ปัจจัยสำคัญในการสถาปนาประชาธิปไตยที่แท้จริงในประเทศไทย
บทวิเคราะห์เชิงวิชาการจากเหตุการณ์จริง ค.ศ. 2020–2569
โดยอาศัยกรอบทฤษฎีประชาธิปไตยเสรีนิยม (liberal democracy) และข้อมูลล่าสุดจากการเลือกตั้งทั่วไปและประชามติรัฐธรรมนูญ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เต็มไปด้วยหลักฐานการทุจริต โกง และซื้อเสียงทั้งหนวยเลือกตั้ง แล้วทำให้ได้ผลที่ไม่สามารถสะท้อนภาพจริงได้
(Bhumjaithai ชนะ 193 ที่นั่ง, People's Party 118 ที่นั่ง, Pheu Thai 74 ที่นั่ง; ประชามติผ่าน 65.43% เห็นด้วย)
ผลการเลือกตั้งทั่วไป 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถ้าสมมติตามการเลือกตั้งที่สมควรเป็นโมฆะ ที่พรรคภูมิใจไทย (Bhumjaithai) ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล คว้าชัยชนะเด่นชัดด้วย 193 ที่นั่ง ขณะที่พรรคประชาชน (ฝ่ายปฏิรูป) ได้ 118 ที่นั่ง และพรรคเพื่อไทย 74 ที่นั่ง ร่วมกับผลประชามติรัฐธรรมนูญที่ประชาชนลงคะแนนเห็นด้วย 65.43% (19.69 ล้านเสียง) ต่อต้าน 34.57% แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน: ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญยุค คสช. แต่ระบบการเมืองยังถูกครอบงำโดยโครงสร้างอำนาจเดิมที่ไม่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ที่สามารถทำให้ผลการเลือกตั้งบิดเบือนได้ บทวิเคราะห์นี้จึงขยายปัจจัย 11 ประการที่จำเป็นต่อการสถาปนาประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยเน้นความหนักแน่น เชื่อมโยงกับเหตุการณ์จริง และอ้างอิงหลักฐานเชิงประจักษ์
1. การปฏิรูปสถาบันการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยแบบตัวแทนที่แท้จริงและกระจายอำนาจอย่างมีนัยสำคัญ
การปฏิรูปสถาบันการเมืองต้องเริ่มจากการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง เพื่อลดการรวมศูนย์อำนาจที่กรุงเทพฯ และเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับฐานราก ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ วุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเคยปฏิเสธไม่ให้พรรคก้าวไกล (ปัจจุบันคือพรรคประชาชน) จัดตั้งรัฐบาลในปี 2566 แม้ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดจากการเลือกตั้ง การที่ประชามติปี 2569 ผ่านด้วยเสียงข้างมาก 65.43% จึงเป็นสัญญาณชัดเจนว่าประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากการมีส่วนร่วมโดยตรงของประชาชนทุกภาคส่วน ไม่ใช่ผ่านกลไกที่ถูกออกแบบโดย คสช. นอกจากนี้ ต้องเสริมสร้างองค์กรตรวจสอบอิสระ เช่น ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ให้ปราศจากอิทธิพลทางการเมือง เพื่อป้องกันการใช้อำนาจตุลาการเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
2. การปฏิรูประบบเศรษฐกิจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างและกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจ
ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจเป็นอุปสรรคเชิงโครงสร้างที่ร้ายแรงที่สุดต่อประชาธิปไตย เพราะนำไปสู่การครอบงำทางการเมืองโดยกลุ่มทุนใหญ่และชนชั้นนำ ดัชนี Gini ของไทยยังคงอยู่ที่ 33.5 ในปี 2566 (World Bank, 2024) แต่ความเหลื่อมล้ำของความมั่งคั่งสูงกว่ามาก โดย 5 จังหวัดหลัก (กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่) ครอบครองรายได้จากท่องเที่ยวเกือบทั้งหมดของประเทศ การผูกขาดโดยกลุ่มทุนที่เชื่อมโยงกับอำนาจรัฐยังคงเป็นปัญหาเรื้อรัง ดังนั้นต้องดำเนินนโยบายภาษีแบบก้าวหน้า การปฏิรูปที่ดินเพื่อกำหนดเพดานการถือครอง และส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านโมเดลหมุนเวียน (circular economy) ที่เน้น SMEs ในชนบท เพื่อลดช่องว่างระหว่างเมืองหลวงกับภูมิภาค และป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจกลายเป็นเครื่องมือในการซื้อเสียงหรือรักษาอำนาจทางการเมือง
3. การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ให้สอดคล้องอย่างแท้จริงกับระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐธรรมนูญ
เพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในกรอบประชาธิปไตยแบบรัฐธรรมนูญ (constitutional monarchy) อย่างแท้จริง ต้องจำกัดบทบาทการแทรกแซงการเมืองที่ไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย เช่น การใช้อิทธิพลนอกระบบในการสนับสนุนรัฐประหารหรือการแต่งตั้งวุฒิสภา นอกจากนี้ ต้องนำทรัพย์สินส่วนพระองค์กลับสู่การบริหารแบบสาธารณะเพื่อความโปร่งใส และยกเลิกหรือปรับปรุงมาตรา 112 ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล องค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ได้เรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 ทันทีในเดือนมกราคม 2568 เนื่องจากมีการฟ้องคดีกว่า 270 คดีตั้งแต่ปี 2563 และมีผู้ถูกตัดสินจำคุกสะสมหลายร้อยปี การยุบพรรคก้าวไกลในปี 2567 เพราะเสนอแก้มาตรา 112 จึงเป็นตัวอย่างคลาสสิกของการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อปิดกั้นการปฏิรูป
4. การส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงออกและการอภิปรายสาธารณะอย่างเปิดกว้างและปราศจากความกลัว
เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นรากฐานของประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ (deliberative democracy) การชุมนุมเยาวชนปี 2563–2564 ซึ่งมีผู้ถูกดำเนินคดีกว่า 2,000 คน ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ สร้าง “chilling effect” ที่ทำให้ประชาชนกลัวการแสดงออก แม้ในการเลือกตั้งปี 2569 พรรคประชาชนก็หลีกเลี่ยงการนำประเด็นมาตรา 112 เข้าแคมเปญเพราะกลัวถูกยุบพรรคซ้ำ การยกเลิกกฎหมายจำกัดสิทธิเหล่านี้และสร้างบรรยากาศการอภิปรายที่ปลอดภัยจึงเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่ขาดไม่ได้
5. การสร้างสังคมที่เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม
ประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องอาศัยความเสมอภาคเป็นพื้นฐาน การเข้าถึงการศึกษาและสาธารณสุขที่ไม่เท่าเทียม โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทและกลุ่มชาติพันธุ์ ยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่ การขยายระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (30 บาทรักษาทุกโรค) ให้ครอบคลุมและมีคุณภาพสูงขึ้น รวมถึงปฏิรูประบบกฎหมายเพื่อลดการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่ม LGBTQ+ ชาติพันธุ์ และคนพิการ จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาธิปไตยกลายเป็นเครื่องมือของชนชั้นนำเท่านั้น
6. การศึกษาเพื่อปลูกฝังค่านิยมประชาธิปไตย พลเมืองตื่นตัว และการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ
ขบวนการเยาวชนปี 2563–2564 เกิดจากความไม่พอใจต่อระบบการศึกษาที่เน้นการเชื่อฟังมากกว่าการคิดวิเคราะห์ การบูรณาการเนื้อหาประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และการมีส่วนร่วมทางการเมืองในหลักสูตรแกนกลางตั้งแต่ระดับประถม รวมถึงการพัฒนาโปรแกรม “ประชาธิปไตยในโรงเรียน” ที่เลียนแบบระบบรัฐสภา จึงเป็นหนทางสำคัญในการสร้างพลเมืองที่มีความรับผิดชอบและตื่นตัวทางการเมืองในระยะยาว
7. การส่งเสริมสื่อมวลชนที่เสรี เป็นอิสระ และปราศจากการคุกคาม
สื่อมวลชนคือ “เสาหลักที่สี่” ของประชาธิปไตย การคุกคามนักข่าวและสื่ออิสระที่รายงานประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง การยกเลิกการเซ็นเซอร์ พ.ร.บ. ความมั่นคงไซเบอร์ และสร้างกฎหมายคุ้มครองนักข่าวจึงเป็นเงื่อนไขพื้นฐานเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่หลากหลายและเป็นกลาง
8. การสร้างกลไกการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริงและมีคุณภาพ
ความสำเร็จของประชามติปี 2569 (65.43% เห็นด้วย) แสดงถึงพลังของประชาชน แต่การมีส่วนร่วมที่แท้จริงต้องขยายไปสู่การลงประชามติในประเด็นสำคัญอื่น ๆ การจัดเวทีประชาพิจารณ์ และการเปิดข้อมูลรัฐบาลแบบ Open Data เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วน
9. การสร้างกลไกคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เข้มแข็ง เป็นอิสระ และมีประสิทธิภาพ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ยังไม่เป็นอิสระอย่างแท้จริง และกรณีส่งผู้ลี้ภัยกลับ (repatriation) ที่ถูกวิพากษ์โดย HRW และ Amnesty International เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน การจัดตั้งองค์กรคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เป็นอิสระและระบบยุติธรรมที่เข้าถึงได้ง่ายจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน
10. การสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย การเคารพความหลากหลาย และการยอมรับความเห็นต่าง
สังคมไทยยังคงมีวัฒนธรรมลำดับชั้น (hierarchical culture) ที่ฝังรากลึก การส่งเสริมวัฒนธรรมการถกเถียงอย่างสร้างสรรค์ การยอมรับความเห็นต่าง และการต่อต้านการเลือกปฏิบัติในทุกมิติ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนจากสังคมแบบอุปถัมภ์สู่สังคมประชาธิปไตยที่เท่าเทียม
11. การเสริมสร้างความเข้มแข็งของพรรคการเมืองและระบบการเลือกตั้งที่โปร่งใส ปราศจากการแทรกแซง
การยุบพรรคการเมืองฝ่ายค้านซ้ำแล้วซ้ำเล่า (อนาคตใหม่ → ก้าวไกล → ประชาชน) และปัญหาการซื้อเสียง การใช้อำนาจรัฐในการเลือกตั้ง ยังคงบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือ การใช้เทคโนโลยี blockchain เพื่อป้องกันการโกง และการกำหนดเพดานทุนหาเสียงจึงเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อให้พรรคการเมืองเป็นตัวแทนประชาชนอย่างแท้จริง
สรุป
ผลการเลือกตั้งและประชามติ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็น “หน้าต่างแห่งโอกาส” ที่ประชาชนแสดงเจตจำนงชัดเจนต่อการเปลี่ยนแปลง แต่การสถาปนาประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องเอาชนะอุปสรรคเชิงโครงสร้างจากสถาบันอนุรักษนิยมและกลุ่มผลประโยชน์ การเปลี่ยนผ่านอย่างสันติและยั่งยืนจึงต้องอาศัยความกล้าหาญ ความร่วมมือ และการยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยเสรีนิยมอย่างแท้จริงจากทุกฝ่าย
บรรณานุกรม (APA Style)
- Article 19. (2026, February 4). Thailand: Shrinking space for free expression ahead of elections. https://www.article19.org/resources/thailand-shrinking-space-for-free-expression-ahead-of-elections/
- Bangkok Post. (2026, February 12). Election Commission posts 'official' results. https://www.bangkokpost.com/thailand/politics/3200170/election-commission-posts-official-results
- BBC. (2026, February 8). Thai PM claims election victory with conservatives well ahead of rivals. https://www.bbc.com/news/articles/cx2jn4z4eq0o
- ConstitutionNet. (2026, February 10). Thailand's 2026 Constitutional Referendum. http://constitutionnet.org/news/voices/thailands-2026-constitutional-referendum-step-towards-reform-or-symbolic-victory
- Freedom House. (2025). Thailand: Freedom in the World 2025 Country Report. https://freedomhouse.org/country/thailand/freedom-world/2025
- Human Rights Watch. (2025, February 21). Thai Opposition Members Face Possible Lifetime Ban. https://www.hrw.org/news/2025/02/21/thai-opposition-members-face-possible-lifetime-ban-politics
- OHCHR. (2025, January 30). Thailand must immediately repeal lèse-majesté laws, say UN experts. https://www.ohchr.org/en/press-releases/2025/01/thailand-must-immediately-repeal-lese-majeste-laws-say-un-experts
- Reuters. (2026, February 8). Thailand PM Anutin consolidates power with dominating election win. https://www.reuters.com/world/asia-pacific/thailand-votes-three-way-race-risk-instability-looms-2026-02-08/
- Thai PBS & Election Commission of Thailand. (2026). Official results of the 2026 General Election and Constitutional Referendum. https://ectreport69.ect.go.th/
- World Bank. (2024). Gini Index – Thailand (updated 2023 data). https://data.worldbank.org/indicator/SI.POV.GINI?locations=TH
