สถุน สรรเสริญ เหี้ยกำเนิดที่ได้ดีติดยศนายพล จากผลงานโกหก "ผังล้มเจ้า"

ชะตากรรมของทรราช ที่ได้ดีติดยศนายพล จากผลงานโกหก "ผังล้มเจ้า"
สถุน สรรเสริญ เหี้ยกำเนิด

-
จากปี 2553 จนถึงปี 2559 การดำรงอยู่ของสันดาน โคตรตอแหลของ สถุน สรรเสริญ เหี้ยกำเนิดก็ไม่เคยเปลี่ยน หากยังคงพัฒนา การตอแหลต่อหน้าสื่อและประชาชนอย่างอยู่เป็นประจำ หรือจะเรียกว่า ตอแหลอย่างถาวรก็ได้
-
เมื่อเป็นเช่นนี้ ประชาชนอย่างเราๆ ท่านๆ ยังจะเชื่อน้ำลายของ สถุนไก่อู เหี้ยกำเนิด ตัวนี้ต่อไปอีกหรือ  การใส่ร้ายป้ายสีประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย ของทหารทรราช คสช. ไม่ใช่ว่าไม่เคยทำ หากแต่ทรราช คสช. ได้กระทำมาตลอดระยะเวลา 6 ปี ที่ผ่านมา และก็ยังคงทำต่อไปจนถึงปี 2560 เป็นอย่างน้อย หรืออาจจะมากกว่า ตราบจน 
-
ประชาชนจะร่วมกันลุกขึ้นมาขับไล่ ทรราช คสช. และข้าราชการชั่ว

-
เสรีชน

เรามาดู เรื่องรามการโกหก ตอแหล ของไอ้สถุน สรรเสริญ เหี้ยกำเนิด

--------------------------------------------------------------------------------------

คดีผังล้มเจ้า ก็ได้มาถึงจุดจบ เพราะมีแนวโน้มอันชัดเจนว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ จะปิดสำนวนสั่งไม่ฟ้องคดีนี้

-
เหตุการณ์ชัดเจนเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม เมื่อ พ.อ.วิจารณ์ จดแตง ผู้อำนวยการส่วนกฎหมายกองอำนายการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้เดินทางมาให้ปากคำกับดีเอสไอ ในเรื่องเกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐด้วยการล่วงละเมิดสถาบันกษัตริย์ พ.อ.วิจารณ์ เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่สำคัญ ในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๓ ซึ่งนำเสนอเรื่องผังล้มเจ้า พ.อ.วิจารณ์ได้ให้ปากคำอยู่ราว ๒ ชั่วโมง และได้นำเอกสารมามอบให้เป็นหลักฐาน ๑ ลัง และ ซีดี ๘ แผ่น แต่หลังจากนั้น พ.ต.อ.ประเวช มูลประมุข รองอธิบดีดีเอสไอ กลับแถลงว่า ดีเอสไอได้สอบสวนพยานครบทุกปากแล้ว และจากการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด ก็ยังไม่สามารถระบุตัวผู้กระทำผิดได้ เนื่องจากพยานหลักฐานไม่ชัดเจน จึงจะสั่งไม่ฟ้องคดีนี้ และจะสรุปคดีให้เสร็จก่อนสงกรานต์

-
พ.ต.อ.ประเวศน์ยังอธิบายรายละเอียดว่า ไม่ปรากฏว่ามีพยานคนไหนให้การว่าใครเป็นคนจัดทำแผนล้มเจ้าขึ้นมา ประกอบกับข้อมูลที่กล่าวหากลุ่มบุคคลในผัง ก็ไม่ปรากฏชัดเจนว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ร่วมกันกระทำผิด ที่ไหน เมื่อไหร่ ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า "เรื่องนี้ไม่มีความชัดเจนมาตั้งแต่เริ่มต้นที่รับเป็นคดีพิเศษมานานเป็นปีแล้ว และเมื่อมีการเปลี่ยนคณะทำงานสอบสวนฯ ผมก็พยายามจะทำให้มันมีอะไร แต่จนถึงขณะนี้ผู้ที่กล่าวหาก็ยังไม่มีมูลที่ชัดเจนให้ดีเอสไอนำไปขยายผลสืบสวนหาคนผิดได้ หรือที่พูดกันในภาษาชาวบ้านว่าการกล่าวหาลอยๆ"

-
ย้อนหลังกลับไปตั้งแต่วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกของ ศอฉ. ได้แถลงข่าวโดยเสนอถึงแผนผังเครือข่ายชื่อบุคคลที่ พ.อ.สรรเสริญอ้างว่า เป็นเครือข่ายที่ส่อถึงการล้มล้างสถาบันเบื้องสูง จากรายชื่อในแผนผัง จะมี ชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นใจกลาง และมีโครงข่ายต่างๆคอยแวดล้อมเชื่อมโยงอยู่ โดยหลักๆได้แก่ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อันประกอบด้วย นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายจักรภพ เพ็ญแข นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวิสา คัญทัพ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายอดิศร เพียงเกษ นายแพทย์เหวง โตจิราการ นายชูพงษ์ ถี่ถ้วน รวมทั้ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และโยงถึงนักวิชาการ เช่น สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ เข้าไปด้วย

-
หลังจากนั้น สื่อมวลชนกระแสหลัก กลุ่มฝ่ายขวา และสลิ่มสารพัดสี ได้มุ่งเสริมกระแสและโจมตีบุคคลเหล่านี้ โดยอ้างกันว่าเป็นเครือข่ายของขบวนการล้มเจ้า ซึ่งเป็นการจงใจบิดเบือนให้ร้ายผู้ที่ปรากฏชื่อในผังล้มเจ้า และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็ออกมาแถลงซ้ำว่าจะออกหมายจับบุคคลตามแผนผังนี้ด้วย แต่ต่อมา นายสุเทพก็ไม่ได้ดำเนินการเช่นนั้น เพียงแต่ในทางความเป็นจริง เรื่องผังล้มเจ้านี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของกระแสในการนำมาสู่การปราบปรามกวาดล้างประชาชนคนเสื้อแดง จนทำให้มีผู้เสียชีวิต ๙๓ คน และบาดเจ็บนับพันคน และมีประชาชนถูกจับกุมติดคุกอีกนับร้อยคน

-
เรื่องผ่านไปจนถึงวันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๔ เนื่องจากมีการฟ้องร้องดำเนินคดี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทำให้ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ต้องยอมรับต่อศาลว่า การเผยแพร่ "ผังล้มเจ้า" มีขื้นด้วยเหตุ ๓ ประการคือ ประการที่หนึ่ง ศอฉ. ในขณะนั้นเชื่อมั่นว่ามีขบวนการที่จ้องจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์จริง ประการที่สอง ในช่วงเวลานั้น มีข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินเตอร์เน็ตกล่าวหาในลักษณะทำนองว่า ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ซึ่งเป็นราชเลขาธิการในพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ โทรศัพท์มาสั่งการ ศอฉ. อยู่ตลอดเวลา ให้ดำเนินการนานัปการ กับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งข้อเท็จจริงมิได้เป็นเช่นนั้น ซึ่งหมายความว่ามีความพยายามยามจะสร้างภาพให้สังคมเห็นว่า พระองค์ท่านมีส่วนเกี่ยวพันกับเรื่องการเมือง ซึ่งมิได้เป็นความจริง ศอฉ. ก็มีความจำเป็นที่ต้องชี้แจงข้อมูลข่าวสารให้สังคมได้รับทราบความจริงเป็นเช่นไร ประการที่สาม เป็นไปตามมติของ ศอฉ. ที่ต้องการจะให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารแก่สังคมเป็นลายลักษณ์อักษร พ.อ.สรรเสริญอธิบายต่อไปว่า เอกสารที่ไปแจกนั้นมิได้หมายความว่าผู้ที่มีชื่อในเอกสารเป็นผู้เกี่ยวข้องในฐานะอยู่ในขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เป็นความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในลักษณะต่างๆ ซึ่งให้สังคมพิจารณาและวินิจฉัยเอาเอง ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในเอกสาร ว่าแต่ละคนเกี่ยวข้องกันในฐานะอะไร เช่น เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะญาติพี่น้อง เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะผู้ทำธุรกิจร่วมกันอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมิได้แถลงเลยว่า บุคคลทั้งปวงเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้อยู่ในขบวนการ แต่หลังจากนั้นมีสื่อมวลชนนำเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ไปขยายผล ขยายความกันเอง

-
สรุปแล้วจากคำแถลงของ พ.อ.สรรเสริญต่อศาล ก็เป็นที่ชัดเจนว่า ผังล้มเจ้าเป็นเพียงการแสดงเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เรื่องขบวนการล้มเจ้าเป็นเพียงความเชื่อ จึงไม่เคยปรากฏเลยว่า ฝ่าย ศอฉ. และรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เสนออะไรที่เป็นหลักฐานอันมีน้ำหนักในกรณีเรื่องนี้ หรืออธิบายได้อีกลักษณะหนึ่งว่า คดีผังล้มเจ้าเป็นเพียงความพยายามของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่จะใส่ร้ายป้ายสีผู้บริสุทธิ์ โดยการนำเอากรณีล้มล้างสถาบันมาเป็นเครื่องมือในการกล่าวหาศัตรูทางการเมืองของพวกตน และสร้างความชอบธรรมในหมู่ประชาชนด้วยการสร้างเรื่องโกหกระดับชาติขึ้นมานั่นเอง

-
แม้ความจริงเป็นเช่นนี้แล้ว แต่ดีเอสไอ.ในขณะนั้น ก็ยังยืนยันที่จะดำเนินคดีล้มเจ้าต่อไป โดยพยายามอ้างว่า มีหลักฐานแน่นหนาที่จะดำเนินคดี แต่ปรากฏว่า ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔ เกิดการเปลี่ยนเป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทย แนวโน้มของดีเอสไอ จึงมีการเปลี่ยนท่าทีต่อคดีล้มเจ้าอย่างสำคัญ เช่นการนำเสนอที่จะเรียกตัว นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคง และนายสุเทพ เทือกสุบรรณในฐานผู้อำนวยการ ศอฉ. มาให้การในกรณีผังล้มเจ้า และอ้างกันว่า นายสุเทพเป็นผู้อยู่เบื้องหลังจากจัดทำผังล้มเจ้าเอง จนทำให้นายสุเทพ ต้องตอบโต้ว่า ดีเอสไอชักจะทำอะไรเลอะเทอะ ไม่มีจุดยืนในการทำงาน "เพราะกรณีนี้ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยาน หลักฐาน ที่แสดงพฤติกรรมของกลุ่มบุคคลที่มีเจตนาร้ายต่อสถาบัน และนำไปเสนอต่อ ศอฉ." แต่วันนี้มาออกข่าวในลักษณะเหมือนจะกล่าวหาว่าตนเป็นต้นเรื่อง

-
ถ้าเป็นดังนี้ จึงกลายเป็นเรื่องแปลก เพราะในที่สุด ไม่รู้ว่าใครเป็นต้นเรื่อง แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้น จากการใส่ร้ายป้ายสี คงเลี่ยงไม่ได้ ที่นายสุเทพ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ศอฉ. จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ก็ต้องกล่าวว่า กรณีนี้ได้สะท้อนให้เห็นอีกครั้งของความเหลวไหลของชนชั้นนำไทย เป็นตัวอย่างของการใส่ร้ายป้ายสี ที่มุ่งทำลายฝ่ายตรงข้ามโดยไร้คุณธรรม
บทความนี้จะลงท้ายด้วยความเห็นในโลกไซเบอร์ เช่น ความเห็นหนึ่งเสนอว่า "มั่วแมป ล้มเจ้า ความจริงเริ่มปรากฏ ที่แท้ก็เป็นวิธีการใส่ความฝั่งตรงข้ามแบบมั่ว ๆ และแล้ว ผังล้มเจ้า จาก ศอฉ. ในยุคนั้น มีแนวโน้มว่าจะเป็นคดีปาหี่ เอาฮาในที่สุด" หรือ ผังล้มเจ้า ที่ได้รับการเปิดเผยโดย โฆษก ศอฉ. ในขณะนั้น ได้รับการกล่าวขานมากว่า "ใครแม่มนั่งทางในเขียน" และอีกรายหนึ่งเสนอว่า "ไม่แน่นะ ในวันสองวันนี้เราอาจเห็น พนักงานสอบสวนในคดีนี้ เชิญจิตแพทย์ร่วมสอบการให้ปากคำ คำให้การของนายอภิสิทธิ และนายสุเทพ ก็เป็นได้ ใครจะไปรู้"

-
สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ


สถุน สรรเสริญ เหี้ยกำเนิดที่ได้ดีติดยศนายพล จากผลงานโกหก "ผังล้มเจ้า"

ชะตากรรมของทรราช ที่ได้ดีติดยศนายพล จากผลงานโกหก "ผังล้มเจ้า"
สถุน สรรเสริญ เหี้ยกำเนิด

-
จากปี 2553 จนถึงปี 2559 การดำรงอยู่ของสันดาน โคตรตอแหลของ สถุน สรรเสริญ เหี้ยกำเนิดก็ไม่เคยเปลี่ยน หากยังคงพัฒนา การตอแหลต่อหน้าสื่อและประชาชนอย่างอยู่เป็นประจำ หรือจะเรียกว่า ตอแหลอย่างถาวรก็ได้
-
เมื่อเป็นเช่นนี้ ประชาชนอย่างเราๆ ท่านๆ ยังจะเชื่อน้ำลายของ สถุนไก่อู เหี้ยกำเนิด ตัวนี้ต่อไปอีกหรือ  การใส่ร้ายป้ายสีประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย ของทหารทรราช คสช. ไม่ใช่ว่าไม่เคยทำ หากแต่ทรราช คสช. ได้กระทำมาตลอดระยะเวลา 6 ปี ที่ผ่านมา และก็ยังคงทำต่อไปจนถึงปี 2560 เป็นอย่างน้อย หรืออาจจะมากกว่า ตราบจน 
-
ประชาชนจะร่วมกันลุกขึ้นมาขับไล่ ทรราช คสช. และข้าราชการชั่ว

-
เสรีชน

เรามาดู เรื่องรามการโกหก ตอแหล ของไอ้สถุน สรรเสริญ เหี้ยกำเนิด

--------------------------------------------------------------------------------------

คดีผังล้มเจ้า ก็ได้มาถึงจุดจบ เพราะมีแนวโน้มอันชัดเจนว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ จะปิดสำนวนสั่งไม่ฟ้องคดีนี้

-
เหตุการณ์ชัดเจนเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม เมื่อ พ.อ.วิจารณ์ จดแตง ผู้อำนวยการส่วนกฎหมายกองอำนายการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้เดินทางมาให้ปากคำกับดีเอสไอ ในเรื่องเกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐด้วยการล่วงละเมิดสถาบันกษัตริย์ พ.อ.วิจารณ์ เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่สำคัญ ในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๓ ซึ่งนำเสนอเรื่องผังล้มเจ้า พ.อ.วิจารณ์ได้ให้ปากคำอยู่ราว ๒ ชั่วโมง และได้นำเอกสารมามอบให้เป็นหลักฐาน ๑ ลัง และ ซีดี ๘ แผ่น แต่หลังจากนั้น พ.ต.อ.ประเวช มูลประมุข รองอธิบดีดีเอสไอ กลับแถลงว่า ดีเอสไอได้สอบสวนพยานครบทุกปากแล้ว และจากการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด ก็ยังไม่สามารถระบุตัวผู้กระทำผิดได้ เนื่องจากพยานหลักฐานไม่ชัดเจน จึงจะสั่งไม่ฟ้องคดีนี้ และจะสรุปคดีให้เสร็จก่อนสงกรานต์

-
พ.ต.อ.ประเวศน์ยังอธิบายรายละเอียดว่า ไม่ปรากฏว่ามีพยานคนไหนให้การว่าใครเป็นคนจัดทำแผนล้มเจ้าขึ้นมา ประกอบกับข้อมูลที่กล่าวหากลุ่มบุคคลในผัง ก็ไม่ปรากฏชัดเจนว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ร่วมกันกระทำผิด ที่ไหน เมื่อไหร่ ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า "เรื่องนี้ไม่มีความชัดเจนมาตั้งแต่เริ่มต้นที่รับเป็นคดีพิเศษมานานเป็นปีแล้ว และเมื่อมีการเปลี่ยนคณะทำงานสอบสวนฯ ผมก็พยายามจะทำให้มันมีอะไร แต่จนถึงขณะนี้ผู้ที่กล่าวหาก็ยังไม่มีมูลที่ชัดเจนให้ดีเอสไอนำไปขยายผลสืบสวนหาคนผิดได้ หรือที่พูดกันในภาษาชาวบ้านว่าการกล่าวหาลอยๆ"

-
ย้อนหลังกลับไปตั้งแต่วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกของ ศอฉ. ได้แถลงข่าวโดยเสนอถึงแผนผังเครือข่ายชื่อบุคคลที่ พ.อ.สรรเสริญอ้างว่า เป็นเครือข่ายที่ส่อถึงการล้มล้างสถาบันเบื้องสูง จากรายชื่อในแผนผัง จะมี ชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นใจกลาง และมีโครงข่ายต่างๆคอยแวดล้อมเชื่อมโยงอยู่ โดยหลักๆได้แก่ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อันประกอบด้วย นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายจักรภพ เพ็ญแข นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวิสา คัญทัพ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายอดิศร เพียงเกษ นายแพทย์เหวง โตจิราการ นายชูพงษ์ ถี่ถ้วน รวมทั้ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และโยงถึงนักวิชาการ เช่น สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ เข้าไปด้วย

-
หลังจากนั้น สื่อมวลชนกระแสหลัก กลุ่มฝ่ายขวา และสลิ่มสารพัดสี ได้มุ่งเสริมกระแสและโจมตีบุคคลเหล่านี้ โดยอ้างกันว่าเป็นเครือข่ายของขบวนการล้มเจ้า ซึ่งเป็นการจงใจบิดเบือนให้ร้ายผู้ที่ปรากฏชื่อในผังล้มเจ้า และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็ออกมาแถลงซ้ำว่าจะออกหมายจับบุคคลตามแผนผังนี้ด้วย แต่ต่อมา นายสุเทพก็ไม่ได้ดำเนินการเช่นนั้น เพียงแต่ในทางความเป็นจริง เรื่องผังล้มเจ้านี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของกระแสในการนำมาสู่การปราบปรามกวาดล้างประชาชนคนเสื้อแดง จนทำให้มีผู้เสียชีวิต ๙๓ คน และบาดเจ็บนับพันคน และมีประชาชนถูกจับกุมติดคุกอีกนับร้อยคน

-
เรื่องผ่านไปจนถึงวันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๔ เนื่องจากมีการฟ้องร้องดำเนินคดี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทำให้ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ต้องยอมรับต่อศาลว่า การเผยแพร่ "ผังล้มเจ้า" มีขื้นด้วยเหตุ ๓ ประการคือ ประการที่หนึ่ง ศอฉ. ในขณะนั้นเชื่อมั่นว่ามีขบวนการที่จ้องจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์จริง ประการที่สอง ในช่วงเวลานั้น มีข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินเตอร์เน็ตกล่าวหาในลักษณะทำนองว่า ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ซึ่งเป็นราชเลขาธิการในพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ โทรศัพท์มาสั่งการ ศอฉ. อยู่ตลอดเวลา ให้ดำเนินการนานัปการ กับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งข้อเท็จจริงมิได้เป็นเช่นนั้น ซึ่งหมายความว่ามีความพยายามยามจะสร้างภาพให้สังคมเห็นว่า พระองค์ท่านมีส่วนเกี่ยวพันกับเรื่องการเมือง ซึ่งมิได้เป็นความจริง ศอฉ. ก็มีความจำเป็นที่ต้องชี้แจงข้อมูลข่าวสารให้สังคมได้รับทราบความจริงเป็นเช่นไร ประการที่สาม เป็นไปตามมติของ ศอฉ. ที่ต้องการจะให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารแก่สังคมเป็นลายลักษณ์อักษร พ.อ.สรรเสริญอธิบายต่อไปว่า เอกสารที่ไปแจกนั้นมิได้หมายความว่าผู้ที่มีชื่อในเอกสารเป็นผู้เกี่ยวข้องในฐานะอยู่ในขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เป็นความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในลักษณะต่างๆ ซึ่งให้สังคมพิจารณาและวินิจฉัยเอาเอง ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในเอกสาร ว่าแต่ละคนเกี่ยวข้องกันในฐานะอะไร เช่น เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะญาติพี่น้อง เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะผู้ทำธุรกิจร่วมกันอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมิได้แถลงเลยว่า บุคคลทั้งปวงเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้อยู่ในขบวนการ แต่หลังจากนั้นมีสื่อมวลชนนำเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ไปขยายผล ขยายความกันเอง

-
สรุปแล้วจากคำแถลงของ พ.อ.สรรเสริญต่อศาล ก็เป็นที่ชัดเจนว่า ผังล้มเจ้าเป็นเพียงการแสดงเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เรื่องขบวนการล้มเจ้าเป็นเพียงความเชื่อ จึงไม่เคยปรากฏเลยว่า ฝ่าย ศอฉ. และรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เสนออะไรที่เป็นหลักฐานอันมีน้ำหนักในกรณีเรื่องนี้ หรืออธิบายได้อีกลักษณะหนึ่งว่า คดีผังล้มเจ้าเป็นเพียงความพยายามของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่จะใส่ร้ายป้ายสีผู้บริสุทธิ์ โดยการนำเอากรณีล้มล้างสถาบันมาเป็นเครื่องมือในการกล่าวหาศัตรูทางการเมืองของพวกตน และสร้างความชอบธรรมในหมู่ประชาชนด้วยการสร้างเรื่องโกหกระดับชาติขึ้นมานั่นเอง

-
แม้ความจริงเป็นเช่นนี้แล้ว แต่ดีเอสไอ.ในขณะนั้น ก็ยังยืนยันที่จะดำเนินคดีล้มเจ้าต่อไป โดยพยายามอ้างว่า มีหลักฐานแน่นหนาที่จะดำเนินคดี แต่ปรากฏว่า ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔ เกิดการเปลี่ยนเป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทย แนวโน้มของดีเอสไอ จึงมีการเปลี่ยนท่าทีต่อคดีล้มเจ้าอย่างสำคัญ เช่นการนำเสนอที่จะเรียกตัว นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคง และนายสุเทพ เทือกสุบรรณในฐานผู้อำนวยการ ศอฉ. มาให้การในกรณีผังล้มเจ้า และอ้างกันว่า นายสุเทพเป็นผู้อยู่เบื้องหลังจากจัดทำผังล้มเจ้าเอง จนทำให้นายสุเทพ ต้องตอบโต้ว่า ดีเอสไอชักจะทำอะไรเลอะเทอะ ไม่มีจุดยืนในการทำงาน "เพราะกรณีนี้ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยาน หลักฐาน ที่แสดงพฤติกรรมของกลุ่มบุคคลที่มีเจตนาร้ายต่อสถาบัน และนำไปเสนอต่อ ศอฉ." แต่วันนี้มาออกข่าวในลักษณะเหมือนจะกล่าวหาว่าตนเป็นต้นเรื่อง

-
ถ้าเป็นดังนี้ จึงกลายเป็นเรื่องแปลก เพราะในที่สุด ไม่รู้ว่าใครเป็นต้นเรื่อง แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้น จากการใส่ร้ายป้ายสี คงเลี่ยงไม่ได้ ที่นายสุเทพ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ศอฉ. จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ก็ต้องกล่าวว่า กรณีนี้ได้สะท้อนให้เห็นอีกครั้งของความเหลวไหลของชนชั้นนำไทย เป็นตัวอย่างของการใส่ร้ายป้ายสี ที่มุ่งทำลายฝ่ายตรงข้ามโดยไร้คุณธรรม
บทความนี้จะลงท้ายด้วยความเห็นในโลกไซเบอร์ เช่น ความเห็นหนึ่งเสนอว่า "มั่วแมป ล้มเจ้า ความจริงเริ่มปรากฏ ที่แท้ก็เป็นวิธีการใส่ความฝั่งตรงข้ามแบบมั่ว ๆ และแล้ว ผังล้มเจ้า จาก ศอฉ. ในยุคนั้น มีแนวโน้มว่าจะเป็นคดีปาหี่ เอาฮาในที่สุด" หรือ ผังล้มเจ้า ที่ได้รับการเปิดเผยโดย โฆษก ศอฉ. ในขณะนั้น ได้รับการกล่าวขานมากว่า "ใครแม่มนั่งทางในเขียน" และอีกรายหนึ่งเสนอว่า "ไม่แน่นะ ในวันสองวันนี้เราอาจเห็น พนักงานสอบสวนในคดีนี้ เชิญจิตแพทย์ร่วมสอบการให้ปากคำ คำให้การของนายอภิสิทธิ และนายสุเทพ ก็เป็นได้ ใครจะไปรู้"

-
สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ


ไอ้ตูบ ประยุทธ์ คุกคามไล่ล่าประชาชนและพระฝ่ายประชาธิปไตย

ไอ้ตูบ ประยุทธ์ คุกคามไล่ล่าประชาชนและพระฝ่ายประชาธิปไตย

-
มีประชาชนตั้งคำถาม .............

-
ขอถามรัฐบาลทรราช คสช.ว่าทำไม่นักเรียนนายร้อยเหล่าต่างๆ นักเรียนนายสิบหรือนักเรียนพลตำตวจของโรงเรียนตำรวจ/โรงเรียนทหารนักเรียนเหล่านี้ได้เรียนฟรีแต่เยาวชนปชช.คนไทยเหมือนกันที่เรียนตามมหาลัยต่างๆไม่ว่าจะศึกษาที่มหาลัยของรัฐและเอกชนจะต้องกู้เงิน กยศ. เรียนจบออกมาไม่มีงานทำต้องมาเป็นหนี้การศึกษาก้อนโตแล้ว

-
รัฐบาลทรราช คสช. บริหารล้มเหลว จึงทำให้ภาวะถูกคว่ำบาตรจากนาๆ ชาติ ทำให้ประชาชน และนักศึกษาจบใหม่ ไม่มีงานทำ แล้วทรราช คสช.ก็มาไล่บี้ตามยึดทรัพย์เด็กและผู้ปกครองที่ค้างการชำระเงินกู้จาก กยศ. 

-
ทั้งๆที่ภาษีนั้นก็มาจากประชาชน เป็นผู้จ่ายให้กับรัฐบาล เหมือนกันแต่โรงเรียนทหาร/ตำรวจ กับมีสวัดิการด้านศึกษาให้กับนร.ทหารตำรวจเหล่านั้นแต่นร.นักศึกษาที่ไม่ได้เรียนโรงเรียนทหาร/ตำรวจกลับไม่ได้สวัดิการด้านการศึกษาเหมือนอย่างโรงเรียนทหาร/ตำรวจ นี่มันคงไม่ได้หมายความว่า...นักเรียน/นักศีกษาที่เรียนตามมหาลัยต่างๆเป็นประชาชน คนไทยชั้นสองชั้นสามในสังคมของบ้านนี้เมืองนี้

-
เพราะระบอบเผด็จการทรราช คสช. ไม่เคยยอมรับความจริง โทษทุกเรื่อง โทศรัฐบาลก่อน โทษประชาชน โง่ ประชาชนจน ไอ้ตูบประยุทธ์ จันทรโอชา ไม่เคยโทษตัวเองและคณะเลย ที่ เสือก เข้ามาทำรัฐประหาร

-
ไอ้ตูบประยุทธ์ จันทรโอชา ชั่งไม่รู้ตัวเองเลยหรือ ว่า มึงมันแค่ ทหารกระจอก เป็นแค่ ยาม แต่เสือกที่จะมานั้งเก้าอี้บริหาร แล้วเป็นไง ทุกวันนี้ เจ๋งไม่เป็นท่า ทั้งระบบ ทั้งถูก อียู คว่ำบาตร เรื่องการค้าขายถูกตัดจนหมดสิ้น ต่อไป ไอ้ตูบ คงต้องนำคณะไปค้าขายกับ ดาวอังคาร อย่างที่มันว่า จริงๆ

-
มีประชาชนจำนวนมาก ถามว่า ทุกวันนี้ ทรราช คสช. ปฏิรูปอะไร มันวางรากฐานไว้ให้ลิ้วล่อ และลูกหลานของมันโดยเฉพาะกองทัพ จะต้องมีสวัสดิการที่ดี เพื่อจะได้พยุงและอุ้มชูตระกูลทรราช คสช.ของมันสืบต่อไปเท่านั้น

-
ระบอบ ปฏิรูป ก็ใช้เป็นข้ออ้าง เพราะยึดอำนาจ เพื่อกอบโกยผลประโยนช์เข้ากระเป๋า เหล่า ทรราช คสช. และพวกพ่อง ไอ้ตูบ แม่งไม่เคยเห็นความสำคัญของประชาชนเลย 

-
จนประชาชนถามกันว่า แล้วเราจะมีทหารทหารไว้ทำไม ในเมื่อตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทหารไม่เคยทำอะไรให้กับ ประเทศชาติ และประชาชนเลย จะเห็นได้ว่าประชาชนไม่มีสวัสดิการอะไรเลย
-

นอกจากช่วยตัวเองและจะต้องเสียภาษีเลี้ยงทรราช คสช.อีกด้วย ฉนั้นชาวไทยตื่นได้แล้วมาช่วยกันล้มระบอบ ทรราช คสช.นี้ออกไปจากเมืองไทย หลังจากนั้นประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน แล้วตั้งรัฐบาลเพื่อประชาชน โดยประชาชน 

-
เสรีชน

----------------- ขนาดพระ  ทรราช คสช. ยังสั่งให้สมุนของมันคุกคาม แล้วเราจะอยู่กันอย่างไร-----------

----------------------------------------------------------------------------------

-
พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ วัดสร้อยทอง กรุงเทพฯ เปิดเผยกับ "มติชนออนไลน์" กรณีที่มีกระแสข่าวว่าในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ มีทหารนิมนต์ถวายภัตตาหารเพลที่วัดสร้อยทอง ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริงมีทหารนิมนต์จริง ซึ่งได้ถามทหารนายนั้นไปแล้วว่ามีจุดประสงค์อะไรหรือไม่ ทหารนายนั้นตอบว่าต้องการมาถวายเพลและต้องการมากราบเท่านั้น

"ส่วนเหตุการณ์ก่อนที่ทหารจะเข้ามาพบอาตมาที่วัดสร้อยทอง เมื่อปี 2558 มีญาติโยมที่อยู่แถววัดสร้อยทองมาเล่าให้อาตมาฟังว่า เคยมีคนมาถามชาวบ้านในละแวกวัดว่าพระมหาไพรวัลย์เกี่ยวข้องกับวัดธรรมกายหรือไม่และพระมหาไพรวัลย์เป็นใคร จากนั้นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีทหาร 2 นายเข้ามาพบอาตมาที่วัดและพูดขอความร่วมมือไม่ให้เคลื่อนไหวใดๆ เพราะบ้านเมืองกำลังอยู่ในภาวะสงบ อาตมาจึงตอบไปว่าเหตุที่อาตมาออกมาพูดก่อนหน้านี้ เพราะอาตมาเป็นตัวแทนอีกกลุ่มที่ต้องการแสดงพื้นที่ของตนเอง แต่แสดงทัศนคติผ่านบทความเท่านั้นไม่เคยออกมาเคลื่อนไหวใดๆ" พระมหาไพรวัลย์ กล่าว

พระมหาไพรวัลย์ กล่าวด้วยว่า ส่วนเหตุการณ์ที่ คาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ทหารติดตามความเคลื่อนไหวของตนนั้น อาจจะเป็นเพราะตน เคยแสดงทัศนคติผ่านหนังสือทัศนะวิพากษ์ อนาธิปไตย ซึ่งมีเนื้อหาวิจารณ์ระบอบเผด็จการ วิจารณ์ทหาร และเหตุการณ์ที่ ไปรับบาตรที่หมุดคณะราษฎร บริเวณพระบรมรูปทรงม้า เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2558 แต่อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่ทหารเข้าพบครั้งแรกยังไม่ถือว่าเป็นการเข้ามาปรับทัศนคติ เป็นแค่การติดตามความเคลื่อนไหวเท่านั้น ส่วนครั้งล่าสุดนี้ ไม่แน่ใจว่าทหารมีวัตถุประสงค์อะไร เพราะปีนี้ ยังไม่เคยออกมาวิจารณ์เกี่ยวกับการเมืองเลย



ไอ้ตูบ ประยุทธ์ คุกคามไล่ล่าประชาชนและพระฝ่ายประชาธิปไตย

ไอ้ตูบ ประยุทธ์ คุกคามไล่ล่าประชาชนและพระฝ่ายประชาธิปไตย

-
มีประชาชนตั้งคำถาม .............

-
ขอถามรัฐบาลทรราช คสช.ว่าทำไม่นักเรียนนายร้อยเหล่าต่างๆ นักเรียนนายสิบหรือนักเรียนพลตำตวจของโรงเรียนตำรวจ/โรงเรียนทหารนักเรียนเหล่านี้ได้เรียนฟรีแต่เยาวชนปชช.คนไทยเหมือนกันที่เรียนตามมหาลัยต่างๆไม่ว่าจะศึกษาที่มหาลัยของรัฐและเอกชนจะต้องกู้เงิน กยศ. เรียนจบออกมาไม่มีงานทำต้องมาเป็นหนี้การศึกษาก้อนโตแล้ว

-
รัฐบาลทรราช คสช. บริหารล้มเหลว จึงทำให้ภาวะถูกคว่ำบาตรจากนาๆ ชาติ ทำให้ประชาชน และนักศึกษาจบใหม่ ไม่มีงานทำ แล้วทรราช คสช.ก็มาไล่บี้ตามยึดทรัพย์เด็กและผู้ปกครองที่ค้างการชำระเงินกู้จาก กยศ. 

-
ทั้งๆที่ภาษีนั้นก็มาจากประชาชน เป็นผู้จ่ายให้กับรัฐบาล เหมือนกันแต่โรงเรียนทหาร/ตำรวจ กับมีสวัดิการด้านศึกษาให้กับนร.ทหารตำรวจเหล่านั้นแต่นร.นักศึกษาที่ไม่ได้เรียนโรงเรียนทหาร/ตำรวจกลับไม่ได้สวัดิการด้านการศึกษาเหมือนอย่างโรงเรียนทหาร/ตำรวจ นี่มันคงไม่ได้หมายความว่า...นักเรียน/นักศีกษาที่เรียนตามมหาลัยต่างๆเป็นประชาชน คนไทยชั้นสองชั้นสามในสังคมของบ้านนี้เมืองนี้

-
เพราะระบอบเผด็จการทรราช คสช. ไม่เคยยอมรับความจริง โทษทุกเรื่อง โทศรัฐบาลก่อน โทษประชาชน โง่ ประชาชนจน ไอ้ตูบประยุทธ์ จันทรโอชา ไม่เคยโทษตัวเองและคณะเลย ที่ เสือก เข้ามาทำรัฐประหาร

-
ไอ้ตูบประยุทธ์ จันทรโอชา ชั่งไม่รู้ตัวเองเลยหรือ ว่า มึงมันแค่ ทหารกระจอก เป็นแค่ ยาม แต่เสือกที่จะมานั้งเก้าอี้บริหาร แล้วเป็นไง ทุกวันนี้ เจ๋งไม่เป็นท่า ทั้งระบบ ทั้งถูก อียู คว่ำบาตร เรื่องการค้าขายถูกตัดจนหมดสิ้น ต่อไป ไอ้ตูบ คงต้องนำคณะไปค้าขายกับ ดาวอังคาร อย่างที่มันว่า จริงๆ

-
มีประชาชนจำนวนมาก ถามว่า ทุกวันนี้ ทรราช คสช. ปฏิรูปอะไร มันวางรากฐานไว้ให้ลิ้วล่อ และลูกหลานของมันโดยเฉพาะกองทัพ จะต้องมีสวัสดิการที่ดี เพื่อจะได้พยุงและอุ้มชูตระกูลทรราช คสช.ของมันสืบต่อไปเท่านั้น

-
ระบอบ ปฏิรูป ก็ใช้เป็นข้ออ้าง เพราะยึดอำนาจ เพื่อกอบโกยผลประโยนช์เข้ากระเป๋า เหล่า ทรราช คสช. และพวกพ่อง ไอ้ตูบ แม่งไม่เคยเห็นความสำคัญของประชาชนเลย 

-
จนประชาชนถามกันว่า แล้วเราจะมีทหารทหารไว้ทำไม ในเมื่อตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทหารไม่เคยทำอะไรให้กับ ประเทศชาติ และประชาชนเลย จะเห็นได้ว่าประชาชนไม่มีสวัสดิการอะไรเลย
-

นอกจากช่วยตัวเองและจะต้องเสียภาษีเลี้ยงทรราช คสช.อีกด้วย ฉนั้นชาวไทยตื่นได้แล้วมาช่วยกันล้มระบอบ ทรราช คสช.นี้ออกไปจากเมืองไทย หลังจากนั้นประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน แล้วตั้งรัฐบาลเพื่อประชาชน โดยประชาชน 

-
เสรีชน

----------------- ขนาดพระ  ทรราช คสช. ยังสั่งให้สมุนของมันคุกคาม แล้วเราจะอยู่กันอย่างไร-----------

----------------------------------------------------------------------------------

-
พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ วัดสร้อยทอง กรุงเทพฯ เปิดเผยกับ "มติชนออนไลน์" กรณีที่มีกระแสข่าวว่าในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ มีทหารนิมนต์ถวายภัตตาหารเพลที่วัดสร้อยทอง ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริงมีทหารนิมนต์จริง ซึ่งได้ถามทหารนายนั้นไปแล้วว่ามีจุดประสงค์อะไรหรือไม่ ทหารนายนั้นตอบว่าต้องการมาถวายเพลและต้องการมากราบเท่านั้น

"ส่วนเหตุการณ์ก่อนที่ทหารจะเข้ามาพบอาตมาที่วัดสร้อยทอง เมื่อปี 2558 มีญาติโยมที่อยู่แถววัดสร้อยทองมาเล่าให้อาตมาฟังว่า เคยมีคนมาถามชาวบ้านในละแวกวัดว่าพระมหาไพรวัลย์เกี่ยวข้องกับวัดธรรมกายหรือไม่และพระมหาไพรวัลย์เป็นใคร จากนั้นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีทหาร 2 นายเข้ามาพบอาตมาที่วัดและพูดขอความร่วมมือไม่ให้เคลื่อนไหวใดๆ เพราะบ้านเมืองกำลังอยู่ในภาวะสงบ อาตมาจึงตอบไปว่าเหตุที่อาตมาออกมาพูดก่อนหน้านี้ เพราะอาตมาเป็นตัวแทนอีกกลุ่มที่ต้องการแสดงพื้นที่ของตนเอง แต่แสดงทัศนคติผ่านบทความเท่านั้นไม่เคยออกมาเคลื่อนไหวใดๆ" พระมหาไพรวัลย์ กล่าว

พระมหาไพรวัลย์ กล่าวด้วยว่า ส่วนเหตุการณ์ที่ คาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ทหารติดตามความเคลื่อนไหวของตนนั้น อาจจะเป็นเพราะตน เคยแสดงทัศนคติผ่านหนังสือทัศนะวิพากษ์ อนาธิปไตย ซึ่งมีเนื้อหาวิจารณ์ระบอบเผด็จการ วิจารณ์ทหาร และเหตุการณ์ที่ ไปรับบาตรที่หมุดคณะราษฎร บริเวณพระบรมรูปทรงม้า เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2558 แต่อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่ทหารเข้าพบครั้งแรกยังไม่ถือว่าเป็นการเข้ามาปรับทัศนคติ เป็นแค่การติดตามความเคลื่อนไหวเท่านั้น ส่วนครั้งล่าสุดนี้ ไม่แน่ใจว่าทหารมีวัตถุประสงค์อะไร เพราะปีนี้ ยังไม่เคยออกมาวิจารณ์เกี่ยวกับการเมืองเลย



ชี้ผิดชี้ถูก 8 พ.ค.2559 เลขาฯเสรีไทย

ชี้ผิดชี้ถูก 8 พ.ค.2559 

ไอ้ตูบประยุทธ์ ไอ้สถุน กูบอกตรงๆ กูไม่คิดทหารอย่างมึงจะ เหี้ยได้ถึงเพียงนี้

ไอ้ตูบประยุทธ์ ไอ้สถุนหน้าด้าน ตอแหล.........  กูบอกตรงๆ  กูไม่คิดทหารอย่างมึงจะ เหี้ยได้ถึงเพียงนี้

มึงก็รู้อยู่เต็มอก   มึงรับเงินค่าหัวคะแนน จากประชาธิปัตย์

มึงร่วมมือกับ ประชาธิปัตย์ ฆ่าประชาชน

มึงร่วมมือกับ กปปส. ล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือก

ความขัดแย้ง พ่อมึงซิ  มึงต้องการให้ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเท่านั้น

หากมึงยึดถือกฏหมาย อย่างเที่ยงตรง มึงคงไม่ร่วมกับ ประชาธิปัตย์ ตั้งบังเกอ และยึดสถานที่ราชการที่แจ้งวัฒนะ

ความขัดแย้งที่มึงคิด......... ก็พวกมึงและประชาธิปัตย์ไม่ยอมเป็นฝ่ายค้าน ต้องการเป็นรัฐบาล ที่โกงกิน โดยไม่มีความผิด ใช่ไหม. หรือ

กูและพี่น้องประชาชนจะรังเกียจ มึง รวมถึงโคตรเง่าของพวกมึงทั้งคณะ 

-
เสรีชน

-------------------------------------------------------------------------

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 พฤษภาคม ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาสงบแห่งชาติ(คสช.)เป็นประธานการประชุมใหญ่"นายกรัฐมนตรีพบเพื่อนครู"จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การศึกษาไทยต้องสอนให้ถึงแก่นแท้ ไม่ใช่สอนแค่กระพี้ เพราะเด็กบางคน ยังไม่รู้จักเลยว่ากระพี้คืออะไร ซึ่งกระพี้ก็คือเปลือกนอกของต้นไม้ เด็กบางคนยังไม่รู้เลยต้นพยุง ต้นราชพฤกษ์เป็นอย่างไร เมื่อไม่รู้จักธรรมชาติ ก็ไม่รู้ว่าสิ่งรอบตัวเป็นอย่างไร ครูต้องเป็นผู้ที่สร้างกระบวนการตรงนี้ ระบบการศึกษาต้องเปลี่ยนจากการหาความรู้ให้นักเรียนเป็นการทำให้นักเรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้และเรียนรู้ด้วยโดยเอง ด้วยโซเชียลมีเดียหรือสื่อไอทีต่างๆ เราต้องใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยครูก็ต้องเป็นผู้เรียนรู้จากนักเรียนด้วย บางทีเราก็คิดช้ากว่าเขา เพราะเขาคิดคนละอย่าง เขาคิดว่าสิทธิเสรีภาพต่างๆ ที่ไร้ขีดจำกัดคือประชาธิปไตย มันไม่ใช่ มันต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย วันนี้เด็กไม่ค่อยมีความฝันอันยิ่งใหญ่ ส่วนตัวตอนเด็กๆ ก็ไม่คิดจะเป็นอะไรนอกจากทหารหรือครูเพราะมีพ่อเป็นทหารมีแม่เป็นครู แล้วโตมาก็เป็นทหารก็ไม่เคยคิดว่าเป็นผู้บัญชาการทหารบกแล้วก็มาเป็นนายกฯ ไม่เคยคิดเลย ให้ตายสิบครั้งก็ไม่เคยคิดเพราะมันเป็นไปไม่ได้ แต่วันนี้มันเป็นไปได้เพราะอะไร ก็เพราะความขัดแย้ง ถ้าท่านไม่อยากให้คนอย่างตนมายืนอยู่ตรง ก็ไม่ต้องขัดแย้งกันแค่นั้นเอง ดังนั้นอย่ารังเกียจตนมากนัก เพราะตนก็น้อยใจเป็น แต่ก็สู้ตลอด ไม่มีกลัว เขาไม่ได้สอนให้กลัว เพราะทหารกลัวไม่ได้

"หากเราใช้แนวทางพระราชดำรัสขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะต้องให้เบ็ดตกปลาแทนการให้ปลา เพราะฉะนั้นวันนี้การศึกษาคือสอนให้จับปลาคือหมายถึงให้เรียนรู้ตัวเองเป็น และรู้จักจับปลาที่หลากหลายไม่ใช่จับชนิดเดียวกินแล้วก็เบื่อ ก็รู้อยู่ที่ผ่านมาเขาแจกอะไรกันบ้าง แจกอย่างนี้ก็ติดอยู่แบบนี้" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว



ไอ้ตูบประยุทธ์ ไอ้สถุน กูบอกตรงๆ กูไม่คิดทหารอย่างมึงจะ เหี้ยได้ถึงเพียงนี้

ไอ้ตูบประยุทธ์ ไอ้สถุนหน้าด้าน ตอแหล.........  กูบอกตรงๆ  กูไม่คิดทหารอย่างมึงจะ เหี้ยได้ถึงเพียงนี้

มึงก็รู้อยู่เต็มอก   มึงรับเงินค่าหัวคะแนน จากประชาธิปัตย์

มึงร่วมมือกับ ประชาธิปัตย์ ฆ่าประชาชน

มึงร่วมมือกับ กปปส. ล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือก

ความขัดแย้ง พ่อมึงซิ  มึงต้องการให้ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเท่านั้น

หากมึงยึดถือกฏหมาย อย่างเที่ยงตรง มึงคงไม่ร่วมกับ ประชาธิปัตย์ ตั้งบังเกอ และยึดสถานที่ราชการที่แจ้งวัฒนะ

ความขัดแย้งที่มึงคิด......... ก็พวกมึงและประชาธิปัตย์ไม่ยอมเป็นฝ่ายค้าน ต้องการเป็นรัฐบาล ที่โกงกิน โดยไม่มีความผิด ใช่ไหม. หรือ

กูและพี่น้องประชาชนจะรังเกียจ มึง รวมถึงโคตรเง่าของพวกมึงทั้งคณะ 

-
เสรีชน

-------------------------------------------------------------------------

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 พฤษภาคม ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาสงบแห่งชาติ(คสช.)เป็นประธานการประชุมใหญ่"นายกรัฐมนตรีพบเพื่อนครู"จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การศึกษาไทยต้องสอนให้ถึงแก่นแท้ ไม่ใช่สอนแค่กระพี้ เพราะเด็กบางคน ยังไม่รู้จักเลยว่ากระพี้คืออะไร ซึ่งกระพี้ก็คือเปลือกนอกของต้นไม้ เด็กบางคนยังไม่รู้เลยต้นพยุง ต้นราชพฤกษ์เป็นอย่างไร เมื่อไม่รู้จักธรรมชาติ ก็ไม่รู้ว่าสิ่งรอบตัวเป็นอย่างไร ครูต้องเป็นผู้ที่สร้างกระบวนการตรงนี้ ระบบการศึกษาต้องเปลี่ยนจากการหาความรู้ให้นักเรียนเป็นการทำให้นักเรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้และเรียนรู้ด้วยโดยเอง ด้วยโซเชียลมีเดียหรือสื่อไอทีต่างๆ เราต้องใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยครูก็ต้องเป็นผู้เรียนรู้จากนักเรียนด้วย บางทีเราก็คิดช้ากว่าเขา เพราะเขาคิดคนละอย่าง เขาคิดว่าสิทธิเสรีภาพต่างๆ ที่ไร้ขีดจำกัดคือประชาธิปไตย มันไม่ใช่ มันต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย วันนี้เด็กไม่ค่อยมีความฝันอันยิ่งใหญ่ ส่วนตัวตอนเด็กๆ ก็ไม่คิดจะเป็นอะไรนอกจากทหารหรือครูเพราะมีพ่อเป็นทหารมีแม่เป็นครู แล้วโตมาก็เป็นทหารก็ไม่เคยคิดว่าเป็นผู้บัญชาการทหารบกแล้วก็มาเป็นนายกฯ ไม่เคยคิดเลย ให้ตายสิบครั้งก็ไม่เคยคิดเพราะมันเป็นไปไม่ได้ แต่วันนี้มันเป็นไปได้เพราะอะไร ก็เพราะความขัดแย้ง ถ้าท่านไม่อยากให้คนอย่างตนมายืนอยู่ตรง ก็ไม่ต้องขัดแย้งกันแค่นั้นเอง ดังนั้นอย่ารังเกียจตนมากนัก เพราะตนก็น้อยใจเป็น แต่ก็สู้ตลอด ไม่มีกลัว เขาไม่ได้สอนให้กลัว เพราะทหารกลัวไม่ได้

"หากเราใช้แนวทางพระราชดำรัสขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะต้องให้เบ็ดตกปลาแทนการให้ปลา เพราะฉะนั้นวันนี้การศึกษาคือสอนให้จับปลาคือหมายถึงให้เรียนรู้ตัวเองเป็น และรู้จักจับปลาที่หลากหลายไม่ใช่จับชนิดเดียวกินแล้วก็เบื่อ ก็รู้อยู่ที่ผ่านมาเขาแจกอะไรกันบ้าง แจกอย่างนี้ก็ติดอยู่แบบนี้" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว



ระวัง คสช.​กำลังทำเศรษฐกิจพัง แบบราบคาบ

โปรดช่วยกันติดตามนโยบายทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะนโยบายทางการเงิรของรัฐบาล คสช อย่างใกล้ชิด ผู้สื่อข่าวซึ่งเป็นชาวต่างชาติจากหนังสือพิมพ์Bangkok Post ได้นำข้อมูลออกมาเปิดเผยเพื่อโต้แย้งกับแถลงการณ์ของรัฐบาลในเรื่องการส่งออกเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมาว่าส่งออกของไทยขยับตัวสูงสุดในรอบปีที่ผ่านมา แต่จากบทวิเคราะห์ข่าวนี้บอกว่าเป็นการขึ้นจากการขายทองซึ่งไม่ได้มีอยู่มากในประเทศไทย ในกรณีนี้ไม่ได้มีข้อมูลว่าทองที่ถูกเก็บไว้เป็นทุนสำรองของประเทศถูกนำออกมาเทขายหรือไม่ ในบทวิเคราะห์นี้ยังบอกอีกว่าถ้าไม่ได้มีการขายทองอละอุปกรณ์ทางทหารออกไป ตัวเลขส่งออกจะติดลบถึง 3.7% จากแหล่งข่าวด้านการเงินได้ให้ข้อมูลว่า เมื่อสักสองเดือนมานี้ ได้มีการนำเงินสำรองออกมาปกป้องค่าเงินบาท จำนวนเป็นหมื่นล้าน แทนที่จะค่อยค่อยปล่อยให้เงินนบาทอ่อนตัวไปตามสภาพเศรษฐกิจที่ยำ่แย่ ทีมงานสมคิดและรัฐบาลทหาร เลือกที่จะเสียเงินเพื่อรักษาหน้าตัวเอง ชึ่งต่อไปคงจะไม่สามารถทำได้อีกเพราะต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล จับตาดูการออกนโยบายทางการเงินของ กนง ในวันพรุ่งนี้ ว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ และนี้คือสัญญาณของการประกาศลดค่าเงินบาทในขั้นตอนต่อไป บริษัทใหญ่ๆ ที่รู้ข่าววงใน ขณะนี้ได้เปิดบริษัทในต่างประเทศเตรียมไว้ และรับจ่ายเงินจากลูกค้าเป็นดอลล่าห์และเก็บเงินไว้ข้างนอกเพื่อกันความเสี่ยงค่าเงินกันแล้ว ข่าวว่าบาทอาจจะลดค่าลงถึง30 % ด้านบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ขายไม่ออก คอนโดมีห้องเหลือจำนวนมาก เศรษฐกิจประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างรุนแรง อาจจะเข้าสู่เหตุการณ์คล้ายกับปี40 หรือไม่ ขอให้ท่านผรู้และู้เชี่ยวชาญและออกมาค้นหาข้อเท็จจริงและวิพากวิจารณ์กันดังดัง ให้ประชาชนได้รับทราบด้วยบทความจากBangkok Post เขียนโดย Umesh Pandey หัวข้อ Prayuth regime is hurting the Thai economy.

ข้อความจากไลน์

ตัวแทน คสช.​ ไปตอแหลอะไรไว้ กับชาวโลก ที่ UN?

ในที่ประชุมคณะทำงานเพื่อการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนรายประเทศ (ยูพีอาร์) รอบที่ 2 ของคณะทำงานยูพีอาร์ในสังกัดคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 25 ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 

นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทน ขึ้นแถลงเป็นการกล่าวเปิดการนำเสนอรายงานรอบที่ 2 ของไทยต่อคณะทำงานยูพีอาร์ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม

ในนามของรัฐบาลไทย ผมขอแสดงความขอบคุณสำหรับโอกาสในการนำเสนอรายงานยูพีอาร์ รอบที่ 2 ต่อคณะทำงานยูพีอาร์ ครั้งที่ 25 รู้สึกเป็นเกียรติสำหรับการเป็นผู้นำคณะผู้แทนไทยในการทบทวนที่สำคัญยิ่งนี้

คณะผู้แทนไทยประกอบไปด้วยผู้แทนจากหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้และยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ไม่ได้เข้าร่วมในวันนี้ แต่ได้มีส่วนร่วมในการเตรียมการและให้ข้อมูลที่สำคัญต่อการทบทวนรายงาน

ได้ประสานความร่วมมือกับภาคประชาสังคมอย่างกว้างขวางในกระบวนการร่างรายงานยูพีอาร์ผ่านการจัดการอบรมและการปรึกษาหารือภายในประเทศ คณะรัฐมนตรีได้ลงนามเห็นชอบต่อร่างรายงานประเทศก่อนส่งให้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามข้อเสนอแนะที่ได้ยอมรับจากการทบทวนรอบแรก และคณะรัฐมนตรีได้ปรึกษาหารือกันอีกครั้งในรายงาน ซึ่งส่งผลให้สาธารณชนมีความสนใจต่อกระบวนการยูพีอาร์ เป็นอย่างยิ่ง

ประเทศไทยมีพันธะในการส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชน นายกรัฐมนตรีมักกล่าวเสมอว่าคนอาจเกิดมาโดยมีพื้นฐานต่างกัน ผู้คนอาจไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาและมีชีวิตที่ดีได้อย่างเท่าเทียมกัน แต่เป็นสิ่งที่สำคัญที่ทุกคนต้องเท่าเทียมกันต่อหน้ากฎหมาย และในฐานะรัฐบาล เราต้องให้การประกันว่าทุกคนสามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียมกัน

รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวของไทยในปัจจุบันรับประกันว่าคนทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมถึงสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียม และยังได้กำหนดให้มีหมวดสิทธิและเสรีภาพไว้ในร่างรัฐธรรมนูญที่จะถูกลงประชามติในเดือนสิงหาคมปีนี้ การลงประชามติจะทำให้ชาวไทยสามารถใช้วิจารณญาณ ในการกำหนดอนาคตของชาติ

หลังจากการทบทวนรอบแรกในเดือนตุลาคม 2554 ที่ประเทศไทยได้ยอมรับข้อเสนอแนะ 134 ข้อ และประกาศคำมั่นโดยสมัครใจ 8 ข้อ ไทยได้มีความก้าวหน้าในหลายด้านในช่วงแรก ไทยได้รวบรวมข้อเสนอแนะที่ได้ยอมรับจากการทบทวนครั้งแรกไว้ในแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติฉบับที่ 3 เพื่อประกันการดำเนินการของหน่วยงานรัฐอย่างเป็นองค์รวมและมีประสิทธิภาพในช่วงระยะเวลา 4 ปี ครึ่งประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาระหว่างประเทศหลายฉบับ ได้แก่ พิธีสารเพื่อป้องกัน ปราบปราม และลงโทษการค้ามนุษย์โดยเฉพาะสตรีและเด็ก (UNTOC) พิธีสารเลือกรับฉบับที่ 3 ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กว่าด้วยกระบวนการรับเรื่องร้องเรียน และอนุสัญญาไอแอลโอฉบับที่ 187 ด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

dd

ประเทศไทยยังได้ถอนข้อสงวนและถ้อยแถลงตีความต่อสนธิสัญญาหลายฉบับ ได้แก่ มาตรา 6 และ 9 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) มาตรา 16 ของอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW) และมาตรา 18 ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ (CRPD) ไทยจะยังคงความพยายามในเรื่องนี้ต่อไป และไทยกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการเข้าเป็นภาคี สนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนอื่นๆ เช่น พิธีสารเลือกรับของ CRPD สนธิสัญญามาร์ราเกซ (Marrakesh Treaty) อนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล อนุสัญญาไอแอลโอ ฉบับที่ 111 ว่าด้วยการเลือกปฏิบัติในการจ้างงานและอาชีพ และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ (ICCPED) ที่ได้มีการลงนามเมื่อปี 2555

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนหลายฉบับยังได้ถูกประกาศบังคับใช้และพัฒนา ซึ่งได้แก่พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม การแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาเพื่อทำให้สื่อลามกอนาจารเป็นความผิดอาญา คณะรัฐมนตรีเพิ่งได้มีมติเห็นชอบต่อการแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานและร่างพระราชบัญญัติมาตรการแทนการฟ้องคดีอาญา กฎหมายทั้ง 2 ฉบับได้ถูกเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณาแล้ว มีความก้าวหน้าที่สำคัญที่เกี่ยวกับการปรับปรุงระบบราชทัณฑ์และกฎหมายยาเสพติด

ไทยมีความพยายามต่อการปรับปรุงพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ 2479 ซึ่งจะทำให้การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังเป็นไปตามมาตรฐานสากลมากขึ้น

การปรับปรุงกฎหมายยาเสพติดเป็นไปเพื่อการให้การประกันถึงวิธีการที่บูรณาการและสมดุล ไทยได้รวบรวมกฎหมายยาเสพติดไว้เป็นกฎหมายฉบับเดียวที่มีบทลงโทษที่ได้สัดส่วนกับความผิด กฎหมายฉบับใหม่ให้การสนับสนุนมาตรการทางเลือกแทนการลงโทษและมาตรการเบนความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่ไม่รุนแรงเพื่อเปลี่ยนเป็นการให้การรักษาและการฟื้นฟูแก่ผู้ติดยาเสพติดโดยความสมัครใจ แทนที่จะเป็นการจำคุก

รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมและปกป้องสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เช่นเดียวกับสิทธิในการพัฒนา ซึ่งเห็นได้จากการที่ไทยบรรลุถึงเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (MDGs) ส่วนใหญ่ รวมถึง MDG-Plus targets และจะดำเนินความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGS)

รวมถึงนโยบายการศึกษาสำหรับทุกคน โครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า และนโยบายในปัจจุบันที่เพิ่มความพยายามในการต่อสู้การค้ามนุษย์และการทุจริต คณะผู้แทนไทยจะได้กล่าวถึงรายละเอียดต่อไป

ไทยยังริเริ่มโครงการอีกหลายโครงการเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้คน เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการเงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กเล็ก และการจัดตั้งกองทุนการศึกษา และโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่คนไร้บ้าน มาตรการเหล่านี้ไม่ใช่เป็นเพียงการคุ้มครองแต่ยังเป็นการเสริมสร้างให้ผู้คนเหล่านี้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ

การดำเนินงานของไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเพื่อคนในชาติเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงชาวต่างชาติ ไทยได้ให้การดูแลแก่ผู้พลัดถิ่นชาวพม่าจำนวนมากกว่า 1 แสนคน มาเป็นระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษ รัฐบาลยังพัฒนามาตรการคุ้มครองแรงงานอพยพโดยการใช้การจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวทั่วประเทศ และบันทึกความเข้าใจในความร่วมมือทางด้านแรงงานกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ รวมถึงการจดทะเบียนเด็กแรกเกิดทุกคนที่เกิดในประเทศและการเข้าถึงการศึกษาและการรักษาพยาบาลของเด็กเหล่านี้

จากที่เกิดวิกฤตการณ์ผู้อพยพในมหาสมุทรอินเดีย ไทยได้ร่วมมือกับประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม และการหาหนทางแก้ไขปัญหาสำหรับบุคคลเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นเพิ่งเกิดขึ้นคือการยอมรับให้เหยื่อและพยานในคดีค้ามนุษย์ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีสามารถอยู่ในประเทศไทยได้ชั่วคราว รวมถึงให้สามารถทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย

รัฐบาลยังดำเนินการเร่งพิสูจน์และให้สถานะทางกฎหมายแก่นักเรียนที่มีปัญหาทางสัญชาติซึ่งจะทำให้นักเรียนจำนวนมากกว่า 65,000 คน ได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้

แม้ว่าจะมีความก้าวหน้าและการพัฒนาในทางบวกในหลายด้าน แต่ไทยก็รับรู้ว่ายังมีข้อท้าทายที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข ซึ่งเป็นเหตุผลให้ไทยใช้ความพยายามอย่างเต็มความสามารถในการเสริมสร้างสาธารณูปโภคด้านสิทธิมนุษยชนและพัฒนากรอบทางกฎหมายที่จำเป็น ไทยยังคงดำเนินการต่อไปเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรโดยความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ไทยยังจำเป็นต้องสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชนต่อไป และไทยต้องนำสิทธิมนุษยชนมาประกอบการพิจารณาในการจัดทำนโยบายและการปฏิบัติหน้าที่

kdfff

การส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนไม่ใช่งานของรัฐบาลแต่เพียงผู้เดียว แต่เป็นงานของทั้งประเทศโดยรวม ความตระหนักรู้และความเข้าใจถึงประเด็นสิทธิมนุษยชนจะช่วยให้สาธารณชนรับรู้และปกป้องสิทธิของตน รวมทั้งไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น

ในระยะเวลาอันสั้นไทยมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการเอาชนะต่อปัญหาข้อท้าทายทางการเมืองซึ่งส่งผลให้เกิดการแบ่งแยกทางสังคมและความขัดแย้งเป็นระยะเวลานานหลายปี แต่เป็นที่แน่นอนว่าข้อท้าทายดังกล่าวไม่อาจได้รับการแก้ไขภายในระยะเวลาอันสั้น

ขณะเดียวกัน ได้ดำเนินการปฏิรูปภายในประเทศอย่างเต็มรูปแบบเพื่อที่จะพัฒนาสาธารณูปโภค เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสาธารณะ และแก้ไขปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน เช่น การทุจริต ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

จากการที่ได้แสดงข้อกังวลต่อการจำกัดเสรีภาพการแสดงออก การกำหนดข้อจำกัดต่างๆจะมีขึ้นเพียงในระดับเท่าที่จำเป็นเพื่อคงไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยของประชาชนและป้องกันการแบ่งขั้วที่จะได้เกิดขึ้น สาธารณชนส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบและสามารถที่จะดำรงชีวิตและใช้สิทธิต่อไปได้

ซึ่งรวมถึงเสรีภาพการแสดงออก เป็นที่แน่นอนว่าข้อท้าทายที่สำคัญคือการคงไว้ซึ่งความสมดุลในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันกับการไม่บั่นทอนการใช้สิทธิ เสรีภาพต่างๆ โดยเฉพาะในอันที่เกี่ยวกับการกระทำตามศรัทธาและเจตนาที่ดี

ผมขอยืนยันอีกครั้งว่าจะให้ความเคารพต่อข้อผูกพันทางประชาธิปไตย หลักนิติธรรม และหลักสิทธิมนุษยชน อย่างแรงกล้า และไทยจะไม่ผันแปรไปจากแนวทางนี้

ผมรับรู้ถึงการปรากฏตัวของตัวแทนองค์กรภาคประชาสังคมไทย คณะผู้แทนได้พบปะกับองค์กรหลายองค์กรระหว่างช่วงเตรียมการจัดทำรายงาน ผมยังได้เรียนรู้ว่าหลายหน่วยงานในประเทศไทยได้รวมตัวกันเพื่อที่จะฟัง ยูเอ็น ไลฟ์ เว็บคาสต์ ผมหวังว่าเราจะได้เรียนรู้ไปด้วยกันจากการทบทวนในวันนี้

ผมและทีมงานตั้งตารอที่จะดำเนินงานกับหน่วยงานพันธมิตรทุกหน่วยงานหลังจากช่วงนี้ เพื่อที่จะดำเนินการตามข้อเสนอแนะที่ได้มีการยอมรับอย่างมีประสิทธิภาพ

สุดท้ายนี้ ท่านประธาน คณะผู้แทนตั้งตารอถึงการเจรจาที่สร้างสรรค์และผลลัพธ์ที่มีประสิทธิผลจากการดำเนินการดังกล่าวนี้

อำนาจสู่ขาลง ของเหล่าทรราช คสช.

อำนาจสู่ขาลง ของเหล่าทรราช คสช.

-------------------------------------------------------------------------------------

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล วันที่13 พ.ค.ว่า ขณะนี้มีหลายเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เริ่มเข้าสู่อำนาจขาลง ทั้งกรณีท่าทีของต่างชาติ และการใช้อำนาจของ คสช.ที่ดำเนินการโดยไม่หวั่นวิตกกับเสียงเตือนของต่างประเทศกรณีการละเมิดสิทธิ์มนุษยชน

-
"เวทีประชุมทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน หรือ ยูพีอาร์ ที่ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตซ์เซอร์แลนด์ ไทยถูกนานาชาติรุมตำหนิและเป็นกังวลมากมายกรณีการใช้อำนาจคุกคามสิทธิ์ของประชาชน แสดงให้เห็นชัดว่า โลกล้อมไทยเริ่มเข้มข้นขึ้น รวมถึงการแสดงออกถึงความเป็นห่วงสถานการณ์ในไทยของทูตสหรัฐฯอย่างตรงไปตรงมาต่อสื่อมวชน"

-
นายจตุพร เชื่อว่า จากนี้ต่างชาติจะเพิ่มมาตรการต่างๆ เพื่อกดดันไทยมากขึ้น รัฐบาลแะคสช.ต้องรับรู้ว่าควรปรับตัวอย่างไร แม้ตามนิตินัยไม่มีการแจกใบแดงกรณีการค้ามนุษย์ก็ตาม แต่โดยพฤตินัยได้แจกใบแดงไปแล้ว จนทำให้สินค้าประมงไทยเกิดความเสียหาย ได้รับผลกระทบอย่างหนักอยู่ในเวลานี้

-
Cr. Lokwannee


อำนาจสู่ขาลง ของเหล่าทรราช คสช.

อำนาจสู่ขาลง ของเหล่าทรราช คสช.

-------------------------------------------------------------------------------------

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล วันที่13 พ.ค.ว่า ขณะนี้มีหลายเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เริ่มเข้าสู่อำนาจขาลง ทั้งกรณีท่าทีของต่างชาติ และการใช้อำนาจของ คสช.ที่ดำเนินการโดยไม่หวั่นวิตกกับเสียงเตือนของต่างประเทศกรณีการละเมิดสิทธิ์มนุษยชน

-
"เวทีประชุมทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน หรือ ยูพีอาร์ ที่ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตซ์เซอร์แลนด์ ไทยถูกนานาชาติรุมตำหนิและเป็นกังวลมากมายกรณีการใช้อำนาจคุกคามสิทธิ์ของประชาชน แสดงให้เห็นชัดว่า โลกล้อมไทยเริ่มเข้มข้นขึ้น รวมถึงการแสดงออกถึงความเป็นห่วงสถานการณ์ในไทยของทูตสหรัฐฯอย่างตรงไปตรงมาต่อสื่อมวชน"

-
นายจตุพร เชื่อว่า จากนี้ต่างชาติจะเพิ่มมาตรการต่างๆ เพื่อกดดันไทยมากขึ้น รัฐบาลแะคสช.ต้องรับรู้ว่าควรปรับตัวอย่างไร แม้ตามนิตินัยไม่มีการแจกใบแดงกรณีการค้ามนุษย์ก็ตาม แต่โดยพฤตินัยได้แจกใบแดงไปแล้ว จนทำให้สินค้าประมงไทยเกิดความเสียหาย ได้รับผลกระทบอย่างหนักอยู่ในเวลานี้

-
Cr. Lokwannee


16 พ.ค. 2559 เหล่าชาวพุทธแสดงพลัง ปกป้อง พระพุทธศาสนา ที่วัดธรรมกาย


16 พ.ค. 2559 เหล่าชาวพุทธแสดงพลัง ปกป้อง พระพุทธศาสนา ที่วัดธรรมกาย


เจ้าไทย จะปิดประเทศแน่แล้ว!? 13 พ.ค.​2559 โดย ดร. เพียงดิน รักไทย https://youtu.be/sGvHh_L_YSM https://youtu.be/TDX7JUBXEP8 https://youtu.be/7IxJ6Beo7mI --------------------- ***Download ร่างจดหมาย เพื่อส่งผู้นำนานาชาติต่าง ๆ ที่ http://tinyurl.com/gsetacg ***โปรดช่วยกันกระจายและส่งให้มากที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ สนับสนุนแนวทางมดแดงล้มช้าง ของ คณะราษฎรเสรีไทย กับ ดร. เพียงดิน ส่งข้อมูลลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยทางลิ้งค์ต่อไปนี้ http://tinyurl.com/o2rzao8 หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt ****ลิ้งค์ล่าสุด http://tinyurl.com/gssuvm2 และรายงานการปฏิบัติงานและความคืบหน้าเครือข่าย ได้ที่ 4everche@gmail.com ---------------------- สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

เจ้าไทย จะปิดประเทศแน่แล้ว!?     13 ..​2559 โดย ดร. เพียงดิน รักไทย

https://youtu.be/sGvHh_L_YSM

https://youtu.be/TDX7JUBXEP8

https://youtu.be/7IxJ6Beo7mI

——————————




***Download ร่างจดหมาย เพื่อส่งผู้นำนานาชาติต่าง ที่ http://tinyurl.com/gsetacg

***โปรดช่วยกันกระจายและส่งให้มากที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ

สนับสนุนแนวทางมดแดงล้มช้าง ของ คณะราษฎรเสรีไทย กับ ดร. เพียงดิน

ส่งข้อมูลลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยทางลิ้งค์ต่อไปนี้

http://tinyurl.com/o2rzao8

หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt

****ลิ้งค์ล่าสุด  http://tinyurl.com/gssuvm2

และรายงานการปฏิบัติงานและความคืบหน้าเครือข่าย ได้ที่ 4everche@gmail.com

----------------------

สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

เจ้าไทย จะปิดประเทศแน่แล้ว!? 13 พ.ค.​2559 โดย ดร. เพียงดิน รักไทย https://youtu.be/sGvHh_L_YSM https://youtu.be/TDX7JUBXEP8 https://youtu.be/7IxJ6Beo7mI --------------------- ***Download ร่างจดหมาย เพื่อส่งผู้นำนานาชาติต่าง ๆ ที่ http://tinyurl.com/gsetacg ***โปรดช่วยกันกระจายและส่งให้มากที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ สนับสนุนแนวทางมดแดงล้มช้าง ของ คณะราษฎรเสรีไทย กับ ดร. เพียงดิน ส่งข้อมูลลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยทางลิ้งค์ต่อไปนี้ http://tinyurl.com/o2rzao8 หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt ****ลิ้งค์ล่าสุด http://tinyurl.com/gssuvm2 และรายงานการปฏิบัติงานและความคืบหน้าเครือข่าย ได้ที่ 4everche@gmail.com ---------------------- สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

เจ้าไทย จะปิดประเทศแน่แล้ว!?     13 ..​2559 โดย ดร. เพียงดิน รักไทย

https://youtu.be/sGvHh_L_YSM

https://youtu.be/TDX7JUBXEP8

https://youtu.be/7IxJ6Beo7mI

——————————




***Download ร่างจดหมาย เพื่อส่งผู้นำนานาชาติต่าง ที่ http://tinyurl.com/gsetacg

***โปรดช่วยกันกระจายและส่งให้มากที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ

สนับสนุนแนวทางมดแดงล้มช้าง ของ คณะราษฎรเสรีไทย กับ ดร. เพียงดิน

ส่งข้อมูลลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยทางลิ้งค์ต่อไปนี้

http://tinyurl.com/o2rzao8

หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt

****ลิ้งค์ล่าสุด  http://tinyurl.com/gssuvm2

และรายงานการปฏิบัติงานและความคืบหน้าเครือข่าย ได้ที่ 4everche@gmail.com

----------------------

สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

การปล่อยให้รัฐธรรมนูญโจร ผ่านการลงประชามติ... คือการขุดหลุมฝังประชาธิปไตย

การปล่อยให้รัฐธรรมนูญโจร ผ่านการลงประชามติ
เท่ากับการยอมรับให้เผด็จการครองเมืองต่อไป
คือการขุดหลุมฝังประชาธิปไตย
และการเปิดประตูสู่นรกของคนไทย
แล้วเป็นการปล่อยให้สถานการณ์ไปสู่สงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบ

จงช่วยกันหยุดรัฐธรรมนูญโจรให้ได้




การปล่อยให้รัฐธรรมนูญโจร ผ่านการลงประชามติ... คือการขุดหลุมฝังประชาธิปไตย

การปล่อยให้รัฐธรรมนูญโจร ผ่านการลงประชามติ
เท่ากับการยอมรับให้เผด็จการครองเมืองต่อไป
คือการขุดหลุมฝังประชาธิปไตย
และการเปิดประตูสู่นรกของคนไทย
แล้วเป็นการปล่อยให้สถานการณ์ไปสู่สงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบ

จงช่วยกันหยุดรัฐธรรมนูญโจรให้ได้




เปิดตัวสถานีใหม่ "VOT", "Voice of Thailand" (YouTube-TV)

(กรุณากระจายข่าวนี้ไปให้มากที่สุดด้วย... ขอบพระคุณมากครับ)
เปิดตัวสถานีใหม่ "VOT", "Voice of Thailand" (YouTube-TV)
 ขอเชิญทุกๆท่านช่วยกรุณาสมัครเป็นสมาชิก (Subscribe)ด้วยครับ 
สถานีนี้จะเน้นไปในทางข่าวต่างประเทศจากทั่วโลก และส่งเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตย

สถานีนี้จะถ่ายทอดสดการ "ประชุมสัมัชชาประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ครั้งที่ 2"
จาก นครลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา วันที่ 21 พ.ค. 2559, เวลาเช้า 9:00 - 9:30 น. และ เวลาบ่าย 3:00-6:00 น.
(เวลาประเทศไทย 21 พ.ค. 2559, เวลาค่ำ 11:00 - 11:30 น. และ 22 พ.ค. 2559, เวลาเช้า 5:00-8:00 น.)

เราประเดิมทดลองสถานีด้วยการอัพโหลดคลิปสัมมนา "โฟกัสที่ประเทศไทย" (ภาษาอังกฤษ)
โดย  ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และ ร.ศ. ดร. ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2557, ณ นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา 
 ขอเชิญทุกๆท่านช่วยกรุณาสมัครเป็นสมาชิก (Subscribe)ด้วยครับ

ไอ้ตูบประยุทธ์ ตัวเดียวในโลก


ไอ้ตูบประยุทธ์ ตัวเดียวในโลก


การนิ่งเฉย ดูการทำลายพระศาสนา หรือเราจะอยู่ดูกันอย่างนี้ต่อไป ?!?

การนิ่งเฉย ดูการทำลายพระศาสนา  หรือเราจะอยู่ดูกันอย่างนี้ต่อไป ?!?
-
ไอ้มารศาสนา ธรรมนูญ อัตโชติ  สมคบ DSI มุ่งทำลายพระศาสนาอย่างนี้ไม่เรียกว่าไอ้เหี้ย แล้วจะเรียกอะไร ...จริงๆแล้ว ข่าวฟ้องธรรมกาย ในคดีความต่างๆ ใกล้ถึงจุดแตกหัก อีกทั้ง สหกรณ์ฯ เองก็ออกตัว ไม่เกี่ยวข้องกับการฟ้องพระธัมมชโย ในครั้งนี้.......... แล้วทำไมระบบความ อยุติธรรม ที่กระทำต่อพระ และองค์กรพุทธ ในสังคมไทยถึงไม่หยุด  ทำไมพวกมารศาสนาเหล่านั้นยังคง จ้องทำลาย แม้กระทั้ง พระ ที่ไม่มีความผิด หรือต้องรอ การหยุด  ด้วยพลังศรัทธาของประชาชนที่มีต่อ พระพุทธศาสนา ..... นั้นคือคำถามถึงชาวพุทธทั้งหลาย หรือเราจะรอการล่มของพระพุทธศาสนา ที่ถูกกระทำด้วยคนใจบาป อย่าง ทรราช คสช. - DSI และคณะ
-
ฉนั้น 16 พ.ค.2559 นี้ ........ประชาชนอย่างเราๆ ท่านๆ คงถึงเวลาต้องร่วมกันแสดงพลังเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา พบกันที่ วัดธรรมกาย  
-
การปกป้องพระศาสนาเป็นหน้าที่ของชาวพุทธ ทุกคน

-
เสรีชน

-------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2559 นายประกิต พิลังกาสา รองประธานกรรมการดำเนินการคนที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการดำเนินการ/ประธานผู้บริหารแผนฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัด กล่าวถึงกรณีที่นายธรรมนูญ อัตโชติ สมาชิกประเภทสมทบของสหกรณ์ ได้ยื่นข้อกล่าวหาต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย ในข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร ต่อกรณีดังกล่าว เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์ฯ กองทุนฯ และสังคม ตลอดจนสื่อมวลชนต่างๆ ได้ทราบข้อเท็จจริงว่ามีความเกี่ยวข้องผูกพันกับสหกรณ์ฯ อย่างไรหรือไม่นั้น สหกรณ์ฯ ขอเรียนชี้แจงให้ทราบดังนี้

-
1) การดำเนินการของนายธรรมนูญและพวกตามที่ปรากฏในสื่อสังคมนั้นเป็นเรื่องเฉพาะปัจเจกบุคคลหรือคณะที่ดำเนินการตามความคิดเห็น ความเชื่อส่วนตัว และเป็นอิสระ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องหรือกระทำในนามของสหกรณ์ฯ และสมาชิกคนอื่นแต่ประการใด จึงไม่มีผลผูกพันต่อสหกรณ์ฯ ทั้งนี้ คณะกรรมการของสหกรณ์ฯ ผู้เป็นตัวแทนสหกรณ์ฯ ตามนิตินัยไม่มีความเห็นและมติที่จะดำเนินการดังกล่าวด้วย

-
2) การกระทำดังกล่าวของนายธรรมนูญและพวก อาจสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ไม่ตรงตามข้อเท็จจริงต่อผู้รับรู้ข้อมูลข่าวสารโดยทั่วไปว่า สหกรณ์ฯ รู้เห็นในการฟ้องร้องดังกล่าวด้วย ซึ่งไม่เกิดผลดีต่อสหกรณ์ฯ และสมาชิกของสหกรณ์ฯ​ โดยรวม

-
คณะกรรมการของสหกรณ์ฯ มีจุดยืนและนโยบายที่ชัดเจนในการฟ้องร้องติดตามให้ตัวการผู้กระทำผิดคือนายศุภชัยและพวกคืนเงินให้กับสหกรณ์ฯ โดยวิธีการทางแพ่ง ส่วนการดำเนินการเอาผิดทางอาญาแจ้งข้อกล่าวหาฟอกเงินหรือรับของโจรนั้นจำเป็นต้องมีหลักฐานพยานที่ชัดเจนและซับซ้อนเกินกว่าความสามารถของสหกรณ์ฯ จะดำเนินการได้เอง และเล็งเห็นว่าดีเอสไอซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมีหน้าที่โดยตรงในการสืบสวนสอบสวนได้ดำเนินการอยู่แล้วตามกระบวนการยุติธรรมและจะเป็นการเหมาะสมกว่า

-
3) ในส่วนความเสียหายที่เกิดแก่พระเทพญาณมหามุนีจากการถูกกล่าวหาโดยนายธรรมนูญนั้น สหกรณ์ฯ ตระหนักดีถึงความสะเทือนใจ เสียใจ ของผู้ถูกกล่าวหาและคณะศิษย์ พร้อมเห็นว่าผู้เสียหายย่อมเรียกร้องความเป็นธรรมและชดใช้ความเสียหายได้ทั้งในทางแพ่งและอาญา

-
สหกรณ์ฯ สามารถให้ความกระจ่างในสังคมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ฯ และสมาชิกของสหกรณ์ฯ เพื่อความเข้าใจอันดีและถูกต้อง รวมทั้งประโยชน์ที่ทางกองทุนฯ พระเทพญาณมหามุนีได้มอบให้แก่สมาชิกสหกรณ์ฯ ซึ่งสะท้อนถึงเจตนาและภาพลักษณ์ที่ดีให้สังคมได้รับทราบ

-
4) สหกรณ์ฯ ขอเรียนให้สมาชิกสหกรณ์ฯ ทุกท่านและสังคมทุกภาคส่วนทราบถึงสถานภาพความจำเป็นขณะนี้ว่า การฟื้นฟูกิจการของสหกรณ์ฯ ให้ดำรงอยู่ได้ ต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในเรื่องการระดมเงินจำนวนมากมาพยุงฐานะการเงินและการทำธุรกิจหารายได้มาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย เช่น เงินที่ภาครัฐจะพิจารณาหาแหล่งเงินทุนให้ หรือเงินจากการติดตามสินทรัพย์ในคดีต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ยังอยู่ในกระบวนการขั้นตอนดำเนินการอีกระยะหนึ่ง

-
ขณะที่สหกรณ์ฯ คลองจั่นมีภาระที่จะต้องชำระหนี้คืนแก่เจ้าหนี้ในกลางปีและสิ้นปีนี้ให้ได้ตามที่แผนฟื้นฟูกำหนดไว้ โดยเงินจำนวนดังกล่าวมาจากการได้รับเยียวยาจากกองทุนเงินเฉพาะกิจลูกศิษย์วัดพระธรรมกายเป็นส่วนใหญ่ สหกรณ์ฯ จึงขอขอบคุณในความเมตตาที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายได้ให้การสนับสนุนบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกสหกรณ์ฯ ไว้ในโอกาสนี้

-
"อย่างไรก็ตาม สหกรณ์ฯ ขอยืนยันว่า การดำเนินการใดๆ ก็ตาม จะเป็นไปเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ในการติดตามเงินที่สหกรณ์ฯ​ สูญเสียไปกลับคืนมาให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ในการฟื้นฟูกิจการเป็นสำคัญ มิได้เอนเอียงไปเพื่อผลประโยชน์แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง การติดตามเงินเป็นเป้าหมายเดียวของคณะกรรมการฟื้นฟูฯ ส่วนเรื่องคดีความต่างๆ ให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่" นายประกิตกล่าว


การนิ่งเฉย ดูการทำลายพระศาสนา หรือเราจะอยู่ดูกันอย่างนี้ต่อไป ?!?

การนิ่งเฉย ดูการทำลายพระศาสนา  หรือเราจะอยู่ดูกันอย่างนี้ต่อไป ?!?
-
ไอ้มารศาสนา ธรรมนูญ อัตโชติ  สมคบ DSI มุ่งทำลายพระศาสนาอย่างนี้ไม่เรียกว่าไอ้เหี้ย แล้วจะเรียกอะไร ...จริงๆแล้ว ข่าวฟ้องธรรมกาย ในคดีความต่างๆ ใกล้ถึงจุดแตกหัก อีกทั้ง สหกรณ์ฯ เองก็ออกตัว ไม่เกี่ยวข้องกับการฟ้องพระธัมมชโย ในครั้งนี้.......... แล้วทำไมระบบความ อยุติธรรม ที่กระทำต่อพระ และองค์กรพุทธ ในสังคมไทยถึงไม่หยุด  ทำไมพวกมารศาสนาเหล่านั้นยังคง จ้องทำลาย แม้กระทั้ง พระ ที่ไม่มีความผิด หรือต้องรอ การหยุด  ด้วยพลังศรัทธาของประชาชนที่มีต่อ พระพุทธศาสนา ..... นั้นคือคำถามถึงชาวพุทธทั้งหลาย หรือเราจะรอการล่มของพระพุทธศาสนา ที่ถูกกระทำด้วยคนใจบาป อย่าง ทรราช คสช. - DSI และคณะ
-
ฉนั้น 16 พ.ค.2559 นี้ ........ประชาชนอย่างเราๆ ท่านๆ คงถึงเวลาต้องร่วมกันแสดงพลังเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา พบกันที่ วัดธรรมกาย  
-
การปกป้องพระศาสนาเป็นหน้าที่ของชาวพุทธ ทุกคน

-
เสรีชน

-------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2559 นายประกิต พิลังกาสา รองประธานกรรมการดำเนินการคนที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการดำเนินการ/ประธานผู้บริหารแผนฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัด กล่าวถึงกรณีที่นายธรรมนูญ อัตโชติ สมาชิกประเภทสมทบของสหกรณ์ ได้ยื่นข้อกล่าวหาต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย ในข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร ต่อกรณีดังกล่าว เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์ฯ กองทุนฯ และสังคม ตลอดจนสื่อมวลชนต่างๆ ได้ทราบข้อเท็จจริงว่ามีความเกี่ยวข้องผูกพันกับสหกรณ์ฯ อย่างไรหรือไม่นั้น สหกรณ์ฯ ขอเรียนชี้แจงให้ทราบดังนี้

-
1) การดำเนินการของนายธรรมนูญและพวกตามที่ปรากฏในสื่อสังคมนั้นเป็นเรื่องเฉพาะปัจเจกบุคคลหรือคณะที่ดำเนินการตามความคิดเห็น ความเชื่อส่วนตัว และเป็นอิสระ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องหรือกระทำในนามของสหกรณ์ฯ และสมาชิกคนอื่นแต่ประการใด จึงไม่มีผลผูกพันต่อสหกรณ์ฯ ทั้งนี้ คณะกรรมการของสหกรณ์ฯ ผู้เป็นตัวแทนสหกรณ์ฯ ตามนิตินัยไม่มีความเห็นและมติที่จะดำเนินการดังกล่าวด้วย

-
2) การกระทำดังกล่าวของนายธรรมนูญและพวก อาจสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ไม่ตรงตามข้อเท็จจริงต่อผู้รับรู้ข้อมูลข่าวสารโดยทั่วไปว่า สหกรณ์ฯ รู้เห็นในการฟ้องร้องดังกล่าวด้วย ซึ่งไม่เกิดผลดีต่อสหกรณ์ฯ และสมาชิกของสหกรณ์ฯ​ โดยรวม

-
คณะกรรมการของสหกรณ์ฯ มีจุดยืนและนโยบายที่ชัดเจนในการฟ้องร้องติดตามให้ตัวการผู้กระทำผิดคือนายศุภชัยและพวกคืนเงินให้กับสหกรณ์ฯ โดยวิธีการทางแพ่ง ส่วนการดำเนินการเอาผิดทางอาญาแจ้งข้อกล่าวหาฟอกเงินหรือรับของโจรนั้นจำเป็นต้องมีหลักฐานพยานที่ชัดเจนและซับซ้อนเกินกว่าความสามารถของสหกรณ์ฯ จะดำเนินการได้เอง และเล็งเห็นว่าดีเอสไอซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมีหน้าที่โดยตรงในการสืบสวนสอบสวนได้ดำเนินการอยู่แล้วตามกระบวนการยุติธรรมและจะเป็นการเหมาะสมกว่า

-
3) ในส่วนความเสียหายที่เกิดแก่พระเทพญาณมหามุนีจากการถูกกล่าวหาโดยนายธรรมนูญนั้น สหกรณ์ฯ ตระหนักดีถึงความสะเทือนใจ เสียใจ ของผู้ถูกกล่าวหาและคณะศิษย์ พร้อมเห็นว่าผู้เสียหายย่อมเรียกร้องความเป็นธรรมและชดใช้ความเสียหายได้ทั้งในทางแพ่งและอาญา

-
สหกรณ์ฯ สามารถให้ความกระจ่างในสังคมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ฯ และสมาชิกของสหกรณ์ฯ เพื่อความเข้าใจอันดีและถูกต้อง รวมทั้งประโยชน์ที่ทางกองทุนฯ พระเทพญาณมหามุนีได้มอบให้แก่สมาชิกสหกรณ์ฯ ซึ่งสะท้อนถึงเจตนาและภาพลักษณ์ที่ดีให้สังคมได้รับทราบ

-
4) สหกรณ์ฯ ขอเรียนให้สมาชิกสหกรณ์ฯ ทุกท่านและสังคมทุกภาคส่วนทราบถึงสถานภาพความจำเป็นขณะนี้ว่า การฟื้นฟูกิจการของสหกรณ์ฯ ให้ดำรงอยู่ได้ ต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในเรื่องการระดมเงินจำนวนมากมาพยุงฐานะการเงินและการทำธุรกิจหารายได้มาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย เช่น เงินที่ภาครัฐจะพิจารณาหาแหล่งเงินทุนให้ หรือเงินจากการติดตามสินทรัพย์ในคดีต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ยังอยู่ในกระบวนการขั้นตอนดำเนินการอีกระยะหนึ่ง

-
ขณะที่สหกรณ์ฯ คลองจั่นมีภาระที่จะต้องชำระหนี้คืนแก่เจ้าหนี้ในกลางปีและสิ้นปีนี้ให้ได้ตามที่แผนฟื้นฟูกำหนดไว้ โดยเงินจำนวนดังกล่าวมาจากการได้รับเยียวยาจากกองทุนเงินเฉพาะกิจลูกศิษย์วัดพระธรรมกายเป็นส่วนใหญ่ สหกรณ์ฯ จึงขอขอบคุณในความเมตตาที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายได้ให้การสนับสนุนบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกสหกรณ์ฯ ไว้ในโอกาสนี้

-
"อย่างไรก็ตาม สหกรณ์ฯ ขอยืนยันว่า การดำเนินการใดๆ ก็ตาม จะเป็นไปเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ในการติดตามเงินที่สหกรณ์ฯ​ สูญเสียไปกลับคืนมาให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ในการฟื้นฟูกิจการเป็นสำคัญ มิได้เอนเอียงไปเพื่อผลประโยชน์แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง การติดตามเงินเป็นเป้าหมายเดียวของคณะกรรมการฟื้นฟูฯ ส่วนเรื่องคดีความต่างๆ ให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่" นายประกิตกล่าว


ทรราช คสช. ถูกแรงกระทบเข้าอย่างจัง ทั้ง อียู ยูเอ็น องค์กรสิทธิฯ ต่างๆ รอบโลกและรวมทั้งทูตสหรัฐ

ทรราช คสช. ถูกแรงกระทบเข้าอย่างจัง ทั้ง อียู ยูเอ็น องค์กรสิทธิมนุษยชน ต่างๆ รอบโลกและรวมทั้งทูตสหรัฐ

แม้ท่านทูตจะบอกไม่ได้ประณามรัฐบาลทรราช คสช.  แต่การออกมากล่าวเช่นนี้เหมือเป็นการเอาตีนที่เหยียบขี้หมา ลูบหน้าทรราช คสช.อย่างจัง แม้ประชาชนภายในประเทศ จะมองสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างไร แต่ฑูตสหรัฐฯ ก็ ย้ำจุดยืนกังวลสถานการณ์ไทย พร้อมชี้ ทรราช คสช.ไม่เคารพเสรีภาพ และสร้างบรรยากาศข่มขู่ สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน นั้นเอง

------------------------------------------------------------------------------------


เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือกับนายกลิน เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย โดยหลังการหารือราว 1.30 ชั่วโมง ทั้งคู่ได้แถลงข่าวร่วมกัน นายดอนได้เปิดโอกาสให้นายเดวีส์ให้สัมภาษณ์และตอบคำถามของสื่อมวลชนก่อน ในช่วงต้นเดวีส์ได้พูดถึงประเด็นที่มีการหารือกับนายดอนคือเรื่องทะเลจีนใต้และเรื่องสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในไทย พร้อมกับขอบคุณนายดอนที่ได้มีการพูดคุยหารือกันอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องที่เอเอฟพีได้เสนอข่าวว่าสหรัฐได้ประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในไทยว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ เดวีส์กล่าวว่าสหรัฐห่วงกังวลอย่างยิ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้น และย้ำจุดยืนที่ได้พูดไปโดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแล้วว่าสหรัฐห่วงกังวลกับการจับกุมนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและเห็นว่าควรต้องมีการเปิดพื้นที่ทางการเมือง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นขัดต่อพันธกรณีของไทยตามหลักสากล

ผู้สื่อข่าวถามว่าความสัมพันธ์สหรัฐ-ไทยหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร นายเดวีส์กล่าวว่า ความสัมพันธ์สองประเทศยังแข็งแกร่ง เพราะไทยเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ของสหรัฐและยังมีความร่วมมือระหว่างกันในหลายมิติ

หลังนายเดวีส์ให้สัมภาษณ์เช่นนั้น นายดอนได้เรียกเอกสารจากเจ้าหน้าที่มาดูก่อนที่จะสอบถามนายเดวีส์อีกครั้งซึ่งเดวีส์ยืนยันว่า แคทรีนา อดัมส์ คือโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งขัดกับการชี้แจงของกระทรวงการต่างประเทศไทยก่อนหน้านี้ จากนั้นนายเดวีส์ได้หยิบเอกสารขึ้นมาอ่านต่อหน้าสื่อมวลชนและให้เจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐแปลให้สื่อมวลชนฟังเป็นภาษาไทยว่า สหรัฐรู้สึกไม่สบายใจกับเหตุการณ์จับกุมเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการโพสต์ข้อความออนไลน์ รวมถึงการจับกุมมารดาของนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งขัดแย้งกับพันธกิจของไทยต่อนานาชาติ ซึ่งไม่เป็นการเคารพเสรีภาพในการแสดงออกและสร้างบรรยากาศของการข่มขู่ และทำให้เกิดการเซนเซอร์ตัวเอง

นายเดวีส์กล่าวต่อว่า การข่มขู่นักเคลื่อนไหวทางการเมืองและครอบครัว ทำให้เกิดความวิตกกังวลและห่วงใยอย่างยิ่งต่อพันธกรณีของไทยที่ต้องเคารพเสรีภาพในการแสดงความเห็น สหรัฐยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น การจำกัดเสรีภาพขั้นพื้นฐาน การจำกัดสิทธิในการแสดงความเห็น สิทธิในการชุมนุม รวมถึงการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร

"สหรัฐเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยินยอมให้มีพูดคุยกันอย่างเปิดเผย และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในอนาคตทางการเมืองของประเทศ ซึ่งรวมถึงการร่างรัฐธรรมนูญและการลงประชามติในเดือนสิงหาคม เราขอเรียกร้องและกระตุ้นให้ไทยยกเลิกข้อจำกัดต่างๆ เหล่านี้"เดวีส์กล่าว และว่า นี่คือจุดยืนและท่าทีของสหรัฐในขณะนี้ พร้อมกับขอบคุณรัฐบาลไทยอีกครั้งที่มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนควาเห็นในเรื่องต่างๆ ซึ่งรวมถึงสิทธิมนุษยชนในไทย ทั้งยังขอบคุณสื่อมวลชนที่ทำงานเพื่อประชาชนและย้ำว่าสื่อมวลชนมีหน้าที่ในการสื่อความจริงให้ประชาชนได้รับทราบ ซึ่งสหรัฐให้ความเคารพกับการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน

หลังนายเดวีส์อ่านเอกสารที่เตรียมมาจบ นายดอนได้ย้ำว่า นายเดวีส์ไม่ได้หยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาพูดคุยกับตนระหว่างการหารือกันแต่อย่างใด นายเดวีส์จึงพูดอีกครั้งว่า ยืนยันว่าตนไม่ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นพูดกับนายดอน แต่พูดกับสื่อเพื่อแสดงจุดยืนของรัฐบาลสหรัฐ ขณะที่ในการหารือกับนายดอนก็ได้พูดคุยกันในหลายเรื่องรวมถึงเรื่องสิทธิพลเมือง และรับว่าสหรัฐไม่ได้ใช้คำว่าประณามไทย

นายดอนให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังส่งนายเดวีส์และคณะแล้วว่า สิ่งที่เดวีส์ย้ำเป็นการแสดงความห่วงใยแต่ไม่มีการประณามไทยตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ระหว่างการหารือไม่มีการพูดถึงประเด็นเหล่านี้ ตรงกันข้ามสหรัฐเป็นฝ่ายรับฟังด้วยซ้ำว่าเรื่องที่เป็นประเด็นในขณะนี้คืออะไรบ้าง ซึ่งตนก็ได้พูดถึงเรื่องการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของไทยต่อคณะทำงานยูพีอาร์ที่เจนีวา ซึ่งก็มีเสียงชื่นชมไทยในหลายประเด็น

นายดอนกล่าวต่อว่า ในเรื่องสิทธิพลเมืองก็พูดให้สหรัฐฟังว่าไทยก็เหมือนสหรัฐที่เมื่อมีเรื่องที่สร้างความวุ่นวายในสังคมก็ต้องหารทางไม่ให้เกิดความปั่นป่วน สังคมก็ต้องหาทางดูแลปัญหาเหล่านั้นเช่นกัน ที่ไม่ได้หยิบยกขึ้นมาพูดเพราะเป็นที่เข้าใจว่าทุกประเทศก็มีปัญหาเหล่านี้เช่นกัน ขณะที่ในรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั้งที่สหรัฐและอังกฤษเพิ่งเผยแพร่ออกมา ประเทศไทยก็ไม่ได้เป็นเป้า ซึ่งไม่ใช่ว่าเราไม่มีปัญหา ถ้าจะมีก็เหมือนประเทศอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นเป้าเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าจำเป็นต้องมีการพูดคุยทำความเข้าใจกับสหรัฐอีกครั้งหรือไม่ เพราะดูเหมือนว่าไทยและสหรัฐจะเข้าใจเรื่องไม่ตรงกัน นายดอนกล่าวว่า คงมีโอกาสพบกันอีกแต่จะพูดคุยเรื่องเดิมคงใช่ที่ แต่อย่าถือเป็นเรื่องใหญ่โต มันเป็นเรื่องการเลือกใช้คำของสื่อแล้วคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์และไม่เข้าใจเจตนาก็เอาไปใช้ต่อ

เมื่อถามว่าแสดงว่าสหรัฐไม่เข้าใจกระบวนการจัดการภายในของไทยหรือ นายดอนกล่าว่า เข้าใจไม่เข้าใจคงต้องเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง เพราะเราพูดกันมาพอควร และสหรัฐก็รู้ว่ามันเป็นปัญหาในหลักการอันหนึ่งเช่นเดียวกับบ้านเมืองเขา ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าการเดินทางมาหารือกันครั้งนี้เป็นการเรียกทูตสหรัฐมาพบหรือสหรัฐขอพบ นายดอนกล่าวว่า สหรัฐขอพบมานานแล้วแต่เพิ่งมีเวลาว่าง

Cr. MatichonOnline


ทรราช คสช. ถูกแรงกระทบเข้าอย่างจัง ทั้ง อียู ยูเอ็น องค์กรสิทธิฯ ต่างๆ รอบโลกและรวมทั้งทูตสหรัฐ

ทรราช คสช. ถูกแรงกระทบเข้าอย่างจัง ทั้ง อียู ยูเอ็น องค์กรสิทธิมนุษยชน ต่างๆ รอบโลกและรวมทั้งทูตสหรัฐ

แม้ท่านทูตจะบอกไม่ได้ประณามรัฐบาลทรราช คสช.  แต่การออกมากล่าวเช่นนี้เหมือเป็นการเอาตีนที่เหยียบขี้หมา ลูบหน้าทรราช คสช.อย่างจัง แม้ประชาชนภายในประเทศ จะมองสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างไร แต่ฑูตสหรัฐฯ ก็ ย้ำจุดยืนกังวลสถานการณ์ไทย พร้อมชี้ ทรราช คสช.ไม่เคารพเสรีภาพ และสร้างบรรยากาศข่มขู่ สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน นั้นเอง

------------------------------------------------------------------------------------


เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือกับนายกลิน เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย โดยหลังการหารือราว 1.30 ชั่วโมง ทั้งคู่ได้แถลงข่าวร่วมกัน นายดอนได้เปิดโอกาสให้นายเดวีส์ให้สัมภาษณ์และตอบคำถามของสื่อมวลชนก่อน ในช่วงต้นเดวีส์ได้พูดถึงประเด็นที่มีการหารือกับนายดอนคือเรื่องทะเลจีนใต้และเรื่องสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในไทย พร้อมกับขอบคุณนายดอนที่ได้มีการพูดคุยหารือกันอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องที่เอเอฟพีได้เสนอข่าวว่าสหรัฐได้ประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในไทยว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ เดวีส์กล่าวว่าสหรัฐห่วงกังวลอย่างยิ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้น และย้ำจุดยืนที่ได้พูดไปโดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแล้วว่าสหรัฐห่วงกังวลกับการจับกุมนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและเห็นว่าควรต้องมีการเปิดพื้นที่ทางการเมือง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นขัดต่อพันธกรณีของไทยตามหลักสากล

ผู้สื่อข่าวถามว่าความสัมพันธ์สหรัฐ-ไทยหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร นายเดวีส์กล่าวว่า ความสัมพันธ์สองประเทศยังแข็งแกร่ง เพราะไทยเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ของสหรัฐและยังมีความร่วมมือระหว่างกันในหลายมิติ

หลังนายเดวีส์ให้สัมภาษณ์เช่นนั้น นายดอนได้เรียกเอกสารจากเจ้าหน้าที่มาดูก่อนที่จะสอบถามนายเดวีส์อีกครั้งซึ่งเดวีส์ยืนยันว่า แคทรีนา อดัมส์ คือโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งขัดกับการชี้แจงของกระทรวงการต่างประเทศไทยก่อนหน้านี้ จากนั้นนายเดวีส์ได้หยิบเอกสารขึ้นมาอ่านต่อหน้าสื่อมวลชนและให้เจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐแปลให้สื่อมวลชนฟังเป็นภาษาไทยว่า สหรัฐรู้สึกไม่สบายใจกับเหตุการณ์จับกุมเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการโพสต์ข้อความออนไลน์ รวมถึงการจับกุมมารดาของนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งขัดแย้งกับพันธกิจของไทยต่อนานาชาติ ซึ่งไม่เป็นการเคารพเสรีภาพในการแสดงออกและสร้างบรรยากาศของการข่มขู่ และทำให้เกิดการเซนเซอร์ตัวเอง

นายเดวีส์กล่าวต่อว่า การข่มขู่นักเคลื่อนไหวทางการเมืองและครอบครัว ทำให้เกิดความวิตกกังวลและห่วงใยอย่างยิ่งต่อพันธกรณีของไทยที่ต้องเคารพเสรีภาพในการแสดงความเห็น สหรัฐยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น การจำกัดเสรีภาพขั้นพื้นฐาน การจำกัดสิทธิในการแสดงความเห็น สิทธิในการชุมนุม รวมถึงการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร

"สหรัฐเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยินยอมให้มีพูดคุยกันอย่างเปิดเผย และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในอนาคตทางการเมืองของประเทศ ซึ่งรวมถึงการร่างรัฐธรรมนูญและการลงประชามติในเดือนสิงหาคม เราขอเรียกร้องและกระตุ้นให้ไทยยกเลิกข้อจำกัดต่างๆ เหล่านี้"เดวีส์กล่าว และว่า นี่คือจุดยืนและท่าทีของสหรัฐในขณะนี้ พร้อมกับขอบคุณรัฐบาลไทยอีกครั้งที่มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนควาเห็นในเรื่องต่างๆ ซึ่งรวมถึงสิทธิมนุษยชนในไทย ทั้งยังขอบคุณสื่อมวลชนที่ทำงานเพื่อประชาชนและย้ำว่าสื่อมวลชนมีหน้าที่ในการสื่อความจริงให้ประชาชนได้รับทราบ ซึ่งสหรัฐให้ความเคารพกับการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน

หลังนายเดวีส์อ่านเอกสารที่เตรียมมาจบ นายดอนได้ย้ำว่า นายเดวีส์ไม่ได้หยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาพูดคุยกับตนระหว่างการหารือกันแต่อย่างใด นายเดวีส์จึงพูดอีกครั้งว่า ยืนยันว่าตนไม่ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นพูดกับนายดอน แต่พูดกับสื่อเพื่อแสดงจุดยืนของรัฐบาลสหรัฐ ขณะที่ในการหารือกับนายดอนก็ได้พูดคุยกันในหลายเรื่องรวมถึงเรื่องสิทธิพลเมือง และรับว่าสหรัฐไม่ได้ใช้คำว่าประณามไทย

นายดอนให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังส่งนายเดวีส์และคณะแล้วว่า สิ่งที่เดวีส์ย้ำเป็นการแสดงความห่วงใยแต่ไม่มีการประณามไทยตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ระหว่างการหารือไม่มีการพูดถึงประเด็นเหล่านี้ ตรงกันข้ามสหรัฐเป็นฝ่ายรับฟังด้วยซ้ำว่าเรื่องที่เป็นประเด็นในขณะนี้คืออะไรบ้าง ซึ่งตนก็ได้พูดถึงเรื่องการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของไทยต่อคณะทำงานยูพีอาร์ที่เจนีวา ซึ่งก็มีเสียงชื่นชมไทยในหลายประเด็น

นายดอนกล่าวต่อว่า ในเรื่องสิทธิพลเมืองก็พูดให้สหรัฐฟังว่าไทยก็เหมือนสหรัฐที่เมื่อมีเรื่องที่สร้างความวุ่นวายในสังคมก็ต้องหารทางไม่ให้เกิดความปั่นป่วน สังคมก็ต้องหาทางดูแลปัญหาเหล่านั้นเช่นกัน ที่ไม่ได้หยิบยกขึ้นมาพูดเพราะเป็นที่เข้าใจว่าทุกประเทศก็มีปัญหาเหล่านี้เช่นกัน ขณะที่ในรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั้งที่สหรัฐและอังกฤษเพิ่งเผยแพร่ออกมา ประเทศไทยก็ไม่ได้เป็นเป้า ซึ่งไม่ใช่ว่าเราไม่มีปัญหา ถ้าจะมีก็เหมือนประเทศอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นเป้าเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าจำเป็นต้องมีการพูดคุยทำความเข้าใจกับสหรัฐอีกครั้งหรือไม่ เพราะดูเหมือนว่าไทยและสหรัฐจะเข้าใจเรื่องไม่ตรงกัน นายดอนกล่าวว่า คงมีโอกาสพบกันอีกแต่จะพูดคุยเรื่องเดิมคงใช่ที่ แต่อย่าถือเป็นเรื่องใหญ่โต มันเป็นเรื่องการเลือกใช้คำของสื่อแล้วคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์และไม่เข้าใจเจตนาก็เอาไปใช้ต่อ

เมื่อถามว่าแสดงว่าสหรัฐไม่เข้าใจกระบวนการจัดการภายในของไทยหรือ นายดอนกล่าว่า เข้าใจไม่เข้าใจคงต้องเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง เพราะเราพูดกันมาพอควร และสหรัฐก็รู้ว่ามันเป็นปัญหาในหลักการอันหนึ่งเช่นเดียวกับบ้านเมืองเขา ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าการเดินทางมาหารือกันครั้งนี้เป็นการเรียกทูตสหรัฐมาพบหรือสหรัฐขอพบ นายดอนกล่าวว่า สหรัฐขอพบมานานแล้วแต่เพิ่งมีเวลาว่าง

Cr. MatichonOnline


DSI จ้องทำคดีพระธรรมกาย หรือจ้องทำลายพระศาสนา กันแน่

DSI จ้องทำคดีพระธรรมกาย หรือจ้องทำลายพระศาสนา กันแน่

ต้องยอมรับว่า คดีของพระธรรมกายเป็นคดีที่ประชาชนเรือนล้าน รวมถึงพระและบุคคลสำคัญทั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจ 

การกระทำของ DSI ที่จ้องทำคดีพระธรรมกาย หรือแท้จริงแล้ว ต้องการทำลายพระศาสนา เพื่อให้คนของ กลุ่ม อำมาตย์ทรราช คสช. เข้านั้งในตำแหน่ง พระสังฆราช กันแน่

ความลับในห้อง ห้องกระจก วัดบวรฯ - พระลิขิต ว่าด้วยเงินอุดหนุนสังฆราช 300 ล้านบาทที่หายไป จะเป็นภูเขาไฟที่รอการปะทุ ได้จริงหรือ

และ การตื่นตัวของพระ และผู้ศรัทธาพระพุทธศาสนา จนท่านเจ้าคุณเบอร์ลิน ออกมากล่าวว่า 

"เนื่องจากช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาเรื่องเลวร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวงการพระพุทธศาสนา ได้สร้างความยุ่งยากให้คณะสงฆ์ ก็ล้วนมีที่มาจากห้องกระจก ทั้งสิ้น"

แล้วก็ให้ข้อมูลตรงกัน

"ที่สำคัญต้นเหตุแห่งการเรื่องร้องเรียนเงินเกือบ 
300 ล้าน ของสมเด็จพระสังฆราช ในวันนี้ นั่นเอง"

ห้องกระจกฝั่งรากในวัดบวรนานแค่ไหน ?

สร้างความยุ่งยากให้วัดบวรมากน้อยเพียงไร ?


คนวัดบวรนั่นแหละรู้ดีที่สุด

พระ และคนที่เขามีใจเป็นธรรม รักความถูกต้อง รักวัดบวร และมีเคารพนับถือในองค์สมเด็จญาณฯ เขาอึดอัดกันทั้งนั้น จึงอยู่ในสถาพน้ำท่วมปาก 
พูดออกไปไม่ได้ มีแต่เสียกับเสีย ทั้งอาจเกิดอันตรายต่างๆกับตนอย่างไม่คาดคิดอีกด้วย ยิ่งเมื่อสมเด็จพระสังฆราชทรงอาพาธด้วยแล้วห้องกระจกก็ยิ่งปรากฏฉายรัศมีแห่งอำนาจมืด แผ่ครอบคลุมทั่วสังฆมณฑล หนักเข้าอีก
โดยเฉพาะ เกิดมีฤาษีคอยแปลงสาส์นสารพัดคือ

ให้พระอักษรเป็นพระลิขิต! 

ให้พระลิขิตเป็นพระบัญชา!

แล้วนำพระลิขิตไปแสวงหาผลประโยชน์นานาประการ ทั้งเงินทอง ตำแหน่ง ลาภยศ จนชื่อเสียงห้องกระจกเน่าฟอนเฟะ ส่งกลิ่นชั่วกลิ่นเหม็นไปทั่วบ้านทั่วเมือง ก็แปลกนะครับ กลิ่นเหม็นเหล่านี้พอเดินเข้าวัดบวรกลับกลายเป็นกลิ่นหอมไปได้ไงก็ไม่ทราบทุกคนเงียบหมด ไม่พระหรือคน

เรื่องเหล่านี้ ใครๆ เขารู้กันทั้งนั้น!! 

ด้วยทรงฤทธิ์ทรงเดช จึงปลุกเสกได้สารพัดดังนั้น จึงมีพระหลายรูปได้เป็นเจ้าคุณ จนถึงรองสมเด็จ โดยง่ายโดยแทบไม่ต้องถามหาคุณสมบัติ หรือกฎระเบียบใดๆทั้งสิ้นก็อิทธิฤทธิ์เพราะห้องกระจกนี้แหละบันดาลได้สารพัดนึก

ยังไม่เพียงแค่นั้น ฤทธิ์เดชชั่วนี้ ก็ยังขยายไปสู่อาณาจักรของคนไม่ใช่พระอีกนั่นก็คือ..... มีคนหลายคนได้เป็น นายพล นายพัน ก็เพราะห้องกระจกนี้ด้วยที่แทบไม่น่าเชื่อเลยก็คือ ....

"ดันมีอีกหลายคนเช่นกัน ที่ได้เป็นคุณหญิง คุณนาย เพราะห้องกระจกนี้เช่นกัน"ตำนานห้องกระจกนี้ BBC หรือCNN คงได้รู้สักวันนะครับ ในอนาคต 
ถึงเวลานั้นเมืองไทยอาจดังก้องโลกด้วยเรื่องเน่าๆ ก็ได้ คงสนุกกันบ้างงานนี้
ไอ้ที่เคยกระหยิ่มใจมาตลอดว่า..

"ใครมันจะมากล้ากับกู"

-------------------------------------------------------------------------------------

ข่าวเงิน 300 ล้านที่หายไป กลับกลายเป็นประเด็นเงียบ ทั้งๆที่มีหลักฐานชัดแจ้งในการเบิกจ่าย 

เรื่องราวทั้งหมด  ท่านเจ้าคุณแขก หนึ่งในผู้ทรงอำนาจ แห่งห้องกระจก พระแขก  แห่งเนปาล ที่เข้ามาอยู่ในวัดบวรฯ ตั้งแต่เด็ก ๆ รู้ดี  รู้แม้กระทั้งการเอาเงินดั่งกล่าวไปซื้อที่อะไรทีใหน เมื่อไร 

และรู้แม้กระทั้ง ครอบครัวของใครได้ผลประโยนช์ จากเงิน 300 ล้าน ของสมเด็จพระสังฆราช  ........... 

ใครกัน ................. เล่าที่กล้าเอาเงินของ สมเด็จพระสังฆราช ไป ใครกันที่ทรงอำนาจ ในห้องกระจก  ถ้าไม่ใช่ นางมารร้าย ที่ชื่ออังกาบ และทำไมไม่มีการขัดขวาง เพราะผลประโยนช์ที่แบ่งกัน ได้ลงตัว โดยการนำเงินของสมเด็จพระสังฆราช 300 ล้าน ไปซื้อที่ดิน ที่ ลุมพินี  เพื่อพัฒนาด้านธุรกิจ  แม้จะมีการกล่าวอ้างเรื่อง ทำเพื่อดำรงไว้ซึ่งพระพุทธพระศาสนา ก็ไม่ควร

เพราะนั้นมันเงินของพระ ของ สมเด็จพระสังฆราช  และเป็นเงินของแผ่นดิน 

หากเรามีเปรียบเทียบ ระหว่างเงินของแผ่นดิน กับเงินของประชาชน ในกรณี ของวัดพระธรรมกาย แล้วนั้น


มันชั่งแตกต่างกันราวหน้ามือกับหลังตีน อย่างเห็นได้ชัด


พระธัมมชโย ท่าน ไม่เคยทำสิ่งที่ไม่ดีเลย มีแต่ทำความดีและประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนา เงินที่ได้สร้างวัดสร้างความเจริญให้กับพระพทุธศาสนา ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเงินบริจาคทั้งสิ้น 


ประเด็นที่น่าสงสัย ระหว่างเงินแผ่นดินกับเงินบริจาคของประชาชนผู้ศรัทธา
ทำไมสมุนของ ทรราช คสช. อย่าง DSI และมารศาสนาที่เกี่ยวข้องต้องการ ทำร้ายพระธัมมชโย 

1. ตอนนั้นคดีจบ เพราะบอกว่าเงินสหกรณ์บริจาคให้วัด 684 ล้าน และคนวัดเห็นใจสหกรณ์จึงรวบรวมกันคืนให้ทั้งหมด

2. ตอนนี้มาบอกว่าเงินสหกรณ์ที่หายเป็นหมื่นล้าน ย้ำหมื่นล้าน โยนความผิดมาให้วัด ทั้งๆที่ข้อมูลหลักฐานตอนนั้นชัดเจนมาก 684 ล้าน อย่างนั้นหรือ

3. ผลประโยชน์ของเรื่องนี้คืออะไร ใครกันที่ปลุกกระแสสร้างภาพลบๆให้พระพุทธศาสนา แล้วสุดท้ายใครที่ได้ผลประโยชน์ หากไม่ใช่ ทรราช คสช. ที่ต้องการ กำจัด สมเด็จช่วงและ เลื่อนการแต่งตั้งพระสังฆราช ออกไป อย่างไม่มีกำหนด 

เงินหายแต่ไม่ไป ต้องหาที่ที่มันหาย ทั้งเงินบริจาคให้วัดธรรมกาย ทำไมมันถึงแตกต่างกับเงินที่หายไปของ พระสังฆราช 

มารศาสนาอย่าง DSI ต้องการทำลายพระศาสนาไปทำไม ถ้าไม่มีคนสั่ง 

DSI และ ทรราช คสช. รู้หรือไหมว่าการทำเช่นนี้เป็นการ ปลุกพระ และประชาชนผู้ศรัทธาจะลุกขึ้นมา รวมตัวกันต่อต้าน ทรราช คสช. อย่างถึงที่สุดและนั้น จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง ขององค์กรพระพทุธศาสนา

หากการรวมตัวของพระ และประชาชนใน วันที่ 16 พ.ค.นี้ อาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศและคงไม่มีใครทนได้ เมื่อเห็น

"ทหารและข้าราชการของทรราช คสช. ฆ่าพระและทำลายพระศาสนา "

-
เสรีชน 


โพสต์ล่าสุด

สรุปข่าว: NATO ส่งสัญญาณหนุน “ลดภัยจากอิหร่าน” ผ่าน Operation Epic Fury (สหรัฐฯ นำ)

สรุปข่าว: NATO ส่งสัญญาณหนุน “ลดภัยจากอิหร่าน” ผ่าน Operation Epic Fury (สหรัฐฯ นำ) สรุปข่าว: NATO ส่งสัญญาณ...

Popular Posts