เมื่อกองทัพสู้เกมมวลชนด้วยวาทกรรม
แต่เลี่ยงคำถามเชิงโครงสร้าง
ข้อถกเถียงเรื่อง “ศักดิ์ศรีทหาร” กับ “สิทธิพลเมืองในการตรวจสอบ” ไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูกัน หากสังคมยืนยันเส้นแบ่งระหว่าง ทหารอาชีพ กับ อำนาจการเมือง ให้ชัดเจน
กระจกบานแรก: วาทกรรมคือ “อาวุธทางความคิด”
ถ้อยแถลงที่ยก “3 วาทกรรม” (มีทหารไว้ทำไม / ทหารไทยรบยังไงก็แพ้ / ทหารชั้นผู้น้อย) พยายามย้ายสนามรบจาก “คำถามเชิงสถาบัน” ไปเป็น “ความรู้สึกของกลุ่มอาชีพ” เพื่อให้การวิจารณ์ดูเหมือนการดูหมิ่น ทั้งที่ใจกลางของข้อวิพากษ์จำนวนมากคือ บทบาททางการเมืองของกองทัพในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่การปฏิเสธทหารชายแดน
1) “มีทหารไว้ทำไม” : สลับประเด็นจาก “สถาบัน” เป็น “ปัจเจก”
คำถามเชิงสาธารณะจำนวนมากไม่ได้ถามว่า “ทหารจำเป็นไหม” ในฐานะการป้องกันประเทศ แต่ถามว่า ทำไมกองทัพจึงมีบทบาททางการเมืองซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเหตุใดอำนาจนั้นจึงไม่ยึดโยงกับประชาชนเท่าที่ควร
การโต้ว่า “ทหารก็เหมือนอาชีพอื่น มีทั้งคนดีและไม่ดี” เป็นข้อเท็จจริงระดับมนุษย์ แต่ ไม่ตอบคำถามเดิม ซึ่งเป็นคำถามระดับสถาบัน:
- กองทัพมีไว้เพื่อ “ป้องกันประเทศ” หรือ “แทรกแซงอำนาจอธิปไตยของประชาชน” ?
- กลไกตรวจสอบกองทัพเพียงพอหรือยัง เมื่อเทียบกับองค์กรอื่นในรัฐ?
- ความรับผิดเชิงสถาบันเกิดขึ้นจริงไหม เมื่อเกิดความผิดพลาดเชิงนโยบายหรือเชิงการเมือง?
2) “ทหารไทยรบยังไงก็แพ้” : ชัยชนะเฉพาะหน้า ≠ ความชอบธรรมเชิงโครงสร้าง
ความกล้าหาญและความเป็นมืออาชีพในสนามรบสมควรได้รับการยกย่อง แต่การยก “ชัยชนะทางยุทธวิธี” มาเป็นคำตอบต่อคำถามเรื่อง “บทบาททางการเมือง” คือคนละมิติ
- การรบชนะเฉพาะหน้า ไม่ใช่ใบอนุญาตให้หลุดพ้นจากการตรวจสอบทางประชาธิปไตย
- การจัดหาอาวุธต้องตอบได้ทั้งด้านยุทธศาสตร์ ความคุ้มค่า และความโปร่งใส
- ความมั่นคงสมัยใหม่ไม่ใช่แค่ชายแดน แต่รวมเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การศึกษา และความชอบธรรมรัฐ
3) “ทหารชั้นผู้น้อย” : ความเป็นทีมไม่ลบล้างความเหลื่อมล้ำเชิงอำนาจ
ประโยค “กระสุนไม่เลือกยศ” จริงและสะเทือนใจ แต่คำถามของสังคมจำนวนมากคือ อำนาจการตัดสินใจ และ ผลลัพธ์หลังเสียงปืน อยู่ที่ใคร
- ใครเป็นผู้ตัดสินใจส่งกำลังพลไปแนวหน้า และภายใต้หลักประกันอะไร?
- การดูแลทหารที่บาดเจ็บ/พิการ/มีภาวะหวาดกลัวหลังเหตุการณ์ ทำได้จริงแค่ไหน?
- ความเป็นธรรมด้านสวัสดิการ โอกาสก้าวหน้า และความปลอดภัยในชีวิตราชการ เป็นระบบหรือเป็นวาทกรรม?
บทสรุปแบบคันฉ่อง
สังคมไทยไม่ได้ “ด้อยค่าทหาร” หากแต่กำลังทวงคืนเส้นแบ่งระหว่าง ทหารอาชีพที่ป้องกันประเทศ กับ สถาบันที่ใช้อำนาจการเมืองเหนือประชาชน
หากกองทัพต้องการศรัทธาระยะยาว คำตอบไม่ใช่การเล่นเกมวาทกรรม ไม่ใช่การเปรียบเทียบกับพรรคการเมือง และไม่ใช่การยกความสูญเสียมาเป็นเกราะ แต่คือการทำให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า กองทัพอยู่ใต้รัฐบาลพลเรือน และ ยอมรับการตรวจสอบเช่นเดียวกับสถาบันอื่น
