ทำไมต้องกำจัดพระ ธรรมชโย? จาก***ลุงลี สีบ่จ่าง***

ทำไมต้องกำจัดพระ ธรรมชโย?     จาก***ลุงลี สีบ่จ่าง***



อาการแผงอิทธิฤทธิ์ของชนชั้นพระพรม ในศาสนาพรามห์ ใครคือพระพรมที่นับถือพรามห์ มาตั้งแต่ ปรงพระชนม์ พระเจ้าตากแล้ว ถ้าพวกมันเป็นพุทธ จริง... อย่าว่าแต่ฆ่าพระเรย..แม่แต่มดตัวเล็กๆเขาก้อไม่ฆ่ากัน


แต่คนที่นับถือพรามห์ มันทำบาปได้ทุกชนิด...เพราะในพรามห์มันมีบทบรรหยัดไว้ว่า....ให้แก้โดยไหว้สังเวยราหู ของที่ใช้เซ่นไหว้คืออาหารหวานคาวที่มีสีดำ 9 ชนิดมาเซ่นไหว้ ดังที่เราเคยได้ชมกันในงานราดพิธี


นั้นเป็นการล้างบาปของพวกนับถือพรามห์...มันเรยสั่งฆ่าทุกคนที่มาขัดผลประโยชน์ขอองมัน


แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังแยกไม่ออกว่าอันไหนพุทธและอันไหนพรามห์..ยิ่งผู้ที่ถือพรามห์นั้นมียศถาบรรดาศักดิ์อันสูงส่ง เรยทำให้คนไทยยิ่งเชื่ออย่างโงหัวไม่ขึ้น...จนถึงกับงมงาย มักจะเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้...


แม้แต่ในคนที่ยึดสีเสื้อเป็นสัญญาลักษ์อย่างพวกเรา..อีกจำนวนไม่น้อย ก้อยังแยกไม่ออก...


พระธรรมชโย ซึ่งเป็นพระในสายเดิมๆที่เรายึดถือมาตั้งแต่ศาสนาพุทธได้เผยแผ่เข้ามาถึงสยาม ปท....คนที่นับถือพุทธ ก้อคือปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า...ก้ออยู่กันอย่างสบายดี


จนมาถึงยุคหนึ่งพวกผีเปรต มันได้แบ่งแยกศาสนาเป็นสองนิกายเพื่อผลประโยชน์ของพวกมัน จนบัดนี้


การออกหมายจับพระที่เคร่งศาสนา ไม่ใช่เพิ่งมีในยุคนี้เท่านั้น....แต่มีมานานแล้ว เท่าที่ลุงลีจำได้ก้อคือ...ท่านพุทธทาสและพระอีกหลายองค์..โดยยัดเยียดข้อหาว่า
ฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิตส์ ได้ถูกพวกพรามห์กำจัดมาแล้วทั้งสิ้น


ฉะนั้นการที่จะกำจัดท่านธรรมชโยนั้นก้อไม่เกินความสามารถของพวกมัน แต่.. ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป เรยทำให้พุทธสานิกชนทั้งหลาย ไม่พอใจ..จากการกล่าวหาในสิ่งที่ไม่เป็นจริงอยู่ในขณะนี้


ถัาพวกพรามห์มันทำสำเร็จ งานนี้ก้อเท่ากับ ยิงปีนนัดเดียวได้
นกถึง สองตัวสามตัว..


คือหนึ่ง..ได้กำจัดมหานิกาย ซี่งเป็นแก่นแท้ของศาสนาพุทธอให้หมดไป

สอง ได้เงินที่ได้รับบริจาก จากผู้เลื่อมใสศรัทธา ชึ่งตามข่าวว่ามีอยู่ หลานหมื่นล้านบาท

และสามได้ที่ดินของวัดเปล่าโดยไม่ต้องซื้อหา...นี้คือความโลภโมโทสันดาน ของเหล่าพวนับถือพรามห์ชั้นสูงของไทย


นี้คือปมปัญหาหนึ่ง ที่ฝ่ายปฏิกริยาขวาจัดได้สร้างขึ้นในยุคเปลี่ยนผ่าน


ที่อาจจะเป็นชนวนเหตุที่ทำให้เกิดการนองเลือดเกิดขึ้นก้อได้ ตามทีฝ่ายมันตั้งใจให้เกิด....เพื่อกำจัดเสี่ยนหหนาม ของมันให้อยู่หมัด


เพราะมันเชื่อตามโหรราศาสตร์. แต่มันลืมนึกไปว่า นีมันยุไหนแล้ว


ฉะนั้นความวิบัติฉิบ หายกำลังมาเยือนมันในไม่ช้านี้แล้ว



    จาก***ลุงลี สีบ่จ่าง***

                  24/5/59

ทำไมต้องกำจัดพระ ธรรมชโย? จาก***ลุงลี สีบ่จ่าง***

ทำไมต้องกำจัดพระ ธรรมชโย?     จาก***ลุงลี สีบ่จ่าง***



อาการแผงอิทธิฤทธิ์ของชนชั้นพระพรม ในศาสนาพรามห์ ใครคือพระพรมที่นับถือพรามห์ มาตั้งแต่ ปรงพระชนม์ พระเจ้าตากแล้ว ถ้าพวกมันเป็นพุทธ จริง... อย่าว่าแต่ฆ่าพระเรย..แม่แต่มดตัวเล็กๆเขาก้อไม่ฆ่ากัน


แต่คนที่นับถือพรามห์ มันทำบาปได้ทุกชนิด...เพราะในพรามห์มันมีบทบรรหยัดไว้ว่า....ให้แก้โดยไหว้สังเวยราหู ของที่ใช้เซ่นไหว้คืออาหารหวานคาวที่มีสีดำ 9 ชนิดมาเซ่นไหว้ ดังที่เราเคยได้ชมกันในงานราดพิธี


นั้นเป็นการล้างบาปของพวกนับถือพรามห์...มันเรยสั่งฆ่าทุกคนที่มาขัดผลประโยชน์ขอองมัน


แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังแยกไม่ออกว่าอันไหนพุทธและอันไหนพรามห์..ยิ่งผู้ที่ถือพรามห์นั้นมียศถาบรรดาศักดิ์อันสูงส่ง เรยทำให้คนไทยยิ่งเชื่ออย่างโงหัวไม่ขึ้น...จนถึงกับงมงาย มักจะเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้...


แม้แต่ในคนที่ยึดสีเสื้อเป็นสัญญาลักษ์อย่างพวกเรา..อีกจำนวนไม่น้อย ก้อยังแยกไม่ออก...


พระธรรมชโย ซึ่งเป็นพระในสายเดิมๆที่เรายึดถือมาตั้งแต่ศาสนาพุทธได้เผยแผ่เข้ามาถึงสยาม ปท....คนที่นับถือพุทธ ก้อคือปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า...ก้ออยู่กันอย่างสบายดี


จนมาถึงยุคหนึ่งพวกผีเปรต มันได้แบ่งแยกศาสนาเป็นสองนิกายเพื่อผลประโยชน์ของพวกมัน จนบัดนี้


การออกหมายจับพระที่เคร่งศาสนา ไม่ใช่เพิ่งมีในยุคนี้เท่านั้น....แต่มีมานานแล้ว เท่าที่ลุงลีจำได้ก้อคือ...ท่านพุทธทาสและพระอีกหลายองค์..โดยยัดเยียดข้อหาว่า
ฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิตส์ ได้ถูกพวกพรามห์กำจัดมาแล้วทั้งสิ้น


ฉะนั้นการที่จะกำจัดท่านธรรมชโยนั้นก้อไม่เกินความสามารถของพวกมัน แต่.. ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป เรยทำให้พุทธสานิกชนทั้งหลาย ไม่พอใจ..จากการกล่าวหาในสิ่งที่ไม่เป็นจริงอยู่ในขณะนี้


ถัาพวกพรามห์มันทำสำเร็จ งานนี้ก้อเท่ากับ ยิงปีนนัดเดียวได้
นกถึง สองตัวสามตัว..


คือหนึ่ง..ได้กำจัดมหานิกาย ซี่งเป็นแก่นแท้ของศาสนาพุทธอให้หมดไป

สอง ได้เงินที่ได้รับบริจาก จากผู้เลื่อมใสศรัทธา ชึ่งตามข่าวว่ามีอยู่ หลานหมื่นล้านบาท

และสามได้ที่ดินของวัดเปล่าโดยไม่ต้องซื้อหา...นี้คือความโลภโมโทสันดาน ของเหล่าพวนับถือพรามห์ชั้นสูงของไทย


นี้คือปมปัญหาหนึ่ง ที่ฝ่ายปฏิกริยาขวาจัดได้สร้างขึ้นในยุคเปลี่ยนผ่าน


ที่อาจจะเป็นชนวนเหตุที่ทำให้เกิดการนองเลือดเกิดขึ้นก้อได้ ตามทีฝ่ายมันตั้งใจให้เกิด....เพื่อกำจัดเสี่ยนหหนาม ของมันให้อยู่หมัด


เพราะมันเชื่อตามโหรราศาสตร์. แต่มันลืมนึกไปว่า นีมันยุไหนแล้ว


ฉะนั้นความวิบัติฉิบ หายกำลังมาเยือนมันในไม่ช้านี้แล้ว



    จาก***ลุงลี สีบ่จ่าง***

                  24/5/59

สดุดี คุณยายสมบุญ เรืองศรี และ ประชาชนควรตัด ดร ทักษิณ และนักการเมืองออกจากองค์การ ??

สดุดี คุณยายสมบุญ เรืองศรี และ ประชาชนควรตัด ดร ทักษิณ และนักการเมืองออกจากองค์การ ??

https://youtu.be/SzrY6h4Tn68

https://youtu.be/qI5BHTK8CzI

 

****************************



หากท่านคิดดี หวังดี และมั่นใจในความดีของท่าน ขอให้ปาวารณาตัว ร่วมเป็นมดแดงล้มช้าง ได้ที่

 

http://tinyurl.com/o2rzao8

หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt

 

หากลิ้งค์ข้างบนถูกบล็อก ให้ส่งรายละเอียดไปที่ 4everche@gmail.com โดยระบุ 1. ชื่อ (จัดตั้งหรือชื่อกลุ่ม)  2. จำนวนสมาชิกในเครือข่าย 3. จังหวัดและอำเภอ  4. อีเมล์  5. ไลน์หรือเบอร์โทรศัพท์  6. อาชีพของท่านหรือสมาชิก

สดุดี คุณยายสมบุญ เรืองศรี และ ประชาชนควรตัด ดร ทักษิณ และนักการเมืองออกจากองค์การ ??

สดุดี คุณยายสมบุญ เรืองศรี และ ประชาชนควรตัด ดร ทักษิณ และนักการเมืองออกจากองค์การ ??

https://youtu.be/SzrY6h4Tn68

https://youtu.be/qI5BHTK8CzI

 

****************************



หากท่านคิดดี หวังดี และมั่นใจในความดีของท่าน ขอให้ปาวารณาตัว ร่วมเป็นมดแดงล้มช้าง ได้ที่

 

http://tinyurl.com/o2rzao8

หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt

 

หากลิ้งค์ข้างบนถูกบล็อก ให้ส่งรายละเอียดไปที่ 4everche@gmail.com โดยระบุ 1. ชื่อ (จัดตั้งหรือชื่อกลุ่ม)  2. จำนวนสมาชิกในเครือข่าย 3. จังหวัดและอำเภอ  4. อีเมล์  5. ไลน์หรือเบอร์โทรศัพท์  6. อาชีพของท่านหรือสมาชิก

กรณีหลวงพ่อธัมมชโย ในวันนี้ มีสิ่งผิดปกติ เกิดขึ้นพร้อมกันในวันเดียว ถึง 3 กรณี (CR.Thai Monks)

ในวันนี้ มีสิ่งผิดปกติ เกิดขึ้นพร้อมกันในวันเดียว 
ถึง 3 กรณี
-------------

1.) พุทธอิสระ ออกมา  ขู่ยึด อายัด ทรัพย์ (อยากบ้าก็บ้าไป)

2.) สำนักข่าวทีนิวส์ โจมตี ภาพวงจรปิด
ประกอบการแถลงข่าวเปิดเผยอาการอาพาธของเจ้าคุณธัมมชโย

3.) ดีเอสไอ ให้สัมภาษณ์ ปฏิเสธการไปที่วัด 
เพื่อพบเจ้าคุณธัมมชโย 
โดยเป็นการให้สัมภาษณ์ตัดหน้า ก่อนที่
กลุ่มทนายวัดพระธรรมกาย
จะไปยื่นหนังสือ ให้กับประยุทธ์ 
เพื่อขอให้ท่านยุติคดี เพราะขัดหลักมนุษยธรรม
——————

เจาะลึก 3 กรณี ข้างต้น มีสาระสำคัญ ดังนี้ 

ข้อ 1.เรื่องพุทธอิสระ 

การที่พุทธอิสระออกมาเคลื่อนไหวนั้น
เป็นการข่มขู่ หรือ กำลังจะโจมตี ส่วนที่เป็นยุทธปัจจัย 
คือเงิน ซึ่งเป็นสิ่งแทนเสบียง ปัจจัย 4 ที่จำเป็นในการทำศึก 
พร้อมๆกับเป็นการรู้ทัน ว่า ดีเอสไอ เพลี่ยงพล้ำ

เพราะถ้า พุทธอิสระ จะออกไปขู่ยึดทรัพย์ 
ก็คงทำก่อนหน้านี้

แต่ทำไม ต้องรอให้วันแถลงอาการอาพาธ 
ผ่านไปก่อน 1 วัน แล้ววันรุ่งขึ้น ตัวเองก็ออกมา 
ยังกับรู้เป็นอย่างดีว่าต้องรอคิวให้
กระแสข่าวของฝั่งตรงข้าม 
ที่กำลังฉายอยู่ ผ่านไปก่อน
เพราะตัวเองไม่ค่อยมีสื่อให้ความสำคัญมากนัก 

สู้กระแสวัดพระธรรมกายไม่ได้ 
ตนจึงอยากติดกระแสโดยไม่มีใคร
มาแย่งซีน จึงต้องรอวันรุ่งขึ้น
-------------

ข้อ 2 เรื่อง ทีนิวส์  เต้าข่าวว่า 
ภาพวงจรปิดเผยอาการอาพาธเป็นการจัดฉาก

นี่เป็นการพยายาม ลดความน่าเชื่อถือเรื่องอาการอาพาธ 
ของเจ้าคุณธัมมชโย พร้อมกับ หวังทำลายศรัทธาประชาชน
ที่หย่อนวิจารณญาน แต่ก็ไร้ผล ถ้าประชาชนฉลาดรู้ทัน 
(เว้นแต่พวกโง่ เชื่อตาม ที่ทีนิวส์  หลอกเอา ) 
ทั้งนี้ การที่ประชาชนทั้งประเทศได้เห็น 
คุณ องอาจ ธรรมนิทา แถลงข่าวแล้ว 
ทางดีเอสไอ ก็คงได้รู้ฤทธิ์เดชการแถลงอันเฉียบคม 

ซึ่งประชาชนที่เป็นกลาง หรือพวกที่เคยด่า 
ได้ยินได้ฟังแล้ว ก็เริ่มเอนตัวกลับ อาจคล้อยตาม 
และละอายใจ ที่เคยคิดว่า อาการอาพาธ เป็นเรื่องไม่จริง 
แต่บัดนี้ คือความจริง เจ้าคุณธัมมชโย อาพาธ จริงๆ นี่หว่า 

อีตา ดีเอสไอ คุณหลอกดาว

ดีเอสไอ จึงเตรียมจะกลั่นแกล้ง โฆษกมือดี 
ด้วยการยัดคีดหมิ่นประมาทใส่ แต่อย่ากลัว 
ถ้ามันอยากทำ เท่ากับมันเพิ่มงานให้ตัวเองยุ่งเหยิง 
ขาดสมาธิจดจ่อ ยิ่งทำงานมาก 
งานก็จะยิ่งยาก แต่พลาดง่าย 
ดังนั้น บอกคุณองอาจ 
ให้ท้าทาย ไปสู้กันในศาลได้เลย 
-------------

ข้อ 3 ดีเอสไอไม่ไปพบเจ้าคุณธัมมชโย

ตรงนี้ ดีเอสไอ ทำตามอารมณ์ ไม่คำนึงถึงเหตุผล
คือ หยิ่งในศักดิ์ศรี ที่เคยโอ้อวด โม้เอาไว้ให้นายฟัง 
ว่า เชื่อมือผมเถอะ จะทำให้ดู ซึ่งนายคงเชื่อจริงๆ 
คิดว่า จะโค่นเขาได้ 

แต่บัดนี้ ยิ่งทำก็ยิ่งพลาด จึงชะล่าใจ 
คิดหนัก สับสน ทำอะไรไม่ถูก
กระทั่งออกมาให้ข่าว 
ไม่รับข้อเสนอการไปพบเจ้าคุณธัมมะ ถึงที่วัด

นี่เท่ากับพลาดอีก เพราะจะเป็นการ
ปิดช่องทางเจรจา ที่จะนำสันติมาสู่ชาวพุทธ  

โดยคิดแค่ว่า มิต้องการให้ฝ่ายตรงข้าม 
ได้คะแนนจากสังคม 
อันเนื่องด้วย อาการอาพาธ ที่เกิดอยู่จริง

กลัวแต่ว่า การเดินทางไปพบผู้ต้องหา 
จะเป็นการยอมรับว่า รุมกันออกหมายจับพระ 
ที่อาพาธ มันเสียแต้มอย่างยิ่ง

แถมโหมกระพือข่าว จนสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา 
ได้เสียหายไปมากแล้วด้วย

โดยเฉพาะ การออกหมายเรียก ทุกหมาย ที่ผ่านมา 
มันหมดความชอบธรรมลงทันที 
เมื่อดีเอสไอ โกหกสังคมไม่ได้อีกแล้ว

ถ้าการพบเจ้าคุณธัมมชโย ถึงที่วัด นั้น เกิดขึ้นจริง 
ดีเอสไอ ก็จะเป็นคนกลืนน้ำลายตัวเองที่บ้วนออกมาแล้ว
หลายอึก เพราะได้เคย โกหกสังคมไว้ ถึง 4 ข้อด้วยกัน คือ

1.โกหกสังคม และหลอกสื่อทุกสำนัก ว่า 
เจ้าคุณธัมมชโยไม่ได้ป่วย จึงออกหมายจับ ใช่หรือไม่

2.อาการอาพาธ คือพยานบุคคล 
ที่ชี้ชัดว่า ดีเอสไอ ให้การเท็จต่อศาล 
เพื่อขอศาลให้ออกหมายจับ 
โดยที่ศาลเชื่ออย่างสนิทใจว่าพระไม่อาพาธ ใช่หรือไม่

3.การบอกกับสังคมว่า ใบรับรองแพทย์ มีปัญหา 
มันคือการเฉไฉ ไหลลื่น ใช่หรือไม่

4.การกระทำทั้งหมด ย่อมเป็นทุจริตต่อหน้าที่ของตน 
ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ละเมิดสิทธิมนุษยชน 
ละเมิดสิทธิ์ผู้ป่วย และไม่เหมาะที่จะอยู่ภายใต้
สังกัดกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากดำเนินการทุกอย่าง 
โดยไร้ความยุติธรรมแล้ว ยังปฎิบัติขัดแย้ง
ต่อหลักสิทธิมนุษยชนสากล อีกด้วย ใช่หรือไม่
-------------

ในวันนี้ ทั้งพุทธอิสระ บิ้กต็อก และไพสิฐ ถึงกับลงทุนลงแรง
ออกมาพร้อมกันทีเดียวถึง 3 คน
ในขณะที่ เจ้าคุณธัมมชโย นอนพักผ่อน 
รักษาอาการอาพาธ อย่างสงบนิ่ง อยู่บนเตียง 
และ คนที่ออกมาต่อสู้ ก็เป็นเพียง ลูกศิษย์ ลูกหา ตาดำๆ 
-------------

แต่ต้องยอมรับว่า นี่ขนาดแค่ ลูกศิษย์ตัวเล็กๆ 
ไม่ใช่คนใหญ่คนโตในประเทศ
แต่ว่า สติปัญญา ระดับลูกศิษย์ ตัวเล็กๆ 
เหล่านี้ ไม่กี่คน ซึ่งการศึกษาก็
ไม่ได้สูงส่งมาจากไหน 
ที่แถลงข่าวผ่านสื่อ 
ไม่ได้เป็นเสนาธิการ ชำนาญศึก 
จากสมรภูมิแห่งใด  
-------------

ใครกันหนอ ที่จับเด็กๆพวกนี้ให้
ก้าวขึ้นสู่สังเวียนนักสู้ที่เยี่ยมยุทธ์ได้ขนาดนี้
นึกไป นึกมา ไม่มีใครฝึกให้ 

แต่ ดีเอสไอ ตัวดี นี่เอง ที่ลากพวกเขาออกมา
ทำให้พวกเขา เติบโตเป็นนักรบ ตาม สัญชาตญาณ
-------------

การที่ประชาชนทั้งหลาย ได้เห็นสาวรำวง ทั้งสามตัว 
ออกมาดิ้นเร่าๆ บนเวทีละครน้ำเน่า พร้อมๆ กันในวันเดียว 
เต้นโหยงเหยง ยึกยัก เหมือน หมาโดนน้ำร้อนลวกซะขนาดนี้
-------------

ยังนึกสงสัยจริงๆว่า มือดีที่สุด ของฝ่าย ดีเอสไอ นั้น 
มีน้ำยา แค่นี้จริงๆ หรือ 
-------------

เสียแรงที่เคยประเมิณพวกนี้ไว้สูงเกินไป น่าเบื่อตัวเอง จริงๆ
-------------

ขอเอาใจช่วยชาววัดพระธรรมกาย 
เป็นตัวแทนชาวพุทธทั่วโลก
ฝึกปรือ รับมือกับภัยคุกคามให้ชำนาญ 
แล้วเขียนตำราพิชัยสงครามต่อต้านภัยศาสนา 
เอาไว้ให้อนุชนรุ่นหลัง 
ได้ศึกษาเป็นประวัติศาสตร์โลกด้วยเถิด
---------------

(อย่าดัดแปลงข้อมูล )

---------------
ธรรมะคุ้มครองทุกท่าน
CR.Thai Monks
๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๙

เผด็จการ ไม่โกงเป็นไม่มี...​บทเรียนจากสฤษดิ์ ธนะรัตน์

น้ำตาจะไหล วาทะสฤษดิ์ เมื่อปี 2502

"ตัวข้าพเจ้าและเพื่อนร่วมงานแม้ที่เป็นชั้นผู้ใหญ่ในคณะปฏิวัติ
ก็ไม่มีใครสักคนเดียว ที่จะเปลี่ยนฐานะส่วนตัวขึ้นมาในทางร่ำรวย
เราทำงานกันด้วยความสุจริต"

พอ สฤษดิ์ ตายปี 2505 มีเงินเกือบ 3,000 ล้าน 
ในขณะที่ทองบาทละ 400 บาท

น้ำตาจะไหล วาทะสฤษดิ์ เมื่อปี 2502

"ตัวข้าพเจ้าและเพื่อนร่วมงานแม้ที่เป็นชั้นผู้ใหญ่ในคณะปฏิวัติ
ก็ไม่มีใครสักคนเดียว ที่จะเปลี่ยนฐานะส่วนตัวขึ้นมาในทางร่ำรวย
เราทำงานกันด้วยความสุจริต"

พอ สฤษดิ์ ตายปี 2505 มีเงินเกือบ 3,000 ล้าน 
ในขณะที่ทองบาทละ 400 บาท



===================


วันนี้ทองบาทละสองหมื่นกว่า   ก็ราวห้าสิบเท่าของวันโน้น  

เอา 50 X 3,000,000,000 

ก็มีไม่มากครับ (ฮา) วันนี้ก็ราว ๆ 150,000,000,000 บาทครับ 
หนึ่งแสนห้าหมื่นล้านบาทครับ 

โอว พระเจ้าจอร์จ

ขอบคุณคุณ Phompan ครับ 





เผด็จการ ไม่โกงเป็นไม่มี...​บทเรียนจากสฤษดิ์ ธนะรัตน์

น้ำตาจะไหล วาทะสฤษดิ์ เมื่อปี 2502

"ตัวข้าพเจ้าและเพื่อนร่วมงานแม้ที่เป็นชั้นผู้ใหญ่ในคณะปฏิวัติ
ก็ไม่มีใครสักคนเดียว ที่จะเปลี่ยนฐานะส่วนตัวขึ้นมาในทางร่ำรวย
เราทำงานกันด้วยความสุจริต"

พอ สฤษดิ์ ตายปี 2505 มีเงินเกือบ 3,000 ล้าน 
ในขณะที่ทองบาทละ 400 บาท

น้ำตาจะไหล วาทะสฤษดิ์ เมื่อปี 2502

"ตัวข้าพเจ้าและเพื่อนร่วมงานแม้ที่เป็นชั้นผู้ใหญ่ในคณะปฏิวัติ
ก็ไม่มีใครสักคนเดียว ที่จะเปลี่ยนฐานะส่วนตัวขึ้นมาในทางร่ำรวย
เราทำงานกันด้วยความสุจริต"

พอ สฤษดิ์ ตายปี 2505 มีเงินเกือบ 3,000 ล้าน 
ในขณะที่ทองบาทละ 400 บาท



===================


วันนี้ทองบาทละสองหมื่นกว่า   ก็ราวห้าสิบเท่าของวันโน้น  

เอา 50 X 3,000,000,000 

ก็มีไม่มากครับ (ฮา) วันนี้ก็ราว ๆ 150,000,000,000 บาทครับ 
หนึ่งแสนห้าหมื่นล้านบาทครับ 

โอว พระเจ้าจอร์จ

ขอบคุณคุณ Phompan ครับ 





กลุ่มสตรีศรีสยาม ที่บุกสถานฑูตสหรัฐ คือใคร?

เห็นสตรีศรีสยาม ไปยื่นหนังสือไล่ท่านเอกอัครราชฑูตสหรัฐประจำประเทศไทย เลยสงสัยว่ามาสายไหน ไปดูเพจ โอว... ได้รับงบสนับสนุนการดำเนินงานจากกรุงเทพมหานครซะด้วย....

ทำไมผมคิดอะไรไว้ไม่ค่อยผิดเลย สำหรับเครือข่ายเผด็จการไทย เรียกว่ามันหลงยุคกันเข้าเส้นเลยทีเดียว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง สตรีศรีสยาม บุกสถานฑูตอเมริกา ยื่นไล่เอกอัครราชฑูต

คสช.​ไม่ได้คืนความสุข แต่ได้ยัดเยียดความทุกข์ให้ปวงชนมาตลอด

"จากเด็กค่อนข้างร่าเริง ยายบอกว่า ทั้งสองสาวกลายเป็นคนเงียบๆ ซึมๆ ไปมากขึ้น นับแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่แม่ไม่ได้อยู่บ้านอีกต่อไป"
 
คำบอกเล่าของผู้เป็นยายถึงความรู้สึกหลานสาวหลังลูกสาวเธอ ศศิวิมล ผู้เป็น "แม่" ของเด็ก ต้องถูกคุมขังในความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ในโทษสูงถึง 28 ปี 
--------------
ตั้งแต่รัฐประหาร มา 24 เดือนมีผู้คนจำนวนมาก 'ไม่ได้รับความสุข' จากคสช. หนำซ้ำกลับได้รับผลกระทบจากการใช้อำนาจทหารเหนือกระบวนการยุติธรรม จำนวนมากถูกดำเนินคดี จำนวนมากถูกจำคุก และอีกหลายจำนวนต้องตัดสินใจลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ  อ่านรายงานเต็ม   http://goo.gl/mHUOZ3 >> เมื่อทหารไม่ได้คืนแต่ "ความสุข"

จากการบันทึกข้อมูลของไอลอว์ ในยุคคสช.มีอย่างน้อย 93 คนที่ต้องเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำ เพราะการแสดงความคิดเห็น และอย่างน้อย 303 คนผ่านการถูกคุมขังในค่ายทหาร ปัจจุบันบุคคลที่ยังถูกคุมขังอยู่เพราะการแสดงออกอย่างสงบมีอย่างน้อย 44 คน ซึ่งเป็นการคุมขังตามคำพิพากษา 26 คน และเป็นการคุมขังระหว่างการพิจารณาคดี 18 คน
สำหรับจำนวนคนถูกประกาศเรียกรายงานตัวตามคำสั่งคสช.เท่าที่บันทึกได้จากการรายงานของสื่อมวลชน และคำบอกเล่าที่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้มี 480 คน จากจำนวนนี้ จนถึงปัจจุบันมีคนเข้ารายงานตัวแล้ว 349 คน ส่วนอีก 131 คน ยังไม่ทราบชะตากรรม จากการเก็บข้อมูลพบว่า ปัจจุบันมีคนไทยที่ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดน เพราะหนีภัยทางการเมืองมากกว่า 200 คน 

พูดก็พูดเถอะ ! 
หลากหลายเรื่องราวการพลัดพรากที่เกิดขึ้น เป็นผลจากการใช้อำนาจของรัฐที่ใช้อารมณ์ในกระบวนการยุติธรรมมากกว่าเหตุผล ผู้คนจำนวนมากเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ ที่ได้รับผลกระทบเพียงเพราะการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ตลอดสองปีของคสช.ได้บีบให้คนจำนวนมากไม่มีทางเลือก ผู้ได้รับผลกระทบต้องบ้านแตกสาแหรกขาด ธุรกิจล้มละลายหาย บางคนไม่ได้กลับประเทศ เพียงเพราะความคิดเห็นแตกต่างทางการเมือง ...

อ่านรายงานตอนอื่นๆ ที่
http://goo.gl/30Wn1e >> เมื่อทหารทำตัวเป็นศาลและอัยการ
http://goo.gl/NLoFsj >> เมื่อทหารทำตัวเป็นตำรวจ
http://goo.gl/L7Uz4m >> เมื่อทหารทำตัวเป็น "กองเซ็นเซอร์"
 http://goo.gl/pkA73C >> เมื่อทหารทำตัวเป็นผู้คุมฯ

สองปีที่เกินกว่า "เสียของ” โดย วัฒนา เมืองสุข

สองปีที่เกินกว่า "เสียของ"

ผมเห็นภาพคนไทยจำนวนหนึ่งไปรวมตัวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในโอกาสครบรอบสองปีของการยึดอำนาจทำให้ผมมีความหวัง เพราะผมเชื่อมาตลอดว่าเมื่อประชาชนไม่กลัวไม่เคยมีใครชนะประชาชน ผมจำได้ว่าเมื่อสองปีที่แล้ว มีบุคคลคณะหนึ่งเรียกตัวเองว่า คสช. อ้างสถานการณ์ความไม่สงบที่ก่อขึ้นโดยคนที่พวกเค้าคุ้นเคยเข้ายึดอำนาจการปกครอง ส่วนวัตถุประสงค์เป็นไปตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 1/2557 ที่ผมโพสต์มาให้ดูเพื่อกันลืม
สองปีที่ผ่านมาได้เกิดความเสียหายกับประเทศแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจที่ล้มเหลว เช่น ส่งออกติดลบ การบริโภคภายในตก ไม่มีการลงทุนใหม่ สุดท้ายต้องกระตุ้นด้วยการใช้จ่ายภาครัฐก็โกงกันเองได้แก่ โครงการแก้ภัยแล้งที่เอางานให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ไปขายต่อ เป็นต้น สังคมแตกแยกมากขึ้นเพราะการเลือกปฏิบัติ ส่วนการแก้ปัญหาความสงบที่บังคับไม่ให้คนพูดหรือแสดงความเห็นต่างไม่ยั่งยืนและไม่สงบจริง ที่แย่ไปกว่านั้นคือการละเมิดสิทธิมนุษยชนจนทำให้ประเทศไทยถูกประณามในที่ประชุม UPR ของสหประชาชาติ ยังไม่นับรวมการบริหารที่ขาดวิสัยทัศน์ ตัดเบี้ยคนชรา ยกเลิกการเรียนฟรีของเด็ก ม.ปลายโดยอ้างว่าไม่มีงบประมาณแต่กลับมีเงินไปซื้ออาวุธให้กองทัพ
ยึดอำนาจได้ไม่ถึงสองเดือน คนพวกนี้ก็เริ่มหากินกับงบประมาณของรัฐ เอกสารที่ผมโพสต์มาให้ดูระบุชัดเจนว่า คสช. เป็นผู้ให้ความเห็นชอบให้ อผศ. ได้รับงานขุดลอกคูคลอง แหล่งน้ำจากหน่วยงานของรัฐโดยไม่ต้องประกวดราคาโดยรู้อยู่แต่แรกแล้วว่า อผศ. ไม่มีความพร้อม ดังนั้น คสช. และ อผศ. คือตัวการร่วมกันในความผิดฐานหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคา ผลของการทุจริตทำให้ อผศ. ได้งานจากรัฐโดยไม่ต้องประกวดราคาถึง 1,120 สัญญา คิดเป็นมูลค่า 6,537,189,001 บาท จากนั้นก็เอางานไปขายต่อเพื่อชักหัวคิวแบ่งกัน ทำให้รัฐได้รับความเสียหายจากการจ้างที่แพงขึ้นเพราะไม่มีการแข่งขันราคา รวมทั้งผู้รับจ้างช่วงทิ้งงานเพราะถูกชักหัวคิวจนทำงานไม่ได้ ส่วนประชาชนที่ตรวจสอบถูกข่มขู่และเรียกปรับทัศนคติ ทั้งที่ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐอยู่ในลำดับที่ 22 ของบัญชีท้ายคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 13/2559 ซึ่งถือว่าบุคคลที่มีพฤติกรรมกระทำความผิดเป็นมาเฟียหรือเป็นผู้มีอิทธิพลที่ต้องจัดการด้วยอำนาจพิเศษ แต่อำนาจที่ว่านี้มีไว้ใช้จัดการกับฝ่ายตรงข้ามที่ไม่มีทางสู้ เช่นนายเนติวิทย์เด็กนักเรียนที่ถูกทหารบุกบ้านเพราะเป็นผู้มีอิทธิพล หรือสตรีเช่นแม่จ่านิวและพระที่อยู่ตรงข้ามกับพวกตน ส่วนตัวเองกับพวกที่ทุจริตหรือพระที่สนับสนุนการปฏิวัติขนาดบุกไปปิดสถานทูตอเมริกากลับไม่เคยถูกดำเนินการ
คสช. เรียกร้องให้ทุกคนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่กับตัวเองและพวกกลับอาศัยมาตรา 279 ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่อ้างว่าปราบโกงที่ผมโพสต์มาให้ดูหลบหนีการตรวจสอบ มาตราดังกล่าวบัญญัติให้การกระทำทุกอย่างของ คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ทำให้ไม่อาจเอาผิดกับ คสช. แม้มีการทุจริต คงหายสงสัยนะครับว่าทำไม คสช. จึงกล้าใช้อำนาจตามอำเภอใจและไม่สนใจที่จะตรวจสอบการทุจริต สู้เอาเวลาไปซื้ออาวุธและจัดการกับคนที่ค้านหรือไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญดีกว่า พี่น้องประชาชนคิดอย่างไรอย่าลืมออกมาบอกในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 นะครับ
วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
23 พฤษภาคม 2559

โพสต์ล่าสุด

คันฉ่องส่องไทย | หายนะแม่น้ำโขง: เหมืองเถื่อน 2,400 แห่ง และบทบาทจีน-ทุนสามานย์

คันฉ่องส่องไทย | หายนะแม่น้ำโขง: เหมืองเถื่อน 2,400 แห่ง และบทบาทจีน-ทุนสามานย์ คันฉ่องส่องไทย ...