Showing posts with label ปัญหาเศรษฐกิจ. Show all posts
Showing posts with label ปัญหาเศรษฐกิจ. Show all posts

เงินล้านล้านไหลเข้าไทย แล้วทำไมคนไทยยังไม่รู้สึกว่ารวยขึ้น?

เงินล้านล้านไหลเข้าไทย แล้วทำไมคนไทยยังไม่รู้สึกว่ารวยขึ้น?
คันฉ่องส่องไทย · Policy Analysis · สิงหาคม 2569

เงินล้านล้านไหลเข้าไทย แล้วทำไมคนไทยยังไม่รู้สึกว่ารวยขึ้น?

เศรษฐกิจสองโลก การย้ายฐานอุตสาหกรรม และคำถามว่าไทยกำลัง “เปลี่ยนโครงสร้าง” หรือเพียงเปิดพื้นที่ให้ทุนโลกสร้างเศรษฐกิจสมัยใหม่ขึ้นข้าง ๆ เศรษฐกิจของคนไทย

บทวิเคราะห์เชิงนโยบาย · คันฉ่องส่องไทย | อัปเดตข้อมูลถึง 5 สิงหาคม 2569 (2026)
ข้อเสนอหลัก
ตัวเลขการลงทุนที่พุ่งขึ้นกับเศรษฐกิจครัวเรือนที่อ่อนแรงไม่ใช่ความขัดแย้งในตัวเอง แต่เป็นสัญญาณว่าไทยอาจกำลังเกิด “เศรษฐกิจสองโลก” โลกหนึ่งเชื่อมกับ AI, data center, EV, PCB และห่วงโซ่อุปทานโลก อีกโลกหนึ่งประกอบด้วยครัวเรือนหนี้สูง SMEs ที่เครดิตตึง และแรงงานในกิจกรรมผลิตภาพต่ำ ความสำเร็จจึงไม่ควรวัดด้วยมูลค่าใบสมัคร BOI เพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดความสามารถของรัฐในการเปลี่ยน FDI ให้เป็นการลงทุนจริง มูลค่าเพิ่มในประเทศ เทคโนโลยี ทักษะ ผู้ประกอบการไทย ค่าจ้าง และความอยู่ดีของประชาชน โดยมีเสถียรภาพทางการเมืองและความน่าเชื่อถือของสถาบันเป็น “ตัวคูณ” ของกระบวนการทั้งหมด

1. ปริศนาที่ไม่ใช่ปริศนา: ประเทศเดียว แต่สองภาพเศรษฐกิจ

ถ้ามองประเทศไทยจากโต๊ะอาหารของครัวเรือน ภาพที่เห็นคือหนี้สูง กำลังซื้อไม่แข็งแรง สินเชื่อเข้าถึงยาก และความกังวลต่อรายได้ในอนาคต แต่ถ้ามองจากโต๊ะประชุมของบริษัทข้ามชาติ ภาพกลับต่างออกไปอย่างน่าประหลาด: ไทยกำลังรับคำขอลงทุนระดับประวัติการณ์

1.47 ล้านล้านบาทมูลค่าคำขอส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด ครึ่งแรกปี 2026 เพิ่ม 37% YoY
1.37 ล้านล้านบาทคำขอในหมวด FDI ครึ่งแรกปี 2026 เพิ่ม 80% YoY
1.12 ล้านล้านบาทคำขอในอุตสาหกรรมดิจิทัล ครึ่งแรกปี 2026

ตัวเลขข้างต้นมาจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ขณะที่ IMF ประเมินว่า GDP ไทยโตประมาณ 2.1% ในปี 2025 และคาดการเติบโตปี 2026 ไว้เพียงราว 1.6% ในรายงาน Article IV ต้นปี 2026 IMF ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานหนี้ครัวเรือนปลายปี 2025 ราว 86.7% ของ GDP แม้ลดลงจากจุดสูงสุด แต่ยังอยู่ในระดับสูง Bank of Thailand

ดังนั้น ทั้งคนที่บอกว่า “เศรษฐกิจไม่ดี” และผู้กำหนดนโยบายที่บอกว่า “เงินลงทุนกำลังทุบสถิติ” อาจพูดความจริงพร้อมกัน เพราะกำลังวัดคนละส่วนของระบบเศรษฐกิจ

สิ่งที่ต้องแยกให้ชัดคือ “เศรษฐกิจของประเทศไทยมีมูลค่าในสายตาทุนโลก” ไม่ได้มีความหมายโดยอัตโนมัติว่า “คนไทยส่วนใหญ่มีผลิตภาพ รายได้ และความมั่นคงเพิ่มขึ้น”

2. อย่าอ่านตัวเลข BOI ผิด: Application ไม่เท่ากับ Investment

ข้อควรระวังทางวิธีวิทยาที่สำคัญที่สุดคือ ตัวเลข 1.47 ล้านล้านบาทเป็น investment applications หรือคำขอรับการส่งเสริม ไม่ใช่เงิน 1.47 ล้านล้านบาทที่ถูกใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วทันที การวิเคราะห์เชิงนโยบายจึงต้องแยกอย่างน้อยหกขั้น:

คำขออนุมัติลงทุนจริงมูลค่าเพิ่มในไทยการแพร่ความสามารถรายได้ประชาชน

ช่องว่างระหว่างแต่ละลูกศรคือพื้นที่ที่นโยบายสาธารณะมีความหมาย โรงงานที่ได้รับอนุมัติอาจล่าช้า ลดขนาด หรือไม่เกิดขึ้น การลงทุนจริงอาจซื้อเครื่องจักรและบริการจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ และแม้โรงงานจะผลิตเพื่อส่งออกมาก ก็ไม่ได้รับประกันว่าบริษัทไทยจะเข้าไปเป็น supplier หรือได้รับเทคโนโลยี

จึงควรเลิกใช้ “ยอดขอส่งเสริมการลงทุน” เป็น scorecard สุดท้ายของรัฐบาล และสร้างตัวชี้วัดต่อเนื่องตั้งแต่ application-to-realization rate ไปจนถึง domestic value-added, local procurement, Thai skilled employment, wage premium, R&D spillover และการเกิดผู้ประกอบการไทยรายใหม่ในห่วงโซ่

3. สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริง: Thailand is being rewired

ข้อเสนอที่ว่า “ไทยกำลังตาย” ง่ายเกินไป เช่นเดียวกับข้อเสนอว่า “ไทยกำลังบูม” ก็ง่ายเกินไป ภาพที่แม่นกว่าคือเศรษฐกิจไทยกำลังถูก rewire ให้เข้ากับสถาปัตยกรรมการผลิตโลกยุคใหม่

แรงเปลี่ยนระดับโลกตำแหน่งที่ไทยกำลังรับคำถามเชิงนโยบาย
AI / CloudData centers, cloud infrastructure, network & coolingไทยได้เพียงไฟฟ้า-ที่ดิน-บริการ หรือสร้าง AI ecosystem ของตนเอง?
China+1 / supply-chain diversificationPCB, electronics, componentssupplier ไทยขึ้นชั้นหรือ supplier ต่างชาติย้ายตามเข้ามาทั้งชุด?
EV transitionEV assembly, battery, auto partsฐานผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเดิมถูก upgrade หรือ displaced?
Geopolitical fragmentationฐานผลิตที่เชื่อม ASEAN และตลาดโลกกฎถิ่นกำเนิดสินค้าและ trade remedies จะจำกัดโมเดล “เลี่ยงภาษี” หรือไม่?

BOI รายงานว่าในครึ่งแรกปี 2026 ภาค electronics/electrical appliances มีคำขอราว 120,200 ล้านบาท นอกเหนือจากดิจิทัลที่มีมูลค่ามหาศาล และระบุโครงการตั้งแต่ PCB, optical transceivers, hard disk drives ไปจนถึงระบบ networking และ cooling สำหรับ data center นี่ไม่ใช่ภาพลวงทั้งหมด มีการเปลี่ยนฐานอุตสาหกรรมจริง เพียงแต่ “มีอุตสาหกรรมใหม่ในไทย” กับ “ประเทศไทยครอบครองความสามารถใหม่” เป็นคนละประโยคกัน

4. FDI without Diffusion: กับดักที่ตัวเลขมหาศาลสามารถซ่อนเอาไว้

เราอาจเรียกความเสี่ยงนี้ว่า FDI without Diffusion: ทุน โรงงาน และยอดส่งออกเพิ่ม แต่ความรู้ ผลิตภาพ อำนาจต่อรอง และรายได้ไม่ได้แพร่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในในระดับเดียวกัน

อุตสาหกรรม data center ทำให้คำถามนี้คมเป็นพิเศษ เพราะมี capital expenditure สูงมาก แต่จำนวนงานโดยตรงหลังเปิดดำเนินการอาจไม่สัมพันธ์กับขนาดเงินลงทุน และต้องใช้ไฟฟ้า น้ำ ที่ดิน ระบบส่งกำลัง และโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ในปี 2026 ไทยถึงขั้นเพิ่มกระบวนการกลั่นกรองโครงการ data center ในมิติไฟฟ้า น้ำ สิ่งแวดล้อม การจัดการพลังงาน และประโยชน์ต่อประเทศ แสดงว่ารัฐเองเริ่มมองเห็นข้อจำกัดของการแข่งขันด้วย “ยอดเงินลงทุน” เพียงมิติเดียว สรุปเกณฑ์ BOI ฉบับปรับปรุง

คำถามที่ถูกต้องจึงไม่ใช่ “ต่างชาติมาลงทุนกี่ล้านล้าน?”

แต่คือ หลังหักเครื่องจักรนำเข้า วัตถุดิบนำเข้า สิทธิประโยชน์ภาษี ต้นทุนพลังงานและทรัพยากร และกำไรที่ไหลออกแล้ว ไทยเหลือ มูลค่าเพิ่ม ความรู้ บริษัทที่แข็งแรง และรายได้ของคนไทย เท่าใด?

5. เสถียรภาพทางการเมืองไม่ใช่ “ฉากหลัง” แต่เป็นตัวคูณของ FDI

ตรงนี้เป็นจุดที่การเล่าเรื่อง “เงินลงทุนกำลังทะลักเข้าไทย” มักกล่าวถึงน้อยเกินไป นักลงทุนระยะยาวไม่ได้ซื้อเพียงที่ดิน ค่าแรง และ tax incentive เขาซื้อ predictability — ความคาดการณ์ได้ของกติกา สัญญา ภาษี พลังงาน ใบอนุญาต โครงสร้างพื้นฐาน การบังคับใช้กฎหมาย และทิศทางรัฐบาลตลอดอายุโครงการซึ่งอาจยาว 10–30 ปี

IMF เตือนในรายงานประเทศไทยปี 2026 ว่า prolonged policy uncertainty และพัฒนาการทางการเมืองภายในสามารถกดการค้า การลงทุน และการเติบโตได้ IMF Article IV นี่ทำให้เสถียรภาพทางการเมืองมีผลอย่างน้อยสามระดับ

  1. Investment realization risk: โครงการที่ยื่นหรือได้รับอนุมัติอาจชะลอหากกติกา รัฐบาล งบประมาณ หรือ infrastructure plan เปลี่ยน
  2. Policy continuity risk: การพัฒนา supplier, skill, power grid, water system และ logistics ต้องทำหลายรัฐบาล หากนโยบายเปลี่ยนตามขั้วอำนาจ การลงทุนกายภาพอาจเกิดแต่ ecosystem ไม่เกิด
  3. Legitimacy and social-license risk: โครงการขนาดใหญ่ที่เร่งอนุมัติโดยไม่เปิดเผยต้นทุน-ผลประโยชน์หรือรับฟังพื้นที่เพียงพอ สามารถสร้างแรงต่อต้านภายหลัง ซึ่งย้อนกลับมาเป็น political risk ของนักลงทุนเอง

Land Bridge เป็นกรณีเตือนที่ดี ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่กับตัวโครงการ Reuters รายงานในเดือนมิถุนายน 2026 ถึงแรงต้านจากชุมชนประมงและเกษตร ข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม ความกังขาด้านความคุ้มทุน และความอ่อนไหวต่อบทบาททุนจีน Reuters บทเรียนจึงไม่ใช่ “ห้ามลงทุน” แต่คือ ความเร็วในการอนุมัติไม่สามารถทดแทน legitimacy ของการตัดสินใจ

รัฐบาลที่ต้องการดึง FDI มากที่สุด จึงยิ่งควรสร้าง rule stability, institutional credibility และ social consent มากที่สุด เพราะ “เสถียรภาพ” ที่นักลงทุนต้องการไม่ใช่เพียงรัฐบาลอยู่ครบเทอม แต่คือกติกาที่อยู่เหนือการเปลี่ยนรัฐบาล

6. ทุนจีน: ต้องไม่กลัวจนเหมารวม และต้องไม่หลงจนไม่ต่อรอง

การอภิปรายเรื่องทุนจีนควรออกจากสองขั้ว คือ “จีนคือภัย” กับ “เงินลงทุนก็คือเงินลงทุน ไม่ต้องสนใจว่าใครเป็นเจ้าของ” ทั้งสองท่าทีไม่พอสำหรับรัฐที่ต้องวางยุทธศาสตร์

ในปี 2025 BOI ระบุคำขอ FDI จากจีนราว 172,114 ล้านบาทจาก 982 โครงการ ขณะที่สิงคโปร์อยู่ลำดับหนึ่งที่ 547,316 ล้านบาท BOI 2025 แต่ “ประเทศต้นทางในสถิติ” ไม่จำเป็นต้องเท่ากับ ultimate parent เสมอไป BOI เคยอธิบายเองว่าการลงทุนจำนวนหนึ่งที่ลงทะเบียนจากสิงคโปร์มาจากบริษัทจีนและอเมริกันที่ใช้สิงคโปร์เป็นฐานภูมิภาค BOI

ดังนั้น หากต้องการประเมิน strategic exposure ของประเทศจริง รัฐควรรายงานทั้ง immediate source country และ ultimate beneficial ownership / ultimate parent economy เท่าที่กฎหมายและข้อมูลอนุญาต พร้อม concentration ของ supply chain, technology dependency, energy demand และตลาดปลายทาง การนับธงบนใบสมัครเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เห็นภูมิรัฐศาสตร์ผิดภาพ

สำหรับจีน ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เชื้อชาติของทุน แต่คือเงื่อนไข: บริษัทไทยเข้า supply chain ได้เพียงใด? ใช้แรงงานและผู้เชี่ยวชาญไทยในระดับไหน? มี R&D หรือ engineering function อยู่ในไทยหรือไม่? เกิดการถ่ายทอดความสามารถหรือเป็นเพียง assembly? และสินค้าที่ผลิตในไทยมีความเสี่ยงจาก rules of origin, anti-circumvention หรือมาตรการทางการค้าของประเทศปลายทางหรือไม่?

7. เวียดนาม: กระจกเตือน ไม่ใช่คำทำนาย

เวียดนามเป็น comparative case ที่มีประโยชน์มาก แต่ควรใช้ด้วยความเที่ยงตรง เวียดนามไม่ได้เป็นตัวอย่าง “FDI ล้มเหลว” ตรงกันข้าม FDI มีส่วนสำคัญต่อการเติบโต การส่งออก เทคโนโลยี และการยกระดับผลิตภาพของประเทศ แต่ความสำเร็จนั้นสร้าง dependency ชนิดใหม่ขึ้นพร้อมกัน

OECD Economic Survey: Viet Nam 2025 ชี้ว่า foreign-owned firms มีบทบาทประมาณสามในสี่ของการส่งออกเวียดนาม ขณะที่ foreign value-added ใน gross exports อยู่ราว 48% และความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทต่างชาติกับ domestic suppliers ยังเป็นข้อจำกัด OECD ถึงกับอธิบาย foreign firms บางส่วนว่าดำเนินงานคล้าย “enclaves” ที่นำเข้าปัจจัยการผลิตจำนวนมากหรือพา global suppliers ของตนเข้ามา จึงจำกัด backward linkages ที่จะส่งผลิตภาพไปยังบริษัทเวียดนาม

OECD ยังพบว่าจีนมีจำนวนโครงการลงทุนสูงมากในบางช่วง แต่การสรุปว่า FDI เวียดนามทั้งหมด “อยู่ใต้ทุนจีน” จะเกินหลักฐาน เพราะสิงคโปร์ เกาหลี ญี่ปุ่น และแหล่งทุนอื่นมีบทบาทสำคัญเช่นกัน ประเด็นที่ไทยควรเรียนรู้จึงใหญ่กว่าเรื่องจีน: ประเทศสามารถประสบความสำเร็จในการเป็นฐานผลิตของโลก แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่ากันในการทำให้บริษัทท้องถิ่นเป็นเจ้าของมูลค่าเพิ่ม

World Bank ก็ระบุปัญหาเดียวกันว่า linkages ระหว่าง FDI กับบริษัทเวียดนามที่อ่อนแอจำกัด technology and productivity spillovers Viet Nam 2045: Trading Up in a Changing World

นี่คือเหตุผลที่เวียดนามควรเป็น “กระจกเตือน” แก่ไทย ไม่ใช่เพราะเวียดนามกำลังพัง — ข้อมูล World Bank ล่าสุดยังแสดงการเติบโตที่แข็งแรง — แต่เพราะแม้ประเทศที่ทำ FDI-led manufacturing ได้สำเร็จกว่าไทยมากก็ยังต้องแก้โจทย์ domestic value capture อย่างหนัก World Bank: Viet Nam

8. เศรษฐกิจสองโลก: เหตุใดแม่ค้ากับ BOI จึงพูดความจริงพร้อมกัน

เศรษฐกิจครัวเรือน/เดิมเศรษฐกิจ FDI/ใหม่
หนี้ครัวเรือนสูงทุนข้ามชาติระดมเงินได้จากตลาดโลก
SMEs เข้าถึงเครดิตยากHyperscalers ลง capex ขนาดใหญ่
แรงงานจำนวนมากอยู่ในกิจกรรมผลิตภาพต่ำAI infrastructure และ advanced electronics ต้องการทักษะสูง
อุตสาหกรรมเดิมถูกสินค้านำเข้าและเทคโนโลยีใหม่กดดันEV/PCB/cloud กำลังขยายตัว
กำลังซื้อในประเทศอ่อนการตัดสินใจลงทุนผูกกับตลาดโลกมากกว่ากำลังซื้อไทย

World Bank สรุปปัญหาเชิงโครงสร้างไทยไว้อย่างน่าสนใจว่าแรงงานราว 30% ยังอยู่ในเกษตรซึ่งสร้าง GDP เพียงประมาณ 8% ขณะที่การสร้าง high-quality jobs ใน manufacturing และ modern services หยุดชะงักหรือถดถอยในช่วงหลัง Thailand Economic Monitor, February 2026

จึงไม่แปลกที่ประชาชนไม่ “รู้สึก” ถึงตัวเลขลงทุนที่สวยงาม เพราะ transmission mechanism จาก FDI ไปถึง household income ยังไม่สมบูรณ์ นี่ไม่ใช่ปัญหาการสื่อสารของรัฐบาล หากเป็นปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจ รัฐบาลไม่ควรถามว่า “จะอธิบายให้ประชาชนเข้าใจยอดลงทุนอย่างไร” ก่อนถามว่า “จะทำให้ยอดลงทุนนั้นเปลี่ยนชีวิตประชาชนอย่างไร”

9. ข้อเสนอ: จาก FDI Promotion สู่ National Capability Strategy

หากรัฐบาลต้องการเปลี่ยนคลื่นลงทุนรอบนี้ให้เป็นจุดเปลี่ยนจริง นโยบายควรก้าวจากการแข่งขันให้สิทธิประโยชน์ไปสู่การสร้าง national absorptive capacity — ความสามารถของประเทศในการดูดซับทุน ความรู้ เทคโนโลยี และตลาด แล้วแปลงเป็นศักยภาพของตนเอง

9.1 สร้าง “FDI Conversion Dashboard” ที่สาธารณะตรวจสอบได้

ติดตามเป็น cohort ตั้งแต่คำขอ → อนุมัติ → ออกบัตรส่งเสริม → ก่อสร้าง → เปิดดำเนินงาน → capital actually deployed → employment → local procurement → exports → R&D → tax contribution หลังสิทธิประโยชน์ โดยเปิดข้อมูลในระดับที่ไม่กระทบความลับทางธุรกิจ วิธีนี้จะหยุดการใช้ยอด headline แทนผลลัพธ์จริง

9.2 วัด “คุณภาพ” ของ FDI ต่อหนึ่งบาท ไม่ใช่ยอดบาทอย่างเดียว

กำหนด scorecard ประกอบด้วย domestic value-added, งานไทยและค่าจ้าง, training expenditure, R&D, Thai supplier development, energy/water intensity, carbon intensity และ fiscal net benefit เพื่อให้สิทธิประโยชน์สัมพันธ์กับประโยชน์สุทธิของประเทศ

9.3 ทำ Supplier Upgrade เป็นภารกิจระดับชาติ

สร้างฐานข้อมูล supplier ที่ผ่านมาตรฐาน สนับสนุน certification, metrology, testing labs, access to finance และจับคู่ procurement กับ MNEs โดยไม่ใช้ local-content requirement ที่ขัดพันธกรณีการค้า แต่ใช้ incentive design และ capability building ให้บริษัทไทยเข้าเงื่อนไขตลาดโลกได้จริง

9.4 ผูกมหาวิทยาลัย–อาชีวะ–อุตสาหกรรมด้วย skill compact หลายรัฐบาล

data center, power electronics, PCB, semiconductor back-end, battery systems และ automation ต้องการทักษะที่หลักสูตรเดิมอาจผลิตไม่ทัน ควรมี skill compact 10 ปีที่ไม่ถูกล้มตามรัฐบาล พร้อมตัวชี้วัด placement, wage gain และ industry certification

9.5 ทำ resource accounting ก่อนอนุมัติโครงการใหญ่

data center และอุตสาหกรรมใหม่ต้องถูกประเมินพร้อมกันในมิติ grid capacity, water basin, opportunity cost, emissions, land use และผลต่อผู้ใช้น้ำเดิม ไม่ควรให้แต่ละโครงการผ่านทีละใบโดยไม่มี cumulative impact assessment ระดับพื้นที่

9.6 สร้าง political durability ด้วยกติกา ไม่ใช่ด้วยการปิดความขัดแย้ง

โครงการข้ามรัฐบาลควรมี feasibility study ที่เปิดเผยเท่าที่ทำได้ independent review, parliamentary scrutiny, procurement transparency, community consultation และ dispute-resolution mechanism ที่น่าเชื่อถือ การมีฝ่ายค้าน ภาคประชาชน หรือชุมชนตั้งคำถามไม่ใช่อุปสรรคต่อ FDI โดยตัวมันเอง หากออกแบบดี การตรวจสอบตั้งแต่ต้นคือการลดความเสี่ยงที่โครงการจะถูกต่อต้านหรือกลับนโยบายในภายหลัง

9.7 ทำ China Strategy เป็นส่วนหนึ่งของ Diversification Strategy

ไทยควรรักษาการเปิดรับทุนจีน แต่ไม่สร้าง dependency ต่อประเทศเดียวใน technology stack, components, cloud, energy equipment หรือตลาดส่งออก และในเวลาเดียวกันต้องรักษาพื้นที่ให้ทุนญี่ปุ่น สหรัฐฯ ยุโรป ไต้หวัน เกาหลี ASEAN และทุนไทยแข่งขันกันได้ ยุทธศาสตร์ที่ดีไม่ใช่ “เลือกข้าง” แต่คือเพิ่ม outside options เพื่อเพิ่ม bargaining power ของไทย

10. Scorecard ใหม่สำหรับรัฐบาลและฝ่ายค้าน

แทนที่จะอภิปรายกันเพียงว่าใคร “ดึงเงินเข้าได้มากกว่า” ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านควรถกกันบนตัวเลขชุดเดียวกัน:

ตัวชี้วัดคำถามที่ต้องตอบ
Realization rateยอดที่ประกาศ มีเงินลงจริงกี่เปอร์เซ็นต์ และใช้เวลากี่ปี?
Domestic value-addedมูลค่าหนึ่งร้อยบาทที่ผลิตในไทย เหลือเป็นมูลค่าเพิ่มไทยกี่บาท?
Thai supplier shareบริษัทไทยได้ procurement ที่มีเทคโนโลยีสูงเท่าใด?
Skills & wagesสร้างงานไทยระดับไหน ค่าจ้างและผลิตภาพเพิ่มจริงหรือไม่?
Technology diffusionมี engineering, R&D, patents, know-how และการพัฒนา supplier ในไทยหรือไม่?
Fiscal net benefitรายได้ภาษีและประโยชน์ทางเศรษฐกิจคุ้มสิทธิประโยชน์และต้นทุนสาธารณะหรือไม่?
Resource productivityต่อหนึ่งหน่วยไฟฟ้า น้ำ และที่ดิน ประเทศได้ value-added เท่าใด?
Ownership concentrationultimate owners, technology providers และตลาดปลายทางกระจุกกับประเทศใดมากเกินไปหรือไม่?
Policy durabilityโครงการผ่านการตรวจสอบและมี social license พอจะอยู่รอดเมื่อรัฐบาลเปลี่ยนหรือไม่?

บทสรุป: คำถามไม่ใช่ว่าเงินเข้าหรือไม่ แต่เมื่อเงินออก ไทยเหลืออะไร

ประเทศไทยมีเหตุผลมากพอที่จะมองคลื่น FDI รอบนี้ด้วยความหวัง การขยายตัวของ digital infrastructure, advanced electronics, PCB, EV และ supply-chain relocation อาจเป็นหน้าต่างโอกาสที่ไทยรอมานาน หลังการเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจหยุดนิ่งมาหลายปี

แต่ความหวังที่ไม่มีระบบวัดผลสามารถกลายเป็นการหลงตัวเลขได้ง่าย ยอดคำขอ 1.47 ล้านล้านบาทไม่ใช่หลักฐานว่าการเปลี่ยนผ่านสำเร็จ เช่นเดียวกับ GDP ที่โตต่ำก็ไม่ใช่หลักฐานว่าไม่มีการสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่อยู่ใต้พื้นผิว

ประเด็นชี้ขาดคือรัฐไทยมีความสามารถเพียงใดในการทำหน้าที่มากกว่า “นายหน้าหาพื้นที่ให้ทุน” — สามารถกำหนดกติกา ต่อรอง สร้างคน สร้าง supplier ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างมีวินัย กระจายความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และสร้างความชอบธรรมทางการเมืองให้โครงการอยู่รอดข้ามรัฐบาลได้หรือไม่

โลกอาจกำลังเดินสายเศรษฐกิจใหม่ผ่านประเทศไทยจริง แต่คำถามแห่งทศวรรษไม่ใช่ว่า สายไฟนั้นผ่านแผ่นดินเราไหม — หากคือ เมื่อการเดินสายเสร็จแล้ว คนไทยเป็นเจ้าของสวิตช์ เป็นวิศวกร เป็นผู้สร้างเทคโนโลยีและกิจการ หรือเป็นเพียงผู้ให้เช่าที่ดิน แรงงาน ไฟฟ้า และน้ำ

และท้ายที่สุด คำถามที่รัฐบาลทุกชุดควรตอบให้ได้ไม่ใช่ “เราเอาเงินเข้าประเทศได้เท่าไร” แต่คือ เมื่อกำไรและทุนบางส่วนไหลกลับออกไป ประเทศไทยเหลือความสามารถอะไรไว้เป็นของตนเอง?
แหล่งข้อมูลหลักและหมายเหตุทางวิธีวิทยา
  1. Thailand Board of Investment, First Half 2026 Investment Applications — ใช้สำหรับมูลค่าคำขอ จำนวนโครงการ แหล่งทุน และ sector composition; ตัวเลขเป็น applications ไม่ใช่ realized FDI ทั้งหมด
  2. BOI Investment Promotion Statistics, January–June 2026
  3. IMF, Thailand 2025 Article IV Consultation, published February 2026
  4. World Bank, Thailand Economic Monitor, February 2026
  5. Bank of Thailand, Monetary Policy Report Q1/2026
  6. OECD Economic Surveys: Viet Nam 2025 — Trade, FDI, domestic linkages and productivity
  7. World Bank, Viet Nam 2045: Trading Up in a Changing World
  8. Reuters, Thailand Land Bridge, 18 June 2026

ข้อจำกัด: บทความนี้แยกข้อเท็จจริงที่รายงานโดยหน่วยงานออกจากข้อวิเคราะห์ของผู้เขียน ตัวเลข investment applications, approvals, realized capital, FDI ตาม balance-of-payments และ ultimate ownership เป็นคนละชุดข้อมูลและไม่ควรใช้แทนกัน การประเมิน “ทุนจีน” จึงควรดู ultimate parent และโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานเพิ่มเติม ไม่อนุมานจากประเทศที่ยื่นคำขอเพียงอย่างเดียว

ระวัง!!! พวกเขาลดค่าเงินบาท ทางเทคนิค กันแล้ว!

ระวัง!!! พวกเขาลดค่าเงินบาท ทางเทคนิค กันแล้ว!
ได้รับข่าวกระซิบมา เห็นว่าน่าพิจารณานะครับ....
ชวนคิดชวนคุยกันต่อนะครับ




ข่าวแบบนี้น่าจะกระจายไปแล้ว
ลดค่าเงินบาท ทางเทคนิค

($)($)($)ด่วน.. เป็นทางรวยของอำมาตย์ไทยแต่คือมหันตภัยทำลายเศรษฐกิจของชาติทั้งระบบ ...การข้อสงสัย ถึงเรื่องผิดปกติทางสถาบันทางการเงินบางอย่าง($)($) เห็น ได้ชัดที่Bankชาติ (BOT)ลดดอกเบี้ย มีการเปิดผ่อนปรนการนำเงินสกุลบาทไทยออกนอกประเทศ และ หุ้นbankไทยก็ร่วงตกสุดๆ และเรื่องแปลกประหลาดที่ไม่เคยเกิดสถาบันทางการเงิน ไม่เคยหยุดยาวได้ติดกันถึง 5วันเต็มแบบนี้  อย่างมาก3 วันเท่านั้น....มีเรื่องน่าตั้งข้อสังเกต  ประกาศอะไรแบบนี้?
1. เตรียมลดค่าเงินบาท ทางแบงค์สวิสบอกว่าทุนใหญ่ของชนชั้นสูงได้มีการเคลื่อนไหวไปโอนเงินออกนอกประเทศไทยเพื่อไปชื้อเป็นus Dollars ไปแล้วมากมาย ถ้าค่าเงินบาทเกิดลดค่าขึ้นจริงๆ พอทางชนชั้นสูงโอนเงินของตนกลับเข้ามา ทีนี้พวกชนชั้นนำจะได้เงินงอกไทยกลับออกมหาศาลจากค่าส่วนต่างของเงินดอลล่าร์ มีพ่อมดนายธนาคารไทย เป็นหัวเรือร่วมกันปั่นรวยครั้งนี้ร่วมกับทีมของ ร.ม.ต.มี เชื้อเจ้า
3 มีการปั่นหุ้นแบงค์ไทย เพื่อให้คนรวยเก็บซื้อไว้ตอนตก นายแบงค์ไทยไปรวยจากดอลล่าร์แทน

4 Revolution ให้ชนชั้นรวยรวยขึ้นไปอีกจากซื้อตุนดอลล่าร์แล้วลดค่าเงินบาท

5 ข้อมูลจากbank นอกคือนักลงทุนต่างชาติก็รู้ข่าวนี้จึงพากันเทขายหุ้นไทยและขายเงินบาท จนอำมาตย์ต้องปล่อยไฟเขียวให้ประเทศล้มละลายไป ทุนสามานย์จะได้ส่วนที่งอกเงยจากเงินดอลล่าร์ที่ลงทุนอยู่ต่างประเทศมากมายมหาศาล.($)($)($)



ความจริงที่คนไทยควรรู้ เศรษฐกิจชาติพังยับ แต่ทุนสามานย์ซีพีกลับรวยคับปฐพี เพราะบารมีเจ้าไทย


ความจริงที่คนไทยควรรู้ เศรษฐกิจชาติพังยับ แต่ทุนสามานย์ซีพีกลับรวยคับปฐพี เพราะบารมีเจ้าไทย



ความจริงวันนี้ ที่คนไทยต้องทราบ! ( 4 เมษายน 2558) สรุปภาพรวมเศรษฐกิจปัจจุบัน
- ตลาดหุ้นดิ่งทะลุแนวรับ 1500 จุด
- นักลงทุนทั้งรายใหญ่ รายย่อย ชะลอการลงทุน
- หุ้นตกต่อกัน 2 เดือน
- Credit Suiss ลดเกรดตลาดหุ้นไทย มาอยู่ในระดับ underweight
- ส่งออก ม.ค. ติดลบ 3.46%
- ส่งออก ก.พ. ติดลบ 6.14%
- เก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้ามาตลอด 10 เดือน
- ประสบกับสภาวะเงินฝืด ขาดสภาพคล่อง
- การลดดอกเบี้ยนโยบายไม่ได้ช่วยอะไร
- หนี้ภาคครัวเรือนสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เริ่มมีหนี้เสียมากขึ้น
- การเพิ่ม ตลาดน้ำ ไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมเลย
- ตลาดนัด ตลาดสด ค้าขายยาก ไม่ดีเลย
- ยอดขายรถยนต์ตก ยอดจองในมอเตอร์โชว์ ต่ำกว่าเป้ามาก
- ยอดขายคอมพิวเตอร์พีซีทุกยี่ห้อ ต่ำสุดใน 7 เดือน
- ร้านขายเสื้อผ้าประตูน้ำ สำเพ็ง ยอดตกฮวบ
- เกษตรกร รายได้น้อยลงๆ เงินจึงหายจากระบบเศรษฐกิจ
- สินค้าราคาแพงขึ้น รอรับเงินเดือนข้าราชการ
- GDP ของไทย ไตรมาสแรกปี 58 ต่ำกว่าประมาณการมาก
- อัตราการขยายตัว ศก.ต่ำ แค่ประมาณ 3%
- คลังหลวง (คสช.) ต้องกู้เงินในประเทศและต่างประเทศ เพื่อมาใช้ในการบริหาร และจัดสรรงบประมาณ
- SME กว่า 30,000 ราย กำลังประสบปัญหา ถ้ารายไหนสายป่านสั้น มีสิทธิปิดกิจการกว่า 90%
- ธุรกิจรับเหมาเจอปัญหาเบิกเงินจากรัฐได้ล่าช้า
- อัตราการเลิกจ้างสูงขึ้นกว่าปีก่อน ในช่วงเดียวกัน
- อัตราการตกงานสูงขึ้นกว่าปีก่อน ในช่วงเดียวกัน
- อุตสาหกรรมหลายประเภท โดยเฉพาะสิ่งทอ และอิเลคทรอนิคส์ ย้ายฐานการผลิต ออกจากประเทศไทย ไปยังเพื่อนบ้าน
- รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงหลายแสนล้าน เพราะนักท่องเที่ยวคุณภาพไม่มา ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นคือนักท่องเที่ยวจีนซึ่งใช้จ่ายน้อย ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวทั้งระบบได้รับผลกระทบ
- กรมการบินพลเรือนของไทย ถูกลดเกรด ทำให้สายการบินของไทย อาจโดนห้ามบินเข้าน่านฟ้า 28 ประเทศ (เริ่มแล้วที่ญี่ปุ่น) อาจส่งผลกระทบต่อตารางการบินและผู้โดยสารจากประเทศไทย ที่ถูก Downgrade คือ กรมการบินพลเรือน ของไทย เนื่องจาก ข้อบกพร่องที่มีนัยยะสำคัญต่อความปลอดภัย เกี่ยวกับกระบวนการรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ
- การจ่อขึ้นภาษีสารพัดอย่าง ส่งผลต่อประชาชนทำให้ไม่มั่นใจในรัฐบาล คสช.
- ถูกตัด GSP จากสหภาพยุโรป 6,700 รายการ เพราะตอนนั้น(หลังรัฐประหารใหม่ๆ GDP ไทยสูงขึ้นพอดี ตอนนี้กำลังต่ำลงแต่ EU ก็ไม่ได้ให้สิทธิ GSP สงสัยต้านรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร)
- สหรัฐ ตัดสิทธิทางภาษี ในส่วนของสินค้าประมงจากไทย เนื่องจากปัญหาการค้ามนุษย์ ตั้งแต่เมื่อห้าเดือนก่อน จนปัจจุบัน ทำให้ผู้ส่งออกไทย เสียสิทธิประโยชน์อย่างมาก
จากสัญญาณทางเศรษฐกิจทั้งหมด
ปีนี้ ไทยต้องประสบภาวะเงินฝืด และข้าวของแพง
รวมถึงการล้มหายตายจาก ของผู้ค้ารายย่อยจำนวนมาก

**ข้อมูล ทั้งหมดนี้ ส่งให้ เพื่อทุกคนจะได้ตระหนัก แต่ไม่ต้องตื่นตระหนก

**
นักธุรกิจทั้งหลาย จำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ
ส่วนคนทั่วไป โปรดใช้ชีวิตด้วยความเข้าใจ และไม่ประมาทค่ะ








เครดิต http://thaiinfonet.com/%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88/ 






มันส์!! สนธิ ลิ้มฯ​ชำแหละ ทุนสามานย์กินรวบตัวจริง "ซีพี"


มันส์!! สนธิ ลิ้มฯ​ชำแหละ ทุนสามานย์กินรวบตัวจริง "ซีพี"
ดูนาทีที่ 34 เป็นต้นไปนะครับ ตัดต่อมาให้แล้วครับ









ใคร คือ ศัตรูที่แท้จริงของ "ชาวนา"

ใครคือศัตรู ที่แท้จริงของชาวนา บ้านไหนมีญาติพี่น้องที่ทำนา อย่าลืมแชร์ นำไปเปิดให้ดูครับ

Posted by เพรสซิเด้นท์ สุทธิรักษ์ on Monday, February 24, 2014

การประชุมนโยบายด้านพลังงานของประเทศ ระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชน (เครดิต เมเนเจอร์)

การประชุมนโยบายด้านพลังงานของประเทศ ระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชน (เครดิต เมเนเจอร์)
ถึงผมไม่รักและไม่เอาเจ้าเหมือนหลายท่านในกลุ่มพันธมิตรและฝั่งขวา  แต่ผมเห็นด้วยเรื่องการปฏิรูปพลังงาน พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ เป็นของประชาชนทุกคนร่วมกัน ต้องมีการจัดการอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และให้ประโยชน์แก่ประชาชนสูงสุดอย่างเป็นธรรม ฯลฯ


ข้าวลายจุด จุดด่างของ รัฐบาล คสช. (เครดิต คุณจอม เพชรประดับ)

ข้าวลายจุด จุดด่างของ รัฐบาล คสช. (เครดิต คุณจอม เพชรประดับ)

Published on Apr 17, 2015
นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายขุด นักเคลื่อนไหวทางสังคม ให้สัมภาษณ์ Thaivoicemedia กรณี โครงการขายข้าวลายจุด ที่ ถูก พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาท้วงติงว่า เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อเป้าหมายทางการเมือ­งและเป็นการบิดเบือนราคาข้าวในกลไกตลาดว่า เป็นเจตนาที่ต้องการที่จะช่วยเหลือชาวนาจร­ิง ๆ ไม่ได้ต้องการที่จะเคลื่อนไหวทางการเมือง และได้ศึกษาและทำเรื่องนีมาตั้งแต่รัฐบาลพ­รรคเพื่อไทยแล้ว เพราะเชื่อว่า ถ้าซื้อข้าวจากชาวนาในราคา 15000 บาทต่อเกวียน แล้วจะนำไปขายต่อให้ได้กำไรทำได้หรือไม่ ซึ่ง 7 วัน ของการขายข้าวลายจุด พิสูจน์แล้วว่าทำได้ จึงไม่ได้มีเป้าหมายที่จะเคลื่อนไหวทางการ­เมืองแต่อย่างใด แต่เมื่อพล.ต.สรรเสริญ ออกมาพูด เลยทำให้เป็นประเด็นทางการเมือง ก็ย่อมส่งผลกระทบทางการเมืองกับรัฐบาล และยืนยันว่า การรับซื้อข้าวจากชาวนาในราคาเกวียนละ 15000 บาทนั้น ไม่ใช่การบิดเบือนกลไกตลาด เพราะไม่ได้นำเอางบประมาณรัฐบาลมากสนับสนุ­น และมีผู้ซื้อในราคาที่กำหนดจริง รวมทั้งโครงการนี้ก็ไม่ใช่ โครงการรับจำนำข้าว ภาค 2ต่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เพราะแตกต่างกัน อาจจะมีเหมือนกันในราคาที่รับซื้อจากชาวนา แต่ต่างกันในเรื่องการตลาด อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้องให้ รัฐบาล คสช. เลิกอคติกับตน และลองพิจารณาด้วยใจที่เป็นธรรมว่า การขายข้าวลายจุดนั้นเกิดประโยชน์ต่อประเท­ศชาติและส่วนรวมจริงหรือไม่ และขอว่า หากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่สนับสนุนผมให้ขายข้าวลายจุด ก็อย่าได้ขัดขวาง เพราะตอนนี้ถูกขัดขวางจากหลายทาง จนรู้สึกเหมือนขายของผิดกฎหมายไปแล้ว





ความล้มเหลว 10 ประการ ทางเศรษฐกิจ ของโจรกบฏ คสช. และเครือข่ายกษัตริย์ไทย

ความล้มเหลว 10 ประการ ทางเศรษฐกิจ ของโจรกบฏ คสช. และเครือข่ายกษัตริย์ไทย
สรุปผลงาน 10 เดือนรัฐบาลประยุทธ์

สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับชมการแถลงข่าวของรัฐบาลประยุทธ์ ติดตามเนื้อหาสรุปย้อนหลังได้ที่คลิปนี้!!

Posted by uddthailand on Thursday, April 16, 2015

รัสเซีย ที่พึ่งทางใจของประยุทธ์​ ที่แท้กำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ อย่างแรงเช่นกัน

หนักถึงขนาดนางแบบต้องเปลือยกายกลางลมหนาวและหิมะ เพื่อประท้วงเรื่องค่าครองชีพ

 

และวันนี้ นายกฯ​รัสเซียก็บอกแล้วว่า ไม่ได้สนับสนุนจุดยืนทางการเมือง แต่มาเพื่อค้าขายและแสวงประโยชน์ร่วมกันเท่านั้น  แถมชี้ ใช้แนวทางสากล ดีที่สุด (แปลว่า ไม่ใช่แนวทางเผด็จการแบบไท๊ยไทย นั่นเอง  ทราบแล้วเปลี่ยน...​คุณประยุทธ์) 

หรือจะให้น้องมันแกว แก้ผ้าโชว์ช่วงสงกรานต์ก่อน ถึงจะซึ้งว่า ทำบ้านเมืองเสียหายมากเกินไปแล้ว


ดร.เพียงดิน รักไทย 2015-04-10 ช่วยหน่อย! พ่อรวยล้นฟ้า แต่ลูกหลานไร้ปัญญา หาเงินเรียนมหาวิทยาลัย!

ดร.เพียงดิน รักไทย 2015-04-10 ช่วยหน่อย! พ่อรวยล้นฟ้า แต่ลูกหลานไร้ปัญญา หาเงินเรียนมหาวิทยาลัย!
http://youtu.be/cnqo3jp36NU
ดร.เพียงดิน รักไทย 2015-04-10 ช่วยหน่อย! พ่อรวยล้นฟ้า แต่ลูกหลานไร้ปัญญา หาเงินเรียนมหาวิทยาลัย! http://youtu.be/cnqo3jp36NU

ความจริงอันน่าตระหนก เมษา 2558 เดือนแห่งการเสียกรุงให้แก่พม่า!!

ความจริงอันน่าตระหนก เมษา 2558 เดือนแห่งการเสียกรุงให้แก่พม่า!!



ส่งมาทางไลน์ครับ.. ควรอ่าน





วันนี้เป็นวันที่เราชาวไทยเสียกรุงศรีฯให้กับพม่า  ปี  2310 รวม 248 ปี เวลาตั้งแต่บ่ายถึงเย็น พม่าระดมยิงด้วยปืนใหญ่ ท้องฟ้าแดงฉานเผาบ้านเผาเมือง วัดวาวอดวาย  เผา-หลอมพระลอกเอาทองคำไป  7เมษา 2310 เป็นวันมหาวิปโยค


แต่วันนี้...... คุณรู้ไหมว่า

ความจริงวันนี้ ที่คนไทยต้องรับทราบ ( 4 เมษายน 2558) สรุปภาพรวมเศรษฐกิจปัจจบัน

- ตลาดหุ้นดิ่งทะลุแนวรับ 1500 จุด
- นักลงทุนชะลอการลงทุน
- หุ้นตกต่อกัน 2 เดือน
- Credit Suiss ลดเกรดตลาดหุ้นไทย มาอยู่ในระดับ underweight
- ส่งออก ม.ค. ติดลบ 3.46%
- ส่งออก ก.พ. ติดลบ 6.14%
- เก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้ามาตลอด 10 เดือน
- ประสบกับสภาวะเงินฝืด ขาดสภาพคล่อง
- การลดดอกเบี้ยนโยบายไม่ได้ช่วยอะไร
- หนี้ภาคครัวเรือนสูงขึ้น
- ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ปรับนโยบายการเงิน
- ตลาดน้ำ ไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมเลย
- ตลาดนัด ตลาดสด ค้าขายยาก ไม่ดีเลย
- ยอดขายรถยนต์ตก
- ยอดขายคอมพิวเตอร์พีซีทุกยี่ห้อ ต่ำสุดใน 7 เดือน
- ร้านขายเสื้อผ้าประตูน้ำ สำเพ็ง ยอดตกฮวบ
- เกษตรกร รายได้น้อยลง เงินจึงหายจากระบบ
- สินค้าราคาแพงขึ้น รอรับเงินเดือนข้าราชการ
- GDP ต่ำกว่าประมาณการ
- อัตราการขยายตัว ศก.ต่ำ แค่ประมาณ 3%
- คลัง (คสช.) กู้เงินในประเทศและต่างประเทศเพื่อมาใช้ในการบริหาร และจัดสรรงบประมาณ
- SME กว่า 30,000 ราย กำลังประสบปัญหา
- ธุรกิจรับเหมาเจอปัญหาเบิกเงินจากรัฐได้ล่าช้า
- อัตราการเลิกจ้างสูงขึ้นกว่าปีก่อนช่วงเดียวกัน
- อัตราการตกงานสูงขึ้นกว่าปีก่อนช่วงเดียวกัน
- อุตสาหกรรมหลายประเภทย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไทย ไปยังเพื่อนบ้าน
- รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงหลายแสนล้าน เพราะนักท่องเที่ยวคุณภาพไม่มา ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นคือนักท่องเที่ยวจีนซึ่งใช้จ่ายน้อย ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวทั้งระบบได้รับผลกระทบ
- การบินไทยถูกลดเกรด โดนห้ามบินเข้าน่านฟ้า 28 ประเทศ (เริ่มแล้วที่ญี่ปุ่น) อาจส่งผลกระทบต่อตารางการบินและผู้โดยสาร / แก้ไขนะครับ ที่ถูก Downgrade คือ กรมการบินพลเรือน ของไทย เนื่องจาก ข้อบกพร่องที่มีนัยยะสำคัญต่อความปลอดภัย เกี่ยวกับกระบวนการรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ
- การจ่อขึ้นภาษีสารพัดอย่าง ส่งผลต่อประชาชนทำให้ไม่มั่นใจในรัฐบาล คสช.
- ถูดตัด GSP จากสหภาพยุโรป 6,700 รายการ เพราะตอนนั้น(หลังรัฐประหารใหม่ๆ GDP ไทยสูงขึ้นพอดี ตอนนี้กำลังต่ำลงแต่ EU ก็ไม่ได้ให้สิทธิ GSP สงสัยต้านรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร)
- สหรัฐ ตัดสิทธิทางภาษี ในส่วนของสินค้าประมงจากไทย เนื่องจากปัญหาการค้ามนุษย์ ตั้งแต่เมื่อห้าเดือนก่อน จนปัจจุบัน
- ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปยังไม่ได้ลงนามต่อสัญญา เพราะไม่ใช่รัฐบาลพลเรือน
- ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหรัฐ ยังไม่บรรลุข้อตกลง
- เตรียมกู้เงินมาทำโครงการ ด้านโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมหาศาล
ในขณะนี้เห็นได้ว่ายังไม่มีหน่วยงานใดที่จะเป็นหน่วยงานที่เป็นผู้ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเลยสักหน่วยงานเดียวและมีภาพที่ชัดเจนในความเป็นเอกภาพปลอดจากการถูกบังคับสั่งการภายใต้อำนาจรัฐบาลแบบเบ็ดเสร็จได้หากมีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นสัก30%ความเสียหายจำนวนมากจะเกิดแก่ชาติและประชาชนอย่างมหาศาล
นี้แหล่ะครับ... คือสิ่งที่น่ากลัวกว่าการเสียกรุงศรีอยุธยาเมืองหลวงของประเทศไทยไปเมื่อ 2310 ปี ที่ผ่านมา นั่นคือ การเสีย"ประเทศไทย"ไปในทางเศรษฐกิจโลก ณ เวลา ปัจจุบันนี้ ครับ.




ฝากพี่น้องยุโรปเช็คข่าวนี้ด่วนครับ "EU สั่งเรือบรรทุกสินค้าไทยหันหัวกลับ!!!"

ลองอ่านข้อความจากอาจารย์ธนบูลย์ ข้างล่างนี้ แล้วช่วยกันเช็คข่าวทีนะครับหากเป็นจริง ก็เตรียมรับ หายนะภายในไม่กี่เดือนนี้ได้เลยครับ



วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๘ 
เรียน ดร.เพียงดินฯ ที่นับถือ 
ทราบมาจากสายข่าวในยุโรป (ที่ไม่ยืนยัน) ขอให้ดร.ช่วยเข็คข่าวนี้ด้วย " หบ่ายโฉมหน้ากลับประเทศไทย ในสินค้าจากประเทศไทยทุกชนิด ในทุกท่าเรือ และไม่ถือว่า เป็นการผิดสัญญาซื้อขาย" นี่เป็นสิ่งที่ผมเตือนมาแล้วไม่ต่ำกว่าหกเดือน วิธีนี้คือ "Quarantine" ที่สหรัฐอเมริกาเคยใช้ในวิกฤตการณ์คิวบา เมื่อปีค.ศ.๑๙๖๕ นี่ไงครับ ฤทธิ์เดชของ Procedure ที่ประกาศบังคับใช้เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ปีค.ศ.๒๐๑๔ ยังไงก็ขอให้ดร.ช่วยเช็คข่าว และยืนยันด้วยครับ. นับถือ อาจารย์ ธนบูลย์ จิรานุวัฒน์

ซีพีตะครุบเทสโกโลตัสคืน 3 แสนล้านแล้วยึดค้าปลีกไทยเบ็ดเสร็จ

ซีพีตะครุบเทสโกโลตัสคืน 3 แสนล้านแล้วยึดค้าปลีกไทยเบ็ดเสร็จ



ซีพีตะครุบเทสโกโลตัสคืน 3 แสนล้านแล้วยึดค้าปลีกไทยเบ็ดเสร็จ

(เครดิต จากเฟสบุ๊ค คุณอัง เจียงใหม่)

เป็นเรื่องที่คาดไว้ล่วงหน้าแล้ว และก็เป็นกระแสข่าวที่หนาหูทั้งในและต่างประเทศ ที่คุณธนินทร์ เจียรวนนท์ CEO ของซีพี เตรียมประกาศซื้อTesco Lotus ในไทยอย่างเป็นทางการด้วยเงิน 3 แสนล้าน
มีการวิเคราะห์ว่าสถานการณ์ธุรกิจการเกษตร ค้าปลีกนั้น เท่ากับเครื่อเจริญโภคภัณฑ์กรุ๊ป หรือ CP คุมการเกษตรทั้ง ข้าว หมู ไก่ กุ้ง อาหารสัตว์ ปุ๋ย พืชพลังงาน นอกจากนั้นยังคุมเทคโนโลยี่สื่อสาร ทั้งโทรบ้าน โทรมือถือ internet และมีสื่อในมือ คือtruevision สรุปคือ CP จะคุมระบบค้าปลีกค้าส่งทั้ง modern trade และ traditional trade ครบวงจร มี 7-11 ส่วนห้างค้าปลีก ค้าส่ง makro และ Lotus
ก่อนหน้านี้คอลัมน์ Market-Think ของสรกล อดุลยานนท์ เรื่อง CP BANK? ในประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ก็วิเคราะห์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าข่าว "เซเว่นอีเลฟเว่น" และกลุ่มทรู ซื้อหุ้น LH BANK จากกลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เป็นจริง เราคงได้เห็น "เกมใหม่" ในแวดวงการเงิน เพราะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา "ซีพี" มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจหลายครั้ง ครั้งแรก คือ การเข้าซื้อหุ้นของ "ผิงอัน" บริษัทประกันรายใหญ่ของจีน ซึ่งเสน่ห์ของ "ผิงอัน" คือ เงินสดจากเบี้ยประกันที่นอนนิ่งอยู่ในบริษัท
ครั้งที่สอง คือ การซื้อ "แม็คโคร" ของ "เซเว่นอีเลฟเว่น" ทำให้ "ซีพี" กลายเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการค้าส่งและค้าปลีกและครั้งที่สาม คือ การดึง "ไชน่าโมบาย" ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของจีน มาถือหุ้นใน "ทรู" ดังนั้น หาก "ทรู" และ "เซเว่นอีเลฟเว่น" ซื้อ LH BANK จริง จะเป็นการเคลื่อนตัวทางยุทธศาสตร์ของ "ซีพี" ครั้งที่ 4 ในรอบ 2 ปี เพราะเซเว่นอีเลฟเว่น มีสาขาอยู่ 8,000 สาขา เป็นทำเลที่ดีที่สุดสำหรับตู้เอทีเอ็ม มี "เคาน์เตอร์เซอร์วิส" ที่สามารถรับจ่าย รับโอน รับจองตั๋ว ที่มีประสิทธิภาพยิ่ง
สรุปยอดรายได้เมื่อปีที่แล้ว รายได้ของ "เซเว่นอีเลฟเว่น" 284,760 ล้านบาท แมคโคร 129,780 ล้านบาท รวมกันเป็นตัวเลขกลม ๆ ประมาณ 410,000 ล้านบาท หรือเดือนละ 34,000 ล้านบาท เมื่อรวมโลตัสเข้าไปอีกรายได้ก็จะเพิ่มขึ้นแตะ 5 แสนล้านบาทในอนาคตไม่ยากนัก
ดังนั้นการซื้อเทสโก้โลตัสครั้งนี้จึงเป็นก้าวเดินการเทคโอเวอร์ครั้งที่ 4 ก่อนที่จะไปซื้อ L&H แบงก์ในอีกไม่นานเป็นก้าวที่ 5



script async src="//pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js">

ทุนผูกขาดไทย ใช้มุสลิม บุกยึด จังหวัดน่าน เพื่อกรุยทางกอบโกยการลงทุนใหญ่จากจีน (?)

ทุนผูกขาดไทย ใช้มุสลิม บุกยึด จังหวัดน่าน เพื่อกรุยทางกอบโกยการลงทุนใหญ่จากจีน (?)
มีพี่น้องส่งข่าวมาแบบสั้น ๆ ต้องการรายละเอียดอีกมากนะครับ
เป็นห่วงพี่น้องไทยทั่วประเทศ วันนี้ คือโอกาสสำคัญที่ทุนศักดินาและเครือข่าย
จะถือโอกาสกอบโกยเอาสิ่งต่าง ๆ มาไว้ในครอบครอง โดยอาศัยจังหวะ
ที่เศรษฐกิจอ่อนแอสุด ๆ  เจ้าของกิจการระดับกลางและเล็ก รวมถึงคนระดับแรงงาน
ระดับชาวบ้าน ที่จะจนลงถึงขั้น ล้มละลาย  แต่พวกทุนสามานย์ตัวจริง
จะถือโอกาสนี้ ไปยึดครองสิ่งต่าง ๆ ทั้งโดยใช้กฎหมาย และระเบียบที่พวกตนสร้างกันเอง
หรือใช้ความได้เปรียบด้านทุนรอน

ลองอ่านดูนะครับ แล้วหากมีข้อมูลเพิ่มเติมช่วยแจ้งด้วย
ส่วนพี่น้องน่าน ต้องช่วยกันจับตานะครับ วันนี้แนวรบของพวกท่าน
คือการดูแลสิ่งต่าง ๆ ในจังหวัดของท่านเป็นสำคัญครับ



++++++++++++

แผนกอบโกยผลประโยชน์ที่จะเข้ามาในจังหวัดน่าน กลุ่มทุนอำมาตย์ครองธุรกิจประเทศไทยถึงกับไปสร้าง โรงงานอาหารฮัลลาลในพื้นที่จังหวัดน่านแล้ว มีการจัดเตรียมการนำคนของกลุ่ม กปปส.มุสลิมเข้าไปตั้งชุมชนเพื่อสร้างเมืองอย่างเร่งด่วนก่อนเปิดรับการโครงการไหลมาเทมาของธุรกิจอำมาตย์ ก่อนเปิดเป็นเขตเศรษฐกิจที่จะมากับถนนนสายหลักที่ตัดผ่านมาจากประเทศจีนเข้าไทย  ส่วนประชาชนชาวน่านเจ้าในพื้นที่ อำมาตย์ไม่เคยถามไถ่ กูจะเอาตามใจพวกกูทุกเรื่อง!!ชาวน่านจึงต้องรณรงค์ต่อต้านทุกรูปแบบ  ถ้าจะกดหัวเรา พวกเราก็จะเงยหน้าขึ้นสู้กับปัญหาที่กำลังสะสมไว้ให้ลูกหลายในอนาคตข้างหน้า

หรือทหารหมดปัญญาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จึงหันหน้า เตรียมรีดทรัพย์จากวัดพุทธ!!!!!????




ผมได้รับเอกสารนี้มาจากพี่น้อง ส่งมาทางไลน์ครับ  อ่านดูแล้วนึกถึงคำของอ.ชูพงศ์ ในรายการเมื่อวานว่า เศรษฐกิจย่ำแย่ ชนิดต้องรีดเงินจากภาษีต่าง ๆ และเตรียมระดมรีดเงินทองจากวัดวาอาราม โดยเฉพาะวัดพุทธ   เมื่อดีตัวเลขจีดีพี ดูรายได้ ดูผลประกอบการ ดูบรรยากาศการลงทุนและจับจ่ายใช้สอย ดูการท่องเที่ยว และดูสีหน้าของโจรกบฏที่คิดว่าการบริหารประเทศมันง่าย  และได้โชว์ความเชื่อมั่นให้ชาวโลกเห็นรายวันว่า ผู้นำเผด็จการทหารนั้น โง่จริง บ้าจริง หลงอำนาจจริง และไม่สมควรให้อยู่ในอำนาจต่อไปจริง...  การจะอยู่ในอำนาจต่อไปของ คสช. จึงเป็นสิ่งที่ยากยิ่ง  เพราะใช้เงินทองไปกับเรื่องต่างตอบแทนในคณะของตน และจ้างคนไปทำงานในองค์คณะเถื่อนต่าง ๆ แถมซื้ออาวุธเข้ากองทัพแบบแดกด่วนอีกมาก จนไม่น่าจะเหลือเงินทองไปบริหารประเทศต่อ


ยุคที่ฆาตกรและนักการเมืองขี้ฉ้อ เข้าไปหลบห่มผ้าเหลือง เราจะหวังอะไรได้จากภาคการเมือง
ไม่ต้องเชื่อผม นี่เป็นแค่ข้อสังเกตุ จริงหรือไม่จริง ไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม แล้วสรุปด้วยตัวท่านเอง  แล้วควรถามกลับด้วยว่า วัดวาของชาวพุทธจะยอมให้มีการกระทำปล้นวัดปล้นวาเยี่ยงนี้ (หากเป็นจริง) กระนั้นหรือ?  ถ้าไม่ แล้วจะทำอะไรกันดี?





หรือทหารหมดปัญญาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จึงหันหน้า เตรียมรีดทรัพย์จากวัดพุทธ!!!!!????

โพสต์ล่าสุด

คืนนี้ควรนอนตะแคงข้างไหน?

ความรู้สำหรับคนไทย • ห้องสมุดประชาชน คืนนี้ควรนอนตะแคงข้างไหน? วิทยาศาสตร์ของท่านอนที่เราใช้ทุกคืน — ซ้าย ขวา หงาย หรือคว่ำ ต่า...

Popular Posts