ทรราช คสช. ต้องปล่อยตัว เพื่อนเรา

ทรราช คสช. ปล่อยตัว วัฒนา เมืองสุข

 หนึ่งในนักการเมืองพันธุ์ดุ ลูบคมอำนาจทรราช คสช. อยู่บ่อยครั้ง ด้วยการโฟสข้อความที่สื่อให้เห็นถึงการเป็น ประชาธิปไตย 

หนึ่งในนักการเมืองสายพันธุ์ดุ ไม่กลัวอำนาจ ทรราช คสช. 

เราคงปฏิเสธ เขาไม่ได้  "เสี่ยไก่" หรือวัฒนา เมืองสุข อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ออกมาต่อปากต่อคำ วิพากษ์วิจารณ์การทำงานคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างดุเดือดอยู่บ่อยครั้ง และถูกคสช.เรียกตัวเข้าค่ายทหารไปปรับทัศนคติบ่อยครั้งเช่นกัน หากเรามาเปรียบ กับนักการเมืองรายอื่นๆอาทิ พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงาน และ "เดอะเก่ง" การุณ โหสกุล อดีตส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย หรือประวิตร นักข่าวสายพันธุ์ ประชาธิปไตยแล้ว 

ต้องยอมรับครับว่า วัฒนา เมืองสุข เป็นนักต่อต้าน ทรราช คสช. อย่างหาตัวจับยาก แม้เขาจะถูก สมุนทหารทรราช ไล่ชก มาแล้ว จนเป็นข่าวดัง

ข่าว ตือโป๊ยก่าย  นางป้อม หรือ อีป้อม หรือที่พ่อใหญ่ เรียกมันว่า เด็กเปิดประตู ขู่จะขัง วัฒนา เมืองสุข อีก 100 ครั้ง หากพูดอีก 100 ครั้ง 

ทรราช คสช. แม้จะจับตัว วัฒนา เมืองสุข ไปอบรมในค่ายทหาร อีกสัก  7 วัน หรือมากกว่านั้น ด้วยฐานแสดงความเห็น เป็นประชาธิปไตย ลูบคมรัฐบาลทรราชคสช. ถ้าคิดอย่างนั้น ทรราช คสช. คงต้องจับอย่างต่อเนื่อง  เป็นแน่ 

ข่าว ตือโป๊ยก่าย  นางป้อม หรือ อีป้อม สั่งกวาดล่า มาเฟียครั้งใหญ่ทั่วประเทศ ในอีก2 วันข้างหน้า แถมโว ว่า มีรายชื่อทั้งหมดแล้ว 

พี่น้องก็คงได้เห็น มาเฟีย ในความหมายของ อีป้อม นั้นก็คือ ประชาชน ฝ่าย ประชาธิปไตย อย่างชนิดที่หลีกเลี่ยงเป็นอย่างอื่นมิได้ 


แม้ทรราช คสช. จะขึ้นชื่อว่า เป็นเหี้ยสายเลวที่สุด ในเวลา มีแบ็กดี เป็นอำมาตย์เหี้ยตัวพ่อ อยู่สี่เสา  เหล่าทหารไม่ค่อยกล้ายุ่ง แต่....  ขอให้เชื่อเถอะครับว่า เมื่อวันที่ทหารประชาชน ลุกขึ้นพร้อมกันทั้งประเทศ วันนั้นแหละจะเป็นวันพิพากษา ทรราช และอำมาตย์ชั่วอย่างแน่นอน 


วันนี้ เมื่อเวลา 08.20 น. วัฒนา เมืองสุข ได้ส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ถึงผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ตนถูกทหารบุกบ้าน โดยทหารกว่า 10 นาย ได้บุกเข้ามาที่บ้าน ซึ่งเป็นบ้านพักของนายวัฒนา 

จากนั้นเวลา 08.32 น. ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามนายวัฒนาว่าเกิดอะไรขึ้น นายวัฒนาตอบด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบว่า "ทหารมาเป็นสิบ มากดออด ถามแม่บ้านว่าผมอยู่ไหน และขอเข้ามานั่งในตัวบ้าน ผมลงไปไม่ได้ ตอนนี้ผมอยู่ชั้น 2 ทหารอยู่ชั้นล่าง"

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า รับแจ้งจากนายวัฒนาว่าให้ลูกสาวล็อกบ้านไม่ให้เข้ามา ให้ทหารรอที่สนามหญ้า รอผู้สื่อข่าวมา ค่อยลงไป


ต้องตั้งข้อสงสัย ไว้เลยว่า เหตุที่ วัฒนา ไม่กล้าลงมาเพราะ ผ่านเหตุการณ์ พายุหมัดใส่ในเที่ยวที่แล้ว  มาถึงวันนี้ ยังจับคนที่ทำร้าย ไม่ได้
 

แต่แล้วก็ไม่รอด  ทรราช คสช. จับตัว วัฒนา ขึ้นรถตู้สีขาว มุ่งสู่ค่ายทหารทันที ชะตากรรมของวัฒนา จะต้องเจอ ระบำเท้า หรือ พายุ หมัด รวมถึงเอาถุงดำคลอบหัว ไม่มีใครสามารถ ตอบได้  เพราะหลังจากคนที่ไปปรับทัศนคติ ต่างเก็บปากเงียบ ไม่มีใครกล้าที่จะออกมาเป่าประกาศว่า ไปเจออะไรมาบ้าง หลังถูก ทรราช คสช. จับเข้าค่าย 

นอกเสียจาก กริซสุดา หรือ น้องเปิ้ล ที่ต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ แล้วถึงจะกล้าเล่า 

หากพี่น้อง ลองคิดย้อยหลังดู  การบอกความจริง กรณีสหรัฐอเมริกายังคงระดับปัญหาการค้ามนุษย์ของประเทศไทยในระดับเทียร์ 3  ตลอดจนการที่ ทูต สหรัฐอเมริกาก็ออกมาพูดบ่อยครั้ง ถึง การละเมิดสิทธฺมนุษย์ในประเทศ

แม้การประชุมครั้งล่าสุด ที่สหรัฐอเมริกา   โอบามา ก็ออกมาพูดให้ ทรราช คสช. คืนอำนาจให้กับ ประชาชน หรือ จัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด

ทรราช คสช. โดยการนำของ ประยุทธ์ ไม่เคยฟัง เหมือนสีซอให้ควายฟัง อย่างไงอย่างงั้น การที่ วัฒนา ถูกสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพ เพราะทหารบุกเข้าบ้าน ถ่ายรูปและเก็บข้อมูลที่บ้านพักย่านศรีนครินทร์ และ จ.ปราจีนบุรี  และถูกชกก่อนหน้านี้  ไม่ใช่เรื่องแปลกในสายตา ของ สัสสลิ่ม  หากแต่ ในสายตาของ 

พี่น้องประชาชนผุ้ต้องการประชาธิปไตย ดูเหมือนว่าจะถึงจุดอิ่มตัวของความอดทนในไม่ช้านี้  หากเราย้อนระยะหลัง ทรราช คสช.ออกโรง แสดงความชั่วอย่างขาดสาย แม้กระทะ้ง จ่านิว  ก็ถูกหมายจับ เพียงเพราะต้องการไปดูการโกง ที่ ราชภักดิ์ 

การด่าแบบตรงๆ และการต่อว่าต่อขานการทำงานของทรราช คสช.แบบถี่ยิบ ในโซเซียล ที่พี่น้องประชาชน ร่วมกัน สาปแช่ง ทรราช คสช. มีให้เห็นทุกวัน 

การที่ ทรราช คสช. ลากวัฒนา เข้าค่ายทหารครั้งนี้ ทำให้ประเทศต้องเปื้อนมลทิน ประทับตราบาป ในฐานการละเมิสิทธิมนุษย์ชนอีกครั้ง และอีกครั้ง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  วันนี้ในสายตาชาวโลก มอง ทรราช คสช.เป็นจำเลยสังคมในทันที

พี่น้องครับ ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะรวมพลัง ล้ม ทรราช คสช.

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะปกป้อง ความเป็น ไทยให้ลูกหลานเรา 

คำตอบขึ้นอยู่กับ พี่น้องประชาชนฝ่าย ประชาธิปไตย ทุกท่านแล้วครับ


เสรีชน


ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ทำหนังสือถึง ทรราช คสช. ไม่เอาเขื่อนแม่วงก์


'ศศิน' ทำหนังสือถึง 'ประยุทธ์' ค้านเขื่อนแม่วงก์ เสนอทางเลือกจัดการน้ำ ถูกกว่า 6 เท่า

Wed, 2016-03-02 11:22


เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม Greennews รายงานว่า นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 1 มี.ค.59 เพื่อขอให้พิจารณาทางเลือกในการจัดการน้ำแบบบูรณาการ กรณีไม่ต้องสร้างเขื่อนในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ พร้อมแนบเอกสารและแผนที่ทางเลือกในการจัดการน้ำ เพื่อใช้เป็นแนวทางการจัดการน้ำที่มีปัญหาเรื้อรัง มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อชุมชน ในการเป็นโมเดลของประเทศต่อไป

สำหรับเนื้อหาในหนังสือ ระบุว่า จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.อุทัยธานี เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยได้มอบนโยบายและข้อสั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาทางเลือกการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำแม่วงก์เพื่อลดผลกระทบในด้านต่างๆ ทางมูลนิธิฯ ขอนำเสนอทางเลือกในการจัดการน้ำแบบบูรณาการ กรณีไม่ต้องสร้างเขื่อนในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งในรูปแบบอื่นได้หากมีการบริหารจัดการที่เหมาะสม

"ทางเลือกดังกล่าวจะได้จำนวนปริมาณน้ำที่ใกล้เคียง กล่าวคือ กรณีสร้างเขื่อนแม่วงก์จะได้น้ำ 250 ล้าน ลบ.ม.โดยประมาณ ส่วนทางเลือกกรณีไม่ต้องสร้างเขื่อนจะได้น้ำ 200 ล้าน ลบ.ม.โดยประมาณ และงบประมาณในการจัดทำโครงการดังกล่าวอาจจะถูกกว่าการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ถึง 6 เท่าตัว ทั้งนี้มูลนิธิฯ ได้ประสานจัดส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังปลัด กษ. และขอเข้าพบพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงข้อมูลโดยละเอียด ประสานความร่วมมือในการให้ข้อมูลเพิ่มเติม อันเป็นประโยชน์สูงสุดในการบริหารจัดการน้ำโดยไม่ต้องสร้างเขื่อนในพื้นที่อนุรักษ์" หนังสือจากมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ระบุ

ทั้งนี้ ในส่วนของเอกสารทางเลือกในการจัดการน้ำดังกล่าว ถูกบรรจุอยู่ในวารสาร "สาส์นสืบ" ฉบับเดือน พ.ย. 2557 ซึ่งได้เสนอทางเลือกในการบริหารจัดการมากมาย อาทิ ซ่อมแซมฝายและประตูระบายน้ำที่ชำรุด เพิ่มเติมโครงการชลประทานที่เป็นฝายและประตูระบายน้ำขนาดเล็ก ส่งเสริมการเปลี่ยนพืชไร่เป็นเกษตรผสมผสาน ตลอดจนการขุดลอกลำน้ำบางสาย และสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก เป็นต้น พร้อมทั้งเสนอโมเดลการจัดการน้ำในระดับชุมชนอีกหลากหลาย



ฎีกายืนจำคุก 6 เดือน รอลงอาญา จตุพรหมิ่นฆาตกรอภิสิทธิ์

ฎีกายืนจำคุก 6 เดือน รอลงอาญา จตุพรหมิ่นอภิสิทธิ์ เหตุปราศรัยหาว่าสั่งปราบปราม-ฆ่าประชาชน

Wed, 2016-03-02 14:19

2 มี.ค. 2559 ศาลฎีกามีคำพิพากษาคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นโจทก์ฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณีเมื่อวันที่ 29 ม.ค. ถึง 15 ก.พ. ปี 53 นายจตุพรได้กล่าวปราศรัยกล่าวหานายอภิสิทธิ์ ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่าสั่งฆ่าประชาชนและหลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร โดยศาลฎีกา ตรวจสำนวนแล้วเห็นว่า ในส่วนที่นายจตุพรปราศรัยว่านายอภิสิทธิ์ หลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหารนั้น ยังฟังไม่ได้ว่ามีเจตนากลั่นแกล้งให้ร้าย เนื่องจากนำข้อมูลมาจากรายงานการตรวจสอบของจเรทหารบก

ส่วนกรณีที่นายจตุพรปราศรัยว่า นายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีสั่งปราบปรามและฆ่าประชาชน เห็นว่า เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่มีพยานหลักฐานยืนยัน เป็นการเจตนาใส่ความดูหมิ่นเกลียดชัง ไม่ใช่การแสดงความคิดเห็น ฎีกาของนายจตุพร ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา เป็นเวลา 2 ปี พร้อมลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์รายวันเป็นเวลา 7 วัน
 
"วันนี้ผมไปฟังคำตัดสินของศาลฎีกา ในคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฟ้องหมิ่นประมาทผม ถ้าโชคดีคงได้กลับมา ถ้าโชคไม่ดีคงต้องรอจนกว่าผมจะกลับมา ไม่ว่าจะมีอิสระภาพหรือไม่ ผมจะทำหน้าที่โดยไม่ทรยศต่อวีรชน ชีวิตและอิสระภาพมอบให้กับการต่อสู้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น บนหนทางนี้เรายังต้องสู้อีกยาวไกล ถ้ามีโอกาสจัดรายการพรุ่งนี้ก็พบกันอีก ถ้าไม่ได้กลับมาก็รอจนกว่าจะพบกันอีก ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหัวใจผมยังเหมือนเดิม" นายจตุพร  กล่าวผ่านรายการมองไกล ก่อนไปฟังคำพิพากษา



สมุนทรราช คสช. รุดตรวจรถโบราณหลวงพี่น้ำฝน เช็กซ้ำซาก แท้จริงต้องเอาผิดให้ได้ ...?

ดีเอสไอรุดตรวจรถโบราณหลวงพี่น้ำฝน

ย้ำเป็นการเช็กซ้ำอย่างละเอียดกว่ารอบก่อน


วันที่ 2 มี.ค. ที่วัดไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครปฐม พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ พร้อมน.ส.สุธาวินี ลิ้มสุวรรณ เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทรถแพนเธอร์ ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทจากัวร์ และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เดินทางมาตรวจสอบรถยนต์โบราณจากัวร์ แพนเธอร์ เปิดประทุน รุ่นปีค.ศ.1975 สีดำ ทะเบียน กก 1177 กทม. ซึ่งอยู่ในการครอบครองของพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ซึ่งการตรวจสอบในครั้งนี้จะเป็นการตรวจสอบอย่างละเอียดทั้งคัน ทั้งตัวถัง หมายเลขเครื่องและทุกส่วนของรถ

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่า ในการตรวจรถยนต์โบราณจากัวร์ แพนเธอร์ เป็นการตรวจครั้งที่ 2 เพื่อเก็บข้อมูลอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่ ซึ่งน่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดีเหมือนเมื่อ 2 ปีที่แล้วก็มาดูแบบนี้ อาตมาเพียงแค่อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้เท่านั้น ไม่มีการขัดข้องแต่อย่างใดทั้งสิ้น จะเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างทำไปด้วยความโปร่งใส อาตมาเป็นพระภิกษุสงฆ์ทำการใดก็ทำด้วยความบริสุทธ์ใจและความจริงใจทั้งสิ้น

ด้านนายศุภภัทธ์พจน์ นิติศศธร ไวยาวัชกร และนักกฏหมายของวัดไผ่ล้อม กล่าวว่า รายละเอียดในการตรวจครั้งนี้ คงต้องรอผลการตรวจจากเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจให้แล้วเสร็จเสียก่อน หลังจากนั้นก็จะแถลงผลการตรวจสอบอีกครั้ง

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า การดำเนินการตรวจสอบรถยนต์โบราณได้ทำงานร่วมกับคณะพนักงานสืบสวน หน่วยงานนิติวิทยาศาสตร์ ผู้แทนจากบริษัทจากัวร์และผู้เชี่ยวชาญของตัวรถยี่ห้อแพนเธอร์ เพราะฉะนั้นการทำงานในครั้งนี้เป็นการทำงานของคณะพนักงานสืบสวน ซึ่งเบื้องต้นทางเราก็ไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ จึงต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกมาตรวจสอบด้วย เบื้องต้นจะทำการตรวจวิเคราะห์ ซึ่งก็ต้องขอเวลาให้กับคณะทำงาน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างรอบคอบ แล้วผลออกมาอย่างไรดีเอสไอจะแจ้งให้หลวงพี่น้ำฝนรับทราบ อีกทั้งการตรวจครั้งนี้เป็นการตรวจเพิ่มเติมลงรายละเอียดมากกว่าครั้งก่อนเมื่อปี 2556 ซึ่งเป็นการตรวจสอบชั้นต้น แต่ครั้งนี้เป็นการตรวจสอบ เพื่อให้ได้ความชัดเจนมากที่สุดและตอบทางหลวงพี่น้ำฝนและสังคมได้ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่ชัดเจนว่าเป็นยี่ห้อจากัวร์หรือแพนเธอร์

รู้ทัน แผนแบ่งแยก แล้วปกครอง ของเจ้าไทย

พี่น้องรวมอุดมการณ์ท่านหนึ่ง แสดงความเห็นไว้น่าสนใจครับ

ความแตกแยกที่เกิดขึ้นคราวนี้. ต้องใช้วิชาเลขมาเป็นตัวอธิบาย  เรื่อง Set. อธิบายง่ายๆคือ ในแต่ละคน มีแนวความคิดเรื่องการปกครอง. และความเชื่อเรื่องศาสนา เอาแค่เรื่องแนวคิด กับความเชื่อของคน ๆ หนึ่ง  กับคนในสังคมที่อยู่ร่วมกัน เช่น  นาย ก เป็นเหลือง  นับถือพุทธ  กับนาย ข เป็นเหลือง เป็นมุสลิม  นาย ค เป็น แดงนับถือ พุทธ  นาย ง เป็นแดง เป็น มุสลิม  จะเห็นความแตกต่างของคนทั้ง สี่ ออกเป็นสี่กลุ่มทันที เมื่อเกิดกระแสการแบ่งฝ่ายที่มีมาก่อน คือ เหลือง แดง 2 กลุ่ม  ต่อมา มีปัญหาเรื่องศาสนาเข้ามาเพิ้มเติม คนสองฝ่ายถูกแบ่งออกจากกัน เป็น 4  นี่คือกลอุบายแบ่งคนออกจากกัน เป็นหน่วยย่อยลลงให้มากที่สุด ง่ายต่อการแบ่งกลุ่มเพื่อจัดระเบียบ หรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง หากรู้คิด ตามทันกับกลเกมส์เหล่านี้. เราจะเข้าใจถึง หลักการปกครองที่ ใช้ การแบ่งแยกแล้วปกครอง เพื่อ ให้ผู้ปกครองสามารถควบคุมคนใม่ให้ลุกขึ้นมาเรียกร้องต่อรองผลประโยชน์จากพวกเขาได้  เมื่อก่อนเรามีเพื่อนรอบทิศ. กาลเวลาแห่งความขัดแย้งดำเนินมาเรื่อยๆ มิตรสหายถูกลดจำนวนลงไปเรื่อยๆ มาถึงเวลานี้ พวกเราตั้งฟากตั้งฝั่ง เป็นกลุ่มๆ ไม่ส่งข่าวข้ามกัน สื่อสารเฉพาะในกลุ่มที่ไว้ใจได้เท่านั้น ขาดการแลกเปลี่ยนข่าวสาร ทั้งสองฝ่าย จึงขาดการเปรียบเทียบ ปล่อยให้ กลุ่มที่กำหนดทิศทางทางการเมือง กำหนดข่าวสารที่เป็นเหตุแห่งความแตกแยก ตอกลิ่มบั่นทอนความสามัคคี ในกลุ่ม คนที่ไม่เคยแบ่งฟากฝ่าย เมื่อรู้ทันเกมส์ของเขาเราก็รู้ถึงตัวการที่ก่อเหตุนี้  ...... การแก้ไขอยู่ที่หน้าที่ของเรา ไม่มีใครมาช่วย


"ทักษิณ" ไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับทรราช "มีชัย"

"ทักษิณ" ประสานกับคำขาดของแกนใหญ่คนเสื้อแดง 

ไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับ"มีชัย" ยืนยันว่า งานผ่านประชามติไม่ใช่ง่าย

ข่าวสด ประจำวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559...
 
 ภูมิอากาศสะบัดร้อนสะบัดหนาวเดือนมีนาคม หน้าหนาว ปรากฏการณ์ประหลาดประเทศไทย แต่ที่ ประหลาด กว่าคือการเมืองไทย คนฉลาด แกล้งโง่กันเป็นแถว คนขี้ขลาด ประกาศว่าตัวกล้า ปัญญาชน ลดตนเป็นบริกร...
 
 หลัก ประชาธิปไตย แยกไว้ชัด นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ คืองานคนละหน้าที่ แต่แผ่นดินไทยพอศอนี้ แย่งกัน บริหาร งบประมาณแผ่นดิน...
 
 ถามไถ่กันมาถามว่า การเมือง จะไปทางไหน วันนี้ตอบว่า ไร้ทางไป ข้างหน้าคือ ความมืดมน ทั้งคนข้างบนคนข้างล่าง...
 
 ใครจะเป็น ผู้บัญชาการทหารบก คนต่อไป เป็นความสำคัญอันดับหนึ่งของสงครามชิง อำนาจรัฐ ฉบับ เหมา เจ๋อตุง ที่ว่า "อำนาจรัฐมาจากปากกระบอกปืน"...
 
 สัญญาณควันจาก ทักษิณ ชินวัตร ประสานกับ คำขาด ของ แกนใหญ่ คนเสื้อแดง จตุพร พรหมพันธุ์ ไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับ มีชัย ฤชุพันธุ์ ยืนยันว่า งานผ่านประชามติไม่ใช่ของง่าย...


 พญาไม้ 


"ทักษิณ" ไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับทรราช "มีชัย"


คันฉ่องส่องไทย: ทำไมเศรษฐกิจไทยโตช้า—รากแก้ว รากฝอย และภาพสะท้อนเทียบเวียดนาม

คันฉ่องส่องไทย: ทำไมเศรษฐกิจไทยโตช้า—รากแก้ว รากฝอย และภาพสะท้อนเทียบเวียดนาม คันฉ่องส่องไทย ...