ยินดีต้อนรับ

พลเมืองที่รอบรู้เท่าทัน คือ พลังประชาธิปไตยที่แท้จริง
Well-informed citizens are the true democratic forces.

Wednesday, April 13, 2016

"คนไทยยังโง่ ทหารฉลาดจึงต้องช่วยจัดการประเทศตลอดไป!!" --ดร. เพียงดิน รักไทย 14 เมษายน 2559

"คนไทยยังโง่ ทหารฉลาดจึงต้องช่วยจัดการประเทศตลอดไป!!" --ดร. เพียงดิน รักไทย 14 เมษายน 2559

https://youtu.be/q2kKueadHFI

https://youtu.be/yPkdG9cx3Vw

https://youtu.be/w6fjbDMk2Fg

https://youtu.be/rpDVcWNhS58

 

----------------------

สนับสนุนแนวทางมดแดงล้มช้าง ของ คณะราษฎรเสรีไทย กับ ดร. เพียงดิน

ส่งข้อมูลลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยทางลิ้งค์ต่อไปนี้

http://tinyurl.com/o2rzao8

หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt

และรายงานการปฏิบัติงานและความคืบหน้าเครือข่าย ได้ที่ 4everche@gmail.com

----------------------

สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

"คนไทยยังโง่ ทหารฉลาดจึงต้องช่วยจัดการประเทศตลอดไป!!" --ดร. เพียงดิน รักไทย 14 เมษายน 2559

"คนไทยยังโง่ ทหารฉลาดจึงต้องช่วยจัดการประเทศตลอดไป!!" --ดร. เพียงดิน รักไทย 14 เมษายน 2559

https://youtu.be/q2kKueadHFI

https://youtu.be/yPkdG9cx3Vw

https://youtu.be/w6fjbDMk2Fg

https://youtu.be/rpDVcWNhS58

 

----------------------

สนับสนุนแนวทางมดแดงล้มช้าง ของ คณะราษฎรเสรีไทย กับ ดร. เพียงดิน

ส่งข้อมูลลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยทางลิ้งค์ต่อไปนี้

http://tinyurl.com/o2rzao8

หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt

และรายงานการปฏิบัติงานและความคืบหน้าเครือข่าย ได้ที่ 4everche@gmail.com

----------------------

สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

ใครคือผู้สร้างสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้

ใครคือผู้สร้างสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้

Posted on April 9, 2016 by | Leave a comment | Edit

59

ใครคือผู้สร้างสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้

ผมได้เห็นบทความของหลายสำนักข่าว ตีข่าวใหญ่เรื่อง ระเบิดขนาดใหญ่ 160 กิโล ที่ยะลา แล้วก็หวนคิดถึง ระเบิดที่หน้าศาลอาญารัชฏา ที่จับแพะเป็นจำนวนมากได้ ลามไปถึงน้องแหวน พยานปากเอกคดี ทหารฆ่าประชาชนในวัดประทุม 6 ศพ แล้ว ก็เกิดข้อสงใส เหมือนกัน เหตุที่ต้องสงใส

เพราะ…………..

1. ตกลงทหารที่สมัย อุดมแดก อดีต ผบ.ทบ.. กล่าวไว้ว่าจะถอนทหารรออกจากพื้นที่ 3 จังหวัดชานแดนใต้ไม่ถอนแล้วใช่ไหม เพราะต้องการกวาดล้างโจรใต้ให้สิ้น ภายใน 6 เดือน

2. ตกลงชีวิตของพี่น้องชาว ยะลา นรา ปัตตานี กว่า 8 พันกว่าศพ ที่ต้องสังเวย ทหารทรราช คสช. ยังคงดำรงอยู่ต่อไป งั้นหรือ

3. และตกลงว่างบประมาณ ของแผ่นดินที่ทหารทรราช ถลุงไปกว่า หลายแสนล้านบาท เป็นการ ตำน้ำพริก ละลายแม่นำ้โก-ลกงั้นซิ

4. แผนการสร้างสถานการณ์ นำต้นแบบ และวิธีการมาจาก ระเบิดหน้าศาลอาญารัชฏาใช่หรือไม หากไม่ใช่ ทำไมวิธีการ ชั่งเหมือนกันเหลือเกิน

5. งบประมาณและอายุราชการของทหารที่ได้ จากการลงไปพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ มีความหอมหวานถึงขนาดต้องฆ่าต้องแกง ประชาชน เพื่อให้สมจริงได้ถึงขนาดนี้หรือ ความเป็นคนไม่หลงเหลืออยู่เลยหรือในกมรสันดานของ ทรราช คสช.

———————————————————–

สิ่งที่เห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น!


เหตุรุนแรง 2 เหตุการณ์สำคัญ คือ คนร้ายกว่า 50 คนบุกยึดโรงพยาบาลเจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 13 มี.ค. และกรณีคนร้าย 7-8 คน ปล้นรถสองสามีภรรยาจาก อ.บันนังสตา จ.ยะลา ก่อนนำไปบรรทุกระเบิด แล้วบังคับให้ขับไปจอดเพื่อก่อวินาศกรรมกลางเมืองยะลา เมื่อวันที่ 5 เม.ย.นั้น กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางทั้งในและนอกพื้นที่สามจังหวัด ชายแดนภาคใต้

เป็นการถูกพูดถึงในแง่ของการตั้งคำถามเกี่ยวกับรายละเอียดของเหตุการณ์ที่ เต็มไปด้วยข้อสงสัย แม้ว่าทั้งสองเหตุการณ์จะไม่ได้นำมาซึ่งความสูญเสียขนาดใหญ่ก็ตาม

รายงานพิเศษชิ้นนี้ไม่ได้มีเจตนาชี้นำความคิดหรือความเชื่อใดๆ ทั้งสิ้น เป็นแต่เพียงการรวบรวมข้อสังเกตของฝ่ายต่างๆ ประกอบข้อมูลและบทวิเคราะห์ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงบางหน่วยมานำเสนอ เท่านั้น

ทั้งนี้เพื่อสะท้อนว่าพื้นที่ชายแดนใต้ยังคงเป็นดินแดนสนธยา และเต็มไปด้วยความซับซ้อนจริงๆ

ยึด รพ.ใช้กระสุนเปลือง!

เริ่มจากเหตุคนร้ายบุกยึดโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เพื่อใช้เป็นที่มั่นและจุดสูงข่มในการระดมยิงฐานทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 4816 ซึ่งตั้งอยู่ติดกับรั้วโรงพยาบาล แม้จนถึงขณะนี้จะมีข้อมูลยืนยันจนสิ้นสงสัยแล้วว่าไม่ได้เป็นการกระทำใน ลักษณะ "จัดฉาก" ของเจ้าหน้าที่รัฐบาลทรราช ด้วยกันเอง

ทว่าก็ยังมีข้อสงสัยว่าอาจเป็นการ "สร้างสถานการณ์" โดยใครหรือกลุ่มใด เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการแสดงศักยภาพของขบวนการที่อ้างอุดมการณ์ แบ่งแยกดินแดนหรือไม่

ประเด็นที่ตั้งข้อสังเกตกันมากก็คือ ปลอกกระสุนของคนร้ายที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุซึ่งมีมากถึง 1,825 ปลอก จากปืนสงคราม 52 กระบอก เหตุใดถึงได้ยิงกันอย่างฟุ่มเฟือยถึงเพียงนี้ ราวกับกระสุนเป็นของหาง่าย

ประเด็นนี้ผู้เชี่ยวชาญหลายรายมองตรงกันว่า ที่ผ่านมาหากเป็นปฏิบัติการของนักรบบีอาร์เอ็น การยิงจะมุ่งผลสัมฤทธิ์มากกว่านี้ และใช้กระสุนประหยัดกว่านี้ เนื่องจากกระสุนหายาก และอาวุธของบรรดานักรบเกือบทั้งหมดได้ไปจากการปล้นชิงเจ้าหน้าที่

ขณะเดียวกัน ในขณะที่ยิงกันอย่างสะบั้นหั่นแหลกถึงเกือบ 2 พันนัด แต่กลับไม่ได้ก่อความสูญเสียต่อชีวิตของทหารพรานภายในฐานเลย มีเพียงผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 นาย เป็นทหารพราน 6 นาย และ อส.1 นาย

ข้อสังเกตนี้ไม่ได้มีขึ้นเพราะต้องการให้เกิดความสูญเสีย แต่ด้วยความที่คนร้ายอยู่ในจุดสูงข่มที่สามารถเลือกยิงได้ถนัดถนี่ ขณะที่ฝ่ายทหารก็ไม่กล้ายิงตอบโต้ เพราะคนร้ายใช้โรงพยาบาลซึ่งมีผู้ป่วยและหมอ พยาบาลเป็นสถานที่กำบัง แต่ด้วยวิถีการยิงที่ได้เปรียบ กับการใช้กระสุนจำนวนมาก กลับไม่อาจก่อผลที่สมกับรูปแบบความรุนแรงที่ได้กระทำ

ยิ่งไปกว่านั้น อาวุธปืนสงคราม 52 กระบอกที่คนร้ายใช้ มีเพียง 18 กระบอกที่มีประวัติในสารบบของฝ่ายความมั่นคงว่าเคยใช้ก่อเหตุรุนแรงมาก่อน แสดงว่าอาวุธปืนอีกถึง 34 กระบอก หรือเกือบ 2 เท่า เป็นอาวุธที่ไม่เคยถูกนำมาใช้ หรือเคยใช้แต่ไม่เคยถูกเก็บประวัติ (ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้)

คำถามคืออาวุธเหล่านี้มาจากไหน?


ขณะที่การติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุอุกอาจถึงขั้นควงอาวุธบุกยึดโรง พยาบาล เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบก็อยู่ในอาการมืดแปดด้าน หมายจับที่ออกมาแล้ว 2-8 หมาย เป็นการออกตามประวัติการใช้ปืน 18 กระบอกในพื้นที่ 5 อำเภอของ จ.นราธิวาสเป็นหลัก ซึ่งต้องเรียกว่าเป็น "ฐานข้อมูลเก่า"

ที่สำคัญ ผู้ก่อเหตุหลายคนไม่ได้ใช้ผ้าหรือหมวกคลุมศีรษะปกปิดใบหน้า ซ้ำยังเดินผ่านกล้องวงจรปิดแบบไม่กลัวใครจำได้อีกด้วย

7ข้อสงสัยปล้นรถ-ซุกบอมบ์

เหตุการณ์ที่ 2 กรณีคนร้ายปล้นรถของลุงกับป้า สองสามีภรรยาจากพื้นที่บันนังสตา แล้วนำระเบิดถังแก๊ส 2 ถัง น้ำหนักระเบิด 160 กิโลกรัมยัดใส่รถ จากนั้นบังคับให้คุณลุงขับรถเข้าไปจอดกลางเมืองยะลาเพื่อกดระเบิด

ยุทธวิธีของกลุ่มคนร้าย นอกจากจะจับคุณป้าแยกขึ้นรถไปอีกคันเพื่อเป็นตัวประกันแล้ว ยังให้คุณลุงสวมเสื้อที่ผูกระเบิดติดไว้ เป็นการกดดันและบังคับอีกชั้นหนึ่งให้คุณลุงทำภารกิจให้สำเร็จอีกด้วย

เหตุการณ์นี้หากมีการระเบิดเกิดขึ้นจริง จะก่อความสูญเสียอย่างมหาศาล เพราะจุดที่คนร้ายบังคับให้คุณลุงขับรถไปจอด อยู่ใกล้ปั๊มน้ำมัน และบริษัทโตโยต้า พิธานพาณิชย์ยะลา ภาพที่คาดว่าจะออกมาหากเกิดระเบิด คือคนขับสวมเสื้อระเบิด คล้ายเป็น "ระเบิดพลีชีพ" เท่ากับเป็นการยกระดับความรุนแรงของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เทียบเท่าก่อการ ร้ายสากล

เคราะห์ดีที่เหตุการณ์ไม่ได้บานปลายถึงเพียงนั้น แต่ก็ยังมีประเด็นข้อสงสัยจากฝ่ายต่างๆ จากหลายวงสนทนา พอสรุปได้ดังนี้

1.วิธีการของคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยการปล้นรถแล้วจับตัวประกันบังคับให้ขับรถของตัวเองบรรทุกระเบิดเข้าไปจอด ในตัวเมือง เป็นวิธีการใหม่ที่ไม่เคยใช้มาก่อน ที่ผ่านมามีแต่คนร้ายฆ่าเจ้าทรัพย์ แล้วชิงรถไปติดตั้งระเบิด ก่อนนำไปจุดระเบิดตรงบริเวณที่เป็นเป้าหมายทันที เห็นได้จากเหตุ "คาร์บอมบ์" ล่าสุดใน อ.เมืองปัตตานี หน้าฐานของตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เมื่อ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ก็เป็นการฆ่าเจ้าทรัพย์ ชิงรถ ติดตั้งระเบิด แล้วโจมตี

คำถามคือเหตุใดคนร้ายจึงเลือกใช้วิธีการที่ซับซ้อนและมีโอกาสผิดพลาดได้ง่าย หากหวังผลให้เกิดการระเบิดเพื่อสร้างความสูญเสียในเขตเมืองและย่านเศรษฐกิจ

2.ความโหดเหี้ยมในการก่อเหตุของคนร้ายดูจะลดน้อยลงกว่าที่ผ่านๆ มา โดยเฉพาะหากเป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ อ.บันนังสตา และ อ.กรงปินัง ซึ่งมีประวัติการก่อเหตุอย่างเหี้ยมโหด เพราะคุณป้าที่ตกเป็นตัวประกันก็ปลอดภัย แม้คุณลุงจะทำการไม่สำเร็จ คือไม่เกิดการระเบิดขึ้นก็ตาม

3.คนร้ายบางส่วนหรือทั้งหมด ไม่ได้ปกปิดหน้าตา การปล่อยตัวประกันทำให้นำไปสู่การออกภาพสเก็ตช์และติดตามตัวคนร้ายได้ง่าย ซึ่งล่าสุดก็มีข่าวตำรวจเริ่มจับกุมผู้ต้องสงสัยแล้ว

4.การวางระเบิดของคนร้าย จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ระบุว่า ระเบิดถังแก๊สทั้ง 2 ถังประกอบวงจรระเบิดไว้สมบูรณ์แล้ว และมีวงจรจุดระเบิดซ้อนมากกว่า 1 วงจร แต่หลังจากที่คนร้ายบังคับให้คุณลุงขับรถผ่านด่านตรวจเข้ามาในพื้นที่เขต เมืองได้แล้ว มีบางช่วงที่คุณลุงขับรถหลุดพ้นจากการควบคุมของคนร้าย เหตุใดคนร้ายจึงไม่จุดระเบิดทันที

5.กรณีเสื้อผูกระเบิดที่คนร้ายบังคับให้คุณลุงสวมใส่เพื่อข่มขู่ให้ขับรถ บรรทุกระเบิดไปจอดยังเป้าหมาย โดยข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระบุว่าคนร้ายต่อวงจรเอาไว้แล้ว เหตุใดคุณลุงจึงสามารถใช้กรรไกรตัดเสื้อระหว่างขับรถแล้วโยนทิ้งไปได้โดยไม่ ระเบิด แต่กลับมีข่าวว่าเสื้อดังกล่าวระเบิดขึ้นระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าทำการ เก็บกู้

6.เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเหตุการณ์ใหญ่ และรูปแบบการก่อเหตุไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เหตุใดจึงมีแต่เพียงฝ่ายตำรวจและฝ่ายปกครองเท่านั้นที่มีข้อมูลและให้ข่าว กับสื่อ แต่ไม่ปรากฏข้อมูลในรายงานเหตุการณ์ของหน่วยงานทางทหาร

7.ระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ถังแก๊ส 2 ถังบรรทุกมาในรถ ยังมีข้อมูลสับสนว่าขับผ่านด่านตรวจของเจ้าหน้าที่เข้ามาหรือไม่ เพราะข้อมูลบางแหล่งระบุว่าขับผ่านด่านตรวจตามปกติ แต่บางแหล่งระบุว่าขับลัดเลาะหลบด่านทุกด้านจนเข้าเมืองได้

นอกจากนั้นข้อมูลที่รายงานผ่านสื่อบางแขนงอ้างว่าคุณลุงถูกคนร้ายใช้ถุงดำ คลุมศีรษะเกือบตลอดทาง แต่บางสื่อกลับอ้างว่าคุณลุงรู้เส้นทางขับรถของคนร้ายว่าหลบด่านเข้าเมือง ได้อย่างไร ถึงขนาดพาเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองย้อนดูเส้นทางลัดเลาะหลบด่าน ในลักษณะย้อนรอยคนร้ายด้วย

สมมติฐานใครคือผู้สร้างสถานการณ์


ทั้งสองเหตุการณ์ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีฝ่ายรัฐบาล ทรราช คสช. หรือต้องการสร้างภาพใน สถาณ๋การเลวร้าย ในแง่ลบ ตั้งประเด็นว่าเป็นการ "จัดฉาก" เพื่อหวังงบประมาณหรือด้วยเหตุผลของการต้องการ ฆ่าพี่้องมุสลิม

ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญหลายหน่วยยืนยันตรงกันว่า เป็นไปได้น้อยมากที่เหตุการณ์ระดับนี้ ใช้คนมากขนาดนี้ จะกระทำโดย "โจรใต้" เพราะปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงหลายหน่วย หลายสี ปฏิบัติงานในพื้นที่จำนวนมาก มีการตรวจสอบซึ่งกันและกันค่อนข้างสูง และสิ่งที่โจรใต้ ไม่เคยพลาด จากการวางระเบิดมานัดครั้งไม่ถ้วนนั้น หากนำมาประกอยวิธีการวาง จะแตกต่างจาก เหตุการณ์ ระเบิด 160โล ครั้งนี้อย่างเห็นได้ชัด แค่มองก็รู้แล้วว่าเป็นฝีมือของรัฐบาล ทรราช คสช.

ฉะนั้นการสร้างสถานการณ์โดยหน่วยใดหรือกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจึงเป็นเรื่องไม่ยาก ที่จะคาดเดา

เหตุการณ์ ทั้ง 2 ครั้งนี้ จุดประสงค์เพื่ออะไร ถ้าไม่ใช่ งบประมาณและการคงอยู่ของกองกำลังทหารกว่า 5 หมื่นนาย ที่จะได้เบี้ยและอายุราชการทวีคูณอีกทั้งสวัสดิการต่างๆ อีกมากมาย บนคลาดน้ำตาและกองเลือดของพี่น้องประชาชน สืบต่อไป

สิ่งที่เห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น!

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก อิศรา


เสรีชน

สงกรานต์นี้ ขอเขียนจดหมายเปิดผนึก ถึง ตือโป๊ยก่าย ประวิทย์ พี่ใหญ่แห่งบูรพาสุนัข สักหน่อย

ในวาระ สงกรานต์นี้ ขอเขียนจดหมายเปิดผนึก ถึง ตือโป๊ยก่าย ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ. พี่ใหญ่แห่งบูรพาสุนัข
-
อีป้อม....ครับ  ก่อนอื่นขอแสดงความติดเห็น กับชีวิตและหน้าที่การงานของนางประวิทย์  ที่ประสบความสำเร็จ  ลาภ ยศ สรรเสริญ รวมทั้งบรรดาศักดิ์ ที่ได้มีจาก กองเลือดและคราบน้ำตาของประชาชน  ทั้งในปี ตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจุบัน 
-
ความชั่วระยำ เหล่านี้อีป้อม ล้วนผ่านมาแล้วทั้งสิ้น    แม้จะทำให้คนไทยอีกหลายสิบล้านคน ต้องทุกข์ทน และ ไม่เคยมีวาสนาได้สัมผัสสิ่งเหล่านั้นแม้เสี้ยวปลายนิ้วก้อยจากที่อีป้อมได้รับ    
-
เปล่าหรอก....ผมไม่ได้กำลังขอร้องขอ  ให้อีป้อมแบ่งปันสิ่งเหล่านั้นที่ได้รับ   แต่อยากจะเอาเท้าสะกิดหัวของนาง ในฐานะปราชาชนคนไทยที่เป็นพุทธศาสนิกชนด้วยกัน   สรรพสิ่งล้วนอนิจจัง....ยิ่งขวานขวายมากก็ยิ่งสูญเสียมาก 

-
ในฐานะที่อีป้อม  พี่ใหญ่แห่งบูรพาสุนัข     ผมไม่เชื่อว่าอีป้อมจะไม่รู้เห็นอะไรต่อมิอะไรที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง   ยิ่งในขณะนี้!!   ขณะที่ทหารเอารถถัง เอาสรรพอาวุธสงครามมาbase ไว้ที่กรุงเทพฯ     อีป้อมอาจจะปฏิเสธว่าเป็นทหารที่เกษียณไปแล้วไม่รู้. หรืออีป้อมออกมาปัด ในการสลายการชุมนุม เมื่อครั้งปี 2553 ที่ผ่านมา โดยกล่าวว่า แค่เป็นพยาน ในการสั่งฆ่าประชาชน ในครั้งนั้น เท่านั้น ....ฟังเผินๆ อาจจะน่าเชื่อถือนะครับ    แต่พฤติกรรมที่ผ่านๆ มาของอีป้อม กลับมองว่ายังไม่เกษียณเลย

-
อีเปรม แห่งบ้านสี่เสา ถือว่าเป็น "ทหารเกษียณ" ผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในประเทศไทยภายใต้การปกครองระบอบอำมาตยธิปไตย    ในสายตาของผมและเชื่ออีกว่าในสายตานักประชาธิปไตยอีกหลายๆ ล้านคนมองว่านั่นไม่ถูกต้องนัก   เพราะสถานะของอีเปรม กลับถูกยกย่องจากคนทั่วไปโดยเฉพาะทหารและจากสื่อทีมงานของอีเปรมเองจนเกินเลย  แม้ช่วงวันเปิดบ้านของอีเปรม  ไอ้ตูบ ถึงขนาดฟ้องอีเปรมว่า สื่อไม่ช่วย 
-

นั้นเป็นข้อสังเกตุให้เห็นว่า อีเปรมไม่ใช่คุมแค่กำลังทหาร หรือแค่ธนาคารเท่านั้น แม้กระทั้งสื่อ อีเปรมก็คุมด้วย  
-
อีป้อม  .....เองคงจะทราบและรู้ดีว่า อีเปรม นั่นคือที่มาที่ไปของคำว่า "ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ"  และเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง รัฐประหารทุกครั้ง 

-
ก่อนหน้านั้นโผทหารโดยเฉพาะตำแหน่ง "ผบ ทบ."  ก่อนจะส่งขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย  ต้องผ่านมืออีเปรมก่อนทุกครั้ง  (ซึ่งถือว่าไม่จำเป็นต้องผ่านมือ  หาเช่นนั้นพรบ. พรก. หรืออะไรต่อมิอะไรที่ต้องส่งขึ้นทูลเกล้าฯ ก็ต้องผ่านอีเปรมทั้งหมด)    
-


ก็ต่อเมื่อครั้งดร.ทักษิณดำรงตำแหน่งนายก ก็ได้ทำลาย "ธรรมเนียมเลว" คือการไม่ส่งโผทหารผ่านมืออีเปรมลงไป  และเขาเป็นผู้นำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยตรงในฐานะนายกรัฐมนตรีเอง  การแต่งตั้งเหล่าทหารชั้นผู้ใหญ่จึงเป็นไปตามกฏตามกติกา    นายทหารที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากตรงนี้ก็คือ (อีป้อมประวิทย์) ด้วย   หรือมึงจะปฏิเสธ.............???  
-

หากวันนั้น  ดร. ทักษิญ ยังคงธรรมเนียมเก่า เอารายชื่อให้ อีเปรม.......... ผมถามตรงๆ นะครับว่า อีป้อม  มึงจะมีวันนี้ไหม
-
หากแต่........ วันนี้ อีป้อมทำไมมึงกลับจ้องทำลาย ตระกลูชินวัตร และ ประชาชนด้วยเหตุอันใด  ทั้งๆที่ มึงก็ได้รับ อนิสงค์จาก ระบอบ ประชาธิปไตย มึงนี้ ยิ่งกว่าสุนัขตัวเมียที่เลี้ยงไม่เชื่องเสียอีก 

-
เอาล่ะ เมื่ออีป้อม เป็นเช่นนี้  ก็ขอคิดและคาดเดาต่อไปเอาไว้เลยว่า 

-
เมื่อไหร่ที่ อีเปรมได้สิ้นอายุขัย หรือตายห่าตายโหงจากพิษ ส้นตีนของประชาชน ลงไป   ศูนย์รวมอำนาจนอกระบบและเหนือรัฐธรรมนูญก็คงจะค่อยๆ สลายไปด้วย     และที่สำคัญ    ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะได้หลุดจากวงจรแห่งการกุมอำนาจแบบประหลาดๆ ในสังคมไทยเสียที     บ้านเมืองจะเดินได้ไปข้างหน้าไม่ตะกุกตะกักเหมือนที่ผ่านๆ มา 
-
หรือว่าอีป้อม มึงจะเห็นด้วยไหม กับกู หรือว่า มึงจะคิดสวมบท อีเปรม 2 

-
อีป้อมเอย.........อย่าคิดวัดรอยเท้าอีเปรมเลย ...วางตัวเป็นทหารเกษียณทิ้งตัวอย่างที่เป็นทหารเลว ๆ อย่าให้น้องๆ เดินตามรอยมึงอีกเลย พอทีเถอะ

-  

รอยเท้าของมึงนะ อีป้อม ไม่ว่ามึงจะเลี้ยงทหารนอกแถวไว้มากมายก็ตาม  แต่กูเชื่อว่า  ด้วยระบบประชาชธิปไตยในอนาคตในใกล้นี้  ซึ่งแน่นอนอไม่ได้มาจาก ทรราช คสช. อย่างแน่นอน 
-
ทหารชั่ว และ ทรราช คสช.ทั้งหลาย จะต้องถูกดำเนิคดี ฆ่าล้างเผ่าพันธ์กับศาลโลก และกูก็เชื่อต่ออีกว่าทหารหลายรุ่นหลายเหล่าจะไม่เดินตามรอยเท้ามึง.............  อีป้อม 
-


เพราะอะไร  ก็เพราะประเทศฉิบหายวายวอดไปกว่า 5 ล้านๆ บาท ในช่วงเวลาตั้งแต่ทรราช คสช. ทำรัฐประหารมานั้นเป็นสิ่งที่ยืนยันอย่างชัดแจ้งว่า

-
และประชาชนตายไปมากกว่าหมื่นด้วยน้ำมือของ ทหารทั้งสิ้น 

นั้นจึงเป้นที่มา ขอคำว่า   ทหารไทยมีไว้ทำไม
-

กูไม่ต้องทหารชั่วๆ อย่างพวกมึงอีกแล้ว  ------------พอกันที

-
เสรีชน


สงกรานต์นี้ ขอเขียนจดหมายเปิดผนึก ถึง ตือโป๊ยก่าย ประวิทย์ พี่ใหญ่แห่งบูรพาสุนัข สักหน่อย

ในวาระ สงกรานต์นี้ ขอเขียนจดหมายเปิดผนึก ถึง ตือโป๊ยก่าย ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ. พี่ใหญ่แห่งบูรพาสุนัข
-
อีป้อม....ครับ  ก่อนอื่นขอแสดงความติดเห็น กับชีวิตและหน้าที่การงานของนางประวิทย์  ที่ประสบความสำเร็จ  ลาภ ยศ สรรเสริญ รวมทั้งบรรดาศักดิ์ ที่ได้มีจาก กองเลือดและคราบน้ำตาของประชาชน  ทั้งในปี ตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจุบัน 
-
ความชั่วระยำ เหล่านี้อีป้อม ล้วนผ่านมาแล้วทั้งสิ้น    แม้จะทำให้คนไทยอีกหลายสิบล้านคน ต้องทุกข์ทน และ ไม่เคยมีวาสนาได้สัมผัสสิ่งเหล่านั้นแม้เสี้ยวปลายนิ้วก้อยจากที่อีป้อมได้รับ    
-
เปล่าหรอก....ผมไม่ได้กำลังขอร้องขอ  ให้อีป้อมแบ่งปันสิ่งเหล่านั้นที่ได้รับ   แต่อยากจะเอาเท้าสะกิดหัวของนาง ในฐานะปราชาชนคนไทยที่เป็นพุทธศาสนิกชนด้วยกัน   สรรพสิ่งล้วนอนิจจัง....ยิ่งขวานขวายมากก็ยิ่งสูญเสียมาก 

-
ในฐานะที่อีป้อม  พี่ใหญ่แห่งบูรพาสุนัข     ผมไม่เชื่อว่าอีป้อมจะไม่รู้เห็นอะไรต่อมิอะไรที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง   ยิ่งในขณะนี้!!   ขณะที่ทหารเอารถถัง เอาสรรพอาวุธสงครามมาbase ไว้ที่กรุงเทพฯ     อีป้อมอาจจะปฏิเสธว่าเป็นทหารที่เกษียณไปแล้วไม่รู้. หรืออีป้อมออกมาปัด ในการสลายการชุมนุม เมื่อครั้งปี 2553 ที่ผ่านมา โดยกล่าวว่า แค่เป็นพยาน ในการสั่งฆ่าประชาชน ในครั้งนั้น เท่านั้น ....ฟังเผินๆ อาจจะน่าเชื่อถือนะครับ    แต่พฤติกรรมที่ผ่านๆ มาของอีป้อม กลับมองว่ายังไม่เกษียณเลย

-
อีเปรม แห่งบ้านสี่เสา ถือว่าเป็น "ทหารเกษียณ" ผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในประเทศไทยภายใต้การปกครองระบอบอำมาตยธิปไตย    ในสายตาของผมและเชื่ออีกว่าในสายตานักประชาธิปไตยอีกหลายๆ ล้านคนมองว่านั่นไม่ถูกต้องนัก   เพราะสถานะของอีเปรม กลับถูกยกย่องจากคนทั่วไปโดยเฉพาะทหารและจากสื่อทีมงานของอีเปรมเองจนเกินเลย  แม้ช่วงวันเปิดบ้านของอีเปรม  ไอ้ตูบ ถึงขนาดฟ้องอีเปรมว่า สื่อไม่ช่วย 
-

นั้นเป็นข้อสังเกตุให้เห็นว่า อีเปรมไม่ใช่คุมแค่กำลังทหาร หรือแค่ธนาคารเท่านั้น แม้กระทั้งสื่อ อีเปรมก็คุมด้วย  
-
อีป้อม  .....เองคงจะทราบและรู้ดีว่า อีเปรม นั่นคือที่มาที่ไปของคำว่า "ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ"  และเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง รัฐประหารทุกครั้ง 

-
ก่อนหน้านั้นโผทหารโดยเฉพาะตำแหน่ง "ผบ ทบ."  ก่อนจะส่งขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย  ต้องผ่านมืออีเปรมก่อนทุกครั้ง  (ซึ่งถือว่าไม่จำเป็นต้องผ่านมือ  หาเช่นนั้นพรบ. พรก. หรืออะไรต่อมิอะไรที่ต้องส่งขึ้นทูลเกล้าฯ ก็ต้องผ่านอีเปรมทั้งหมด)    
-


ก็ต่อเมื่อครั้งดร.ทักษิณดำรงตำแหน่งนายก ก็ได้ทำลาย "ธรรมเนียมเลว" คือการไม่ส่งโผทหารผ่านมืออีเปรมลงไป  และเขาเป็นผู้นำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยตรงในฐานะนายกรัฐมนตรีเอง  การแต่งตั้งเหล่าทหารชั้นผู้ใหญ่จึงเป็นไปตามกฏตามกติกา    นายทหารที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากตรงนี้ก็คือ (อีป้อมประวิทย์) ด้วย   หรือมึงจะปฏิเสธ.............???  
-

หากวันนั้น  ดร. ทักษิญ ยังคงธรรมเนียมเก่า เอารายชื่อให้ อีเปรม.......... ผมถามตรงๆ นะครับว่า อีป้อม  มึงจะมีวันนี้ไหม
-
หากแต่........ วันนี้ อีป้อมทำไมมึงกลับจ้องทำลาย ตระกลูชินวัตร และ ประชาชนด้วยเหตุอันใด  ทั้งๆที่ มึงก็ได้รับ อนิสงค์จาก ระบอบ ประชาธิปไตย มึงนี้ ยิ่งกว่าสุนัขตัวเมียที่เลี้ยงไม่เชื่องเสียอีก 

-
เอาล่ะ เมื่ออีป้อม เป็นเช่นนี้  ก็ขอคิดและคาดเดาต่อไปเอาไว้เลยว่า 

-
เมื่อไหร่ที่ อีเปรมได้สิ้นอายุขัย หรือตายห่าตายโหงจากพิษ ส้นตีนของประชาชน ลงไป   ศูนย์รวมอำนาจนอกระบบและเหนือรัฐธรรมนูญก็คงจะค่อยๆ สลายไปด้วย     และที่สำคัญ    ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะได้หลุดจากวงจรแห่งการกุมอำนาจแบบประหลาดๆ ในสังคมไทยเสียที     บ้านเมืองจะเดินได้ไปข้างหน้าไม่ตะกุกตะกักเหมือนที่ผ่านๆ มา 
-
หรือว่าอีป้อม มึงจะเห็นด้วยไหม กับกู หรือว่า มึงจะคิดสวมบท อีเปรม 2 

-
อีป้อมเอย.........อย่าคิดวัดรอยเท้าอีเปรมเลย ...วางตัวเป็นทหารเกษียณทิ้งตัวอย่างที่เป็นทหารเลว ๆ อย่าให้น้องๆ เดินตามรอยมึงอีกเลย พอทีเถอะ

-  

รอยเท้าของมึงนะ อีป้อม ไม่ว่ามึงจะเลี้ยงทหารนอกแถวไว้มากมายก็ตาม  แต่กูเชื่อว่า  ด้วยระบบประชาชธิปไตยในอนาคตในใกล้นี้  ซึ่งแน่นอนอไม่ได้มาจาก ทรราช คสช. อย่างแน่นอน 
-
ทหารชั่ว และ ทรราช คสช.ทั้งหลาย จะต้องถูกดำเนิคดี ฆ่าล้างเผ่าพันธ์กับศาลโลก และกูก็เชื่อต่ออีกว่าทหารหลายรุ่นหลายเหล่าจะไม่เดินตามรอยเท้ามึง.............  อีป้อม 
-


เพราะอะไร  ก็เพราะประเทศฉิบหายวายวอดไปกว่า 5 ล้านๆ บาท ในช่วงเวลาตั้งแต่ทรราช คสช. ทำรัฐประหารมานั้นเป็นสิ่งที่ยืนยันอย่างชัดแจ้งว่า

-
และประชาชนตายไปมากกว่าหมื่นด้วยน้ำมือของ ทหารทั้งสิ้น 

นั้นจึงเป้นที่มา ขอคำว่า   ทหารไทยมีไว้ทำไม
-

กูไม่ต้องทหารชั่วๆ อย่างพวกมึงอีกแล้ว  ------------พอกันที

-
เสรีชน


สมองมึงคิดได้แค่นี้หรือ " ไอ้ตูบ " ทรราช ประยุทธ์ จันทรโอชา

'ไอ้ตูบ'แนะครม.อ่านหนังสือ'การปกครองประเทศจีน'  และแต่งตัวเหมือนเกาหลี ลั่น  สอดคล้องประเทศไทย

-
"ไอ้ตูบ" แนะ ครม.อ่านหนังสือ The Governance of China เขียนโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เล่าเรื่องการบริหารงาน ที่มีแนวทางสอดคล้องกันกับประเทศไทย ระยะปฏิรูป

-
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทรราช ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. แนะนำหนังสือ The Governance of China ให้ ครม.อ่าน ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนโดยผู้นำจีน บอกเล่าเรื่องการบริหารงานที่มีแนวทางสอดคล้องกันกับประเทศไทย เพราะอยู่ในระยะเวลาแห่งการปฏิรูปเช่นเดียวกัน 

-
และเมื่อวานนี้ 

-
 "ไอ้ตูบ"  ตัวเดิม ประชุมครม.โจร  เปรียบผู้หญิงแต่งตัวต้องดั่งทอฟฟี่ แกะก่อนขายไม่ได้สนใจ ต้องห่อมิดชิด

-
 "ไอ้ตูบ" เห่าว่า สงกรานต์ที่มีความสุข เพราะจะเป็นปีที่เรามีความสุขที่สุด เพราะกว่า 10 ปีแล้วที่ประเทศไทยไม่มีความสุขที่แท้จริง เพราะฉะนั้นอยู่ที่พวกเราทุกคนที่จะช่วยกันทำ ไม่ใช่ตนคนเดียว อย่างดาราที่มาวันนี้เขาก็ไม่แต่งตัวโป๊ เราต้องแต่งตัวให้ดูดี แต่งชุดไทยบ้างก็สวยดี สำหรับการแสดงก็ว่ากันไป คนที่ดูก็ชินแล้ว มันต้องเป็นแบบนี้คนถึงจะดู แต่ความจริงทุกคนรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นวัฒนธรรมไทย ไปเปิดดูเกาหลีทำไมเขาไม่แต่งโป๊ ก็ถือว่าแปลกนะ บางครั้งเขาแทบไม่จูบกันเลย

-
 "ไอ้ตูบ"  เห่าต่อตนบอกแล้วว่าผู้หญิงเปรียบเสมือนทอฟฟี่หรือขนมหวานที่ต้องมีห่อ หากเราเอาขนมมาขายแล้วเปิดห่อทั้งหมดก็คงไม่มีใครอยากกิน มันต้องอยู่ในห่อแล้วจะน่าสนใจ พอเห็นแล้วน่ากินจึงค่อยเปิดดู ส่วนที่เปิดหมดแล้วมันก็ไม่น่าสนใจ ส่วนคนที่ไม่เปิดก็โชคดีไป 

-
สมองมึงคิดได้แค่นี้ งั้นหรือ  "ไอ้ตูบ"

-
ทหารอย่างพวกมึงก็คิดจะปกครอง ด้วยอำนาจจากปากกระบอกปืนก้เท่านั้น  อ้างศักศรี ความเผ็นลูกผู้ชายตลอดเวลา แม้กระทั้งยิงคน มือเปล่า แบบไม่มีทางสู้ อย่างกรณี ราชประสงค์ปี 53  

-
นี้หรือวิธีคิดของ  "ไอ้ตูบ"  กูว่ามึงยิ่งกว่าหน้าตัวเมีย ควรไปหาผ้าถุงใส่จะเหมาะกว่าเครื่องแบบทหาร 

-
ส่วนเรื่อง เปรียบผู้หญิงเป็น ทอฟฟี่  นั้นยิ่งแสดงให้เห็นว่า  สมองมึงมองเพศแม่อย่างไร  คิดแต่แค่ ซื้อขาย มองเพศแม่เหมือนขนมหวาน 

-
ถุย.............. "ไอ้ตูบ" ประยุทธ์ จันทรโอชา  

-
เสรีชน


สมองมึงคิดได้แค่นี้หรือ " ไอ้ตูบ " ทรราช ประยุทธ์ จันทรโอชา

'ไอ้ตูบ'แนะครม.อ่านหนังสือ'การปกครองประเทศจีน'  และแต่งตัวเหมือนเกาหลี ลั่น  สอดคล้องประเทศไทย

-
"ไอ้ตูบ" แนะ ครม.อ่านหนังสือ The Governance of China เขียนโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เล่าเรื่องการบริหารงาน ที่มีแนวทางสอดคล้องกันกับประเทศไทย ระยะปฏิรูป

-
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทรราช ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. แนะนำหนังสือ The Governance of China ให้ ครม.อ่าน ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนโดยผู้นำจีน บอกเล่าเรื่องการบริหารงานที่มีแนวทางสอดคล้องกันกับประเทศไทย เพราะอยู่ในระยะเวลาแห่งการปฏิรูปเช่นเดียวกัน 

-
และเมื่อวานนี้ 

-
 "ไอ้ตูบ"  ตัวเดิม ประชุมครม.โจร  เปรียบผู้หญิงแต่งตัวต้องดั่งทอฟฟี่ แกะก่อนขายไม่ได้สนใจ ต้องห่อมิดชิด

-
 "ไอ้ตูบ" เห่าว่า สงกรานต์ที่มีความสุข เพราะจะเป็นปีที่เรามีความสุขที่สุด เพราะกว่า 10 ปีแล้วที่ประเทศไทยไม่มีความสุขที่แท้จริง เพราะฉะนั้นอยู่ที่พวกเราทุกคนที่จะช่วยกันทำ ไม่ใช่ตนคนเดียว อย่างดาราที่มาวันนี้เขาก็ไม่แต่งตัวโป๊ เราต้องแต่งตัวให้ดูดี แต่งชุดไทยบ้างก็สวยดี สำหรับการแสดงก็ว่ากันไป คนที่ดูก็ชินแล้ว มันต้องเป็นแบบนี้คนถึงจะดู แต่ความจริงทุกคนรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นวัฒนธรรมไทย ไปเปิดดูเกาหลีทำไมเขาไม่แต่งโป๊ ก็ถือว่าแปลกนะ บางครั้งเขาแทบไม่จูบกันเลย

-
 "ไอ้ตูบ"  เห่าต่อตนบอกแล้วว่าผู้หญิงเปรียบเสมือนทอฟฟี่หรือขนมหวานที่ต้องมีห่อ หากเราเอาขนมมาขายแล้วเปิดห่อทั้งหมดก็คงไม่มีใครอยากกิน มันต้องอยู่ในห่อแล้วจะน่าสนใจ พอเห็นแล้วน่ากินจึงค่อยเปิดดู ส่วนที่เปิดหมดแล้วมันก็ไม่น่าสนใจ ส่วนคนที่ไม่เปิดก็โชคดีไป 

-
สมองมึงคิดได้แค่นี้ งั้นหรือ  "ไอ้ตูบ"

-
ทหารอย่างพวกมึงก็คิดจะปกครอง ด้วยอำนาจจากปากกระบอกปืนก้เท่านั้น  อ้างศักศรี ความเผ็นลูกผู้ชายตลอดเวลา แม้กระทั้งยิงคน มือเปล่า แบบไม่มีทางสู้ อย่างกรณี ราชประสงค์ปี 53  

-
นี้หรือวิธีคิดของ  "ไอ้ตูบ"  กูว่ามึงยิ่งกว่าหน้าตัวเมีย ควรไปหาผ้าถุงใส่จะเหมาะกว่าเครื่องแบบทหาร 

-
ส่วนเรื่อง เปรียบผู้หญิงเป็น ทอฟฟี่  นั้นยิ่งแสดงให้เห็นว่า  สมองมึงมองเพศแม่อย่างไร  คิดแต่แค่ ซื้อขาย มองเพศแม่เหมือนขนมหวาน 

-
ถุย.............. "ไอ้ตูบ" ประยุทธ์ จันทรโอชา  

-
เสรีชน


หากการปิดตา- หู- ปาก ของประชาชน แล้ว ทรราช คสช. คิดว่านั้นคือการทำประชามติ แล้วล่ะก็..............ผิด

หากการปิดตา- หู- ปาก ของประชาชน แล้ว ทรราช คสช. คิดว่านั้นคือการทำประชามติ แล้วล่ะก็ .ทรราช คสช. คิดผิดแล้ว เพราะนั้นคือการ มัดมือชก ประชาชน ผู้เป็นเจ้าของประเทศ ให้ยอมรับ รัฐธรรมนูญโจร ต่างหากเล่า 

-----------------------------------------------------

"วัฒนา"ย้ำคสช.ควรเปิดพื้นที่ให้วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ
-

นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ค Watana Muangsook หัวข้อ "ผมก็ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ" โดยมีเนื้อหาดังนี้
-

ผมไม่สบายใจกับท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่แสดงอารมณ์หงุดหงิด กรณีพรรคการเมืองใหญ่สองพรรคไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญและขอให้ คสช. เปิดเผยแนวทางหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ สอดรับกับท่าทีของ ผบ.ทบ. ที่แสดงการข่มขู่กลุ่มการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหว
-

ไทยเป็นสังคมนิติรัฐหรือสังคมที่ใช้กฎหมายเป็นหลักในการปกครอง เมื่อ คสช. ยึดอำนาจและประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2550 คสช. ย่อมเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดหรือเป็น "รัฏฐาธิปัตย์" แต่เมื่อ คสช. ได้ขอพระราชทานรัฐธรรมนูญเพื่อใช้ปกครองประเทศชั่วคราวจนกว่าจะได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือการที่ คสช. ยอมตนที่จะอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ เมื่อได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 แล้ว รัฐธรรมนูญย่อมเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ที่ทุกคนซึ่งรวมถึง คสช. จะต้องให้ความเคารพและปฏิบัติตาม
-

ประเทศไทยอยู่ในขั้นตอนการนำร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนออกเสียงประชามติ ทุกฝ่ายรวมถึงพรรคการเมืองมีสิทธิที่จะแสดงความเห็นทั้งสนับสนุนและคัดค้านต่อร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนประชาชนก็มีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ จึงไม่มีประเด็นถกเถียงว่าเป็นอำนาจของใคร
-

นอกจากนี้การที่นายกรัฐมนตรีแสดงความมั่นใจว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติ หรือการที่ ผบ.ทบ. แสดงความเห็นว่าพรรคการเมืองที่คัดค้านรัฐธรรมนูญคือการไม่ให้เกียรติประชาชน หรือรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะนำพาประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้ คือการแสดงออกในเชิงสนับสนุนซึ่งก็ถือเป็นสิทธิของท่าน ส่วนผมหรือพรรคการเมืองที่ไม่เห็นด้วยก็ย่อมมีสิทธิที่จะแสดงออกได้เช่นเดียวกับท่านที่เป็นฝ่ายสนับสนุน
-

ผมยังยืนยันที่จะมีความเห็นต่อไปเพราะเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ หาใช่เป็นการสร้างความขัดแย้งหรือเป็นขาประจำอยากลองดี เพื่อให้มีคุณสมบัติเข้ารับการอบรมในหลักสูตรของ คสช. แต่อย่างใดไม่
-

การแสดงความคิดเห็นหรือการแถลงจุดยืนของพรรคการเมืองต่อร่างรัฐธรรมนูญ เป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่มาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวบัญญัติรับรองไว้ การที่ คสช. ให้สัมภาษณ์ทำนองว่าจะนำผู้ฝ่าฝืนมาเข้าในหลักสูตรการฝึกอบรมผู้นำการสร้างชาติอย่างสร้างสรรค์ จึงมีลักษณะเป็นการข่มขู่เพื่อจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งนอกจากจะขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนแล้วยังขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ คสช. เป็นผู้ขอพระราชทานมาใช้บังคับเองอีกด้วย ปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจบนข้อมูลที่ครบถ้วนดีกว่ามั้ยครับ ก็เพิ่งสำรวจพบรัฐบาลได้รับคะแนนนิยมสูงถึงร้อยละ 99.5 แบบนี้ยังจะกลัวอะไรอีก

-
วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
13 เมษายน 2559




หากการปิดตา- หู- ปาก ของประชาชน แล้ว ทรราช คสช. คิดว่านั้นคือการทำประชามติ แล้วล่ะก็..............ผิด

หากการปิดตา- หู- ปาก ของประชาชน แล้ว ทรราช คสช. คิดว่านั้นคือการทำประชามติ แล้วล่ะก็ .ทรราช คสช. คิดผิดแล้ว เพราะนั้นคือการ มัดมือชก ประชาชน ผู้เป็นเจ้าของประเทศ ให้ยอมรับ รัฐธรรมนูญโจร ต่างหากเล่า 

-----------------------------------------------------

"วัฒนา"ย้ำคสช.ควรเปิดพื้นที่ให้วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ
-

นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ค Watana Muangsook หัวข้อ "ผมก็ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ" โดยมีเนื้อหาดังนี้
-

ผมไม่สบายใจกับท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่แสดงอารมณ์หงุดหงิด กรณีพรรคการเมืองใหญ่สองพรรคไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญและขอให้ คสช. เปิดเผยแนวทางหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ สอดรับกับท่าทีของ ผบ.ทบ. ที่แสดงการข่มขู่กลุ่มการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหว
-

ไทยเป็นสังคมนิติรัฐหรือสังคมที่ใช้กฎหมายเป็นหลักในการปกครอง เมื่อ คสช. ยึดอำนาจและประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2550 คสช. ย่อมเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดหรือเป็น "รัฏฐาธิปัตย์" แต่เมื่อ คสช. ได้ขอพระราชทานรัฐธรรมนูญเพื่อใช้ปกครองประเทศชั่วคราวจนกว่าจะได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือการที่ คสช. ยอมตนที่จะอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ เมื่อได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 แล้ว รัฐธรรมนูญย่อมเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ที่ทุกคนซึ่งรวมถึง คสช. จะต้องให้ความเคารพและปฏิบัติตาม
-

ประเทศไทยอยู่ในขั้นตอนการนำร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนออกเสียงประชามติ ทุกฝ่ายรวมถึงพรรคการเมืองมีสิทธิที่จะแสดงความเห็นทั้งสนับสนุนและคัดค้านต่อร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนประชาชนก็มีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ จึงไม่มีประเด็นถกเถียงว่าเป็นอำนาจของใคร
-

นอกจากนี้การที่นายกรัฐมนตรีแสดงความมั่นใจว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติ หรือการที่ ผบ.ทบ. แสดงความเห็นว่าพรรคการเมืองที่คัดค้านรัฐธรรมนูญคือการไม่ให้เกียรติประชาชน หรือรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะนำพาประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้ คือการแสดงออกในเชิงสนับสนุนซึ่งก็ถือเป็นสิทธิของท่าน ส่วนผมหรือพรรคการเมืองที่ไม่เห็นด้วยก็ย่อมมีสิทธิที่จะแสดงออกได้เช่นเดียวกับท่านที่เป็นฝ่ายสนับสนุน
-

ผมยังยืนยันที่จะมีความเห็นต่อไปเพราะเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ หาใช่เป็นการสร้างความขัดแย้งหรือเป็นขาประจำอยากลองดี เพื่อให้มีคุณสมบัติเข้ารับการอบรมในหลักสูตรของ คสช. แต่อย่างใดไม่
-

การแสดงความคิดเห็นหรือการแถลงจุดยืนของพรรคการเมืองต่อร่างรัฐธรรมนูญ เป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่มาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวบัญญัติรับรองไว้ การที่ คสช. ให้สัมภาษณ์ทำนองว่าจะนำผู้ฝ่าฝืนมาเข้าในหลักสูตรการฝึกอบรมผู้นำการสร้างชาติอย่างสร้างสรรค์ จึงมีลักษณะเป็นการข่มขู่เพื่อจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งนอกจากจะขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนแล้วยังขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ คสช. เป็นผู้ขอพระราชทานมาใช้บังคับเองอีกด้วย ปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจบนข้อมูลที่ครบถ้วนดีกว่ามั้ยครับ ก็เพิ่งสำรวจพบรัฐบาลได้รับคะแนนนิยมสูงถึงร้อยละ 99.5 แบบนี้ยังจะกลัวอะไรอีก

-
วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
13 เมษายน 2559