ปชป.สมุนขุนโจรสลัด..จะทำเรื่องก่อเหตุร้าย..ถ้าตัวเองทำท่าจะเพลี่ยงพล่ำทางการเมือง

􀠁􀅲at� แก๊งค์...ปชป.สมุนขุนโจรสลัด..จะทำเรื่องก่อเหตุร้าย..ถ้าตัวเองทำท่าจะเพลี่ยงพล่ำทางการเมือง.เหมือนทุกครั้งที่เคยทำ...แต่ตอนนี้ยังไม่...เพราะรองหัวหน้าแก๊งค์บ้านหลายเสาร์ยังไม่เสียท่าใหักับ...แก๊งค์..3..ป



จากการสังเกตุมานานแล้ว...จึงเป็นที่มาของการค้นคว้าหาสาเหตุว่า...ทำไม ปชป.+ทหารใต้ที่มีทหารใต้ตีนของสมุนโจรระดับสั่งการ..เช่น..อีเปรมและสุเทพร่วมด้วย..สส.สงขลา..ไอ้ถาวร เสนเนียม...เป็นผู้รับงานต่อจากไอ้เทือกอีกทอดหนึ่ง
ส่วนไอ้ตุดเฒ่ากาลีรับตรงจากจอมโจรสลัดโดยตรง...เป็นไปในลักษณะนี้มานานนมแล้วครับ...


ลองย้อนกลับไปดู เมื่อไม่นานมาทีสิบกว่าปีนี้เอง..เมื่อคราวคุณ ทักษิณ ชินวัฒน์ ลงเล่นการเมืองในนามพรรค ไทยรักไทยซึ่งส่งผลสะเทือนต่อ...แก๊งค์..ปชป.เป็นอย่างมาก....จึงก่อเหตุให้เกิดขึ้น...ตั้งแต่..จว.ประจวบลงมา...เช่นกรณีย์จ้างทหารในค่ายที่ประจวบให้มา ปาก้อนหินใส่รถที่วิ่งผ่านในยามวิกาล
ก่อเหตุที่สามจว.ใต้ฝีมือพวกมันทั้งนั้นครับ....แล้วมามโนว่าเป็นฝฝีมือของโจรใต้...ฮ่าๆๆๆๆๆ ก้อมึงนั่นแหละโจรใต้....พวกแบ่งแยกดินแดนเขาเลิกไปนานแล้ว...ไอ้พวกจอมโจรสลัด...


พอก่อเหตุเผาโรงเรียนพร้อมๆกัน32โรงในสมัยนั้น....ฮ่าๆๆ พ้นสายสืบของพวกเราไปไม่ได้..ว่ามึงขนคนที่ อ.ขนอม..สิชล มาช่วยกันเผา..เพราะพวกของกูไม่รู้ว่ามึงจะพาพวกเราไปไหน..ทำอะไร?ในตอนแรกเพียงแต่นายหัวสั่ง..ก้อไปกัน


และแต่ละตำบล..มันชวนขึ้นรถโดยไม่รู้กัน...ว่าใครเผาตรงไหน...กี่แห่ง..มารู้เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว...ว่ามันพาไปเผาโรงเรียนที่สามจว.ใต้..ผมลงพอคร่าวๆครับ


พอป่วนได้ที่แล้ว..ก้อมาทำต่อที่ กทม.เพื่อสร้างสถานะการณ์ให้กลมกลืนกัน

จากนั้นก้อเป็นหน้าที่ของ..ไอ้กาลี..ผีไม่ให้เข้าเปลว..เพราะความเลวระยำของมัน...รับช่วงต่อไอ้ดอด้วน..ก๊ากกกกกก
ก้อเดินสายพูดแล้วไม่นานก้อ..รปห.
โดนอ้างความไม่สงบที่มันก้อขึ้นเอง


นี้แหละที่เขาเรียกว่า.. ขบวนการสมคบคิดที่ทำลายใครต่อใครมามากแล้วครับ
และในช่วงเดือนสองเดือนนี้ถ้ามัน..ทำไรกลุ่ม 3ป.ไม่ได้ ปราบธรรมกายไม่ได้....จับตาดูเรื่องที่ ลุงลี..เล่าให้ฟังทั้งหมด..แล้วมันจะ รปห.ซ้ำ

แต่พวกเราเตรียมตัวได้เรยว่า...งานนี้หนุกแน่อีแก่งำเงือกเปรมิกา....มันพร้อมจะก่อศึก...สองสี..เป็นตัวแทนนำร่อง


พี่น้องครับคิดให้ดี อย่าหลงกลมันอีก ปล่อยให้มันกัดกันเองก่อน...แล้วท่านจะได้เห็นไรดีๆตามมา


พวกเราเสื้อแดงไม่อยู่นิ่งแน่...แต่รอจังหวะเข้าจู่โจม..เพลงเดียวจบ...5555



    จาก***ลุงลี สีบ่จ่าง***

                15/6/59

ปชป.สมุนขุนโจรสลัด..จะทำเรื่องก่อเหตุร้าย..ถ้าตัวเองทำท่าจะเพลี่ยงพล่ำทางการเมือง

􀠁􀅲at� แก๊งค์...ปชป.สมุนขุนโจรสลัด..จะทำเรื่องก่อเหตุร้าย..ถ้าตัวเองทำท่าจะเพลี่ยงพล่ำทางการเมือง.เหมือนทุกครั้งที่เคยทำ...แต่ตอนนี้ยังไม่...เพราะรองหัวหน้าแก๊งค์บ้านหลายเสาร์ยังไม่เสียท่าใหักับ...แก๊งค์..3..ป



จากการสังเกตุมานานแล้ว...จึงเป็นที่มาของการค้นคว้าหาสาเหตุว่า...ทำไม ปชป.+ทหารใต้ที่มีทหารใต้ตีนของสมุนโจรระดับสั่งการ..เช่น..อีเปรมและสุเทพร่วมด้วย..สส.สงขลา..ไอ้ถาวร เสนเนียม...เป็นผู้รับงานต่อจากไอ้เทือกอีกทอดหนึ่ง
ส่วนไอ้ตุดเฒ่ากาลีรับตรงจากจอมโจรสลัดโดยตรง...เป็นไปในลักษณะนี้มานานนมแล้วครับ...


ลองย้อนกลับไปดู เมื่อไม่นานมาทีสิบกว่าปีนี้เอง..เมื่อคราวคุณ ทักษิณ ชินวัฒน์ ลงเล่นการเมืองในนามพรรค ไทยรักไทยซึ่งส่งผลสะเทือนต่อ...แก๊งค์..ปชป.เป็นอย่างมาก....จึงก่อเหตุให้เกิดขึ้น...ตั้งแต่..จว.ประจวบลงมา...เช่นกรณีย์จ้างทหารในค่ายที่ประจวบให้มา ปาก้อนหินใส่รถที่วิ่งผ่านในยามวิกาล
ก่อเหตุที่สามจว.ใต้ฝีมือพวกมันทั้งนั้นครับ....แล้วมามโนว่าเป็นฝฝีมือของโจรใต้...ฮ่าๆๆๆๆๆ ก้อมึงนั่นแหละโจรใต้....พวกแบ่งแยกดินแดนเขาเลิกไปนานแล้ว...ไอ้พวกจอมโจรสลัด...


พอก่อเหตุเผาโรงเรียนพร้อมๆกัน32โรงในสมัยนั้น....ฮ่าๆๆ พ้นสายสืบของพวกเราไปไม่ได้..ว่ามึงขนคนที่ อ.ขนอม..สิชล มาช่วยกันเผา..เพราะพวกของกูไม่รู้ว่ามึงจะพาพวกเราไปไหน..ทำอะไร?ในตอนแรกเพียงแต่นายหัวสั่ง..ก้อไปกัน


และแต่ละตำบล..มันชวนขึ้นรถโดยไม่รู้กัน...ว่าใครเผาตรงไหน...กี่แห่ง..มารู้เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว...ว่ามันพาไปเผาโรงเรียนที่สามจว.ใต้..ผมลงพอคร่าวๆครับ


พอป่วนได้ที่แล้ว..ก้อมาทำต่อที่ กทม.เพื่อสร้างสถานะการณ์ให้กลมกลืนกัน

จากนั้นก้อเป็นหน้าที่ของ..ไอ้กาลี..ผีไม่ให้เข้าเปลว..เพราะความเลวระยำของมัน...รับช่วงต่อไอ้ดอด้วน..ก๊ากกกกกก
ก้อเดินสายพูดแล้วไม่นานก้อ..รปห.
โดนอ้างความไม่สงบที่มันก้อขึ้นเอง


นี้แหละที่เขาเรียกว่า.. ขบวนการสมคบคิดที่ทำลายใครต่อใครมามากแล้วครับ
และในช่วงเดือนสองเดือนนี้ถ้ามัน..ทำไรกลุ่ม 3ป.ไม่ได้ ปราบธรรมกายไม่ได้....จับตาดูเรื่องที่ ลุงลี..เล่าให้ฟังทั้งหมด..แล้วมันจะ รปห.ซ้ำ

แต่พวกเราเตรียมตัวได้เรยว่า...งานนี้หนุกแน่อีแก่งำเงือกเปรมิกา....มันพร้อมจะก่อศึก...สองสี..เป็นตัวแทนนำร่อง


พี่น้องครับคิดให้ดี อย่าหลงกลมันอีก ปล่อยให้มันกัดกันเองก่อน...แล้วท่านจะได้เห็นไรดีๆตามมา


พวกเราเสื้อแดงไม่อยู่นิ่งแน่...แต่รอจังหวะเข้าจู่โจม..เพลงเดียวจบ...5555



    จาก***ลุงลี สีบ่จ่าง***

                15/6/59

ศุกร์นี้บุกแน่! ตำรวจเตรียมเข้าจับกุมตัว "พระธัมมชโย" ในวัดพระธรรมกาย!

ศุกร์นี้บุกแน่! ตำรวจเตรียมเข้าจับกุมตัว "พระธัมมชโย" ในวัดพระธรรมกาย!

วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559 เวลา 22:41 น.

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 14 มิ.ย.ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.พร้อม พ.ต.อ.ไพศสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ศรายุทธ พูลธัญญะ รอง ผบช.ภ.1  ร่วมกับชุดสืบสวน บช.ภ.1 ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จ.พระนครศรีอยุธยา และจ.นนทบุรี ร่วมประชุมตาม แผน กบิล 59 สนธิกำลังเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาคดีพิเศษ พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย  เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โดยใช้เวลาประชุม 1 ชม.
 
พล.ต.ต.ศรีวราห์ กล่าวว่า เรื่องที่ประชุมส่วนใหญ่ คือการป้องกันเหตุร้ายในกรณีที่ DSIจะเข้าไปดำเนินการในวัดพระธรรมกาย เพราะว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะและมีคนอยู่จำนวนมาก ส่วนการสืบส่วนจับกุมก็ต้องเป็นหน้าที่ของทาง DSI ถ้าไม่มีเหตุรุนแรงอะไรเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าไปมีส่วนร่วม เท่าที่ทราบมาทางวัดกับทางลูกศิษย์ก็ให้ความร่วมมือดี ส่วนเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าไปดูแลความเรียบร้อยก็จะเป็นในส่วนของตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมมือกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางเจ้าหน้าที่รัฐอยากจะเสนอทางออกหรือแนวทางอะไรให้กับทางวัดพระธรรมกายพิจารณาหรือไม่ พล.ต.ต.ศรีวราห์ กล่าวว่า ตนมองว่า ไม่ว่าจะเป็นพระ ข้าราชการหรือเอกชน ก็ต้องปฎิบัติตามกฎหมายของบ้านเมือง
 
เมื่อถามถึงคดีพระธัมมชโย จะกระทบด้านความมั่นคงหรือไม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า กรณีดังกล่าวมีมวลชนเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องเข้าไปกำกับดูแล ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหา ตนมองว่า ทุกคนเป็นคนไทยก็ควรทำตามกฎหมายบ้านเมือง
 
ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า  ยังไม่กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการจับกุมในช่วงวันเวลาใด ซึ่งจะต้องมีประเมินสถานการณ์อีกครั้ง และหากมีความพร้อมก็จะดำเนินการตามขั้นตอน แต่ยืนยันว่าที่ผ่านมาทางดีเอสไอได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายมาโดยตลอด
 
เมื่อถามว่าพระธัมมชโย ยังอยู่ที่วัดพระธรรมกายหรือไม่ พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า จากรายงานที่ผ่านมา พระธัมมชโยยังอยู่ภายในวัด แต่ขณะนี้จะยังอยู่หรือไม่ จะต้องรอดูขณะเข้าปฏิบัติการอีกครั้ง
 
นอกจากนี้ มีรายงานว่า ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเข้าจับกุม พระธัมมชโย ภายในวันศุกร์นี้ โดยจะใช้กำลัง ตำรวจภูธรจังหวัด นนทบุรี  จำนวน 2 กองร้อย จังหวัดปทุมธานี  1 กองร้อย และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อีก1 กองร้อย ส่วนขั้นตอนจะทำการปิดประตูที่ 7 ไม่ให้บุคคลเข้าออก ใช้กำลังเป็นกำแพงสองชั้น และใช้การเจรจาเป็นหลัก แต่หาก การเจรจาไม่เป็นผลก็จะยังไม่ใช้กำลังเข้าปะทะ

Cr.- ข่าวสด
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1465919417

รายงาน:ลิงลพฯ/สื่ออาสา

เตรียมรับแรงกระแทกลูกแรกของ “supernova” วิกฤติทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ โดย ทวีสุข ธรรมศักดิ์

เตรียมรับแรงกระแทกลูกแรกของ "supernova"

วิกฤติทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ



Bill Gross ได้แสดงความคิดเห็นว่า ตราสารหนี้ปริมาณ $10 TN

กำลังจะกลายเป็น "supernova"

ที่พร้อมจะระเบิดที่สร้างความเสียหายอย่างย่อยยับ ในวันใดวันหนึ่ง

ซึ่ง Bill Gross กล่าวอีกว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรต่ำที่สุดในรอบ 500 ปี

George Soros ได้ลงทุนในสภาวะ Bearish ในตลาดหุ้นนิวยอร์คหรือ ใน S&P500

(แต่ข่าวออกกันแต่เรื่องซื้อทอง..เข้าใจใช่มั๊ยครับว่า..ฟังข่าวในทีวีหรือวิทยุแล้วรู้สึกหงุดหงิดและรำคาญ

แทนที่จะช่วยกันเตือน..ยังมั่วแต่ให้ผู้คน..งัด..เงินมาซื้อหุ้นกันอยู่นั้นแหละ)

Soros กล่าวว่า ความฉาวโฉ่กำลังจะถูกเปิดออกมันเป็นสิ่งที่บ้าบอที่สุดในประวัติศาสตร์



ซึ่งความเสี่ยงได้กระจายไปในธนาคารกลาง (central

bank)ทั่วโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นักการธนาคารกลางทั่วโลกรู้ปัญหานี้ดี

(คือ..รู้จริงๆหรอ)

ธนาคารกลางทั่วโลก..ได้สูญเสียการควบคุมทางเศรษฐกิจไปเรียบร้อยแล้ว(คือ..ประชุมอีกกี่ที่ก็ไร้สาระแล้ว)



"A small change in central bank interest rates risks triggering an

abrupt reversal in global markets, in echoes of the last financial

crisis, the head of the German Bundesbank has warned.



Jens Weidmannn. ได้กล่าวว่า นักลงทุนและผู้จัดการการลงทุนได้กลายเป็น

โรคประสาทกันมากขึ้นจากการติดอยู่กับอัตราดอกเบี้ยติดลบและการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของ

ค่าความเสี่ยงทางการลงทุน ( hike in risk premiums)



ผมจะสรุปภาพอีกครั้งนะครับ



เราอยู่บน...ฟองสบู่..ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติพร้อมกันถึง

4 ลูก...ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน



1.ฟองสบู่ในตลาดตราสารหนี้..ทั้งรัฐบาล..บริษัทเอกชน..และภาคครัวเรือน..

มีปริมาณรวมกันถึง 200 ล้านล้านเหรียญ

ขณะที่ GDPโลกมีปริมาณ 75 ล้านล้านเหรียญ

และเงินกู้ทั้งหมดนี้...ไม่สามารถ..ขับดันการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อีกแล้ว



2.ฟองสบู่ในตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นนิวยอร์ค S&P 500 มี P/E ratio ที่ 24 เท่า ซึ่ง สูงกว่า ปี 2007

เป็น Super Bubble ไปเรียบร้อยแลัว

และ...ไม่มีเงินที่พิมพ์จากอากาศ(คงต้องพิมพ์จากอวกาศแล้วแหละครับ)

และ...EPS ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง

และ..GDP อเมริกาและของโลกก็ถูกประมาณการณ์ลดลงอย่างต่อเนื่อง



ตลาดหุ้นญี่ปุ่น..มี BOJ ขนเงินเข้าไปซื้อหุ้นใน ETF

ในปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อพยุงตลาด

ตลาดหุ้นจีน..มีปริมาณหนี้เสีย..และ..ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่มีโอกาสจะรุนแรง...รัฐบาลกลางอัดเงินเข้าระบบการเงินเกือบ

1 ล้านล้านหยวน .ในเดือนที่ผ่านมา

และยังถูกกดดันจากการโจมตีค่าเงิน...อย่างต่อเนื่อง

และยังขนเงินจากกองทุนต่างๆไปซื้อหุ้นเพื่อพยุงตลาดอย่างต่อเนื่อง

อาเซียน..เมื่อ..จีนถดถอย..การค้าอาเซียนผูกกับจีนในปริมาณมหาศาล...และกำลังจะถดถอย

ตลาดหุ้นยุโรป

- ปัญหา Deutsche Bank ที่ถือ ตราสารอนุพันธ์ เท่ากับ

GDPของโลก..กำลังจะมีชะตากรรมเหมือน lehman brothers

(ขณะที่เขียนอยู่ราคาหุ้นได้ทำ new low ไปแล้ว)

- ปัญหาของกรีซ...ที่ได้พี่ใหญ่คนใหม่คือ..รัสเซีย..กำลังจะถอนตัวจากยูโรและจะ..ชักดาบ..เจ้าหนี้อย่างเยอรมัน

- อิตาลี ...หนี้เสียหรือ NPL ในภาคธนาคารเพื่มขึ้นไม่หยุด

- สเปน ที่เกิดปัญหา toxic real estate assets

จนธนาคารหลักต้องการเงินเพิ่มทุน..ด่วน..ที่ปริมาณ 2.5 พันล้านยูโร

และต้องการออกจากยูโรเช่นกัน

- Brexit โหมเพื่อกลบข่าวอื่น

(ส่วนตัว..มองว่า..ยูโรโซนแตกไปแล้ว...แค่รอเวลาเดินมาถึงเท่านั้น)

และผู้อพยบที่ส่งออกโดยตุรกี..กำลังจะสร้างปัญหาไม่หยุด



3 ฟองสบู่ในอสังหาริมทรัพย์

ทั้งใน

- จีน

- อาเซียน

- อินเดีย

- อังกฤษ

- อเมริกา

- แคนาดา



ที่กำลังจะแพลงฤทธิ์กลับไปเป็นหนี้เสียหรือ NLP ในธนาคารและตราสาร MBS.

และ CDO ที่ยังขายกันไม่แพ้ปี 2004 - 2007

ไปดูที่สเปน...กำลังระเบิดไปที่ธนาคารแล้ว



4 ฟองสบู่ในตราสารอนุพันธ์...หรือ..การสร้างมูลค่าจากกระดาษ



GDP ของโลก 75 ล้านล้านเหรียญ

ตราสารอนุพันธ์มี Market Cap 850 ล้านล้านเหรียญ



เมื่อเกิดปัญหาในระบบ..จึงต้องมี Investment Bank

ที่จะต้องล้มละลาย...และคราวนี้หวยน่าจะออกที่ Deutsche Bank



เมื่อเกิดขึ้นจะเกิดภาวะ Credit Crunch ไปทั่วโลก

ซึ่งขณะนี้ ธนาคารกลางทั่วโลกได้สูญเสียความสามารถในการควบคุมหมดแล้ว..อย่างสิ้นเชิง

เป็นจุดจบของ..ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ของเคนท์

ที่

- ให้เอาเงินในอนาคตมาใช้..แล้วค่อยๆจ่ายคืน..และทำให้หนี้ลดลงด้วยการสร้างเงินเฟ้อขึ้นมา

- ให้รัฐบาลใช้นโยบายการเงินเพื่อขับดันเศรษฐกิจ



เมื่อทั้ง 2 อย่างมาไกลเกินกว่า..ที่จะขับดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ...การบริโภค..และเงินเฟ้อได้อีกต่อไปแล้ว



ข้อดีของระบบทุนนิยมที่มีผู้ชักใยคือ...เมื่อเศรษฐกิจดีผู้คนก็จะกู้เงินและมาซื้อของมากมาย...ราคาหุ้น..ค่าธรรมเนียม..และปริมาณดอกเบี้ยจากเงินกู้ก็ขยายตัวอย่างมหาศาล

เมื่อมาถึงจุดสุดท้าย..การพังทลายของระบบเกิดขึ้น..ผู้คนทั้งหลายก็ต้้องจ่ายราคาด้วยเงินภาษีเพื่อไปรักษาระบบ



คุณป้าเยลเลน..จึงบอกว่า..ระบบทุนนิยมคือระบบที่ดีที่สุด

เพราะตามหลักของยิวคือ "

เอาธุรกิจมาให้เก็งกำไรเพื่อวันหนึ่งจะหลุดมาอยู่ในมือเรา

พวกทาสทั้งหลายจะไม่ทันสังเกตุ..เพราะสนใจแต่เรื่องที่เราอยากให้รู้เพื่อการเก็งกำไรเท่านั้น"



เหตุการในอเมริกาใต้...คือการพังทลายแบบซ้ำชาก...ที่ผู้คนทั้ง..โง่..เห็นแก่ตัว..และ..มักง่ายในการใช้ชีวิต

(ไม่เคยที่จะเรียนรู้)

เศรษฐกิจอเมริกาใต้...ไม่สามารถจะหยุดหายนะได้อีกต่อไปแล้วและกำลังจะลามไปทั้งทวีป

และกำลังจะเคลื่อนไป แอฟริกาใต้..เพื่อสะกัดการเติบโตของกลุ่ม Brics....



ผมอนุญาติให้แชร์ได้..ถ้าท่านอ่านแล้วเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อคนอื่นเพื่อเรียนรู้และเตรียมตัวรับมือ



ขณะนี้ คลื่นลูกแรกของ "supernova" เดินทางมาถึงแล้ว

ส่วนคลื่นแม่ที่ใหญ่กว่าจะมาในกลางปีหน้า



เพราะ

This is the crisis.

The greatest crisis in the history of mankind.



ทวีสุข ธรรมศักดิ์

ทำไมกษัตริย์ภูมิพล จึงมีอิทธิฤทธิ์ต่อประชาธิปไตย ดุจพญามารร้าย” โดย ดร เพียงดิน รักไทย

ดร เพียงดิน รักไทย ตอน ทำไมกษัตริย์ภูมิพล จึงมีอิทธิฤทธิ์ต่อประชาธิปไตย ดุจพญามารร้าย" 

--
piangdin

ไม่ทันข้ามวัน ทหาร ตร ปลดป้ายศูนย์ปราบโกงประชามติสาขาลำปาง

ไม่ทันข้ามวัน ทหาร ตร ปลดป้ายศูนย์ปราบโกงประชามติสาขาลำปาง        https://www.youtube.com/watch?v=E84eGI7-R0g&feature=youtu.be

14 มิถุนายน 2559 แถลงการณ์วัดพระธรรมกาย


 
​กรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งสำนวนคดีพิเศษที่ 27/2559 เกี่ยวกับพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) ไปยังอัยการ เมื่อวันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2559 นั้น  วัดพระธรรมกายขอเรียนชี้แจงดังนี้
1. เนื้อหาในคดีดังกล่าว  กรมสอบสวนคดีพิเศษได้สอบสวนแล้วในคดีพิเศษที่ 146/2556 และเสนอสำนวนการสอบสวนต่อพนักงานอัยการแล้ว  พนักงานสอบสวนคดีพิเศษไม่อาจที่จะแยกเรื่องออกมาเป็นคดีใหม่ที่ 27/2559  ทั้งนี้เทียบเคียงตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9/2481 และเรื่องเสร็จที่ 766/2546 บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การกระทำดังกล่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงอาจเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
2. การที่พนักงานสอบสวนได้นำหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนีมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนแล้วเผยแพร่ไปยังประชาชนโดยทั่วไป ก่อนที่จะนำหมายเรียกดังกล่าวมาส่งให้แก่พระเทพญาณมหามุนี เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยจรรยาบรรณของพนักงานสอบสวน แสดงให้เห็นว่าพนักงานสอบสวนอาจมีอคติต่อพระเทพญาณมหามุนีและ                   วัดพระธรรมกาย
นอกจากนี้ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ให้นายมโน เลาหวณิช ซึ่งเป็นผู้กล่าวหาและมีความขัดแย้งกับพระเทพญาณมหามุนี เข้าร่วมประชุมกับคณะพนักงานสอบสวน ชี้นำวิธีการจัดการกับพระเทพญาณมหามุนี การกระทำดังกล่าวทำให้ศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายขาดความไว้วางใจในการทำงานของพนักงานสอบสวนชุดนี้
3. กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีคำสั่งที่ 531/2559 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2559 ขอความร่วมมือจากพระเดชพระคุณพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี  สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และดร.สมศักดิ์ โตรักษา                   ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ร่วมเป็นคณะกรรมการประสานงานในคดีดังกล่าว มีอำนาจหน้าที่กำหนดแนวทาง มาตรการ และวิธีประสานงาน รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
4. คณะกรรมการชุดนี้ได้ประชุมที่วัดเขียนเขต จังหวัดปทุมธานี ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2559 และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2559  โดยดร.สมศักดิ์ โตรักษา ได้ประสานงานกับทางวัดพระธรรมกายมาโดยตลอด  และการเจรจามีความคืบหน้าด้วยดีโดยลำดับ เหลือเพียงประเด็นการเปลี่ยนหัวหน้าพนักงานสอบสวน ซึ่งมีการกระทำที่ไม่ชอบด้วยจรรยาบรรณของพนักงานสอบสวนดังกล่าวแล้วข้างต้น ซึ่งผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษได้แนะนำให้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมและขอเปลี่ยนตัวหัวหน้าพนักงานสอบสวนไปยังอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งทางทนายความผู้รับมอบอำนาจของพระเทพญาณมหามุนีก็ได้ดำเนินการตามคำแนะนำเรียบร้อย และมีการนัดประชุมของคณะกรรมการครั้งที่ 3 ในวันอังคารที่ 14 มิถุนายน 2559
5.แต่แล้วในวันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน 2559 ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษกลับสั่งฟ้องและส่งสำนวนคดีดังกล่าวไปยังอัยการ โดยไม่รอการประชุมในวันที่ 14 มิถุนายน ทำไมกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงรีบร้อนรวบรัดกระบวนการผิดปกติ ทั้งการออกหมายจับและการสั่งฟ้องคดีนี้ ทำไมกรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงการประชุมแม้แต่ข้อเดียว
 6.วัดพระธรรมกายรู้สึกเสียใจและขาดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ไม่รักษาข้อตกลง  ไม่ให้เกียรติสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและการคณะสงฆ์ มีพฤติกรรมที่น่าสงสัยว่าอาจมีเล่ห์กลอุบาย
7.พระเทพญาณมหามุนีได้รับบริจาคโดยเปิดเผยและสุจริต ทรัพย์ทั้งหมดได้ใช้ไปเพื่อสร้างศาสนสถานตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค ไม่ได้นำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนแม้แต่บาทเดียว มีหลักฐานเส้นทางการเงินที่ชัดเจน  เพราะไม่เคยถอนเป็นเงินสดออกมาเลย ซึ่งสำนักงานปปง.ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดโดยชัดเจนและส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว  
 ยิ่งกว่านั้นเมื่อเกิดเป็นคดีความขึ้น มีข้อสงสัยถึงที่มาของทรัพย์ที่ได้รับบริจาค คณะศิษยานุศิษย์                       วัดพระธรรมกายยังได้ตั้งกองทุนเยียวยาแก่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจนครบจำนวน และสหกรณ์ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่แท้จริงได้มีหนังสือขอบคุณและแสดงเจตนารมณ์ ไม่ติดใจเอาความทั้งทางแพ่งและอาญา ทำไมกรมสอบสวนคดีพิเศษกลับมุ่งมั่นดำเนินคดีในประเด็นที่ไม่เกิดประโยชน์ใดๆกับสมาชิกสหกรณ์  
8. การดำเนินคดีนี้กับพระเทพญาณมหามุนี จะสร้างผลกระทบต่อพระพุทธศาสนาอย่างใหญ่หลวง ต่อไปการรับบริจาคของวัดและองค์กรสาธารณะอื่นๆ ก็อาจถูกดำเนินคดีว่าเป็นการรับของโจรและฟอกเงินได้เช่นเดียวกัน
 วัดพระธรรมกายยืนยันเคารพกระบวนการยุติธรรม และจะขอความเป็นธรรมจากพนักงานอัยการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
 

             พระสนิทวงศ์  วุฑฺฒิวํโส
  ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร  
         วัดพระธรรมกาย
              14 มิถุนายน 2559

14 มิถุนายน 2559 แถลงการณ์วัดพระธรรมกาย


 
​กรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งสำนวนคดีพิเศษที่ 27/2559 เกี่ยวกับพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) ไปยังอัยการ เมื่อวันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2559 นั้น  วัดพระธรรมกายขอเรียนชี้แจงดังนี้
1. เนื้อหาในคดีดังกล่าว  กรมสอบสวนคดีพิเศษได้สอบสวนแล้วในคดีพิเศษที่ 146/2556 และเสนอสำนวนการสอบสวนต่อพนักงานอัยการแล้ว  พนักงานสอบสวนคดีพิเศษไม่อาจที่จะแยกเรื่องออกมาเป็นคดีใหม่ที่ 27/2559  ทั้งนี้เทียบเคียงตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9/2481 และเรื่องเสร็จที่ 766/2546 บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การกระทำดังกล่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงอาจเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
2. การที่พนักงานสอบสวนได้นำหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนีมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนแล้วเผยแพร่ไปยังประชาชนโดยทั่วไป ก่อนที่จะนำหมายเรียกดังกล่าวมาส่งให้แก่พระเทพญาณมหามุนี เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยจรรยาบรรณของพนักงานสอบสวน แสดงให้เห็นว่าพนักงานสอบสวนอาจมีอคติต่อพระเทพญาณมหามุนีและ                   วัดพระธรรมกาย
นอกจากนี้ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ให้นายมโน เลาหวณิช ซึ่งเป็นผู้กล่าวหาและมีความขัดแย้งกับพระเทพญาณมหามุนี เข้าร่วมประชุมกับคณะพนักงานสอบสวน ชี้นำวิธีการจัดการกับพระเทพญาณมหามุนี การกระทำดังกล่าวทำให้ศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายขาดความไว้วางใจในการทำงานของพนักงานสอบสวนชุดนี้
3. กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีคำสั่งที่ 531/2559 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2559 ขอความร่วมมือจากพระเดชพระคุณพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี  สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และดร.สมศักดิ์ โตรักษา                   ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ร่วมเป็นคณะกรรมการประสานงานในคดีดังกล่าว มีอำนาจหน้าที่กำหนดแนวทาง มาตรการ และวิธีประสานงาน รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
4. คณะกรรมการชุดนี้ได้ประชุมที่วัดเขียนเขต จังหวัดปทุมธานี ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2559 และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2559  โดยดร.สมศักดิ์ โตรักษา ได้ประสานงานกับทางวัดพระธรรมกายมาโดยตลอด  และการเจรจามีความคืบหน้าด้วยดีโดยลำดับ เหลือเพียงประเด็นการเปลี่ยนหัวหน้าพนักงานสอบสวน ซึ่งมีการกระทำที่ไม่ชอบด้วยจรรยาบรรณของพนักงานสอบสวนดังกล่าวแล้วข้างต้น ซึ่งผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษได้แนะนำให้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมและขอเปลี่ยนตัวหัวหน้าพนักงานสอบสวนไปยังอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งทางทนายความผู้รับมอบอำนาจของพระเทพญาณมหามุนีก็ได้ดำเนินการตามคำแนะนำเรียบร้อย และมีการนัดประชุมของคณะกรรมการครั้งที่ 3 ในวันอังคารที่ 14 มิถุนายน 2559
5.แต่แล้วในวันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน 2559 ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษกลับสั่งฟ้องและส่งสำนวนคดีดังกล่าวไปยังอัยการ โดยไม่รอการประชุมในวันที่ 14 มิถุนายน ทำไมกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงรีบร้อนรวบรัดกระบวนการผิดปกติ ทั้งการออกหมายจับและการสั่งฟ้องคดีนี้ ทำไมกรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงการประชุมแม้แต่ข้อเดียว
 6.วัดพระธรรมกายรู้สึกเสียใจและขาดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ไม่รักษาข้อตกลง  ไม่ให้เกียรติสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและการคณะสงฆ์ มีพฤติกรรมที่น่าสงสัยว่าอาจมีเล่ห์กลอุบาย
7.พระเทพญาณมหามุนีได้รับบริจาคโดยเปิดเผยและสุจริต ทรัพย์ทั้งหมดได้ใช้ไปเพื่อสร้างศาสนสถานตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค ไม่ได้นำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนแม้แต่บาทเดียว มีหลักฐานเส้นทางการเงินที่ชัดเจน  เพราะไม่เคยถอนเป็นเงินสดออกมาเลย ซึ่งสำนักงานปปง.ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดโดยชัดเจนและส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว  
 ยิ่งกว่านั้นเมื่อเกิดเป็นคดีความขึ้น มีข้อสงสัยถึงที่มาของทรัพย์ที่ได้รับบริจาค คณะศิษยานุศิษย์                       วัดพระธรรมกายยังได้ตั้งกองทุนเยียวยาแก่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจนครบจำนวน และสหกรณ์ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่แท้จริงได้มีหนังสือขอบคุณและแสดงเจตนารมณ์ ไม่ติดใจเอาความทั้งทางแพ่งและอาญา ทำไมกรมสอบสวนคดีพิเศษกลับมุ่งมั่นดำเนินคดีในประเด็นที่ไม่เกิดประโยชน์ใดๆกับสมาชิกสหกรณ์  
8. การดำเนินคดีนี้กับพระเทพญาณมหามุนี จะสร้างผลกระทบต่อพระพุทธศาสนาอย่างใหญ่หลวง ต่อไปการรับบริจาคของวัดและองค์กรสาธารณะอื่นๆ ก็อาจถูกดำเนินคดีว่าเป็นการรับของโจรและฟอกเงินได้เช่นเดียวกัน
 วัดพระธรรมกายยืนยันเคารพกระบวนการยุติธรรม และจะขอความเป็นธรรมจากพนักงานอัยการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
 

             พระสนิทวงศ์  วุฑฺฒิวํโส
  ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร  
         วัดพระธรรมกาย
              14 มิถุนายน 2559

อนาคตอันน่าสพึงกลัว!! คำเตือนฉบับที่ 2. เตือนครั้งสุดท้าย จาก กิจจา หมอนิด ทวีกุลกิจ

กิจจา หมอนิด ทวีกุลกิจ

November 27, 2014 · Bangkok, Thailand ·


คำเตือนฉบับที่ 2. เตือนครั้งสุดท้าย (ไม่ใช่คำทำนาย)
ผู้เขียนอนุญาตให้นำบทความนี้ ไปเผยแพร่ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตแต่อย่างไร
................เกริ่นก่อนอ่าน เพื่อความเข้าใจ บทความนี้มีบางตอนจะเหมือน หรือคล้ายกับคำเตือนครั้งแรก และในวงเล็บที่ว่า (พ.ศ.2558-2561) ประเทศไทยจะเจอเรื่องนั้น เจอเรื่องนี้นั้น ยกตัวอย่างเช่น ปี พ.ศ.2558 ประเทศไทยจะเจอ "ภัยเศรษฐกิจ" ปีต่อไปประเทศไทยอาจจะเจอ "ภัยธรรมชาติ" และปีต่อไปอาจจะเจอเรื่อง "การสูญเสียบุคคลสำคัญของประเทศ" ปีถัดไปอาจจะเกิด "การชิงอำนาจ" เกิดขึ้นในบ้านเมือง ขอเรียนว่าผู้เขียน..."ไม่สามารถที่จะระบุ และเรียบเรียงได้ว่าปีไหน จะเกิดอะไรขึ้นก่อนหรือหลัง"...แต่ผู้เขียนมีความมั่นใจว่า สิ่งต่างๆที่ผู้เขียนเตือนไว้นี้..."มันต้องเกิด"...อย่างน้อยก็ถูก 80-90 เปอร์เซ็นต์ และบางปีอาจเกิดพร้อมกัน "สองเรื่อง" ในปีเดียวกันก็เป็นไปได้ ขอให้เข้าใจตามนี้ด้วยครับ......และขอกราบเรียนว่าผู้เขียนไม่มีเจตนา ที่จะทำให้ประชาชนแตกตื่นตกใจแต่ประการใด และเหตุการณ์ต่างๆในบทความนี้ อาจจะตรงกันข้ามกับ "คำทำนาย" ของบรรดาโหราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิหลายๆท่าน อีกทั้งผู้เขียนก็เขียนล่วงหน้าไปหลายปี (พ.ศ.2558-2561ยังมีแถมไปถึงปี พ.ศ.2567) ซึ่งมีโอกาสผิดพลาดสูงเช่นกัน แต่ผู้เขียนมีความมั่นใจ และเป็นการท้าทายตัวเอง ถ้ามีสิ่งหนึ่งสิ่งใดผิดพลาด คลาดเคลื่อนไป ผู้เขียนขอน้อมรับความผิดที่อาจจะเกิดขึ้นทุกประการ โดยไม่มีข้อแม้แต่ประการใด ขอบคุณครับ
………………………………………

นับจากนี้เป็นต้นไป (พ.ศ.2558-2561) ประเทศไทยยังไม่มีอะไรดีขึ้น ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องการเมือง ขอให้ทุกคนอดทนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในปีพ.ศ.2558..."เศรษฐกิจร่อแร่"...ถ้าพูดภาษาทางการแพทย์เรียกว่า..."อาการโคม่า"...หรืออาการน่าเป็นห่วง..."รัฐบาลทหาร"...โดยการนำของท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี...และคณะรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญๆ ยังไม่สามารถกอบกู้เศรษฐกิจภายในประเทศ ให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ ทั้งปัญหาปากท้องของประชาชน ปัญหาสินค้าอุปโภค-บริโภคที่ถีบตัวสูงขึ้น แต่รายได้ของประชาชนได้ไม่พอใช้จ่าย หนี้สินภาคครัวเรือนจะพุ่งสูงขึ้น เพราะฉะนั้นขอให้ทุกคนใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด ไม่ควรซื้อสิ่งของที่ฟุ่มเฟือย ท่านใดที่ทำการค้าอยู่ ขอให้ประคับประคองธุรกิจของท่านไปพรางๆก่อน ไม่ควรเพิ่มทุนหรือไปกู้เงินเพิ่มแต่อย่างไร หากไม่มีเงินทุนสำรอง หรือการเงินไม่แข็งแกร่งจริงๆ น่าเป็นห่วงที่สุด..."คนดวงดี"...เท่านั้นจึงจะอยู่รอดได้ ไม่ใช่ว่าเศรษฐกิจไม่ดี แล้วทุกคนที่ทำธุรกิจต้องเจ๊งหมดประเทศ..."ในดีก็มีเสีย ในเสียก็มีดี"...บางคนดวงดีก็จะไม่กระทบกับธุรกิจที่ทำอยู่ แถมยังอาจจะเพิ่ม / หรือขยายการลงทุนด้วยซ้ำ แม้เศรษฐกิจจะไม่ดีก็ตาม ภาษาทางหมอดูเรียกว่า..."รวยสวนกระแสวิกฤติ"...เพียงแต่มีคนจำพวกนี้เป็นส่วนน้อยเท่านั้น...ในฐานะที่ผู้เขียนเป็น..."หมอดูดวง"...ผู้คนมาแล้วมากมาย ในอดีตประเทศไทยเจอวิกฤติต้มยำกุ้ง เมื่อปี พ.ศ.2539-2540 มีนักธุรกิจจำนวนมาก..."ล้มละลาย"...เจ๊งกันเป็นว่าเล่น แม้แต่ธนาคารก็ยัง "เจ๊ง" กันระนาว แต่มีคนส่วนหนึ่งที่ไม่ได้รับผลกระทบเลย แถมยังรวยขึ้นกว่าเก่า นี่คือเรื่องจริง... ..ท่านใดที่เป็นมนุษย์เงินเดือน ขอให้ขยัน อดทน ประหยัด อย่าคิดลาออกจากงานมาลงทุนค้าขายเองในปี พ.ศ.2558 นี้ ถ้าดวงยังไม่ดีจริงๆ หรือคนไหนไม่มีดวงเป็นเจ้าของกิจการ อย่าฝืนดวงเป็นอันขาด ถ้าฝืนลงทุนทำไปรับรองมีแต่ "เจ๊ง" เท่านั้น...คนเก่งมีเยอะ แต่คนดวงเฮงมีน้อย ส่วนมาก "คนเฮง" จะได้ "คนเก่ง" มาทำงานให้นี่คือความจริง....ถ้าบริษัทที่ท่านทำอยู่มีฐานะการเงินที่มั่นคง ขอให้อดทนทำไป...แต่ถ้าบริษัทที่ท่านทำอยู่ หากฐานะการเงินไม่แข็งแกร่งจริงๆ อาจจะต้องล้มเลิกกิจการ หรือปลดคนงานออกบางส่วน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของบริษัท ในปีพ.ศ.2558 เศรษฐกิจในประเทศยังสลบไม่ฟื้นตื่นลำบาก กำลังซื้อจะหดตัวลงต่อเนื่องจากปีพ.ศ.2557 แม้แต่การส่งออกสินค้าไปต่างประเทศก็ยังไม่กระเตื้องขึ้นตามเป้าที่ตั้งไว้ มีสินค้าบางประเภทเท่านั้นที่ยังทรงตัวอยู่ได้ พืชผลการเกษตรจะเสียหาย หรือราคาจะตกต่ำไม่คุ้มกับการลงทุนเพาะปลูก..."ภัยธรรมชาติ"...เช่น ภัยแล้ง จะสร้างความเสียหายต่อชาวไร่ชาวนาและเกษตรกรทั่วไป ...ดิน ฟ้า อากาศ จะวิปริตแปรปรวนไปทั่ว ไม่เป็นไปตามฤดูกาลเหมือนแต่ก่อน และจะเป็นไปทุกประเทศทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะที่ประเทศไทยเท่านั้น...ปี พ.ศ.2558 จะมีนักการเมือง...หรืออดีต..."นักการเมืองที่มีคดีติดตัว"...เจ็บป่วยหนัก อาจถึงกับ "เสียชีวิต" เพราะปีพ.ศ.2558 เป็น "ปีชง" กับคนที่เกิดปีฉลู ถ้าตัวเองไม่เจ็บป่วย ก็อาจจะเกิดกับคนใกล้ชิดเช่นบุตร ภรรยา ญาติพี่น้อง ทำให้เครียด / เสียเงินหรือเจ็บป่วยแทน และเจออุปสรรคต่างๆ แม้แต่คิดจะทำอะไรก็ไม่สมหวัง มีสิทธิถูกหลอกแดกเงินฟรีๆ ถ้าอดีตนักการเมืองที่มีคดีติดตัว ผ่านพ้นปี พ.ศ.2558 มาได้ ก็จะมาเจออายุให้โทษในปีพ.ศ.2560 (อายุ 68) ไม่ถือว่าดีเช่นกัน และดาวเคราะห์ใหญ่จะโหมกระหน่ำ "อดีตนักการเมืองที่มีคดีติดตัว" ในปีพ.ศ. 2562-2563 เพราะเป็นปี "ธาตุน้ำ" ติดต่อกันสองปี จะมาเล่นงาน "ธาตุไฟ" ของอดีตนักการเมืองที่มีคดีติดตัวอย่างรุนแรง ถึงตอนนั้นมีสิทธิ "ต๊ายแหน่ ต๊ายแหน่"...เอ้า แถมให้อีกนิด ยืดเวลาให้อีกหน่อย ถ้าหากว่าอดีตนักการเมืองที่มีคดีติดตัว อึด ทน แข็ง ใหญ่ จนสามารถฟันฝ่ามรสุมชีวิตพ้นปี พ.ศ.2563 มาได้อีกครั้ง ก็จะมาเจอด่านอรหันต์ในปี พ.ศ.2565-2567 คราวนี้คงตายแน่ๆ ไอ้หวังตายแน่ ตายแน่ไอ้หวัง...(ผู้เขียนคิดว่า คนที่อ่านเรื่อง อดีตนักการเมืองที่มีคดีติดตัว คงจะหงุดหงิดใจไม่น้อย บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมคนชั่วๆจึงตายยาก ตายเย็นอย่างนี้ ขออธิบายว่านับจากนี้เป็นต้นไป "เขาคนนั้น" ดวงตกสุดๆยากที่จะทำการใดสำเร็จ มีแต่ความหายนะรออยู่ มีแต่ความตายรออยู่ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ให้อโหสิกรรมกันดีกว่า อย่าอาฆาตพยาบาทกันเลย อย่าจองเวรต่อกันและกันเลย..."การอโหสิกรรม เป็นกุศลอันยิ่งใหญ่"...คนเราเกิดมาแล้ว ต้องตายกันทุกคน ช้าหรือเร็วเท่านั้น)...ในขณะเดียวกันปีพ.ศ.2558 ยังต้องเฝ้าระวังสุขภาพของ..."บุคคลสำคัญของประเทศ"...ให้ใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพราะดวงเมืองของประเทศไทยยังน่าเป็นห่วงสำหรับ..."บุคคลสำคัญของประเทศ"...เป็นอย่างยิ่ง ถ้ามีการสูญเสียบุคคลสำคัญของประเทศเกิดขึ้น บ้านเมืองจะปั่นป่วนไปหมด ประชาชนจะลำบากมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงพ่อค้าแม่ค้า นักธุรกิจ เหมือนหญ้าแพรก ถูกช้างเหยียบกระจุยกระจายจนแหลกลาญ..."การชิงอำนาจทางการเมือง"...จะเกิดขึ้นระหว่าง..."คนมีสี"...ด้วยกันจะเรียกว่า "ปฏิวัติซ้อน" ก็ว่าได้ถ้าเกิดเหตุการณ์..."ชิงอำนาจทางการเมือง"...ขึ้น อาจจะมีการใช้อาวุธเข้าปะทะกัน เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีกำลังพล และมีอาวุธร้ายแรง..."การเลือกตั้งจะไม่มีอีกหลายปี"...เพราะ "คนมีสี" จะเข้ามาคุมอำนาจทางการเมืองต่อ...ขอให้ประชาชนทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม อย่าประมาท อย่าใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย และใช้สติพิจารณา อย่าตกใจเกินเหตุ เพราะเหตุยังไม่เกิด ผลจึงยังไม่มี บางทีผมอาจจะผิดพลาดก็เป็นไปได้ (น้อยมาก)
………………………………………..

ถ้าบุคคลสำคัญของประเทศ ผ่านวิกฤติปีพ.ศ.2558 ไปได้ การเลือกตั้ง สส.คาดว่าอาจจะมีขึ้นในปีพ.ศ.2559 หรืออาจจะเป็นปี พ.ศ.2560 แต่ไม่ว่าใครจะมาเป็น "นายก" ก็ตาม พรรคไหนจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม หรือแม้แต่ทหารเข้ามาคุมอำนาจทางการเมืองก็ตาม ก็ยังไม่สามารถกู้สถานการณ์เศรษฐกิจให้ดีขึ้นมาได้ เพราะประเทศไทยยังไม่หมดเคราะห์ ยังมีเคราะห์หนักติดต่อกันอีกหลายปี นักการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศ ส่วนมากไม่มีคุณภาพ ไม่มีฝีมือดีพอ....มีแต่นักการเมืองจำพวก "ดีแต่ปาก เก่งแต่พูด" ทุกตัวล้วนแต่กระสันอยากเป็น "นายก" อยากเป็น "รัฐมนตรี" จนตัวสั่น หางกระดิก...ประชาชนจะไปหวังพึ่งนักการเมืองไม่ได้เพราะ..."คนซวย"...จะได้เป็น "นายก" รวมทั้งคณะรัฐมนตรีต่างๆก็มี..."คนซวย"...จำนวนมากประเทศไทยจึงต้องเจอกับ..."ภัยพิบัติ"...ครั้งใหญ่ในอีกไม่นานนี้ (พ.ศ.2558-2561) อย่าประมาทเรื่อง..."แผ่นดินไหว"...อย่างรุนแรงจะทำให้เกิด..."ภัยที่มาจากน้ำ"...อย่าประมาทเรื่อง..."ภัยธรรมชาติ"...เป็นอันขาด อาจจะเกิด..."สึนามิ"...ขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าไม่ใช่ "สึนามิ" ขึ้นที่ทะเลฝั่งทะเลอันดามัน ก็ให้ระวังทะเลฝั่งอ่าวไทยให้มากอาจจะเกิดจากลมพายุที่รุนแรง...ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 24-25 ต.ค. พ.ศ.2505 เกิดพายุโซนร้อน เป็นพายุหมุนที่รุนแรงมาก เข้าถล่ม จ.นครศรีธรรมราช และ แหลมตะลุมพุก จะกระจุยกระจายราบเป็นหน้ากลองมาแล้ว...และเมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2532 เกิดพายุใต้ฝุ่นเกย์ เข้าถล่ม ที่ จ. ชุมพร สร้างความเสียหายย่อยยับเช่นกัน...ผู้เขียนเชื่อว่าช้าหรือเร็ว "มันต้องเกิด" ค่อนข้างแน่นอน นับจากนี้ไปไม่น่าเกินสาม-สี่ปี แม้แต่กรุงเทพฯ ก็ยังเสี่ยงภัยอันตรายจาก..."ภัยธรรมชาติ"...เช่นกัน ความเสียหายจะตามมา ตึกสูงบางแห่งอาจจะถึงกับถล่มหรือเสียหายอย่างหนัก บ้านเรือน-ทรัพย์สินประชาชนจะเสียหาย ผู้คนจะล้มหาย ตายจากไปจำนวนมาก อาหารจะขาดแคลนอย่างหนัก ทั้งน้ำดื่ม น้ำใช้ก็จะขาดแคลนเช่นกัน ระบบไฟฟ้า-ประปาบางแห่งจะเสียหาย สะพานและถนนบางแห่ง จะเสียหายเช่นกัน แผ่นดินบางแห่งจะยุบตัวลงเป็นหลุมลึก โรคระบาดจะลามไปทั่ว โจรผู้ร้ายจะชุกชุม การปล้นจี้ ชิงทรัพย์-ข่มขืนจะลามไปทุกแห่ง ความโกลาหลวุ่นวายจะเกิดขึ้น เหมือนผึ้งแตกรัง มันเป็น ..."กรรมของประเทศ"...ที่มาซ้ำเติมคนไทย แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ที่กุมสินค้าอุปโภค-บริโภคไว้ในกำมือ รวมทั้งบรรดามหาเศรษฐี นักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้ที่ทำธุรกิจสีเทา และสีดำจะไม่เดือดร้อน กลับจะเฟื่องฟู ร่ำรวยยิ่งขึ้น เหมือนปลาใหญ่กินปลาเล็ก ประชาชนเหมือนปลาซิว ปลาสร้อย ตาละห้อยเหมือนคนสิ้นหวัง
…………………………………………

ถ้าหากว่า...."บุคคลสำคัญเบอร์ 1. ของประเทศ"...ผ่านพ้นวิกฤติในปี พ.ศ.2558 มาได้ก็ตาม แต่คงไม่สามารถผ่านปี พ.ศ.2560 หรือพ.ศ.2561 ไปได้...ภายในช่วงปี พ.ศ.2558-2561 ประเทศไทยมีเคราะห์แรงมาก มีแนวโน้มว่าจะเกิดการสูญเสีย..."บุคคลสำคัญของประเทศ"...อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้เขียนเกรงว่าในช่วงปีดังกล่าว (พ.ศ.2558-2561) อาจจะมีการสูญเสีย..."บุคคลสำคัญของประเทศ"...ที่เป็นแกนหลักของบ้านเมืองติดต่อกัน 2-3 ท่าน...หนึ่งในนั้นเป็นที่เคารพ ของเหล่าบรรดาขุนทหารมาช้านานแล้ว...ขอย้ำอีกครั้งถ้า..."บุคคลสำคัญ เบอร์ 1 ของประเทศ"...สูญเสียเมื่อไหร่ บ้านเมืองจะร้อนเป็นไฟ..."การแย่งชิงอำนาจจะเกิดตามมา"...พ่อค้า แม่ค้า นักธุรกิจ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ น่าสงสารที่สุด เหมือนลูกขาดพ่อ เหมือนประเทศขาดเสาหลักค้ำจุน บ้านเมืองมืดไปหมด ความโศกเศร้า โศกาดูร จะดังระงมไปทั้งแผ่นดิน
…………………………………………
ประเทศไทย เป็น..."สวรรค์"...ของนักการเมือง และกลุ่มนายทุนใหญ่ รวมถึงข้าราชการระดับสูง และคนที่อยู่ในคราบของนักการเมือง ในช่วงนี้ (พ.ศ.2558-2561) ประเทศไทยจะเหมือน..."นรก"...ของคนระดับล่าง ที่เรียกกันว่า "ชาวรากหญ้า" ที่ครองแชมป์ "ความจน" มาอย่างยั่งยืน ถาวร นานแสนนาน จะยิ่งลำบากมากขึ้น แม้แต่คนระดับปานกลาง และคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนก็หนีไม่พ้น ยังไงก็ต้องได้รับผลกระทบจะมากหรือน้อยเท่านั้น...คำว่าเมตตา-ปราณี หาได้ยากยิ่งในหมู่ นักการเมือง ข้าราชการระดับสูง และนายทุนใหญ่ รวมทั้งบรรดามหาเศรษฐีหลายคน...ประชาชนคนธรรมดาจะหากินลำบากยิ่งขึ้น เด็ก-ผู้หญิงต้องดิ้นรนหาเงินเลี้ยงชีพ ด้วยการขายตัวจะเพิ่มมากขึ้น ความเดือดร้อนจะแผ่กระจายไปทั่วแผ่นดินไทย บรรดาธนาคารต่างๆจะมีหนี้สูญมากขึ้น คนจะเป็นหนี้บัตรเครดิตเพิ่มขึ้นมากมาย...รูดปรี๊ด รูดปรี๊ด รูดแล้วไม่มีเงินจ่าย ธนาคารรับกรรม...ภาคอุตสาหกรรมจะซบเซาลง หรือลดกำลังการผลิต เพราะกำลังซื้อของคนระดับล่าง-และคนระดับปานกลาง ไม่มีเงินซื้อ หรือมีเงินแต่ไม่อยากใช้เงิน จะขายได้เฉพาะสินค้าที่ราคาแพงสำหรับคนรวยเท่านั้น แต่ก็ขายได้น้อยลงเช่นกัน เต็นท์รถมือสอง "เจ๊ง" กันระนาว เพราะพิษรถคันแรกของรัฐบาล "อีเอ๋อ" ที่เธอพ่นพิษไว้เป็นที่ระลึก สะเทือนไปถึง "เชียงกง" ที่จำหน่ายอะไหล่เครื่องยนต์เก่า ร้านค้า / ห้างสรรพสินค้าจะเงียบเหงา มีคนเดินดูมากกว่าคนเดินซื้อ...แม้แต่หมู่บ้านจัดสรร อสังหาริมทรัพย์ก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย และ /หรือ คนที่ซื้อบ้านจัดสรร ซื้อคอนโดราคาแพง ซื้อเกินกำลังทรัพย์ จะเดือดร้อนจนไม่สามารถผ่อนต่อไปได้ อาจต้องถูกยึดรถ ยึดบ้าน หรือต้องปรับโครงสร้างการชำระหนี้ใหม่กับสถาบันการเงิน....นับจากปีพ.ศ.2558 เป็นต้นไป เศรษฐกิจประเทศไทยจะตกต่ำไปถึงปี พ.ศ. 2561 ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกสินค้าก็จะลดลง เพราะถูกประเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม เขมร พม่า ลาว แย่งชิงส่วนแบ่งตลาดไปจำนวนมาก ทั้งข้าว อาหารทะเล พืชผลการเกษตรหลายชนิด สิ่งทอต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่โรงงานผลิตรองเท้าส่งออก รวมทั้งเครื่องประดับ อุปกรณ์อิเล็กเทรอนิกส์ต่างๆ ก็จะถูกประเทศเพื่อนบ้านแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดไปครอง...แม้แต่ประเทศจีน ก็จะสั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทยน้อยลง นอกจากการแลกเปลี่ยนสินค้าของไทยเช่นข้าว ยางพารา (ราคายางพารา ยังไม่สามารถขึ้นราคาได้ง่ายๆ) และผลผลิตการเกษตรบางชนิด แต่ประเทศไทยต้องให้ประเทศจีนเหมาทำรถไฟ ในประเทศไทยเป็นการแลกเปลี่ยน...คนจีนไม่โง่หรอก รัฐบาลจีนฉลาดเรื่องการค้ามากกว่า ทหาร นักการเมือง-ข้าราชการ ของประเทศไทย ร้อยเท่า พันเท่า เพราะนักการเมืองไทย ข้าราชการไทย รวมทั้งทหารไทยบางคน เชื่อว่าทหารและนักการเมืองบางคน มีส่วนได้ผลประโยชน์ส่วนตัว และพวกพ้องจำนวนมหาศาล แต่จะอ้างว่าทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน ...ประชาชนตาดำๆ ต้องเป็นหนี้เจ็ดชั่วโคตร เพราะ นักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองอาชีพ หรือ นักการเมืองที่มาจากปากกระบอกปืน คนไทยทั้งประเทศมีหนี้ โดยที่ไม่ได้กู้แม้แต่สตางค์แดงเดียว แต่ต้องก้มหน้าก้มตาใช้หนี้ ไปถึงลูก หลาน แหลน ลื้อ ตายแล้วเกิดใหม่ก็ยังใช้หนี้ไม่หมด นี่คือฝีมือและผลงาน นักการเมืองไทย จริงหรือไม่?
…………………………………….

ขอให้เชื่อเถิดว่า..."ไม่มีคำว่าตกต่ำตลอดกาล"...ฝนตกก็มีวันหยุด ฟ้ามืดก็มีวันสว่าง พระอาทิตย์ไม่มีวันตกจนมืดตลอดทั้งปี ฉันใดก็ฉันนั้น ประเทศไทยก็มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เช่นกัน หลังจากที่ประเทศไทยพ้นบ่วงกรรม อย่างหนักหนาสาหัสผ่านอุปสรรคปัญหาต่างๆทั้งเรื่อง ภัยธรรมชาติที่รุนแรง ภัยเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างหนัก การสูญเสียบุคคลสำคัญของประเทศ และการแย่งชิงอำนาจผ่านพ้นไปแล้ว จะถึงจุดเปลี่ยนประเทศไทยอีกครั้ง เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เหมือนต้นไม้ผลัดใบ ความเจริญรุ่งเรืองจะกลับมาอีกครั้ง พืชผลการเกษตรจะอุดมสมบูรณ์ พร้อมด้วยราคาพืชผลการเกษตรจะดีขึ้น ชาวไร่ ชาวนาจะลืมตาอ้าปากได้ พ่อค้าวาณิชย์ นักธุรกิจจะกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง อุตสาหกรรมต่างๆจะฟื้นตัว และจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะชาวต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น...ประเทศแถบเอเชียเช่นประเทศไทย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศเวียดนาม ประเทศเขมร ประเทศลาว ประเทศพม่าเป็นต้นจะกลายเป็น..."ครัวโลก"...ของการส่งออกอาหารจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในทางกลับกันประเทศแถบอาหรับ และประเทศแถบตะวันตก รวมทั้งยุโรปหลายประเทศ จะขาดแคลนอาหารอย่างหนัก
………………………………..
ประธานาธิบดี บารัค โอบามา เกิดวันที่ 4 ส.ค. 1961 (พ.ศ.2504 ปีฉลู) มีดิถีธาตุดิน ในปีพ.ศ.2558 เป็น "ปีชง" กับเจ้าชะตา "ธาตุดิน" ของ บารัค โอบามา ถูก "ธาตุไม้" เล่นงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 แล้ว...ผลงานต่างๆของ ปธน. บารัค โอบามา จะไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนชาวอเมริกา
ในเมื่อดวง..."ผู้นำประเทศ"...ซวยแบบดับเบิ้ลซวย อย่างนี้จะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจของประเทศอเมริกาเป็นอย่างมาก คนจะตกงานอีกอื้อ ราคาบ้าน / ที่ดินจะตกต่ำอย่างน่าใจหาย เชื่อว่าประธานาธิบดี บารัค โอบามา ยังไม่สามารถกู้เศรษฐกิจของประเทศอเมริกาให้ฟื้นขึ้นมาได้อย่างแน่นอน และปี พ.ศ.2559 อายุของ ปธน. บารัค โอบามาให้โทษอีก (อายุ 55) ยังอยู่ในช่วง..."ดวงตกแบบไม่มีหูรูด"... เชื่อว่าประชาชนชาวอเมริกา แทบจะขับไล่ประธานาธิบดีของตนเองด้วยซ้ำ ถ้ากฎหมายหรือรัฐธรรมนูญของประเทศอเมริกา ให้สิทธิประชาชนชาวอเมริกาชุมนุมประท้วงขับไล่นักการเมือง เหมือนประเทศไทยก่อนที่จะมีการรัฐประหารของ คสช...คิดว่า ปธน.บารัค โอบามา คงถูกประชาชนชาวอเมริกาขับไล่ไปนานแล้ว ในช่วงที่ดวงของ ปธน. บารัค โอบามา กำลังตกต่ำอย่างหนัก อาจคิดผิด ทำผิด นำประเทศไปสู่สงครามกับประเทศแถบอาหรับ และความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆจะลดต่ำลงอย่างมาก ประเทศอเมริกายังต้องเสี่ยงกับการถูก..."ก่อวินาศกรรม"...อีกด้วย เมื่อ ปธน. บารัค โอบามา พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ประชาชนชาวอเมริกา จะได้ประธานาธิบดีคนใหม่เป็นผู้หญิง?
………………………………..

"นาง ฮิลลารี คลินตัน"...จะได้เป็น..."ประธานาธิบดี"... คนใหม่อย่างแน่นอน หลังจากนั้นไม่กี่ปี หรือไม่นานประเทศ อเมริกาซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจ จะเกิดสงครามกับประเทศมหาอำนาจด้วยกัน หรือทำสงครามกับประเทศแถบอาหรับ และสงครามอาจจะลุกลามไปหลายประเทศ และ / หรือ อาจมีประเทศอื่นแอบหนุนหลังช่วยเหลือเรื่องอาวุธในการทำสงคราม หรืออาจจะส่งทหารเข้าไปช่วยรบด้วย...ประเทศแถบเอเชียจะกลายเป็นขุมทรัพย์ทางเศรษฐกิจ และเป็นขุมทองทางด้านอาหาร การเกษตรจะเฟื่องฟูสุดขีด ชาวไร่ชาวนาจะไม่ยากจนอีกต่อไป พืชผลการเกษตรจะมีราคาสูงขึ้น การส่งออกโดยเฉพาะด้านอาหารจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะหลายประเทศขาดแคลนอาหาร อาจจะเกิดจากปัจจัยสงคราม จึงทำให้หลายประเทศต่างสะสม-กักตุนน้ำมัน และอาหารมากเป็นประวัติการณ์ บางท่านคงสงสัยว่าถ้าเกิดสงคราม ประเทศไทยไม่เดือดร้อนหรือ? / ไม่ได้รับผลกระทบบ้างหรือ?...ขอเรียนว่า ถ้าเกิดสงครามระหว่างประเทศมหาอำนาจเกิดขึ้น ประเทศทั่วโลกย่อมได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ แต่ประเทศที่เป็นแหล่งผลิตอาหาร มีพืชผลการเกษตรสมบูรณ์ จะได้อานิสงส์มากที่สุด สินค้าอื่นๆที่ไม่ใช่ของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ก็ได้รับผลกระทบเหมือนกันทั่วโลกเช่นกัน
…………………………………………
ต้องย้ายเมืองหลวง กรุงเทพฯอยู่ได้อีกไม่กี่สิบปี อาจจะสิบปี หรือยี่สิบปี แต่ไม่น่าจะเกินสี่สิบปีนับจากนี้เป็นต้นไป..."ต้องย้ายเมืองหลวง"...เพราะกรุงเทพฯจะจมบาดาล น้ำทะเลจะสูงขึ้นๆ ทั้งน้ำจากฝนก็จะกระหน่ำจนกรุงเทพฯจมบาดาล หรือเกิดจาก "เขื่อนแตก" เพราะ "แผ่นดินไหว" จนไม่สามารถแก้ไขหรือป้องกันได้...ที่ดินริมแม่น้ำโขง จะถูกน้ำซัดถล่มขาดหายไปจำนวนมาก อาจจะเกิดจากเขื่อนที่ประเทศจีน "แตก" แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเขื่อนแตกเพราะ..."แผ่นดินไหว"...หรือเขื่อนแตกเพราะการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน ขอให้ผู้ที่มีบ้านเรือนอยู่ติดริมน้ำโขงให้ระวังเป็นพิเศษ และโปรดอย่าถามว่า..."เขื่อนจะแตกวันไหน? เมื่อไหร่?"...เพราะนี่เป็น..."คำเตือน" (ไม่ใช่คำทำนาย)..."ผู้มีศีล มีธรรม"... จะปลอดภัย จากภัยพิบัติต่างๆ "คนไร้ศีล" จะล้มหายตายจากไปจำนวนมาก // อวสาน

ปล.อยากให้ทุกคนอ่านซ้ำๆหลายครั้ง จะได้เข้าใจมากขึ้น และจำได้แม่นยำ หรือก็อปปี้บทความนี้เอาไว้ ขอให้ทุกคนใช้สติ อย่าตกใจจนขาดสติ สติเป็นตัวแก้ไขได้ทุกอย่าง พึงสวดมนต์ ภาวนาเอาไว้เป็นประจำ ทาน ศีล ภาวนา หมั่นทำไว้ เพราะจะเป็นกำแพงแก้วทั้งเจ็ดชั้น มาห้อมล้อมปกป้องคุ้มครองท่านได้อย่างแน่นอน

ด้วยความเคารพ
หมอนิด กิจจา ทวีกุลกิจ
28 พ.ย.2557

อนาคตอันน่าสพึงกลัว!! คำเตือนฉบับที่ 2. เตือนครั้งสุดท้าย จาก กิจจา หมอนิด ทวีกุลกิจ

กิจจา หมอนิด ทวีกุลกิจ

November 27, 2014 · Bangkok, Thailand ·


คำเตือนฉบับที่ 2. เตือนครั้งสุดท้าย (ไม่ใช่คำทำนาย)
ผู้เขียนอนุญาตให้นำบทความนี้ ไปเผยแพร่ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตแต่อย่างไร
................เกริ่นก่อนอ่าน เพื่อความเข้าใจ บทความนี้มีบางตอนจะเหมือน หรือคล้ายกับคำเตือนครั้งแรก และในวงเล็บที่ว่า (พ.ศ.2558-2561) ประเทศไทยจะเจอเรื่องนั้น เจอเรื่องนี้นั้น ยกตัวอย่างเช่น ปี พ.ศ.2558 ประเทศไทยจะเจอ "ภัยเศรษฐกิจ" ปีต่อไปประเทศไทยอาจจะเจอ "ภัยธรรมชาติ" และปีต่อไปอาจจะเจอเรื่อง "การสูญเสียบุคคลสำคัญของประเทศ" ปีถัดไปอาจจะเกิด "การชิงอำนาจ" เกิดขึ้นในบ้านเมือง ขอเรียนว่าผู้เขียน..."ไม่สามารถที่จะระบุ และเรียบเรียงได้ว่าปีไหน จะเกิดอะไรขึ้นก่อนหรือหลัง"...แต่ผู้เขียนมีความมั่นใจว่า สิ่งต่างๆที่ผู้เขียนเตือนไว้นี้..."มันต้องเกิด"...อย่างน้อยก็ถูก 80-90 เปอร์เซ็นต์ และบางปีอาจเกิดพร้อมกัน "สองเรื่อง" ในปีเดียวกันก็เป็นไปได้ ขอให้เข้าใจตามนี้ด้วยครับ......และขอกราบเรียนว่าผู้เขียนไม่มีเจตนา ที่จะทำให้ประชาชนแตกตื่นตกใจแต่ประการใด และเหตุการณ์ต่างๆในบทความนี้ อาจจะตรงกันข้ามกับ "คำทำนาย" ของบรรดาโหราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิหลายๆท่าน อีกทั้งผู้เขียนก็เขียนล่วงหน้าไปหลายปี (พ.ศ.2558-2561ยังมีแถมไปถึงปี พ.ศ.2567) ซึ่งมีโอกาสผิดพลาดสูงเช่นกัน แต่ผู้เขียนมีความมั่นใจ และเป็นการท้าทายตัวเอง ถ้ามีสิ่งหนึ่งสิ่งใดผิดพลาด คลาดเคลื่อนไป ผู้เขียนขอน้อมรับความผิดที่อาจจะเกิดขึ้นทุกประการ โดยไม่มีข้อแม้แต่ประการใด ขอบคุณครับ
………………………………………

นับจากนี้เป็นต้นไป (พ.ศ.2558-2561) ประเทศไทยยังไม่มีอะไรดีขึ้น ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องการเมือง ขอให้ทุกคนอดทนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในปีพ.ศ.2558..."เศรษฐกิจร่อแร่"...ถ้าพูดภาษาทางการแพทย์เรียกว่า..."อาการโคม่า"...หรืออาการน่าเป็นห่วง..."รัฐบาลทหาร"...โดยการนำของท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี...และคณะรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญๆ ยังไม่สามารถกอบกู้เศรษฐกิจภายในประเทศ ให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ ทั้งปัญหาปากท้องของประชาชน ปัญหาสินค้าอุปโภค-บริโภคที่ถีบตัวสูงขึ้น แต่รายได้ของประชาชนได้ไม่พอใช้จ่าย หนี้สินภาคครัวเรือนจะพุ่งสูงขึ้น เพราะฉะนั้นขอให้ทุกคนใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด ไม่ควรซื้อสิ่งของที่ฟุ่มเฟือย ท่านใดที่ทำการค้าอยู่ ขอให้ประคับประคองธุรกิจของท่านไปพรางๆก่อน ไม่ควรเพิ่มทุนหรือไปกู้เงินเพิ่มแต่อย่างไร หากไม่มีเงินทุนสำรอง หรือการเงินไม่แข็งแกร่งจริงๆ น่าเป็นห่วงที่สุด..."คนดวงดี"...เท่านั้นจึงจะอยู่รอดได้ ไม่ใช่ว่าเศรษฐกิจไม่ดี แล้วทุกคนที่ทำธุรกิจต้องเจ๊งหมดประเทศ..."ในดีก็มีเสีย ในเสียก็มีดี"...บางคนดวงดีก็จะไม่กระทบกับธุรกิจที่ทำอยู่ แถมยังอาจจะเพิ่ม / หรือขยายการลงทุนด้วยซ้ำ แม้เศรษฐกิจจะไม่ดีก็ตาม ภาษาทางหมอดูเรียกว่า..."รวยสวนกระแสวิกฤติ"...เพียงแต่มีคนจำพวกนี้เป็นส่วนน้อยเท่านั้น...ในฐานะที่ผู้เขียนเป็น..."หมอดูดวง"...ผู้คนมาแล้วมากมาย ในอดีตประเทศไทยเจอวิกฤติต้มยำกุ้ง เมื่อปี พ.ศ.2539-2540 มีนักธุรกิจจำนวนมาก..."ล้มละลาย"...เจ๊งกันเป็นว่าเล่น แม้แต่ธนาคารก็ยัง "เจ๊ง" กันระนาว แต่มีคนส่วนหนึ่งที่ไม่ได้รับผลกระทบเลย แถมยังรวยขึ้นกว่าเก่า นี่คือเรื่องจริง... ..ท่านใดที่เป็นมนุษย์เงินเดือน ขอให้ขยัน อดทน ประหยัด อย่าคิดลาออกจากงานมาลงทุนค้าขายเองในปี พ.ศ.2558 นี้ ถ้าดวงยังไม่ดีจริงๆ หรือคนไหนไม่มีดวงเป็นเจ้าของกิจการ อย่าฝืนดวงเป็นอันขาด ถ้าฝืนลงทุนทำไปรับรองมีแต่ "เจ๊ง" เท่านั้น...คนเก่งมีเยอะ แต่คนดวงเฮงมีน้อย ส่วนมาก "คนเฮง" จะได้ "คนเก่ง" มาทำงานให้นี่คือความจริง....ถ้าบริษัทที่ท่านทำอยู่มีฐานะการเงินที่มั่นคง ขอให้อดทนทำไป...แต่ถ้าบริษัทที่ท่านทำอยู่ หากฐานะการเงินไม่แข็งแกร่งจริงๆ อาจจะต้องล้มเลิกกิจการ หรือปลดคนงานออกบางส่วน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของบริษัท ในปีพ.ศ.2558 เศรษฐกิจในประเทศยังสลบไม่ฟื้นตื่นลำบาก กำลังซื้อจะหดตัวลงต่อเนื่องจากปีพ.ศ.2557 แม้แต่การส่งออกสินค้าไปต่างประเทศก็ยังไม่กระเตื้องขึ้นตามเป้าที่ตั้งไว้ มีสินค้าบางประเภทเท่านั้นที่ยังทรงตัวอยู่ได้ พืชผลการเกษตรจะเสียหาย หรือราคาจะตกต่ำไม่คุ้มกับการลงทุนเพาะปลูก..."ภัยธรรมชาติ"...เช่น ภัยแล้ง จะสร้างความเสียหายต่อชาวไร่ชาวนาและเกษตรกรทั่วไป ...ดิน ฟ้า อากาศ จะวิปริตแปรปรวนไปทั่ว ไม่เป็นไปตามฤดูกาลเหมือนแต่ก่อน และจะเป็นไปทุกประเทศทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะที่ประเทศไทยเท่านั้น...ปี พ.ศ.2558 จะมีนักการเมือง...หรืออดีต..."นักการเมืองที่มีคดีติดตัว"...เจ็บป่วยหนัก อาจถึงกับ "เสียชีวิต" เพราะปีพ.ศ.2558 เป็น "ปีชง" กับคนที่เกิดปีฉลู ถ้าตัวเองไม่เจ็บป่วย ก็อาจจะเกิดกับคนใกล้ชิดเช่นบุตร ภรรยา ญาติพี่น้อง ทำให้เครียด / เสียเงินหรือเจ็บป่วยแทน และเจออุปสรรคต่างๆ แม้แต่คิดจะทำอะไรก็ไม่สมหวัง มีสิทธิถูกหลอกแดกเงินฟรีๆ ถ้าอดีตนักการเมืองที่มีคดีติดตัว ผ่านพ้นปี พ.ศ.2558 มาได้ ก็จะมาเจออายุให้โทษในปีพ.ศ.2560 (อายุ 68) ไม่ถือว่าดีเช่นกัน และดาวเคราะห์ใหญ่จะโหมกระหน่ำ "อดีตนักการเมืองที่มีคดีติดตัว" ในปีพ.ศ. 2562-2563 เพราะเป็นปี "ธาตุน้ำ" ติดต่อกันสองปี จะมาเล่นงาน "ธาตุไฟ" ของอดีตนักการเมืองที่มีคดีติดตัวอย่างรุนแรง ถึงตอนนั้นมีสิทธิ "ต๊ายแหน่ ต๊ายแหน่"...เอ้า แถมให้อีกนิด ยืดเวลาให้อีกหน่อย ถ้าหากว่าอดีตนักการเมืองที่มีคดีติดตัว อึด ทน แข็ง ใหญ่ จนสามารถฟันฝ่ามรสุมชีวิตพ้นปี พ.ศ.2563 มาได้อีกครั้ง ก็จะมาเจอด่านอรหันต์ในปี พ.ศ.2565-2567 คราวนี้คงตายแน่ๆ ไอ้หวังตายแน่ ตายแน่ไอ้หวัง...(ผู้เขียนคิดว่า คนที่อ่านเรื่อง อดีตนักการเมืองที่มีคดีติดตัว คงจะหงุดหงิดใจไม่น้อย บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมคนชั่วๆจึงตายยาก ตายเย็นอย่างนี้ ขออธิบายว่านับจากนี้เป็นต้นไป "เขาคนนั้น" ดวงตกสุดๆยากที่จะทำการใดสำเร็จ มีแต่ความหายนะรออยู่ มีแต่ความตายรออยู่ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ให้อโหสิกรรมกันดีกว่า อย่าอาฆาตพยาบาทกันเลย อย่าจองเวรต่อกันและกันเลย..."การอโหสิกรรม เป็นกุศลอันยิ่งใหญ่"...คนเราเกิดมาแล้ว ต้องตายกันทุกคน ช้าหรือเร็วเท่านั้น)...ในขณะเดียวกันปีพ.ศ.2558 ยังต้องเฝ้าระวังสุขภาพของ..."บุคคลสำคัญของประเทศ"...ให้ใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพราะดวงเมืองของประเทศไทยยังน่าเป็นห่วงสำหรับ..."บุคคลสำคัญของประเทศ"...เป็นอย่างยิ่ง ถ้ามีการสูญเสียบุคคลสำคัญของประเทศเกิดขึ้น บ้านเมืองจะปั่นป่วนไปหมด ประชาชนจะลำบากมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงพ่อค้าแม่ค้า นักธุรกิจ เหมือนหญ้าแพรก ถูกช้างเหยียบกระจุยกระจายจนแหลกลาญ..."การชิงอำนาจทางการเมือง"...จะเกิดขึ้นระหว่าง..."คนมีสี"...ด้วยกันจะเรียกว่า "ปฏิวัติซ้อน" ก็ว่าได้ถ้าเกิดเหตุการณ์..."ชิงอำนาจทางการเมือง"...ขึ้น อาจจะมีการใช้อาวุธเข้าปะทะกัน เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีกำลังพล และมีอาวุธร้ายแรง..."การเลือกตั้งจะไม่มีอีกหลายปี"...เพราะ "คนมีสี" จะเข้ามาคุมอำนาจทางการเมืองต่อ...ขอให้ประชาชนทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม อย่าประมาท อย่าใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย และใช้สติพิจารณา อย่าตกใจเกินเหตุ เพราะเหตุยังไม่เกิด ผลจึงยังไม่มี บางทีผมอาจจะผิดพลาดก็เป็นไปได้ (น้อยมาก)
………………………………………..

ถ้าบุคคลสำคัญของประเทศ ผ่านวิกฤติปีพ.ศ.2558 ไปได้ การเลือกตั้ง สส.คาดว่าอาจจะมีขึ้นในปีพ.ศ.2559 หรืออาจจะเป็นปี พ.ศ.2560 แต่ไม่ว่าใครจะมาเป็น "นายก" ก็ตาม พรรคไหนจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม หรือแม้แต่ทหารเข้ามาคุมอำนาจทางการเมืองก็ตาม ก็ยังไม่สามารถกู้สถานการณ์เศรษฐกิจให้ดีขึ้นมาได้ เพราะประเทศไทยยังไม่หมดเคราะห์ ยังมีเคราะห์หนักติดต่อกันอีกหลายปี นักการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศ ส่วนมากไม่มีคุณภาพ ไม่มีฝีมือดีพอ....มีแต่นักการเมืองจำพวก "ดีแต่ปาก เก่งแต่พูด" ทุกตัวล้วนแต่กระสันอยากเป็น "นายก" อยากเป็น "รัฐมนตรี" จนตัวสั่น หางกระดิก...ประชาชนจะไปหวังพึ่งนักการเมืองไม่ได้เพราะ..."คนซวย"...จะได้เป็น "นายก" รวมทั้งคณะรัฐมนตรีต่างๆก็มี..."คนซวย"...จำนวนมากประเทศไทยจึงต้องเจอกับ..."ภัยพิบัติ"...ครั้งใหญ่ในอีกไม่นานนี้ (พ.ศ.2558-2561) อย่าประมาทเรื่อง..."แผ่นดินไหว"...อย่างรุนแรงจะทำให้เกิด..."ภัยที่มาจากน้ำ"...อย่าประมาทเรื่อง..."ภัยธรรมชาติ"...เป็นอันขาด อาจจะเกิด..."สึนามิ"...ขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าไม่ใช่ "สึนามิ" ขึ้นที่ทะเลฝั่งทะเลอันดามัน ก็ให้ระวังทะเลฝั่งอ่าวไทยให้มากอาจจะเกิดจากลมพายุที่รุนแรง...ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 24-25 ต.ค. พ.ศ.2505 เกิดพายุโซนร้อน เป็นพายุหมุนที่รุนแรงมาก เข้าถล่ม จ.นครศรีธรรมราช และ แหลมตะลุมพุก จะกระจุยกระจายราบเป็นหน้ากลองมาแล้ว...และเมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2532 เกิดพายุใต้ฝุ่นเกย์ เข้าถล่ม ที่ จ. ชุมพร สร้างความเสียหายย่อยยับเช่นกัน...ผู้เขียนเชื่อว่าช้าหรือเร็ว "มันต้องเกิด" ค่อนข้างแน่นอน นับจากนี้ไปไม่น่าเกินสาม-สี่ปี แม้แต่กรุงเทพฯ ก็ยังเสี่ยงภัยอันตรายจาก..."ภัยธรรมชาติ"...เช่นกัน ความเสียหายจะตามมา ตึกสูงบางแห่งอาจจะถึงกับถล่มหรือเสียหายอย่างหนัก บ้านเรือน-ทรัพย์สินประชาชนจะเสียหาย ผู้คนจะล้มหาย ตายจากไปจำนวนมาก อาหารจะขาดแคลนอย่างหนัก ทั้งน้ำดื่ม น้ำใช้ก็จะขาดแคลนเช่นกัน ระบบไฟฟ้า-ประปาบางแห่งจะเสียหาย สะพานและถนนบางแห่ง จะเสียหายเช่นกัน แผ่นดินบางแห่งจะยุบตัวลงเป็นหลุมลึก โรคระบาดจะลามไปทั่ว โจรผู้ร้ายจะชุกชุม การปล้นจี้ ชิงทรัพย์-ข่มขืนจะลามไปทุกแห่ง ความโกลาหลวุ่นวายจะเกิดขึ้น เหมือนผึ้งแตกรัง มันเป็น ..."กรรมของประเทศ"...ที่มาซ้ำเติมคนไทย แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ที่กุมสินค้าอุปโภค-บริโภคไว้ในกำมือ รวมทั้งบรรดามหาเศรษฐี นักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้ที่ทำธุรกิจสีเทา และสีดำจะไม่เดือดร้อน กลับจะเฟื่องฟู ร่ำรวยยิ่งขึ้น เหมือนปลาใหญ่กินปลาเล็ก ประชาชนเหมือนปลาซิว ปลาสร้อย ตาละห้อยเหมือนคนสิ้นหวัง
…………………………………………

ถ้าหากว่า...."บุคคลสำคัญเบอร์ 1. ของประเทศ"...ผ่านพ้นวิกฤติในปี พ.ศ.2558 มาได้ก็ตาม แต่คงไม่สามารถผ่านปี พ.ศ.2560 หรือพ.ศ.2561 ไปได้...ภายในช่วงปี พ.ศ.2558-2561 ประเทศไทยมีเคราะห์แรงมาก มีแนวโน้มว่าจะเกิดการสูญเสีย..."บุคคลสำคัญของประเทศ"...อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้เขียนเกรงว่าในช่วงปีดังกล่าว (พ.ศ.2558-2561) อาจจะมีการสูญเสีย..."บุคคลสำคัญของประเทศ"...ที่เป็นแกนหลักของบ้านเมืองติดต่อกัน 2-3 ท่าน...หนึ่งในนั้นเป็นที่เคารพ ของเหล่าบรรดาขุนทหารมาช้านานแล้ว...ขอย้ำอีกครั้งถ้า..."บุคคลสำคัญ เบอร์ 1 ของประเทศ"...สูญเสียเมื่อไหร่ บ้านเมืองจะร้อนเป็นไฟ..."การแย่งชิงอำนาจจะเกิดตามมา"...พ่อค้า แม่ค้า นักธุรกิจ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ น่าสงสารที่สุด เหมือนลูกขาดพ่อ เหมือนประเทศขาดเสาหลักค้ำจุน บ้านเมืองมืดไปหมด ความโศกเศร้า โศกาดูร จะดังระงมไปทั้งแผ่นดิน
…………………………………………
ประเทศไทย เป็น..."สวรรค์"...ของนักการเมือง และกลุ่มนายทุนใหญ่ รวมถึงข้าราชการระดับสูง และคนที่อยู่ในคราบของนักการเมือง ในช่วงนี้ (พ.ศ.2558-2561) ประเทศไทยจะเหมือน..."นรก"...ของคนระดับล่าง ที่เรียกกันว่า "ชาวรากหญ้า" ที่ครองแชมป์ "ความจน" มาอย่างยั่งยืน ถาวร นานแสนนาน จะยิ่งลำบากมากขึ้น แม้แต่คนระดับปานกลาง และคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนก็หนีไม่พ้น ยังไงก็ต้องได้รับผลกระทบจะมากหรือน้อยเท่านั้น...คำว่าเมตตา-ปราณี หาได้ยากยิ่งในหมู่ นักการเมือง ข้าราชการระดับสูง และนายทุนใหญ่ รวมทั้งบรรดามหาเศรษฐีหลายคน...ประชาชนคนธรรมดาจะหากินลำบากยิ่งขึ้น เด็ก-ผู้หญิงต้องดิ้นรนหาเงินเลี้ยงชีพ ด้วยการขายตัวจะเพิ่มมากขึ้น ความเดือดร้อนจะแผ่กระจายไปทั่วแผ่นดินไทย บรรดาธนาคารต่างๆจะมีหนี้สูญมากขึ้น คนจะเป็นหนี้บัตรเครดิตเพิ่มขึ้นมากมาย...รูดปรี๊ด รูดปรี๊ด รูดแล้วไม่มีเงินจ่าย ธนาคารรับกรรม...ภาคอุตสาหกรรมจะซบเซาลง หรือลดกำลังการผลิต เพราะกำลังซื้อของคนระดับล่าง-และคนระดับปานกลาง ไม่มีเงินซื้อ หรือมีเงินแต่ไม่อยากใช้เงิน จะขายได้เฉพาะสินค้าที่ราคาแพงสำหรับคนรวยเท่านั้น แต่ก็ขายได้น้อยลงเช่นกัน เต็นท์รถมือสอง "เจ๊ง" กันระนาว เพราะพิษรถคันแรกของรัฐบาล "อีเอ๋อ" ที่เธอพ่นพิษไว้เป็นที่ระลึก สะเทือนไปถึง "เชียงกง" ที่จำหน่ายอะไหล่เครื่องยนต์เก่า ร้านค้า / ห้างสรรพสินค้าจะเงียบเหงา มีคนเดินดูมากกว่าคนเดินซื้อ...แม้แต่หมู่บ้านจัดสรร อสังหาริมทรัพย์ก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย และ /หรือ คนที่ซื้อบ้านจัดสรร ซื้อคอนโดราคาแพง ซื้อเกินกำลังทรัพย์ จะเดือดร้อนจนไม่สามารถผ่อนต่อไปได้ อาจต้องถูกยึดรถ ยึดบ้าน หรือต้องปรับโครงสร้างการชำระหนี้ใหม่กับสถาบันการเงิน....นับจากปีพ.ศ.2558 เป็นต้นไป เศรษฐกิจประเทศไทยจะตกต่ำไปถึงปี พ.ศ. 2561 ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกสินค้าก็จะลดลง เพราะถูกประเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม เขมร พม่า ลาว แย่งชิงส่วนแบ่งตลาดไปจำนวนมาก ทั้งข้าว อาหารทะเล พืชผลการเกษตรหลายชนิด สิ่งทอต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่โรงงานผลิตรองเท้าส่งออก รวมทั้งเครื่องประดับ อุปกรณ์อิเล็กเทรอนิกส์ต่างๆ ก็จะถูกประเทศเพื่อนบ้านแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดไปครอง...แม้แต่ประเทศจีน ก็จะสั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทยน้อยลง นอกจากการแลกเปลี่ยนสินค้าของไทยเช่นข้าว ยางพารา (ราคายางพารา ยังไม่สามารถขึ้นราคาได้ง่ายๆ) และผลผลิตการเกษตรบางชนิด แต่ประเทศไทยต้องให้ประเทศจีนเหมาทำรถไฟ ในประเทศไทยเป็นการแลกเปลี่ยน...คนจีนไม่โง่หรอก รัฐบาลจีนฉลาดเรื่องการค้ามากกว่า ทหาร นักการเมือง-ข้าราชการ ของประเทศไทย ร้อยเท่า พันเท่า เพราะนักการเมืองไทย ข้าราชการไทย รวมทั้งทหารไทยบางคน เชื่อว่าทหารและนักการเมืองบางคน มีส่วนได้ผลประโยชน์ส่วนตัว และพวกพ้องจำนวนมหาศาล แต่จะอ้างว่าทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน ...ประชาชนตาดำๆ ต้องเป็นหนี้เจ็ดชั่วโคตร เพราะ นักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองอาชีพ หรือ นักการเมืองที่มาจากปากกระบอกปืน คนไทยทั้งประเทศมีหนี้ โดยที่ไม่ได้กู้แม้แต่สตางค์แดงเดียว แต่ต้องก้มหน้าก้มตาใช้หนี้ ไปถึงลูก หลาน แหลน ลื้อ ตายแล้วเกิดใหม่ก็ยังใช้หนี้ไม่หมด นี่คือฝีมือและผลงาน นักการเมืองไทย จริงหรือไม่?
…………………………………….

ขอให้เชื่อเถิดว่า..."ไม่มีคำว่าตกต่ำตลอดกาล"...ฝนตกก็มีวันหยุด ฟ้ามืดก็มีวันสว่าง พระอาทิตย์ไม่มีวันตกจนมืดตลอดทั้งปี ฉันใดก็ฉันนั้น ประเทศไทยก็มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เช่นกัน หลังจากที่ประเทศไทยพ้นบ่วงกรรม อย่างหนักหนาสาหัสผ่านอุปสรรคปัญหาต่างๆทั้งเรื่อง ภัยธรรมชาติที่รุนแรง ภัยเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างหนัก การสูญเสียบุคคลสำคัญของประเทศ และการแย่งชิงอำนาจผ่านพ้นไปแล้ว จะถึงจุดเปลี่ยนประเทศไทยอีกครั้ง เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เหมือนต้นไม้ผลัดใบ ความเจริญรุ่งเรืองจะกลับมาอีกครั้ง พืชผลการเกษตรจะอุดมสมบูรณ์ พร้อมด้วยราคาพืชผลการเกษตรจะดีขึ้น ชาวไร่ ชาวนาจะลืมตาอ้าปากได้ พ่อค้าวาณิชย์ นักธุรกิจจะกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง อุตสาหกรรมต่างๆจะฟื้นตัว และจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะชาวต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น...ประเทศแถบเอเชียเช่นประเทศไทย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศเวียดนาม ประเทศเขมร ประเทศลาว ประเทศพม่าเป็นต้นจะกลายเป็น..."ครัวโลก"...ของการส่งออกอาหารจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในทางกลับกันประเทศแถบอาหรับ และประเทศแถบตะวันตก รวมทั้งยุโรปหลายประเทศ จะขาดแคลนอาหารอย่างหนัก
………………………………..
ประธานาธิบดี บารัค โอบามา เกิดวันที่ 4 ส.ค. 1961 (พ.ศ.2504 ปีฉลู) มีดิถีธาตุดิน ในปีพ.ศ.2558 เป็น "ปีชง" กับเจ้าชะตา "ธาตุดิน" ของ บารัค โอบามา ถูก "ธาตุไม้" เล่นงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 แล้ว...ผลงานต่างๆของ ปธน. บารัค โอบามา จะไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนชาวอเมริกา
ในเมื่อดวง..."ผู้นำประเทศ"...ซวยแบบดับเบิ้ลซวย อย่างนี้จะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจของประเทศอเมริกาเป็นอย่างมาก คนจะตกงานอีกอื้อ ราคาบ้าน / ที่ดินจะตกต่ำอย่างน่าใจหาย เชื่อว่าประธานาธิบดี บารัค โอบามา ยังไม่สามารถกู้เศรษฐกิจของประเทศอเมริกาให้ฟื้นขึ้นมาได้อย่างแน่นอน และปี พ.ศ.2559 อายุของ ปธน. บารัค โอบามาให้โทษอีก (อายุ 55) ยังอยู่ในช่วง..."ดวงตกแบบไม่มีหูรูด"... เชื่อว่าประชาชนชาวอเมริกา แทบจะขับไล่ประธานาธิบดีของตนเองด้วยซ้ำ ถ้ากฎหมายหรือรัฐธรรมนูญของประเทศอเมริกา ให้สิทธิประชาชนชาวอเมริกาชุมนุมประท้วงขับไล่นักการเมือง เหมือนประเทศไทยก่อนที่จะมีการรัฐประหารของ คสช...คิดว่า ปธน.บารัค โอบามา คงถูกประชาชนชาวอเมริกาขับไล่ไปนานแล้ว ในช่วงที่ดวงของ ปธน. บารัค โอบามา กำลังตกต่ำอย่างหนัก อาจคิดผิด ทำผิด นำประเทศไปสู่สงครามกับประเทศแถบอาหรับ และความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆจะลดต่ำลงอย่างมาก ประเทศอเมริกายังต้องเสี่ยงกับการถูก..."ก่อวินาศกรรม"...อีกด้วย เมื่อ ปธน. บารัค โอบามา พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ประชาชนชาวอเมริกา จะได้ประธานาธิบดีคนใหม่เป็นผู้หญิง?
………………………………..

"นาง ฮิลลารี คลินตัน"...จะได้เป็น..."ประธานาธิบดี"... คนใหม่อย่างแน่นอน หลังจากนั้นไม่กี่ปี หรือไม่นานประเทศ อเมริกาซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจ จะเกิดสงครามกับประเทศมหาอำนาจด้วยกัน หรือทำสงครามกับประเทศแถบอาหรับ และสงครามอาจจะลุกลามไปหลายประเทศ และ / หรือ อาจมีประเทศอื่นแอบหนุนหลังช่วยเหลือเรื่องอาวุธในการทำสงคราม หรืออาจจะส่งทหารเข้าไปช่วยรบด้วย...ประเทศแถบเอเชียจะกลายเป็นขุมทรัพย์ทางเศรษฐกิจ และเป็นขุมทองทางด้านอาหาร การเกษตรจะเฟื่องฟูสุดขีด ชาวไร่ชาวนาจะไม่ยากจนอีกต่อไป พืชผลการเกษตรจะมีราคาสูงขึ้น การส่งออกโดยเฉพาะด้านอาหารจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะหลายประเทศขาดแคลนอาหาร อาจจะเกิดจากปัจจัยสงคราม จึงทำให้หลายประเทศต่างสะสม-กักตุนน้ำมัน และอาหารมากเป็นประวัติการณ์ บางท่านคงสงสัยว่าถ้าเกิดสงคราม ประเทศไทยไม่เดือดร้อนหรือ? / ไม่ได้รับผลกระทบบ้างหรือ?...ขอเรียนว่า ถ้าเกิดสงครามระหว่างประเทศมหาอำนาจเกิดขึ้น ประเทศทั่วโลกย่อมได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ แต่ประเทศที่เป็นแหล่งผลิตอาหาร มีพืชผลการเกษตรสมบูรณ์ จะได้อานิสงส์มากที่สุด สินค้าอื่นๆที่ไม่ใช่ของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ก็ได้รับผลกระทบเหมือนกันทั่วโลกเช่นกัน
…………………………………………
ต้องย้ายเมืองหลวง กรุงเทพฯอยู่ได้อีกไม่กี่สิบปี อาจจะสิบปี หรือยี่สิบปี แต่ไม่น่าจะเกินสี่สิบปีนับจากนี้เป็นต้นไป..."ต้องย้ายเมืองหลวง"...เพราะกรุงเทพฯจะจมบาดาล น้ำทะเลจะสูงขึ้นๆ ทั้งน้ำจากฝนก็จะกระหน่ำจนกรุงเทพฯจมบาดาล หรือเกิดจาก "เขื่อนแตก" เพราะ "แผ่นดินไหว" จนไม่สามารถแก้ไขหรือป้องกันได้...ที่ดินริมแม่น้ำโขง จะถูกน้ำซัดถล่มขาดหายไปจำนวนมาก อาจจะเกิดจากเขื่อนที่ประเทศจีน "แตก" แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเขื่อนแตกเพราะ..."แผ่นดินไหว"...หรือเขื่อนแตกเพราะการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน ขอให้ผู้ที่มีบ้านเรือนอยู่ติดริมน้ำโขงให้ระวังเป็นพิเศษ และโปรดอย่าถามว่า..."เขื่อนจะแตกวันไหน? เมื่อไหร่?"...เพราะนี่เป็น..."คำเตือน" (ไม่ใช่คำทำนาย)..."ผู้มีศีล มีธรรม"... จะปลอดภัย จากภัยพิบัติต่างๆ "คนไร้ศีล" จะล้มหายตายจากไปจำนวนมาก // อวสาน

ปล.อยากให้ทุกคนอ่านซ้ำๆหลายครั้ง จะได้เข้าใจมากขึ้น และจำได้แม่นยำ หรือก็อปปี้บทความนี้เอาไว้ ขอให้ทุกคนใช้สติ อย่าตกใจจนขาดสติ สติเป็นตัวแก้ไขได้ทุกอย่าง พึงสวดมนต์ ภาวนาเอาไว้เป็นประจำ ทาน ศีล ภาวนา หมั่นทำไว้ เพราะจะเป็นกำแพงแก้วทั้งเจ็ดชั้น มาห้อมล้อมปกป้องคุ้มครองท่านได้อย่างแน่นอน

ด้วยความเคารพ
หมอนิด กิจจา ทวีกุลกิจ
28 พ.ย.2557

มนุษย์อายุยืนที่สุดในโลก 256ปี | ตำนาน ที่ไม่ได้รับการบันทึกในสถิติโลก

มนุษย์อายุยืนที่สุดในโลก 256ปี | ตำนาน ที่ไม่ได้รับการบันทึกในสถิติโลก |  https://www.youtube.com/watch?v=rDAimbvI284



มนุษย์อายุยืนที่สุดในโลก 256ปี | ตำนาน ที่ไม่ได้รับการบันทึกในสถิติโลก

มนุษย์อายุยืนที่สุดในโลก 256ปี | ตำนาน ที่ไม่ได้รับการบันทึกในสถิติโลก |  https://www.youtube.com/watch?v=rDAimbvI284



มันบ้าไปแล้ว! ชัย ราชวัตร เสนอแบล็กลิสต์ผู้โดยสารแบบยิ่งลักษณ์ หากเป็นต้นเหตุให้นักบินเป็นแบบนี้

ชัย ราชวัตร เสนอแบล็กลิสต์ผู้โดยสารแบบยิ่งลักษณ์ หากเป็นต้นเหตุให้นักบินเป็นแบบนี้

http://hilight.kapook.com/view/138158





มันบ้าไปแล้ว! ชัย ราชวัตร เสนอแบล็กลิสต์ผู้โดยสารแบบยิ่งลักษณ์ หากเป็นต้นเหตุให้นักบินเป็นแบบนี้

ชัย ราชวัตร เสนอแบล็กลิสต์ผู้โดยสารแบบยิ่งลักษณ์ หากเป็นต้นเหตุให้นักบินเป็นแบบนี้

http://hilight.kapook.com/view/138158





Gays Must Die Says Speaker At Orlando Mosque - WFTV 9 Orlando Report

https://youtu.be/qBlwxqqAprQ?list=RDqBlwxqqAprQ

Gays Must Die Says Speaker At Orlando Mosque - WFTV 9 Orlando Report




Gays Must Die Says Speaker At Orlando Mosque - WFTV 9 Orlando Report

https://youtu.be/qBlwxqqAprQ?list=RDqBlwxqqAprQ

Gays Must Die Says Speaker At Orlando Mosque - WFTV 9 Orlando Report




เยาวชนถูกตัดสิทธิ์ รัฐธรรมนูญ ฉบับมีชัย ไม่รองรับเรียนฟรี ม.ปลาย

เยาวชนถูกตัดสิทธิ์ รัฐธรรมนูญ ฉบับมีชัย ไม่รองรับเรียนฟรี ม.ปลาย

https://youtu.be/qx51PuFs6B8




เยาวชนถูกตัดสิทธิ์ รัฐธรรมนูญ ฉบับมีชัย ไม่รองรับเรียนฟรี ม.ปลาย

เยาวชนถูกตัดสิทธิ์ รัฐธรรมนูญ ฉบับมีชัย ไม่รองรับเรียนฟรี ม.ปลาย

https://youtu.be/qx51PuFs6B8




พลเมืองโต้กลับ ชวนไปตีเข่า ใส่ กกต. 15 มิ.ย. 59

15 มิย.นี้ ไปตีเข่ากันฮะ เมื่อ กกต.ไม่ทำหน้าที่ ถึงทีพลเมืองต้องออกโรง เชิญมาร้อง เต้น ให้กระจายกับ มินิคอนเสิร์ต พลเมืองตีเข่า เราจะร้อง เราจะเต้น เรามีสิทธิ วันพุธที่ 15 มิถุนายน 2559 เริ่ม 4 โมงเย็น พบกันที่ สำนักงาน กกต. อาคารศูนย์ราชการ บี แจ้งวัฒนะ เราต้องการนักร้องและหางเครื่องไม่จำกัดจำนวน
https://www.facebook.com/Resistantcitizen/videos/1095781193798356/

ล้มช้างแล้ว มดแดงจะได้อะไร? คนไทยจะได้อะไร?-- ดร. เพียงดิน รักไทย June 14, 2016

ล้มช้างแล้ว มดแดงจะได้อะไร? คนไทยจะได้อะไร?-- ดร. เพียงดิน รักไทย June 14, 2016 - YouTube
https://m.youtube.com/watch?v=KDlDQ-5LqYU



ล้มช้างแล้ว มดแดงจะได้อะไร? คนไทยจะได้อะไร?-- ดร. เพียงดิน รักไทย June 14, 2016

ล้มช้างแล้ว มดแดงจะได้อะไร? คนไทยจะได้อะไร?-- ดร. เพียงดิน รักไทย June 14, 2016 - YouTube
https://m.youtube.com/watch?v=KDlDQ-5LqYU



ประเทศไทย “หมดเวลาสำหรับกษัตริย์" แล้ว โดย ลุงไม้4

จดหมายเปิดผนึกถึง.
              พี่น้องคนไทยทุกท่าน.
พี่น้องคนไทยครับ.
ก็อย่างที่ลุงไม้4.เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า.
ประเทศไทยเวลานี้#ไม่เหมาะ#ที่จะใช้คำว่า.ราช
อาณาจักรไทย.นำหน้าชื่อ.ประเทศ.ด้วยเหตุผล
ว่า.ยุกสมัยมันเปลี่ยนแปลงไปแล้วหลายอย่าเช่น

1.กษัตริย์.ราชวงศ์นี้(จักรีวงศ์)ไม่ได้เป็นผู้นำการ
กอบกู้เอกราชของสยามจากพวกพม่าผู้ยึดครอง
ก็อย่างที่คนไทยที่"ตาหู"สว่างแล้วทั้งหลายได้
รับรู้จาก.บันทึกทางประวัติศาสตร์ว่า.ผู้ที่เป็นหัว
หน้าต้นคิด.และทุ่มเททั้งร่างกายตลอดจนกระทั้ง
แม้แต่"ชีวิต"เพื่อการกอบกู้เอกราชของสยาม(ไทย)จากพม่าก็คือ.พระเจ้าตากสินมหาราช.

และบรรดาทหารกล้าของพระองค์.(โคตรของ
กษัตรืย์คนนี้คือ.นายทองด้วงหรือพระยามหา-
กษัตริย์ศึกมีประวัติว่า.ออกทำการ"รบ"ก็ต่อเมื่อ
พระเจ้าตากสินและบรรดาทหารกล้าของท่านได้
ทำการ"รบ"ขับไล่ทหารของพม่าพ้นไปจากแผ่น
ดินสยาม(ไทย)แล้ว.

พระยามหากษัตริย์ศึกเมื่อครั้งยังมีบรรดาศักดิ์
เป็นที่.พระราชวรินทร์นายตำรวจนอก.ได้ออกทำ
การ"รบ"ครั้งแรกที่มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร.สยาม(ไทย)คือการ"รบ"ที่พระเจ้าตากสินได้ยก
กำลังไปปราบ"ก๊กเจ้าพิมายครับ.(พวกสลิ่มคลั่ง
เจ้าโปรดทราบด้วยแม้แต่การที่พระเจ้าตากสิน
ให้เป็นแม่ทัพยกไปปราบ"ก๊กพระฝาง"ก็ยังเอา
ชนะไม่ได้.ร้อนถึงพระเจ้าตากสิน.ต้องยกกำลัง
ขึ้นไปปราบเอง.ถึงสำเร็จ)

2เพราะเหตุนี้ผมลุงไม้4.ถึงได้มีความเห็นว่า.ประ
เทศไทยไม่ควรใช้คำว่า.ราชอาณาจักรไทย.
#ราชอาณาจักรไทย#
ความหมายก็บอกโต้งๆอยู่แล้วว่าคืออาณาจักร
ของ.ราชา.ไทย.แต่ความสำคัญมันอยู่ที่ว่า.ราชา
ไทยคนนี้ไม่เคยเป็นผู้นำคนไทยออกทำการ.รบ
ทัพจับศึกเลยสักครั้งเดียวครับ.

ผมลุงไม้4และคนไทยที่"ตาหู"สว่างแล้วประมาณ
51ล้านคน(เกิดหลังจาก กษัตริย์.คนนี้ขึ้นครอง
ราชแล้ว)พวกเรา51ล้านคนไม่เคย"ยกแผ่นดินนี้
ให้กับ กษัตริย์ภูมิพล.เลย"

ด้วยเหตุนี้พวกท่านที่เป็น"สลิ่ม"ทั้งหลายอย่ามา
โมเมว่า.แผ่นดินไทยผืนนี้เป็นของ กษัตริย์ภูมิพล
แถมบางคนยังพูดว่า.ถ้าไม่รักพ่อไม่เคารพพ่อ.
ให้ออกไปจากแผ่นดินของพ่อ.(ผมลุงไม้4.สงสัย
จริงๆว่า.แม่ของคนที่เรียก กษัตริย์ภูมิพลว่า.พ่อ
คงเคยเป็น#ชู้#กับ กษัตริย์ภูมิพล.อย่างแน่นอน.
3.ราชา(กษัตริย์)ภูมิพล.เป็นได้แค่พวก.ชุบมือ.
เปิบและ"ฆาตกร"ฆ่า"พี่ชายเพื่อชิง.บัลลังก์เท่า
นั้นครับ.

มิหนำซ้ำเมื่อเมื่อเป็น.ราชา.(กษัตริย์)แล้วยังทำ
ตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการทำลาย.ประชาธิปไตย
ตลอดมา
กษัตริย์ภูมิพลคือตัวอย่าง#.ของความเลว.#ที่คน
ไทยหลายๆคนยังไม่ทราบ.
ผมลุงไม้4ขอนุญาตยกตัวอย่างให้พวกท่านเห็น
ง่ายๆใกล้ตัวของพวกเราดูสัก3-4ตัวอย่างดังนี้

4/1.กษัตริย์ภูมิพล.พร่ำสอนให้คนไทยอยู่แบบ
"พอเพียง"แต่ตัวของกษัตริย์ภูมิพลเองกับลูกๆ
และหลานๆไม่เคยมีคำว่า"พอเพียง"จะเห็นได้
จากการที่ กษัตริย์ภูมิพล.เองมีบ้านที่ไม่ได้อยู่
อาศัย.เป็นสิบๆแห่งทุกๆภาคในประเทศไทย.
4/2.กษัตริย์ภูมิพล.มีรถประจำตำแหน่งที่มีราคา
แพงแบบสุดๆหลายสิบคัน(ไม่เสียภาษี)

4/3.กษัตริย์ภูมิพล.มีสมบัติมากมายมหาศาล.จน
หนังสือจัดอันดับ.คนรวย.ต่างประเทศ(นิตยสาร
ฟร์อบ)จัดให้เป็น กษัตริย์.ที่รวยที่สุดในโลกติดต่อ
กันมาเป็นสิบปี(ไม่เสียภาษี)แต่ กษัตริย์ภูมิพลยัง
รับเงินบริจาค(ขอทาน)จากคนไทยอยู่ทุกวันใน
ข่าว2ทุ่มพวกพี่น้องก็เห็นจนชินตา(ไม่เสียภาษี)

4/4ในขนะที่มีคนไทยอีกหลาย.ล้าน.คนไม่มีแม้
แต่บ้านจะ"ซุก"หัวนอน.ต้องแออัดยัดเยียดอยู่ใน
สลัม.แต่ กษัตริย์ภูมิพล.ที่พวกสลิ่มทั้งหลายยก
ให้เป็น.พ่อ.มีที่.ดิน.อยู่ในกรุงเทพฯมากกว่า.
1ใน3ของที่.ดิน.ในกรุงเทพฯ.
สลัมที่โดนเผาโดนไล่ที่อยู่ทุกวันนี้9ใน10เป็น
ของ กษัตริย์ภูมิพล.(ไม่เสียภาษี)
       พี่น้องคนไทยครับ.
เมื่อเป็นเช่นนี้ กษัตริย์ภูมิพล.จึงไม่สมควรได้รับ
การยกย่องว่าเป็นพระราชาแห่งประเทศไทย.
เพราะ กษัตริย์คนนี้อยู่เบื้องหลังการ"เสีย"ชีวิต
ของคนไทยจนนับไม่ถ้วน.
กษัตริย์ภูมิพล.ไม่มีคุณธรรม10อย่างของพระ
ราชา.
             พี่น้องคนไทยครับ.
ด้วยสาเหตุแบบย่อๆสั้นๆที่ผมลุงไม้4ยกมาให้
เห็นด้วยเวลาที่จำกัดนี้เกี่ยวกับคนที่คนไทยบาง
กลุ่มบางพวกยังหลง.งมงาย.ยกย่อง.ว่าเป็นพระ
ราชา.เป็นพระเจ้าแผ่นดินเป็นเจ้าชีวิตของคนบาง
พวกบางคนอยู่
ผมและคนไทยอีกเป็นจำนวนมากจึงไม่ประสงค์
จะให้.ประเทศไทย.เป็น.ราชอาณาจักรไทยอีก
ต่อไปครับ.
และทางที่ถูกที่ควรแล้ว.ประเทศไทย.จะต้องเป็น
สาธารณรัฐ.ครับพี่น้อง.
สาธารณรัฐที่เป็นของเราคนไทยทุกคนครับ
               ด้วยความปารถนาดีอย่างยิ่ง
                            ลุงไม้4.
                                  14/6/2559.
ปล.
       กษัตริย์ภูมิพล.ยังมีความชั่วร้ายอีกหลาย
อย่างที่คนไทยยังไม่ทราบ.ไว้วันหลังผมลุงไม้4
จะนำมาเรียนให้พี่น้องคนไทยให้ได้
ทราบครับ.
อีกอย่างคือ.สาธารณรัฐ.ดีอย่างไรมีความเหมาะ
สมกับประเทศไทยในขนะนี้หรือไม่.
ไว้คราวหน้าผมจะมานำเรียนชี้ให้เห็นชัดๆครับ
              ลุงไม้4.

แผนโค่นล้มจอมพล ป. ลุงสนามหลวง รายการ100เรื่องของในหลวงที่คนไทยไม่รู้ 14jun2016

แผนโค่นล้มจอมพล ป. ลุงสนามหลวง รายการ100เรื่องของในหลวงที่คนไทยไม่รู้ June 14, 2016


'เนติวิทย์' โพสต์คุณจะสอนคนเป็นครูได้ยังไงตัวคุณเต็มไปด้วยอคติขั้นมืดบอด

'เนติวิทย์' โพสต์คุณจะสอนคนเป็นครูได้ยังไงตัวคุณเต็มไปด้วยอคติขั้นมืดบอด





'เนติวิทย์' โพสต์คุณจะสอนคนเป็นครูได้ยังไงตัวคุณเต็มไปด้วยอคติขั้นมืดบอด

'เนติวิทย์' โพสต์คุณจะสอนคนเป็นครูได้ยังไงตัวคุณเต็มไปด้วยอคติขั้นมืดบอด





งามหน้า ประวิทย์ ตั้ง น้องชาย นั่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์

เคยมีคนกลุ่มหนึ่งโจมตี "ทักษิณ ชินวัตร" ว่าชอบเอาเครือญาติมานั่งเป็นตำแหน่งนั้น ตำแหน่งนี้ ทำ "สภาผัว-สภาเมีย" ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์คนในตระกูล

วันนี้ทักษิณก็ไม่ได้มีอำนาจ แต่เรื่องพวกนี้ก็ไม่ได้หมดไป ที่น่าสมเพชคือไอ้พวกที่เคยด่าทักษิณ มันกลับทำเสียเอง เพิ่งแต่งตั้งหลานจบสายนิเทศ เป็นทหารไปไม่กี่เดือน

ตอนนี้ตั้ง "น้องชาย" ขึ้นเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เอาเลย ประเทศเป็นของพวกคุณ จะทำอะไรก็ได้


@ หยุดดัดจริตประเทศไทย
14 มิถุนายน 2559

บิ๊กป้อม ไม่ให้ นปช.ตั้งศูนย์ปราบโกง | 13-06-59 | ไทยรัฐเจาะประเด็น | Th...

■■ คลิปหลุด กกต.สมชัย..!!!!! ■■ ดูด่วนก่อนโดนลบ...!!!!!

■■  คลิปหลุด.....!!!!
■■  กกต.สมชัย..!!!!!
■■ ดูด่วนก่อนโดนลบ...!!!!!



■■ คลิปหลุด กกต.สมชัย..!!!!! ■■ ดูด่วนก่อนโดนลบ...!!!!!

■■  คลิปหลุด.....!!!!
■■  กกต.สมชัย..!!!!!
■■ ดูด่วนก่อนโดนลบ...!!!!!



เศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว บริษัทจดทะเบียนเมินระดมทุน 5เดือนแรกมูลค่าหายถึง84%

เศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว บริษัทจดทะเบียนเมินระดมทุน 5เดือนแรกมูลค่าหายถึง84%

นายกปู กู้ 2 ล้านๆบาท ปรี๊ดแตกจะเป็นจะตาย ครานี้ไอ้เหล่ เตรียมกู้ 5.5 ล้านๆบาท

นายกปู กู้ 2 ล้านๆบาท 
ปรี๊ดแตกจะเป็นจะตาย

ครานี้ไอ้เหล่ เตรียมกู้ 5.5 ล้านๆบาท
อมตีนกันไว้ให้ไวๆไอ้พวกลูกเมียน้อย!

เชิญอ่านข่าวครับ



การประกาศลงทุนจำนวนมหาศาลถึง 5.5 ล้านล้านบาทของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ซึ่งทำขึ้นเพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยนายสมคิดกล่าวว่าคาดหวังให้เอกชนกล้าลงทุนเช่นเดียวกับรัฐบาล

คำถามคือเงินจำนวนมากขนาดนี้ รัฐบาลต้องกู้เงินเพื่อมาลงทุนใช่หรือไม่? 

อย่าลืมว่าในอดีตรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เคยกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 2.2 ล้านล้านบาท แต่กลับถูกผู้หลักผู้ใหญ่ระดับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและประชาชนบางส่วนกล่าวว่าเป็นการสร้างหนี้จำนวนมหาศาลใช้คืนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานก็อาจยังไม่หมด 

นอกจากนี้การที่กระทรวงการคลังเตรียมแผนการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) จาก 7% เป็น 10% สำหรับผู้ใช้เงินสดซื้อสินค้า เพื่อกระตุ้นการใช้ e-Payment การทำเช่นนี้เป็นการบีบบังคับและซ้ำเติมประชาชนในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้หรือไม่???? 

แม้รัฐจะสามารถเกิบภาษีได้มากขึ้น แต่ภาระก็ตกที่ประชาชนซึ่งต้องรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น จากราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้นตามภาษี!!!

นายกปู กู้ 2 ล้านๆบาท ปรี๊ดแตกจะเป็นจะตาย ครานี้ไอ้เหล่ เตรียมกู้ 5.5 ล้านๆบาท

นายกปู กู้ 2 ล้านๆบาท 
ปรี๊ดแตกจะเป็นจะตาย

ครานี้ไอ้เหล่ เตรียมกู้ 5.5 ล้านๆบาท
อมตีนกันไว้ให้ไวๆไอ้พวกลูกเมียน้อย!

เชิญอ่านข่าวครับ



การประกาศลงทุนจำนวนมหาศาลถึง 5.5 ล้านล้านบาทของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ซึ่งทำขึ้นเพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยนายสมคิดกล่าวว่าคาดหวังให้เอกชนกล้าลงทุนเช่นเดียวกับรัฐบาล

คำถามคือเงินจำนวนมากขนาดนี้ รัฐบาลต้องกู้เงินเพื่อมาลงทุนใช่หรือไม่? 

อย่าลืมว่าในอดีตรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เคยกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 2.2 ล้านล้านบาท แต่กลับถูกผู้หลักผู้ใหญ่ระดับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและประชาชนบางส่วนกล่าวว่าเป็นการสร้างหนี้จำนวนมหาศาลใช้คืนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานก็อาจยังไม่หมด 

นอกจากนี้การที่กระทรวงการคลังเตรียมแผนการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) จาก 7% เป็น 10% สำหรับผู้ใช้เงินสดซื้อสินค้า เพื่อกระตุ้นการใช้ e-Payment การทำเช่นนี้เป็นการบีบบังคับและซ้ำเติมประชาชนในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้หรือไม่???? 

แม้รัฐจะสามารถเกิบภาษีได้มากขึ้น แต่ภาระก็ตกที่ประชาชนซึ่งต้องรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น จากราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้นตามภาษี!!!

เรื่องลูกตำรวจ รุมทำร้ายชายพิการ---ขอคนละ 1 แชร์ เพื่อไม่ให้เรื่องเงียบ

ขอคนละ 1 แชร์ เพื่อไม่ให้เรื่องเงียบ


ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=cET8JvMslEw&feature=youtu.be

ปล่อยเผด็จการ รสช.​และเครือข่ายราชาธิปไตย ต่อไปไม่ได้แล้ว!!! ดร. เพียงดิน รักไทย 13 มิ.ย. 2559

ปล่อยเผด็จการ รสช.​และเครือข่ายราชาธิปไตย ต่อไปไม่ได้แล้ว!!! ดร. เพียงดิน รักไทย 13 มิ.. 2559

https://youtu.be/zuSZYQQ1PIY

https://youtu.be/Wz9qNM-9_K0

https://youtu.be/Wz9qNM-9_K0

https://youtu.be/E1YkutiWr8g


---------------------

***Download ร่างจดหมาย เพื่อส่งผู้นำนานาชาติต่าง ที่ http://tinyurl.com/gsetacg

***โปรดช่วยกันกระจายและส่งให้มากที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ

สนับสนุนแนวทางมดแดงล้มช้าง ของ คณะราษฎรเสรีไทย กับ ดร. เพียงดิน

ส่งข้อมูลลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยทางลิ้งค์ต่อไปนี้

http://tinyurl.com/o2rzao8

หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt

****ลิ้งค์ล่าสุด  http://tinyurl.com/gssuvm2

และรายงานการปฏิบัติงานและความคืบหน้าเครือข่าย ได้ที่ 4everche@gmail.com

----------------------

สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

 

 

THAILAND: Military must end judicial harassment of human rights defenders

---------------------------------------------------------------------
THAILAND: Military must end judicial harassment of human rights defenders

ISSUES: Torture; human rights defenders; military; threats and intimidation; rule of law
---------------------------------------------------------------------

Dear Friends,

The Asian Human Rights Commission (AHRC) has received information from the Cross Cultural Foundation (CrCF) and Protection International Thailand (PI) regarding military harassment of human rights defenders in Thailand. On 17 May 2016, the Internal Security Operations Command Region 4 sought power of attorney from the Royal Thai Army and submitted a complaint to Yala Mueang Police Station for criminal defamation and computer-related violations by three human right defenders, due to them being co-editors of a report detailing torture practiced by the Thai Army.

CASE NARRATIVE:

The Cross Cultural Foundation (CrCF) is an organization that monitors and documents cases of torture and ill-treatment in Thailand. In 2002, The CrCF was registered under the Ministry of Culture, and since then the group has worked closely with its partners, such as the National Human Rights Commission of Thailand, Lawyer Council of Thailand, and Thai Volunteer Services, to facilitate legal aid and access to justice for vulnerable groups, and promoting understanding amongst diverse communities through research and information dissemination.

From 2014 to 2015, the CrCF and Duay Jay Group, a local organization based in Thailand's Deep South region which supports people who suffer from the justice system, worked together to produce a torture report by monitoring and documenting cases of torture and ill-treatment in Yala, Pattani and Narathiwat provinces, southernmost Thailand.

The report was partly funded by the United Nations Voluntary Fund for Victims of Torture, established under the UN General Assembly resolution 36/151 in 1981. Mr. Somchai Homlaor as president of the CrCF, Ms. Pornpen Khongkachonkiet as a director of the CrCF, and Ms. Anchana Heemmina as a director of the Duay Jay Group, worked as co-editors of the report.

On 8 January 2016, one month before its publication, the CrCF and the Duay Jay Group sent the report to Army Lt. Gen. Wiwat Pathompak, the director of the Internal Security Operations Command Region 4 (ISOC 4). In response, high-ranking military regime officials publicly dismissed the accuracy of the report and vilified the intentions of the organisations involved in its compilation.

On 10 February 2016, the CrCF and the Duay Jay Group launched the report, 'Torture and ill treatment in The Deep South Documented in 2014-2015', which documented 54 cases of inhuman treatment in detention. Then the Thai Royal Army started to threaten all three editors and the human rights groups who supported them in the documentation.

As noted by the Asian Human Rights Commission statement (AHRC-STM-019-2016), one day after the CrCF and the Duay Jay Group released the report, Major General Banpot Poonpien, the ISOC spokesperson, accused the human rights groups of fabricating accounts of torture to obtain funding from abroad. He also asked whether or not the groups had the mandate to investigate the work of state officers. He ended with the threat that they could be committing defamation by issuing a report referring to international law.

After that, on 8 June 2016, Ms. Pornpen Khongkachonkiet was given information through a phone conversation by ISOC 4, that ISOC 4 sought the power of attorney from the Royal Thai Army and submitted a complaint to Yala Mueang Police Station on 17 May 2016 for criminal defamation under Section 328 of the Thai Criminal Code, and violation of the Computer Crimes Act B.E.2550 (2007), Section 14 (1). Authorities have already interrogated six witnesses and the police case file number is 704/2559.

This is not the first instance that the Royal Thai Army have attempted to sue the three human right defenders. In September 2014, both Mr. Somchai Homlaor and Ms. Pornpen Khongkachonkiet, as well as their organization, faced a criminal defamation and computer-related crimes charge filed by Paramilitary Unit 41. The case was eventually dropped by the decision of the public prosecutor in June 2015, following an international campaign denouncing the Royal Thai Army's harassment and intimidation of these human right defenders for their legitimate and crucial human rights work. (See AHRC-UAC-133-2014 and AHRC-STM-164-2014 for more details.)

At the time of the release of this Urgent Appeal, the AHRC has received information from Mr.Somchai Homlaor that all three editors are waiting for summoning from the police. After that, they have to present themselves to the investigator at Yala Mueang Police Station in Yala province. All three have affirmed that whether they are charged or not, the CrCF and Duay Jay Group will continue to monitor and document cases of torture and ill-treatment in Thailand.


ADDITIONAL INFORMATION:

According to the statement of Protection International Thailand, released on 13 June 2016, Mr. Somchai Homlaor is a seasoned and respected human rights lawyer in Thailand, who has been fighting to defend people's human rights for the past 25 years. He was a Commissioner for the Law Reform Commission of Thailand until it was disbanded by the current military regime. Furthermore, as president of the Cross Cultural Foundation, he has been a key figure forging bridges across Thai society. The Cross Cultural Foundation organises educational activities, as well as research and legal support to promote people's human rights, especially in Thailand's southernmost provinces, which are in a state of prolonged armed conflict.

Ms. Pornpen Khongkachonkiet is a leading human rights defender in Thailand who has been involved in various human rights issues both in Thailand and the region, including women's rights, indigenous rights and preventing forced disappearances. Her work serves the public interest by ensuring that authorities are held accountable and pressuring authorities to unconditionally respect the human rights of all.

Ms. Anchana Heemmina is Director of Duay Jai Group, which has been working with victims of ill-treatment in national security cases since January 2010, in Thailand's southernmost, conflict-affected regions. Following the release of the report on torture cases, on 14 February, Col. Suratep, Head of the Civil Society Organisations unit under the ISOC, contacted Ms. Anchana Heemmina and other activists who were involved in compiling the report and summoned them for a discussion. Ms. Anchana Heemmina presented herself at Sirinthon Army Camp in Yala Province for the discussion with seven security officers. The meeting lasted two and a half hours, during which the officers questioned Ms. Anchana Heemmina about the cases in the torture report. The officers expressed their discontent with the report and requested the human rights defender to henceforth submit all of her publications to the ISOC prior to their release. Ms. Anchana Heemmina refused to do so.

On 19 February 2016, Thai Lawyers for Human Rights (TLHR) reported that a group of ten men in green uniforms visited the home of Ms. Anchana Heemmina, in Songkhla Province, but only Ms. Anchana's mother was home. Without presenting any warrant, they claimed to be border police officers and asked about Ms. Anchana's work and her personal information. The activist's mother reported that the men took pictures of her and the house. She added that before they left they told her to inform Ms. Anchana not to use Line, a chat application, or Facebook.

All three human right defenders have been charged with Section 328 of the Thai Criminal Code and Section 14 (1) of the Computer Crimes Act B.E.2550 (2007). Under Section 328 of the Thai Criminal Code, they were faced with imprisonment not exceeding two years and fined not exceeding two hundred thousand Baht and under Section 14/1 of the Computer Crimes Act B.E.2550 (2007), they were also faced with imprisonment not exceeding five years or fine not exceeding one hundred thousand baht or both.

SUGGESTED ACTION:

Please write letters to the authorities below, asking them to immediately cease the judicial harassment and end any ongoing investigation of Mr. Somchai Homlaor Ms. Pornpen Khongkachonkiet and Ms. Anchana Heemmina for their work defending human rights.

Please note that the Asian Human Rights Commission is writing a separate letter to the UN Special Rapporteur on the Situation of Human Rights Defenders seeking his urgent intervention into this matter. 
To support this case, please click here: 


SAMPLE LETTER:

Dear ___________,

THAILAND: Military must end judicial harassment of human rights defenders

Name of victim: 1. Mr.Somchai Homlaor 2. Ms. Pornpen Khongkachonkiet 3. Ms. Anchana Heemmina
Names of alleged perpetrators: 1. The Royal Thai Army 2. The Internal Security Operations Command Region 4 (ISOC 4)
Date of incident: 17 May 2016 to the present 
Place of incident: Yala province, Thailand

I am deeply disturbed to learn of the judicial harassment of three human rights defenders in Thailand. A legal complaint of criminal defamation and computer related crime has been filed against Mr.Somchai Homlaor, Ms. Pornpen Khongkachonkiet, and Ms. Anchana Heemmina alleging that they have caused damage to the reputation of the Thai Royal Army by documenting torture cases in southern Thailand and launching a report, "Torture and ill treatment in The Deep South Documented in 2014-2015". This complaint against all three human rights defenders is a clear instance of the judicial harassment of a human rights defender. They should be lauded for their work in support of human rights, not persecuted.

From 2014 to 2015, the CrCF and Duay Jay Group, a local organization based in Thailand's Deep South region which supports people who suffer from the justice system, worked in partnership to produce a torture report by monitoring and documenting cases of torture and ill-treatment in Yala, Pattani and Narathiwat provinces, southernmost Thailand. The report was partly funded by the United Nations Voluntary Fund for Victims of Torture, established under the General Assembly resolution 36/151 in 1981. Mr. Somchai Homlaor as a president of the CrCF, Ms. Pornpen Khongkachonkiet as a director of the CrCF, and Ms. Anchana Heemmina as a director of the Duay Jay Group, worked as co-editors of the report.

The judicial action has been taken despite the human rights defenders' best effort to engage with state authorities. On 8 January 2016, one month before its publication, the CrCF and the Duay Jay Group had sent the report to Army Lt. Gen. Wiwat Pathompak, the director of the Internal Security Operations Command Region 4 (ISOC 4). However, high-ranking military regime officials have publicly dismissed the accuracy of the report and vilified the intentions of the civil society organisations who compiled the report.

In addition, after the CrCF and the Duay Jay Group had released the report on 10 February 2016, the Thai Royal Army started to threaten all three editors and human rights groups who supported them in documenting the torture cases.

After that, on 8 June 2016, Ms. Pornpen Khongkachonkiet was given information through a phone conversation that ISOC 4 sought the power of attorney from the Royal Thai Army and submitted a complaint to Yala Mueang Police Station on 17 May 2016 for criminal defamation under Section 328 of the Thai Criminal Code, and violation of the Computer Crimes Act B.E.2550 (2007), Section 14 (1). Regarding to the CrCF and the PI, authorities have already interrogated six witnesses and the police case file is No. 704/2559.

With regard to this case, I am concerned over the use of outdated criminal defamation law in Thailand as means to attack human rights defenders and other persons speaking in the public interest. Such laws and actions have no place in a modern justice system. Moreover, this judicial harassment of the three human rights defenders is not an isolated incident, but is symptomatic of a broader pattern of Thai state action to conceal the perpetration of torture by state officials. This is in direct conflict with Thailand's obligations as a state party to the Convention Against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment, which not only criminalizes torture, but also includes provisions for the protection of those who speak out in support of victims of torture.

Moreover, I wish to point out that on 24 May 2016, the Thai military regime also issued a Cabinet Resolution stating that they will pass a Prevention of Torture and Enforced Disappearance Act but I found that the same military regime has now sued human rights defenders who have been supporting survivors as well as pushing for policy reform to prevent torture and provide legal assistance to survivors and their families.

Therefore, I would like to urge:
1.The Commander of Royal Thai Army to immediately withdraw the complaint against Mr. Somchai Homlaor, Ms. Pornpen Khongkachonkiet and Ms. Anchana Heemmina and end its harassment of them for their work defending human rights. In addition, the Commander of Royal Thai Army should take action to defend victims of torture, protect those defending their rights, and set up an independent investigation complaint of torture perpetrated by state officials and make systematic change to end the use of torture by state security officials. This is a clear opportunity for the Royal Thai Army to both preserve their own reputation and act in support of the principles of human rights. 
2. The Prime Minister, Chair of the National Council for Peace and Order and Commander in- Chief of the Royal Thai Army to urge the commander of the Royal Thai Army to withdraw the complaint against Mr. Somchai Homlaor Ms. Pornpen Khongkachonkiet and Ms. Anchana Heemmina and take prompt action to defend victims of torture and protect those defending their rights, and set up an independent investigation complaint of torture perpetrated by state officials.

3. The Commissioner-General of Royal Thai Police and the Attorney General of Office of Attorney General to guarantee in all circumstances the physical and psychological integrity of Mr. Somchai Homlaor Ms. Pornpen Khongkachonkiet and Ms. Anchana Heemmina and unconditionally drop all charges against them.

4. The Chair of the National Human Rights Commission to urge The Royal Thai Army to take prompt action to protect victims, witnesses, and human rights defenders working on the issue of torture and set up an independent investigation complaint of torture perpetrated by state officials and make systematic changes to end the use of torture by state security officials.

Yours Sincerely,

……………….

PLEASE SEND YOUR LETTERS TO:

1. General Prayuth Chan-ocha
Prime Minister
Head of the National Council for Peace and Order
Royal Thai Army Commander-in-Chief
Rachadamnoen Nok Road
Bang Khun Phrom
Bangkok 10200 
THAILAND

2. Lt. Gen. Wiwat Pathompak
Director of the Internal Security Operations Command Region 4 (ISOC 4)
Sirinthon Army Camp 
Khoatum sub-district Yarang district 
Pattani Province 94160
THAILAND
Tel: +667 326 2668 Email: isoc4hr@gmail.com

3. Pol Gen Chakthip Chaijinda
Commissioner General of the Royal Thai Police 
Rama I Rd, Khwaeng Pathum Wan, 
Khet Pathum Wan, Bangkok 10330
THAILAND
Tel: +66 1 599

4. Pol.Sub.Lt. Pongniwat Yuthaphunboripahn 
Deputy Attorney General.
The Office of the Attorney General
The Government Complex Commemorating His Majesty the King's 80th Birthday Anniversary 5th December, B.E.2550 (2007), Building B 120 Moo 3
Chaengwattana Road 
Thoongsonghong, Laksi Bangkok 10210 
THAILAND
Tel: +66 2 142 1444 
Fax: +66 2 143 9546 
Email: ag@ago.go.th

5. Mr. What Tingsamitr
Chairman, National Human Rights Commission 
The Government Complex Commemorating His Majesty the King's 80th Birthday Anniversary 5th December
B.E.2550 (2007), Building B 120 Moo 3
Chaengwattana Road 
Thoongsonghong, Laksi Bangkok 10210 
THAILAND 
E-mail: help@nhrc.or.th

Thank you.

Urgent Appeals Programme 
Asian Human Rights Commission (ua@ahrc.asia)

โพสต์ล่าสุด

สรุปข่าว: NATO ส่งสัญญาณหนุน “ลดภัยจากอิหร่าน” ผ่าน Operation Epic Fury (สหรัฐฯ นำ)

สรุปข่าว: NATO ส่งสัญญาณหนุน “ลดภัยจากอิหร่าน” ผ่าน Operation Epic Fury (สหรัฐฯ นำ) สรุปข่าว: NATO ส่งสัญญาณ...

Popular Posts