ยินดีต้อนรับ

พลเมืองที่รอบรู้เท่าทัน คือ พลังประชาธิปไตยที่แท้จริง
Well-informed citizens are the true democratic forces.

Tuesday, September 22, 2015

สงกรานต์ กระจ่างเนตร แนะนำประยุทธ์ เรื่องไปอยู่ที่ยูเอ็น

สงกรานต์ กระจ่างเนตร อาจจะเป็นที่รู้จักในนามของสามีอดีตดาราดัง คัทลียา กระจ่างเนตร แต่นักธุรกิจหนุ่มคนนี้มีแนวคิดทางการเมืองชัดเจน และแสดงออกผ่านการเขียนบทความอยู่เนืองๆ ล่าสุดคุณสงกรานต์ได้เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ แนะนำพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวาระที่นายกฯและคณะจะเดินทางไปร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก 

คุณสงกรานต์เริ่มต้นด้วยการอวยพรให้นายกฯและคณะโชคดี ก่อนที่จะบอกว่านายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ต้องเตรียมพร้อมพลเอกประยุทธ์อย่างรัดกุม ว่าควรจะต้องปรับทัศนคติของตัวเองให้มีเหตุมีผลมากขึ้น ในการพูดจาในประเทศเสรีประชาธิปไตย ที่นักข่าวถูกฝึกมาเหมือนกับสุนัขตำรวจให้พร้อมจะกัดไม่ปล่อย หากเจอวาทะปกปิดหลอกลวง หรือไม่มีเหตุมีผลเพียงพอ

คุณสงกรานต์ยังให้คำแนะนำแก่พลเอกประยุทธ์ถึง 3 ข้อ ในการเอาตัวรอดจากการปรากฏตัวในเวทียูเอ็นครั้งนี้ นั่นก็คือ 

1. ไม่ควรปฏิเสธว่าไทยไม่ได้ปกครองด้วยเผด็จการทหารอย่างที่รัฐมนตรีดอนทำในการสัมภาษณ์หลายครั้งที่ผ่านมา เพราะการจับกุมนักศึกษาที่เดินขบวนอย่างสงบ และการคุมขังนักข่าวที่แสดงความเห็นผ่านทวิตเตอร์ บ่งบอกว่าไทยไม่ได้แค่ไม่มีประชาธิปไตยเท่านั้น แต่ยังปราศจากหลักนิติรัฐด้วย

2. การที่นายกฯระเบิดอารมณ์หรือแสดงกิริยาไม่เหมาะสมใส่สื่อต่างประเทศ จะไม่ถูกมองเป็นเรื่องตลกขำขันเหมือนที่ทำกับสื่อไทยแน่นอน เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในกรณีที่รัฐมนตรีต่างประเทศคนก่อน พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ไปเล่นมุขสารภาพรักกับรัฐมนตรีต่างประเทศจีน จนเป็นเรื่องฮือฮากันทั้งโลก คุณสงกรานต์แนะนำว่าถ้านายกฯหรือรัฐมนตรีดอนจะสารภาพรักก็ขอให้บอกรักประเทศชาติและในหลวงจะดีกว่า

3. เมื่อนายกฯได้มีโอกาสไปนิวยอร์กแล้ว ก็ควรไปเยือนสถานที่ที่คุณสงกรานต์เคยมีโอกาสไปศึกษา นั่นก็คือมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เพื่อซึมซับบรรยากาศในที่ที่ไม่มีการละเมิดเสรีภาพทางวิชาการ และส่งเสริมความคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อการแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์ และลองเรียกหนึ่งในศาสตราจารย์ของโคลัมเบียมา "ปรับทัศนคติ" ดู จะได้รู้ว่าพวกเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

คุณสงกรานต์ปิดท้ายว่าตนเองรักชาติ และเชื่อว่าพลเอกประยุทธ์ก็รักชาติเช่นเดียวกัน แม้จะมีความเห็นสวนทางกันว่าประเทศควรเดินหน้าไปในทิศทางใด โดยคุณสงกรานต์มองว่าประเทศจะต้องเดินหน้าไปภายใต้การรับฟังความเห็นของประชาชน ไม่ใช่ปราบปรามกดขี่ และต้องปฏิรูปทัศนคติแบบไทยๆ สร้างสังคมที่เปิดกว้าง ให้โอกาสคนเก่งขึ้นมาสู่ระดับบนของสังคมได้ด้วยศักยภาพของตนเอง ไม่ใช่เส้นสาย มิฉะนั้นสิ่งที่จะขึ้นมาอยู่ในระดับบนของประเทศ จะไม่ช่หัวกะทิ แต่เป็นอย่างอื่นแทน

อย่ากินปลา Dory กันนะ มันเป็นปลาเลี้ยงของเวียดนาม

พี่สาวเพื่อน ทำเกี่ยวกับ seafood เค้าบอกว่า อย่ากินปลา Dory กันนะ ป มันเป็นปลาเลี้ยงของเวียดนาม ใช้สารเคมีในการเลี้ยงเยอะมาก ก่อนที่จะ freeze มา เค้าจะแช่เนื้อปลาในผงซักฟอก (ซึ่งเป็นฟอสเฟต) สิ่งสกปรกในเนื้อปลาก็จะออกมา  เสร็จแล้วเค้าก็จะ freeze ส่งมาขายเลย  เพราะฉะนั้นสิ่งที่ลูกเรากินเข้าไปก็คือ ปลาชุ่มด้วยผงซักฟอกนั่นเอง  ปลาดอรี่ ความลับที่ไม่เคยเปิดเผย โดย Chokchai9x9x  http://www.youtube.com/watch?v=wf4WrFzeuZ4&sns=em

อุ๊ยตาย..อกอีแป้นจะแตก..รู้ป่าว..รางวัลที่ “ปายุด” จะไปรับเนี่ยมันเป็นผลงานของ “อีปูร์ “ นะ..

อุ๊ยตาย..อกอีแป้นจะแตก..รู้ป่าว..รางวัลที่ "ปายุด" จะไปรับเนี่ยมันเป็นผลงานของ "อีปูร์ " นะ..

ไม่รู้ว่าปายุดจะรู้ว่ารางวัลที่ว่านี้เตงได้รับมายังไง...ทำไมถึงได้รับ....

ไม่มีสาวกตัวไหนรู้เรื่องนี้เลยเร๊อะ...แถมประโคมข่าวด้านเดียว.."ปายุด รับรางวัล" ๆๆๆๆๆๆ

เผด็จการนี่....ถึงมันจะเกลียดปลาไหลแต่มันก็กินน้ำแกงนะ...

 

เชิญอ่านข่าวที่เขาส่งมาให้ผมจากอเมริกาครับ:

 

 

ประยุทธ์ จันทร์โอชา......จะเหนียมหรือละอายใจบ้างไหมเนี่ย

ถ้าคนทั้งโลกรู้ว่ารางวัลที่ประยุทธ์ จันทร์โอชาจะไปรับที่ยูเอ็น
เป็น ส้มหล่นมาจากผลงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเหมือนกับที่ธนศักดิ์ ปฏิมาปกรณ์อดีต รมต. ต่างประเทศของไทยไปเอาหน้าที่ยูเอ็นเมื่อปีก่อนเรื่องการรักษาสุขภาพถ้วน หน้าซึ่งเป็นผลงานของทักษิณ

บรรดาผู้ยกย่องบูชาท่านผู้นำหัวหน้าเผด็จการไทยต่างกระตู้วู้ ดีใจช่วยกันกระจายข่าวนี้กันอย่างเอิกเกริกว่าประยุทธ์ จันทร์โอชาได้รับเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล ICTs In Sustainable Develpment Award (หรือรางวัลการพัฒนาที่ยั่งยืนของ ICT) ที่ยูเอ็น แต่หารู้ไม่ว่านั่นมันเป็นผลงาน "อีปูร์"

รางวัลนี้มอบในนามของสหภาพการโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (หรือ International Telecommunication Union) ในระหว่างงานเลี้ยง Gala Celebration ในตอนค่ำของวันเสาร์ที่ 26 กันยายน ที่ห้อง The Delegates Dining Room บนชั้น 4 ของตึก United Nations Headquarter ห้องอาหารนี้หันหน้าออกสู่แม่น้ำ Hudson มองเห็นวิวสวยๆและแสงสีของ Manhattan

ผู้ที่ได้รับรางวัลนี้มี 10 ท่าน ไม่ใช่มีเพียงประยุทธ์ จันทร์โอชาเพียงคนเดียวอย่างที่สลิ่มไทยเข้า มีใครที่ได้รับรางวัลบ้างตรวจสอบได้จากภาพที่แนบมา แต่อยากบอกให้โลกรู้ว่ารางวัลนี้มันเป็นผลงานของ "อีปูร์" ไม่ใช่ของประยุทธ์ จันทร์โอชาผู้ฉุนเฉียว

[Image: s1mm8gv.jpg]

ผลงานของประยุทธ์ จันทร์โอชาคือยกเลิกโครงการณ์แจกฟรี tablet ปี ละเป็นล้านเครื่องเพื่อการเรียนการสอนให้นักเรียน ไล่ปิดวิทยุชุมชน ไล่ปิดสถานีโทรทัศน์ของคนเสื้อแดง ไล่ปิดเวปไซ้ท์ ไล่ล่าคนเล่นเฟสบุ๊คด้วยข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ไล่ล่าคนเล่นเนตด้วยข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ...ผลงานที่ร่ายมาอย่างคร่าวๆข้างต้น ICT คงไม่มอบรางวัลให้แน่นอน

 

http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=1998

- See more at: http://www.prachatalk.com/webboard/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%8A%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E2%80%9C%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E2%80%9D-%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-#sthash.h9rYzlRI.dpuf

อย่าเข้าใจผิดว่าสิงคโปร์เป็นรัฐเผด็จการ ดร.โสภณ พรโชคชัย

อย่าเข้าใจผิดว่าสิงคโปร์เป็นรัฐเผด็จการ

ดร.โสภณ พรโชคชัย

            เมื่อก่อน ผมก็เข้าใจว่าสิงคโปร์เป็นรัฐเผด็จการ  แต่นั่นเป็นความคิดที่คับแคบ  ในความเป็นจริง สิงคโปร์เป็นประเทศประชาธิปไตยที่แท้

            บางคนถามสิงคโปร์เป็นประชาธิปไตยได้ไง ยังมีการลงโทษป่าเถื่อนเช่นการเฆี่ยนผู้กระทำผิดอยู่เลย  การลงโทษวิธีนี้เขาใช้กันมาตั้งแต่สมัยอังกฤษเข้าปกครองเมื่อ 200 ปีก่อน  ในมาเลเซียก็ใช้เช่นกัน  ไม้เรียวสำหรับตีเด็กมีขายทั่วไปในสิงคโปร์  ในโรงเรียนที่มีชื่อของอังกฤษเองก็มีใช้การลงโทษเช่นกัน  อย่างไรก็ตามสิงคโปร์ไม่ได้มีชื่อในการซ้อมหรือทรมานผู้ต้องหา หรือจับคนโดยใช้อำนาจพิเศษ

            แล้วทำไมลีกวนยูเคยพูดว่าคนไม่เท่ากัน แม้แต่นิ้วมือยังไม่เท่ากัน  จริงครับคนเรามีสูงต่ำดำขาว ฐานะต่างกัน  แต่ต่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มี 1 สิทธิ 1 เสียงเหมือนกัน  สิงคโปร์มีประชาธิปไตยเพราะมีการเลือกตั้งอย่างเสรีมาโดยตลอดโดยไม่มีข่าว การซื้อเสียงหรือบังคับลงคะแนนแต่อย่างใด  ถ้าลีกวนยูทำรัฐประหาร เป็นทรราช คนสิงคโปร์จะยอมทนอยู่ใต้แทบเท้าหรือ

            บ้างก็ว่าสิงคโปร์เป็นรัฐเผด็จการเพราะถูกจัดอยู่ในอันดับท้ายๆ ของโลกในด้านเสรีภาพสื่อ  แต่ในความเป็นจริง เขาไม่ให้สื่อมีอภิสิทธิ์ในการละเมิดคนอื่นต่างหาก  สื่อไม่อาจลงข่าวยั่วยุสร้างความแตกแยก ไม่อาจลงภาพวับๆ แวมๆ เช่นหนังสือพิมพ์ไทย หรือไม่อาจด่าทอ "อีปูว์" อย่างหยาบคาย  สื่อไม่ได้ถูกสั่งให้เชียร์รัฐบาลหรือห้ามลงข่าวฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลเช่นในบาง ประเทศ

            แต่เสรีภาพที่สำคัญที่สุดของสื่อก็ดำรงอยู่ นั่นคือเสรีภาพในการแฉสิ่งผิด เช่น ครั้งหนึ่งแค่ลีกวนยูและครอบครัวซื้อห้องชุดหรูโดยได้ส่วนลด 5-12% (http://bit.ly/1G44DzR) ก็ถูกสื่อถล่มหนัก  สิงคโปร์เป็นดินแดนที่แทบไร้ทุจริต โปร่งใสอันดับต้นๆ ของโลก  ความสุจริตเกิดขึ้นต่อเมื่อมีบรรยากาศประชาธิปไตยเท่านั้น  ไม่อาจเกิดในยุคเผด็จการทรราช เช่น สฤษดิ์ มากอส ซูฮาร์โต (เหล่า 'คนดี' ผู้รักชาติที่แอบโกงกินกันมหาศาล)

            บางคนบอกสิงคโปร์ไม่มีสิทธิกระทั่งเลือกที่อยู่ของตนเอง  ทางการกำหนดให้คนแต่ละเชื้อชาติ (จีน มาเลย์ อินเดีย และอื่นๆ) ต้องอยู่คละกันในแต่ละอาคาร  จะไม่ให้มีอาคารหรือชั้นใดที่อยู่เฉพาะคนเชื้อชาติหรือศาสนาเดียวกันอย่าง เด็ดขาดเพื่อป้องกันการแบ่งแยก มั่วสุมและก่อการร้าย  นี่คือมาตรการเพื่อความมั่นคงของชาติ  ไม่ใช่การอ้างความมั่นคงของชาติจนเปรอะ แต่แท้จริงเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตัวผู้ปกครองเอง

            รัฐบาลสิงคโปร์ไม่ยอมให้มีการประพฤตินอกลู่นอกทางซึ่งดูประหนึ่งเป็นเผด็จ การ แต่ความจริงเขาเพียงรักษากฎกติกาของสังคมดังในประเทศตะวันตกที่มีเสรีภาพ เต็มที่ตราบที่ไม่ละเมิดต่อผู้อื่น เช่น หากเรานั่งดื่มเหล้า ตีเกราะเคาะไม้อยู่หน้าบ้านจนดึกดื่นเที่ยงคืน  ตำรวจก็จะมาจับในฐานที่ละเมิดต่อเพื่อนบ้าน  สิงคโปร์และประเทศตะวันตกจึงดูคล้าย Unhappy Paradise  ส่วนไทยอาจถือเป็น Happy Hell ที่มีเงินซะอย่าง ทำไรก็ได้

            การใช้กำปั้นเหล็กลงโทษอย่างเฉียบขาดโดย (แทบ) ไม่มีอภัยโทษ และจัดการกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเสมอหน้ากัน เป็นการรักษาสิทธิของคนส่วนใหญ่ตามหลักประชาธิปไตย ไม่ให้ถูกละเมิด  ใครจะมาชุมนุมทางการเมืองอย่างยืดเยื้อ ยึดทำเนียบ ทำลายความสงบสุขโดยอ้างตนมาปฏิรูป/กู้ชาติไม่ได้  อย่างไรก็ตามรัฐบาลจัดจุดชุมนุมทางการเมืองให้ คือ Speakers' Corner ไม่ใช่ชุมนุมกันสะเปะสะปะเช่นในประเทศไทย

            แต่ประชาธิปไตยในสิงคโปร์ก็ใช่จะบริสุทธิ์ 100% (ทองยังไม่ 100%) ย่อมมีรอยด่างบ้าง เช่น มีการคุมขังนาย Chia Thye Poh นานถึง 32 ปีโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม และยังมีผู้ถูกจับกุมคุมขังทำนองนี้อยู่อีกราว 36 คน  อย่างไรก็ตามสิงคโปร์ไม่มีข่าวการจับกุมหรือซ้อมผู้ต้องหาทางการเมือง ไม่มีการฆ่าถ่วงน้ำ ไม่มีการยิงทิ้งรัฐมนตรีข้างถนน ไม่มีการยิงระเบิดเข้าใส่ผู้ชุมนุม ไม่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึก ไม่มี ม.44 เป็นต้น

            เท่านี้คงพอเห็นได้ว่าสิงคโปร์เป็นประชาธิปไตยจริงๆ ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบกำมะลอ

บทความจาก นิวยอร์คไทม์ น่าอ่านมาก


Narin Sanguansap is on Facebook. To connect with Narin, join Facebook today.
Join Log In

Narin Sanguansap
14 hrs · Marina del Rey, CA · 
บทความจาก นิวยอร์คไทม์ น่าอ่านมาก
หลังจากที่เกือบเจ็ดทศวรรษที่ผ่านมาบนบัลลังก์ของภููมิพล
สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ทางการแพทย์ถี่ขึ้นเรื่อย ๆ 
สำหรับรายละเอียดโรคภัยไข้เจ็บ
และเมื่อวันก่อน ลูกสาวคนสุดท้อง นำประชุมสวดมนต์พิธีทางุศาสนา
โดยปกติจะใช้สำหรับผู้ป่วยที่ใกลตาย
ความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของกษัตริย์ สร้างความวิตกกังวลทั่วประเทศ
ทีมีเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดในเอเชียและถูกปกครองโดยรัฐบาลเผด็จการทหาร
ที่ยึดอำนาจเมื่อปีที่แล้ว
ทายาทของบัลลังก์ ก็มีชื่อเสียงในฐานะเป็นเพลย์บอย
และขณะนี้ ก็ต้องพยายามเข็นครกขึ้นภูเขา ที่จะชนะความไว้วางใจ
และได้รับความรักจากประชาชนเหมือนที่พ่อของเขาประสบความสำเร็จ 
คนไทยหลายคนหวังว่าพระเทพฯ น้องสาวที่ได้ความชื่นชมมากกว่า
แต่กฎมณเทียรบาลก็กีดกันผู้หญิงจากบัลลังก์
ความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนกษัตริย์ ทำให้มีการอภิปราย
ว่าสถาบันกษัตริย์ของไทยควรจะเป็นแบบไหน
แต่ก็เป็นการอภิปรายที่ไม่มีผลอันใด เพราะความรุนแรง
ของกฎหมายหมิ่น
กฎหมายถูกตีความอย่างกว้าง ๆ และปกติ ไม่เกินเดือนนึง 
ก็ตัดสินลงโทษส่งไปยังคุกนานถึง 15 ปี
แต่โชคดีที่มีอินเทอร์เน็ต กับความเห็นที่ไม่ระบุตัวตน
และยูทูปมีการเคลื่อนไหวของประชาชนหัวก้าวหน้าและเสรีนิยม
ที่เพิ่มมากขึ้น เป็นสิ่งที่ท้าทายสถาบัน
"การเคลื่อนไหวต่อต้านระบอบปัจจุบัน เนื่องจากความจริงที่สถาบันกษัตริย์้
ทำตัวเป็นพระเจ้าผ้ยิ่งใหญ่ ห้ามวิจารณ์เด็ดขาด" ส. ศิวรักษ์กล่าว่
"ยิ่งคุณทำให้สถาบันกษัตริย์เป็นที่เคารพนับถือมากขึ้น
ยิ่งกลายเป็นสถาบันที่ไร้การรับผิดชอบและคนจำนวนมากรับไม่ได้."
สิ่งที่สนับสนุนมุมมองดังกล่าว คือมกุฎราชกุมารที่มีการหย่าร้าง
จากสามภรรยาและในปีที่ผ่านมาใช้เวลาครึ่งหนึ่งของชีวิตอยู่ในยุโรป
หรือที่ไหน่ไม่มีใครรู้ เพราะคุณไม่สามารถพูดถึงได้
แม้ความพยายามที่จะพูดคุยเกี่ยวกับการมีการสนทนาดังกล่าว
ได้ถูกถามในปี 2010 ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ กษิต ภิรมย์
ที่ Johns Hopkins University ก็ยอมรับว่า คนไทยควรจะมีโอกาสพูดถึง
"เรื่องต้องห้าม." นี้อย่างเปิดเผย
"ผมคิดว่าเราต้องพูดคุยเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์" เขากล่าว
"วิธีทีจะต้องปฏิรูปตัวเองไปยังโลกยุคโลกาภิวัตน์ที่ทันสมัย 
เหมือนที่อังกฤษหรือดัตช์หรือเดนมาร์กหรือลิคเคนสไตน์ ที่สถาบันกษัตริย์ 
ได้่ปรับตัวเองให้เข้าสู่โลกสมัยใหม่. "
กษิต ได้พูดต่ออย่างเร็วว่า นี่ไม่ใช่ความเห็นรัฐบาล แต่เป็นความคิดเห็น
"ส่วนบุคคล" และไม่นโยบายอย่างเป็นทางการ
ส่วนรัฐบาลเผด็จการทหาร ก็เลือกที่จะตอบโต้อย่างรุนแรงต่อผู้วิจารณ์
โดยอ้างความชอบธรรมจากการที่กษัตริย์ เซ้นต์รับรองตำแหน่งตัวเอง
ในฐานะผู้พิทักษ์ที่ดีที่สุดของสถาบัน
นายพลเผด็จการ ได้จำคุกผุ้ทีวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ไปหลายสิบราย
และในปีนี้ มีการใช้จ่าย 540 ล้านเหรียญสหรัฐ มากกว่างบประมาณทั้งหมด
ของกระทรวงการต่างประเทศเสียอีก ในแคมเปญ ปกป้องและรักษาสถาบันกษัตริย์."
แคมเปญโฆษณาทางโทรทัศน์รวมถึงการสัมมนาในโรงเรียนและในเรือนจำ, 
การแข่งขันการร้องเพลงและการแข่งเขียนนิยายเรื่องสั้นและทำหนังสั้น
ยกย่องกษัตริย์ ทหารยังสร้างรูปปั้นยักษ์ของกษัตริย์ในอดีตทีหัวหิน 
แต่ออกข่าวว่า เป็นเงินบริจาคทีใช้ในการสร้าง..
"นี่ไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อ" ประยุทธ ผู้นำของรัฐบาลเผด็จการทหาร่กล่าว
"เยาวชนต้องศึกษาในสิ่งที่พระมหากษัตริย์ได้ทำ."
ในเดือนที่ผ่านมา กลายเป็นเรื่องแปลก ที่เผด็จการทหารกระตือรือร้น
ที่จะโปรโมทชือเสียงของ วชิราลงกรณ์ นายประยุทธใช้เวลากับ
มกุฎราชกุมารขี่จักรยานท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ พร้อมกับถ่ายทอดสดทั่วประเทศ
เพื่อแสดงความเคารพต่อสิริกิติ์ มารดาผู้มีสุขภาพย่ำแย่เหมือนภูมิพล
สิริกิตต์ เคย ให้สัมภาษณ์ว่า วชิราลงกรณ์ เป้นเด็ก, แข็งแรงและเป็นพ่อที่ทุ่มเท, 
และเจ้าชู้เหมือน ดอนฮวน
นายกษิต กล่าวว่าการขี่จักรยานเป็น "จุดเปลี่ยน" สำหรับวชิราลงกรณ์
"ไม่มีข้อสงสัยเลยในหมู่ทหาร ว่าใครจะได้เป็นกษัตริย์คนต่อไปของไทย"
การสนับสนุนวชิราลงกรณ์ ของทหาร 
ซึ่งในเวลาปกติ ทหารก็เป็นพันธมิตรของกษัตริย์ เพราะมีผลประโยชน์ร่วมกัน
เพราะกษัตริย์ เป็น จอมพล ของกองทัพ และเป็นผู้เซ็นต์รับรองรัฐประหาร
นักวิจารณ์กล่าวว่าทหารและเหล่าอีลิตในกรุงเทพฯ กอดกษัตริย์ไว้เพื่อ
ที่จะหนุนอำนาจของตัวเอง
ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ถูกยกเลิกในประเทศไทยในปี 1932 
แต่ ภูมิพล ได้รับการปฏิบัติเช่น เทพเจ้า
ตั้งแต่เขาขึ้นครองบัลลังก์ในปี 1946 สถาบันกษัตริย์ได้เติบโตขึ้นเป็น
ป้อมปราการของ อำนาจและความมั่งคั่ง สำหรับผู้แวดล้อม
พิธีกรรมที่เคยถูกยกเลิก ถูกนำกลับมาใหม่ หมอบกราบเหมือนสัตว์ไร้กระดูกสันหลัง
ต่อหน้ากษัตริย์ ถูกฟื้นขึ้นมาในช่วงสมัยของภูมิพล 
การที่ประชาชนต้องเรียกตัวเองว่าเป็น "ฝุ่นใต้ฝ่าเท้าของท่าน"
ถึงแม้ว่าจะไม่ปรากฏกายในที่สาธารณะเพราะุความเจ็บป่วยข
แต่ภาพของเขา มีติดอยู่ทั่วไปในประเทศ ไม่ว่าจะอาคารของรัฐบาล
ทางเข้าสนามบิน สำนักงานเอกชนและโรงเรียน
ในประเทศที่มีรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยน้อยกว่า $ 9,000 ต่อปี
แต่ภูมิพล กลับมีฐานะร่ำรวยชนิดว่า นับได้ไม่ครบ 
แค่ทรัพย์สิน ที่เปิดเผย ในการถือครองของสำนักงานทรัพย์สิน
ก็มีมากกว่า สามหมื่นเจ็ดพันล้านดอลล่าร์ 
หรือราว หนึ่งล้านสามแสนสามหมื่นสองพันล้านบาท 
(1,332,000,000,000 บาท)
ซึ่งมีผลประโยชน์ตอบแทนในแต่ละปี เป็นเงินหลายร้อยล้านดอลล่าร์ า
ตามกฎหมายไทย สามารถใช้เงินนี้้ได้ "ตามใจกษัตริย์ . "
ทักษิณ ชินวัตร นักธุรกิจที่หันมาเป็นนักการเมือง ได้รับความนิยม
และมีอิทธิพล ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อ กษัตริย์ ในกรุงเทพฯ
ทหารได้ยึดอำนาจทักษิณในปี 2006 และล้มล้างรัฐบาลที่นำโดยน้องสาว
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรปีที่ผ่านมา แต่ยังคงมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวทางการเมือง
อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่ 
จนทำให้ กษัตริย์ ต้องหันไปยืนหลังทหารในการรัฐประหารทั้ง สองครั้ง
เผด็จการทหารไทย ได้ใช้วิธี จัดการยัดข้อหาให้ทักษิณ และยิ่งลักษณ์
ไล่ปิดปากคนวิจารณ์ จำคุกคนเห็นต่าง รวมถึง อดีตคณะรัฐมนตรีรัฐบาลที่แล้ว
แต่การทำให้ประเทศ เห็นเหมือน ๆ กัน ยังคงเป็นความท้าทายที่เร่งด่วนที่สุด
สำหรับทั้งรัฐบาลเผด็จการทหารและกษัตริย์ในอนาคต
การสืบต่อบัลลังก์ครั้งนี้ อาจจะเป็นจุดจบ หรืออาจจะเป็นโอกาสก็ได้
"สถานการณ์ของสถาบันกษัตริย์ไทยจะไม่อยู่เช่นนี้นานนัก"
ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ เรื่องสถาบันกษัตริย์เขียนไว้ในโพสต์ที่ Facebook 
เมื่อเดือนธันวาคม "มีสองตัวเลือกสำหรับอนาคต 
อย่างใดอย่างหนึ่งที่จะเปลี่ยนระบอบที่ทันสมัยเช่นในยุโรปหรือญี่ปุ่น
หรือไม่เปลี่ยนและกลายเป็นแตกหักจนกลายเป็นสาธารณรัฐ..
[9/22/15, 3:52:05 PM] superredheart: ไม่มีทางเลือกที่สาม. "
บางคนก็ยก เรื่องที่่ จุฬาลงกรณ์ เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงลูกชาย
สรุปเรื่องที่จำเป็นสำหรับกษัตริย์
"จะต้องอ่อนน้อมถ่อมตนและหลีกเลี่ยงการแก้แค้น" เขาแนะนำ 
"การเป็นกษัตริย์ไม่ได้หมายถึงความร่ำรวย มันหมายถึงการไม่ได้กลั่นแกล้งคนอื่น ๆ . "
ความล้มเหลวที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำนี้ อาจนำไปสู่การที่
"ครอบครัวของเราจะหายไป." จุฬาลงกรณ์สรุป