พฤติกรรมทำลายตัวเอง ของพลเมืองไทย ที่ยังด้อยพัฒนา

พฤติกรรมทำลายตัวเอง ของพลเมืองไทย ที่ยังด้อยพัฒนา
ขณะที่เด็กหนุ่มสาวทั่วอเมริกา เขามุ่งหน้าหาความรู้ หรือทำงานเลี้ยงตน มีความเป็นพลเมืองที่รับผิดชอบ เคารพกฎหมาย เสียภาษี  แต่ทีบ้านเรา ยังมีวัฒนธรรมทำลายตนเอง เช่น เป็นเด็กแว้น เป็นหนุ่มสาวร่านเซ็กส์  ขายตัว ขายยา และทะเลาะเบาะแว้งกัน  ส่วนที่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ก็เห่อเหิมกับภาพลักษณ์ไฮโซ แต่งตัว วางตัวเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อซะเป็นส่วนใหญ่ ...

งานสร้างชาติใหม่ คือการมาแก้ตรงนี้

ดูภาพวิดีโอประกอบนะครับ นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย วันนี้ครับ


มันส์กว่ามวยเด็ด7สี ต้อง..#นาแกมิวสิค [12/4/58] ขอบคุณคลิปแนะนำจาก @รัชชานนท์ โชคณาพิทักษ์ชัยกุล

Posted by Isum69 on Monday, April 13, 2015

หลักการประชาธิปไตย มีอะไรบ้าง?

หลักการประชาธิปไตย 12 ประการ ที่นักการเมืองต้องเข้าใจและยึดถือ

โดย ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน
26 เมษายน 2549 15:09 น.
        หลักการประชาธิปไตยมีมากมายแต่ที่ถือว่าสำคัญและนักการเมืองต้องยืดถึงเป็นสรณะมีดังต่อไปนี้ คือ
     
        1. อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน (popular sovereignty) ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยคือระบบที่ประชาชนมีอำนาจอธิปไตย และมอบหมายให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งทำหน้าที่แทนตน การเลือกตั้งจึงเป็นการแสดงออกถึงสิทธิและอำนาจของประชาชน จนมีคำกล่าวว่า เสียงของประชาชนคือเสียงของสวรรค์ (vox populi, vox dei)
     
        2. สิทธิเสรีภาพ (rights and freedom) เป็นหัวใจสำคัญของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย สิทธิดังกล่าวต้องกำหนดในรัฐธรรมนูญและการบังคับกฎหมาย เจ้าหน้าที่ของรัฐได้แก่ ผู้ดำรงตำแหน่งบริหารและข้าราชการประจำที่มีอำนาจตามกฎหมาย จะต้องยึดถือตัวบทกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพราะถ้ามีการกระทำดังกล่าวก็เท่ากับละเมิดเจ้าของอำนาจอธิปไตย
     
        3. ความเสมอภาค (equality) ความเสมอภาคภายใต้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยถือว่าทุกคนเสมอภาคเท่ากันหมด หนึ่งคนมีสิทธิลงคะแนนเสียงได้หนึ่งเสียง (one man one vote) ความเสมอภาคดังกล่าวนี้หมายถึงความเสมอภาคทางการเมือง และความเสมอภาคต่อหน้ากฎหมาย (equality before the law) การเลือกปฏิบัติด้วยเหตุผลอันใดก็ตามถือว่าขัดต่อหลักการประชาธิปไตย
     
        4. หลักนิติธรรม (the rule of law) ได้แก่ การใช้กฎหมายในการบริหารประเทศ โดยกฎหมายดังกล่าวนั้นต้องผ่านกระบวนการร่างกฎหมายอย่างถูกต้อง และหลักของกฎหมายนั้นต้องเป็นกฎหมายที่คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพและอำนาจอธิปไตยของประชาชน โดยกระบวนการยุติธรรม (due process of law) จะต้องเป็นไปตามครรลอง หลักนิติธรรม (the rule of law) จึงต่างจาก the rule by law ซึ่งหมายถึงการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการบริหารประเทศโดยไม่คำนึงถึงหลักการประชาธิปไตย และบ่อยครั้งก็กลายเป็นการบริหารงานโดยตัวบุคคล (the rule by men) มากกว่าหลักการ
     
        5. ค่านิยมและจิตวิญญาณความเป็นประชาธิปไตย (the democratic ethos) ซึ่งหมายถึงค่านิยมที่ได้รับการอบรมตั้งแต่ครอบครัว สถาบันการศึกษา และทางสังคม ให้มีความเชื่อและศรัทธาในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย มีพฤติกรรมที่เป็นประชาธิปไตย มองคนอื่นด้วยสายตาที่เสมอภาค ทั้งหมดนี้ถือได้ว่าเป็นการพัฒนาจิตวิญญาณประชาธิปไตย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของการพัฒนาและธำรงไว้ซึ่งระบบประชาธิปไตย
     
        6. ความอดทนอดกลั้น (tolerance) ความใจกว้าง (open-mindedness) และความมีน้ำใจนักกีฬา (sporting spirit) ทั้งหมดนี้เป็นหัวใจสำคัญของสังคมประชาธิปไตย เพราะในสังคมประชาธิปไตยนั้นจะต้องยอมรับความแตกต่างทั้งในเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณี จุดยืนและความคิดเห็นทางการเมืองของคนในสังคม การรู้แพ้รู้ชนะ เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักปราชญ์ราชบัณฑิตและผู้มีประสบการณ์ เพื่อนำมาประมวลใช้ให้เป็นประโยชน์ในการทำงาน ที่สำคัญอะไรที่ตนไม่ชอบและไม่พอใจแต่ตราบเท่าที่ไม่กระทบต่อสิทธิของตนก็ต้องยอมให้สิ่งนั้นปรากฏอยู่ เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคลภายใต้ระบบที่มีความเสมอภาค
     
        7. ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยคือกรรมวิธี (means) เพื่อเป้าหมายทางการเมือง แต่ขณะเดียวกันระบบประชาธิปไตยก็เป็นเป้าหมายอันสูงส่ง (noble end) ในตัวของมันเอง การมองว่าระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยเป็นเฉพาะกรรมวิธีหรือ means จึงไม่ถูกต้อง ถึงแม้ว่า end คือผลประโยชน์จะตกต่อสังคมก็ตาม เพราะถ้าทำลายกระบวนของความถูกต้องแม้จะส่งผลในทางบวกต่อสังคม แต่ถ้ามีผลกระทบในทางลบต่อระบบก็จะเป็นการทำลายเป้าหมายอันสูงส่งของระบบประชาธิปไตย อันเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาอย่างยิ่ง ประชาธิปไตยจึงเป็นทั้งกรรมวิธี (means) และเป้าหมาย (end) ในตัวของมันเอง ทั้งสองส่วนนี้ต้องไปด้วยกัน
     
        8. ผู้ดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูงทั้งในนิติบัญญัติ บริหาร และศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องตระหนักว่าตนเป็นผู้ซึ่งได้รับอาณัติจากประชาชน ดังนั้น ผลประโยชน์สูงสุดจะต้องเป็นผลประโยชน์ที่เอื้ออำนวยต่อผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ การกระทำอันใดขัดต่อผลประโยชน์ของประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย การนั้นย่อมไม่ถูกต้อง นอกจากนั้นยังต้องมีความรู้สึกว่าสิ่งที่ตนทำอยู่นั้นเป็นการประกอบภารกิจศักดิ์สิทธิ์ (sacred mission) หรือหน้าที่อันสูงส่ง (noblesse oblige) เพื่อประชาชน เพื่อชาติและแผ่นดิน
     
        9. ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูงทั้งในนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ จำเป็นอย่างยิ่งต้องยึดถือหลักจริยธรรมทางการเมือง รวมตลอดทั้งมารยาททางการเมือง โดยจะต้องกระทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต คำนึงถึงผลดีผลเสียที่จะเกิดต่อประชาชน ชาติ และบ้านเมือง เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อส่วนรวม เพราะงานการเมืองเป็นงานอาสาสมัครที่ได้รับมอบหมายจากประชาชน
     
        10. ภายใต้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย การกระทำอันใดก็ตามต้องคำนึงถึงหลักการใหญ่ๆ ดังต่อไปนี้ คือ ความถูกต้องตามกฎหมาย (legality) ความชอบธรรมทางการเมือง (legitimacy) ความถูกต้องเหมาะสม (decency) ความน่าเชื่อถือ (credibility) ทั้งหลายทั้งปวงดังกล่าวจะทำให้งานที่รับผิดชอบอยู่นั้นประสบความสำเร็จ การมุ่งเน้นไปที่ตัวบทกฎหมายตามลายลักษณ์อักษรแต่เพียงอย่างเดียวเป็นสิ่งที่ไม่พอเพียง การกระทำอันใดที่ไม่เหมาะสมแม้จะถูกต้องตามกฎหมายก็จะขาดความชอบธรรมทางการเมือง อันจะส่งผลถึงความน่าเชื่อถือของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในที่สุด
     
        11. การบริหารบ้านเมืองจะต้องอิงหลักธรรมรัฐาภิบาล (good governance) ซึ่งได้แก่ ความชอบธรรมทางการเมือง (legitimacy) ความโปร่งใส (transparency) การมีส่วนร่วมของประชาชน (participation) ความรับผิดชอบเปิดให้ไล่เบี้ยได้ (accountability) และความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล (efficiency and effectiveness) ซึ่งหมายถึงการกระทำนั้นต้องส่งผลในทางบวกทั้งในแง่ผลได้ (output) และผลลัพธ์ (outcome)
     
        12. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารระดับสูง ซึ่งสามารถนำประเทศชาติและสังคมไปสู่ความเจริญ หรือไปสู่ความเสียหายในด้านต่างๆ ทั้งในแง่การเมือง สังคม เศรษฐกิจ อุดมการณ์ ศรัทธาและความเชื่อในระบบ ฯลฯ ต้องเป็นบุคคลที่เปี่ยมไปด้วยคุณสมบัติอันได้แก่ การมีอุดมการณ์ทางการเมือง (political ideology) การมีจริยธรรมทางการเมือง (political ethics) การมีความรู้ทางการเมือง (political knowledge) การมีประสาทสัมผัสทางการเมือง (political sense) และการเข้าใจอารมณ์ทางการเมือง (political mood) ของประชาชนอย่างถูกต้อง นอกจากนั้นยังต้องบริหารประเทศโดยคำนึงถึงหลักนิติธรรมและคุณสมบัติอื่นๆ ที่กล่าวมา 11 ข้อเบื้องต้น เพื่อจะธำรงไว้ซึ่งความชอบธรรมที่จะดำรงตำแหน่งบริหารและการใช้อำนาจรัฐ (moral authority) ผู้ใดก็ตามที่ขาดหลักการข้อที่ 12 ดังกล่าวมานี้ย่อมจะเสียความชอบธรรมทางการเมืองในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ขอบคุณ manager: http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9490000055325

พาสปอร์ตประเทศไหน มีศักดิ์ศรีและพลังอำนาจในโลกนี้สุงสุด?

คำถามนี้ คนที่เดินทางด้วยพาสปอร์ตไทยบ่อยๆ คงทราบดีถึงความต่ำต้อยในเชิงศักดิ์ศรีและพลังอำนาจของเอกสารของรัฐไทย  ลองไปดูกันนะครับ ว่าเขาวัดกันอย่างเป็นหลักเป็นเกณฑ์แล้ว ชาติไหน มีเอกสารเดินทางที่ทรงพลังที่สุด

Credit: http://www.culturedcreatures.co/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%88-%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%95/


ศักยภาพ"องค์การเสรีไทยฯ"ภาพจริงหรือภาพลวง?

ศักยภาพ"องค์การเสรีไทยฯ"ภาพจริงหรือภาพลวง?
Published on Apr 14, 2015
นายจรัล ดิษฐาภิชัย ผู้ประสานงานองค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษ­ยชนและประชาธิปไตย ให้สัมภาษณ์ Thaivoicemedia กรณี คสช.ตั้งข้อสงสัยคาร์บอมบ์ที่ ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล เฟสติวัล ที่เกาะสมุยว่าเป็นกลุ่มคนไทยนอกประเทศที่­อาจจะว่าจ้างให้ ขบวนการก่อความไม่สงบในภาคใต้ เป็นผู้ก่อเหตุว่า องค์การเสรีไทยฯ ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคาร์บอมบ์ที่­เกาะสมุย แต่อาจจะเป็นกลุ่มประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ที่กำลังเดือดร้อนกับการทำมาหากิน ราคายางพาราตกต่ำ และเศรษฐกิจการท่องเที่ยวทรุดหนัก อาจเกิดแรงจูงใจให้ก่อเหตุดังกล่าวได้ อย่าโยนทุกอย่างมาที องค์การเสรีไทยฯ หรือคนเสื้อแดง เพียงอย่างเดียว องค์การเสรีไทยฯ ยืนยันอีกครั้งว่า จะไม่ต่อสู้ด้วยวิธีการรุนแรงทุกชนิด เพียงแต่สร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่อง สิทธิเสรีภาพ และความเป็นประชาธิปไตยในหมู่คนไทยทั้งในแ­ละต่างประเทศ รวมทั้งให้นานาชาติกดดันประเทศไทยตามนโยบา­ย โลกล้อมประเทศ แม้ว่า เสรีไทยฯ จะมีข้อจำกัดในการทำงานนี้ เพราะขาดปัจจัยเกื้อหนุนในหลายด้าน แต่การจะต่อสู้กับเผด็จการในประเทศไทยให้ไ­ด้ผลต้องอาศัย การตื่นตัวของคนไทยภายในประเทศเองเป็นปัจจ­ัยสำคัญ ส่วนการที่ สหรัฐฯ แต่งตั้งเอกอัครทูตคนใหม่ไปประเทศประเทศไท­ยนั้น ไม่ได้หมายความว่า สหรัฐฯยอมรับรัฐบาลเผด็จการทหารของไทย แต่เป็นไปตามกระบวนการปกติของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ผู้เรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศไทย และเสรีไทยฯ จะต้องมีการตรวจสอบและตั้้งคำถามกับสหรัฐฯ­ต่อท่าทีที่มีต่อรัฐบาลทหารของไทยด้วย








อภิสิทธิ์ ยืนยันว่า จะทำทุกอย่าง เพื่อให้บ้านเมืองสงบและรักษากฎหมาย... ผลคือ ตายนับร้อย บาดเจ็บสองพัน

อภิสิทธิ์ ยืนยันว่า จะทำทุกอย่าง เพื่อให้บ้านเมืองสงบและรักษากฎหมาย... ผลคือ ตายนับร้อย บาดเจ็บสองพัน
"ย้อนรอย..ใครฆ่าประชาชนสั่งสลายเสื้อแดง10เมษายน 2553"

"รำลึกสลายการชุมนุม...เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553" ย้อนรอย..ใครฆ่าประชาชนสั่งสลายเสื้อแดง10เมษายน 2553 ย้อนรอยประวัติศาสตร์เลือด ...ประเทศไทยและคนไทยโชคดี ที่อยู่...ภายใต้รัฐบาลนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะนายกฯ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ โชคดีจริงๆ ครับ ไอ้สัส..เฒ่ากาลีสี่เสา..

Posted by Red Thai on Wednesday, April 8, 2015

สงครามไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพจ้าวไทย...วิพากษ์ บทวิเคราะห์การเมืองเรื่องความล่มสลายของร­าชวงศ์จักกรี โดย ดร. เพียงดิน

19 ก.ค. 57 สงครามไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพจ้าวไทย...วิพากษ์การล่มสลายของราชวงศ์จักกรี โดย ดร. เพียงดิน



สงครามไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพจ้าวไทย...วิพากษ์ บทวิเคราะห์การเมืองเรื่องความล่มสลายของร­าชวงศ์จักกรี โดย ดร. เพียงดิน 
http://youtu.be/wLs6Vzd2H2U
ดาวน์โหลดเพื่อการเผยแพร่ 
http://tinyurl.com/kswhy8x หรือ http://www.mediafire.com/listen/oa8wz...ก.ค._2557_ตอน_จงจัดทัพขับสู้_โค่นล้มเผด็
­จการ_โดย_ดร._เพียงดิน_รักไทย_มหาวิทยาลัย­ประชาชน.MP3

นักวิชาการถกที่ Harvard อนาคตความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน ควรจะขัดแย้งหรือร่วมมือ?

นักวิชาการถกที่ Harvard อนาคตความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน ควรจะขัดแย้งหรือร่วมมือ?  
 
 
Published on Apr 14, 2015
Panelists Kevin Rudd, former Prime Minister of Australia, Anthony Saich, Director of the Ash Center, and the Belfer Center’s Meghan O’Sullivan joined moderator Graham Allison for a panel discussion to reflect on the future of US and China relations. The panelists discussed Rudd's "U.S.-China 21" paper, analyzing the increased leadership power of President Xi Jinping, and the importance of a common strategic narrative to ensure stable, long-term Sino-American relations.




พระบิดาแห่งการปล้นประชาธิปไตย (ของคนไทย)



หลายคนเชื่อว่า กษัตริย์ภูมิพลไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และถามหาหลักฐาน
ฝ่ายที่เชื่อว่า ยุ่งด้วยแน่ ๆ นั้น อธิบายเชิงโครงสร้างอำนาจและการใช้กลไกต่าง ๆ
เพื่อเสริมบารมีและเอื้อผลประโยชน์ให้กับเจ้าไทย และคนที่ร่วมเครือข่าย
และหนึ่งในหลักฐาน ก็คือ การร่วมมือกับทหารที่เจ้าเชื่อใจ ในการล้มอำนาจของประชาชน ด้วยการรัฐประหาร ซึ่งได้ทำมาอย่างสม่ำเสมอและยาวนาน จนทำให้สถิติเด่นชัด สมพระเกียรติอันเกรียงไกร
ในฐานะ "พระบิดาแห่งการปล้นประชาธิไตย (ของคนไทย)"
 
         


ข้อมูลที่เรียบเรียงโดย  krapook.com ระบุไว้ดังนี้ครับhttp://hilight.kapook.com/view/76346


 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2555 องค์กร The Center for Systemic Peace (CSP) ได้ทำการรวบรวมข้อมูลการทำรัฐประหารในประเทศต่าง ๆ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1946 - 2010 (พ.ศ. 2489 - 2553) หรือในรอบ 64 ปีที่ผ่านมา โดยกำหนดให้นิยามของการทำรัฐประหาร หมายถึง การใช้กำลังเข้ายึดอำนาจบริหารสูงสุดโดยกลุ่มการเมืองภายในประเทศ อันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของขั้วอำนาจ

          โดยข้อมูลจะนับรวมทั้งรัฐประหารที่ทำสำเร็จ, รัฐประหารที่ไม่สำเร็จ, รัฐประหารที่่เป็นเพียงแผนการยังไม่ได้ลงมือ และรัฐประหารที่ถูกกล่าวหาว่ากำลังวางแผน แต่จะไม่นับรวมการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง การลุกฮือของประชาชน สงครามกลางเมือง การลงจากอำนาจโดยสมัครใจ การส่งต่ออำนาจให้ทายาททางการเมือง การเสียชีวิตของผู้นำ การลอบสังหารผู้นำ และการถูกรุกรานจากกองกำลังต่างชาติ

จากการสำรวจพบว่า ประเทศที่มีการรัฐประหารมากที่สุดเรียงตามลำดับ มีดังนี้

 1. ประเทศซูดาน มีการทำรัฐประหาร 31 ครั้ง
 2. ประเทศอิรัก มีการทำรัฐประหาร 24 ครั้ง
 3. ประเทศโบลิเวีย มีการทำรัฐประหาร 19 ครั้ง
 4. ประเทศกินี-บิสเซา, ซีเรีย โตโก และไทย มีการทำรัฐประหาร 17 ครั้ง (+1)
 5. ประเทศบุรุนดี และชาด มีการทำรัฐประหาร 16 ครั้ง
 6. ประเทศอาร์เจนตินา, กานา, กินี มีการทำรัฐประหาร 15 ครั้ง

          นอกจากนี้ ประเทศไทยยังติดอันดับ 1 ใน 8 ประเทศ (กาน่า, ไทย, ชาด, กินี-บิสเซา, ซูดาน, โตโก, กินี และบุรุนดี) ที่ยังมีรัฐประหารเกิดขึ้นตั้งแต่หลังปี 2000 (พ.ศ. 2543) เป็นต้นมา อีกด้วยเช่นกัน
          ทั้งนี้ สำหรับสถิติการก่อรัฐประหารในประเทศอื่น ๆ มีดังนี้ เซียร่า-ลีโอน (14), ปานามา (13), กัมพูชา (12), ฟิลิปปินส์ (11), บังกลาเทศ (8), พม่า (6), ลาว (6), อินโดนีเซีย (5), ปากีสถาน (5), เนปาล (5), แคเมอรูน (4), เกาหลีใต้ (3), เกาหลีเหนือ (2), อินเดีย (1), ซาอุฯ (1) และศรีลังกา (1)



ตัวอย่างเยาวชนสตรีไทย อย่าเอาแต่ใจง่าย หรือแต่งตัวยั่วชาย โดยหลงคิดว่านั่นคือสิ่งทันสมัย เหมือนฝรั่งที่เจริญแล้ว

น่ารักดีครับ ไม่ใช่ไทยแบบใส่ชุดไทย ตามกระแสการเมือง หรือความหลงงมงายในอัตลักษณ์ที่ถูกเครือข่ายเจ้าไทยชู และเอามาใช้ประโยชน์


เด็กไทยอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยร้องเพลงไทยดีมากๆ เจ๊สนับสนุน #ไทยทีวี #tvpoolbuffet

Posted by ทีวีพูล TVPool Buffet on Thursday, February 19, 2015


เด็กไทยอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยร้องเพลงไทยดีมากๆ เจ๊สนับสนุน #ไทยทีวี #tvpoolbuffet
Posted by ทีวีพูล TVPool Buffet on Thursday, February 19, 2015

เรื่องเล่าแบบแปลก ๆ จากพี่น้อง และนี่ไม่ใช่รายแรกครับ

มีพี่น้องที่ไม่ทราบจะทำอย่างไร กับอาการที่ถูกคุกคาม  เล่าให้ใครฟังก็ไม่มีใครเชื่อ เลยส่งมาให้ทางภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน  ผมเองไม่มีปัญญาตั้งทีมศึกษาเรื่องนี้ในเมืองไทย และกอปรกับเรามีหลายเรื่องต้องทำ เลยรับทราบแล้วก็ปล่อยเรื่องนี้ไว้  

วันนี้ผ่านไปดูข้อความเก่า ๆ แล้วเห็นตรงนี้ เลยขอนำมาให้พี่น้องอ่านและพิจารณา  หากใครมีเบาะแส หรือประสบการณ์คล้าย ๆ กัน จะเสริมกันให้เรื่องนี้ดูมีมูลชัดเจน สมควรติดตามต่อ ก็เชิญส่งมาได้นะครับ ทาง  president@tahr-global.org  ครับ

+++++++++++++++++++++++


ขอเล่าประสบการณ์ การได้ยินเสียง เมื่อ วันที่ 21 พ.ย ปี 2534 เวลา 19.00 น. (เมื่อ 23 ปี ที่แล้ว) ได้ยินเสียงผู้ชาย อ้างเป็นครู สอนภาษาญี่ปุ่น ว่า จะทำการทดลอง ทดสอบพลังจิตได้ทำการส่งเสียงมาให้เราได้ยินคนดียว  เราเลยนั่งรถไปโรงรียนสอนภาษาญี่ปุ่น สอบถามครู ครูบอกว่าไม่รู้เรื่องเลย เราเลยไม่สนใจ แต่ งงนิดหน่อย ต่อมา เวลา 23.00 น. ได้ยินเสียง หลายคน บอกว่า จะมาฆ่าเรา ในบ้านมีแต่ผู้หญิง 4คน แม่ เรา และน้องสาว 2คน เราเลยกลัว ก็ฟังอยู่ หลายเดือน พอ เดือน กุมภาพันธ์ ปี2535 มีคณะรักษาความสงบ รสช. ทำการ รัฐประหาร ไล่รัฐบาล นายก ชาติชาย เราเลยไม่สนใจเสียงพูดนั้น ซื่งพูดด่าว่า พูดบ้าๆบอๆทำภาพให้เราเห็นคนเดียวเรื่องบ้าบอ ไม่มีเหตุผล  น้องสาว ว่า  เราป็นบ้า แต่ช่วงนั้นเราไปสอบทำใบขับขี่ สอบเองด้วย นั้นแสดง ว่าเราไม่ได้บ้า เสียงคนพูดมีมาตลอด ทั้งเวลากลางวัน และกลางคืน จนมีการปฎิรูป ของ พลอก สนธิ  ปี 2549 ไล่ ทักษิณ ออกนอกประเทศ พลเอก สนธิ ได้กล่าวว่า ประเทศไทย มี ดาวเทียม สอดแนม เราเชื่อว่า การกระทำรื่องราวที่ส่ง เสียง ออกไป นั้น เป็นการกระทำ ของหน่วยงาน ข่าวกรองความมั่นคงแห่งชาติ คล้ายกับช่วงสงคราม สหรัฐกับอิรัก ที่ดาวเทียมในการสื่อสาร สามารถล็อกเป้าหมายบุคคลหรือรถถัง ในการใช้ ขีปอาวุธ ถล่มประเทศ อิรัก แต่เมืองไทย เอาเครื่องดาวเทียม ที่ส่งสัญญาณ จาก ดาวเทียม ข้างบน มาหา gps ในแนวพื้นราบ ล็อก เป้าหมายติดตาม ทั้งภาพและเสียง มาใช้กับ ชาวบ้านอย่างพวกเรา  

หากจะทดสอบ ง่ายๆ ถ้าปวดหัว ปวดหลัง ปวดขา ลองเอา โทรศัพย์มือถือ จ่อไปที่ปวด ห่างจากที่ปวด ประมาณ 1 คืบ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จะวิ่งเข้าหาโทรศัพท์ ทำให้อาการปวดลดลง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทะลุ ผ่านตัวคน ในแนวตั้งแนวนอนและอื่นเราเชื่อว่าเป็นดาวเทียมสอดแนม อ่านเอกสารบนโต๊ะได้ ติดตามสอดแนมบุคคลได้  เคยใช้ ติดตามคณะศาลรัฐรรมนูญ เพื่ออ่านตัดสิน คำแถลงของศาลรัฐธรรมนูญด้วย



โพสต์ล่าสุด

คันฉ่องส่องไทย | หายนะแม่น้ำโขง: เหมืองเถื่อน 2,400 แห่ง และบทบาทจีน-ทุนสามานย์

คันฉ่องส่องไทย | หายนะแม่น้ำโขง: เหมืองเถื่อน 2,400 แห่ง และบทบาทจีน-ทุนสามานย์ คันฉ่องส่องไทย ...