ยินดีต้อนรับ

พลเมืองที่รอบรู้เท่าทัน คือ พลังประชาธิปไตยที่แท้จริง
Well-informed citizens are the true democratic forces.

Thursday, September 24, 2015

‘ทักษิณ’ แกล้งตายหรือใกล้ตาย?? โดยพูลเดช กรรณิการ์

'ทักษิณ' แกล้งตายหรือใกล้ตาย?? โดยพูลเดช กรรณิการ์


'ทักษิณ' แกล้งตายหรือใกล้ตาย?? โดยพูลเดช กรรณิการ์
Last updated: 23 September 2015 | 21:47
ท่าทีล่าสุดของ ทักษิณ ชินวัตร ระหว่างพำนักอยู่ที่ฮ่องกง ที่เปิดเผยผ่านทางแกนนำคนเสื้อแดง คือ นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร และผ่านทาง นายนพดล ปัทมะ ทนายความส่วนตัว ตรงข้ามกับความคาดหมายของหลายคนที่คิดว่าทักษิณจะต้องออกมา "ชน" กับ คสช.อีกรอบ และการมาฮ่องกงก็คือการมาบัญชาการรบระลอกใหม่

 เพราะก่อนหน้านี้ ทักษิณออกมาดับเครื่องชน คสช.อย่างรุนแรง เริ่มจากการออกมาพูดถึงเบื้องหลังการปฏิวัติเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีการยึดอำนาจของ คสช. และหลังจากนั้นก็ตามมาด้วยการท้าทายให้ คสช.ถอดยศ รวมทั้งการวิพากษ์วิจารณ์ คสช.ในหลายเรื่อง เช่น เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ ระหว่างที่เดินทางไปพบคนไทยในฟินแลนด์และเยอรมัน

 แต่ท่าทีล่าสุดระหว่างอยู่ในฮ่องกงเหมือนหนังคนละม้วน

 โดยนายขวัญชัยให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์ระหว่างที่ ทักษิณพำนักอยู่ที่ฮ่องกงว่า ได้พูดคุยกับอดีตนายกฯทักษิณที่บอกกับเขาว่าให้แกล้งตายนานขึ้นอีกนิด สถานการณ์เวลานี้ให้นิ่งเฉยก่อน อย่าตื่นตระหนก และแกล้งตาย

 "ท่านบอกผมว่า ให้คอยกระทั่งเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งนั่นจะเป็นช่วงที่เราจะได้รับชัยชนะ ตอนนี้มีเพียงแค่คำถามที่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่" นายขวัญชัยกล่าวกับรอยเตอร์

 เป็นที่น่าสังเกตว่า นายขวัญชัยระบุกับรอยเตอร์ว่า ได้พูดคุยกับทักษิณเมื่อประมาณหนึ่งเดือนมาแล้ว ซึ่งเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้วทักษิณยังเดินสาย โจมตี คสช.อยู่ในยุโรป แล้วจะสั่งไพร่พลให้แกล้งตายหรือ เพราะที่จริงจะต้องสั่งสู้

 จากข้อสังเกตข้างต้น จึงเป็นไปได้สองทาง คือ หนึ่ง นายขวัญชัยเพิ่งคุยกับทักษิณในช่วงที่ทักษิณอยู่ในฮ่องกงนี่แหละ  และทักษิณได้เปลี่ยนท่าทีผ่านมาทางนายขวัญชัย สอง มีการพูดคุยกันระหว่าง คสช.กับตัวแทนทักษิณในเมืองไทย และตกลงกันได้ โดยให้ทักษิณหยุดความเคลื่อนไหวในช่วงนี้ เพื่อแลกกับอะไรบางอย่าง ซึ่งทักษิณก็ตอบตกลง โดยนายขวัญชัยน่าจะมีส่วนอยู่ในการพูดคุยลับครั้งนี้ด้วย จึงถูกมอบหมายให้เป็นผู้ออกมาส่งสัญญาณถึงไพร่พลของทักษิณโดยอ้างทักษิณ

 อีกคนหนึ่งที่ออกมาพูดถึงท่าทีของทักษิณในช่วงที่ ทักษิณอยู่ในฮ่องกง แต่ครั้งนี้ไม่ได้พูดโดยอ้างคำพูดทักษิณเหมือนเคย คือ นายนพดล ปัทมะ ทนายความส่วนตัว ที่กล่าวว่า ที่มีแหล่งข่าวใกล้ชิดอ้างว่าทักษิณจะออกคลิปวิจารณ์การเมืองและ คสช.นั้น ตนไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ให้ข่าว แต่เชื่อว่าจะไม่มีการออกคลิปใดๆ เพราะอดีตนายกฯคงอยากจะใช้ชีวิตเงียบๆ และไม่ประสงค์จะเป็นเงื่อนไขที่ถูกโยงไปให้เกิดความขัดแย้ง และคงจะไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองในประเทศ ดังนั้นแหล่งข่าวข้างต้นจึงให้ข่าวที่คลาดเคลื่อนจากความจริง

 คำพูดของนายนพดลคือการพยายามยืนยันว่า ทักษิณหยุดรบ และจะไม่ออกมาชนกับ คสช. ซึ่งมีความหมายสอดคล้องกับที่นายขวัญชัยบอกว่า "แกล้งตาย"

 ทำไมทั้งนายขวัญชัยและนายนพดลถึงต้องออกมาพูดแทน "นายใหญ่" ว่า "แกล้งตาย"

 หนึ่ง เพราะทักษิณออกมาพูดเองไม่ได้ว่า แกล้งตาย เพราะหากพูดเองจะทำให้ไพร่พลในฝ่ายฮาร์ดคอร์ที่ต้องการให้สู้เสียศรัทธา สอง ทั้งนายขวัญชัยและนายนพดลมองเห็นแล้วว่า สถานการณ์ในตอนนี้สู้ไปก็ "ตายจริงๆ" สาม เพื่อส่งสัญญาณตอบรับไปยัง คสช.ว่าจะหยุดรบ จนกว่าจะถึงเลือกตั้ง ขานรับตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ออกมาพูดถึงทักษิณว่า "ผมก็อยากให้ท่านอยู่เฉยๆก่อน ถ้าท่านอยากจะเล่นอะไร พรรคพวกจะทำอะไร ก็รอหลังมีรัฐธรรมนูญ มีการเลือกตั้ง แต่ตอนนี้ขอให้นายกฯทำงานก่อน"

 ข่าวว่า "บิ๊กป้อม" พูด ถึงทักษิณอย่างอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ไม่ได้เคร่งเครียดอะไร คล้ายกับแน่ใจว่ายังไงทักษิณก็ต้องตอบรับ หรืออาจได้รับสัญญาณจากทักษิณมาแล้วว่าจะหยุด (แกล้งตาย)

 คล้ายเป็นอาการอารมณ์ดีของผู้ชนะ

 ทำไมทักษิณและแกนนำมวลชนคนสำคัญอย่างนายขวัญชัยและที่ปรึกษากฎหมายคู่ใจอย่างนายนพดล จึง "แกล้งตาย" ง่ายดายนัก

 หรือแท้ที่จริงกำลัง "ใกล้ตาย" จึงแสร้งทำเป็น "แกล้งตาย" เพื่อกลบเกลื่อน

 ถูกต้อง ทักษิณกำลังใกล้ตาย เพราะสถานการณ์หลายอย่างตกอยู่ในกำมือหรือการควบคุมของ คสช.เบ็ดเสร็จแล้ว

 หนึ่ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะต้องชดใช้ค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว 5 แสน 1 หมื่นล้านบาท หากไม่จ่ายเงินชดใช้ก็จะถูกยึดทรัพย์ นอกจากนี้ยิ่งลักษณ์อาจติดคุกจากคดีเดียวกันนี้ด้วย

 อย่างนี้เรียกว่าใกล้ตาย ไม่ใช่แกล้งตาย เพราะเมื่อ คสช.และรัฐบาลตัดสินใจเดินหน้าในเรื่องเรียกชดใช้ค่าเสียหาย ทุกอย่างก็ต้องเดินหน้า และหยุดไม่ได้

 ทักษิณเจอดอกนี้เข้าไป ถึงกับนิ่งและแก้ลำไม่ออก แม้กระทั่งมุกเดิมที่เคยนำมาใช้สมัยตัวเองถูกยึดทรัพย์ โดยอ้างเป็นเรื่องการเมือง และเป็นเรื่องการใช้อำนาจจากคณะปฏิวัติ ก็นึกไม่ออก และไม่งัดมาใช้ เพราะเงินตั้ง 5 แสนล้าน เป็นใครก็ต้องมึน

 สอง พานทองแท้ ชินวัตร ก็คอขึ้นเขียงในคดีทุจริตแบงก์กรุงไทยเช่นกัน หาก คสช.และรัฐบาลเดินหน้าอย่างจริงจัง โดยไม่กลัวว่าจะถูกแฉกลับว่ามีคนในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีส่วนรับผลประโยชน์หรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตนี้

 สถานการณ์ของนายพานทองแท้ก็ถือว่าใกล้ตายตามยิ่งลักษณ์ไปอีกคน ทั้งน้องสาว ทั้งลูกชาย ใกล้ตาย

 สาม แกนนำคนสำคัญในเครือข่ายทักษิณ ทั้งแกนนำในพรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. เข้าคุกไปครึ่งตัวเกือบทุกคนแล้ว เนื่องจากถูกศาลตัดสินจำคุก และทุกคนอยู่ในระหว่างประกันตัว ดังนั้น หากมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองในลักษณะต่อต้าน คสช.อีก ก็หนีไม่พ้นจะต้องเข้าไปอยู่ในคุกเต็มตัว

 ดังนั้น สถานการณ์ในส่วนไพร่พลของทักษิณถือว่า เดี้ยงทั้งกองทัพ ขณะที่อีกบางส่วนก็ต้องหนีไปต่างประเทศ ไม่มีทางที่จะลุกขึ้นสู้กับ คสช.ได้ในตอนนี้ ถึงไม่อยากแกล้งตาย ก็ต้องแกล้งตาย ซึ่งที่จริงคือตายจริงๆแล้วในตอนนี้

 สี่ นี่ยังไม่รวมกับการที่ คสช.และรัฐบาลเปิดเกมบุกรุกเข้าสู่พื้นที่ฐานมวลชนรากหญ้าของทักษิณ โดยใช้อดีตขุนพลคู่ใจของทักษิณ คือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เข้าไป "ย้อนเกล็ด" ทักษิณ ซึ่งทักษิณยังรับมือไม่ถูกว่าจะสู้อย่างไรกับเกมบุกครั้งนี้ หรืออาจต้องยอมถูกบุกไปก่อน เพื่อต่อรองหรือแลกกับอะไรบางอย่าง

 ทั้งสี่สถานการณ์ข้างต้น ซึ่งอยู่ในกำมือของ คสช.ถึง 3 สถานการณ์ ยกเว้นสถานการณ์ที่สี่ ทำให้ทักษิณต้องแกล้งตาย โดยบอกว่าจะไปสู้ในตอนเลือกตั้ง ซึ่งมั่นใจว่าตัวเองจะชนะอีกครั้ง

 ซึ่งเป็นการแกล้งตาย เพื่อรักษาชีวิตยิ่งลักษณ์ พานทองแท้ และแกนนำคนสำคัญ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ แกล้งตายเพื่อหวังต่อรองไม่ให้ถูกชดใช้ค่าเสียหายและถูกยึดทรัพย์อีกรอบ

 ทว่า หากมองให้ขาดจะพบว่า การแกล้งตายครั้งนี้ จะนำไปสู่การตายจริงๆของระบอบทักษิณในที่สุด เพราะยังไงคดีของยิ่งลักษณ์ พานทองแท้ และแกนนำคนสำคัญ นั้นก็ไม่สามารถ "ถอยหลัง" ได้ (ก็เหมือนกับคดีของทักษิณ) ทุกคดียังไงก็ต้องเดินหน้า อย่างดีที่ทำได้คือถ่วงเวลาไว้เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าทักษิณจะไม่สามารถลุกขึ้นต่อกรกับ คสช.ได้อีกเลย ขณะที่อีกด้านหนึ่ง คสช.ก็จะต้องใช้ห้วงเวลาที่ทักษิณแกล้งตาย รุกคืบขจัดฐานกำลังและยึดคืนพื้นที่ทางการเมืองทุกอย่างของทักษิณกลับคืน รวมทั้งการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อตัดรากถอนโคนระบอบทักษิณอย่างสิ้นซาก

 ดังนั้น เมื่อถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า ทักษิณคงจะไม่มีแรงเคลื่อนไหวอะไรอีก เพราะ คสช.คงไม่ยอมปล่อยให้ทักษิณแกล้งตาย แต่คงทำให้ตายจริงๆไปเลย ก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า!!!

 

First posted: 23 September 2015 | 16:09

เลห์กลในสงครามข่าวสาร ของเผด็จการศักดินา

เลห์กลในสงครามข่าวสาร  ของเผด็จการศักดินา
.........................

ผด็จการ(ทหาร)+อำมาตย์มีวิธีการเล่นสงครามข่าวโดยการเอาข่าวหนึ่งมากลบอีก ข่าวหนึ่งเพื่อเบี่ยงเบนกระแสต่อต้านของประชาชนขอให้พี่น้องฝ่ายปชต.รู้เท่า ทันเลห์กลอันชั่วร้ายของเผด็จการศักดินายกตัวอย่างเหตุการณ์ข่าวที่ผ่านมา ดังนี้

1.ข่าวนักศึกษาดาวดินถูกจับกุมขังเริ่มก่อกระแสความไม่พอใจของประชาชนไปในวง กว้างมากยิ่งขึ้นในห้วงเวลาเดียวกันนั้นก็มีข่าวน้องแตงโม.แตงเน่ากินยาฆ่า ตัวตายหลังจากผิดหวังจากโตโน่ข่าวกินยาฆ่าตัวตายของน้องแตงเน่าถูกปลุกความ สนใจมากกว่าข่าวนักศึกษาดาวดินที่ถูกคุมขัง

2.ข่าวรัฐบาลประยุทธส่งผู้อพยพอุยกูร์ให้จีนได้สร้างความไม่พอใจของผู้ นับถือศาสนาอิสลามไปอย่างกว้างขวางเริ่มก่อกระแสความไม่พอใจของคนไทยไปในวง กว้างในระหว่างนั้นก็มีข่าวว่าจีนพบกล่องดำของสายการบินมาเลย์เซียแอร์ไลน์ ที่สูญหายไปและรัฐบาลมาเลเซียสร้างความผิดพลาดจนทำให้คนบนเครื่องบินต้องหาย สาปสูญ
ข่าวดังกล่าว มีผลให้ข่าวส่งผู้อพยพอุยกูร์เบาบางลงและเริ่มเงียบไปจนมาเกิดเหตุระเบิดราช ประสงค์เรื่องราวดังกล่าวจึงถูกหยิบยกมาพูดถึงอีกครั้ง

3.ข่าวผู้รักประชาธิปไตยแสดงออกด้วยการเดินจาก มธ.ไปอนุเสาวรีย์ ปชต.สามารถกระตุ้นให้ประชาชนส่วนใหญ่ตระหนักถึงความเป็นประชาธิปไตยและในขณะ เดียวกันที่บิ๊กเหล่ประยุทธเตรียมตัวเดินทางไปนิวยอร์คได้เกิดกระแสเตรียม การประท้วงโดยคนไทยผู้รักปชต.ที่หน้าองค์การสหประชาชาตินิวยอร์คและเริ่มจุด กระแสความสนใจของผู้รักปชต.ไปทั่วประเทศ
.....อยู่ดีๆก็มีข่าว"ตั้น" จิตภัส กฤดากร(ภิรมย์ภักดี) กำลังจะได้รับการติดยศเป็นร.ต.ต.หญิงตำเหน่งรองสารวัตรข่าวดังกล่าวจุดพลุ ความไม่พอใจต่อวงการตำรวจและผู้รักปชต.อย่างรุนแรงเพราะตั้นคือหนึ่งใน นกหวีดที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีตำรวจและขบวนหารยุติธรรมแต่ข่าวดังกล่าวมีผลให้ ข่าวความไม่ชอบธรรมหรือเลวร้ายของรัฐบาลเผด็จการทหารที่กำลังเกิดกระแสต่อ ต้านไปทั่วประเทศได้ถูกกลบด้วยข่าว"ตั้น"ในชั่วข้ามคืน

................................

หมายเหตุ
1.กรณีข่าวจากเหตุการณ์ต่างๆทำให้มองเห็นเลห์กลของเผด็จการศักดินาที่พยายามเบี่ยงเบนความสนใจต่อการกระทำอันล้มเหลวของตนเอง

2.ประชาชนผู้รักปชต.ที่กำลังต่อสู้กับเผด็จการศักดินาควรรู้เล่ห์กลในการ เล่นสงครามข่าวสารเพราะฝ่ายเผด็จการศักดินาจะอาศัยประสบการณ์ เครื่องมือรัฐตลอดจนกลไกราชการเพื่อกลบเกลื่อนหรือเบี่ยงเบนข่าวสาร ที่มีผลกระทบต่อตัวเอง

3.ข่าวของบุคคลบางคน จะมีอิทธิพลในการจูงใจต่อความสนใจค่อนข้างแรงเช่นข่าวแตงโมข่าวตั้น ซึ่งเป็นบุคคลที่ฝ่ายปชต.ไม่พอใจและเกลียดชังอยู่แล้วการเล่นข่าวของบุคคล ดังกบ่าวของเผด็จการศักดินาจะสามารถกลบเกลื่อนหรือเบียงเบนความสนใจของ ประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ
ดังนั้นประชาชนผู้รักปชต.ควรรู้เท่าทันหากจะติดตามข่าว"ตั้น"ได้รับการอวยยศ หรือไม่ก็ไม่ควรทิ้งเป้าหมายในการเล่นข่าวความเลวร้ายหรือล้มเหวจากการกระทำ อันไม่ชอบธรรมของเผด็จการศักดินาเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายในความเป็น ประชาธิปไตย..อย่างแท้จริง

“ทำไมคนไทยหลายคนต้องหลบลี้ หนีภัย ไปอยู่ต่างประเทศ”

จอม เพชรประดับ


การจะตอบคำถามที่ว่า "ทำไมต้องหลบลี้ หนีภัย ไปอยู่ต่างประเทศ" ของคนไทยกลุ่มหนึ่ง ซึ่งขณะนี้น่าจะได้คำตอบและยอมรับตัวเองแล้วว่าเป็น "ผู้ลี้ภัยทางการเมือง" ทั้งที่ก่อนหน้านี้ อาจจะมึนงง สับสน ไม่แน่ใจว่าจะเอาอย่างไรกับอนาคตหรือชีวิตของตัวเอง เมื่อไม่พอใจ ไม่เห็นด้วย กับการรัฐประหารวันที่ 22 พฤษภาคม 2557

คนไทยที่ออกไปลี้ภัยการเมืองอยู่ในต่างประเทศอาจจะไม่เป็นที่คุ้นเคยของชาวต่างชาติ หรือรัฐบาลต่างประเทศมากนัก เพราะตลอดเวลากว่าร้อยที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่เคยผ่านวิกฤติสงครามกลางเมือง หรือ สงครามระหว่างประเทศ ที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายของผู้คนเป็นจำนวนมากมาก่อน


นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ขอลี้ภัยการเมืองอยู่ในต่างประเทศ และอีกฐานะหนึ่งคือ เลขาธิการองค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย (Free Thai Organisation for Human Rights and Democracy) ซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วขณะนี้ กล่าวถึงเหตุผลที่ต้องหนีออกมาต่อสู้ในต่างประเทศว่า 
"หัวใจสำคัญที่ผมตัดสินใจหนีออกมาสู้ในต่างประเทศ เพราะไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร เราต้องการต่อสู้ให้ได้มาซึ่งสิทธิเสรีภาพ อิสรภาพ ความเสมอภาค และความยุติธรรม กี่ปี่มาแล้ว กี่ครั้งมาแล้ว ที่ประเทศไทยเกิดการทำรัฐประหาร แต่สุดท้ายประเทศก็ไม่มีอะไรดีขึ้น แสดงว่ามันต้องมีอำนาจอะไรบางอย่างที่ไม่ต้องการให้คนไทยเป็นเจ้าของอธิปไตยอย่างแท้จริง หรือไม่ต้องการที่ให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงตามที่ประชาชนเรียกร้องต้องการ"

ความเป็นอดีตนักการเมือง ออกมาเป็นแกนนำเคลื่อนไหวต่อสู้ทางการเมืองในต่างประเทศ อาจจะไม่เป็นที่ยอมรับ และไม่ชอบธรรมในการเคลื่อนไหวร่วมกับประชาชนกลุ่มอื่นๆ เพราะอาจจะถูกมองว่ามีผลประโยชน์ทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง

"ผมลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก่อนที่จะเดินทางออกนอกประเทศไทยด้วยซ้ำ และตอนนี้ ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับพรรคเพื่อไทยอีกแล้ว หรือแม้แต่กับกลุ่ม นปช. ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว ผมเคลื่อนไหวในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเท่านั้นเอง" นายจารุงพงศ์ กล่าวยืนยันจุดยืนและสถาภาพของตัวเองในขณะนี้ พร้อมทั้งยืนยันว่า หากเมืองไทยมีการเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้ง ก็จะไม่เล่นการเมืองอีกต่อไปแล้วเช่นกัน

พร้อมทั้งย้ำด้วยว่า การถือกำเนิดขึ้นขององค์การเสรีไทยฯ ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือใดๆ จากพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก คุณ ทักษิณ ชินวัตร หรือตระกูลชินวัตร

"คุณทักษิณเป็นนักการเมืองคนหนึ่งที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐประหาร มีชะตากรรมเดียวกับคนไทยที่ถูกยึดอำนาจไป ซึ่งคุณทักษิณ ไม่ได้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือองค์กรเสรีไทยเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นด้านใด เราเป็นกลุ่มคนไทย ซึ่งมีทั้งนักการเมือง ประชาชน นักวิชาการ นิสิตนักศึกษา ที่รักในประชาธิปไตย และมีเป้าหมายเดียวกันคือการคัดค้านรัฐประหาร ต้องการให้ประเทศไทย เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง เรารวมตัวกัน สนับสนุนช่วยเหลือกันเอง ดูแลกันเอง โดยได้รับการช่วยเหลือจากกลุ่มคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศต่างๆ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้การสนับสนุนอย่างสำคัญ" นายจารุพงศ์ชี้แจง

กลุ่มคนไทยที่ทำธุรกิจ ทำงาน เป็นพลเมืองของประเทศนั้นๆ อยู่แล้ว และมีหัวใจรักประชาธิปไตย เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ ที่คอยให้การสนับสนุนการเคลื่อนไหวขององค์การเสรีไทยฯ และกลุ่มคนไทยผู้ขอลี้ภัยทางการเมือง

"ไม่ชอบเผด็จการ ไม่ชอบความไม่ถูกต้อง ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงได้เสียที ประเทศเรายังพัฒนาไปไม่ถึงไหนเพราะอะไร เพราะประชาชนไม่มีสิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริง นี่คือสิ่งที่ผลักดันให้เราออกมาต่อสู้" คุณศักดิ์ เครือข่ายเสรีไทยฯ จากประเทศเบลเยียมบอกกล่าวถึงความรู้สึก และให้ข้อมูลด้วยว่า มีคนไทยที่หนีออกมาอยู่ในประเทศเบลเยียมหลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา ประมาณสิบคน บวกกับกลุ่มคนไทยที่มาก่อนหน้านี้อีกเป็นจำนวนหลายร้อยคนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย แต่ส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะแสดงตัว จะแสดงออกผ่านเฟซบุ๊ก หรือ โซเซียลมีเดียกันมากกว่า เพราะยังมีความกลัวและไม่มั่นใจ แต่เชื่อว่านับจากนี้ไป ก็จะมีการเคลื่อนไหวที่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น

คุณแพท เครือข่ายเสรีไทยฯ ในสวิตเซอร์แลนด์ บอกว่า 20 กว่าปีที่ผ่านมา ได้ต่อสู้เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงมาโดยตลอด และจะต่อสู้ต่อไป คนไทยในเบลเยียมมีเป็นจำนวนมาก ที่ไม่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นประเทศเผด็จการ แต่ยังรวมตัวกันไม่ได้ และไม่กล้าเปิดเผยตัว ที่เปิดเผยตัวมีเพียงแกนนำไม่กี่คน แต่กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวจะได้รับการสนับสนุนจากคนที่ไม่พร้อมที่จะออกมา

คุณต้น เครือข่ายเสรีไทยในสหรัฐอเมริกา บอกว่า ต่อสู้กับอำนาจเผด็จการมาเป็นเวลา 14-15 ปีแล้ว เคยถูกจับกุม คุมขังในเมืองไทยมาแล้วด้วย การที่เข้าร่วมต่อสู้ให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นครั้งสำคัญในชีวิต เพราะถือเป็นการต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง ต่อสู้กับความอยุติธรรมในประเทศไทยอย่างเป็นระบบครั้งแรก

"ผมอยู่ในต่างประเทศมาก่อน ผมเห็นประเทศอื่นเขาพัฒนาก้าวหน้าไปกว่าเรามากแล้ว ทั้งๆ ที่บางประเทศเคยล้าหลังกว่าเรามาก แต่ดูประเทศไทยของเราในวันนี้สิ ผมรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ หรือน้อยอกน้อยใจแทนคนไทยทั้งประเทศ ทุกครั้งที่เห็นพลเมืองในประเทศที่พัฒนาแล้ว มีชีวิตอย่างสุขสบาย มีความมั่นคงในอาชีพการงาน ได้รับการดูแลในแง่สวัสดิการจากรัฐบาลเป็นอย่างดี เขาอยู่ในประเทศของเขา อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี แต่คนไทยในประเทศไทย ทำไมถึงอยู่ในบ้านเมืองตัวเองอย่างไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและเกียรติยศในความเป็นเจ้าของประเทศมาโดยตลอด..ทำไม" คุณต้นเปรียบเทียบอย่างน้อยอกน้อยใจ

คุณต้นกล่าวว่า สิ่งที่เครือข่ายเสรีไทยจะต้องทำ คือการเปิดเผยความจริงให้ชาวโลกได้รับรู้ ให้สังคมโลกเห็นความอยุติธรรมในประเทศไทย การที่คนไทยถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพและถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จะต้องร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อแก้ปัญหานี้ในประเทศไทย

"ประเทศไทยของเราในเวลานี้ ถูกควบคุม หรือยึดครองไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพยากร หรือโอกาสของการดำรงชีวิต ส่วนใหญ่อยู่ในกำมือของผู้มีเงินมีอำนาจเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ คนส่วนน้อยควบคุมเกือบทุกอย่าง ดังนั้น คนไทยทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมทั้งพลังของชาวต่างชาติที่เขารักประชาธิปไตย ต้องรวมเป็นพลังเพื่อแก้ปัญหานี้ในประเทศไทยให้ได้ ผมเชื่อมั่นว่าในที่สุดแล้ว เราจะเป็นฝ่ายชนะ" คุณต้นกล่าว

คุณลุงวู้ดดี้ อายุ 70 กว่าปีและเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เครือข่ายเสรีไทยฯ สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ตนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาตั้งแต่ 14 ตุลา 16 ความตั้งใจของคนไทยในอเมริกา คือการต่อต้านกับเผด็จการที่ไม่ต้องการระบอบประชาธิปไตย อันนี้ชัดเจน ประเทศไทยเริ่มต้นเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ทั้งสมัยคุณชาติชาย สมัยคุณทักษิณ แต่สุดท้ายก็ถูกรัฐประหารไปเสียทุกครั้ง

"คนไทย และประเทศไทย ไม่ควรจะตกอยู่ในวังวนนี้อีกแล้ว ผมสู้มาเยอะแล้ว ถึงตอนนี้ผมไม่กลัวอะไรอีกแล้ว จะสู้จนชีวิตจะหาไม่ จะสู้กับมันจนวันตาย เพื่อให้คนไทยได้อิสรภาพ และเสรีภาพกลับคืนมา เมื่อเราได้เห็นความเจริญของประเทศที่พัฒนามาแล้ว ผมต้องการเห็นเมืองแม่ของเรา มีการพัฒนาประเทศให้เจริญเหมือนประเทศอื่นๆ ที่เขาพัฒนาแล้วบ้าง เราจะต้องไม่ให้ลูกหลานของเราต้องมามีชะตากรรมเหมือนกับเรา เราจะต้องต่อสู้เพื่อเขาและเพื่ออนาคตของเขา" คุณลุงวูดดี้กล่าว

คุณรัฐ เครือข่ายเสรีไทยจากประเทศไทย กล่าวว่า เห็นภาพการทำร้ายประชาชนครั้งแรกในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ทำให้เห็นความอยุติธรรมในประเทศไทย จากนั้นเริ่มชัดเจนมากขึ้น เมื่อเกิดการทำร้ายประชาชนในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองในปี 2553 และเห็นการต่อสู้ของประชาชนตัวเล็กๆ อย่างคุณลุงนวมทอง ไพรวัลย์ รวมทั้งเมื่อเกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา ทำให้ตาสว่างขึ้น จึงเข้าร่วมที่จะเคลื่อนไหวให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย

"การเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารในประเทศไทยเวลานี้ ยังมีอยู่ และมีจำนวนมากด้วย แต่ไม่สามารถเคลื่อนไหวออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน จะเคลื่อนไหวผ่านการใช้ไลน์ เฟซบุ๊ก เป็นหลัก เพราะถ้าออกมาแล้วจะโดนจับ ถามว่า อยากออกมามั้ย ก็อยากจะออกมา แต่ยังมีกฎอัยการศึก บางคนเมื่อออกมาแล้วก็ถูกจับกุม หรือโดนติดตามตัว มากๆ เข้าก็จะฝ่อไป หรือท้อไปกันเยอะ บางคนคิดว่า สู้ไปก็ไม่ชนะ ที่สำคัญขณะนี้ เราขาดแกนนำที่จะออกมาสู้ ถ้ามีแกนนำ จะทำให้เกิดเป็นกำลังใจให้กับคนอื่นๆ ได้มาก" คุณรัฐกล่าว

การพูดคุยกันของกลุ่มบุคคลที่ลี้ภัยการเมืองอยู่ในต่างประเทศ ที่เข้าร่วมเครือข่ายเสรีไทย และกลุ่มเคลื่อนไหวจากประเทศไทย หลายคน ไม่เคยร่วมขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองกับกลุ่มคนเสื้อแดง หรือ นปช.มาก่อน เพียงแต่เป็นผู้ติดตาม บางประเด็นก็เห็นด้วย และบางประเด็นก็ไม่เห็นด้วยกับ นปช. บางคนระบุชัดเจนว่าไม่ชอบ และไม่พอใจ พรรคเพื่อไทย พ.ต.ท.ทักษิณ และ กลุ่ม นปช. อยู่หลายเรื่อง

สิ่งที่คนกลุ่มนี้รู้สึกร่วมกันคือ การเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ให้กับแผ่นดินแม่ของตัวเอง ไม่ได้เคลื่อนไหวเพื่อ นปช. ไม่ได้รับใช้พรรคเพื่อไทย และไม่ได้เป็นทาส พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างที่ถูกกล่าวหาจากคนไทยบางกลุ่ม และรัฐบาลเผด็จการทหารในประเทศไทย นี่เป็นประเด็นสำคัญ

ส่วนวิธีการและรูปแบบการเคลื่อนไหวของแต่ละกลุ่มนั้น ก็จะเป็นอิสระจากกัน ไม่ติดยึดอยู่กับองค์การเสรีไทยฯ แต่มีเป้าหมายร่วมกันคือ การจะปลดแอกประเทศไทย ให้หลุดพ้นจากพันธนาการที่กดหัว หรือ กดทับคนไทยอยู่ในขณะนี้

วสิษฐ์ ออกโรงเอง... ระดมคนแอลเอ ให้กำลังใจโจรกบฏ

วสิษฐ์ ออกโรงเอง... ระดมคนแอลเอ ให้กำลังใจโจรกบฏ