พี่น้องชาวไทยที่รักคำถามหนึ่งที่ได้ยินบ่อยในห้วงใกล้เลือกตั้งคือ
“ทำไมไม่เลือกนักการเมืองเก่า พรรคเก่า โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่มีประสบการณ์และเคยทำให้ประเทศรุ่งเรืองในยุคทักษิณเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว”
คำถามนี้ไม่ผิด
แต่ถ้าเราตอบด้วยความทรงจำอย่างเดียว เราอาจกำลังพาประเทศเดินถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
ความจริงประการแรกที่ต้องยอมรับคือ
ประเทศไทยวันนี้ ไม่ใช่ประเทศไทยเมื่อยี่สิบปีก่อน
โลกเปลี่ยน โครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน และที่สำคัญที่สุด—
โครงสร้างอำนาจทางการเมืองของไทยถูกล็อกแน่นกว่าที่เคยเป็น
รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้รัฐบาลที่ประชาชนเลือกทำงานได้เต็มที่
แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อ “ควบคุมรัฐบาลจากการเลือกตั้ง”
ผ่านกลไกวุฒิสภา ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน
ดังนั้น ปัญหาของประเทศวันนี้
ไม่ใช่การขาด “คนมีประสบการณ์บริหาร”
แต่คือการที่ อำนาจอธิปไตยของประชาชนถูกบิดงอ จนรัฐบาลใดก็ตามที่ไม่กล้าชนโครงสร้าง
สุดท้ายก็ต้องบริหารอยู่ในกรงเดิม
นี่คือเหตุผลสำคัญที่คันฉ่องส่องไทยชวนตั้งคำถามกับ “พรรคเก่า นักการเมืองเก่า”
ประสบการณ์ในระบบเดิมจำนวนมาก
มักหมายถึงการฝังรากอยู่กับ เครือข่ายอำนาจเดิม ดีลเดิม และผลประโยชน์เดิม
เมื่อถึงเวลาต้องเลือก ระหว่าง
“การผ่าตัดโครงสร้างที่ทำให้ประเทศเดินหน้า” กับ
“การประนีประนอมเพื่อให้ได้อำนาจบริหารทันที”
ประวัติศาสตร์การเมืองไทยสอนเราซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า
พรรคเก่ามักเลือกอย่างหลัง
การมีผลงานในอดีต ไม่ได้แปลว่า
จะมีความกล้าหาญพอในปัจจุบัน
และการเคยชนะการเลือกตั้งหลายครั้ง
ก็ไม่ได้แปลว่าจะพาประเทศหลุดพ้นจากวงจร
รัฐบาลล้ม–ศาลแทรก–องค์กรอิสระชี้ขาด–ประเทศถอยหลัง
ยิ่งไปกว่านั้น
การเมืองแบบยึดติด “แบรนด์” หรือ “ตระกูล”
ทำให้การตรวจสอบเชิงหลักการยากขึ้น
เพราะการตั้งคำถามต่อโครงสร้าง
มักถูกบิดให้กลายเป็นการโจมตีตัวบุคคล
ประเทศไม่ได้ต้องการ “ฮีโร่จากอดีต”
แต่ต้องการ ระบบที่ไม่ต้องรอฮีโร่อีกต่อไป
การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเลือกผู้แทน
แต่คือการตัดสินใจว่า
เราจะยอมอยู่กับรัฐธรรมนูญที่ลดทอนอำนาจของเรา
หรือจะเริ่มต้นเขียนกติกาใหม่ที่ประชาชนเป็นเจ้าของจริง
ดังนั้น คำตอบไม่ใช่
“ห้ามเลือกพรรคเพื่อไทย”
หรือ “ห้ามเลือกนักการเมืองเก่า”
แต่คือ
อย่าเลือกเพียงเพราะความทรงจำ
อย่าเลือกเพียงเพราะเคยรุ่งเรือง
และอย่าเลือกโดยไม่สอบสวนว่า
เขากล้าคืนอำนาจให้ประชาชนจริงหรือไม่
ถ้าพรรคใด—เก่าหรือใหม่—
ไม่ยืนหลักชัดเจนกับการทำรัฐธรรมนูญใหม่
ไม่กล้าแตะโครงสร้างอำนาจที่ไม่ยึดโยงประชาชน
และไม่พร้อมเลือกการปฏิรูปเหนือดีลทางการเมือง
พรรคนั้น
ต่อให้มีประสบการณ์มากเพียงใด
ก็อาจเป็นเพียงผู้ดูแลระบบเดิม
ไม่ใช่ผู้พาประเทศออกจากกับดัก
นี่ไม่ใช่การเลือกตั้งธรรมดา
แต่มันคือการตัดสินใจว่า
ประเทศไทยจะ “เปลี่ยนประเทศ”
หรือแค่ “เปลี่ยนหน้าแต่ระบบเดิม”
และคำถามสุดท้ายที่ประชาชนควรถามก่อนกา
ไ ม่ใช่
“เขาเคยเก่งแค่ไหนในอดีต”
แต่คือ
“เขากล้าพอจะคืนประเทศให้เจ้าของจริงหรือไม่”

No comments:
Post a Comment
Note: Only a member of this blog may post a comment.