บันทึกเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ IRGC / อิหร่าน (เรียงตามวันเดือนปี)
IRGC (Islamic Revolutionary Guard Corps) หรือ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม คือองค์กรด้านความมั่นคงที่ทรงอิทธิพลที่สุดของอิหร่าน ก่อตั้งขึ้นหลังการปฏิวัติอิสลามปี 1979 เพื่อปกป้องระบอบการปกครองใหม่และอุดมการณ์ของรัฐอิสลาม
____________________
บันทึกวีรกรรมของ IRGC
1983-10-23 — ระเบิดค่ายนาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่เบรุต (Beirut Marine Barracks Bombing)
เหตุการณ์โจมตีทำให้ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตจำนวนมาก (241 นายตามคดีความที่เกี่ยวข้อง) และกลายเป็นคดีสำคัญในสหรัฐฯ ที่ ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เคยพิจารณาความรับผิดของอิหร่าน ภายใต้กรอบ “state-sponsored terrorism” (ในคดีชุด Peterson v. Islamic Republic of Iran และคดีต่อเนื่อง)
เชิงบันทึก: ในหลายงานวิเคราะห์/คดีความ ประเด็น “เครือข่ายตัวแทน/การสนับสนุนจากรัฐ” ถูกยกเป็นแกนสำคัญของความรับผิด แม้รายละเอียดเชิงปฏิบัติการเฉพาะหน่วยย่อยอาจแตกต่างกันตามคดีและพยานหลักฐาน
1992-03-17 — ระเบิดสถานทูตอิสราเอลในบัวโนสไอเรส (Buenos Aires)
ไทม์ไลน์เหตุการณ์ระบุผู้เสียชีวิต 22 และบาดเจ็บจำนวนมาก และมีการอ้างกลุ่มที่โยงกับ Hezbollah รับผิดชอบ
เชิงบันทึก: ประเด็น “Hezbollah–Iran linkage” มักถูกกล่าวถึงร่วมกับบทบาทเครือข่ายที่สัมพันธ์กับ IRGC/Quds Force ในวรรณกรรมด้านความมั่นคง แต่ระดับ “ข้อพิสูจน์” ต้องยึดตามเอกสารทางการของแต่ละประเทศ/คดีเป็นกรณี ๆ
____________________
1994-07-18 — ระเบิดศูนย์ชุมชนยิว AMIA ที่อาร์เจนตินา
เหตุการณ์ระเบิด AMIA ทำให้ เสียชีวิต 85 และบาดเจ็บกว่า 300 (หนึ่งในคดีการก่อการร้ายที่ใหญ่ที่สุดในลาตินอเมริกา)
กระบวนการยุติธรรมอาร์เจนตินาระบุว่า ผู้ต้องสงสัย/ผู้ถูกกล่าวหาเชื่อมโยงกับอดีตเจ้าหน้าที่อิหร่านและเครือข่าย Hezbollah โดยในปี 2025-06-26 Reuters รายงานว่า ผู้พิพากษาอาร์เจนตินามีคำสั่งให้พิจารณาคดี “trial in absentia” ต่อผู้ถูกกล่าวหา 10 ราย
เชิงบันทึก: นี่เป็น “การกล่าวหา/การชี้โดยอัยการและศาลอาร์เจนตินา” ขณะที่อิหร่านปฏิเสธ—ดังนั้นในสมุดบันทึกควรติดป้ายว่า alleged/charged
____________________
1996-06-25 — ระเบิด Khobar Towers ซาอุดีอาระเบีย
เอกสารทางการสหรัฐฯ ระบุว่า ศาลสหรัฐฯ เคยพบอิหร่านและ IRGC มีความรับผิด/ความเกี่ยวข้องทางกฎหมาย กับเหตุ Khobar Towers (ซึ่งคร่าชีวิตทหารอเมริกัน 19 นาย)
เชิงบันทึก: เหตุนี้เป็น “หมุดหมาย” ที่ทำให้การพูดถึง IRGC ในฐานะเครื่องมือก่อการร้าย/เครือข่ายสนับสนุนการโจมตี ถูกยกระดับเป็นกรอบนโยบายของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
____________________
2011-10-11 — คดี “แผนลอบสังหารเอกอัครราชทูตซาอุฯ ในสหรัฐฯ”
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ แถลงตั้งข้อหาบุคคล 2 รายในคดีที่ระบุว่าเป็น แผนใช้วัตถุระเบิดลอบสังหารเอกอัครราชทูตซาอุฯ ประจำสหรัฐฯ และระบุว่าเป็น “plot directed by elements of the Iranian government”
เชิงบันทึก: เอกสาร DOJ เป็น “ข้อกล่าวหาทางอาญา” ที่ผูกกับ “องค์ประกอบของรัฐบาลอิหร่าน” ไม่ใช่คำพิพากษาว่ามีความผิดโดยอัตโนมัติ—แต่เป็นหลักฐานสำคัญเชิงบันทึกของรัฐสหรัฐฯ
____________________
2019-04-08 — สหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชี IRGC เป็น Foreign Terrorist Organization (FTO)
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศการ “Designation of the IRGC as an FTO” และอธิบายกรอบเหตุผล รวมถึงอ้างถึงคดี/เหตุรุนแรงที่เชื่อมโยงกับ IRGC เช่น Khobar Towers
____________________
2019-11-15 ถึง 2019-11-19 — การปราบปรามการประท้วงทั่วประเทศอิหร่าน (เหตุ “Bloody November”)
Amnesty International รายงานว่าได้รับข้อมูลน่าเชื่อถือว่า มีผู้ประท้วงเสียชีวิตอย่างน้อย 106 รายใน 21 เมือง และประเมินว่าอาจสูงกว่านั้นมาก
รายงานอีกฉบับของ Amnesty ระบุว่า มีเด็กอย่างน้อย 23 คนถูกสังหาร ในช่วงการประท้วงดังกล่าว โดยชี้ถึงการใช้กำลังร้ายแรงโดย “security forces”
เชิงบันทึก: บทบาท IRGC/Basij มักถูกกล่าวถึงในฐานะกำลังหลักของการควบคุม/ปราบปราม แต่เอกสาร Amnesty ในที่นี้ใช้กรอบ “security forces” ดังนั้นให้บันทึกแบบ state security crackdown (incl. IRGC-linked forces as commonly reported) โดยไม่ใส่รายละเอียดเกินหลักฐาน
____________________
2020-01-08 — IRGC ยิงตกเที่ยวบิน PS752 (Ukraine International Airlines)
หลายรัฐ (รวมถึงแคนาดา) สรุปข้อเท็จจริงว่า เที่ยวบิน PS752 ถูกยิงตกด้วยขีปนาวุธจากอิหร่านหลังขึ้นบินจากเตหะราน และมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 176
รัฐบาลอิหร่าน “ยอมรับ” ในเวลาต่อมาว่าเป็นการยิงโดย IRGC จากความผิดพลาดในการระบุเป้าหมาย (สาระนี้ถูกย้ำในแหล่งบันทึกของแคนาดาและเครือญาติผู้เสียหาย)
เชิงบันทึกกรรมต่อพลเมืองโลก: นี่เป็นกรณี “ความเสียหายต่อพลเรือนต่างชาติ” ที่มีข้อเท็จจริงหนักแน่นและตรวจสอบได้มากที่สุดกรณีหนึ่ง เพราะมีทั้งการยอมรับและการสืบสวนข้ามประเทศ
____________________
2022-09-21 — การปราบปรามการประท้วงหลังการเสียชีวิตของ Mahsa Amini (รายงานแอมเนสตี้)
Amnesty เรียกร้องให้มี “urgent global action” ต่อการปราบปรามที่มีผู้เสียชีวิต/บาดเจ็บจำนวนมาก และชี้ถึงรูปแบบการใช้กำลังของรัฐ
____________________
2022-12-09 — รายงานแอมเนสตี้ว่ามี “killings of children” ในการปราบปรามการลุกฮือต่อต้านรัฐ
เอกสาร Public Statement ของ Amnesty ลงวันที่อัปเดต 2022-12-09 ระบุถึงการโจมตีต่อผู้ประท้วงที่เป็นเด็กและการละเมิดร้ายแรงต่อสิทธิฯ
____________________
2024-03-26 — สหรัฐฯ คว่ำบาตรเครือข่ายการเงิน/การค้า ที่เชื่อมกับ Houthis–Hezbollah–Quds Force
Reuters รายงานว่า สหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่อ “facilitators” ที่เชื่อมกับ Houthis, Quds Force, และ Hezbollah เพื่อสกัดเครือข่ายการเงิน/โลจิสติกส์ของกลุ่มติดอาวุธ
เชิงบันทึก: นี่สะท้อน “โครงสร้างสนับสนุน (enablement)” มากกว่าการชี้ว่า IRGC ลงมือโจมตีโดยตรง แต่เป็นหลักฐานเชิงนโยบาย-การเงินที่มักทำให้ความขัดแย้งยืดเยื้อ
____________________
2026-01-29 — EU ขึ้นบัญชี IRGC เป็นองค์กรก่อการร้าย
The Guardian และแหล่งข่าว EU อย่างเป็นทางการรายงานว่า สหภาพยุโรปประกาศขึ้นบัญชี IRGC เป็นองค์กรก่อการร้าย (ภายใต้ EU terrorist list) โดยอ้างเหตุผลการปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตามมาด้วยผลทางกฎหมาย เช่น อายัดทรัพย์/เอาผิดการสนับสนุน (ทางการประกาศ political agreement 29 ม.ค. และ formal decision ก.พ.)
____________________
2026-02-28 ถึง 2026-03-02 — ปฏิบัติการโจมตีทำให้ผู้บัญชาการ IRGC และผู้นำระดับสูงอิหร่านเสียชีวิตจำนวนมาก
รายงานจาก Reuters, Washington Post, Al Jazeera ฯลฯ ระบุว่า การโจมตีร่วมสหรัฐฯ–อิสราเอล ทำให้ผู้บัญชาการ IRGC ระดับสูงหลายราย เสียชีวิต (รวมถึง Commander-in-Chief Mohammad Pakpour, Defence Minister Aziz Nasirzadeh และอื่น ๆ) พร้อม Supreme Leader Ayatollah Ali Khamenei และเจ้าหน้าที่ระดับนำหลายสิบคน (บางรายงานระบุ 40+ คนในปฏิบัติการเดียวกันภายในเวลาสั้น ๆ เช่น "ภายในหนึ่งนาที" ตามคำกล่าวของโฆษก IDF ที่อ้างในสื่อ)
เชิงบันทึก: เหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ทางการเมือง-ทหารของอิหร่าน เกิดขึ้นช่วงปลายก.พ. ถึงต้นมี.ค. 2026 หลัง EU designation ไม่นาน และนำไปสู่การตอบโต้จากฝั่งอิหร่าน
____________________
สรุป “รูปแบบบาปกรรม” ที่ปรากฏซ้ำ
- การปราบปรามประชาชนด้วยกำลังร้ายแรง ในเหตุประท้วงสำคัญ (2019, 2022) ที่องค์กรสิทธิฯ รายงานยอดผู้ตาย/เด็กผู้ตาย และชี้รูปแบบการลอยนวลพ้นผิด
- ความเสียหายต่อพลเรือนต่างชาติแบบเป็นรูปธรรม (PS752, 2020-01-08) ซึ่งมีข้อเท็จจริงหนักแน่นและการยอมรับในเวลาต่อมา
- เครือข่ายตัวแทน/การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธ ถูกกล่าวถึงในคดี/การดำเนินนโยบายของรัฐต่าง ๆ (AMIA, Khobar, มาตรการคว่ำบาตรเครือข่ายที่โยง Quds Force)
- การถูกขึ้นบัญชี/ตีกรอบเป็นองค์กรก่อการร้ายโดยรัฐ/สหภาพรัฐ (สหรัฐฯ 2019-04-08; EU 2026-01-29) ซึ่งสะท้อน “ฉันทามติทางการเมือง-กฎหมาย” ที่เพิ่มขึ้นในตะวันตกต่อบทบาทของ IRGC