมวลความเป็นไป ก็จะได้ข้อสังเกตุ ดังต่อไปนี้ คือ

-
หนึ่ง แม้ว่าเหตุรุนแรงที่เกิดมาติดต่อกันกว่าสิบปีแล้ว แต่สังเกตุหรือไม่ว่าไม่เคยมีใครหรือกลุ่มใด ขบวนการใด ออกมาแสดงตน หรือกล่าวอ้างว่าเป็นผลงาน, ความรับผิดชอบของตน หรือออกแถลงการณ์แสดงจุดยืน หรือประกาศข้อเรียกร้องของตนต่อรัฐไทย ซึ่งปรากฏการณ์นี้ต่างจากขบวนการแยกดินแดนในอดีตอย่างสิ้นเชิง

-
สอง การก่อเหตูกับเหยื่อที่ดูสะเปะสะปะ ไม่มีการเลือกกลู่มเป้าหมายที่ชัดเจน การทำร้ายชาวบ้านที่เป็นมุสลิมด้วยกันในสุเหร่าด้วย ยิ่งไม่สามารถอธิบายด้วยแนวคิดเดิมๆแบบแยกดินแดน การมองว่ากระทำเพื่อป้ายสีให้โจรใต้ ดูจะบ้องตื้นเกินไป และบ่อยครั้งก็แสดงอย่างชัดแจ้งอย่างกรณี ไอบาแย

-
สาม ทำไมไม่คิดที่จะหาช่องทางให้คนในพื้นที่ ผู้ซึ่งได้รับความทุกข์แสนสาหัสโดยตรง ได้ออกมาแสดงความเห็นของเขาบ้าง ว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ นอกจากค่าเยียวยาไม่กี่บาท และกฏหมายที่กดขี่ เหล่านักศึกษาประชาชนตายเป็นไปใบร่วง อย่างกรณี ทุ่งยางแดง

-
สี่ แม้รัฐบาล ทรราช คสช. หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็น รัฐบาลทหารที่เกาะกินงบประมาณในพื้นที่ ทั้งทุ่มเทกำลังคนมหาศาลลงพื้นที่ แต่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นฟ้องชัดเจนเลยว่า รัฐบาล ทรราช คสช.ไม่ประสบความสำเร็จในงานมวลชนเลย ซึ่งสถานการณ์ต่างจากเดิม ที่เคยได้ข่าวรั่วจากฝ่ายโน้นบ้าง เช่นกรณีกรือเซะ เพียงแต่น่าเสียใจที่การตัดสินใจตอนนั้นผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยที่ใช้ความรุนแรงแบบไม่แยกแยะ ของทหารในกองทัพฯ แต่โยนบาปให้กับผู้นำรัฐบาลอย่าง ทักษิญ 

-
ห้า เหตุคนร้ายบุกเข้าไปในโรงพยาบาลเจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เพื่อใช้เป็นจุดสูงข่มระดมยิงทหารพรานที่ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ข้างๆ รั้วโรงพยาบาลนั้น ต้องบอกว่าไม่ใช่เหตุรุนแรงครั้งแรกที่เกิดในพื้นที่สาธารณสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ภาพวงจรปิด นั้นแสดงให้เห็นว่า ปืนที่ใช้ กระสุนที่ยิงกว่า 2 พันนัด เป็นของราชการทั้งสิ้น 

-
หก เกิดเหตุระเบิดกว่า 3 ร้อยกว่าครั้งในปี 2558 และแสดงให้เห็นถึงการประกอบมอเตอร์ไซค์บอมบ์ ที่ใช้บริเวณลานจอดจักรยานยนต์ของโรงพยาบาลโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อ 28 พ.ค.2557 หลังการรัฐประหารเพียงไม่กี่วัน นั้นเป็นการตอกย้ำ อำนาจของทรราช คสช. ที่ต้องการสร้างภาพ ให้ดูสมจริงในการทำ รัฐประหาร ด้วยข้ออ้างว่า รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ทำให้สงคมแตกแยก 

-
เจ็ด ประชาชนก็คงต้องตายกันไปเรื่อยๆแหละ ตราบใดที่ท่านประชาชนตาดำๆทั้งหลายทั้งพุทธทั้งมุสลิมยังหวาดระแวงกันอยู่ ไม่หันหน้าเข้าหากันร่วมมือกัน ขับไล่ ทรราช คสช. และข้าราชการชัว 
-

ช่องว่างที่ถูกสร้างขึ้น และผลประโยชน์สำหรับโจร ในเครื่องแบบ อย่าง ทรราช คสช. ก็ยังคงมีอยู่ มันมีเยอะมากมายเหลือเกินครับ และ ใครล่ะที่ อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง ไอ้คำว่าโจรกระจอกที่ป้อนให้ทักษิณ นั้นมันเป็นแค่วาธกรรม ที่ทหารชงเรื่องสร้างภาพให้เท่านั้น 
-

นายก ทักษิญคิดว่าน่าจะเอาปัญหาอยู่ เพราะเชื่อลมปากของโจรในเครื่องแบบ สุดท้ายทักษิณก็ตกเป็นเหยื่อกับต้องหนีตายหัวซุกหัวซุน ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ อย่างทุกวันนี้ 

-
หลายฝ่าย โยนความผิดทั้งหมดทั้งมวลให้ นายกทักษิญ หากแท้จริงแล้ว กองกำลังโจรในเครื่องแบบทั้งหมดมันอยู่ในมือของอำมาตย์ ทรราช ที่ควบคุมประเทศในนาม องค์มนตรี และกองทัพนั้นเอง ตอนนี้ นายกทักษิณคงถึงบ้างอ้อแล้วล่ะ ว่าไอ้หัวหน้าโจรกระจอก กับ ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญนั้น เพราะมันเดินชูคออยู่ในรัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล และองค์กรอิสระนั้นเอง

-
เสรีชน



โจรใต้ที่แท้จริง คือใคร ต่อกรณีไฟใต้ 3 จชต.

โจรใต้ที่แท้จริง คือใคร ต่อกรณีไฟใต้ 3 จชต.
-
หากเรามองเหตุการณ์ไฟใต้ ที่ดูเหมือนว่า จะไม่มีวันสงบ นั้นมันเป็นแค่ สร้างสถานะการณ์ ของกลุ่มผู้รับผลประโยนช์ และเป็นที่เพิ่มยศและตำแหน่งของเหล่า ทหารชั่วที่ใช้ งบประมาณของแผ่นดิน ใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่เป็นเครื่องเซ่นสังเวย หรือแม้แต่ทหารระดับล่างที่ต้องตกเป็นเครื่องมือของ นายพลทรราช คสช. เหล่านั้น

-
หากเรามาประมวลความเป็นไป ก็จะได้ข้อสังเกตุ ดังต่อไปนี้ คือ

-
หนึ่ง แม้ว่าเหตุรุนแรงที่เกิดมาติดต่อกันกว่าสิบปีแล้ว แต่สังเกตุหรือไม่ว่าไม่เคยมีใครหรือกลุ่มใด ขบวนการใด ออกมาแสดงตน หรือกล่าวอ้างว่าเป็นผลงาน, ความรับผิดชอบของตน หรือออกแถลงการณ์แสดงจุดยืน หรือประกาศข้อเรียกร้องของตนต่อรัฐไทย ซึ่งปรากฏการณ์นี้ต่างจากขบวนการแยกดินแดนในอดีตอย่างสิ้นเชิง

-
สอง การก่อเหตูกับเหยื่อที่ดูสะเปะสะปะ ไม่มีการเลือกกลู่มเป้าหมายที่ชัดเจน การทำร้ายชาวบ้านที่เป็นมุสลิมด้วยกันในสุเหร่าด้วย ยิ่งไม่สามารถอธิบายด้วยแนวคิดเดิมๆแบบแยกดินแดน การมองว่ากระทำเพื่อป้ายสีให้โจรใต้ ดูจะบ้องตื้นเกินไป และบ่อยครั้งก็แสดงอย่างชัดแจ้งอย่างกรณี ไอบาแย

-
สาม ทำไมไม่คิดที่จะหาช่องทางให้คนในพื้นที่ ผู้ซึ่งได้รับความทุกข์แสนสาหัสโดยตรง ได้ออกมาแสดงความเห็นของเขาบ้าง ว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ นอกจากค่าเยียวยาไม่กี่บาท และกฏหมายที่กดขี่ เหล่านักศึกษาประชาชนตายเป็นไปใบร่วง อย่างกรณี ทุ่งยางแดง

-
สี่ แม้รัฐบาล ทรราช คสช. หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็น รัฐบาลทหารที่เกาะกินงบประมาณในพื้นที่ ทั้งทุ่มเทกำลังคนมหาศาลลงพื้นที่ แต่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นฟ้องชัดเจนเลยว่า รัฐบาล ทรราช คสช.ไม่ประสบความสำเร็จในงานมวลชนเลย ซึ่งสถานการณ์ต่างจากเดิม ที่เคยได้ข่าวรั่วจากฝ่ายโน้นบ้าง เช่นกรณีกรือเซะ เพียงแต่น่าเสียใจที่การตัดสินใจตอนนั้นผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยที่ใช้ความรุนแรงแบบไม่แยกแยะ ของทหารในกองทัพฯ แต่โยนบาปให้กับผู้นำรัฐบาลอย่าง ทักษิญ 

-
ห้า เหตุคนร้ายบุกเข้าไปในโรงพยาบาลเจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เพื่อใช้เป็นจุดสูงข่มระดมยิงทหารพรานที่ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ข้างๆ รั้วโรงพยาบาลนั้น ต้องบอกว่าไม่ใช่เหตุรุนแรงครั้งแรกที่เกิดในพื้นที่สาธารณสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ภาพวงจรปิด นั้นแสดงให้เห็นว่า ปืนที่ใช้ กระสุนที่ยิงกว่า 2 พันนัด เป็นของราชการทั้งสิ้น 

-
หก เกิดเหตุระเบิดกว่า 3 ร้อยกว่าครั้งในปี 2558 และแสดงให้เห็นถึงการประกอบมอเตอร์ไซค์บอมบ์ ที่ใช้บริเวณลานจอดจักรยานยนต์ของโรงพยาบาลโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อ 28 พ.ค.2557 หลังการรัฐประหารเพียงไม่กี่วัน นั้นเป็นการตอกย้ำ อำนาจของทรราช คสช. ที่ต้องการสร้างภาพ ให้ดูสมจริงในการทำ รัฐประหาร ด้วยข้ออ้างว่า รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ทำให้สงคมแตกแยก 

-
เจ็ด ประชาชนก็คงต้องตายกันไปเรื่อยๆแหละ ตราบใดที่ท่านประชาชนตาดำๆทั้งหลายทั้งพุทธทั้งมุสลิมยังหวาดระแวงกันอยู่ ไม่หันหน้าเข้าหากันร่วมมือกัน ขับไล่ ทรราช คสช. และข้าราชการชัว 
-

ช่องว่างที่ถูกสร้างขึ้น และผลประโยชน์สำหรับโจร ในเครื่องแบบ อย่าง ทรราช คสช. ก็ยังคงมีอยู่ มันมีเยอะมากมายเหลือเกินครับ และ ใครล่ะที่ อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง ไอ้คำว่าโจรกระจอกที่ป้อนให้ทักษิณ นั้นมันเป็นแค่วาธกรรม ที่ทหารชงเรื่องสร้างภาพให้เท่านั้น 
-

นายก ทักษิญคิดว่าน่าจะเอาปัญหาอยู่ เพราะเชื่อลมปากของโจรในเครื่องแบบ สุดท้ายทักษิณก็ตกเป็นเหยื่อกับต้องหนีตายหัวซุกหัวซุน ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ อย่างทุกวันนี้ 

-
หลายฝ่าย โยนความผิดทั้งหมดทั้งมวลให้ นายกทักษิญ หากแท้จริงแล้ว กองกำลังโจรในเครื่องแบบทั้งหมดมันอยู่ในมือของอำมาตย์ ทรราช ที่ควบคุมประเทศในนาม องค์มนตรี และกองทัพนั้นเอง ตอนนี้ นายกทักษิณคงถึงบ้างอ้อแล้วล่ะ ว่าไอ้หัวหน้าโจรกระจอก กับ ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญนั้น เพราะมันเดินชูคออยู่ในรัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล และองค์กรอิสระนั้นเอง

-
เสรีชน



สถุน สรรเสริญ เหี้ยกำเนิดที่ได้ดีติดยศนายพล จากผลงานโกหก "ผังล้มเจ้า"

ชะตากรรมของทรราช ที่ได้ดีติดยศนายพล จากผลงานโกหก "ผังล้มเจ้า"
สถุน สรรเสริญ เหี้ยกำเนิด

-
จากปี 2553 จนถึงปี 2559 การดำรงอยู่ของสันดาน โคตรตอแหลของ สถุน สรรเสริญ เหี้ยกำเนิดก็ไม่เคยเปลี่ยน หากยังคงพัฒนา การตอแหลต่อหน้าสื่อและประชาชนอย่างอยู่เป็นประจำ หรือจะเรียกว่า ตอแหลอย่างถาวรก็ได้
-
เมื่อเป็นเช่นนี้ ประชาชนอย่างเราๆ ท่านๆ ยังจะเชื่อน้ำลายของ สถุนไก่อู เหี้ยกำเนิด ตัวนี้ต่อไปอีกหรือ  การใส่ร้ายป้ายสีประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย ของทหารทรราช คสช. ไม่ใช่ว่าไม่เคยทำ หากแต่ทรราช คสช. ได้กระทำมาตลอดระยะเวลา 6 ปี ที่ผ่านมา และก็ยังคงทำต่อไปจนถึงปี 2560 เป็นอย่างน้อย หรืออาจจะมากกว่า ตราบจน 
-
ประชาชนจะร่วมกันลุกขึ้นมาขับไล่ ทรราช คสช. และข้าราชการชั่ว

-
เสรีชน

เรามาดู เรื่องรามการโกหก ตอแหล ของไอ้สถุน สรรเสริญ เหี้ยกำเนิด

--------------------------------------------------------------------------------------

คดีผังล้มเจ้า ก็ได้มาถึงจุดจบ เพราะมีแนวโน้มอันชัดเจนว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ จะปิดสำนวนสั่งไม่ฟ้องคดีนี้

-
เหตุการณ์ชัดเจนเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม เมื่อ พ.อ.วิจารณ์ จดแตง ผู้อำนวยการส่วนกฎหมายกองอำนายการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้เดินทางมาให้ปากคำกับดีเอสไอ ในเรื่องเกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐด้วยการล่วงละเมิดสถาบันกษัตริย์ พ.อ.วิจารณ์ เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่สำคัญ ในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๓ ซึ่งนำเสนอเรื่องผังล้มเจ้า พ.อ.วิจารณ์ได้ให้ปากคำอยู่ราว ๒ ชั่วโมง และได้นำเอกสารมามอบให้เป็นหลักฐาน ๑ ลัง และ ซีดี ๘ แผ่น แต่หลังจากนั้น พ.ต.อ.ประเวช มูลประมุข รองอธิบดีดีเอสไอ กลับแถลงว่า ดีเอสไอได้สอบสวนพยานครบทุกปากแล้ว และจากการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด ก็ยังไม่สามารถระบุตัวผู้กระทำผิดได้ เนื่องจากพยานหลักฐานไม่ชัดเจน จึงจะสั่งไม่ฟ้องคดีนี้ และจะสรุปคดีให้เสร็จก่อนสงกรานต์

-
พ.ต.อ.ประเวศน์ยังอธิบายรายละเอียดว่า ไม่ปรากฏว่ามีพยานคนไหนให้การว่าใครเป็นคนจัดทำแผนล้มเจ้าขึ้นมา ประกอบกับข้อมูลที่กล่าวหากลุ่มบุคคลในผัง ก็ไม่ปรากฏชัดเจนว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ร่วมกันกระทำผิด ที่ไหน เมื่อไหร่ ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า "เรื่องนี้ไม่มีความชัดเจนมาตั้งแต่เริ่มต้นที่รับเป็นคดีพิเศษมานานเป็นปีแล้ว และเมื่อมีการเปลี่ยนคณะทำงานสอบสวนฯ ผมก็พยายามจะทำให้มันมีอะไร แต่จนถึงขณะนี้ผู้ที่กล่าวหาก็ยังไม่มีมูลที่ชัดเจนให้ดีเอสไอนำไปขยายผลสืบสวนหาคนผิดได้ หรือที่พูดกันในภาษาชาวบ้านว่าการกล่าวหาลอยๆ"

-
ย้อนหลังกลับไปตั้งแต่วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกของ ศอฉ. ได้แถลงข่าวโดยเสนอถึงแผนผังเครือข่ายชื่อบุคคลที่ พ.อ.สรรเสริญอ้างว่า เป็นเครือข่ายที่ส่อถึงการล้มล้างสถาบันเบื้องสูง จากรายชื่อในแผนผัง จะมี ชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นใจกลาง และมีโครงข่ายต่างๆคอยแวดล้อมเชื่อมโยงอยู่ โดยหลักๆได้แก่ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อันประกอบด้วย นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายจักรภพ เพ็ญแข นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวิสา คัญทัพ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายอดิศร เพียงเกษ นายแพทย์เหวง โตจิราการ นายชูพงษ์ ถี่ถ้วน รวมทั้ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และโยงถึงนักวิชาการ เช่น สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ เข้าไปด้วย

-
หลังจากนั้น สื่อมวลชนกระแสหลัก กลุ่มฝ่ายขวา และสลิ่มสารพัดสี ได้มุ่งเสริมกระแสและโจมตีบุคคลเหล่านี้ โดยอ้างกันว่าเป็นเครือข่ายของขบวนการล้มเจ้า ซึ่งเป็นการจงใจบิดเบือนให้ร้ายผู้ที่ปรากฏชื่อในผังล้มเจ้า และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็ออกมาแถลงซ้ำว่าจะออกหมายจับบุคคลตามแผนผังนี้ด้วย แต่ต่อมา นายสุเทพก็ไม่ได้ดำเนินการเช่นนั้น เพียงแต่ในทางความเป็นจริง เรื่องผังล้มเจ้านี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของกระแสในการนำมาสู่การปราบปรามกวาดล้างประชาชนคนเสื้อแดง จนทำให้มีผู้เสียชีวิต ๙๓ คน และบาดเจ็บนับพันคน และมีประชาชนถูกจับกุมติดคุกอีกนับร้อยคน

-
เรื่องผ่านไปจนถึงวันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๔ เนื่องจากมีการฟ้องร้องดำเนินคดี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทำให้ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ต้องยอมรับต่อศาลว่า การเผยแพร่ "ผังล้มเจ้า" มีขื้นด้วยเหตุ ๓ ประการคือ ประการที่หนึ่ง ศอฉ. ในขณะนั้นเชื่อมั่นว่ามีขบวนการที่จ้องจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์จริง ประการที่สอง ในช่วงเวลานั้น มีข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินเตอร์เน็ตกล่าวหาในลักษณะทำนองว่า ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ซึ่งเป็นราชเลขาธิการในพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ โทรศัพท์มาสั่งการ ศอฉ. อยู่ตลอดเวลา ให้ดำเนินการนานัปการ กับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งข้อเท็จจริงมิได้เป็นเช่นนั้น ซึ่งหมายความว่ามีความพยายามยามจะสร้างภาพให้สังคมเห็นว่า พระองค์ท่านมีส่วนเกี่ยวพันกับเรื่องการเมือง ซึ่งมิได้เป็นความจริง ศอฉ. ก็มีความจำเป็นที่ต้องชี้แจงข้อมูลข่าวสารให้สังคมได้รับทราบความจริงเป็นเช่นไร ประการที่สาม เป็นไปตามมติของ ศอฉ. ที่ต้องการจะให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารแก่สังคมเป็นลายลักษณ์อักษร พ.อ.สรรเสริญอธิบายต่อไปว่า เอกสารที่ไปแจกนั้นมิได้หมายความว่าผู้ที่มีชื่อในเอกสารเป็นผู้เกี่ยวข้องในฐานะอยู่ในขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เป็นความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในลักษณะต่างๆ ซึ่งให้สังคมพิจารณาและวินิจฉัยเอาเอง ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในเอกสาร ว่าแต่ละคนเกี่ยวข้องกันในฐานะอะไร เช่น เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะญาติพี่น้อง เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะผู้ทำธุรกิจร่วมกันอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมิได้แถลงเลยว่า บุคคลทั้งปวงเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้อยู่ในขบวนการ แต่หลังจากนั้นมีสื่อมวลชนนำเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ไปขยายผล ขยายความกันเอง

-
สรุปแล้วจากคำแถลงของ พ.อ.สรรเสริญต่อศาล ก็เป็นที่ชัดเจนว่า ผังล้มเจ้าเป็นเพียงการแสดงเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เรื่องขบวนการล้มเจ้าเป็นเพียงความเชื่อ จึงไม่เคยปรากฏเลยว่า ฝ่าย ศอฉ. และรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เสนออะไรที่เป็นหลักฐานอันมีน้ำหนักในกรณีเรื่องนี้ หรืออธิบายได้อีกลักษณะหนึ่งว่า คดีผังล้มเจ้าเป็นเพียงความพยายามของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่จะใส่ร้ายป้ายสีผู้บริสุทธิ์ โดยการนำเอากรณีล้มล้างสถาบันมาเป็นเครื่องมือในการกล่าวหาศัตรูทางการเมืองของพวกตน และสร้างความชอบธรรมในหมู่ประชาชนด้วยการสร้างเรื่องโกหกระดับชาติขึ้นมานั่นเอง

-
แม้ความจริงเป็นเช่นนี้แล้ว แต่ดีเอสไอ.ในขณะนั้น ก็ยังยืนยันที่จะดำเนินคดีล้มเจ้าต่อไป โดยพยายามอ้างว่า มีหลักฐานแน่นหนาที่จะดำเนินคดี แต่ปรากฏว่า ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔ เกิดการเปลี่ยนเป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทย แนวโน้มของดีเอสไอ จึงมีการเปลี่ยนท่าทีต่อคดีล้มเจ้าอย่างสำคัญ เช่นการนำเสนอที่จะเรียกตัว นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคง และนายสุเทพ เทือกสุบรรณในฐานผู้อำนวยการ ศอฉ. มาให้การในกรณีผังล้มเจ้า และอ้างกันว่า นายสุเทพเป็นผู้อยู่เบื้องหลังจากจัดทำผังล้มเจ้าเอง จนทำให้นายสุเทพ ต้องตอบโต้ว่า ดีเอสไอชักจะทำอะไรเลอะเทอะ ไม่มีจุดยืนในการทำงาน "เพราะกรณีนี้ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยาน หลักฐาน ที่แสดงพฤติกรรมของกลุ่มบุคคลที่มีเจตนาร้ายต่อสถาบัน และนำไปเสนอต่อ ศอฉ." แต่วันนี้มาออกข่าวในลักษณะเหมือนจะกล่าวหาว่าตนเป็นต้นเรื่อง

-
ถ้าเป็นดังนี้ จึงกลายเป็นเรื่องแปลก เพราะในที่สุด ไม่รู้ว่าใครเป็นต้นเรื่อง แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้น จากการใส่ร้ายป้ายสี คงเลี่ยงไม่ได้ ที่นายสุเทพ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ศอฉ. จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ก็ต้องกล่าวว่า กรณีนี้ได้สะท้อนให้เห็นอีกครั้งของความเหลวไหลของชนชั้นนำไทย เป็นตัวอย่างของการใส่ร้ายป้ายสี ที่มุ่งทำลายฝ่ายตรงข้ามโดยไร้คุณธรรม
บทความนี้จะลงท้ายด้วยความเห็นในโลกไซเบอร์ เช่น ความเห็นหนึ่งเสนอว่า "มั่วแมป ล้มเจ้า ความจริงเริ่มปรากฏ ที่แท้ก็เป็นวิธีการใส่ความฝั่งตรงข้ามแบบมั่ว ๆ และแล้ว ผังล้มเจ้า จาก ศอฉ. ในยุคนั้น มีแนวโน้มว่าจะเป็นคดีปาหี่ เอาฮาในที่สุด" หรือ ผังล้มเจ้า ที่ได้รับการเปิดเผยโดย โฆษก ศอฉ. ในขณะนั้น ได้รับการกล่าวขานมากว่า "ใครแม่มนั่งทางในเขียน" และอีกรายหนึ่งเสนอว่า "ไม่แน่นะ ในวันสองวันนี้เราอาจเห็น พนักงานสอบสวนในคดีนี้ เชิญจิตแพทย์ร่วมสอบการให้ปากคำ คำให้การของนายอภิสิทธิ และนายสุเทพ ก็เป็นได้ ใครจะไปรู้"

-
สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ


สถุน สรรเสริญ เหี้ยกำเนิดที่ได้ดีติดยศนายพล จากผลงานโกหก "ผังล้มเจ้า"

ชะตากรรมของทรราช ที่ได้ดีติดยศนายพล จากผลงานโกหก "ผังล้มเจ้า"
สถุน สรรเสริญ เหี้ยกำเนิด

-
จากปี 2553 จนถึงปี 2559 การดำรงอยู่ของสันดาน โคตรตอแหลของ สถุน สรรเสริญ เหี้ยกำเนิดก็ไม่เคยเปลี่ยน หากยังคงพัฒนา การตอแหลต่อหน้าสื่อและประชาชนอย่างอยู่เป็นประจำ หรือจะเรียกว่า ตอแหลอย่างถาวรก็ได้
-
เมื่อเป็นเช่นนี้ ประชาชนอย่างเราๆ ท่านๆ ยังจะเชื่อน้ำลายของ สถุนไก่อู เหี้ยกำเนิด ตัวนี้ต่อไปอีกหรือ  การใส่ร้ายป้ายสีประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย ของทหารทรราช คสช. ไม่ใช่ว่าไม่เคยทำ หากแต่ทรราช คสช. ได้กระทำมาตลอดระยะเวลา 6 ปี ที่ผ่านมา และก็ยังคงทำต่อไปจนถึงปี 2560 เป็นอย่างน้อย หรืออาจจะมากกว่า ตราบจน 
-
ประชาชนจะร่วมกันลุกขึ้นมาขับไล่ ทรราช คสช. และข้าราชการชั่ว

-
เสรีชน

เรามาดู เรื่องรามการโกหก ตอแหล ของไอ้สถุน สรรเสริญ เหี้ยกำเนิด

--------------------------------------------------------------------------------------

คดีผังล้มเจ้า ก็ได้มาถึงจุดจบ เพราะมีแนวโน้มอันชัดเจนว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ จะปิดสำนวนสั่งไม่ฟ้องคดีนี้

-
เหตุการณ์ชัดเจนเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม เมื่อ พ.อ.วิจารณ์ จดแตง ผู้อำนวยการส่วนกฎหมายกองอำนายการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้เดินทางมาให้ปากคำกับดีเอสไอ ในเรื่องเกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐด้วยการล่วงละเมิดสถาบันกษัตริย์ พ.อ.วิจารณ์ เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่สำคัญ ในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๓ ซึ่งนำเสนอเรื่องผังล้มเจ้า พ.อ.วิจารณ์ได้ให้ปากคำอยู่ราว ๒ ชั่วโมง และได้นำเอกสารมามอบให้เป็นหลักฐาน ๑ ลัง และ ซีดี ๘ แผ่น แต่หลังจากนั้น พ.ต.อ.ประเวช มูลประมุข รองอธิบดีดีเอสไอ กลับแถลงว่า ดีเอสไอได้สอบสวนพยานครบทุกปากแล้ว และจากการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด ก็ยังไม่สามารถระบุตัวผู้กระทำผิดได้ เนื่องจากพยานหลักฐานไม่ชัดเจน จึงจะสั่งไม่ฟ้องคดีนี้ และจะสรุปคดีให้เสร็จก่อนสงกรานต์

-
พ.ต.อ.ประเวศน์ยังอธิบายรายละเอียดว่า ไม่ปรากฏว่ามีพยานคนไหนให้การว่าใครเป็นคนจัดทำแผนล้มเจ้าขึ้นมา ประกอบกับข้อมูลที่กล่าวหากลุ่มบุคคลในผัง ก็ไม่ปรากฏชัดเจนว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ร่วมกันกระทำผิด ที่ไหน เมื่อไหร่ ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า "เรื่องนี้ไม่มีความชัดเจนมาตั้งแต่เริ่มต้นที่รับเป็นคดีพิเศษมานานเป็นปีแล้ว และเมื่อมีการเปลี่ยนคณะทำงานสอบสวนฯ ผมก็พยายามจะทำให้มันมีอะไร แต่จนถึงขณะนี้ผู้ที่กล่าวหาก็ยังไม่มีมูลที่ชัดเจนให้ดีเอสไอนำไปขยายผลสืบสวนหาคนผิดได้ หรือที่พูดกันในภาษาชาวบ้านว่าการกล่าวหาลอยๆ"

-
ย้อนหลังกลับไปตั้งแต่วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกของ ศอฉ. ได้แถลงข่าวโดยเสนอถึงแผนผังเครือข่ายชื่อบุคคลที่ พ.อ.สรรเสริญอ้างว่า เป็นเครือข่ายที่ส่อถึงการล้มล้างสถาบันเบื้องสูง จากรายชื่อในแผนผัง จะมี ชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นใจกลาง และมีโครงข่ายต่างๆคอยแวดล้อมเชื่อมโยงอยู่ โดยหลักๆได้แก่ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อันประกอบด้วย นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายจักรภพ เพ็ญแข นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวิสา คัญทัพ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายอดิศร เพียงเกษ นายแพทย์เหวง โตจิราการ นายชูพงษ์ ถี่ถ้วน รวมทั้ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และโยงถึงนักวิชาการ เช่น สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ เข้าไปด้วย

-
หลังจากนั้น สื่อมวลชนกระแสหลัก กลุ่มฝ่ายขวา และสลิ่มสารพัดสี ได้มุ่งเสริมกระแสและโจมตีบุคคลเหล่านี้ โดยอ้างกันว่าเป็นเครือข่ายของขบวนการล้มเจ้า ซึ่งเป็นการจงใจบิดเบือนให้ร้ายผู้ที่ปรากฏชื่อในผังล้มเจ้า และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็ออกมาแถลงซ้ำว่าจะออกหมายจับบุคคลตามแผนผังนี้ด้วย แต่ต่อมา นายสุเทพก็ไม่ได้ดำเนินการเช่นนั้น เพียงแต่ในทางความเป็นจริง เรื่องผังล้มเจ้านี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของกระแสในการนำมาสู่การปราบปรามกวาดล้างประชาชนคนเสื้อแดง จนทำให้มีผู้เสียชีวิต ๙๓ คน และบาดเจ็บนับพันคน และมีประชาชนถูกจับกุมติดคุกอีกนับร้อยคน

-
เรื่องผ่านไปจนถึงวันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๔ เนื่องจากมีการฟ้องร้องดำเนินคดี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทำให้ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ต้องยอมรับต่อศาลว่า การเผยแพร่ "ผังล้มเจ้า" มีขื้นด้วยเหตุ ๓ ประการคือ ประการที่หนึ่ง ศอฉ. ในขณะนั้นเชื่อมั่นว่ามีขบวนการที่จ้องจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์จริง ประการที่สอง ในช่วงเวลานั้น มีข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินเตอร์เน็ตกล่าวหาในลักษณะทำนองว่า ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ซึ่งเป็นราชเลขาธิการในพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ โทรศัพท์มาสั่งการ ศอฉ. อยู่ตลอดเวลา ให้ดำเนินการนานัปการ กับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งข้อเท็จจริงมิได้เป็นเช่นนั้น ซึ่งหมายความว่ามีความพยายามยามจะสร้างภาพให้สังคมเห็นว่า พระองค์ท่านมีส่วนเกี่ยวพันกับเรื่องการเมือง ซึ่งมิได้เป็นความจริง ศอฉ. ก็มีความจำเป็นที่ต้องชี้แจงข้อมูลข่าวสารให้สังคมได้รับทราบความจริงเป็นเช่นไร ประการที่สาม เป็นไปตามมติของ ศอฉ. ที่ต้องการจะให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารแก่สังคมเป็นลายลักษณ์อักษร พ.อ.สรรเสริญอธิบายต่อไปว่า เอกสารที่ไปแจกนั้นมิได้หมายความว่าผู้ที่มีชื่อในเอกสารเป็นผู้เกี่ยวข้องในฐานะอยู่ในขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เป็นความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในลักษณะต่างๆ ซึ่งให้สังคมพิจารณาและวินิจฉัยเอาเอง ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในเอกสาร ว่าแต่ละคนเกี่ยวข้องกันในฐานะอะไร เช่น เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะญาติพี่น้อง เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะผู้ทำธุรกิจร่วมกันอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมิได้แถลงเลยว่า บุคคลทั้งปวงเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้อยู่ในขบวนการ แต่หลังจากนั้นมีสื่อมวลชนนำเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ไปขยายผล ขยายความกันเอง

-
สรุปแล้วจากคำแถลงของ พ.อ.สรรเสริญต่อศาล ก็เป็นที่ชัดเจนว่า ผังล้มเจ้าเป็นเพียงการแสดงเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เรื่องขบวนการล้มเจ้าเป็นเพียงความเชื่อ จึงไม่เคยปรากฏเลยว่า ฝ่าย ศอฉ. และรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เสนออะไรที่เป็นหลักฐานอันมีน้ำหนักในกรณีเรื่องนี้ หรืออธิบายได้อีกลักษณะหนึ่งว่า คดีผังล้มเจ้าเป็นเพียงความพยายามของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่จะใส่ร้ายป้ายสีผู้บริสุทธิ์ โดยการนำเอากรณีล้มล้างสถาบันมาเป็นเครื่องมือในการกล่าวหาศัตรูทางการเมืองของพวกตน และสร้างความชอบธรรมในหมู่ประชาชนด้วยการสร้างเรื่องโกหกระดับชาติขึ้นมานั่นเอง

-
แม้ความจริงเป็นเช่นนี้แล้ว แต่ดีเอสไอ.ในขณะนั้น ก็ยังยืนยันที่จะดำเนินคดีล้มเจ้าต่อไป โดยพยายามอ้างว่า มีหลักฐานแน่นหนาที่จะดำเนินคดี แต่ปรากฏว่า ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔ เกิดการเปลี่ยนเป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทย แนวโน้มของดีเอสไอ จึงมีการเปลี่ยนท่าทีต่อคดีล้มเจ้าอย่างสำคัญ เช่นการนำเสนอที่จะเรียกตัว นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคง และนายสุเทพ เทือกสุบรรณในฐานผู้อำนวยการ ศอฉ. มาให้การในกรณีผังล้มเจ้า และอ้างกันว่า นายสุเทพเป็นผู้อยู่เบื้องหลังจากจัดทำผังล้มเจ้าเอง จนทำให้นายสุเทพ ต้องตอบโต้ว่า ดีเอสไอชักจะทำอะไรเลอะเทอะ ไม่มีจุดยืนในการทำงาน "เพราะกรณีนี้ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยาน หลักฐาน ที่แสดงพฤติกรรมของกลุ่มบุคคลที่มีเจตนาร้ายต่อสถาบัน และนำไปเสนอต่อ ศอฉ." แต่วันนี้มาออกข่าวในลักษณะเหมือนจะกล่าวหาว่าตนเป็นต้นเรื่อง

-
ถ้าเป็นดังนี้ จึงกลายเป็นเรื่องแปลก เพราะในที่สุด ไม่รู้ว่าใครเป็นต้นเรื่อง แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้น จากการใส่ร้ายป้ายสี คงเลี่ยงไม่ได้ ที่นายสุเทพ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ศอฉ. จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ก็ต้องกล่าวว่า กรณีนี้ได้สะท้อนให้เห็นอีกครั้งของความเหลวไหลของชนชั้นนำไทย เป็นตัวอย่างของการใส่ร้ายป้ายสี ที่มุ่งทำลายฝ่ายตรงข้ามโดยไร้คุณธรรม
บทความนี้จะลงท้ายด้วยความเห็นในโลกไซเบอร์ เช่น ความเห็นหนึ่งเสนอว่า "มั่วแมป ล้มเจ้า ความจริงเริ่มปรากฏ ที่แท้ก็เป็นวิธีการใส่ความฝั่งตรงข้ามแบบมั่ว ๆ และแล้ว ผังล้มเจ้า จาก ศอฉ. ในยุคนั้น มีแนวโน้มว่าจะเป็นคดีปาหี่ เอาฮาในที่สุด" หรือ ผังล้มเจ้า ที่ได้รับการเปิดเผยโดย โฆษก ศอฉ. ในขณะนั้น ได้รับการกล่าวขานมากว่า "ใครแม่มนั่งทางในเขียน" และอีกรายหนึ่งเสนอว่า "ไม่แน่นะ ในวันสองวันนี้เราอาจเห็น พนักงานสอบสวนในคดีนี้ เชิญจิตแพทย์ร่วมสอบการให้ปากคำ คำให้การของนายอภิสิทธิ และนายสุเทพ ก็เป็นได้ ใครจะไปรู้"

-
สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ


โพสต์ล่าสุด

ทำไมคนไทยไม่ควรเลือกนักการเมืองเก่า พรรคเก่า เพียงเพราะความทรงจำในอดีต

ทำไมคนไทยไม่ควรเลือกนักการเมืองเก่า พรรคเก่า เพียงเพราะความทรงจำในอดีต ทำไมคนไทยไม่ควรเลือก “นักการเมืองเก่า พรรคเก่า” เพี...

Popular Posts