ยินดีต้อนรับ

พลเมืองที่รอบรู้เท่าทัน คือ พลังประชาธิปไตยที่แท้จริง
Well-informed citizens are the true democratic forces.

Thursday, April 21, 2016

ประเทศไทย ต้องปฏิบัติตาม Lieber Code,1863

การ ต้องปฏิบัติตาม Lieber Code,1863 ซึ่งเป็น กฏหมายพื้นฐานที่สำคัญของ Common Law of War หรือ กฏเกณฑ์ ธรรมเนียมประเพณี ในทางปฏิบัติของ Common Law of War

ที่ตั้งฐาน เป็น ปึกแผ่น อยู่ใน Hague Conventions, 1899 - 1907; the Geneva Conventions (ทั้งสี่ ฉบับ), 1949 พร้อมด้วย Protocol อีก สามฉบับ อันเป็นรายละเอียด ของ สนธิสัญญาใหญ่ ต่อ ประเทศไทย และ

ในประเทศไทย จะมีผลบังคับเช่นใด? ในประเทศไทย ณ ขณะปัจจุบันนี้.

๑. เมื่อท่านผู้อ่านทั้งหลาย ได้อ่านบทความ ในตอนที่แล้ว และ เมื่ออ่านบทบัญญัติของ Lieber Code, 1863 ที่ผมได้นำมาวางให้ พร้อมกับ ที่ผม ได้ถอดความ ออกมา เป็นภาษาไทย ให้ทุกๆท่าน ได้ดู และ ได้อ่าน ให้เกิด ความเข้าใจ ในแบบคนไทย

๒. ท่านจงอย่าเพียงอ่าน บทบัญญัติเหล่านั้น ในแบบผ่านตา เท่านั้น เพราะนั่นจะไม่เกิดประโยชน์ โภคผลใดๆเลย ต่อตัวท่าน และ พ่อแม่ พี่น้อง ประชาชน คนไทย แต่อย่างใด ที่ผม เขียนมา ให้อ่านนี้ ก็ใช่ว่า ผมต้องการทำตัวให้เด่นดัง ก็หาไม่ แต่ผม ต้องการสอน ความรู้ และ ถ่ายทอด ความรู้นี้ แก่ท่าน และ พ่อแม่ พี่น้อง ประชาชนคนไทย โดยไม่หวัง สิ่งใดตอบแทน ไม่ว่า ในทางการเมือง สถานภาพของตนเอง ที่เป็นอยู่ในวันนี้

๓. สิ่งที่ผมอยากเห็น ก็คือ พ่อแม่ พี่น้อง ประชาชน คนไทย ใช้ กฏเกณฑ์พื้นฐาน ของธรรมเนียม ประเพณีในการทำสงคราม และ/ หรือ การแก้ไข ระงับ ยับยั้ง และ ยุติ ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ในชาติของ เราลงได้ โดยไม่ต้องใช้ ความรุนแรง และ กำลังอาวุธ ซึ่งเป็นกฏเหล็กของโลกใบนี้ หรือ the Common Law of War on Land เป็น เหมือน อย่างคนในโลกที่เจริญแล้ว เขาใช้ เป็น กัน

๔. บทบัญญัติที่ ๔๐ หรือ Art. 40.ของ Lieber Code, 1863 นับได้ว่า เป็นบทบัญญัติที่สำคัญใน การทำสงครามทางบก หรือ อีกนัยหนึ่ง ก็คือ การแก้ไข ระงับ ยับยั้ง และ ยุติ ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ในชาติของ เรา โดยไม่ต้องใช้ ความรุนแรง และ กำลังอาวุธ เปรียบเสมือน "หัวใจ" ของ Lieber Code, 1863

"There exists no law or body of authoritative rules of action between hostile armies, except that branch of the law of nature and nations which is called the law and usages of war on land."

ถอดความออกเป็นภาษาไทย คงได้ความว่า ""ไม่มีกฏหมาย หรือ อำนาจขององค์กรแห่ง การกระทำใดๆ ในระหว่างกองทัพ ที่เป็นศัตรูประจันกัน, นอกจากกฏของธรรมชาติ และ ของชาติต่างๆ ที่เรียกขานกันว่า [กฏเกณฑ์ และ ธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติของ การทำสงครามทางบก]""ไม่มีกฏหมาย หรือ อำนาจขององค์กรแห่ง การกระทำใดๆ ในระหว่างกองทัพ ที่เป็นศัตรูประจันกัน, นอกจากกฏของธรรมชาติ และ วิถีปฏิบัติของ ชาติต่างๆ ที่เรียกขานกันว่า [กฏเกณฑ์ และ ธรรมเนียม ประเพณีปฏิบัติของ การทำสงครามทางบก]"

๕. ที่อาจเรียกได้ว่า แทรกซึมอยู่ในทุกอนูของ Lieber Code, 1863; The Hague Conventions, 1899 - 1907 และ The Geneva Conventions (ทั้งสี่ฉบับ), 1949 และ Protocol อีกสามฉบับ ที่เราอาจรวมเรียกได้ว่า "เป็น"กฏหมาย ที่วางรากฐานเอาไว้ ให้เห็นทั้งตัว บทกฏหมาย หรือ อำนาจขององค์กรแห่ง การกระทำใดๆ ในระหว่างกองทัพ ที่เป็นศัตรูประจันกัน

๗. "จะต้องใช้ กฏของธรรมชาติ และ ธรรมเนียมวิถีปฏิบัติของ ชาติต่างๆ เข้ามาตัดสิน เมื่อเกิดกรณี ที่เป็นปัญหาในทาง ที่ต้องตี ความหมาย จากกฏหมาย เมื่อสงครามสงบลง หรือ เมื่อมีเหตุการณ์ ที่เป็น "ปํญหาคาใจ" และ ต้องทำความกระจ่าง ให้เกิดขึ้น ที่เราเรียกขานกันว่า "กฏเกณฑ์ และ ธรรมเนียม ประเพณีปฏิบัติของ การทำสงครามทางบก" และ เป็นกฏเหล็กของโลก

๘. ซึ่งผมเห็นว่า นี่แหละ คือ ตัวหัวใจ ของ Lieber Code, 1863: The Hague Conventions, 1899 - 1907 และ The Geneva Conventions (ทั้งสี่ฉบับ), 1949 และ Protocol อีกสามฉบับ และ เหตุการณ์ ที่เกิดมาแล้วในประเทศไทย นับแต่การก่อตัวของ กปปส. จนนำมาสู่ เหตุการณ์ในวันที่ ๒๐ - ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๗ จนโยงมาถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ ยึดโยงกันมาจนถึง วันนี้

๙. ก่อนจบบทความนี้ จึงอยากถามไปยัง พี่น้องคนไทยทั้งหลายว่า มีหน่วยงานใดในประเทศนี้ ที่คิด จะหยิบบทบัญญัติที่ ๔๐ นี้ ขึ้นใช้ และ ชี้ให้เห็นโดยกระจ่าง ว่า "การปฏิบัติของประเทศนี้เป็น การปฏิบัติ ที่ฝ่าฝืน ต่อ กฏเกณฑ์ตามบทบัญญัติ ที่ ๔๐ นี้อย่างไร? ใคร? ต้องรับผิดชอบ แก่กรณีเช่นนี้ ทั้งๆที่ประเทศไทย ไปรับ เอามาเป็น พันธกรณี ที่ต้องปฏิบัติตาม เพราะเราให้สัตยาบัน ต่อ (สนธิสัญญาเหล่านี้) คือ The Hague Conventions, 1899 - 1907 และ The Geneva Conventions (ทั้งสี่ฉบับ), 1949 โดยสมบูรณ์ และ ขอถามพ่วงไปด้วยว่า เมื่อเรา รับเป็น พันธกรณีของ ประเทศ แล้ว ไม่ปฏิบัติตามได้ หรือ?.............(มีต่อ)
 

เครดิต  Thanaboon Chiranuvat.



สื่อทั่วโลกตีข่าว รัฐบาลทรราช คสช.โดนจวก ให้อำนาจทหารเกินขอบเขต

สื่อทั่วโลกตีข่าว รัฐบาลทรราช คสช.โดนจวก ให้อำนาจทหารเกินขอบเขต
-
วันศุกร์, เมษายน 22, 2559
-
BY ASAJEREE 
ISpace Thailand
-
สื่อต่างๆในต่างประเทศต่างรายงานข่าวรัฐบาลทหารไทยให้อำนาจกับทหารและตำรวจในการปราบปราม"ผู้ต้องสงสัย"ว่าเป็นผู้มีอิทธิพล โดยไม่ต้องใช้หมายศาล
-

สำนักข่าวชื่อดังของอังกฤษ เดอะการ์เดี้ยน (http://www.theguardian.com/world/2016/apr/05/thailand-junta-gives-army-sweeping-powers-of-arrest) รายงานว่าผู้นำรัฐบาลทหารของไทยถูกวิจารณ์อย่างหนักที่ให้อำนาจเสมือนเป็นตำรวจให้กับทหาร ในการปราบปรามผู้ที่เห็นว่ามีอิทธิพล
-

โดยทหารตั้งแต่ยศร้อยตรีขึ้นไปจะสามารถทำการยับยั้งเหตุ 27 ชนิดได้เช่น อาชญากรรมต่อสันติภาพ การพนัน การข่มขู่กรรโชกไปจนถึงการใช้แรงงานทาส พวกเขายังได้รับอนุญาติในบางกรณีเพื่อค้นทรัพย์สินโดยที่ไม่ได้ต้องมีหมายอีกด้วย
-

นอกจากนี้ทหารยังจะมีอำนาจในการยึดทรัพย์ ระงับบัญชีใช้จ่าย และยกเลิกวีซ่าของผู้ต้องสงสัยได้อีกด้วย
-

เดอะการ์เดี้ยนมองว่า ประเทศไทยซึ่งเป็นพันธมิตรหวานชื่นกับสหรัฐมาอย่างยาวนาน ตอนนี้เริ่มขมแล้วตั้งแต่พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา เข้ามามีอำนาจจากรัฐประหาร ภายใต้การปกครองของทหารนี้ เสรีภาพของประชาชนก็ลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ เช่นกรณีล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลทหารได้สั่งห้ามนายประวิตร โรจนพฤกษ์ เข้าร่วมงานเสรีภาพสื่อที่ประเทศฟินแลนด์
-

"เรายังจะเรียกร้องให้รัฐบาลไทยจำกัดบทบาทของกองทัพในนโยบายภายในและคืนอำนาจให้กับประชานต่อไป" โฆษกกระทรวงต่างประเทศแผนกเอเชียตะวันออก นางคาธิน่า อดัมส์กล่าว
-

"รวมถึงการนำศาลพลเรือน และ กระบวนการไต่สวนที่ยุติธรรมกลับมาใช้ด้วย"
-

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กลุ่มนักสิทธิมนุษยชนได้ออกแถลงการร่วมกันเพื่อเรียกร้องให้ล้มเลิกข้อบังคับเหล่านี้ เพราะมันละเมิดสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม
-

ส่วนหนึ่งของแถลงการณ์กล่าวว่า "แทนที่จะปูทางไปสู่ประชาธิปไตย รัฐบาลทหารได้ขยายอำนาจขึ้นตามที่ตัวเองต้องการ และละเมิดหลักการหลายๆอย่างโดยที่ไม่ต้องรับความผิด" แบรด อดัมส์ ประธานองค์กรสิทธิมนุษยชนภูมิภาคเอเชียกล่าว
-

"การกดขี่กลายเป็นเรื่องปกติในประเทศไทยพร้อมๆกับการล่วงถลำลงไปสู่ระบอบเผด็จการทหารแล้ว"
-

สำนักข่าวอัลจาซีรา ก็รายงานเรื่องนี้เช่นเดียวกันโดยกล่าวว่าแถลงการณ์ฉบับดังกล่าวเป็นแถลงการณ์ร่วมโดยมีหกองค์กรร่วมกัน เช่น ฮิวแมนไรท์วอช และองค์กรนิรโทษกรรมสากล ร่วมด้วย (http://www.aljazeera.com/news/2016/04/alarm-thailand-soldiers-police-powers-160405060115438.html)
-

ข่าวนี้ยังโด่งดังไปถึงประเทศตุรกีและฟิลิปปินส์โดยสื่ออย่าง Turkish weekly และ The Manila Times ยังนำมาเล่นอีกด้วย
-

-

-

ทั้งนี้ ข้อกังวลหลักของกลุ่มสิทธิมนุษยชนตามแถลงการณ์มีด้วยกันทั้งหมด 5 ข้อ ประกอบไปด้วย
การให้ความคุ้มครองกับผู้ใต้บังคับบัญชาในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิซึ่งขัดกับหลักนิติธรรม
การที่คำสั่งนี้ไม่ได้อยู่ในบทบัญญัติของกฎหมายและขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ

-
การที่มอบอำนาจอย่างกว้างขวางให้กับเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีซึ่งขัดต่อกฎพื้นฐานของสหประชาชาติ
การอนุญาติให้จำกัดเสรีภาพของบุคคลได้ถึงเจ็ดวันโดยไม่บอกสถานที่จับกุมซึ่งเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการถูกอุ้มหาย
ในทางปฎิบัติ คำสั่งนี้จะเป็นตัวจำกัดการทำงานของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนสากลขั้นพื้นฐาน

-

Cr. Thai E-News


สื่อทั่วโลกตีข่าว รัฐบาลทรราช คสช.โดนจวก ให้อำนาจทหารเกินขอบเขต

สื่อทั่วโลกตีข่าว รัฐบาลทรราช คสช.โดนจวก ให้อำนาจทหารเกินขอบเขต
-
วันศุกร์, เมษายน 22, 2559
-
BY ASAJEREE 
ISpace Thailand
-
สื่อต่างๆในต่างประเทศต่างรายงานข่าวรัฐบาลทหารไทยให้อำนาจกับทหารและตำรวจในการปราบปราม"ผู้ต้องสงสัย"ว่าเป็นผู้มีอิทธิพล โดยไม่ต้องใช้หมายศาล
-

สำนักข่าวชื่อดังของอังกฤษ เดอะการ์เดี้ยน (http://www.theguardian.com/world/2016/apr/05/thailand-junta-gives-army-sweeping-powers-of-arrest) รายงานว่าผู้นำรัฐบาลทหารของไทยถูกวิจารณ์อย่างหนักที่ให้อำนาจเสมือนเป็นตำรวจให้กับทหาร ในการปราบปรามผู้ที่เห็นว่ามีอิทธิพล
-

โดยทหารตั้งแต่ยศร้อยตรีขึ้นไปจะสามารถทำการยับยั้งเหตุ 27 ชนิดได้เช่น อาชญากรรมต่อสันติภาพ การพนัน การข่มขู่กรรโชกไปจนถึงการใช้แรงงานทาส พวกเขายังได้รับอนุญาติในบางกรณีเพื่อค้นทรัพย์สินโดยที่ไม่ได้ต้องมีหมายอีกด้วย
-

นอกจากนี้ทหารยังจะมีอำนาจในการยึดทรัพย์ ระงับบัญชีใช้จ่าย และยกเลิกวีซ่าของผู้ต้องสงสัยได้อีกด้วย
-

เดอะการ์เดี้ยนมองว่า ประเทศไทยซึ่งเป็นพันธมิตรหวานชื่นกับสหรัฐมาอย่างยาวนาน ตอนนี้เริ่มขมแล้วตั้งแต่พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา เข้ามามีอำนาจจากรัฐประหาร ภายใต้การปกครองของทหารนี้ เสรีภาพของประชาชนก็ลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ เช่นกรณีล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลทหารได้สั่งห้ามนายประวิตร โรจนพฤกษ์ เข้าร่วมงานเสรีภาพสื่อที่ประเทศฟินแลนด์
-

"เรายังจะเรียกร้องให้รัฐบาลไทยจำกัดบทบาทของกองทัพในนโยบายภายในและคืนอำนาจให้กับประชานต่อไป" โฆษกกระทรวงต่างประเทศแผนกเอเชียตะวันออก นางคาธิน่า อดัมส์กล่าว
-

"รวมถึงการนำศาลพลเรือน และ กระบวนการไต่สวนที่ยุติธรรมกลับมาใช้ด้วย"
-

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กลุ่มนักสิทธิมนุษยชนได้ออกแถลงการร่วมกันเพื่อเรียกร้องให้ล้มเลิกข้อบังคับเหล่านี้ เพราะมันละเมิดสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม
-

ส่วนหนึ่งของแถลงการณ์กล่าวว่า "แทนที่จะปูทางไปสู่ประชาธิปไตย รัฐบาลทหารได้ขยายอำนาจขึ้นตามที่ตัวเองต้องการ และละเมิดหลักการหลายๆอย่างโดยที่ไม่ต้องรับความผิด" แบรด อดัมส์ ประธานองค์กรสิทธิมนุษยชนภูมิภาคเอเชียกล่าว
-

"การกดขี่กลายเป็นเรื่องปกติในประเทศไทยพร้อมๆกับการล่วงถลำลงไปสู่ระบอบเผด็จการทหารแล้ว"
-

สำนักข่าวอัลจาซีรา ก็รายงานเรื่องนี้เช่นเดียวกันโดยกล่าวว่าแถลงการณ์ฉบับดังกล่าวเป็นแถลงการณ์ร่วมโดยมีหกองค์กรร่วมกัน เช่น ฮิวแมนไรท์วอช และองค์กรนิรโทษกรรมสากล ร่วมด้วย (http://www.aljazeera.com/news/2016/04/alarm-thailand-soldiers-police-powers-160405060115438.html)
-

ข่าวนี้ยังโด่งดังไปถึงประเทศตุรกีและฟิลิปปินส์โดยสื่ออย่าง Turkish weekly และ The Manila Times ยังนำมาเล่นอีกด้วย
-

-

-

ทั้งนี้ ข้อกังวลหลักของกลุ่มสิทธิมนุษยชนตามแถลงการณ์มีด้วยกันทั้งหมด 5 ข้อ ประกอบไปด้วย
การให้ความคุ้มครองกับผู้ใต้บังคับบัญชาในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิซึ่งขัดกับหลักนิติธรรม
การที่คำสั่งนี้ไม่ได้อยู่ในบทบัญญัติของกฎหมายและขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ

-
การที่มอบอำนาจอย่างกว้างขวางให้กับเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีซึ่งขัดต่อกฎพื้นฐานของสหประชาชาติ
การอนุญาติให้จำกัดเสรีภาพของบุคคลได้ถึงเจ็ดวันโดยไม่บอกสถานที่จับกุมซึ่งเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการถูกอุ้มหาย
ในทางปฎิบัติ คำสั่งนี้จะเป็นตัวจำกัดการทำงานของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนสากลขั้นพื้นฐาน

-

Cr. Thai E-News


อ ชูพงศ์ เปลี่ยนระบอบ 20 เมษ 59

อ ชูพงศ์ เปลี่ยนระบอบ 20 เมษ 59

รายการทางออกประเทศไทย ตอน ฝ่าย ประชาธิปไตย ต้องกล้าตัดสินใจ ก่อนที่คนไทย ต้องกลายเป็นทาส ของกลุ่มศักดินา และนายทุนผูกขาด เลวร้ายกว่า เป็นทาสยุค ก่อนเลิกทาส

แผนชั่ว ของ ป.ป.ช. เพื่อประโยนช์สุงสุดของ ทรราช คสช.

แผนชั่ว ของ ป.ป.ช. เพื่อประโยนช์สุงสุดของ ทรราช คสช.
-
สิ่งที่ประชาชนจะต้องรู้ แล้วจะได้ไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไม ๆ คดีในมือของป.ป.ช. จึงไม่คืบหน้า ยกเว้น............ ยกเว้นจ้องทำลายแต่ตระกลู ชินวัตร

-------------------------------------------------------------------------------

เมืองไทยเวลานี้นอกจากอากาศจะร้อนแล้ว บรรยากาศทางการเมืองก็ยิ่งร้อนกว่าอากาศอีก โดยเฉพาะประเด็นการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่มีคำถามพ่วงท้ายให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่มาจากการแต่งตั้ง หรือลากตั้งก็ตาม มีส่วนร่วมแจมในการเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)
-
ใช่แต่เรื่องการเมืองเท่านั้นที่ทำให้ร้อน
-
เรื่องครอบครัวก็ยังทำให้สถานการณ์ร้อนได้เหมือนกัน
-
เมื่อ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม บรรจุ นายปฏิพัทธ์ จันทร์โอชา บุตรชาย เข้ารับราชการในตำแหน่งรักษาราชการนายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 3 ยศว่าที่ร้อยตรี เหล่าสารบรรณ
-
ถ้าเป็นตาสีตาสาก็คงจะไม่เป็นเรื่องใหญ่โต
-
แต่นายปฏิพัทธ์ มีพ่อเป็น "ปลัดกระทรวงกลาโหม" และมีลุงเป็น "นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช." เรื่องจึงร้อนฉ่าขึ้นมาในบัดนาว
-
ใช่แต่จะมีเฉพาะครอบครัว "จันทร์โอชา" เท่านั้น
-
ครอบครัว "วงษ์สุวรรณ" ก็ทำให้การเมืองร้อนแรงไม่แพ้กัน
-
เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอหัวหน้า คสช.ให้ใช้มาตรา 44 สั่งแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช.ให้รับผิดชอบเสนอฟ้องเฉพาะคดีอาญาที่เกี่ยวกับการคอร์รัปชันเท่านั้น โดยให้เหตุผลว่าจะทำให้การปราบคดีโกงต่างๆเร็วยิ่งขึ้น
-
ถ้าเป็นเช่นนั้นคดีเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก็จะไม่อยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช.ทันที
-
เมื่อเป็นเช่นนี้คดีการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อปี 2551 ในสมัยรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ์ เป็นรองนายกฯ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ก็จะลอยตัวไปกับการแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้
-
โดย ป.ป.ช.จะถอนฟ้องบุคคลดังกล่าวที่ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
-
ด้วยการเทียบเคียงกับการที่ ป.ป.ช. ยกฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และพวกในการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี 53
-
ที่สำคัญประธาน ป.ป.ช. คือ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ เป็นผู้ที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับ "วงษ์สุวรรณ" ผู้พี่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และเคยทำงานร่วมกับ "วงษ์สุวรรณ" ผู้น้องอย่าง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ มาแล้ว
-
อากาศก็ร้อน เรื่องรัฐธรรมนูญก็ร้อน เรื่องครอบครัวก็ร้อน ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมาดับร้อนดี

-
Cr. ศุภรัตน์



แผนชั่ว ของ ป.ป.ช. เพื่อประโยนช์สุงสุดของ ทรราช คสช.

แผนชั่ว ของ ป.ป.ช. เพื่อประโยนช์สุงสุดของ ทรราช คสช.
-
สิ่งที่ประชาชนจะต้องรู้ แล้วจะได้ไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไม ๆ คดีในมือของป.ป.ช. จึงไม่คืบหน้า ยกเว้น............ ยกเว้นจ้องทำลายแต่ตระกลู ชินวัตร

-------------------------------------------------------------------------------

เมืองไทยเวลานี้นอกจากอากาศจะร้อนแล้ว บรรยากาศทางการเมืองก็ยิ่งร้อนกว่าอากาศอีก โดยเฉพาะประเด็นการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่มีคำถามพ่วงท้ายให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่มาจากการแต่งตั้ง หรือลากตั้งก็ตาม มีส่วนร่วมแจมในการเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)
-
ใช่แต่เรื่องการเมืองเท่านั้นที่ทำให้ร้อน
-
เรื่องครอบครัวก็ยังทำให้สถานการณ์ร้อนได้เหมือนกัน
-
เมื่อ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม บรรจุ นายปฏิพัทธ์ จันทร์โอชา บุตรชาย เข้ารับราชการในตำแหน่งรักษาราชการนายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 3 ยศว่าที่ร้อยตรี เหล่าสารบรรณ
-
ถ้าเป็นตาสีตาสาก็คงจะไม่เป็นเรื่องใหญ่โต
-
แต่นายปฏิพัทธ์ มีพ่อเป็น "ปลัดกระทรวงกลาโหม" และมีลุงเป็น "นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช." เรื่องจึงร้อนฉ่าขึ้นมาในบัดนาว
-
ใช่แต่จะมีเฉพาะครอบครัว "จันทร์โอชา" เท่านั้น
-
ครอบครัว "วงษ์สุวรรณ" ก็ทำให้การเมืองร้อนแรงไม่แพ้กัน
-
เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอหัวหน้า คสช.ให้ใช้มาตรา 44 สั่งแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช.ให้รับผิดชอบเสนอฟ้องเฉพาะคดีอาญาที่เกี่ยวกับการคอร์รัปชันเท่านั้น โดยให้เหตุผลว่าจะทำให้การปราบคดีโกงต่างๆเร็วยิ่งขึ้น
-
ถ้าเป็นเช่นนั้นคดีเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก็จะไม่อยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช.ทันที
-
เมื่อเป็นเช่นนี้คดีการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อปี 2551 ในสมัยรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ์ เป็นรองนายกฯ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ก็จะลอยตัวไปกับการแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้
-
โดย ป.ป.ช.จะถอนฟ้องบุคคลดังกล่าวที่ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
-
ด้วยการเทียบเคียงกับการที่ ป.ป.ช. ยกฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และพวกในการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี 53
-
ที่สำคัญประธาน ป.ป.ช. คือ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ เป็นผู้ที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับ "วงษ์สุวรรณ" ผู้พี่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และเคยทำงานร่วมกับ "วงษ์สุวรรณ" ผู้น้องอย่าง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ มาแล้ว
-
อากาศก็ร้อน เรื่องรัฐธรรมนูญก็ร้อน เรื่องครอบครัวก็ร้อน ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมาดับร้อนดี

-
Cr. ศุภรัตน์



“นปช.” ด่ากลับ “ไอ้ตูบ ประยุทธ์ ”การข่าวเฮงซวย

"นปช." ท้ากลับ "ไอ้ตูบ ประยุทธ์ " ล้มประชามติเลย ซัดการข่าวเฮงซวย-สติแตกใส่ความนปช.อยู่เบื้องหลังนศ.เคลื่อนไหวคว่ำร่างฯ "เต้น"ย้ำเดินหน้าจ้อไม่รับรธน.แม้พ.ร.บ.ประชามติมีผล

-----------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (21 เมษายน) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีระบุว่าหากการทำประชามติเกิดความวุ่นวายก็จะยกเลิก ว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องมาท้าทายคนไทย ยกเลิกไปเลย เพราะแต่ละวันก็ออกมาข่มขู่อยู่แล้ว แม้จะตั้งนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มาร่างรัฐธรรมนูญ แต่พล.อ.ประยุทธ์ทำเสมือนเป็นเจ้าของร่างรัฐธรรมนูญหรือเป็นกกต.เสียเอง มันกงการอะไร อยากเลิกก็เลิกไปเลย ถ้าจิตใจคับแคบไม่ยอมรับความเห็นต่างและถ้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)อยากจะอยู่เป็นชาติก็อยู่ไปเลย แต่ถ้าคืนประชาธิปไตยต้องมาคืนมาให้ครบ พล.อ.ประยุทธ์ก็มี 1 สิทธิ์ 1 เสียงเท่าประชาชนทั่วไปไม่มีสิทธิ์จะมาทำอะไรมากกว่านี้ แต่เวลานี้สำคัญตัวผิดคิดว่าเป็นเจ้าของร่างฯและเป็นเจ้าหน้าที่กกต.

-
นายจตุพร กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายกฯระบุว่านปช.อยู่เบื้องหลังการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาและขนคนมาร่วมมาร่วมชุมนุมนั้นนายกฯควรตรวจสอบการข่าวว่าเป็นการข่าวที่ขาดสติ และสติแตกที่สุด นำข้อมูลรายงานอันเป็นเท็จ พล.อ.ประยุทธ์ได้การข่าวที่เฮงซวยได้อย่างไร ควรมีสาระไม่ใช่ไร้สาระ ต้องเคารพการตัดสินใจของคนรุ่นใหม่ ถ้าคนอย่างตนและนปช.ทำต้องทำซึ่งหน้า ไม่มีพฤติกรรมเป็นอีแอบ พวกเราไม่เกี่ยวข้องซ้ำยังบอกให้แกนนำยืนอยู่ให้ห่างกลุ่มนักศึกษาเพราะเกรงจะไปทำลายความน่าเชื่อถือของกลุ่มนักศึกษา ยืนยันไม่มีเบื้องหลังและไม่มีความเกี่ยวโยงกับความเคลื่อนไหวของบุตรสาวของนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย นักศึกษาก็ไม่มีเบื้องหลังแล้วตัวท่านมีเบื้องหลังหรือไม่ ส่วนการขนคนไปร่วมชุมนุมนั้นมีเพียงนายอานนท์ นำภา ทนายความ ติดรถจากสวนเงินมีมาของช่องพีชทีวีเพื่อไปยังบิ๊กซีลาดพร้าวเท่านั้น

-
ด้านณัฐวุฒิ กล่าวว่า พวกเรายืนยันจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แม้พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญจะมีผลบังคับใช้ ก็ยังจะแสดงความคิดเห็น เชื่อมั่นว่าถ้าบ้านเมืองคุยอย่างสันติแม้จะเห็นต่างกันในท่วงทำนองแบบวิญญูชนก็สามารถเดินไปด้วยกันได้ อยากให้ผู้มีอำนาจรับทราบประเด็นนี้และกรุณาทำความเข้าใจ ไม่ใช่การท้าทาย หรือประกาศเผชิญหน้า แต่ต้องการประกาศว่าประชาชนมีความเห็นอย่างไร หวังว่าจะพื้นที่ในหัวใจของผู้มีอำนาจให้ประชาชนที่เห็นต่างได้มีที่ยืนบ้างแต่ถ้าไม่มีเราก็จะยืนอยู่จุดเดิมของเรา

-
ส่วนนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช.กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้คสช.ไปประชุมและตกลงกันให้เรียบร้อยก่อนว่าพฤติกรรมแบบใดสามารถทำได้หรือไม่ได้ เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ออกมาให้สัมภาษณ์ไม่ตรงกันทำให้ประชาชนสับสน ทั้งที่เป็นคสช.ด้วยกันทั้งนั้น

-

Cr.  MatichonOnline


“นปช.” ด่ากลับ “ไอ้ตูบ ประยุทธ์ ”การข่าวเฮงซวย

"นปช." ท้ากลับ "ไอ้ตูบ ประยุทธ์ " ล้มประชามติเลย ซัดการข่าวเฮงซวย-สติแตกใส่ความนปช.อยู่เบื้องหลังนศ.เคลื่อนไหวคว่ำร่างฯ "เต้น"ย้ำเดินหน้าจ้อไม่รับรธน.แม้พ.ร.บ.ประชามติมีผล

-----------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (21 เมษายน) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีระบุว่าหากการทำประชามติเกิดความวุ่นวายก็จะยกเลิก ว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องมาท้าทายคนไทย ยกเลิกไปเลย เพราะแต่ละวันก็ออกมาข่มขู่อยู่แล้ว แม้จะตั้งนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มาร่างรัฐธรรมนูญ แต่พล.อ.ประยุทธ์ทำเสมือนเป็นเจ้าของร่างรัฐธรรมนูญหรือเป็นกกต.เสียเอง มันกงการอะไร อยากเลิกก็เลิกไปเลย ถ้าจิตใจคับแคบไม่ยอมรับความเห็นต่างและถ้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)อยากจะอยู่เป็นชาติก็อยู่ไปเลย แต่ถ้าคืนประชาธิปไตยต้องมาคืนมาให้ครบ พล.อ.ประยุทธ์ก็มี 1 สิทธิ์ 1 เสียงเท่าประชาชนทั่วไปไม่มีสิทธิ์จะมาทำอะไรมากกว่านี้ แต่เวลานี้สำคัญตัวผิดคิดว่าเป็นเจ้าของร่างฯและเป็นเจ้าหน้าที่กกต.

-
นายจตุพร กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายกฯระบุว่านปช.อยู่เบื้องหลังการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาและขนคนมาร่วมมาร่วมชุมนุมนั้นนายกฯควรตรวจสอบการข่าวว่าเป็นการข่าวที่ขาดสติ และสติแตกที่สุด นำข้อมูลรายงานอันเป็นเท็จ พล.อ.ประยุทธ์ได้การข่าวที่เฮงซวยได้อย่างไร ควรมีสาระไม่ใช่ไร้สาระ ต้องเคารพการตัดสินใจของคนรุ่นใหม่ ถ้าคนอย่างตนและนปช.ทำต้องทำซึ่งหน้า ไม่มีพฤติกรรมเป็นอีแอบ พวกเราไม่เกี่ยวข้องซ้ำยังบอกให้แกนนำยืนอยู่ให้ห่างกลุ่มนักศึกษาเพราะเกรงจะไปทำลายความน่าเชื่อถือของกลุ่มนักศึกษา ยืนยันไม่มีเบื้องหลังและไม่มีความเกี่ยวโยงกับความเคลื่อนไหวของบุตรสาวของนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย นักศึกษาก็ไม่มีเบื้องหลังแล้วตัวท่านมีเบื้องหลังหรือไม่ ส่วนการขนคนไปร่วมชุมนุมนั้นมีเพียงนายอานนท์ นำภา ทนายความ ติดรถจากสวนเงินมีมาของช่องพีชทีวีเพื่อไปยังบิ๊กซีลาดพร้าวเท่านั้น

-
ด้านณัฐวุฒิ กล่าวว่า พวกเรายืนยันจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แม้พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญจะมีผลบังคับใช้ ก็ยังจะแสดงความคิดเห็น เชื่อมั่นว่าถ้าบ้านเมืองคุยอย่างสันติแม้จะเห็นต่างกันในท่วงทำนองแบบวิญญูชนก็สามารถเดินไปด้วยกันได้ อยากให้ผู้มีอำนาจรับทราบประเด็นนี้และกรุณาทำความเข้าใจ ไม่ใช่การท้าทาย หรือประกาศเผชิญหน้า แต่ต้องการประกาศว่าประชาชนมีความเห็นอย่างไร หวังว่าจะพื้นที่ในหัวใจของผู้มีอำนาจให้ประชาชนที่เห็นต่างได้มีที่ยืนบ้างแต่ถ้าไม่มีเราก็จะยืนอยู่จุดเดิมของเรา

-
ส่วนนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช.กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้คสช.ไปประชุมและตกลงกันให้เรียบร้อยก่อนว่าพฤติกรรมแบบใดสามารถทำได้หรือไม่ได้ เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ออกมาให้สัมภาษณ์ไม่ตรงกันทำให้ประชาชนสับสน ทั้งที่เป็นคสช.ด้วยกันทั้งนั้น

-

Cr.  MatichonOnline


ไอ้ฆาตกร ปี 53 ตัวเดิมที่ยิงประชาชนตายไปกว่า 99 ศพ บอกว่า ทักษิญอยู่เบื้องหลัง

เมื่อปี 53 ก็กล่าวหาว่าแดงล้มเจ้า  มาวันนี้ และ ไอ้ฆาตกร ตัวเดิมที่ยิงประชาชนตายไปกว่า 99 ศพ บาดเจ็บพิการ 2 พัน ออกมาบอกว่า ทักษิญ อยู่เบื้องหลัง ประชาชนที่ต้องการ ประชาธิปไตย
-

ถุย........... ไอ้ตูบ ประยุทธ์  ไม่ว่าเรื่องอะไรจะเกิดขึ้น  สมองมึงคิดได้แค่นี้ หรือว่ะ ไอ้สมองหมาปัญญาควาย 
-
เอาล่ะ ก็จะบอกให้ ............... ว่าใครอยู่เบื้องหลัง ของ พี่น้องประชาชน เหล่านั้น 

-
ประชาชนอย่าง กู และ กู และ กู นี้แหละ อยู่เบื้องหลัง ผู้ต้องการประชาธิปไตย 
-
จำใส่กระบานไว้ ไอ้ตูบ ประยุทธ์ 






ไอ้ฆาตกร ปี 53 ตัวเดิมที่ยิงประชาชนตายไปกว่า 99 ศพ บอกว่า ทักษิญอยู่เบื้องหลัง

เมื่อปี 53 ก็กล่าวหาว่าแดงล้มเจ้า  มาวันนี้ และ ไอ้ฆาตกร ตัวเดิมที่ยิงประชาชนตายไปกว่า 99 ศพ บาดเจ็บพิการ 2 พัน ออกมาบอกว่า ทักษิญ อยู่เบื้องหลัง ประชาชนที่ต้องการ ประชาธิปไตย
-

ถุย........... ไอ้ตูบ ประยุทธ์  ไม่ว่าเรื่องอะไรจะเกิดขึ้น  สมองมึงคิดได้แค่นี้ หรือว่ะ ไอ้สมองหมาปัญญาควาย 
-
เอาล่ะ ก็จะบอกให้ ............... ว่าใครอยู่เบื้องหลัง ของ พี่น้องประชาชน เหล่านั้น 

-
ประชาชนอย่าง กู และ กู และ กู นี้แหละ อยู่เบื้องหลัง ผู้ต้องการประชาธิปไตย 
-
จำใส่กระบานไว้ ไอ้ตูบ ประยุทธ์ 






ไอ้เหี้ย โล้นอิสระ สัสสลิ่มที่หากินในผ้าเหลืองเห็นใจ ไอ้ตูบ ประยุทธ์ ยอดไลค์ผลงานทรราช น้อย

ไอ้เหี้ย โล้นอิสระ  หรือสุวิทย์  สัสสลิ่มที่หากินในผ้าเหลืองเห็นใจ ไอ้ตูบ ประยุทธ์ ยอดไลค์ผลงานรัฐบาลทรราช น้อยกว่าเพจ เน วัดดาว 

พร้อมกล่าวหาว่า สังคมป่วย แยกแยะ ดี-ชั่ว ไม่ออก แนะใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์เร่งแก้ปัญหา เตือนอย่าเอาแต่อ้อยสร้อย เดี๋ยวชาวบ้านจะเบื่อหน่าย 

-----------  กูว่านะ ไอ้โล้น สุวิทย์ เป็นเพราะประชาชน เขาแยกแยะ  ดี- ชั่ว ออกแล้ว เวลานี้ ว่า ใครคือ ตัวปัญหาที่แท้จริงมากกว่า 

------------- เพราะตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี ทรราช คสช. และ สัสสลิ่ม ได้สร้างความฉิบหายให้กับ ประเทศ และ ประชาชน มากมาย 

-------------มาวันนี้ นั้นคือสิ่งที่จริง และ ประชาชนก็ได้เห็น นิสัย สันดาน ของ สัสสลิ่มและ ทรราช คสช. อย่างชัดแจ้ง   นั้นเอง


-------------แม้แต่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่าง ลูกสาว วัฒนา เมืองสุข สัสสลิ่ม และ ทรราช คสช. ก็กดดันให้เด็กต้องเดินทางออกนอกประเทศ เพียงเพราะเรียกร้อง ขอความเป็นธรรมให้ผู้เป็นพ่อ ที่แสดงความเห็น ของระบอบ ประชาธิปไตย  ก็ถูกจับคุม..

---------- บ้านนี้เมืองนี้ หากประชาชนผู้เสียภาษี ให้เป็นเงินเดือนของ ข้าราชการ ทั้งประเทศ ไม่อ้างจะทวงถามถึงความไม่ถูกต้อง และ อยุติธรรม ที่เกิดในสังคมได้แล้ว 

------------- ประชาชนจะต้องเสัยภาษีไปทำไม เพื่อเป็นเงินเดือนของ ข้าราชการและอำมาตย์ชั่วเหล่านั้น 

--------------- เก็บเงินไว้ซื้อไม้ กระบอง ไช้ตีกระบาลโจร ที่คอยปล้นประเทศไม่ดีกว่าหรือ 

-

เสรีชน


ไอ้เหี้ย โล้นอิสระ สัสสลิ่มที่หากินในผ้าเหลืองเห็นใจ ไอ้ตูบ ประยุทธ์ ยอดไลค์ผลงานทรราช น้อย

ไอ้เหี้ย โล้นอิสระ  หรือสุวิทย์  สัสสลิ่มที่หากินในผ้าเหลืองเห็นใจ ไอ้ตูบ ประยุทธ์ ยอดไลค์ผลงานรัฐบาลทรราช น้อยกว่าเพจ เน วัดดาว 

พร้อมกล่าวหาว่า สังคมป่วย แยกแยะ ดี-ชั่ว ไม่ออก แนะใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์เร่งแก้ปัญหา เตือนอย่าเอาแต่อ้อยสร้อย เดี๋ยวชาวบ้านจะเบื่อหน่าย 

-----------  กูว่านะ ไอ้โล้น สุวิทย์ เป็นเพราะประชาชน เขาแยกแยะ  ดี- ชั่ว ออกแล้ว เวลานี้ ว่า ใครคือ ตัวปัญหาที่แท้จริงมากกว่า 

------------- เพราะตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี ทรราช คสช. และ สัสสลิ่ม ได้สร้างความฉิบหายให้กับ ประเทศ และ ประชาชน มากมาย 

-------------มาวันนี้ นั้นคือสิ่งที่จริง และ ประชาชนก็ได้เห็น นิสัย สันดาน ของ สัสสลิ่มและ ทรราช คสช. อย่างชัดแจ้ง   นั้นเอง


-------------แม้แต่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่าง ลูกสาว วัฒนา เมืองสุข สัสสลิ่ม และ ทรราช คสช. ก็กดดันให้เด็กต้องเดินทางออกนอกประเทศ เพียงเพราะเรียกร้อง ขอความเป็นธรรมให้ผู้เป็นพ่อ ที่แสดงความเห็น ของระบอบ ประชาธิปไตย  ก็ถูกจับคุม..

---------- บ้านนี้เมืองนี้ หากประชาชนผู้เสียภาษี ให้เป็นเงินเดือนของ ข้าราชการ ทั้งประเทศ ไม่อ้างจะทวงถามถึงความไม่ถูกต้อง และ อยุติธรรม ที่เกิดในสังคมได้แล้ว 

------------- ประชาชนจะต้องเสัยภาษีไปทำไม เพื่อเป็นเงินเดือนของ ข้าราชการและอำมาตย์ชั่วเหล่านั้น 

--------------- เก็บเงินไว้ซื้อไม้ กระบอง ไช้ตีกระบาลโจร ที่คอยปล้นประเทศไม่ดีกว่าหรือ 

-

เสรีชน


ปล่อยตัว’วัฒนา’เเล้ว เผยลูกถูกกดดัน ไปนอกด่วน

จากกรณีเจ้าหน้าที่ทหารกรมพระธรรมนูญ และเจ้าหน้าตำรวจกองปราบ ได้ควบคุมตัวนายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย มาขออำนาจศาลทหารกรุงเทพฝากขังผัดแรก เป็นเวลา 12 วัน หลังจากได้รับทราบข้อกล่าวหาที่มณทลทหารบกที่ 11 ฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 39/2557 ว่าด้วยเรื่องห้ามเคลื่อนไหวทางการเมืองกรณีโพสต์ข้อความวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล คสช.
-
จากนั้น นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยตัวชั่วคราวนายวัฒนา ซึ่งภายหลังศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายวัฒนา พร้อมตีราคาประกัน 80,000 บาท และกำหนดเงื่อนไข ห้ามกระทำการใดๆยั่วยุ ปลุกปั่น ชักชวน ปลุกระดม ไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ เพื่อให้มีการชุมนุม อันจะก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรือก่อให้เกิดอันตรายใดๆ อันกระทบต่อความเสียหายหรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทบการใดๆที่ให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และ ห้ามออกนอกประเทศก่อนได้รับอนุญาต
-
ต่อมาเวลา 18.15 น. วันที่ 21เมษายน ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เจ้าหน้าที่ทหารคุมตัวนายวัฒนา เมืองสุข มายังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยนั่งรถตู้สีขาวป้ายทะเบียน 10811 ก่อนจะขับเข้าไปในตัวเรือนจำ ท่ามกลางมวลชนกว่า 30คน รวมถึงบรรดาแกนนำ นปช.อาทิ นายสมหวัง อัสราษี รองประธาน นปช. จ.ส.ต. ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ อดีตส.ส.จ.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย นายวรชัย เหมะ ส.ส.จ.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย
-
จากนั้นเวลา 19.00 น.นายวัฒนา พร้อม นายสมหวัง อัสราษี รองประธาน นปช. จ.ส.ต. ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ อดีตส.ส.จ.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย นายวรชัย เหมะ ส.ส.จ.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ได้เดินออกมากพร้อมกัน โดยนายวัฒนาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะที่ถูกควบคุมตัว ได้รับการปฎิบัติดูแลจากเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ยืนยันว่าที่ผ่านมาตนได้เคลื่อนไหวและแสดงความคิดเห็นตามสิทธิและกฎหมายที่สามารถพึงกระทำได้ โดยในระหว่างที่ตนถูกควบคุมตัว ตนได้ใช้วิธีการอดอาหารประท้วง แต่ทางทีมแพทย์ขอร้องให้ดื่มน้ำมะพร้าว4ลูก ไม่ได้กินเนื้อตามที่เป็นข่าว โดยสาเหตุที่แพทย์ร้องขอให้กินน้ำเนื่องจากเกรงว่าตนจะขาดน้ำตาล และเป็นอันตราย
-
ทั้งนี้ตนได้ติดต่อไปยังบุตรสาวทราบว่าถูกกดดันผ่านคุณตาให้เดินทางไปต่างประเทศพร้อมมารดา โดยมีกำหนดกลับวันอาทิตย์ที่ 24 เมษายนนี้ ซึ่งลูกสาวบอกกับตนว่ารู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถช่วยเหลือพ่อได้ อย่างไรก็ตามที่ทางโฆษกคสช.ออกมาพูดว่ามีคนอยู่เบื้องหลังการออกมาเคลื่อนไหวของบุตรสาวนั้น ตอบได้เลยว่าคือนายวัฒนาคนนี้ไม่ใช่ทักษิณ ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ทราบว่ามีใครเคลื่อนไหวบ้างระหว่างที่ตนถูกควบคุมตัว แต่ก็ขอขอบคุณที่สู้เพื่อตนเอง หลังจากนี้ก็จะยังคงแสดงความคิดเห็นทางการเมืองตามปกติต่อไป และก็ไม่ไหวหวั่นหากตนแสดงความคิดเห็นแล้วถูกจับกุมอีก ยืนยันก่อนหน้านี้ไม่เคยเซ็นยอมรับข้อตกลงกับทางทหารว่าจะไม่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองอีก นอกจากนี้เพิ่งทราบข่าวว่านายบรรหาร ศิลปอาชา ป่วยหนัก รักษาตัวที่รพ.ศิริราช ตนจะหาเวลาไปเยี่ยม และหลังจากกลับบ้านตนจะกินข้าวราดกระเพราเป็นอันดับแรก และจะมุ่งตรงกลับบ้านเลย
-
นายวัฒนา กล่าวอีกว่า ตนไม่เคยโกรธพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคสช.และไม่อยากให้นายกรัฐมนตรีมองตนเป็นศัตรูเช่นกัน ทั้งนี้มีสิ่งที่ข้องใจเนื่องจากมีบุคคลออกมาแสดงความคิดเห็นหลายฝ่ายแต่ทำไมตนถึงถูกดำเนินคดีเพียงคนเดียว และขอให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องประชามติได้ เพร่ะสุดท้ายประชาชนก็จะเป็นผู้ตัดสินเอง อย่างไรก็ตามในส่วนของการเลือกตั้งปี2560ว่าจะมีหรือไม่นั้น ตนไม่ขอแสดงความคิดเห็นแต่ตนเชื่อว่าคนที่พูดแล้วก็จะรักษาคำพูด

-
Cr.MatichonOnline



ปล่อยตัว’วัฒนา’เเล้ว เผยลูกถูกกดดัน ไปนอกด่วน

จากกรณีเจ้าหน้าที่ทหารกรมพระธรรมนูญ และเจ้าหน้าตำรวจกองปราบ ได้ควบคุมตัวนายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย มาขออำนาจศาลทหารกรุงเทพฝากขังผัดแรก เป็นเวลา 12 วัน หลังจากได้รับทราบข้อกล่าวหาที่มณทลทหารบกที่ 11 ฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 39/2557 ว่าด้วยเรื่องห้ามเคลื่อนไหวทางการเมืองกรณีโพสต์ข้อความวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล คสช.
-
จากนั้น นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยตัวชั่วคราวนายวัฒนา ซึ่งภายหลังศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายวัฒนา พร้อมตีราคาประกัน 80,000 บาท และกำหนดเงื่อนไข ห้ามกระทำการใดๆยั่วยุ ปลุกปั่น ชักชวน ปลุกระดม ไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ เพื่อให้มีการชุมนุม อันจะก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรือก่อให้เกิดอันตรายใดๆ อันกระทบต่อความเสียหายหรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทบการใดๆที่ให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และ ห้ามออกนอกประเทศก่อนได้รับอนุญาต
-
ต่อมาเวลา 18.15 น. วันที่ 21เมษายน ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เจ้าหน้าที่ทหารคุมตัวนายวัฒนา เมืองสุข มายังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยนั่งรถตู้สีขาวป้ายทะเบียน 10811 ก่อนจะขับเข้าไปในตัวเรือนจำ ท่ามกลางมวลชนกว่า 30คน รวมถึงบรรดาแกนนำ นปช.อาทิ นายสมหวัง อัสราษี รองประธาน นปช. จ.ส.ต. ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ อดีตส.ส.จ.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย นายวรชัย เหมะ ส.ส.จ.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย
-
จากนั้นเวลา 19.00 น.นายวัฒนา พร้อม นายสมหวัง อัสราษี รองประธาน นปช. จ.ส.ต. ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ อดีตส.ส.จ.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย นายวรชัย เหมะ ส.ส.จ.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ได้เดินออกมากพร้อมกัน โดยนายวัฒนาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะที่ถูกควบคุมตัว ได้รับการปฎิบัติดูแลจากเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ยืนยันว่าที่ผ่านมาตนได้เคลื่อนไหวและแสดงความคิดเห็นตามสิทธิและกฎหมายที่สามารถพึงกระทำได้ โดยในระหว่างที่ตนถูกควบคุมตัว ตนได้ใช้วิธีการอดอาหารประท้วง แต่ทางทีมแพทย์ขอร้องให้ดื่มน้ำมะพร้าว4ลูก ไม่ได้กินเนื้อตามที่เป็นข่าว โดยสาเหตุที่แพทย์ร้องขอให้กินน้ำเนื่องจากเกรงว่าตนจะขาดน้ำตาล และเป็นอันตราย
-
ทั้งนี้ตนได้ติดต่อไปยังบุตรสาวทราบว่าถูกกดดันผ่านคุณตาให้เดินทางไปต่างประเทศพร้อมมารดา โดยมีกำหนดกลับวันอาทิตย์ที่ 24 เมษายนนี้ ซึ่งลูกสาวบอกกับตนว่ารู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถช่วยเหลือพ่อได้ อย่างไรก็ตามที่ทางโฆษกคสช.ออกมาพูดว่ามีคนอยู่เบื้องหลังการออกมาเคลื่อนไหวของบุตรสาวนั้น ตอบได้เลยว่าคือนายวัฒนาคนนี้ไม่ใช่ทักษิณ ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ทราบว่ามีใครเคลื่อนไหวบ้างระหว่างที่ตนถูกควบคุมตัว แต่ก็ขอขอบคุณที่สู้เพื่อตนเอง หลังจากนี้ก็จะยังคงแสดงความคิดเห็นทางการเมืองตามปกติต่อไป และก็ไม่ไหวหวั่นหากตนแสดงความคิดเห็นแล้วถูกจับกุมอีก ยืนยันก่อนหน้านี้ไม่เคยเซ็นยอมรับข้อตกลงกับทางทหารว่าจะไม่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองอีก นอกจากนี้เพิ่งทราบข่าวว่านายบรรหาร ศิลปอาชา ป่วยหนัก รักษาตัวที่รพ.ศิริราช ตนจะหาเวลาไปเยี่ยม และหลังจากกลับบ้านตนจะกินข้าวราดกระเพราเป็นอันดับแรก และจะมุ่งตรงกลับบ้านเลย
-
นายวัฒนา กล่าวอีกว่า ตนไม่เคยโกรธพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคสช.และไม่อยากให้นายกรัฐมนตรีมองตนเป็นศัตรูเช่นกัน ทั้งนี้มีสิ่งที่ข้องใจเนื่องจากมีบุคคลออกมาแสดงความคิดเห็นหลายฝ่ายแต่ทำไมตนถึงถูกดำเนินคดีเพียงคนเดียว และขอให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องประชามติได้ เพร่ะสุดท้ายประชาชนก็จะเป็นผู้ตัดสินเอง อย่างไรก็ตามในส่วนของการเลือกตั้งปี2560ว่าจะมีหรือไม่นั้น ตนไม่ขอแสดงความคิดเห็นแต่ตนเชื่อว่าคนที่พูดแล้วก็จะรักษาคำพูด

-
Cr.MatichonOnline



ถุยยยยยยยยยยยยยย…….ถุย โพลบ้านพ่อมึงซิ ไอ้สถุนนพดล กรรณิกา

ซุเปอร์โพลเผย เศรษฐกิจยุคบิ๊กตู่ ปชช.มีเงินเก็บเพียบ อีสานแชมป์รายได้-

-
เมื่อวันที่ 21 เม.ย. นายนพดล กรรณิกา ประธานชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชน สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง "สำรวจเงินในกระเป๋าของประชาชน ยุครัฐบาลบิ๊กตู่" โดยศึกษาตัวอย่างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน 15 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงราย เชียงใหม่ พิษณุโลก นครราชสีมา มุกดาหาร ขอนแก่น อุดรธานี ปทุมธานี ลพบุรี นครปฐม ชลบุรี นครศรีธรรมราช สงขลา และนราธิวาส จำนวนทั้งสิ้น 6,157 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 1- 20 เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่า หลังจากตัดจำนวนเงินของกลุ่มคนที่สูงสุดโต่งออกจากการวิเคราะห์ พบเงินในกระเป๋าของประชาชนยุครัฐบาลบิ๊กตู่ มีรายได้ค่ากลางรวมต่อเดือนจำนวน 17,031.41 บาท ขณะที่รายจ่ายต่อเดือนอยู่ที่เดือนละ 11,662.78 บาท โดยมีส่วนต่าง ส่วนเหลือเก็บแต่ละเดือนเดือนละ 5,368.63 บาท เมื่อจำแนกออกตามเพศ พบว่า ผู้ชายมีเงินเหลือเก็บแต่ละเดือนสูงกว่าผู้หญิง และหาเงินหารายได้ได้มากกว่า โดยผู้ชายมีรายได้เดือนละ 17,500.65 บาท รายจ่ายอยู่ที่เดือนละ 11,613.37 บาท มีเงินเหลือเก็บเดือนละ 5,887.28 บาท ส่วนผู้หญิงมีรายได้เดือนละ 16,529.54 บาท รายจ่าย 11,678.16 บาท มีเงินเหลือเก็บเดือนละ 4,851.38 บาท และพบว่าคนที่มีการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีมีรายได้สูงกว่าคนที่มีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรีเกือบสามเท่า และมีเงินเหลือเก็บต่อเดือนสูงกว่าเกือบสี่เท่า

-
นายนพดล กล่าวอีกว่า ที่น่าสนใจและน่าเป็นห่วงคือ คนอีสานมีรายได้สูงสุด แต่ก็ใช้จ่ายสูงสุด คนภาคใต้มีรายได้ต่ำสุดและมีเงินเหลือเก็บน้อยสุด คือ คนอีสานมีรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 18,580.92 บาท มีรายจ่าย 13,665.78 บาท มีเงินเหลือเดือนละ 4,915.14 บาท คนภาคใต้มีรายได้เดือนละ 13,237.05 บาท มีรายจ่ายเดือนละ 9,783.64 บาท มีเงินเหลือเก็บเดือนละ 3,453.41 บาท ขณะที่คนกรุงเทพฯ มีรายได้เดือนละ 17,531.61 บาท มีรายจ่ายเดือนละ 11,137.58 บาท มีเงินเหลือเก็บสูงกว่าคนในภาคอื่นเดือนละ 6,394.03 บาท คนเหนือมีรายได้เดือนละ 17,197.33 บาท มีรายจ่ายเดือนละ 12,123.32 บาท มีเงินเหลือเก็บเดือนละ 5,074.01 บาท และคนภาคกลางมีรายได้เดือนละ 17,863.02 บาท มีรายจ่ายเดือนละ 12,121.48 บาท มีเงินเหลือเดือนละ 5,741.54 บาท

-
"ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าเงินในกระเป๋าของประชาชนในรัฐบาลยุคปัจจุบัน ยังมีเงินเหลืออยู่ในกระเป๋าของประชาชน โดยค่ากลางอยู่ประมาณห้าพันบาทต่อเดือน จึงน่าจะทำให้ประชาชนแต่ละคนได้สำรวจตรวจสอบดูว่าเงินที่เหลือจากการใช้จ่ายสูงกว่า หรือต่ำกว่าห้าพันบาท ถ้าต่ำกว่าก็น่าจะพิจารณาปรับปรุงแก้ไขการใช้จ่ายของตน และที่น่าเป็นห่วงคือ รายได้ของประชาชนแต่ละภาคไม่เท่ากัน ทั้งๆ ที่ประชาชนในทุกภาคของประเทศควรมีโอกาสรวยหรือจนเท่าๆ กัน คนอีสานกลับมีรายได้สูงกว่าคนทุกภาค แต่ก็มีรายจ่ายสูงกว่า จนน่าเป็นห่วงที่คนอีสานอาจจะต้องหากลไกบางอย่างลดรายจ่ายเพื่อให้มีเงินเหลือแต่ละเดือนให้มากขึ้น และที่น่าจะสะท้อนข้อมูลไปยังฝ่ายนโยบาย คือ คนภาคใต้ที่ยังคงมีรายได้ต่ำกว่าคนทุกภาคและมีเงินเหลือแต่ละเดือนต่ำสุด ดังนั้น การบริหารจัดการการกระจายรายได้จึงต้องใช้ควบคู่ไปกับการรณรงค์การใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ประชาชนรู้จักคิดรู้จักบริหารจัดการรายได้รายจ่ายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น" นายนพดล กล่าว

-
Cr. MatichonOnline



ถุยยยยยยยยยยยยยย…….ถุย โพลบ้านพ่อมึงซิ ไอ้สถุนนพดล กรรณิกา

ซุเปอร์โพลเผย เศรษฐกิจยุคบิ๊กตู่ ปชช.มีเงินเก็บเพียบ อีสานแชมป์รายได้-

-
เมื่อวันที่ 21 เม.ย. นายนพดล กรรณิกา ประธานชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชน สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง "สำรวจเงินในกระเป๋าของประชาชน ยุครัฐบาลบิ๊กตู่" โดยศึกษาตัวอย่างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน 15 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงราย เชียงใหม่ พิษณุโลก นครราชสีมา มุกดาหาร ขอนแก่น อุดรธานี ปทุมธานี ลพบุรี นครปฐม ชลบุรี นครศรีธรรมราช สงขลา และนราธิวาส จำนวนทั้งสิ้น 6,157 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 1- 20 เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่า หลังจากตัดจำนวนเงินของกลุ่มคนที่สูงสุดโต่งออกจากการวิเคราะห์ พบเงินในกระเป๋าของประชาชนยุครัฐบาลบิ๊กตู่ มีรายได้ค่ากลางรวมต่อเดือนจำนวน 17,031.41 บาท ขณะที่รายจ่ายต่อเดือนอยู่ที่เดือนละ 11,662.78 บาท โดยมีส่วนต่าง ส่วนเหลือเก็บแต่ละเดือนเดือนละ 5,368.63 บาท เมื่อจำแนกออกตามเพศ พบว่า ผู้ชายมีเงินเหลือเก็บแต่ละเดือนสูงกว่าผู้หญิง และหาเงินหารายได้ได้มากกว่า โดยผู้ชายมีรายได้เดือนละ 17,500.65 บาท รายจ่ายอยู่ที่เดือนละ 11,613.37 บาท มีเงินเหลือเก็บเดือนละ 5,887.28 บาท ส่วนผู้หญิงมีรายได้เดือนละ 16,529.54 บาท รายจ่าย 11,678.16 บาท มีเงินเหลือเก็บเดือนละ 4,851.38 บาท และพบว่าคนที่มีการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีมีรายได้สูงกว่าคนที่มีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรีเกือบสามเท่า และมีเงินเหลือเก็บต่อเดือนสูงกว่าเกือบสี่เท่า

-
นายนพดล กล่าวอีกว่า ที่น่าสนใจและน่าเป็นห่วงคือ คนอีสานมีรายได้สูงสุด แต่ก็ใช้จ่ายสูงสุด คนภาคใต้มีรายได้ต่ำสุดและมีเงินเหลือเก็บน้อยสุด คือ คนอีสานมีรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 18,580.92 บาท มีรายจ่าย 13,665.78 บาท มีเงินเหลือเดือนละ 4,915.14 บาท คนภาคใต้มีรายได้เดือนละ 13,237.05 บาท มีรายจ่ายเดือนละ 9,783.64 บาท มีเงินเหลือเก็บเดือนละ 3,453.41 บาท ขณะที่คนกรุงเทพฯ มีรายได้เดือนละ 17,531.61 บาท มีรายจ่ายเดือนละ 11,137.58 บาท มีเงินเหลือเก็บสูงกว่าคนในภาคอื่นเดือนละ 6,394.03 บาท คนเหนือมีรายได้เดือนละ 17,197.33 บาท มีรายจ่ายเดือนละ 12,123.32 บาท มีเงินเหลือเก็บเดือนละ 5,074.01 บาท และคนภาคกลางมีรายได้เดือนละ 17,863.02 บาท มีรายจ่ายเดือนละ 12,121.48 บาท มีเงินเหลือเดือนละ 5,741.54 บาท

-
"ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าเงินในกระเป๋าของประชาชนในรัฐบาลยุคปัจจุบัน ยังมีเงินเหลืออยู่ในกระเป๋าของประชาชน โดยค่ากลางอยู่ประมาณห้าพันบาทต่อเดือน จึงน่าจะทำให้ประชาชนแต่ละคนได้สำรวจตรวจสอบดูว่าเงินที่เหลือจากการใช้จ่ายสูงกว่า หรือต่ำกว่าห้าพันบาท ถ้าต่ำกว่าก็น่าจะพิจารณาปรับปรุงแก้ไขการใช้จ่ายของตน และที่น่าเป็นห่วงคือ รายได้ของประชาชนแต่ละภาคไม่เท่ากัน ทั้งๆ ที่ประชาชนในทุกภาคของประเทศควรมีโอกาสรวยหรือจนเท่าๆ กัน คนอีสานกลับมีรายได้สูงกว่าคนทุกภาค แต่ก็มีรายจ่ายสูงกว่า จนน่าเป็นห่วงที่คนอีสานอาจจะต้องหากลไกบางอย่างลดรายจ่ายเพื่อให้มีเงินเหลือแต่ละเดือนให้มากขึ้น และที่น่าจะสะท้อนข้อมูลไปยังฝ่ายนโยบาย คือ คนภาคใต้ที่ยังคงมีรายได้ต่ำกว่าคนทุกภาคและมีเงินเหลือแต่ละเดือนต่ำสุด ดังนั้น การบริหารจัดการการกระจายรายได้จึงต้องใช้ควบคู่ไปกับการรณรงค์การใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ประชาชนรู้จักคิดรู้จักบริหารจัดการรายได้รายจ่ายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น" นายนพดล กล่าว

-
Cr. MatichonOnline



ไอ้ตูบ ประยุทธ์ ผู้นำ ทรราช คสช ที่อาการผิดปกติทางอารมณ์แบบสองขั้ว

ประชาชนควรที่จะรู้เกี่ยวกับการป่วยทางจิตของ ไอ้ตูบ ประยุทธ์
-
เรื่องราวของ ผู้นำ ทรราช คสช ที่อาการผิดปกติทางอารมณ์แบบสองขั้ว และโรคเครียดจากเหตุการณ์ร้ายแรง 
-
จนออกอาการให้สื่อทั้งในและต่างประเทศ นำไปประจานอยู่บ่อยครั้ง 
เช่น 
-
ปากหมาแท้ๆ !
ไอ้ตูบประยุทธ์ กล่าวในงาน "อาชีวศึกษาทวิภาคีไทย"
ติงคนวิจารณ์ทหารมีไว้ทำไม ว่า
มีไว้รักษาแผ่นดิน
กว่า 5แสน ตร.กม.ให้ หมาพูด
-
อย่าคิดแต่เรื่อง ประชาธิปไตยโดยไม่คำนึงถึง กฏหมาย
จนได้รับเสียงตอบรับทั่วทุกสารทิศ เช่น
-
ประชาชน ก็ไม่ได้จ่ายภาษี – ซื้ออาวุธ
-
และให้หมา เอามาใช้ปล้นอำนาจเหมือนกัน
-
และประชาชนไม่ได้ไม่เคารพกฏหมาย
หากแต่ประชาชนเขาไม่เคารพกฏโจรต่างหากเล่า
-
หรือ
-
คนไม่เคารพกฏหมายแต่เสือกแหกปาก
ให้คนอื่น เคารพกฏหมาย ถุยยยย
-
หรือ
-
ก็ถูกแล้วนะครับ ผมก็เห็น หมาพูดทุกวันๆ จนเบื่อ แล้วเนี่ย
-
เมื่อกล่าวถึงกองทัพ ของทรราช คสช. เรื่องทหาร
-
ก็มีเสียงของประชาชนกล่าวว่า
-
รักษาแผ่นดิน…?   กองทัพก็ควรไปตั้งอยู่ชายแดน จะมาอยู่อะไรกลางเมืองหลวง ถ่วงความเจริญล่ะมากกว่า
-
และอาการป่วยทางจิด ของไอ้ตูบ ไม่หมดแค่นั้น เมื่อสอง สามวันนี้ ก็ ออกมาเป่าประกาศ ว่า คนตัดหญ้า และ ประชาชน มันโง่ มันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตย 
-
ก็มีเสียงตอบรับจากประชาชนเช่นกันว่า 
-
รู้สึกจะมีพวกแดกภาษีจาก ประชาชนโง่ เป็นเงินเดือน โดยไม่เคยเห็นพัวของประชาชน อีกทั้งคอยกดขี่ เหยียบหัวประชาชน เหมือนไม่ใช่คน 
-
แล้วอย่างนี้ พี่น้องประชาชน ยังทนให้มันเหยียบหัวอยู่อย่างนี้อีกหรือ 
-
เมื่อไอ้ตูบ ประยุทธ์ เปรียบประชาชนเป็นดั่งหมา 
-
และบ่อยครั้งที่ ด่ากลาดว่า 
สื่อมวลชน เป็น หมาขี้เรื้อน

-

หากไอ้ตูบ ประยุทธ์ ไม่ป่วยทางจิต แล้วจะเรียกว่าอะไร 
ภาวะผู้นำไม่มีเลยจริงๆ
-
คำถามคือ ทหารทรราช คสช รักษแผ่นดินนี้ให้ใคร?
-
ให้กับ อำมาตย์ทรราช และนายทุนสามาน ผูกขาด และหรือ เหล่านักการเมืองชั่ว ๆ อย่าง พรรคร่วมรัฐบาลของ ประชาธิปัตย์ ในวาระครองอำนาจ เมื่อปี 2553
-
รักษาแผ่นดินนี้ไว้ให้ ทรราช เหล่านั้น กดขี่ประชาชนต่อไปอีกข้างหน้าด้วย นายก คนนอก สว. ลากตั้งและ องค์กรขยะ ที่มีอำนาจ มากกว่า ประชาชนกว่า 60 ล้านคนงั้นหรือ 
-
จนมีเสียงของประชาชน กล่าวกันว่า 
-
เรามีนายกฯที่ป่วยทางจิตนะครับ
-
พร้อมคำด่าไอ้ตูบ ประยุทธ์ ว่า  
-
คนอย่างมัน ฟังหมาพูดรู้เรื่อง แดรกเงินที่หมาต้องเสียภาษีหาให้. ถุยยยย

-
 หรือ แม้แต่
-

เด็กๆ ว่ะ ระดับนายกวุฒิภาวะ มีแค่เนี้ยะ.. ไปสมัครเป็น ยามบริษัท ยังไม่มีใครกล้ารับเลย นับประสาอะไร จะมาเป็น นายก กำหนด อำนาจของชาติ อีก 20 ปี ข้างหน้า   เอาแค่วันนี้เพื่อนบ้านรอบ ๆ ประเทศ ก็ไม่มีใครคบค้าด้วยแล้ว

-
ทั้งปัญหา ละเมิดสิทธฺมนุษยชน
แรงงานทาส
ปัญหาโกงกินในกองทัพ และใช้เส้นสาย ช่วยเหลือ ครอบครัว ตระกลู จันทรโอชา ไม่ว่าจะเรื่องเงินหลวงเอาเข้าบัญชีเมีย เรื่องขายที่ดิน เรื่องให้หลานชาย ติดยศ ร้อยตรี ฯลฯ
-
แม้ในวันนี้ เสีบงของประชาชน ยังสงสัยเคลือบแคลง ในอำนาจของกองทัพ ที่ทำตัวเป็นโจร ปล้นประเทศ ของตนเอง 
-
จนมีประชาชน กล่าวไว้ว่า 

-
ไม่จริงม้างงง ที่รักษาชายแดนจริงๆมีไม่กี่นายหรอก ที่เหลือแดกส่วนต่างกันเพลิน อาชีพหลักมันคือยึดอำนาจ แล้วรวย  ไม่ใช่หรือ
-
แล้วอ้างสรรคุณ ของทหารไว้เลิศหรู หากแท้จริงแล้ว.... สถุน ดี ๆ นี้เอง 
-
คำกล่าวของสื่อ รับใช้ ทรราช คสช. ว่า 
-
เก่ง ฉลาด สายตายาวไกล มีเหตุมีผล วาจาสุภาพ ละมุน อ่อนหวาน คมคาย ลึกซึ้งยิ่งนัก ผ่านการเลี้ยงดูฝึกฝนอบรมมาเนี้ยบ มากๆครับ
-
นั้นมันคำโกหก หลอกลวง เพราะไอ้ตูบ และ คณะ คสช. ไม่มีภาวะดังกล่าวเหลืออยู่ใน กมนสันดานเลย 
-
จบข่าว
-
เสรีชน


ไอ้ตูบ ประยุทธ์ ผู้นำ ทรราช คสช ที่อาการผิดปกติทางอารมณ์แบบสองขั้ว

ประชาชนควรที่จะรู้เกี่ยวกับการป่วยทางจิตของ ไอ้ตูบ ประยุทธ์
-
เรื่องราวของ ผู้นำ ทรราช คสช ที่อาการผิดปกติทางอารมณ์แบบสองขั้ว และโรคเครียดจากเหตุการณ์ร้ายแรง 
-
จนออกอาการให้สื่อทั้งในและต่างประเทศ นำไปประจานอยู่บ่อยครั้ง 
เช่น 
-
ปากหมาแท้ๆ !
ไอ้ตูบประยุทธ์ กล่าวในงาน "อาชีวศึกษาทวิภาคีไทย"
ติงคนวิจารณ์ทหารมีไว้ทำไม ว่า
มีไว้รักษาแผ่นดิน
กว่า 5แสน ตร.กม.ให้ หมาพูด
-
อย่าคิดแต่เรื่อง ประชาธิปไตยโดยไม่คำนึงถึง กฏหมาย
จนได้รับเสียงตอบรับทั่วทุกสารทิศ เช่น
-
ประชาชน ก็ไม่ได้จ่ายภาษี – ซื้ออาวุธ
-
และให้หมา เอามาใช้ปล้นอำนาจเหมือนกัน
-
และประชาชนไม่ได้ไม่เคารพกฏหมาย
หากแต่ประชาชนเขาไม่เคารพกฏโจรต่างหากเล่า
-
หรือ
-
คนไม่เคารพกฏหมายแต่เสือกแหกปาก
ให้คนอื่น เคารพกฏหมาย ถุยยยย
-
หรือ
-
ก็ถูกแล้วนะครับ ผมก็เห็น หมาพูดทุกวันๆ จนเบื่อ แล้วเนี่ย
-
เมื่อกล่าวถึงกองทัพ ของทรราช คสช. เรื่องทหาร
-
ก็มีเสียงของประชาชนกล่าวว่า
-
รักษาแผ่นดิน…?   กองทัพก็ควรไปตั้งอยู่ชายแดน จะมาอยู่อะไรกลางเมืองหลวง ถ่วงความเจริญล่ะมากกว่า
-
และอาการป่วยทางจิด ของไอ้ตูบ ไม่หมดแค่นั้น เมื่อสอง สามวันนี้ ก็ ออกมาเป่าประกาศ ว่า คนตัดหญ้า และ ประชาชน มันโง่ มันไม่รู้เรื่อง ประชาธิปไตย 
-
ก็มีเสียงตอบรับจากประชาชนเช่นกันว่า 
-
รู้สึกจะมีพวกแดกภาษีจาก ประชาชนโง่ เป็นเงินเดือน โดยไม่เคยเห็นพัวของประชาชน อีกทั้งคอยกดขี่ เหยียบหัวประชาชน เหมือนไม่ใช่คน 
-
แล้วอย่างนี้ พี่น้องประชาชน ยังทนให้มันเหยียบหัวอยู่อย่างนี้อีกหรือ 
-
เมื่อไอ้ตูบ ประยุทธ์ เปรียบประชาชนเป็นดั่งหมา 
-
และบ่อยครั้งที่ ด่ากลาดว่า 
สื่อมวลชน เป็น หมาขี้เรื้อน

-

หากไอ้ตูบ ประยุทธ์ ไม่ป่วยทางจิต แล้วจะเรียกว่าอะไร 
ภาวะผู้นำไม่มีเลยจริงๆ
-
คำถามคือ ทหารทรราช คสช รักษแผ่นดินนี้ให้ใคร?
-
ให้กับ อำมาตย์ทรราช และนายทุนสามาน ผูกขาด และหรือ เหล่านักการเมืองชั่ว ๆ อย่าง พรรคร่วมรัฐบาลของ ประชาธิปัตย์ ในวาระครองอำนาจ เมื่อปี 2553
-
รักษาแผ่นดินนี้ไว้ให้ ทรราช เหล่านั้น กดขี่ประชาชนต่อไปอีกข้างหน้าด้วย นายก คนนอก สว. ลากตั้งและ องค์กรขยะ ที่มีอำนาจ มากกว่า ประชาชนกว่า 60 ล้านคนงั้นหรือ 
-
จนมีเสียงของประชาชน กล่าวกันว่า 
-
เรามีนายกฯที่ป่วยทางจิตนะครับ
-
พร้อมคำด่าไอ้ตูบ ประยุทธ์ ว่า  
-
คนอย่างมัน ฟังหมาพูดรู้เรื่อง แดรกเงินที่หมาต้องเสียภาษีหาให้. ถุยยยย

-
 หรือ แม้แต่
-

เด็กๆ ว่ะ ระดับนายกวุฒิภาวะ มีแค่เนี้ยะ.. ไปสมัครเป็น ยามบริษัท ยังไม่มีใครกล้ารับเลย นับประสาอะไร จะมาเป็น นายก กำหนด อำนาจของชาติ อีก 20 ปี ข้างหน้า   เอาแค่วันนี้เพื่อนบ้านรอบ ๆ ประเทศ ก็ไม่มีใครคบค้าด้วยแล้ว

-
ทั้งปัญหา ละเมิดสิทธฺมนุษยชน
แรงงานทาส
ปัญหาโกงกินในกองทัพ และใช้เส้นสาย ช่วยเหลือ ครอบครัว ตระกลู จันทรโอชา ไม่ว่าจะเรื่องเงินหลวงเอาเข้าบัญชีเมีย เรื่องขายที่ดิน เรื่องให้หลานชาย ติดยศ ร้อยตรี ฯลฯ
-
แม้ในวันนี้ เสีบงของประชาชน ยังสงสัยเคลือบแคลง ในอำนาจของกองทัพ ที่ทำตัวเป็นโจร ปล้นประเทศ ของตนเอง 
-
จนมีประชาชน กล่าวไว้ว่า 

-
ไม่จริงม้างงง ที่รักษาชายแดนจริงๆมีไม่กี่นายหรอก ที่เหลือแดกส่วนต่างกันเพลิน อาชีพหลักมันคือยึดอำนาจ แล้วรวย  ไม่ใช่หรือ
-
แล้วอ้างสรรคุณ ของทหารไว้เลิศหรู หากแท้จริงแล้ว.... สถุน ดี ๆ นี้เอง 
-
คำกล่าวของสื่อ รับใช้ ทรราช คสช. ว่า 
-
เก่ง ฉลาด สายตายาวไกล มีเหตุมีผล วาจาสุภาพ ละมุน อ่อนหวาน คมคาย ลึกซึ้งยิ่งนัก ผ่านการเลี้ยงดูฝึกฝนอบรมมาเนี้ยบ มากๆครับ
-
นั้นมันคำโกหก หลอกลวง เพราะไอ้ตูบ และ คณะ คสช. ไม่มีภาวะดังกล่าวเหลืออยู่ใน กมนสันดานเลย 
-
จบข่าว
-
เสรีชน


ศาลทหารทรราช คสช. ให้ประกันตัว 'วัฒนา เมืองสุข' เตรียมปล่อยตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพคืนนี้ ไม่เกิน 2 ทุ่ม

ศาลทหารทรราช คสช. ให้ประกันตัว 'วัฒนา เมืองสุข' เตรียมปล่อยตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพคืนนี้   ไม่เกิน 2 ทุ่ม
-------------------------------------------------
เมื่อวันที่ 21 เมษายน นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ว่าในเวลา 18.30 น.เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะนำตัวนายวัฒนา เมืองสุข อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย มายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางเอกสาร เนื่องจากนายวัฒนา เป็นผู้ต้องขัง ในสังกัดเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ตามคำสั่งศาล แต่ได้รับการประกัน ให้ปล่อยตัวชั่วคราว นายวัฒนา ก็ต้องมาทำประวัติ พิมพ์ลายนิ้วมือ ลงทะเบียนงานเอกสารธุรการตามขั้นตอนปกติ ตรวจสอบหมายปล่อยตัว คาดว่าไม่น่าจะเกิน 20.00 น. จะปล่อยตัวนายวัฒนาได้

-

Cr. MatichonOnline



ศาลทหารทรราช คสช. ให้ประกันตัว 'วัฒนา เมืองสุข' เตรียมปล่อยตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพคืนนี้ ไม่เกิน 2 ทุ่ม

ศาลทหารทรราช คสช. ให้ประกันตัว 'วัฒนา เมืองสุข' เตรียมปล่อยตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพคืนนี้   ไม่เกิน 2 ทุ่ม
-------------------------------------------------
เมื่อวันที่ 21 เมษายน นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ว่าในเวลา 18.30 น.เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะนำตัวนายวัฒนา เมืองสุข อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย มายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางเอกสาร เนื่องจากนายวัฒนา เป็นผู้ต้องขัง ในสังกัดเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ตามคำสั่งศาล แต่ได้รับการประกัน ให้ปล่อยตัวชั่วคราว นายวัฒนา ก็ต้องมาทำประวัติ พิมพ์ลายนิ้วมือ ลงทะเบียนงานเอกสารธุรการตามขั้นตอนปกติ ตรวจสอบหมายปล่อยตัว คาดว่าไม่น่าจะเกิน 20.00 น. จะปล่อยตัวนายวัฒนาได้

-

Cr. MatichonOnline



ไอ้ตูบ ประยุทธ์ ประชามติ บ้านพ่อมึง หรือ? ที่ไม่ต้องฟังเสียงของประชาชน ผู้เป็นเจ้าของประเทศ

ประชามติ รับร่าง รััฐธรรมนูญ ฉบับ ทรราช คสช.สั่งต้องไม่มี ...........ไม่ต้องทำ
-
ถาม........... ไอ้ตูบ ประยุทธ์ ประชามติ บ้านพ่อมึง หรือ?  ที่ไม่ต้องฟังเสียงของประชาชน ผู้เป็นเจ้าของประเทศ 

------------------------------------------------------------------------
14.30 น. 19 เม.ย.ไอ้ตูบ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า ทรราช คสช. กล่าวถึงกรณีการรณรงค์รับหรือไม่รับประชามติ ว่า วันนี้ได้สั่งการไปแล้วว่าต้องไม่มี ไม่ต้องทำ

-
เมื่อถามว่า ที่นักวิชาการออกมารณรงค์แสดงความเห็นเชิงวิชาการนั้นทำได้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ…. ยังไม่โปรดเกล้าฯลงมา แต่ถ้าโปรดเกล้าฯลงมาก็โดนหมด กฎหมายเขียนว่าห้ามรณรงค์รับหรือไม่รับ แค่นี้ทำไม่ได้หรืออย่างไร ไม่เข้าใจภาษาไทยหรือจึงต้องแปลไทยเป็นไทย

-
เมื่อถามว่า ใส่เสื้อโหวตโน หรือโหวตเยส ก็ไม่ได้ใช่หรือไม่ ทรราช กล่าวว่า ใช่แล้ว รณรงค์ให้รับหรือไม่รับก็ไม่ได้ทั้งนั้น

-
"เมื่อ พ.ร.บ.ประชามติฯ ออกมาจะมีบทลงโทษถึง 10 ปี ถ้าไม่กลัวก็ตามใจ ซึ่งสื่อก็โดนด้วย ขอให้ไปบอกแก่นายทุนสื่อด้วย วันนี้ปล่อยไปก่อน แต่ถ้ากฎหมายออกมาเมื่อไหร่ ก็จะโดนเมื่อนั้น
-
"จะฟ้องศาลกันหมด"
-
แต่เย็นวันเดียวกัน หนังม้วนใหม่ก็เปิดตัว
-
18.00 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กลุ่มพลเมืองโต้กลับนัดหมายประชาชนใส่เสื้อขาวรวมตัวกันเพื่อต่อต้านการควบคุมตัวนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 18 เมษายน
-
แต่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 กองร้อย มาเตรียมพร้อมก่อนเวลานัดหมาย
-
เมื่อ นายอานนท์ นำภา กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว และพรรคพวกเดินทางมาถึงบริเวณสกายวอล์ก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดันฝูงชนลงจากสกายวอล์ก
-
ขณะเดียวกันประชาชนที่สวมเสื้อสีขาว ก็โบกมือให้กำลังใจผู้ที่ถูกจับกุม และชู 3 นิ้วแสดงสัญลักษณ์
-
เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายอานนท์ และนายสิรวิชญ์ขึ้นรถตู้ทหาร โดยมี นายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ คนขับรถแท็กซี่กลุ่มพลเมืองโต้กลับ และ นายณัฐภัทร อัคฮาด น้องชาย น.ส.กมนเกด อัคฮาด พยาบาลที่เสียชีวิตจากการระดมยิงในวัดปทุมวนารามปี 2553 ขอติดตามขึ้นรถไปด้วย
-
ก่อนจะปล่อยตัวออกมาในค่ำวันเดียวกัน
-
และในเย็นวันเดียวกันนั้น
-
องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน 6 องค์กร ประกอบด้วย สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (HRLA) มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (CRC) มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (Enlaw) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR) สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ออกแถลงการณ์ให้ยุติการคุกคาม แทรกแซงและปิดกั้นการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลต่อร่างรัฐธรรมนูญ
-
โดยระบุว่า การดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญกระทำโดยคนเพียงบางกลุ่ม และไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างเพียงพอ
--
ในเชิงเนื้อหาก็ถูกตั้งคำถามในหลายประเด็น อาทิ ประเด็นเรื่องสิทธิในการศึกษา สิทธิชุมชน สิทธิผู้บริโภค ที่มาของนายกรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. อำนาจขององค์กรอิสระ การรับรองความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการกระทำและการใช้อำนาจจาก คสช. เป็นต้น

แม้ผู้มีอำนาจจะกำหนดให้มีการลงประชามติต่อร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว แต่บรรยากาศการมีส่วนร่วมและการใช้เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนก็ยังถูกจำกัด
-
ดังจะเห็นได้จากการที่ผู้มีอำนาจออกมาข่มขู่อยู่เสมอๆ อาทิ การห้ามไม่ให้ใส่เสื้อ Vote No หรือขู่ว่าจะดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ทำการรณรงค์ในทางที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เป็นต้น
-
รวมไปถึงการควบคุมตัว นายวัฒนา เมืองสุข เมื่อวันที่ 18 เมษายน
-
จึงเรียกร้องต่อรัฐบาลและทรราช คสช. ให้ปล่อยตัวนายวัฒนาโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข
-
เคารพและคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความเชื่อและความคิดเห็นโดยสันติวิธี สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญ
-
ยุติการคุกคาม ข่มขู่ แทรกแซงและปิดกั้นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนทุกกลุ่ม
-
ในบรรยากาศที่ฝ่ายหนึ่งเข้มขึง อีกฝ่ายหนึ่งยืนกราน
-
โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ "น้ำผึ้ง" เป็นไปได้มากน้อยเพียงใด
-
น่าสนใจและชวนระทึกใจ



ไอ้ตูบ ประยุทธ์ ประชามติ บ้านพ่อมึง หรือ? ที่ไม่ต้องฟังเสียงของประชาชน ผู้เป็นเจ้าของประเทศ

ประชามติ รับร่าง รััฐธรรมนูญ ฉบับ ทรราช คสช.สั่งต้องไม่มี ...........ไม่ต้องทำ
-
ถาม........... ไอ้ตูบ ประยุทธ์ ประชามติ บ้านพ่อมึง หรือ?  ที่ไม่ต้องฟังเสียงของประชาชน ผู้เป็นเจ้าของประเทศ 

------------------------------------------------------------------------
14.30 น. 19 เม.ย.ไอ้ตูบ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า ทรราช คสช. กล่าวถึงกรณีการรณรงค์รับหรือไม่รับประชามติ ว่า วันนี้ได้สั่งการไปแล้วว่าต้องไม่มี ไม่ต้องทำ

-
เมื่อถามว่า ที่นักวิชาการออกมารณรงค์แสดงความเห็นเชิงวิชาการนั้นทำได้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ…. ยังไม่โปรดเกล้าฯลงมา แต่ถ้าโปรดเกล้าฯลงมาก็โดนหมด กฎหมายเขียนว่าห้ามรณรงค์รับหรือไม่รับ แค่นี้ทำไม่ได้หรืออย่างไร ไม่เข้าใจภาษาไทยหรือจึงต้องแปลไทยเป็นไทย

-
เมื่อถามว่า ใส่เสื้อโหวตโน หรือโหวตเยส ก็ไม่ได้ใช่หรือไม่ ทรราช กล่าวว่า ใช่แล้ว รณรงค์ให้รับหรือไม่รับก็ไม่ได้ทั้งนั้น

-
"เมื่อ พ.ร.บ.ประชามติฯ ออกมาจะมีบทลงโทษถึง 10 ปี ถ้าไม่กลัวก็ตามใจ ซึ่งสื่อก็โดนด้วย ขอให้ไปบอกแก่นายทุนสื่อด้วย วันนี้ปล่อยไปก่อน แต่ถ้ากฎหมายออกมาเมื่อไหร่ ก็จะโดนเมื่อนั้น
-
"จะฟ้องศาลกันหมด"
-
แต่เย็นวันเดียวกัน หนังม้วนใหม่ก็เปิดตัว
-
18.00 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กลุ่มพลเมืองโต้กลับนัดหมายประชาชนใส่เสื้อขาวรวมตัวกันเพื่อต่อต้านการควบคุมตัวนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 18 เมษายน
-
แต่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 กองร้อย มาเตรียมพร้อมก่อนเวลานัดหมาย
-
เมื่อ นายอานนท์ นำภา กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว และพรรคพวกเดินทางมาถึงบริเวณสกายวอล์ก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดันฝูงชนลงจากสกายวอล์ก
-
ขณะเดียวกันประชาชนที่สวมเสื้อสีขาว ก็โบกมือให้กำลังใจผู้ที่ถูกจับกุม และชู 3 นิ้วแสดงสัญลักษณ์
-
เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายอานนท์ และนายสิรวิชญ์ขึ้นรถตู้ทหาร โดยมี นายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ คนขับรถแท็กซี่กลุ่มพลเมืองโต้กลับ และ นายณัฐภัทร อัคฮาด น้องชาย น.ส.กมนเกด อัคฮาด พยาบาลที่เสียชีวิตจากการระดมยิงในวัดปทุมวนารามปี 2553 ขอติดตามขึ้นรถไปด้วย
-
ก่อนจะปล่อยตัวออกมาในค่ำวันเดียวกัน
-
และในเย็นวันเดียวกันนั้น
-
องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน 6 องค์กร ประกอบด้วย สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (HRLA) มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (CRC) มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (Enlaw) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR) สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ออกแถลงการณ์ให้ยุติการคุกคาม แทรกแซงและปิดกั้นการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลต่อร่างรัฐธรรมนูญ
-
โดยระบุว่า การดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญกระทำโดยคนเพียงบางกลุ่ม และไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างเพียงพอ
--
ในเชิงเนื้อหาก็ถูกตั้งคำถามในหลายประเด็น อาทิ ประเด็นเรื่องสิทธิในการศึกษา สิทธิชุมชน สิทธิผู้บริโภค ที่มาของนายกรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. อำนาจขององค์กรอิสระ การรับรองความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการกระทำและการใช้อำนาจจาก คสช. เป็นต้น

แม้ผู้มีอำนาจจะกำหนดให้มีการลงประชามติต่อร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว แต่บรรยากาศการมีส่วนร่วมและการใช้เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนก็ยังถูกจำกัด
-
ดังจะเห็นได้จากการที่ผู้มีอำนาจออกมาข่มขู่อยู่เสมอๆ อาทิ การห้ามไม่ให้ใส่เสื้อ Vote No หรือขู่ว่าจะดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ทำการรณรงค์ในทางที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เป็นต้น
-
รวมไปถึงการควบคุมตัว นายวัฒนา เมืองสุข เมื่อวันที่ 18 เมษายน
-
จึงเรียกร้องต่อรัฐบาลและทรราช คสช. ให้ปล่อยตัวนายวัฒนาโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข
-
เคารพและคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความเชื่อและความคิดเห็นโดยสันติวิธี สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญ
-
ยุติการคุกคาม ข่มขู่ แทรกแซงและปิดกั้นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนทุกกลุ่ม
-
ในบรรยากาศที่ฝ่ายหนึ่งเข้มขึง อีกฝ่ายหนึ่งยืนกราน
-
โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ "น้ำผึ้ง" เป็นไปได้มากน้อยเพียงใด
-
น่าสนใจและชวนระทึกใจ



THAILAND: Trafficking Bill Needs Rethink

FOR PUBLICATION
AHRC-ART-018-2016
21 April 2016

An Article by the Asian Human Rights Commission

By Phattranit Yaodam

THAILAND: Trafficking Bill Needs Rethink

On 26 January 2016, the Prime Minister, General Prayuth Chan-ocha, wrote a letter to the Chairperson of the National Legislative Assembly (NLA) regarding the draft Act on Trafficking in Persons Procedure Code. He wrote about the rationale and provided a summary of the main issues, and urged the NLA to give priority to the Bill. As a result, on 11March 2016, in its third read, the NLA has reportedly voted to endorse the draft Act.

In its reasoning for urging the NLA to rush through the promulgation of the Bill, the Cabinet has claimed that it wants improve the trafficking procedure code in the criminal justice process, by shifting away from the existing accusatorial procedure, whereby both parties are able to present evidence, and check the same among themselves, based strictly on the evidence taking rule, with the Court confining its role as an adjudicator.

The Cabinet expressed a wish to move to an inquisitorial procedure, whereby the Court would have direct interaction with the defendant, and the prosecutor would assist the Court in establishing the facts. The aim is that the procedure would also provide for the taking of evidence from various sources, which may help accelerate the process in compliance with the safeguard of the rights of trafficking victims, as per the 2008 Anti-Trafficking in Persons Act.

Nevertheless, on 26 March 2016, a rights coalition in Thailand, which consists of the Human Rights and Development Foundation (HRDF) and the Migrant Working Group (MWG), submitted an open letter to Prime Minister and Chairperson of the National Legislative Assembly (NLA); they presented some observations regarding the procedure and the principle encapsulated and envisioned in the Bill.

According to the legislative process of the draft Act on Trafficking in Persons Procedure Code B.E., the rights coalition in Thailand has found that in order to upgrade the trafficking in persons procedure, to make it respond more promptly and serve justice, the government should begin by reviewing problems stemming from the enforcement of the existing Criminal Procedure Code. The government should first establish if the delay could be attributed to the accusatorial procedure itself, or whether it is due to other problems in its enforcement. The promulgation of a new legislation without carefully reviewing the effectiveness of the existing one shall not bring any benefit to law enforcement officers. Rather, it might bring them more problems in enforcement.

In addition, the rights coalition has found that the drafting process was devoid of input from various concerned agencies, particularly the law enforcement agencies. Also, no attempts have been made to publicize the contents of the Bill. It is not feasible now to seek judicial review regarding constitutionality, but given that the content of the Bill may severely infringe upon the rights and liberty of those who have to undergo the new criminal justice proceedings, the agencies proposing the Bill should pay due attention to their concerns instead of just focusing on pushing through a legislation to suppress trafficking offences.

Furthermore, regarding to The 2000 United Nations Convention against Transnational Organized Crime (UNTOC) and the Protocol to Prevent, Suppress and Punish Trafficking in Persons, Especially Women and Children, it only defines a serious offence as one that carries the punishment of imprisonment of four years or more and when the offence involves transnational organized criminal syndicates participating in trafficking offences.

But according to the domestic law of Thailand, a trafficking offence is treated as an offence related to "the public order and moral high ground of society". Therefore, it is included in the same category of offences concerning arson and illegal drugs. Only drug-related offences have their own procedure code, according to the 2007 Narcotics Act, separate from the Criminal Procedure Code. Still, the Narcotic Act relies chiefly on the accusatorial procedure.

Apart from promptness, the rights coalition deems it unnecessary to replace the accusatorial procedure with the inquisitorial procedure in trafficking offences, particularly in light of the practice in similar offences, as aforementioned.

Likewise, the definition of trafficking offences, the scope of application, advance witness examination, the determination of reparation and other damages, the temporary release, the taking of evidence in the Court and the appeal of the verdict at the Appeal and Supreme levels have all been adjusted to make them consistent with the inquisitorial procedure according to the Bill.

On this front, the rights coalition has found that several major provisions in the Bill deprive the defendant of their rights by treating them as an object of proceedings without applying the general rule of the Criminal Procedure Code. For instance, prior conditions have been set forth for the temporary release of an alleged offender or a defendant: the requirement that the defendant has to, by himself, adduce to establish his innocence; the design of the proceeding in which the defendant is assumed a guilty party since the beginning; the waiver of the presumption of innocence rule; the admissibility of the evidence given by the defendant for his own incrimination; and by defining the defendant as a direct party with the Court, all of which have made it more challenging for the defendant to defend themselves.

The rights coalition has stated that the "inquisitorial procedure" in the Bill focuses on punishing the defendant without according due respect to his rights. This makes it vulnerable to the infringement of human rights. A criminal proceeding, in breach of the rule of law and the human rights principles, is not considered proper by civilized nations. It certainly is a deviation from democracy and the rule of law.

Therefore, for the aforementioned reasons, the Thai government, the Cabinet, the NLA, and other concerned agencies should review the principle of the draft Act on Trafficking in Persons Procedure Code B.E., and reconsider the necessity to promulgate the Act. In addition, an attempt should be made to provide for public consultation, allowing concerned agencies from the State, public sector, and academics working to promote and assist the State to protect the rights of trafficking victims, to provide their input regarding the Bill.

This will benefit the future solutions to the problems of trafficking in persons, making it more effective and compliant with both domestic laws and international obligations.

# # #

The Asian Human Rights Commission (AHRC) works towards the radical rethinking and fundamental redesigning of justice institutions in order to protect and promote human rights in Asia. Established in 1984,  the Hong Kong based organisation is a Laureate of the Right Livelihood Award, 2014.

Read this Article online