ว้าว...! อเนก ซานฟราน ท้าแบ่งประเทศ ไม่ยอมก้มหัวให้เผด็จการทุกรูปแบบ (เพลงโดยวงไฟเย็น)





ตื่นมา ได้ยินเพลงนี้แล้วคึกคักดีครับ เมื่อวานคุยกับพี่อเนก สบายใจครับ ผมไม่เคยถามพี่เลย ตั้งแต่มีข่าว เพราะถือมารยาท และแยกระหว่างงานกับเรื่องส่วนตัว และแยกระหว่างเรื่องควรถามและไม่ควรถาม เมื่อได้โอกาสคุยกันและพี่ก็บอกความจริงอย่างมั่นใจว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสั่งการบึ้มขอบกั้นที่จอดรถ กว้างยาวครึ่งคืบ ส่วนที่ีมีคนจะโยงเรื่องเข้ามาล้มภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนั้น ผมไม่เคยหวั่น กรรมการบริหารคุยกันแล้ว เรายังขำกันไม่หายครับ เราทำงานไม่มั่ว และมีหลักการ หลักเกณฑ์ และหลักฐานเสมอครับ

เรื่องท้าแยกประเทศ คงไม่ยัดข้อหาความมั่นคงให้อีกคดีนะครับ ทหารไทย....เอิ๊ก
เห็นว่าจะส่งรายชื่อคนหมิ่นเจ้าให้ต่างชาติส่งกลับ ...​บอกตรง ๆ นะครับ ควายยังไม่คิดได้แย่ขนาดนี้

ไปอ่านปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และสนธิสัญญาเจนีวา และอื่น ๆ ซะก่อน
จะได้ไม่ออกมาโชว์โง่รายวัน

บอกด้วยความปรารถนาดี ไม่อยากให้ทหารเลียเจ้า ออกมาทำให้ทหารดี ๆ เขาเสียหายไปทั้งสถาบันครับ

 

ว้าว...! อเนก ซานฟราน ท้าแบ่งประเทศ ไม่ยอมก้มหัวให้เผด็จการทุกรูปแบบ  (เพลงโดยวงไฟเย็น)



สตรีไทยในยุโรป (สวิสเซอร์แลนด์)ขอก เรียกร้องให้คนไทย ลุกมาช่วยหนุนนักศึกษา เปลี่ยนประเทศ




เห็นความตั้งใจและความคิดสร้างสรรค์ของเธอ เลยอยากนำมาเผยแพร่ต่อให้ ขอให้พี่น้องทุกท่าน โดยเฉพาะมดแดงล้มช้าง นักศึกษามหาวิทยาลัยประชาชน และสมาชิกและมิตรของภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ช่วยกันพิจารณา ร่วมกันเอากระแสความจริง ความถูกต้อง ความเป็นอารยะ ออกมาต้านกระแสอธรรม ที่ฝ่ายอภิสิทธิชนและพวกศักดินาหลงยุค เพื่อล้มอำนาจอธรรม แล้วสถาปนาบ้านเมืองให้มีฐานเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ สืบเป็นเสาหลักให้ลูกหลานตลอดไป

ขอแสดงความชื่นชมและขอบคุณ ต่อคุณ Kheatareeya มา ณ​ ที่นี้ด้วย







Post by Kheatareeya Odermatt.




ความรุนแรงของไอซิล ในอิรัก เริ่มคลั่งจนเข้าข่าย Genocide (การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์) และWar crimes



 การไล่ฆ่าแบบบ้าคลั่ง ไม่เลือกหน้า ขอให้เป็นคนที่ต่างจากพวกตน ข่มขืนแบบไม่มีการยั้ง แม้แต่เด็กอายุหกขวบ   ถือเป็นการตกต่ำสุด ๆ อีกครั้งของสังคมมนุษย์    ผมเชื่อว่า ในรุ่นเรานี้ จะมีการจัดการในระดับสากลที่ก้าวล่วงเข้าไปในอำนาจปกครองบรรดาสมาชิกประเทศมากขึ้น  หรือไม่นโยบายที่เกี่ยวกับการจัดการด้านภัยพิบัติ ภาวะโลกร้อน และการก่อการร้าย จะมีความเป็นศูนย์กลาง หรือเป็นหนึ่งร่วมกันมากขึ้น  เพราะหากปล่อยให้โลกเป็นไปโดยไม่จัดการ หรือจัดการแบบหน่อมแน้มเหมือนที่เลขาธิการยูเอ็นคนนี้และที่ผ่าน ๆ มาทำนั้น มัน Too little and too late ครับ



ดร.สุนัย: สภาไทยพลัดถิ่นประนามประยุทธ์เป็นทรราช

สภาไทยพลัดถิ่นประนามประยุทธ์เป็นทรราช
------------
สส.สุนัย เปิดอภิปรายในสภาไทยพลัดถิ่น:



  • ประยุทธใช้ทหารข่มขู่ทำร้ายยัดข้อหา112ให้น้องแหวนพยานปากสำคัญที่เป็นอันตรายต่อ 3 ป. ที่ได้สั่งฆ่าประชาชนเพื่อปิดปาก, 
  • 10 เดือนการรัฐประหารใช้ปืนเป็นกฏหมาย,ใช้ทหารคุมศาล, กฎหมายสองมาตรฐาน, ทำครบชุดสูตรทรราช











Credit: https://www.youtube.com/watch?v=hdxcJw-rog8

ความจริง ว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยทีมงานกฎหมายภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน

โดย ทีมงานกฎหมายภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน
เครดิตจาก http://tahr-global.org/?page_id=22168 และ http://tahr-global.org/?p=22171


S__1032655การส่งผู้ร้ายข้ามแดนเป็น ช่องทางหนึ่งที่ประชาคมระหว่างประเทศ ใช้ในการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด หรือผู้ถูกกล่าวหา ที่หนีไปประเทศอื่น โดยปกติแล้ว อำนาจอธิปไตยของรัฐย่อมจำกัดเฉพาะภายในดินแดนหรืออาณาเขตของตนเท่านั้น ตามกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐหนึ่งจะใช้อำนาจอธิปไตยเหนือกว่าอีกรัฐหนึ่งโดยที่รัฐนั้นไม่ยินยอมไม่ ได้ ดังนั้น เมื่อผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยได้ไปอยู่ต่างประเทศ รัฐเจ้าของสัญชาติของผู้ถูกกล่าวหา หรือจำเลย จะส่งเจ้าหน้าที่ของรัฐไปจับกุมในต่างประเทศไม่ได้ เพราะเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยของรัฐอื่น ดังนั้น รัฐเจ้าของสัญชาติจึงต้องร้องขอให้มีการช่วยเหลือที่จะติดตามจับกุมผู้ต้อง หาหรือจำเลยมาให้ โดยปกติแล้ว ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน จะกระทำในรูปของสนธิสัญญาทวิภาคีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเป็นฐานของความร่วมมือระหว่างรัฐที่ร้องขอให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน (Requesting state) กับรัฐที่ถูกร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน (Requested state) อย่างไรก็ดี หากไม่มีสนธิสัญญาระหว่างกัน รัฐก็สามารถใช้ “หลักต่างตอบแทน” (Reciprocity) ได้ (ซึ่งผิดกับกรณี “การโอนตัวนักโทษ” ที่ต้องมีสนธิสัญญาระหว่างรัฐที่ร้องขอกับรัฐที่ได้รับการร้องขอเสมอ)





อย่างไรก็ดี แม้จะมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็ตาม ก็มิได้หมายความว่าเมื่อมีการร้องขอให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนแล้ว รัฐที่ได้รับการร้องขอจะต้องส่งให้ตามคำร้องเสมอ โดยปกติแล้ว ตามสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน หรือกฎหมายภายในเกี่ยวกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดน จะระบุเงื่อนไขหรือเกณฑ์ที่ใช้พิจารณารวมถึงข้อยกเว้นบางประการด้วย เกณฑ์หรือเงื่อนไขของการส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่สำคัญคือ
  
ประการเเรก ความผิดที่จะส่งให้แก่กันได้นั้นต้องเป็นความผิดของทั้งสองประเทศ คือทั้งของประเทศที่ร้องขอ และประเทศที่ได้รับการร้องขอ ไม่ว่าจะเรียกฐานความผิดในชื่อใดก็ตาม เกณฑ์นี้นักกฎหมายเรียกว่า Double-criminality หรือ Double-jeopardy

ประการที่สอง โทษขั้นต่ำของฐานความผิด (เช่น ต้องไม่ต่ำกว่า 1 ปี)

ประการที่สาม ความผิดที่จะถูกดำเนินคดีได้เมื่อมีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามคำขอนั้น รัฐที่ร้องขอจะพิจารณาคดีเเละลงโทษได้เฉพาะความผิดที่ร้องขอเท่านั้น จะไปดำเนินคดีในความผิดฐานอื่นที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการร้องขอให้มีการส่ง ผู้ร้ายข้ามแดนไม่ได้ เกณฑ์ข้อนี้มีไว้เพื่อป้องกันมิให้มีการดำเนินคดีในความผิดที่ไม่อาจส่ง ผู้ร้ายข้ามแดนให้เเก่กันได้ แต่รัฐได้อาศัยช่องทางของการส่งผู้ร้ายข้ามแดนในความผิดฐานหนึ่ง เพื่อไปดำเนินคดีหรือลงโทษในอีกความผิดฐานหนึ่ง เกณฑ์นี้เรียกว่า “Specialty”


ความผิดทางการเมือง (Political Offenses)

เป็นที่ยอมรับกันในหมู่ประเทศตะวันตกหลังการปฏิวัติฝรั่งเศสว่า การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันเป็นสิ่งปกติในสังคมระบอบ ประชาธิปไตย และเป็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญยิ่ง ดังนั้น หากบุคคลได้กระทำความผิดที่มีลักษณะทางการเมืองแล้ว ความผิดทางการเมืองย่อมไม่อยู่ในข่ายที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ปัญหาก็คือ สนธิสัญญาทวิภาคีส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็ดี กฎหมายภายในของรัฐเกี่ยวกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็ดี ไม่ได้มีการให้คำนิยามว่า ความผิดทางการเมืองคืออะไร โดยปกติแล้ว การพิจารณาว่าความผิดใดเป็นความผิดอาญาธรรมดาหรือความผิดทางการเมืองนั้น เป็นดุลพินิจหรือเป็นปัญหาการตีความขององค์กรตุลาการของรัฐ ที่ได้รับการร้องขอให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ไม่เกี่ยวกับรัฐที่ร้องขอแต่อย่างใด ปัญหาขอบเขตของความหมายความผิดทางการเมืองนั้นเป็นปัญหาที่มีความยุ่ง ยากอยู่มิใช่น้อย เนื่องจากเกณฑ์ที่ใช้พิจารณานั้นมีอยู่หลายเกณฑ์ และในหลายกรณีศาลก็มิได้อาศัยเกณฑ์หนึ่งเกณฑ์ใดเป็นปัจจัยชี้ขาด แต่ศาลอาจพิจารณาเกณฑ์อื่นๆ ควบคู่กันไป อีกทั้งทางปฏิบัติของแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกันไปด้วย การกระทำบางอย่างอาจมองว่าเป็นความผิดทางการเมืองอย่างแจ้งชัด เช่น การประท้วงทางการเมือง การก่อกบฏ การต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจทางการเมืองหรือต่อสู้เรียกร้องเอกราช การวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมือง เป็นต้น การกระทำเหล่านี้นักกฎหมายใช้เกณฑ์ที่เรียกว่า “Incident test”

อย่างไรก็ดี ความผิดทางการเมืองในปัจจุบันมิได้จำกัดแค่ “ความผิดทางการเมือง” (political offense) แต่เพียงอย่างเดียว แต่อาจรวมถึง “ความผิดที่เกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับความผิดทางการเมือง” (an offense connected with a political offense) ด้วยอย่างเช่น กฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างประเทศอังกฤษกับไอร์แลนด์ ฉะนั้น ปัจจุบันนักกฎหมายบางท่านจึงใช้คำว่า ความผิดที่มีลักษณะทางการเมือง (Political character) แทน

นอกจากนี้ ความผิดทางการเมืองมิได้จำกัดเพียงแค่ “การกระทำ” (act) ของผู้กระทำแต่เพียงอย่างเดียวอย่างที่เข้าใจกัน แต่รวมถึงปัจจัยอย่างอื่นด้วย เช่น แรงจูงใจของรัฐบาลที่ร้องขอให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ว่ามีแรงจูงใจทางการเมืองแอบแฝงหรือไม่ ที่เรียกว่า “Political Motive of the Requesting State” หรือ การปฏิบัติต่อผู้ต้องหาหรือจำเลยในเรื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม (Fair Trail) หากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า สิทธิมนุษยชนต่างๆ ของจำเลย หรือผู้ถูกกล่าวหาจะถูกละเมิด ศาลก็อาจปฏิเสธที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยจะต้องแสดงให้ศาล เห็นว่า สิทธิการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมหรือสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ของตนจะถูกละเมิดได้

ยิ่งไปกว่านั้น ศาลของหลายประเทศยังได้ให้ความสำคัญกับระบอบการปกครองของประเทศที่ร้องขอให้ มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนด้วยว่ามีระบอบการปกครองที่เป็นประชาธิปไตยมากน้อย แค่ไหน มีการรับรองหลักนิติรัฐหรือไม่ เกณฑ์นี้เรียกว่า “The Political Structure of the Requesting State” เกณฑ์นี้ศาลอังกฤษเคยใช้ในคดี Kolczynski โดยศาลอังกฤษปฏิเสธที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปให้ประเทศโปแลนด์ ซึ่งพิจารณาตามมาตรฐานของประเทศอังกฤษ (หรือประเทศตะวันตก) แล้ว โปแลนด์ในเวลานั้นยังไม่เป็นประชาธิปไตยตามมาตรฐานของประเทศตะวันตก



พระพยอม กับการเปรียบเทียบ กบฏประยุทธ์ จันทร์โอชา และ นายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร


พระพยอม เป็นพระที่มองสังคมไทยได้ตรงชัดและลึก แล้วเลือกที่ประยุกต์พระธรรมคำสอนให้เข้ากับบริบทสังคมไทย  ท่านเป็นพระที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมพุทธมากมาย

วันนี้ ท่านมาเล่นของร้อน สะท้อนภาพผู้ไทยสองคน ที่ตรงกันข้ามกันในหลายเรื่อง 
ผมลองมานั่งนึกเล่น ๆ มีอะไรที่สองท่านนี้ต่างกันดังนี้

ข้างหน้าคือเผด็จการประยุทธ์     ข้างหลังคือนายกยิ่งลักษณ์

กบฏโค่นล้มอำนาจประชาชน    vs.  นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง
เพศชาย    vs.  เพศหญิง
จบรร.นายร้อย    vs.  จบนอกระดับปริญญาโท
บริหารกรมทหารบกก่อนบริหารประเทศ   vs.  บริหารธุรกิจพันล้านก่อนมาบริหารประเทศ
เลียเจ้าจนได้ดี   vs.  เอาใจประชาชนจนได้เป็นนายก
กร่างและหลงตนเอง    vs.  อ่อนน้อมถ่อมตน
กระโชกโฮกฮาก   vs.  สุภาพ
อารมณ์ร้อน   vs.  สุขุมนุ่มนวล
บ่นรายวัน    vs.  ยิ้มและก้มหน้าทำงาน




โอย... ก้นเหวกับยอดดอยอินทนนท์ก็ไม่ปาน...

ให้พี่น้องนั่งคิดต่อ คงได้อะไรเยอะแยะมาก   แต่นี่ไม่ได้พูดกันในเรื่องแนวทางประชาธิปไตยและการสู้เพื่อก้าวไปสู่การปฏิวัติเพื่อประชาธิปไตยนะครับ อิ ๆ 
....

ชวนคิดชวนเขียนนะครับ เขิญครับ


ประวัติมหาบุรุษ ที่อยากให้ทุกท่านร่วมฟัง: อับราอัม ลิงเคิล์น (เก้าตอน)








อับราฮัม ลิงเคิล์น (อังกฤษ: Abraham Lincoln) ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องว่า เป็นประธานาธิบดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง­ของสหรัฐอเมริกา เริ่มดำรงตำแหน่งเมื่อ 4 มีนาคม ค.ศ. 1861 จนกระทั่งถูกยิงเสียชีวิต ลิงคอร์น ประกาศว่าเขาต่อต้านระบบทาสในสหรัฐอเมริกา­[1][2] ลิงคอร์นชนะตัวแทนจากพรรครีพับลิกันในปี ค.ศ. 1860 และได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีใน ปีถัดมา ระหว่างการดำรงตำแหน่ง ลิงคอร์นได้ช่วยรักษาประเทศ โดยการเป็นผู้นำในการถอนตัวออกจากผู้สบคบร­่วมคิดในสงครามประชาชนอเมริกัน ของรัฐบาลกลางสหรัฐในสงครามอเมริกัน เขายังได้แนะนำมาตรการในการเลิกทาส ซึงนโยบายอันนี้ได้ประกาศใช้ในปี ค.ศ. 1863 และได้รับการผลักดันให้บรรจุเข้าไปในการแก­้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 13 ในปี ค.ศ. 1865

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A...

(ขอบคุณ ผู้นำโพสต์ ณ deviljinzx)

โห...​ท่านสูงโย่งเลยครับ เกือบสองเมตรแน่ะ...  (ขอบคุณ Wikipedia)


เมื่อท่านกดเล่นวิดีโอข้างล่าง วิดีโอจะรันต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบ









มาแล้ว บัน-คี มูน จับมือแล้วตบหัวทั่นประยุทธ์ เรียกร้องให้คืนประชาธิปไตย ใช้ปวงชนชาวไทยด่วน

http://www.bangkokpost.com/news/politics/497320/ban-ki-moon-presses-prayut-on-democracy







ในภาพข้างบน จากบางกอกโพสต์ โฆษก Junta เปิดเผยว่า บัน-คี มูน หวังจะให้ไทยคืนสู่ประชาธิปไตยในกรอบเวลาที่เผด็จการทหารที่ปล้นอำนาจประชาชนไว้ครองชั่วคราวสัญญาไว้

The UN chief made his remarks during a meeting with Gen Prayut at the UN World Conference on Disaster Risk Reduction in Sendai, Japan, over the weekend. He asked about the political transition and expressed... 
Please credit and share this article with others using this link:http://www.bangkokpost.com/news/politics/497320/ban-ki-moon-presses-prayut-on-democracy. View our policies at http://goo.gl/9HgTd and http://goo.gl/ou6Ip. © Post Publishing PCL. All rights reserved.

สาระข้างบนนี้ สั้น คือ ไปพบกันที่การปรุชุม UN World Conference on Disaster Risk Reduction ที่เมือง Sendai ประเทศญี่ปุ่น โดยได้ถามเรื่องความคืบหน้าทางการเมืองไทย และขอให้รีบคืนประชาธิปไตยให้ปวงชนชาวไทยภายในกรอบเวลาที่กำหนด  ซึ่งทางบางกอกโพสต์ บอกว่า จะทำรัฐธรรมนูญเสร็จปลายปีนี้ และเลือกตั้งภายในปลายปีหน้า (ซึ่งผิด เพราะที่จริงพวกเผด็จการทหารสัญญากับทางอเมริกาว่า จะให้มีการเลือกตั้งต้นปีหน้า)






ขอเชิญร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ยกเลิกกฎอัยการศึก อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน



Petitioning ประชาชนชาวไทยทุกคน

ขอเชิญร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ยกเลิกกฎอัยการศึก อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน

อาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิชาการ นักเขียน นักกิจกรรม 102 คน ขอเชิญชวนเพื่อน พี่น้อง ประชาชน ร่วมลงชื่อใน

แ ถ ล ง ก า ร ณ์
ยกเลิกกฎอัยการศึก อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน

การยึดอำนาจของคณะรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)นั้น ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนทั่วประเทศอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการจับกุมคุมขังผู้แสดงออกทางการเมืองที่ไม่ยอมรับ ต่อการรัฐประหาร การลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่ง คสช. เชื่อว่าเป็นกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม จนมีบุคคลถูกประกาศเรียกเข้ารายงานตัวกว่า 600 ราย และมีการจับกุมอีกกว่า 200 คน อันประกอบด้วย นักวิชาการ สื่อมวลชน นักกิจกรรมทางสังคม และประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมหรือเสวนาทางวิชาการที่ถูกแทรกแซงไม่ให้จัดหรือควบคุม เนื้อหาอีกจำนวน 33 กิจกรรม ทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องตกอยู่ภายใต้บรรยากาศหวาดผวาและอำนาจอันไม่เป็นธรรม ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา โดยไม่อาจแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดของตนภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ได้

ยังไม่พูดถึงว่าในช่วงต่อมาได้มีการบังคับใช้กฎอัยการ ศึกไปดำเนินการจับกุมรังแกชาวบ้านผู้ยากจนให้ออกจากพื้นที่ทำกิน (แต่กลับไม่ดำเนินการอันใดต่อนายทุนที่เข้าไปบุกรุกจับจองพื้นที่ป่า) อาทิ ไล่รื้อบ้านเรือนชาวบ้านโนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ชาวบ้านคอนสาร จ.ชัยภูมิ ชาวบ้านคลองไทรพัฒนา จ.สุราษฎร์ธานีและอีกหลาย ๆ ชุมชนแทบทุกภาคของประเทศ รวมทั้งจับกุมกลุ่ม ‘ขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน’ในกรณีเดินเรียกร้องเพื่อปฏิรูปพลังงาน ควบคุมตัวผู้ร่วมลงชื่อร่วมกับ 12 องค์กรภาคอีสานที่ออกแถลงการณ์แสดงความไม่เห็นด้วยกับแนวทางการปฏิรูป จับกุมชาวบ้านและนักวิชาการที่เดินรณรงค์เพื่อเรียกร้องให้หยุดแผนแม่บทฯป่า ไม้ แทรกแซงคุกคามและปิดกั้นสื่อมวลชนไม่ให้นำเสนอข่าวด้านลบของรัฐบาล คสช. ไม่อนุมัติการจัดงานทอล์คโชว์เรื่อง ‘ที่ดิน’ ตลอดจนปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกเพื่อคัดค้านเขื่อนแม่วงก์ของนิสิต นักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทั้งหมดเหล่านี้ล้วนแต่เป็นประเด็นปัญหาของประชาชนมาเนิ่นนานเป็นปัญหาปาก ท้องที่มิอาจปล่อยให้มีการปฏิรูปโดยปราศจากการมีส่วนร่วมของประชาชนผู้ได้ รับผลกระทบโดยตรง

กระทั่งล่าสุดได้มีการจับกุมนักศึกษามหาวิทยาลัย ขอนแก่นจำนวน 5 คน ภายหลังจากการแสดงออก ‘ไม่เอารัฐประหาร’ ที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา ต่อหน้าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรีที่มาจากผลพวงของการรัฐประหาร ทั้งที่กลุ่มนักศึกษาดังกล่าวเป็นกลุ่มนักศึกษาที่ลงพื้นที่เรียนรู้ปัญหา กับชาวบ้านภาคอีสาน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ทั้งหมดนี้ เราในนามของบุคคล นักวิชาการ นักเขียน นักกิจกรรมทางสังคม และตัวแทนองค์กรทางสังคมต่าง ๆ ที่ปรากฏนามข้างล่าง ขอประกาศแสดงจุดยืนและข้อเรียกร้องดังนี้
1. ยกเลิกกฎอัยการศึกโดยเร็วที่สุด เพื่อปลดปล่อยสิทธิและเสรีภาพในการเคลื่อนไหวประเด็นปัญหาของประชาชน
2. เราเชื่อมั่นว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน อำนาจอื่นใดที่เข้ามาแย่งชิงอำนาจของประชาชนเราไม่ขอยอมรับอำนาจนั้น
3. ขอให้กำลังใจต่อนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก นโยบายต่าง ๆ ของ คสช. การดำเนินคดีต่อนักศึกษาและประชาชนด้วยกฎอัยการศึก เป็นเรื่องที่เราไม่อาจยอมรับได้

ป ร ะ ช า ช น คื อ เ จ้ า ข อ ง อํ า น า จ อ ธิ ป ไ ต ย

คำอธิบายเพิ่มเติม

“ขอเน้นยำว่าแถลงการณ์ฉบับนี้เป็นการแสดงเจตนารมณ์การ มีอยู่ของกลุ่มบุคคล ที่มีจุดยืนตามแถลงการณ์ หากท่านต้องการณ์แสดงเจตนารมณ์เช่นเดียวกับเราสามารถร่วมลงชื่อได้โดยที่ราย ชื่อที่กดเข้าร่วม ใน Change.org จะไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ หากไม่ได้รับอนุญาต”

ทั้งนี้รายชื่อที่มีการอัพเดตบนหน้าเว็บทั้งหมด เป็นรายชื่อที่ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่แล้ว"
รายชื่อคณะบุคคล 102 คน แนบท้ายแถลงการณ์
1.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล รัฐศาสตร์ จุฬา
2.กฤช เหลือลมัย กวี
3.กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา
4.เกษม สุวรรณะ ชมรมคนงานสูงวัย
5.ขวัญชัย กุลสันติธำรงค์
6.ขวัญระวี วังอุดม 
7.คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง ภาควิชาปรัชญา ม.ศิลปากร
8.คมสันติ์ จันทร์อ่อน
9.งามศุกร์ รัตนเสถียร สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล
10.จักรชัย โฉมทองดี
11.จักรพงษ์ บุริพา
12.จิรธร สกุลวัฒนะ นักศึกษาระดับปริญญาเอก SOAS University of London
13.จุติอร รัตนอมรเวช
14.เฉลิมศักดิ์ กิติตระกูล
15.ชลิตา บัณฑุวงศ์ ภาควิชาสังคมวิทยาและมาุนุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
16.ชวศรี โรจนวิภาต
17.ชุมาพร แต่งเกลี้ยง นักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยและความหลากหลายทางเพศ
18.ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข
19.ดวงหทัย บูรณเจริญกิจ
20.เดชรัต สุขกำเนิด อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
21.ตะวัน พงศ์แพทย์
22.ตะวัน วรรณรัตน์ ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร
23.ติณณภพจ์ สินสมบูรณ์ทอง 
24.ทองธัช เทพารักษ์ การ์ตูนนิสต์
25.เทวฤทธิ์ มณีฉาย
26.ธนศักดิ์ สายจำปา มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
27.ธนาพล ลิ่มอภิชาติ
28.ธนาวิ โชติประดิษฐ นักศึกษาระดับปริญญาเอก Birkbeck College, University of London
29.ธัช ธาดา กวี
30.ธิวัชร์ ดำแก้ว
31.ธีรวรรณ บุญญวรรณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
32.นพพรรณ พรหมศรี
33.นพพล ผลอำนวย
34.นฤมล ทับจุมพล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
35.นันทชาติ หนูศรีแก้ว
36.นิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์
37.นิธินันท์ ยอแสงรัตน์
38.นิวัต พุทธประสาท นักเขียน
39.นิอับดุลฆอร์ฟาร โตะมิง
40.บารมี ชัยรัตน์
41.บุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์ ภาควิชาปรัชญา ม.ศิลปากร
42.บุณฑริก วงศ์โชติรัตน์
43.ประจักษ์ ก้องกีรติ รัฐศาสตร์ มธ.
44.ประทับจิต นีละไพจิตร สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล
45.ประทีป มีคติธรรม ประชาชน
46.ประภาส ปิ่นตบแต่ง รัฐศาสตร์ จุฬาฯ 
47.ประเวศ ประภานุกูล ทนายความ
48.ปรีดา ข้าวบ่อ นักเขียน
49.ปาริชาติ วงศ์เสนา
50.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
51.ปิยนุช ยอแสงรัตน์ เกตุจรูญ
52.พนิดา อนันตนาคม จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
53.พรพนา ก๊วยเจริญ
54.พรพรรณ ภู่ขำ
55.พฤหัส พหลกุลบุตร
56.พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬา
57.พัชราภา ตันตราจิน นักศึกษาปริญญาเอก มธ.
58.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬา
59.พิพัฒน์ สุยะ ภาควิชาปรัชญา มหาวิทยาลัยศิลปากร
60.พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ
61.ไพบูลย์ แก้วเพทาย ผู้นำแรงงานอาวุโส
62.ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักเขียน
63.ภาคิไนย์ ชมสินทรัพย์มั่น
64.ภาสกร อินทุมาร คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล
65.ยงค์ ยโสธร นักเขียน
66.ยุกติ มุกดาวิจิตร สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์
67.เยาวภา ดอนเส กลุ่มคนงานสตรีสู่เสรีภาพ (กสภ.)
68.วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล นักเชียน นักทำสารคดี
69.วันรัก สุวรรณวัฒนา. นักศึกษาปริญญาเอก Oxford university
70.วิจักขณ์ พานิช
71.วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี องค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้
72.วิโรจน์ อาลี คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
73.วีระพงษ์ ประภา นักพัฒนาสังคม
74.เวียงรัฐ เนติโพธิ์
75.เวียง-วชิระ บัวสนธ์ บรรณาธิการสำนักพิมพ์สามัญชน
76.ศรีไพร นนทรี
77.ศักดิ์ ไชยดวงสิงห์ (แสงดาว ศรัทธามั่น) นักเขียน
78.ศิริพร ฉายเพ็ชร (มอส)
79.ศิริวัฒน์ คันธารส
80.ศุภวิทย์ ถาวรบุตร
81.สนั่น ชูสกุล นักกิจกรรมทางสังคม
82.สนานจิตต์ บางสพาน (นักเขียน)
83.สมบูรณ์ คำแหง องค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้
84.สฤณี อาชวานันทกุล - นักเขียน นักวิชาการอิสระ
85.สาคร สงมา องค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือล่าง
86.สุขุมพจน์ คำสุขุม นักเขียน
87.สุชาติ สวัสดิ์ศรี บรรณาธิการช่อการะเกด
88.สุธิดา วิมุตติโกศล 
89.สุธิลา ลืนคำ
90.สุนทรี หัตถี เซ่งกิ่ง องค์กรพัฒนาเอกชน
91.อธิคม คุณาวุฒิ บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร WAY
92.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
93.อรรถพล อนันตวรสกุล ครุศาสตร์ จุฬาฯ
94.อรัญญา ศิริผล คณะสังคม วิทยา มช.
95.อากร ภูวสุนทร ชมรมคนงานสูงวัย
96.อานนท์ นำภา
97.อุเชนทร์ เชียงเสน คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
98.เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล
99.เอกรินทร์ ต่วนศิริ
100.โอฬาร ถิ่นบางเตียว คณะรัฐศาสตร์ ม.บูรพา
101.ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์คณะรัฐศาสตร์
102.ปกรณ์ อารีกุล
รายชื่อเพิ่มเติม (อัพเดต 12.00 น. 21 พย. 2557)
103. วิฑูรย์ เลี่ยนจํารูญ   นักพัฒนาเอกชน
104. นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ/กลุ่มขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน
105. สุดแดน วิสุทธิลักษณ์  คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
106.รศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล  มหาวิทยาลัยมหิดล
107.อ. ศรีประภา เพชรมีศรี   สถาบันสิทธมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
108,นิมิตร เทียนอุดม  มูลนิธิเข้าถึงเอดส์
109.ผศ.ดร.จาตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร   ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
110.ไชยันต์ รัชชกูล  นักวิชาการ
111.เสาวนีย์ ตรีรัตน์ อเลกซานเดอร์   นักวิชาการ
112.ผศ.ดร.ณัฐนันท์ คุณมาศ  คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
113.วนิดา วินิจจะกูล
114.วิไลพร จิตรประสาน  กลุ่มเพื่อนประชาชน
115.กฤตยา อาชวนิจกุล
116.ชาญชัย ชัยสุขโกศล
117.ประกาศ เรืองดิษฐ์  องค์กรพัฒนาเอกชน
118.สุภา ใยเมือง  นักพัฒนาเอกชน
119.ฝ้ายคำ หาญณรงค์   นักพัฒนาเอกชน
120.กิตติกาญจน์หาญกุล
121.ทวีศักดิ์ เผือกสม
122.เบญจพร อินทร์งาม
123.วิภาวดี พันธ์ยางน้อย
124.ภัทรพร ภู่ทอง   Rotary Peace Center at Chulalongkorn University
125.ศิรินันต์ สุวรรณโมลี  NIDA
126.ปรีชาญา ชาวกัณหา
127.ปัญญา พราหมณ์แก้ว
128.ดวงพร มากศิริ  ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาฯ
129.ฒาลัศมา จุลเพชร  ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาฯ
130.สุรางค์รัตน์ จำเนียรพล  สถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ
131.ธงชัย ร่มเย็นเป็นสุข
132.เอี่ยวเร่ง ตะวันทัศนัย , 
133.ณรงค์ วัจรินทร์   สหภาพแรงงานไทยซูซูกิ
134.ทวีศักดิ์ เกิดโภคา 
135.อนุพงษ์ จันทะแจ่ม  สภากาแฟ มหาวิทยาธรรมศาสตร์
136.บุญญฤทธิ์ ร่องบอน 
137.ศศิประภา ไร่สงวน 
138.จุฑามาส. ศรีหัตถผดุงกิจ
139.ธีระยุทธ สิมหลวง
140.อิสระพงศ์ เวียงวงษ์ 
141.สมานฉันท์ พุทธจักร 
142.วศินี บุญที
143.รัฐศาสตร์ บาทชารี
144.ปฏัก หนุนชู
145.อภิวัฒน์ สุนทรารักษ์
146.จิรวิชญ์ ฉิมมานุกูล
147.จิรัชญา หาญณรงค์
148.ธนัชชนม์ ธนาธิป - ปริพัฒน์  (นักเขียน)
149.วัฒนชัย วินิจจะกูล
150.พัชรี อังกูรทัศนียรัตน์
151.ธีรธรรม วงศ์ษา
152.สุณัย ผาสุข\
153.รศ. ดร. สุธี ประศาสน์เศรษฐ

ไปลงชื่อสนับสนุนได้ที่ 
ประชาชนชาวไทยทุกคน: ขอเชิญร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ยกเลิกกฎอัยการศึก อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน 







ย้อนรอยอภินิหารศาลไทย ก่อนพอประเทศเข้าสู่ห้วงเหวมรณะ จนประเทศชาติเสียหายหนักในวันนี้




ย้อนรอยอภินิหารศาลไทย ก่อนพอประเทศเข้าสู่ห้วงเหวมรณะ จนประเทศชาติเสียหายหนักในวันนี้ หากนับเอาพฤติกรรมทั้งหมดของพวกใส่ชุดนั่งบัลลังก์เหล่านี้ตั้งแต่ก่อนปี 49 มาถึงวันนี้ แล้วคำนวณความเสียหาย ทั้งทางตรงและทางอ้อม พวกนี้ตายสิบชาติก็คงชดใช้ให้แผ่นดินไม่ได้

ตุลาการภิวัฒน์​  ที่แท้ คือ ตุลาการวิบัติ และชาติฉิบหาย นั่นเอง





โพสต์ล่าสุด

โศกนาฏกรรมซ้ำซากกับโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว<br>บทเรียนจากเครนถล่มสู่จุดเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ

โศกนาฏกรรมซ้ำซากกับโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว โศกนาฏกรรมซ้ำซากกับโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว บทเรียนจ...