ราชวงศ์ที่เหลือในโลกปี 2026: ยังอยู่ได้อีกนานไหม?

ราชวงศ์ที่เหลือในโลกปี 2026: ยังอยู่ได้อีกนานไหม?

ราชวงศ์ที่เหลือในโลกปี 2026

43 ประเทศ… แต่มีเพียงประมาณ 26 ตระกูลราชวงศ์

ราชวงศ์ไทยและยุโรป ร่วมงานสวีเดน

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินีสุทิดา เสด็จร่วมพระราชพิธีฉลอง 80 พรรษา พระเจ้าคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ ณ สวีเดน (เมษายน-พฤษภาคม 2569)

จาก ~200 ประเทศทั่วโลก มีราชวงศ์มากแค่ไหน?: 43 ประเทศ ≠ 43 ตระกูล

43 คือจำนวนประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ

แต่เมื่อนับเฉพาะตระกูลราชวงศ์ (Royal Houses) ที่กำลังปกครองอยู่จริง จะเหลือเพียงประมาณ 25–28 ตระกูล เท่านั้น

ทำไมถึงน้อยกว่ามาก?

  • House of Windsor (พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3) ปกครองคนเดียวถึง 15 ประเทศ (สหราชอาณาจักร + 14 ประเทศในเครือจักรภพ)
  • หลายประเทศในยุโรปใช้ตระกูลเดียวกันหรือเกี่ยวข้องทางสายเลือด
  • มาเลเซียหมุนเวียนระหว่างราชวงศ์รัฐต่าง ๆ

ภาพรวมราชวงศ์ในโลกปัจจุบัน

กลุ่มจำนวนประเทศจำนวนตระกูลโดยประมาณ
ยุโรป1210–12
เอเชีย138–10
ตะวันออกกลาง7+5–6
อื่น ๆ (แอฟริกา, โอเชียเนีย, อเมริกา)113–5
รวม4325–28

ราชวงศ์ใหม่เกิดขึ้นยากมากในยุคนี้

การสถาปนาราชวงศ์ใหม่ (ปราบดาภิเษก) ไม่ได้เกิดขึ้นอีกเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ส่วนใหญ่เป็นการสืบสายเลือดต่อเนื่องจากราชวงศ์เดิมเท่านั้น

ข้อเตือนใจสำหรับราชวงศ์ทุกพระองค์

โลกสมัยใหม่เปลี่ยนแปลงเร็ว ประชาชนคาดหวังความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการปรับตัว ราชวงศ์ที่จะอยู่รอดได้ดีควร:

  • เป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีของชาติ
  • มีส่วนร่วมด้านสังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม
  • ปรับตัวกับสื่อสังคมออนไลน์และคนรุ่นใหม่
  • รักษาความเป็นกลางทางการเมืองอย่างเคร่งครัด

ราชวงศ์จะอยู่รอดต่อไปได้หรือไม่
คำตอบอยู่ที่การปรับตัวให้เข้ากับโลกที่เปลี่ยนไป

เพื่อการนำเสนอความรู้ • ราชวงศ์คือส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาติ แต่ละราชวงศ์มีเหตุปัจจัยต่างกัน

อัปเดตข้อมูล พฤษภาคม 2569 • บทความโดย: ดร. เพียงดิน รักไทย

ภาพสะท้อน Trump กำลังรื้อระบบโลกเก่า ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

สรุปคลิป Susan Kokinda: Trump กำลังรื้อระบบโลกเก่า

สรุปคลิป: Trump กำลังรื้อระบบโลกหลังปี 1949

Susan Kokinda | Promethean Action | 2 พฤษภาคม 2026

ประเด็นหลัก: โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังรื้อระบบความมั่นคงและการเงินโลกที่อังกฤษ-อเมริกันสร้างขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างเป็นระบบ และสื่อกระแสหลักเลือกที่จะไม่รายงานส่วนสำคัญที่สุด

1. การสนทนา Trump-Putin และจุดจบของ “Special Relationship”

ช่วง 2:36 - 7:10

  • Trump โทรคุยกับ Putin นาน 90 นาที ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า Zelenskyy และรัฐบาลยุโรป คือผู้ที่ทำให้สงครามยูเครนยืดเยื้อ
  • เครมลินประกาศหยุดยิงชั่วคราวในวัน Victory Day
  • สื่อโฟกัสที่ King Charles เยือนวอชิงตันแทน (ซึ่ง Kokinda มองว่าเป็นความพยายามรักษาอิทธิพลอังกฤษ)
  • ที่ Chatham House นักวิเคราะห์อังกฤษยอมรับตรงกันว่า ยุคที่สหรัฐฯ ค้ำจุนความมั่นคงให้ยุโรปตั้งแต่ปี 1949 จบลงแล้ว
  • Trump ประกาศถอนทหาร 5,000 นายจากเยอรมนี
“สหรัฐฯ จะไม่เป็น ‘ยักษ์โง่’ ให้อังกฤษและยุโรปใช้ประโยชน์อีกต่อไป” — Susan Kokinda

2. UAE ถอนตัวจาก OPEC = การรื้อระบบ Petrodollar

ช่วง 7:11 - 12:06

  • UAE (ผู้ผลิตน้ำมันอันดับ 3 ของ OPEC) ประกาศถอนตัวอย่างเป็นทางการ Trump ทักทายว่า “ดีมาก”
  • ระบบ Petrodollar (หลังปี 1971) คือเครื่องมือที่ City of London ใช้ควบคุมราคาน้ำมัน เงินดอลลาร์ และสร้างความไม่มั่นคงเพื่อผลประโยชน์นักการเงิน
  • OPEC ถูกสร้างเป็น cartel ควบคุมราคาและปริมาณน้ำมัน
  • การถอนตัวของ UAE = การแตกหักครั้งใหญ่ของระบบนี้
  • ความเปลี่ยนแปลงด้านความมั่นคง: UAE รับระบบ Iron Dome จากอิสราเอล (ครั้งแรกในประวัติศาสตร์) แสดงให้เห็นว่า “แนวแบ่งเก่า” ระหว่างอาหรับ-อิสราเอล กำลังสลายตัว

3. Office of Strategic Capital (OSC) – ธนาคารเพื่อการผลิตภายในเพนตากอน

ช่วง 12:07 - 15:51

  • กระทรวงกลาโหมตั้ง “Office of Strategic Capital” มีอำนาจปล่อยกู้ 210,000 ล้านดอลลาร์
  • ทำหน้าที่เป็นธนาคารเพื่อการลงทุนภายในรัฐ เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมความมั่นคงแห่งชาติ
  • ให้เงินทุนโดยตรง (De-risk) แก่โรงงานผลิตกระสุน แร่หายาก เทคโนโลยีสำคัญ โดยไม่ต้องรอ Wall Street
  • Kokinda เรียกว่า การกลับมาของ American System แบบ Hamilton, Lincoln และ FDR

ข้อสรุปของ Susan Kokinda
Trump กำลัง “วาดแผนที่โลกใหม่” (redistricting the world)
• ความสอดคล้องระหว่างวอชิงตัน-มอสโก
• การทำลายกับดัก Petrodollar
• การสร้างเครื่องมือการเงินใหม่เพื่อฟื้นอุตสาหกรรมอเมริกัน

“สิ่งที่เรากำลังเห็นคือการเร่งรัดการล่มสลายของระบบจักรวรรดิเก่า และการเกิดขึ้นของระบบใหม่ที่เน้นอธิปไตยและการผลิตจริง”

Popular Posts