ศาลเป็นของใคร ?
ไอ้ทรราช ประยุทธ์ นี้ไง กูงัดมาให้มึงเห็น เรื่องที่ ทหารทรราช โกงแผ่นดิน
เอางี้ไหม ถ้ารับธรรมนูญฉบับโจร คสช.ไม่ผ่าน ก็ปิดประเทศไปเลย
คดีผู้หญิงยิง ฮอ ปี 53 ที่เราควรจดจำ ถึงความระยำของศาลไทย
คำถาม ??? กองทัพบก กำลังจะซื้อรถถัง
หัวใจสำคัญ ของทฤษฎีปฏิวัติปวงชน มดแดงล้มช้าง

หนึ่ง การพัฒนาศักยภาพประชาชน คือหัวใจสำคัญที่สุดของกระบวนการปฏิวัติ (ปัจจัยสู่ชัยชนะ) และผลของการปฏิวัติ (ชัยชนะ) ที่ยั่งยืน โดยปัจจัยที่เอื้อให้การพัฒนาและการประสพชัยชนะได้อย่างแท้จริงและรวดเร็ว คือ ความไม่กลัว ความฉลาดเท่าทันเกมเผด็จการ และการใช้ความได้เปรียบทุกรูปแบบในการสร้างความเปลี่ยนแปลง
สอง ต้องเน้นการใช้จุดแข็งสู้จุดอ่อนของเผด็จการ กล่าวคือ ต้องใช้ความได้เปรียบเช่น จำนวนอันมหาศาลของประชาชนผู้ถูกกดขี่ ความชอบธรรมของประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง หลักการประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก สันติวิธีที่จะทำให้อำนาจปืนและอำนาจเถื่อนเสื่อมสมรรถภาพ เครื่องมือสื่อสารทุกชนิดที่ช่วยเผยแพร่ความรู้ ความจริง ข่าวสาร และการประสานงาน ตลอดจนความได้เปรียบทางชัยภูมิ
สาม ต้องยืนบนหลักการสากล อันได้แก่ หลักประชาธิปไตยที่แท้จริงและสมบูรณ์ หลักสิทธิมนุษยชน สันติวิธี และความจริง คือสิ่งดีที่ปวงชนปฏิวัติต้องยึดถือและพัฒนาตัวเองให้สอดคล้อง ในขณะที่จะต้องต่อต้าน ขจัด หรือทำลายสิ่งที่ตรงข้ามในทุกมิติที่ทำได้ บนสติและความหยั่งรู้ว่า ปวงชนต้องทำตัวหรือยกระดับคุณภาพของตนให้สอดคล้องกับสิ่งที่เป็นเป้าหมายของการปฏิวัติด้วย (เทียบเคียงได้กับหัวใจของศาสนาพุทธ คือ ทำความดี ละเว้นความชั่ว และทำใจให้ปราศจากกิเลส)
สี่ ประชาชนจะต้องเข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้าง (ระบอบ) ที่ครอบงำ เอารัดเอาเปรียบ กดขี่ ข่มเหง และยัดเยียดความทุกข์ให้พวกเขาในทุกมิติ คือ การเมืองการปกครอง การทหาร เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การศึกษา ศาสนา สาธารณสุข และการต่างประเทศ โดยต้องเข้าใจว่า ตัวบุคคล โครงสร้างองค์กรหรือสถาบันต่าง ๆ กลไกและเครื่องมือต่าง ๆ ความเชื่อและวิถีปฏิบัติที่ครอบงำ (วัฒนธรรม) และจิตสำนึกที่ถูกสร้างขึ้นโดยชนชั้นที่ได้เปรียบหรือเอาเปรียบ และจะต้องช่วยกันยกระดับคนรอบข้าง ให้เป็นผู้รู้และเข้าใจอย่างเท่าทันต่อการกดขี่และเอารัดเอาเปรียบเชิงโครงสร้างเหล่านั้น เพื่อเป็นฐานสำหรับการเคลื่อนไหวต่อสู้ในทุกมิติ
ห้า ความสำเร็จของการปฏิวัติประชาชนในยุคปัจจุบัน ต้องอยู่บนความพร้อมของปัจจัยด้านต่าง ๆ ที่สานสอดกัน คือ มวลชนที่พร้อมทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ อุดมการณ์ร่วมและแนวทางที่เป็นเอกภาพ ขบวนนำที่มีความชอบธรรมและจริงจังต่อระบอบประชาธิปไตย กองทัพที่ต้องรับใช้ประชาชน และมหามิตรประเทศที่พร้อมช่วยเหลืออย่างจริงจัง
หก เป้าหมายของการปฏิวัติ เป็นไปตามยุทธศาสตร์รับ ยัน รุก และรุกฆาต ในแต่ละมิติตามภาววิสัยที่เป็นจริง แต่จะต้องมุ่งให้ประชาชนตาสว่างทั้งแผ่นดิน ต่อต้านขัดขืนสิ่งชั่วร้ายในทุกมิติ แล้วไม่ยอมรับให้ผู้ปกครองเถื่อนปกครองอีกต่อไป และเมื่อความพร้อมมาถึง ประชาชนจะยึดอำนาจคืนมา เพื่อจัดการสร้างชาติใหม่บนหลักการในข้อ สาม ข้างต้น (ล้มช้าง สร้างชาติ)
เจ็ด การปฏิวัติประชาชนมดแดงล้มช้าง ต้องยึดหลักการใช้พลังธรรมอันมหาศาลขับไล่อธรรม หรือเอาน้ำดีมหาศาลไล่น้ำเสีย เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียอย่างควบคุมไม่ได้และยืดเยื้อเกินไป เช่นการสังหารประชาชนมือเปล่าอย่างโหดร้าย หรือสงครามกลางเมือง หรือการแทรกแซงของต่างประเทศ บนความเสียหายของชาติอันใหญ่หลวง
แปด การปฏิวัติประชาชนมดแดงล้มช้าง ถือเป็นการแก้ปัญหาในบ้านของคนไทยทุกคน ที่เป็นพี่น้องร่วมชาติ ไม่ใช่ศัตรูต่างด้าวที่ต้องเข่นฆ่ากันให้อาสัญ ดังนั้น เป้าหมายจึงอยู่ที่การสร้างสภาวะที่ทำให้คนที่ทำผิดได้เกิดสำนึกแล้วกลับตัว เพื่อก้าวร่วมกันต่อไป ดังนั้น การคิดสร้างสรรค์ การปรับจิตสำนึก การให้ความเป็นธรรม การเคารพหลักสิทธิมนุษยชน และการใช้อารยวิธี จึงเป็นสิ่งที่ขบวนปฏิวัติต้องยึดถือด้วยความรับผิดชอบต่อชะตากรรมของบ้านเกิดเมืองนอนร่วมกันของประชาชนทุกคน
เก้า การลุกขึ้นประกาศจุดยืนไม่ยอมรับการปกครองอันมิชอบของเครือข่ายเผด็จการทรราชย์โดยคนไทยทั่วประเทศในทุกจังหวัด คือวันดีเดย์ของการรุกฆาตต่อระบอบเผด็จการ และวันนั้น จะถูกกำหนดด้วยความพร้อมของทั้งขบวนในข้อห้า และภาววิสัยที่เอื้อให้เกิดความสำเร็จที่ยั่งยืนบนความเสียหายที่น้อยที่สุด
สิบ ชัยชนะที่แท้จริงที่เกิดขึ้นได้ทุกวัน คือการเปลี่ยนให้ประชาชนเป็นผู้รู้และเข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้าง แล้วยกตนขึ้นเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ด้วยวิถีปฏิวัติในแต่ละวันที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อประชาชนคือผู้ที่ทำตัวสอดคล้องกับหลักการการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนได้จนเป็นนิสัยประจำชาติแล้ว ความสำเร็จที่ยั่งยืนจึงจะได้รับการประกันในที่สุด
ลิ้งค์สำหรับดาวน์โหลดเพื่อเผยแพร่ pdf: http://tinyurl.com/jpsbcvn
ดร. เพียงดิน รักไทย 25 กุมภาพันธ์ 2559 (สรุปและพัฒนาจากความคิดเดิม เมื่อปี 2554)
หัวใจสำคัญ ของทฤษฎีปฏิวัติปวงชน มดแดงล้มช้าง

หนึ่ง การพัฒนาศักยภาพประชาชน คือหัวใจสำคัญที่สุดของกระบวนการปฏิวัติ (ปัจจัยสู่ชัยชนะ) และผลของการปฏิวัติ (ชัยชนะ) ที่ยั่งยืน โดยปัจจัยที่เอื้อให้การพัฒนาและการประสพชัยชนะได้อย่างแท้จริงและรวดเร็ว คือ ความไม่กลัว ความฉลาดเท่าทันเกมเผด็จการ และการใช้ความได้เปรียบทุกรูปแบบในการสร้างความเปลี่ยนแปลง
สอง ต้องเน้นการใช้จุดแข็งสู้จุดอ่อนของเผด็จการ กล่าวคือ ต้องใช้ความได้เปรียบเช่น จำนวนอันมหาศาลของประชาชนผู้ถูกกดขี่ ความชอบธรรมของประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง หลักการประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก สันติวิธีที่จะทำให้อำนาจปืนและอำนาจเถื่อนเสื่อมสมรรถภาพ เครื่องมือสื่อสารทุกชนิดที่ช่วยเผยแพร่ความรู้ ความจริง ข่าวสาร และการประสานงาน ตลอดจนความได้เปรียบทางชัยภูมิ
สาม ต้องยืนบนหลักการสากล อันได้แก่ หลักประชาธิปไตยที่แท้จริงและสมบูรณ์ หลักสิทธิมนุษยชน สันติวิธี และความจริง คือสิ่งดีที่ปวงชนปฏิวัติต้องยึดถือและพัฒนาตัวเองให้สอดคล้อง ในขณะที่จะต้องต่อต้าน ขจัด หรือทำลายสิ่งที่ตรงข้ามในทุกมิติที่ทำได้ บนสติและความหยั่งรู้ว่า ปวงชนต้องทำตัวหรือยกระดับคุณภาพของตนให้สอดคล้องกับสิ่งที่เป็นเป้าหมายของการปฏิวัติด้วย (เทียบเคียงได้กับหัวใจของศาสนาพุทธ คือ ทำความดี ละเว้นความชั่ว และทำใจให้ปราศจากกิเลส)
สี่ ประชาชนจะต้องเข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้าง (ระบอบ) ที่ครอบงำ เอารัดเอาเปรียบ กดขี่ ข่มเหง และยัดเยียดความทุกข์ให้พวกเขาในทุกมิติ คือ การเมืองการปกครอง การทหาร เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การศึกษา ศาสนา สาธารณสุข และการต่างประเทศ โดยต้องเข้าใจว่า ตัวบุคคล โครงสร้างองค์กรหรือสถาบันต่าง ๆ กลไกและเครื่องมือต่าง ๆ ความเชื่อและวิถีปฏิบัติที่ครอบงำ (วัฒนธรรม) และจิตสำนึกที่ถูกสร้างขึ้นโดยชนชั้นที่ได้เปรียบหรือเอาเปรียบ และจะต้องช่วยกันยกระดับคนรอบข้าง ให้เป็นผู้รู้และเข้าใจอย่างเท่าทันต่อการกดขี่และเอารัดเอาเปรียบเชิงโครงสร้างเหล่านั้น เพื่อเป็นฐานสำหรับการเคลื่อนไหวต่อสู้ในทุกมิติ
ห้า ความสำเร็จของการปฏิวัติประชาชนในยุคปัจจุบัน ต้องอยู่บนความพร้อมของปัจจัยด้านต่าง ๆ ที่สานสอดกัน คือ มวลชนที่พร้อมทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ อุดมการณ์ร่วมและแนวทางที่เป็นเอกภาพ ขบวนนำที่มีความชอบธรรมและจริงจังต่อระบอบประชาธิปไตย กองทัพที่ต้องรับใช้ประชาชน และมหามิตรประเทศที่พร้อมช่วยเหลืออย่างจริงจัง
หก เป้าหมายของการปฏิวัติ เป็นไปตามยุทธศาสตร์รับ ยัน รุก และรุกฆาต ในแต่ละมิติตามภาววิสัยที่เป็นจริง แต่จะต้องมุ่งให้ประชาชนตาสว่างทั้งแผ่นดิน ต่อต้านขัดขืนสิ่งชั่วร้ายในทุกมิติ แล้วไม่ยอมรับให้ผู้ปกครองเถื่อนปกครองอีกต่อไป และเมื่อความพร้อมมาถึง ประชาชนจะยึดอำนาจคืนมา เพื่อจัดการสร้างชาติใหม่บนหลักการในข้อ สาม ข้างต้น (ล้มช้าง สร้างชาติ)
เจ็ด การปฏิวัติประชาชนมดแดงล้มช้าง ต้องยึดหลักการใช้พลังธรรมอันมหาศาลขับไล่อธรรม หรือเอาน้ำดีมหาศาลไล่น้ำเสีย เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียอย่างควบคุมไม่ได้และยืดเยื้อเกินไป เช่นการสังหารประชาชนมือเปล่าอย่างโหดร้าย หรือสงครามกลางเมือง หรือการแทรกแซงของต่างประเทศ บนความเสียหายของชาติอันใหญ่หลวง
แปด การปฏิวัติประชาชนมดแดงล้มช้าง ถือเป็นการแก้ปัญหาในบ้านของคนไทยทุกคน ที่เป็นพี่น้องร่วมชาติ ไม่ใช่ศัตรูต่างด้าวที่ต้องเข่นฆ่ากันให้อาสัญ ดังนั้น เป้าหมายจึงอยู่ที่การสร้างสภาวะที่ทำให้คนที่ทำผิดได้เกิดสำนึกแล้วกลับตัว เพื่อก้าวร่วมกันต่อไป ดังนั้น การคิดสร้างสรรค์ การปรับจิตสำนึก การให้ความเป็นธรรม การเคารพหลักสิทธิมนุษยชน และการใช้อารยวิธี จึงเป็นสิ่งที่ขบวนปฏิวัติต้องยึดถือด้วยความรับผิดชอบต่อชะตากรรมของบ้านเกิดเมืองนอนร่วมกันของประชาชนทุกคน
เก้า การลุกขึ้นประกาศจุดยืนไม่ยอมรับการปกครองอันมิชอบของเครือข่ายเผด็จการทรราชย์โดยคนไทยทั่วประเทศในทุกจังหวัด คือวันดีเดย์ของการรุกฆาตต่อระบอบเผด็จการ และวันนั้น จะถูกกำหนดด้วยความพร้อมของทั้งขบวนในข้อห้า และภาววิสัยที่เอื้อให้เกิดความสำเร็จที่ยั่งยืนบนความเสียหายที่น้อยที่สุด
สิบ ชัยชนะที่แท้จริงที่เกิดขึ้นได้ทุกวัน คือการเปลี่ยนให้ประชาชนเป็นผู้รู้และเข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้าง แล้วยกตนขึ้นเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ด้วยวิถีปฏิวัติในแต่ละวันที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อประชาชนคือผู้ที่ทำตัวสอดคล้องกับหลักการการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนได้จนเป็นนิสัยประจำชาติแล้ว ความสำเร็จที่ยั่งยืนจึงจะได้รับการประกันในที่สุด
ลิ้งค์สำหรับดาวน์โหลดเพื่อเผยแพร่ pdf: http://tinyurl.com/jpsbcvn
ดร. เพียงดิน รักไทย 25 กุมภาพันธ์ 2559 (สรุปและพัฒนาจากความคิดเดิม เมื่อปี 2554)
สิ่งควรรู้ว่าด้วย ทะเลจีนใต้ ------- /
ทะเลจีนใต้ ------- ///////// ก)เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก มีขนาดใกล้เคียงกับทะเลเมดิเตอเรเนียน ข)ความยาวตั้งแต่เกาะไต้หวันถึงเกาะสุมาตรา ๑๘๐๐ ไมล์ทะเล ความลึกของน้ำทะเลสูงสุด ๕๕๑๔ เมตร ค)ประเทศตามชายฝั่งทะเลจีนใต้ ประกอบด้วย จีน ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย บรูไน อินโดนิเซีย สิงคโปร์ ไทย กัมพูชา และเวียดนาม โดยจีนมีแนวคิดว่า ทะเลจีนใต้เป็นอาณาจักรทางทะเลของตน ซึ่งทำให้จีนต้องการที่จะขยายอาณาจักรไปทั่วทะเลจีนใต้ ง)ทะเลจีนใต้จะมี เกาะ แก่ง แนวปะการัง หินโสโครก สันทรายใต้น้ำและโขดหินกระจายอยู่หลายเกาะ ตามบริเวณพื้นที่ในทะเล แบ่งออกเป็น หมู่เกาะพาราเซล หมู่เกาะสแปรตลี หมู่เกาะปราตัส และหมู่เกาะแมคเคิลฟิลด์แบงค์ จ)ปัญหาการอ้างสิทธิเป็นเจ้าของหมู่เกาะสแปรตลี มีการอ้างซ้ำซ้อนกันอยู่ นั้น ประกอบด้วยประเทศ จีน ไต้หวัน เวียดนาม บรูไน ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ง)ในเดือนกุมภาพันธุ์ ๒๕๓๖ จีนได้ผ่านกฎหมายฉบับหนึ่ง ระบุให้หมู่เกาะสแปรตลีเป็นเขตอธิปไตยของตน มีสิทธิที่จะขับไล่ผู้บุกรุกได้ทันที จ)จีนยังได้ลงนามในข้อตกลงตามช่วงเวลาดังกล่าวกับบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งของสหรัฐ เพื่อสำรวจขุดเจาะน้ำมันในบริเวณหมู่เกาะสแปรตลี ฉ)นับตั้งแต่นั้นมา จีนใช้อำนาจกำลังรบทางเรือเข้ารุกคืบคลานคืบหน้าไปทีละเกาะ เริ่มจากสร้างอาคารพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกบนเกาะ mischief reef เดิมที่มีอยู่แล้ว ขยายไปเรื่อยๆจนเข้ายึดหมู่เกาะสแปรตลี ทั้งหมดในที่สุดจน ณ ขณะนี้ จนจีนสามารถควบคุมจุดยุทธศาสตร์ที่สำคญที่สุด และมีศักยภาพทางเศรษฐกิจมากที่สุดเอาไว้ด้วย
๑)ทะเลจีนใต้ เป็นทางคมนาคมทางทะเลที่สำคัญสายหนึ่งของโลก โดยเชื่อมระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก คือเชื่อมภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชียใต้ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้กับเอเซียตะวันออกเฉียงเหนือ ๒)เส้นทางคมนาคมในทะเลจีนใต้ที่สำคัญคือ เส้น NE/SW ที่ผ่านด้านตะวันตกของหมู่เกาะสแปรตลี ที่มีระหว่างห่างประมาณ ๑๕๐ ไมล์ อีกเส้นหนึ่งที่ผ่านด้านตะวันออกของหมู่เกาะสแปรตลี การขนส่งสินค้าทางทะเลทั่วทั้งโลกนี้ ประมาณ ๙๕ % เป็นการขนส่งทางทะเลในทะเลจีนใต้ถึงราวๆ ๕๑ % ทั่วทั้งโลก ๓)การเดินทางทางทะเลหรือการขนส่งทางทะเลที่ผ่านเข้าออกด้านทะเลจีนใต้ในทางด้านเหนือนั้น คือเส้นทางทางทะเลที่ผ่านระหว่างไต้หวันกับฟิลิปปินส์ โดยมีเส้นทางการเดินทางหรือการขนส่งสินค้าทางทะเลด้านใต้นั้น จะมีเส้นทางทางทะเลที่ผ่านช่องแคบที่สำคัญ ๓ ช่องทาง คือ --๓/๑)ช่องแคบมะละกา ///// เป็นช่องทางหลักระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับทะเลจีนใต้ ยาวประมาณ ๖๐๐ ไมล์ทะเล กว้าง(ทางด้านตะวันตก)ประมาณ ๓๐๐ ไมล์ทะเล แล้วค่อยๆแคบลงมากขึ้นเมื่อผ่านเข้าไปยัง PHILLIP CHANNEL และช่องแคบสิงคโปร์ จนเหลือความกว้างน้อยที่สุดเพียง ๓ ไมล์ทะเล แต่มีช่องทางเดินเรือเพียง ๑.๕ ไมล์ทะเล ซึ่งช่องแคบมะละกานี้มีความยาว ๗๕ ไมล์ทะเล และความลึกของน้ำทะเลนี้โดยเฉลี่ยค่อนข้างตื้น บางแห่งลึกเพียง ๗๒ ฟุต ซึ่งองค์การสหประชาชาติถึงกับกำหนดไม่ให้เรือที่กินน้ำลึกเกิน ๖๕ ฟุต(หรือประมาณ ๒๐ เมตร) ผ่านช่องแคบมะละกา เส้นทางทางทะเลนี้จะไปผ่านเส้นทางทะเลด้านฝั่งตะวันตกของเกาะบอร์เนียวแล้วขึ้นเหนือไปหมู่เกาะสแปรตลี ***(หมายเหตุตรงนี้ การขุดคลองกระ ต้องขุดบนบกอย่างน้อย ๕ ไมล์ทะเล เพราะจะเหลือช่องทางลงครึ่งหนึ่ง โดยจะต้องให้เรือสวนทางกันได้อย่างปลอดภัย และสองผั่งคลองก็เป็นที่พักเรือจอดเรือ ปัญหาคือเรื่องความลึก หากต้องการความลึกเท่าหรือใกล้เคียงกับร่องน้ำช่องแคบสิงคโปร์ ต้องวิเคราะห์เปรียบเทียบกันอย่างละเอียดว่าประเทศไทยจะได้ผลประโยชน์มากน้อยเพียงไร หรือต้องการให้มีความลึกในระดับที่เรือขนาดใหญ่ที่กินน้ำลึกมากมาผ่าน สมมติว่าประมาณ ๑๐๐ เมตรหรือ ๓๐๐ ฟุตขึ้นไป จะต้องมีการขุดลอกลงไปที่พื้นดินในอ่าวไทยไปอีก(อ่าวไทยมีความลึกอยู่ที่ประมาณ ๑๐-๕๐ เมตร หรือ ๓๐-๑๕๐ฟุต ปัญหาอีกอย่างคือ หากเรือจอดแวะที่ท่าเรืองคลองกระไทย ยังคงได้รับประโยชน์ แต่ถ้าแล่นผ่านไปเฉยๆ ประเทศไทยจะได้เพียงค่าผ่านทางเล็กน้อย ไม่ได้ประโยชน์อะไรมากนัก และปัญหาที่น่าคิดคือคลองกระจะเป็นสถานที่มาของแขกที่ไม่ได้รับเชิญคือกองกำลังทางเรือนานาชาติจะมีท่าทีและแสดงออกอย่างไร)*** --๓/๒)ช่องแคบซุนดา ////// ยาวประมาณ ๕๐ ไมล์ทะเล มีกระแสน้ำแรง และมีความลึกของน้ำไม่มากนัก สามารถร่นระยะทางได้เพียง ๑๕๐ ไมล์ทะเล(เมื่อเปรียบเทียบกับเส้นทางที่ผ่านช่องแคบลอมบ็อค) ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของช่องแคบซุนดา(ระหว่างเกาะสุมตรากับเกาะชวา) มีความกว้าง ๑๕ ไมล์ทะเล มีเกาะแก่งจำนวนมาก และค่อนข้างอันตราย เรือสินค้าขนส่งทางทะเลจะใช้ช่องแคบซุนดาน้อยมาก โดยเฉพาะเรือขนาดใหญ่ที่มีขนาด ๑๐๐๐๐๐ ตันขึ้นไป จะไม่ใช้เส้นทางช่องแคบนี้ การเดินเรือเส้นทางนี้ผ่านช่องแคบซุนดาไปผ่านเส้นทางทะเลด้านฝั่งตะวันตกของเกาะบอร์เนียวแล้วขึ้นไปทางเหนือไปยังหมู่เกาะสแปรตลี --๓/๓)ช่องแคบลอมบ็อค ///// อยู่ระหว่างเกาะบาหลี(ด้านตะวันตก)กับเกาะลอมบ็อค(ด้านตะวันออก) เป็นช่องแคบที่มีขนาดความกว้างต่ำสุดประมาณ ๑๑.๕ ไมล์ทะเล และมีความลึกกว่า ๑๕๐ เมตร ซึ่งใช้เป็นเส้นทางเดินเรือทางทะเลสำรองที่สำคัญ จากช่องแคบลอมบ็อคขึ้นไปทางเหนือผ่านช่องแคบมากัสซ่าร์ อยู่ระหว่างเกาะบอร์เนียว(ด้านตะวันตกของเส้นทางเดินเรือ)กับซาราวาสี(ด้านตะวันออกของเส้นทางเดินเรือ) ขึ้นไปทางเหนือออกได้ ๒ เส้นทาง คือ เส้นทางทะเลตะวันออกของฝั่งประเทศบรูไนแล้วออกไปที่หมู่เกาะสแปรตลี อีกเส้นทางแยกออกไปทางใต้ของหมู่เกาะตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ออกทะเลฟิลิปปินส์
(๒)บริเวณตอนเหนือของหมู่เกาะนาตูนา เป็นปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับอาณาเขตไหล่ทวีป ระหว่างเวียดนามกับอินโดนิเซีย มีสาเหตุมาจากการกำหนดเส้นฐานของเวียดนามเหลี่ยมทับซ้อนกับแนวเขตแดนทางทะเลของอินโดนิเซีย ทำให้มีพื้นที่ที่เป็นปัญหาประมาณ ๑๑๗๓๗ ตารางไมล์ทะเล ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณแอ่งน้ำมันขนาดใหญ่ ๒ แห่ง และอยู่ใกล้กับแหล่งก๊าซธรรมชาติใหญ่ของอินโดนิเซีย เวียดนามและอินโดนิเซียได้เคยเจรจากันเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๔ แต่ต้องชะงักไปเมื่อเวียดนามได้รวมประเทศใน ปี พ.ศ.๒๕๑๘ ต่อมาภายหลังได้มีการปรับปรุงความสัมพันธ์ในขั้นปกติขึ้นมาใหม่ระหว่างเวียดนามกับอินโดนิเซีย และได้มีการเจรจากันอีกครั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นต้นมา แต่ปัญหานี้ก็กลับมีท่าทีจะยุ่งยากขึ้นมาอีก เนื่องจากอาณาบริเวณพื้นที่ในทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนได้อ้างกรรมสิทธิ์ภายใต้เส้น U --- SHAPE LINE นั้น โดยจีนได้รวมส่วนหนึ่งของแหล่งก๊าซธรรมชาติของอินโดนิเซียที่บริเวณหมู่เกาะนาตูนาด้วย ----- (๓)บริเวณตะวันออกของอ่าวไทย เป็นปัญหาเขตแดนทางทะเลระหว่างไทย กับกัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งบริเวณตะวันออกของอ่าวไทยมีพื้นที่ขัดแย้งประมาณ ๒๔๒๒๑ ตารางไมล์ทะเล แยกเป็นพื้นที่เหลี่ยมทับซ้อนระหว่างกัมพูชากับเวียดนามประมาณ ๑๔๕๘๐ ตารางไมล์ทะเล พื้นที่เหลี่ยมทับซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชาประมาณ ๕๗๙๘ ตารางไมล์ทะเล และพื้นที่เหลี่ยมทับซ้อนระหว่างไทยกับเวียดนามประมาณ ๑๗๗๑ ตารางไมล์ทะเล เหตุแห่งปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เนื่องมาจากคือไทย กัมพูชา และเวียดนาม ต่างฝ่ายต่างก็กำหนดอาณาเขตทางทะเลของตนเองโดยลำพัง ไม่ได้มีการเจรจากันมาก่อน ---- ไทยกับเวียดนามได้มีการเจรจากันอย่างเป็นทางการต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายเวียดนามเห็นพ้องกันว่าควรจะเน้นการแบ่งเขตระหว่างกัน บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ(ว่าด้วยเรื่องทะเล) ก่อนที่จะมีการเจรจาเรื่องการพัฒนาร่วม --- ไทยกับกัมพูชาได้เริ่มมีการเจรจากันตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งไม่มีความคืบหน้าใดๆ เพราะทางกัมพูชาต้องการจะจัดทำเป็นพื้นที่พํฒนาร่วมในเขตไหล่ทวีปที่อ้างการทับซ้อนกันโดยไม่ยอมปฏิบัติตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่ให้พิจารณาแบ่งเขตทางทะเลก่อน จึงทำให้การเจรจาไม่บรรลุผล ***((การเจรจาที่เป็นไปได้และมีแนวโน้มในผลสัมฤทธิ์คือ ในสมัยนายกฯทักษิณ ที่สามารถเจรจาและสามารถตกลงกันได้ในหลักการกันได้ แต่หลังรัฐประหารของสนธิบัง ก็กลับไปยังที่เดิม เรื่องนี้มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาเล่าให้ฟังว่า เมื่อมีการนำปัญหานี้เข้าไปเสนอนายกฯทักษิณในตอนแรกๆนั้น นายกฯทักษิณไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไรเพราะว่าไม่มีความรู้เรื่องกฎหมายทะเลมาก่อน แต่บังเอิญเป็นโชคของนายกทักษิณที่ช่วงนั้นมีผู้ที่จบด้านนี้มาโดยตรงและทำงานอยู่กับในทีมการเมืองของท่าน จึงได้ดำเนินการจัดทำเอกสารสรุปให้ท่านอ่านและก็บรรยายสรุปให้ท่านฟัง นายกฯทักษิณไปนั่งทำความเข้าใจด้วยอาการมึนนานอยู่หลายวัน จนถึงบางอ้อ เลยทำให้รู้ว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน เหตุผลที่ดำเนินการเจรจาแล้วสำเร็จ เพราะ หนึ่ง ท่านศึกษาจนรู้ว่าปัญหามันคืออะไร และอยู่ตรงไหน สอง ท่านไม่มีความรู้เรื่องดังกล่าวนี้ซึ่งท่านก็ยอมรับ แต่ท่านว่างเมื่อไหร่ท่านก็มานั่งทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ สาม ท่านรู้จักหาและใช้คนที่มีความรู้ในด้านนั้นๆ ไม่อวดตัวว่ารู้ เพราะท่านเคยกล่าวเสมอว่ามันเป็นเรื่องอันตรายในการแก้ปัญหาหากเราไม่รู้จริง ))***
>กรีนแลนด์ในสมการความมั่นคงโลก (2026): มุมมองเชิงวิชาการจากฝ่ายอเมริกันเพื่อ “ป้องกันสงครามใหญ่”
กรีนแลนด์ในสมการความมั่นคงโลก (2026): มุมมองเชิงวิชาการจากฝ่ายอเมริกันเพื่อ “ป้องกันสงครามใหญ่” กรีนแลนด์ในสมการความมั่น...
-
โดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2017–2021 และดำเนินนโยบายที่มุ่งเน้นให้ “อเมริกามาก่อน” (America Fir...
-
ความเชื่อที่ว่าชาวยิวครองโลกหรือมีตระกูลยิวบงการเหตุการณ์สำคัญในโลก โดยมีศูนย์กลางที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ เป็นแนวคิดที่มาจากทฤษฎีสมคบคิด (c...
-
ลองนึกภาพกัมพูชาและประเทศไทยเป็นสองบ้านที่อยู่ติดกันบนถนนสายเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บ้านทั้งสองมีประวัติศาสตร์ยาวนานเหมือนพี่น้องที่ทะ...




