ยินดีต้อนรับ

พลเมืองที่รอบรู้เท่าทัน คือ พลังประชาธิปไตยที่แท้จริง
Well-informed citizens are the true democratic forces.

Tuesday, December 29, 2015

แผนล้มพุทธชัดเจน 2521-2557...

แผนล้มพุทธชัดเจน 2521-2557...

ทำไม? พระพุทธศาสนาในประเทศไทย จึงได้เดินทางเข้าสู่ความเสื่อมสูญ จนอาจสูญสิ้นในอนาคตข้างหน้า!

1. ในปี 2521 ดร.บุญสม มาร์ติน รมว.ศึกษาธิการ สั่งให้ตัดวิชาพระพุทธศาสนา และ วิชาศีลธรรมกับหน้าที่พลเมือง ออกไปจากหลักสูตรการศึกษาของประเทศไทย
2. ปี 2523 - 2529 ภาพข่าวนักท่องเที่ยวตะวันตก ผู้ชายขึ้นขี่คอ-ผู้หญิงนั่งตักพระพุทธรูป ดังไปทั่วโลก
3. ปี 2524 รัฐบาลเปรมฯ ออก พ.ร.บ.อิสลาม ในปี 2525 ออกกฎหมายเพื่อมุ่งให้ความคุ้มครองมุสลิมทั่วประเทศ
4. ปี 2532 รัฐบาลชาติชายฯ ขยายผลกฎหมายอิสลามอีกหลายมาตรา ทั้งให้ตัดวิชาประวัติศาสตร์ไทยออกไปจากหลักสูตรการศึกษาของประเทศไทย
5. ปี 2533 มีการสร้างคดีฉาวโฉ่พระนิกร โดยใช้ปืนจี้บังคับพระนิกร ให้ถ่ายภาพแต่งงานกับนางอร ปวีณา.. เพื่อใช้เป็นเหตุต้องแก้ พ.ร.บ.ปกครองสงฆ์ ปี๒๕๓๕ (ฉบับที่ ๒) แต่ในที่สุด ปรากฏว่า ศาลฎีกายกฟ้องพระนิกร และ มีการแพร่ภาพ "พระสงฆ์ไทย ไปทำละหมาดในมัสยิต"เป็นข่าวฉาวโฉ่อีกข่าวในปี 2533
6. ปี 2536 แต่งตั้งให้ผู้นำศาสนาอิสลาม นายอารีย์ วงศ์อารยะ เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย มีการออกกฎหมายใหม่ กำหนดให้คนไทยไม่ต้องแจ้งการนับถือศาสนาในทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน พร้อมทั้ง เชิญชวนข้าราชการมุสลิม เปลี่ยนชื่อ-สกุลให้เป็นไทย เวลาแต่งตั้งให้มีตำแหน่งสำคัญ จะไม่ต้องเป็นที่เพ่งเล็งของชาวไทยพุทธ
7. ปี 2537 สร้างคดีพระยันตระ กับนางจันทิมา แม่ ดญ.กระต่าย ลูกของเมียน้อยรัฐมนตรี ในรัฐบาลชวน 1 ถึงขั้นจับตรวจ DNA แต่มีคนช่วยพระยันตระหนีไปนอกประเทศ เพราะรู้แผนการสับเปลี่ยนเลือดกับนักการเมืองคนนั้น
8. ปี 2537-2539 ขบวนการ "นารีพิฆาต" เกิดขึ้น ทำลายศรัทธาชาวพุทธอย่างยาวนาน พระเกจิอาจารย์ ระดับนำทั่วประเทศจำนวนมาก ถูกทยอยฆ่าตายด้วยยาพิษ ปาราชิก และ กลั่นแกล้งให้เสียหายในเรื่องสตรีและสตางค์ เพื่อทำลายศาสนบุคคลระดับนำ เช่น ท่านเจ้าคุณวัดเทพฯ หลวงปู่โง่น ฯลฯที่ทำเช่นนั้นเพราะ มีแผนร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 ที่ต้องไม่มีพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ แม้จะมีชาวพุทธ ลงชื่อกว่า ๒ ล้านสามแสนคน ในขณะที่นายอานันท์ฯ ขู่ว่า ถ้ายอม.. "บัญญัติให้พุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติ เลือดจะนองท้องช้าง" เพราะว่า มีผู้ไม่เห็นด้วยหกแสนคน ในที่สุดหกแสนเสียงนั้น ชนะเสียง คน 2 ล้าน 3 แสนคน??
9. ปี 2540 นายวัน มูฮะหมัดฯ รมต.ว่าการกระทรวงมหาดไทยในสมัยนั้น สั่งกำจัดพระพุทธรูปออกจากห้องประชุม และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.อิสลาม อีกหลายมาตรา เช่น จุฬาราชมนตรีมีอำนาจเหนือนายกรัฐมนตรีไทย
10. มีแผนการใช้เด็กหญิงอายุ 10-14 ปี จากแม่แจ่ม ซึ่งเป็นหมู่บ้านคริสต์มาทำลายพระภาวนาพุทโธ ด้วยหลักฐานเท็จ พยานเท็จ ศาลตัดสินจำคุกท่านภาวนาพุทโธ 150 ปี
11. ปี 2542 ประเทศไทยมีประธานกรรมาธิการศาสนาฯ ชื่อ เด่น โต๊ะมีนา เข้ามาเพื่อออกกฎหมาย "ล้วงย่ามพระ" และ "ฆราวาสปกครองพระ" ในรัฐบาลชวน
2 เพื่อควบคุมพระสงฆ์และการสร้างพุทธศาสนสถาน รวมถึง การเข้าไปบริหารพุทธศาสนสมบัติทั้งหมด และกฎหมายส่งเสริมอิสลามอีกหลายฉบับ กฎหมายเหล่านี้รอสว. ลากตั้ง ปี 51 ผ่านให้ เขาจึงต้องสร้างคดีใหญ่เรื่องธรรมกายขึ้นมา
12. การเขย่าศรัทธาชาวพุทธจึงต้องแรงสุดขีด ปี 2541-2545 จึงต้องเชือดธรรมกาย หวังโค่นล้มพุทธศาสนา ชนิดถอนรากถอนโคน โชคดีที่พระพรหมโมลีประธานพิจารณา "นิคหกรรม" ใช้เวลาเพียง 2 เดือน โดยยึดหลักธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ตัดสินคดีธรรมกายพ้นผิด นายสมศักดิ์ฯ จึงไล่ท่านออกจากกรรมการ ม.ส.
13. เท่านั้นไม่พอ ปี 2543 พระพรหมโมลี ถูกวางยาพิษมรณภาพ ขณะปฏิบัติศาสนกิจในพม่าบทความของ อ.มงคล กริชติทายาวุธ เรื่องที่ 892 กระบวนการทำลายพุทธศาสนาในประเทศไทย
14. พ.ร.บ. ปฏิรูปการศึกษา ที่คนไทยหลงดีใจว่า ลูกหลานจะฉลาดขึ้นนั้นเกิดจากน้ำมือของคริสต์-อิสลามร่วมมือกันเขียนขึ้นมา ประธาน คือ ดร. กีรติฯ (คาทอลิค) รองประธาน คือ ดร. เกษมฯ (อิสลาม) เจตนาที่แท้จริง คือ กำจัดพุทธศาสนทายาทออกไป เนื่องจากเด็กจบ ป. 6 มีโอกาสบวชยาวมากกว่าเด็กจบ ม. 3 ผ.อ.ทุกโรงเรียน ให้ความร่วมมือดี เพราะได้ประโยชน์จากตำแหน่งและงบประมาณที่เพิ่มขึ้น ตามสึกสามเณรมาเข้าโรงเรียน สามเณรจึงหายไปกว่า 90% วัดวาอารามในต่างจังหวัด จึงเหลือแต่หลวงปู่-หลวงตา คนเข้าวัดก็เหลือคุณย่า-คุณยาย ปล่อยไว้เช่นนี้ไม่ต้องทำอะไร อีกไม่นานพุทธศานาก็ล้มเอง... แต่มันต้องเร่งให้เสร็จใน 10 ปี
15. ปี 2543 รัฐบาลชวน 2 ทวงหนี้ค่าสัมปทานไอทีวี 2 หมื่นล้านบาทจากนั้นเกิดคดีพระแต่งเครื่องแบบนายทหารขับเบ๊นซ์พาสาวเที่ยวและค้างคืน ที่หมู่บ้านแถวบางบัวทอง ออกข่าวทุกชั่วโมง แรมเดือน ขณะถ่ายทำละครเรื่องนี้ มีการถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมไปให้ผู้ว่าจ้างในต่างแดน จนฝ่ายข่าวทหารเปิดโปงไอทีวีเรื่องนี้จึงเงียบไป พร้อมกับที่รัฐบาลเลิกทวงหนี้ 2 หมื่นล้านบาทนั้น
16. ปี 2545 พ.ร.บ.ธนาคารอิสลาม เกิดขึ้นด้วยเงินงบประมาณแผ่นดินมากกว่า 1000 ล้านบาท การดำเนินงานขาดทุนทุกปี จนในที่สุด ต้องยุบเลิกธนาคารชาริอะห์ ของธนาคารกรุงไทย ที่มีกำไร เพราะธนาคารกรุงไทยดูแลอย่างใกล้ชิด และ ใช้งบประมาณสนับสนุนจำนวนมาก เพื่อมาควบรวมกับธนาคารอิสลามเหลือเพียงธนาคารอิสลามฯเพียงแห่งเดียวในปัจจุบัน
17. "Time" หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของโลก เปิดโปงแผน Dream State ที่อิสลามหวังยึดครองประเทศไทย โดยรุกทางการเมืองจากภาคใต้ ขยายผลให้มีการเลือกพรรคของตนใน กทม. และภาคตะวันออก โดยสนับสนุนการเงินผ่านธนาคารอิสลาม แล้วใช้ Astv ปลุกปั่นคนไทยให้ฆ่ากันเอง ได้ผลดีกว่าที่คาด
18. เมื่อ 3 ม.ค. 2547 การปล้นอาวุธจากกองทัพได้เกิดขึ้น ขบวนการล่าหัวชาวพุทธเกิดตามมาอย่างถี่ยิบ ทั้งครู ตำรวจ ทหาร ประชาชน แม้แต่พระสงฆ์สามเณร ถูกฆ่าตายรายวันอย่างทารุณ รวมทั้งชาวไทยมุสลิมที่ไม่ช่วยส่งเสริมผู้ก่อการร้าย หรือ ไม่ช่วยก่อความไม่สงบ ก็จะถูกฆ่าตายไปในคราวเดียวกันนี้ด้วย มีการก่อวินาศกรรมทุกพื้นที่ ทั้งโรงเรียนและหมู่บ้านชาวพุทธถูกเผาเป็นว่าเล่น สูญเสียงบประมาณหลายแสนล้านบาท ก็ไม่อาจแก้ปัญหาได้ แถมยังส่งเสริมฝ่ายตรงข้ามให้ฮึกเหิมยิ่งขึ้น ด้วยการปล่อยตัวผู้ก่อการร้ายส่วนใหญ่ และฟื้น ศอ.บต. 2
19. ในวันที่ 19 ก.ย. 2549 พลเอกสนธิฯ ซึ่งเป็นมุสลิมคนหนึ่ง ปฏิวัติยึดอำนาจ ได้ทำการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นมุสลิมจำนวน 39 จังหวัด และแต่งตั้งกรรมาธิการศาสนา 11 คน เป็นคนมุสลิม 8 คน จากกรรมาธิการศาสนาทั้งหมด 11 คน
20. การขยายมัสยิตไปทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกตำบล ที่ต้องทำให้เสร็จภายในปี 2557 จึงสามารถเร่งเวลาให้เร็วขึ้นได้ ทุกอย่างเป็นไปตามเป้าเร็วเกินคาดเพราะประชาชนให้ความร่วมมือมากขึ้นในทุกภูมิภาค ทั้งกลุ่มเสื้อแดง และ เสื้อเหลือง รวมทั้ง เสื้อน้ำเงิน ก็ไม่กล้าต่อต้านพระยังถูกฆ่าตายหลังจากที่ ม.ส. ประท้วง กรณี ส.ส. รัฐบาล ขอแก้ พ.ร.บ.ปกครองสงฆ์มาตรา 29 ให้อำนาจนายอำเภอจับพระสึกได้อีกชั้นหนึ่ง เนื่องจากมีนายอำเภอมุสลิมนับร้อย พร้อมใช้อำนาจนี้แล้ว
21. กฎหมายอิสลามอีกหลายๆ ฉบับ ตบเท้าทยอยกันออกมาอย่างรวดเร็ว เช่น
- พ.ร.บ.บริหารองค์กรอิสลาม - พ.ร.บ. กิจการฮัจย์ - พ.ร.บ. อาหารฮาลาล พ.ร.บ.ปัตตานีมหานคร ที่ขยายผลมาจาก ศอ.บต. 2 รวม 5 จังหวัด ภายใต้นโยบายการปกครองพิเศษตามระบบอิสลาม
- พ.ร.บ.การเงินชุมชนในระบบอิสลาม (Islam Micro Credit)
- พ.ร.บ.ครอบครัวและมรดกระบบอิสลาม
- พ.ร.บ.การจัดตั้งสภาซูรอ
- พ.ร.บ.การจัดตั้งศาลชารีอะห์ ซึ่งใช้บังคับคนไทยทุกคนที่เกิดคดีความกับมุสลิมนับเป็นการกระทำที่เตรียมยกระดับไทยขึ้นเป็นประเทศอิสลาม ถึงกับมีการตั้งชื่อประเทศ "สยามมุสลิม" ที่พร้อมประกาศใช้ในอนาคต ฯลฯ
22. เม็ดเงินหลายหมื่นล้านบาท โอนผ่านธนาคารอิสลาม เพื่อใช้ซื้อที่ดินนับล้านๆ ไร่ ในทุกภูมิภาคของไทย หลายพื้นที่กำลังเร่งรีบปลูกยางพาราและข้าวบทความของ อ.มงคล กริชติทายาวุธ เรื่องที่ 892 กระบวนการทำลายพุทธศาสนาในประเทศไทย จน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ผ.อ.ดีเอสไอ ตรวจสอบพบและแถลงข่าวผ่านหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 4 ส.ค. 2552 จึงต้องถูกย้ายทันที
23. การจัดตั้งพรรคการเมืองอิสลาม จึงถูกประกาศอย่างโจ่งแจ้ง มีกรรมการบริหารพรรคที่มีชาวพุทธร่วมด้วย โดยไม่ได้ตระหนักถึงภัยที่เขามุ่งกลืนชาติไทยของตนอย่างเลือดเย็น เพียงเห็นแก่เม็ดเงินที่โอนผ่านธนาคารอิสลามเข้ามาจำนวนมาก เช่น เดียวกับพรรคการเมืองบางพรรค ถูกกล่าวหาว่า รับเงินไป แล้วกว่า 2 หมื่นล้านบาท??
24. ไม่เพียงนำเข้าเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเข้ามาเท่านั้น ยังมีการอพยพมุสลิมจากอาเจะ-อินโดนีเซีย จำนวนนับ 10 ล้านคน กระจายเข้าไปอยู่ทุกจังหวัดเพื่อทำตามแผนการ พ.ร.บ. การเงินชุมชนอิสลาม ที่มุสลิมเท่านั้นมีอำนาจบริหารจัดการ โดยคนไทยอาจเป็นสมาชิกได้ ภายใต้กฎกติกาของเขา ซึ่งอาจต้อง เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามในโอกาสต่อไป เราจึงเห็นมัสยิตผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ในทุกจังหวัด ด้วยเงินงบประมาณของชาวพุทธ ดังที่นายดำรง พุฒตาล นำมาแถลงในรายการโทรทัศน์
25. หลายจังหวัดที่มีผู้ว่า-นายอำเภอมุสลิม ให้ชาวมุสลิมเช่าวัดร้างนับแสนไร่ เพื่อปลูกยาง พาราได้ 30 ปี
@ในบทความเรื่องนี้ เขาถามว่า แล้วเราจะแก้ไขวิกฤตการณ์นี้ได้อย่างไร??ก็ต้องดูว่า เขาเข้ามาช่องทางไหน ก็ให้เขากลับไปทางช่องนั้น... นั่นคือ กฎหมายตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2550 ถึงกฎหมายอิสลามทุกฉบับ ที่สำคัญคือ เลิกทะเลาะกันเองเสียที? แล้วเลือกผู้นำที่ถูกต้อง ไม่ยอมให้ใครหรืออะไร มาครอบงำเราได้ง่ายๆ ถ้าไม่ทำก็ต้องเป็นทาสเขาล่ะ.. ลองศึกษาประวิติศาสตร์ยุคพระนารายณ์มหาราชดูเถอะ.. ท่านพัฒนาคนให้มีคุณภาพด้วยธรรมะ จากการบวช-เรียน

credit :เพจมั่นใจประเทศไทยมีพุทธศานาเป็นศาสนาประจำชาติ

เจ้าข้าเอ๊ย...ประเทศหมาขึ้นหิ้ง... เจ้าหน้าที่บรรจุกระดูกของ คุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยง ไว้ที่ฐานอนุสาวรีย์คุณทองแดง


เจ้าหน้าที่บรรจุกระดูกของ คุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยง ไว้ที่ฐานอนุสาวรีย์คุณทองแดง ศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน เช้าวันนี้(30 ธ.ค.58)
       
       วันนี้ (30 ธ.ค.) เวลา 09.00 น. มีการบรรจุกระดูก สุนัขหลวงคุณทองแดง ที่ฐานอนุสาวรีย์ ที่บริเวณศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
       
       ทั้งนี้ อนุสาวรีย์คุณทองแดง ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าจุดชมวิว ภายในมูลนิธิศูนย์รักษ์สุนัขหัวหินฯ นั้น สร้างขึ้นพร้อมกับมูลนิธิฯ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินรายได้จากการจำหน่ายเสื้อยืดพิมพ์ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ครอบครัว คุณทองแดงจำนวน 4 ล้านบาท เพื่อสร้างอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในมูลนิธิฯ ตั้งอยู่บริเวณข้างวัดเขาอิติสุคโต ซอยหมู่บ้านเขาน้อย อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังได้เสด็จฯไปทรงเปิดอนุสาวรีย์คุณทองแดง เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 เมื่อครั้งเสด็จฯไปทอดพระเนตรการทำงานของมูลนิธิฯด้วย
       
       สำหรับ คุณทองแดง เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2541 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำมาเลี้ยงหลังจากเสด็จพระราชดำเนินไปเปิด ศูนย์การแพทย์พระราม 9 และนายแพทย์คนหนึ่งนำทองแดงมาทูลเกล้าฯ ถวายให้ทอดพระเนตร
       
       คุณทองแดงมีลักษณะพิเศษต่างจากลูกสุนัขตัวอื่น คือ มีสายสร้อยรอบคอครึ่งเส้น มีถุงเท้าขาวทั้ง 4 ขา มีหางม้วนขดเป็นวง ปลายหางดอกสีขาว และมีจมูกแด่น ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายตัวเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2541 ขณะมีอายุได้ 5 สัปดาห์ ที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
       
       พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงค้นในหนังสือว่า ทองแดงมีลักษณะคล้ายคลึงกับสุนัขพันธุ์บาเซนจิ ซึ่งเป็นสุนัขพันธุ์โบราณ มีถิ่นกำเนิดทางแอฟริกาใต้ นิยมใช้งานในการล่าสัตว์ แต่ทองแดงมีขนาดตัวใหญ่กว่าสุนัขพันธุ์บาเซนจิทั่วไป พระองค์จึงทรงเรียกทองแดงว่าเป็นสุนัขพันธุ์ไทยซูเปอร์บาเซนจิ
       
       ทองแดงมีลูกกับทองแท้ สุนัขพันธุ์บาเซนจิ จำนวน 9 ตัว ทุกตัวเกิดเมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2543 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานชื่อให้เป็นชื่อขนมที่มี คำว่า "ทอง" และพระราชทานนามสกุลว่า "สุวรรณชาด" ได้แก่ ทองชมพูนุท , ทองเอก , ทองม้วน , ทองทัต , ทองพลุ , ทองหยิบ , ทองหยอด , ทองอัฐ , ทองนพคุณ
       
       และเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ทองแดงตาย ณ วังไกลกังวล ร่างอยู่ที่โรงพยาบาลสัตว์หัวหิน รวมอายุได้ 17 ปี 1 เดือน 19 วัน

บรรจุกระดูกคุณทองแดง ที่ฐานอนุสาวรีย์ในศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน

ตามไปดูภาพและรายละเอียดได้ที่ http://manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9580000142709

ใครเข้าเฝ้าเปรมบ้าง? เช็คกำลังพลของทหารไทย

ความเคลื่อนไหวที่ บ้านสี่เสาเทเวศร์ เช้านี้ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดบ้านสี่เสาเทเวศร์ ให้เข้าอวยพรปีใหม่ ล่าสุด พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีและว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะผู้นำเหล่าทัพ ได้แก่ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี เข้าอวยพรปีใหม่ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์

จับตาให้ดี ใครอวยใคร ในบรรดาทหารของพระราชาไทย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดบ้านให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าอวยพรในวันขึ้นปีใหม่ 2558 ภายในบ้านพัก กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1รอ.) โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพ ข้าราชการทหาร และตำรวจชั้นผู้ใหญ่ นายทหารระดับสูงในกองทัพ คณะกรรมการมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางเข้าร่วมอวยพรตั้งแต่ในช่วงเช้า อาทิ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ  โดยมี พล.อ.อุดมเดช เป็นตัวแทนมอบกระเช้าและกล่าวอวยพรปีใหม่


"ป๋าเปรม" เปิดบ้านรับอวยพรปีใหม่ ขอทุกคนสามัคคี เชื่อความดีเป็นเกราะคุ้มกัน แซวนายกฯตอนเช้าอารมณ์ดี กลางวันขุ่นมัว เชื่อมั่น "บิ๊กโด่ง" ไม่ใช่คนแบบนั้น

"ป๋าเปรม" เปิดบ้านรับอวยพรปีใหม่ ขอทุกคนสามัคคี เชื่อความดีเป็นเกราะคุ้มกัน แซวนายกฯตอนเช้าอารมณ์ดี กลางวันขุ่นมัว เชื่อมั่น "บิ๊กโด่ง" ไม่ใช่คนแบบนั้น

วันที่ 30 ธ.ค. - พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ อำนวยพรแด่นายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ภายหลังเข้ามอบกระเช้าดอกไม้ และเข้าอวยพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2559 ว่า ขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่นำ ผบ.เหล่าทัพเข้ามาอวยพร สุขใจมากที่ได้พบกับพวกเราถึงแม้ว่าจะไม่กี่ครั้งก็ตาม ซึ่งไม่ว่าอย่างไร วิญญาณ จิตใจ และร่างกายของผม ยังมีความเป็นทหารอยู่ตลอด ขอบคุณนายกฯ ที่ไม่ลืมกัน ยังมีความเป็นเพื่อน เป็นมิตร เป็นพี่ เป็นน้องกัน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่นายกฯ เอ่ยถึงคือความรัก ความสามัคคี ตามพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้รู้รักสามัคคี เพราะถ้าเราไม่เข้าใจ และนำไปใช้ก็จะเป็นที่น่าเสียดาย เราต้องรู้จักความรัก และนำความรักความสามัคคีไปใช้บริหารประเทศ บริหารหน่วยของเรา อย่างที่กำลังทำอยู่ ทั้งนี้ตนเข้าใจดีว่านายกฯ และทุกคนเหนื่อยมาก ๆ แต่ถ้าเราเหนื่อยแล้วคนไทยมีความสุข ไม่มีทุกข์ มีเงิน ก็คือสิ่งที่เราปรารถนา ซึ่งเป็นการทำเพื่อชาติ ทั้งนี้เราต้องแสดงความรักสามัคคี รักผู้ใต้บังคับบัญชา รักประชาชน รักสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นของบ้านเรา และต้องแสดงให้ต่างชาติเห็นถึงความสามัคคี

ทั้งนี้ดีใจที่นายกฯได้สละความสุขส่วนตัว เพื่อคนอื่น เพื่อชาติบ้านเมือง และประชาชน โดยวันนี้ ได้ถามนายกฯ ว่าอารมณ์ดีหรือไม่ นายกฯได้ตอบว่า ตอนเช้าอารมณ์ดี แต่สาย ๆ อารมณ์เริ่มขุ่นมัว แต่ถึงอย่างไรนายกฯก็เป็นคนเข้มแข็ง สู้ไม่ถอย ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดี เรื่องความรักความสามัคคีทุกคนเริ่มได้ที่ตัวเราเอง ให้เห็นว่าคนดี คือนายกฯ ที่กำลังทำถ้าทำได้อย่างดีเชื่อว่าเราจะมั่นคงแข็งแรง ทนต่อความทุกข์ยากของราษฎร เขาฝากความหวังที่นายกรัฐมนตรี และพวกเรากองทัพ และตำรวจ เราต้องรักสิ่งนี้ และทำให้ได้ แม้จะยาก แต่เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เห็นว่ากองทัพที่ได้รับจัดสรรงบฯ เพื่อช่วยเหลือบ้านเมืองจริง แสดงให้เห็นว่าเรารักเขาจริง ๆ มาเพื่อชาติบ้านเมือง ไม่ได้เข้ามาเพื่ออำนาจ

ทั้งนี้ ตนอาจไม่ได้ช่วยอะไรมาก อายุมากแล้ว แต่ช่วยคิด ให้กำลังใจ และความรู้บ้างพอสมควร และเป็นเพื่อน ตนพร้อมจะช่วยด้วยความรัก ความเป็นมิตร สามัคคี ซึ่งความดี คือเกราะกำบังที่ไม่มีใครมาทำอันตรายเราได้ หากทำความดีทุกวัน จะช่วยให้เราสำเร็จ มีจิตใจชื่นบานในการช่วยเหลือคนอื่น ขอให้ทำความดี อย่างไรก็ตามขอขอบคุณทุกคนที่มา และที่ไม่มาด้วย ฝากความปรารถนาดีทุกคน หวังว่านายกรัฐมนตรีจะนำพาประเทศไปสู่ความพอมีพอกิน มีความสุขตามที่สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเราจะทำได้ ขออวยพรให้ทุกคนสำเร็จงาน ทำเพื่อชาติบ้านเมือง ขอให้ทุกคนเข้าใจ และคนที่เข้าใจผิดขอให้เข้าใจถูก ขอให้นายกรัฐมนตรี และพวกเราที่ตั้งใจประสบผลสำเร็จในไม่ช้านี้

อย่างไรก็ตามระหว่างที่ พล.อ.เปรมพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้พูดคุยกับ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า "เชื่อว่าเป็นคนดี ความดีจะคุ้มครอง เชื่อว่าโด่งไม่เป็นคนแบบนั้น"

สรุปสถานการณ์เมืองไทย 30 ธันวาคม 2558

จากสหายปรีชา

สถานการณ์ภายใน : ด้านเศรษฐกิจ ย่ำแย่ การเมือง กดขี่ชัดเจน พาดพิงหมาทองแดง ก็ยังโดน112 ลงไปไล่จับเด็กๆนักศึกษา ยัดข้อหาสารพัด รายได้ทั้งรัฐ/เอกชนหดหาย โดนตัดสิทธิ์/ตัดโควต้า
ขุนศึกและอำมาตย์ขัดแย้งกันชัดเจนและรุนแรงมาก
สร้างความเดือดร้อนทุกด้าน เกิดการเปรียบเทียบมากขึ้น
ด้านต่างประเทศ : ถูกตัดสิทธิ์และประณามมากขึ้นทั้งจากมหาอำนาจและองค์กรระหว่างประเทศ ต้องหันไปแอบอิงจีนซึ่งเอาแต่ได้ กลายเป็นเพิ่มไม่พอใจให้สหรัฐ/ยุโรป
: กระแสเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงกำลังคุกรุ่นมากขึ้น ในลักษณะเชิงคุณภาพ



สรุปสถานการณ์เมืองไทย 30 ธันวาคม 2558

จากสหายปรีชา

สถานการณ์ภายใน : ด้านเศรษฐกิจ ย่ำแย่ การเมือง กดขี่ชัดเจน พาดพิงหมาทองแดง ก็ยังโดน112 ลงไปไล่จับเด็กๆนักศึกษา ยัดข้อหาสารพัด รายได้ทั้งรัฐ/เอกชนหดหาย โดนตัดสิทธิ์/ตัดโควต้า
ขุนศึกและอำมาตย์ขัดแย้งกันชัดเจนและรุนแรงมาก
สร้างความเดือดร้อนทุกด้าน เกิดการเปรียบเทียบมากขึ้น
ด้านต่างประเทศ : ถูกตัดสิทธิ์และประณามมากขึ้นทั้งจากมหาอำนาจและองค์กรระหว่างประเทศ ต้องหันไปแอบอิงจีนซึ่งเอาแต่ได้ กลายเป็นเพิ่มไม่พอใจให้สหรัฐ/ยุโรป
: กระแสเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงกำลังคุกรุ่นมากขึ้น ในลักษณะเชิงคุณภาพ



เครือข่ายเจ้าไทยหาเงินจากการขายอวัยวะของหญิงไทย THAI MONARCHY NETWORKS EARN MONEY FROM SEXUAL ORGANS OF THAI WOMEN TO NA...

เครือข่ายเจ้าไทยหาเงินจากการขายอวัยวะของหญิงไทย  THAI MONARCHY NETWORKS EARN MONEY FROM SEXUAL ORGANS OF THAI WOMEN TO NA...

 

 

ความเข้าใจผิดของประยุทธ จันทร์โอชา เรื่อง การเสียภาษีของคนไทย (เครดิต คุณตระกองขวัญ)

ตระกองขวัญ's photo.
9 hrs ·


คุณประยุทธ จันทร์โอชา ครับ

สิ่งที่คุณพูดเมื่อวานนี้ที่สุราษฎร์ธานี
ตอกย้ำชัดครับ
ว่าคุณไม่มีความรู้ ไม่มีความเข้าใจในเรื่องที่คุณพูด

คุณพล่าม ว่า

"ประเทศไทยมีคน 70 ล้านคน อยู่ในระบบภาษี 10 ล้านคน
เหลือเสียภาษีประมาณ 4 ล้านคน
อีก 6 ล้านคน ลดหย่อนตรงนั้นตรงนี้
ดังนั้น 4 ล้านคน ถือเป็นหลักของประเทศ
เพื่อนำมาขับเคลื่อนประเทศ"

นี่เรียกว่า พล่ามแบบไม่รู้ ไม่มีความรู้ความเข้าใจสักนิด

การนำประชาชนทุกคนเข้าในระบบภาษีนั้นเป็นเรื่องดีครับ
แต่คนที่คิดจะทำ และจะลงมือทำ
ควรมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่ตัวเองจะทำก่อนสักนิด

ไม่ใช่ไม่รู้ แล้วก็พล่ามแสดงความงี่เง่าออกมา

คุณประยุทธ ครับ รู้ไหมครับ
ประเทศไทยเก็บภาษีได้ปีละประมาณสองล้านล้านบาท
จากกรมสรรพากรประมาณ 1.7 ล้านบาท
จากกรมสรรพาสามิตอีกราว 3 แสนล้านบาท

ไอ้ที่คุณว่า 4 ล้านคนที่เสียภาษี
แล้วบอกเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนประเทศน่ะ
เพื่อใช้เป็นเหตุผลว่าทุกคนควรเข้าสู่ระบบภาษีน่ะ

เป็นการพล่ามแบบไม่รู้อย่างโง่บัดซบเลยครับ

ภาษีที่กรมสรรพากรเก็บได้ 1.7 ล้านบาทนั้น
เป็นภาษีบุคคลธรรมดาแค่ 2.8 แสนล้านเท่านั้นครับ

จิ๊บจ๊อยมาก แล้วจะขับเคลื่อนประเทศได้อย่างไร

เงินภาษีที่เป็นตัวขับเคลื่อนจริง ๆ นั้น
มาจากเงินภาษีสองตัวครับ

หนึ่ง คือภาษีจากบริษัทห้างร้านต่าง ๆ
ที่เรียกว่าภาษีนิติบุคคล ประมาณ 5.6 แสนล้านบาท

สอง คือภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากประชาชนทุกคน
เป็นภาษีทางอ้อมที่ทุกคนต้องจ่ายเมื่อจับจ่ายใช้เงิน
เป็นภาษีที่เก็บได้มากที่สุดครับ
ประมาณ 7.2 แสนล้านบาท

ภาษีมูลค่าเพิ่มนี่แหละครับคือตัวหลักขับเคลื่อนประเทศ
ภาษีมูลค่าเพิ่มนี่แหละครับมาจากประชาชนจน ๆ มากที่สุด
ที่คุณเข้าใจผิด ๆ ว่า พวกเขาไม่ได้เสียภาษี

ประชาชนทุกคนล้วนเสียภาษีทั้งนั้นครับ
บางคนเสียทางตรง บางคนเสียทางอ้อม

ทีหลังก่อนจะพล่ามอะไร
ให้แสดงถึงความรู้ในเรื่องนั้น ๆ ก่อนครับ

อย่าดีแต่พล่าม

อีกเรื่องที่คุณพูด
คือเรื่องใส่ข้อมูลอาชีพ-รายได้ลงในบัตรประชาชน

คุณอ้างว่าเพื่อเป็นข้อมูลช่วยคนยากจน
ใช้ขึ้นรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี
และในอนาคตก็อาจสามารถขึ้นรถไฟฟ้าฟรีได้

มั่วไปใหญ่เลยครับ

รถเมล์ รถไฟฟรีทุกวันนี้ ดีอยู่แล้วครับ
ที่บอกว่า เป็นรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี จากภาษีประชาชน

คนจน คนรวย สามารถใช้บริการได้หมด
อย่างเท่าเทียมกัน

และปกติ คนไม่จน เขาไม่ขึ้นหรอกครับ
ไม่ว่ารถเมล์ฟรี รถไฟฟรี เขาไม่ขึ้นหรอก

ทีนี้ ถ้าคุณใช้บัตรประชาชนในการขึ้นฟรี
ก็จะเป็นการแบ่งแยกประเภทประชาชนทันทีครับ

เป็นภาพที่ไม่สวยเลยสำหรับประชาชนและประเทศชาติ

นึกภาพดูสิครับ
ประชาชนคนนั่งในรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี
จะถูกจัดเป็นพวก "จน" เป็นชนชั้นไม่มีจะกิน

ขณะที่แบบเดิม รถเมล์ รถไฟฟรีจากภาษีประชาชน นั้น
อย่างไรก็ให้ภาพที่ดีว่า ใครก็ขึ้นได้ ไม่ว่ารวยหรือจน

อย่าให้บ้านเมืองถอยหลังไปถึงห้าสิบปีก่อนเลยครับ
เหมือนประเทศอเมริกาที่แบ่งแยกคนขาว-คนดำ

รถเมล์ รถไฟ ร้านอาหาร โรงหนัง แม้กระทั่งห้องน้ำ
หากคนขาวใช้ คนดำห้ามใช้

เป็นการแบ่งแยกชนชั้นและหมู่พวก

อยากเห็นเมืองไทยเป็นแบบนั้นเหรอครับ
คนจนนั่งรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี
คนมีเงินนั่งรถเมล์อีกประเภท รถไฟอีกประเภท

ไม่สวยเลยครับ

เรื่องรถไฟฟ้าฟรีก็เหมือนกัน
แค่เรื่องสามสิบบาทรักษาทุกโรค คุณยังบ่นว่าเปลือง
แล้วดันสะเออะคิดเรื่องรถไฟฟ้าฟรี

รถไฟฟ้าน่ะ คนจนเขาไม่มีเงินพอที่จะขึ้น
ก็อย่าไปเดือดร้อนแทนเขาเลยครับ

แค่รถเมล์ รถไฟ จากภาษีประชาชนก็พอแล้ว
แค่เรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรคเขาก็พอใจแล้ว
(หาเรื่องจะเลิก 30 บาทอยู่ตลอด เพื่อทำลายผลงานทักษิณ
พอหาเรื่องที ก็โดนด่าโดนต้านที ก็ออกมาแถว่าไม่เลิกไปที)

หากไปคิดถึงเรื่องรถไฟฟ้าฟรี
จะจ่ายเอกชนเท่าไร มีวิธีอย่างไร
จะเหมาจ่ายแบบรถเมล์รถไฟ ไม่ไหวแน่ ๆ ครับ ไม่คุ้มแน่ ๆ
จะแยกขบวนรถไฟฟ้า ก็เป็นการแบ่งแยกประชาชน

รถไฟฟ้าน่ะ
ไม่ได้วิ่งไปวกวนตามถนนเหมือนรถเมล์นะครับ

คนจนอยู่ห่างเส้นทางรางรถไฟฟ้ามาก
ใครจะถ่อมาขึ้น

รถไฟฟ้าวิ่งไปตามเส้นทางธุรกิจเป็นหลัก
คนจนที่ไหนทำงานย่านธุรกิจจนต้องใช้รถไฟฟ้า

คิดอะไร ทำอะไร ให้มันเข้าท่าหน่อยเถอะครับ
ให้ประชาชนเห็นว่า รู้งาน เป็นงาน
ไม่ใช่พล่ามตะบัน รู้ทุกเรื่อง แต่ไม่ได้เรื่องสักเรื่อง

คุณยึดอำนาจมากว่าปีครึ่งนี่
ผมเห็นคุณทำเรื่องเข้าท่า และน่าจะทำได้ดีอยู่เรื่องเดียวครับ

คือขับตุ๊ก ๆ

หากสงสารบ้านเมือง ก็ไปซะเถอะครับ
ไปขับตุ๊ก ๆ ดีกว่า

นะครับ