พฤติกรรมของรัฐบาลอิหร่านตลอดเกือบ 50 ปี ที่ทำให้ยากที่จะแก้ตัวหรือโต้แย้งต่อการกระทำของอิสราเอลและสหรัฐฯ
รัฐบาลอิหร่านภายใต้ระบอบอิสลามตั้งแต่ปี 1979 ได้แสดงพฤติกรรมหลายประการที่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศถูกมองในแง่ลบจากชาติตะวันตก โดยเฉพาะอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา พฤติกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นเหตุผลในการตอบโต้ทางทหาร แต่ยังทำให้ยากที่จะปกป้องหรืออ้างว่าอิหร่านเป็นเพียง "เหยื่อ" ที่ถูกรุกรานอย่างไม่เป็นธรรม
1. การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายและพร็อกซีอย่างกว้างขวาง
สหรัฐฯ จัดให้อิหร่านเป็น "รัฐผู้สนับสนุนการก่อการร้ายหลัก" (State Sponsor of Terrorism) ตั้งแต่ปี 1984 โดยใช้ IRGC และกองกำลัง Quds Force สนับสนุนกลุ่มติดอาวุธต่าง ๆ เพื่อขยายอิทธิพลและโจมตีศัตรูทางอ้อม
- เฮซบอลเลาะห์ (Hezbollah) – ก่อตั้งด้วยการสนับสนุนจากอิหร่านปี 1982 รับผิดชอบการระเบิดฐานทัพนาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่เบรุตปี 1983 (สังหารทหารอเมริกัน 241 นาย) และการโจมตีสถานทูตสหรัฐฯ อิหร่านให้เงินทุนปีละกว่า 700 ล้านดอลลาร์ พร้อมจรวดและอาวุธขั้นสูง
- ฮามาสและกลุ่มปาเลสไตน์อื่น ๆ – อิหร่านจัดหาจรวด การฝึก และเงินทุน ซึ่งนำไปสู่การโจมตีครั้งใหญ่เมื่อ 7 ตุลาคม 2023 สังหารชาวอิสราเอลกว่า 1,200 คน
- ฮูติในเยเมน และมิลิเชียในอิรัก/ซีเรีย – สนับสนุนโดรนและขีปนาวุธให้โจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง ฐานทัพสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบีย กลุ่มเหล่านี้สังหารทหารอเมริกันหลายร้อยนายตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา
2. โครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธที่ละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศ
อิหร่านพัฒนาโครงการนิวเคลียร์แบบลับ ๆ และเพิ่มระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเกินขีดจำกัด ทำให้ถูกสงสัยว่ามุ่งผลิตอาวุธนิวเคลียร์
- ปี 2002 เปิดโปงฐานลับ นำไปสู่การตรวจสอบของ IAEA และมติ UNSC
- หลังสหรัฐฯ ถอนตัวจาก JCPOA ปี 2018 อิหร่านละเมิดข้อตกลงซ้ำซาก
- ปี 2025 IAEA ประกาศว่าอิหร่านละเมิดพันธกรณีไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ครั้งแรกในรอบ 20 ปี
- พัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลและยิงโจมตีอิสราเอลโดยตรงหลายครั้ง (เช่น เมษายนและตุลาคม 2024)
3. การโจมตีทางตรงและเหตุการณ์สำคัญอื่น ๆ
- วิกฤตตัวประกันปี 1979 – จับชาวอเมริกัน 52 คน 444 วัน
- การยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรักปี 2020 หลังการสังหารนายพลโซไลมานี
- การวางแผนลอบสังหารเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รวมถึงอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ (ตามข้อกล่าวหา)
4. การละเมิดสิทธิมนุษยชนและการปราบปรามภายในประเทศ
รัฐบาลอิหร่านปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรง ประหารชีวิตนักโทษการเมือง และกดขี่กลุ่มชาติพันธุ์/ศาสนา ทำให้ยากที่จะอ้างตัวเป็นเหยื่อที่บริสุทธิ์
สรุปแล้ว แม้ความขัดแย้งจะมีรากเหง้าทั้งสองฝ่าย แต่หลักฐานจำนวนมากแสดงให้เห็นว่าอิหร่านมีส่วนสำคัญในการยั่วยุและขยายความรุนแรง ทำให้การตอบโต้จากอิสราเอลและสหรัฐฯ ถูกมองว่าเป็นการป้องกันตัวมากกว่าการรุกรานโดยไร้เหตุผล
