สรุปข้อกล่าวหาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 18 คน พร้อมบทวิเคราะห์และคำถามติดตามจากคันฉ่องส่องไทย

คันฉ่องส่องไทย | อ่านข้อกล่าวหา ตรวจสอบอำนาจ
คันฉ่องส่องไทย / บันทึกเพื่อการตรวจสอบสาธารณะ

อ่านข้อกล่าวหา
ตรวจสอบอำนาจด้วยเหตุผล

สรุปประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล พร้อมมุมมอง +1 ว่าประชาชนควรมองให้ไกลกว่าถ้อยคำบนเวที และติดตามให้ถึงหลักฐาน คำชี้แจง และความรับผิดชอบ

18 รายชื่อในต้นฉบับ
+1 มุมมองเพื่อประชาชน
3 ชั้นการอ่าน: กล่าวหา · หลักฐาน · วิเคราะห์
อ่านก่อน: ข้อกล่าวหาไม่เท่ากับข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

หน้านี้สรุปจากไฟล์ Pasted text.txt ที่ผู้ใช้แนบในแชตเดิม โดยคงรายชื่อและตำแหน่งตามเอกสาร ไม่ได้ยืนยันตำแหน่งปัจจุบันหรือรับรองว่าข้อกล่าวหาเป็นจริง ต้นฉบับมีทั้งข้อกล่าวหาและถ้อยคำประณามทางการเมือง บทสรุปลดถ้อยคำประณามและรวมประเด็นซ้ำ แต่เปิดให้อ่านข้อความเดิมรายคนได้

เอกสารที่ได้รับไม่ได้แนบพยานหลักฐาน คำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหา หรือคำวินิจฉัย จึงไม่มีข้อกล่าวหารายบุคคลที่หน้านี้จัดเป็น “ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว” การยังไม่มีหลักฐานในไฟล์นี้ไม่ใช่ข้อสรุปว่าข้อกล่าวหาจริงหรือเท็จ และไม่ใช่ข้อยืนยันว่าไม่มีหลักฐานอยู่ที่อื่น

01 / ข้อกล่าวหา

สิ่งที่ต้นฉบับระบุให้ตรวจสอบ ต้องพิจารณาหลักฐานและคำชี้แจงก่อนสรุป

02 / ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

หน้านี้ยังไม่มีรายการความผิดที่ยืนยันได้จากหลักฐานประกอบ ไม่ใช้การปรากฏในข่าวแทนการพิสูจน์

03 / บทวิเคราะห์ +1

ข้อเสนอเชิงบรรณาธิการสำหรับคันฉ่องส่องไทย แยกจากเนื้อหาต้นฉบับและข้อยุติทางกฎหมาย

สาระจากต้นฉบับ

18 คน · ประเด็นที่ต้องรับฟังและตรวจสอบ

แสดงครบ 18 คน

01
ข้อกล่าวหาตามต้นฉบับ · ยังไม่ใช่ข้อยุติ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าทุจริตหรือปล่อยให้ทุจริต ใช้อำนาจและงบประมาณเอื้อประโยชน์แก่ตน พวกพ้อง และผู้มีพระคุณ รวมถึงหาประโยชน์จากวิกฤตค่าครองชีพ
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าโกงการเลือกตั้ง ส.ส. การเลือก ส.ว. การสอบ บรรจุและแต่งตั้งข้าราชการ; แทรกแซงการโยกย้าย กดดันเจ้าหน้าที่ และตัดตอนการตรวจสอบ
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าครอบงำกระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระ และกลไกถ่วงดุล เพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้ามและช่วยเครือข่ายตน รวมถึงแทรกแซงการตรวจสอบการเลือก ส.ว.
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าขาดความซื่อสัตย์ ฝ่าฝืนจริยธรรมและกฎหมาย แจ้งความเท็จเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ใช้ความจงรักภักดีเป็นเครื่องมือ และทำให้สถาบันหลักเสียหาย
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าบริหารล้มเหลวทั้งเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม การจัดการทุนเทา ความมั่นคงและปัญหาชายแดนใต้; ไม่รักษาผลประโยชน์ประเทศในเวทีระหว่างประเทศ
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าขาดภาวะผู้นำและความรับผิดชอบต่อรัฐสภา แต่งตั้งคนโดยไม่คำนึงถึงความสามารถหรือความสุจริต อยู่ภายใต้การชี้นำของบุคคลอื่น และใช้ตำแหน่งคุ้มครองผลประโยชน์ของบุคคลอื่น; คำสัญญาด้านความมั่งคั่งไม่ตอบโจทย์ประชาชน

สถานะหลักฐาน: ไฟล์ที่ได้รับไม่ได้แนบหลักฐานประกอบ คำชี้แจง หรือคำวินิจฉัยที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาของบุคคลนี้ จึงยังไม่จัดรายการข้างต้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

อ่านข้อความต้นฉบับของบุคคลนี้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่มีมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉล ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต บริหารประเทศผิดพลาดอย่างร้ายแรง ไม่เคารพและปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไร้ความรับผิดชอบต่อระบบรัฐสภา ไร้วุฒิภาวะ ไร้ภาวะผู้นำ บริหารงานบุคคลล้มเหลว แต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งสำคัญต่างๆโดยมิได้คำนึงถึงความรู้ความสามารถและความซื่อสัตย์สุจริต ไม่รู้สำนึกผิดชอบชั่วดี ไร้จิตสำนึกในการเป็นผู้นำประเทศที่จะต้องละเว้นไม่ใช้อำนาจหรือตำแหน่งหน้าที่ไปเพื่อผลประโยชน์ทับซ้อน กลับใช้อำนาจหรือตำแหน่งหน้าที่เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อตนเอง บริวาร พวกพ้อง และผู้มีพระคุณ ไม่มีความคิดในการทำหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของชาติและส่วนรวม แต่ใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ และเครือข่ายพรรคการเมืองของตนเอง สร้างระบอบสีน้ำเงิน ระบอบ น.หนู กินรวบประเทศ ทั้งโกงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โกงการสอบข้าราชการ โกงงบประมาณแผ่นดิน เพื่อความมั่นคงและความมั่งคั่งของตนเอง พวกพ้อง และผู้มีพระคุณนายอนุทินและเครือข่ายพรรคพวกของตนได้สมคบคิดกันเพื่อเข้าไปทำลาย ควบคุม ครอบงำ หรือแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม กลไกตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจ และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเพื่อทำให้กระบวนการและกลไกเหล่านั้นกลายเป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้าม แต่ละเว้น ช่วยฟอกขาว หรือช่วยเอื้อประโยชน์ให้แก่พรรคพวกของตน การที่นายอนุทินใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการนั้น ยังถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย นอกจากนี้นายอนุทินยังใช้อำนาจ อิทธิพล ตำแหน่งหน้าที่ และเครือข่ายของตนเอง เข้าไปแทรกแซงกลไกการตรวจสอบการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ส่งเสริมการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ สร้างสภาวะการลอยนวลพ้นผิดให้แก่ตนเองและพวกพ้อง ทำให้องค์กรตรวจสอบปฏิบัติหน้าที่และจงใจละเลยการปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยเหลือขบวนการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภา นายอนุทินและพรรคพวกยังสร้างความเสื่อมเสียให้แก่สถาบันหลักของชาติ จงใจใช้ความจงรักภักดีเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง สร้างความเสียหายต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การใช้อำนาจและการบริหารราชการแผ่นดินของนายอนุทินส่งผลให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันอย่างกว้างขวางเป็นระบบ กลายเป็นต้นตอของปัญหาอาชญากรรม มีพฤติการณ์จงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการกับขบวนการทุนเทาซึ่งส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาสังคม ตลอดจนปัญหาสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนปัญหาเหล่านี้ล้วนมีต้นตอมาจากการที่นายอนุทินเป็นบุคคลที่ไร้ความสามารถ ไร้สำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมและประชาชน ล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่และการบริหารราชการแผ่นดิน ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนในทุกมิติ หน้ำซ้ำยังมีพฤติกรรมที่เลวร้ายจนประวัติศาสตร์ต้องจารึกด้วยความน่ารังเกียจถึงขนาดปล่อยให้บริวารและพวกพ้องฉวยโอกาสแสวงหาผลประโยชน์จากความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงเวลาวิกฤตข้าวยากหมากแพง มุ่งใช้งบประมาณแผ่นดินที่มีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ยเพื่อความมั่งคั่งและผลประโยชน์ของเครือข่ายพวกพ้อง หาได้สนใจใยดีต่อความทุกข์ร้อนของประชาชนและปัญหาของประเทศ ยึดเอาผลประโยชน์ชาติมาเป็นผลประโยชน์ของของตนเอง เสแสร้งแกล้งรักชาติเพื่อประโยชน์ทางการเมือง แต่กลับมีพฤติกรรมเนรคุณแผ่นดิน ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน สมรู้ร่วมคิดรู้เห็นเป็นใจให้มีกระบวนการทุจริตการสอบเข้า บรรจุ และแต่งตั้งข้าราชการ รวมทั้งตัดตอนการตรวจสอบ ใช้อำนาจเพื่อให้ผู้กระทำผิดลอยนวลอยู่เหนือกฎหมาย แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอันเป็นการทำลายระบบคุณธรรมในระบบราชการลงอย่างสิ้นเชิง ทำให้ระบบราชการสยบยอมต่ออำนาจทางการเมือง แต่งตั้งบุคคลที่เป็นพรรคพวกและบริวารให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ เพื่อเอื้อต่อการหาผลประโยชน์โดยมิชอบและการสร้างฐานอำนาจทางการเมือง กดดันบีบบังคับข้าราชการเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง พวกพ้อง และผู้มีพระคุณของตน นายอนุทินมีพฤติกรรมแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานเพื่อประโยชน์ทางการเมือง มีพฤติกรรมสับปลับ หลอกลวง ไร้คุณธรรมจริยธรรม ไม่เคารพต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม ส่งผลให้สังคมไทยเป็นยุคสมัยที่คนชั่วได้ดี คนมีความสามารถมิอาจประสบความสำเร็จได้ มีการใช้เส้นสายและระบบอุปถัมภ์อันนำไปสู่การคดโกงทุกรูปแบบ คำสัญญาที่บอกว่าจะทำให้ประชาชน “รวยไม่ไหวแล้ว” เป็นเพียงแค่ลมปากที่ไม่มีความหมายใดๆ เพราะมีแค่เพียงคนโกงและบริวารพวกพ้องเท่านั้นที่รวยไม่ไหวแล้ว ขณะที่ประชาชนทั่วไปกลับมีชีวิตความเป็นอยู่ย่ำแย่ลง นายอนุทินยังมีพฤติกรรมที่บกพร่องอย่างร้ายแรงอีกหลายประการในการดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่อย่างไร้ศักดิ์ศรีในเวทีระหว่างประเทศ ไม่มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน การบริหารภายในประเทศก็ล้มเหลวในปกป้องประชาชนและผลประโยชน์ของสาธารณะไม่มีเจตจำนงและความสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ มัวแต่อุ้มชูกลุ่มทุนและเครือข่ายผลประโยชน์ของตนเอง การบริหารและการใช้งบประมาณของประเทศไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง เศรษฐกิจได้รับความเสียหาย ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและศักยภาพของประเทศตกต่ำดิ่งเหว คนไทยไร้ความหวัง ไร้อนาคต ล้มเหลวในการดับไฟใต้ หลักนิติรัฐ กระบวนการยุติธรรม ความมั่นคงและสิทธิของประชาชนก็ถูกบั่นทอนทำลายทั้งระบบ ยิ่งไปกว่านั้น นายอนุทินในฐานะผู้นำของประเทศยังได้ปรากฏพฤติกรรมยอมตนอยู่ภายใต้บุคคลอื่น เป็นเพียงหุ่นเชิดทางการเมืองที่ถูกชักใยชี้นำในเรื่องสำคัญ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกลายเป็นเพียงเกราะคุ้มครองบุคคลอื่นให้สามารถแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนโดยการฉ้อราษฎร์บังหลวงหรือเบียดบังผลประโยชน์ส่วนรวมต่อไปได้
02
ข้อกล่าวหาตามต้นฉบับ · ยังไม่ใช่ข้อยุติ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าทุจริต รู้เห็นหรือปล่อยให้ทุจริต ใช้อำนาจขัดกฎหมายเพื่อรับประโยชน์จากโครงการรัฐ ขาดความซื่อสัตย์และจริยธรรม
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าแสวงหาประโยชน์จากวิกฤต วางนโยบายเอื้อนายทุนและละเลยประชาชน
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าใช้เครือข่ายพรรค ครอบครัวและบริวารโกงการเลือก ส.ว. แทรกแซงการตรวจสอบ สร้างผลประโยชน์ขัดกันและการลอยนวลพ้นผิด

สถานะหลักฐาน: ไฟล์ที่ได้รับไม่ได้แนบหลักฐานประกอบ คำชี้แจง หรือคำวินิจฉัยที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาของบุคคลนี้ จึงยังไม่จัดรายการข้างต้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

อ่านข้อความต้นฉบับของบุคคลนี้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉล รู้เห็นเป็นใจหรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไร้คุณธรรมและจริยธรรม จงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายเพื่อให้ตนเองและพวกพ้องมีส่วนได้รับประโยชน์จากโครงการต่างๆของรัฐ มีพฤติกรรมและการใช้อำนาจโดยแสวงหาผลประโยชน์จากวิกฤติของชาติ เป็นพฤติกรรมอันอำมหิต โดยไม่สนใจความทุกข์ยากของประชาชน วางนโยบายเพื่อนายทุน แต่กลับละเลยคนส่วนใหญ่ของประเทศ ส่งผลร้ายแรงเป็นความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร ครอบครัว และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย นอกจากนี้ยังใช้อำนาจ อิทธิพล ตำแหน่งหน้าที่ และเครือข่ายของตนเอง เข้าไปแทรกแซงกลไกการตรวจสอบการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ส่งเสริมการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ สร้างสภาวะการลอยนวลพ้นผิดให้แก่ตนเองและพวกพ้อง
03
ข้อกล่าวหาตามต้นฉบับ · ยังไม่ใช่ข้อยุติ

นายทรงศักดิ์ ทองศรี

รองนายกรัฐมนตรี

  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ขาดความซื่อสัตย์ ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง เป็นตัวการหรือสนับสนุนการทุจริตอย่างเป็นระบบ
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าใช้เครือข่ายพรรคและบริวารโกงการเลือก ส.ว. จนกระทบสถาบันประชาธิปไตย องค์กรอิสระและกลไกถ่วงดุล

สถานะหลักฐาน: ไฟล์ที่ได้รับไม่ได้แนบหลักฐานประกอบ คำชี้แจง หรือคำวินิจฉัยที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาของบุคคลนี้ จึงยังไม่จัดรายการข้างต้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

อ่านข้อความต้นฉบับของบุคคลนี้
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ไม่เคารพและปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉลคดโกง เป็นตัวการและสนับสนุนให้เกิดการทุจริต ขาดความละอาย จิตใจผุพัง ละโมบโลภมาก จนไม่สามารถควบคุมตนเองจากการทุจริตคอร์รัปชันได้ สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
04
ข้อกล่าวหาตามต้นฉบับ · ยังไม่ใช่ข้อยุติ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าบริหารประเทศและเศรษฐกิจผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ขาดความสามารถแก้ปัญหา
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าจงใจหรือปล่อยให้ทุจริต ละเว้นหน้าที่ตามกฎหมาย และละเลยการจัดการทุนเทากับคนใกล้ชิดขบวนการดังกล่าว

สถานะหลักฐาน: ไฟล์ที่ได้รับไม่ได้แนบหลักฐานประกอบ คำชี้แจง หรือคำวินิจฉัยที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาของบุคคลนี้ จึงยังไม่จัดรายการข้างต้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

อ่านข้อความต้นฉบับของบุคคลนี้
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บริหารประเทศผิดพลาด ขาดความสามารถในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง จงใจหรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างร้ายแรง ละเลยในการจัดการกับขบวนการทุนเทา และคนใกล้ชิดกับขบวนการดังกล่าวจนสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน
05
ข้อกล่าวหาตามต้นฉบับ · ยังไม่ใช่ข้อยุติ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าขาดภาวะผู้นำและบทบาทแก้ไขวิกฤต บริหารผิดพลาดและปล่อยให้ประชาชนแบกรับผลกระทบ
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าแก้วิกฤตค่าครองชีพไม่ได้ ปล่อยราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงจนกระทบชีวิตประชาชน

สถานะหลักฐาน: ไฟล์ที่ได้รับไม่ได้แนบหลักฐานประกอบ คำชี้แจง หรือคำวินิจฉัยที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาของบุคคลนี้ จึงยังไม่จัดรายการข้างต้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

อ่านข้อความต้นฉบับของบุคคลนี้
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไร้ภาวะผู้นำ ไร้ตัวตนในการแก้ไขวิกฤติของประเทศ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด ปล่อยปละละเลยในการแก้ไขวิกฤติส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับด้วยตนเอง ไร้ความสามารถในการแก้ไขวิกฤติค่าครองชีพในปัจจุบัน ปล่อยให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นสูงจนกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน
06
ข้อกล่าวหาตามต้นฉบับ · ยังไม่ใช่ข้อยุติ

นายปกรณ์ นิลประพันธ์

รองนายกรัฐมนตรี

  • ต้นฉบับกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์แก่ตนและพวกพ้อง และทุจริต
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าขาดธรรมาภิบาล ความโปร่งใสและความรับผิดชอบ ทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรม และขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี

สถานะหลักฐาน: ไฟล์ที่ได้รับไม่ได้แนบหลักฐานประกอบ คำชี้แจง หรือคำวินิจฉัยที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาของบุคคลนี้ จึงยังไม่จัดรายการข้างต้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

อ่านข้อความต้นฉบับของบุคคลนี้
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี มีพฤติกรรมมีผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง ทุจริตคอร์รัปชัน ขาดธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน ขาดความโปร่งใส ทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรมจนสร้างความเสียหายต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ไร้ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี
07
ข้อกล่าวหาตามต้นฉบับ · ยังไม่ใช่ข้อยุติ

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าทุจริตต่อหน้าที่ ปล่อยให้ทุจริต เอื้อประโยชน์แก่ตนและพวกพ้อง และจงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดกฎหมายกับรัฐธรรมนูญ
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าขาดภาวะผู้นำ ระเบียบวินัย และการเป็นแบบอย่างแก่นายทหารชั้นผู้น้อย พร้อมถ้อยคำวิจารณ์ด้านเกียรติและศักดิ์ศรี

สถานะหลักฐาน: ไฟล์ที่ได้รับไม่ได้แนบหลักฐานประกอบ คำชี้แจง หรือคำวินิจฉัยที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาของบุคคลนี้ จึงยังไม่จัดรายการข้างต้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

อ่านข้อความต้นฉบับของบุคคลนี้
พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีพฤติกรรมทุจริตต่อหน้าที่ ไม่ประพฤติตนให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ดีต่อนายทหารชั้นผู้น้อย ขาดระเบียบวินัย ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี ขาดความเป็นผู้นำ ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต เอื้อประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ
08
ข้อกล่าวหาตามต้นฉบับ · ยังไม่ใช่ข้อยุติ

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าบริหารล้มเหลว ขาดความโปร่งใส ความซื่อสัตย์และจริยธรรม ทุจริตหรือปล่อยให้ทุจริต และใช้อำนาจเอื้อประโยชน์แก่ตนและพวกพ้อง
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าใช้เครือข่ายพรรคและบริวารโกงการเลือก ส.ว. กระทบสถาบันประชาธิปไตย องค์กรอิสระและกลไกถ่วงดุล

สถานะหลักฐาน: ไฟล์ที่ได้รับไม่ได้แนบหลักฐานประกอบ คำชี้แจง หรือคำวินิจฉัยที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาของบุคคลนี้ จึงยังไม่จัดรายการข้างต้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

อ่านข้อความต้นฉบับของบุคคลนี้
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ขาดความโปร่งใส เอื้อประโยชน์ต่อตนเองและพวกพ้อง ไร้คุณธรรมจริยธรรม ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมคดโกงทุจริตเป็นอาจิณ ใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
09
ข้อกล่าวหาตามต้นฉบับ · ยังไม่ใช่ข้อยุติ

นายไชยชนก ชิดชอบ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าขาดความซื่อสัตย์ ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงและกฎหมาย บริหารผิดพลาด ละเว้นหน้าที่ และมีข้อวิจารณ์ว่าไม่สามารถดำรงตำแหน่งด้วยตนเอง
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าประกอบธุรกิจผิดกฎหมายบนที่ดินรัฐ สมคบกับเอกชนและเครือข่ายพรรคทุจริตเงินภาษี ใช้อำนาจเพื่อครอบครัวและพวกพ้อง และกล่าวเท็จเพื่อประโยชน์ดังกล่าว
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าใช้เครือข่ายครอบครัว พรรคและบริวารโกงการเลือก ส.ว. กระทบสถาบันประชาธิปไตยและกลไกถ่วงดุล; ต้นฉบับยังวิจารณ์ด้านความกตัญญูและการควบคุมการใช้อำนาจ

สถานะหลักฐาน: ไฟล์ที่ได้รับไม่ได้แนบหลักฐานประกอบ คำชี้แจง หรือคำวินิจฉัยที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาของบุคคลนี้ จึงยังไม่จัดรายการข้างต้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

อ่านข้อความต้นฉบับของบุคคลนี้
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไร้ความกตัญญู มีพฤติกรรมผิดปรกติไม่สามารถดำรงตำแหน่งการเป็นรัฐมนตรีได้ด้วยตนเอง จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ประกอบธุรกิจบนที่ดินของรัฐแบบผิดกฎหมาย ยึดเอาผลประโยชน์ชาติมาเป็นผลประโยชน์ของของตนเอง ขาดความยับยั้งชั่งใจและมัวเมาในการใช้อำนาจ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด สมรู้ร่วมคิดกับบริษัทเอกชนและเครือข่ายพรรคการเมืองเพื่อทุจริตเงินภาษีของประชาชน สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ผลิตความเท็จเป็นกิจวัตรเพียงเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและครอบครัว ยึดถือผลประโยชน์ของครอบครัวและพวกพ้องมากกว่าผลประโยชน์ของชาติ ไร้ความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร ครอบครัว และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
10
ข้อกล่าวหาตามต้นฉบับ · ยังไม่ใช่ข้อยุติ

นายสุชาติ ชมกลิ่น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจขัดกฎหมายและรัฐธรรมนูญเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ตนและพวกพ้อง
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าทุจริต จงใจหรือปล่อยให้ทุจริต ขาดความซื่อสัตย์ ธรรมาภิบาลและความโปร่งใสจนประเทศเสียหาย

สถานะหลักฐาน: ไฟล์ที่ได้รับไม่ได้แนบหลักฐานประกอบ คำชี้แจง หรือคำวินิจฉัยที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาของบุคคลนี้ จึงยังไม่จัดรายการข้างต้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

อ่านข้อความต้นฉบับของบุคคลนี้
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีผลประโยชน์ทับซ้อน จงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉลคดโกง ใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขาดธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน ขาดความโปร่งใส จงใจหรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต จนสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ
11
ข้อกล่าวหาตามต้นฉบับ · ยังไม่ใช่ข้อยุติ

พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าทุจริต ประพฤติมิชอบ ผลประโยชน์ทับซ้อน เล่นพรรคเล่นพวก และปฏิบัติหน้าที่สองมาตรฐาน
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าขาดความซื่อสัตย์และธรรมาภิบาล ทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรม ยอมเป็นเครื่องมือบุคคลภายนอก และแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าโยกย้ายกลั่นแกล้งเจ้าหน้าที่สุจริต และตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่เอื้อเครือข่ายตน จนระบบราชการเสียหายและคนมีความสามารถไม่ได้รับโอกาส

สถานะหลักฐาน: ไฟล์ที่ได้รับไม่ได้แนบหลักฐานประกอบ คำชี้แจง หรือคำวินิจฉัยที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาของบุคคลนี้ จึงยังไม่จัดรายการข้างต้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

อ่านข้อความต้นฉบับของบุคคลนี้
พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน ประพฤติไม่ชอบ ใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง มีผลประโยชน์ทับซ้อน ปฏิบัติหน้าที่สองมาตรฐาน ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมเล่นพรรคเล่นพวก ขาดธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน สร้างความเสียหายต่อราชการแผ่นดิน ทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม ส่งเสริมให้คนชั่วได้ดี แต่กับคนมีความสามารถกลับไม่มีที่ยืนในระบบราชการ ยอมตนเป็นเครื่องมือของบุคคลภายนอกเพื่อทำลายผลประโยชน์ของชาติ รวมถึงแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ใช้อำนาจในการโยกย้ายกลั่นแกล้งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ตอบแทนผลประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่ที่เอื้อประโยชน์ให้เครือข่ายตนเองและพวกพ้อง
12
ข้อกล่าวหาตามต้นฉบับ · ยังไม่ใช่ข้อยุติ

นายนภินทร ศรีสรรพางค์

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าทุจริตหรือปล่อยให้ทุจริต สมคบเป็นขบวนการ ปฏิบัติหน้าที่ขัดกฎหมาย ขาดความซื่อสัตย์ และขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าได้อำนาจรัฐโดยมิชอบ ใช้เครือข่ายพรรคและบริวารโกงการเลือก ส.ว. ซึ่งต้นฉบับเรียกว่าอาชญากรรมต่อประชาธิปไตยและทำลายกลไกถ่วงดุล

สถานะหลักฐาน: ไฟล์ที่ได้รับไม่ได้แนบหลักฐานประกอบ คำชี้แจง หรือคำวินิจฉัยที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาของบุคคลนี้ จึงยังไม่จัดรายการข้างต้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

อ่านข้อความต้นฉบับของบุคคลนี้
นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีพฤติกรรมชั่วอย่างร้ายแรง ก่ออาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตย ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมาย สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ ทุจริตได้มาซึ่งอำนาจรัฐโดยวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไร้คุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
13
ข้อกล่าวหาตามต้นฉบับ · ยังไม่ใช่ข้อยุติ

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าทุจริตเป็นขบวนการ เอื้อกลุ่มทุนและล็อกโครงการให้เครือข่ายพรรคที่ต้นฉบับเรียกว่าระบอบสีน้ำเงิน
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าสมคบในกระบวนการทุจริตจนระบบราชการเสียหาย โดยต้นฉบับเปรียบพฤติกรรมกับองค์กรอาชญากรรมและใช้ถ้อยคำประณามทางศีลธรรม

สถานะหลักฐาน: ไฟล์ที่ได้รับไม่ได้แนบหลักฐานประกอบ คำชี้แจง หรือคำวินิจฉัยที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาของบุคคลนี้ จึงยังไม่จัดรายการข้างต้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

อ่านข้อความต้นฉบับของบุคคลนี้
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน อย่างเป็นขบวนการ ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน ล็อคโครงการต่างๆให้กับสมัครพรรคพวกระบอบสีน้ำเงิน จิตใจผุพังจนหาความดีไม่ได้ สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ จนทำลายระบบราชการให้เกิดความเสียหายอย่างสิ้นเชิง มีพฤติกรรมความผิดเฉกเช่นเดียวกับองค์กรอาชญากรรม
14
ข้อกล่าวหาตามต้นฉบับ · ยังไม่ใช่ข้อยุติ

นายภราดร ปริศนานันทกุล

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าทุจริต สร้างกลโกงยึดอำนาจรัฐ ขาดความซื่อสัตย์ คุณธรรม จริยธรรมและคุณสมบัติรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าใช้เครือข่ายครอบครัว พรรคและบริวารโกงการเลือก ส.ว. กระทบสถาบันประชาธิปไตย องค์กรอิสระและกลไกถ่วงดุล; ต้นฉบับวิจารณ์ความไม่สอดคล้องระหว่างคำพูดกับการกระทำ

สถานะหลักฐาน: ไฟล์ที่ได้รับไม่ได้แนบหลักฐานประกอบ คำชี้แจง หรือคำวินิจฉัยที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาของบุคคลนี้ จึงยังไม่จัดรายการข้างต้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

อ่านข้อความต้นฉบับของบุคคลนี้
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีพฤติกรรมชั่วอย่างร้ายแรง สร้างกลโกงยึดอำนาจรัฐ มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉลคดโกง ทำลายคุณธรรม จริยธรรมลงอย่างสิ้นเชิง มีพฤติกรรมมือถือสากปากถือศีล ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไร้คุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร ครอบครัว และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
15
ข้อกล่าวหาตามต้นฉบับ · ยังไม่ใช่ข้อยุติ

นางสุขสมรวย วันทนียกุล

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าทุจริต ขาดความซื่อสัตย์ ปฏิบัติหน้าที่ขัดกฎหมาย บริหารผิดพลาดร้ายแรง และใช้งบประมาณเพื่อประโยชน์ตนกับพวกพ้อง
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าได้อำนาจรัฐโดยมิชอบ ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี ใช้เครือข่ายพรรคและบริวารโกงการเลือก ส.ว.
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าแทรกแซงการตรวจสอบทั้งการเลือก ส.ว. และการเลือกตั้ง สร้างผลประโยชน์ขัดกันและการลอยนวลพ้นผิด

สถานะหลักฐาน: ไฟล์ที่ได้รับไม่ได้แนบหลักฐานประกอบ คำชี้แจง หรือคำวินิจฉัยที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาของบุคคลนี้ จึงยังไม่จัดรายการข้างต้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

อ่านข้อความต้นฉบับของบุคคลนี้
นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมาย บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดร้ายแรง และสร้างความเสียหายให้กับราชการ ไร้จิตสำนึก ใช้อำนาจไปในทางไม่ชอบ มุ่งใช้เงินงบประมาณเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ทุจริตได้มาซึ่งอำนาจรัฐโดยวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไร้คุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย นอกจากนี้ยังใช้อำนาจ อิทธิพล ตำแหน่งหน้าที่ และเครือข่ายของตนเอง เข้าไปแทรกแซงกลไกการตรวจสอบการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาและการโกงการเลือกตั้ง ส่งเสริมการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ สร้างสภาวะการลอยนวลพ้นผิดให้แก่ตนเองและพวกพ้อง
16
ข้อกล่าวหาตามต้นฉบับ · ยังไม่ใช่ข้อยุติ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าทุจริตและสมคบเป็นขบวนการ ปฏิบัติหน้าที่ขัดกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ตนและพวกพ้อง
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าขาดความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส มีผลประโยชน์ทับซ้อน และขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี

สถานะหลักฐาน: ไฟล์ที่ได้รับไม่ได้แนบหลักฐานประกอบ คำชี้แจง หรือคำวินิจฉัยที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาของบุคคลนี้ จึงยังไม่จัดรายการข้างต้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

อ่านข้อความต้นฉบับของบุคคลนี้
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉลคดโกง จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจไปในทางไม่ชอบเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขาดความโปร่งใส มีผลประโยชน์ทับซ้อน สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ ไร้คุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
17
ข้อกล่าวหาตามต้นฉบับ · ยังไม่ใช่ข้อยุติ

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่ขัดกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ขาดภาวะผู้นำ ความโปร่งใสและความซื่อสัตย์ มีผลประโยชน์ทับซ้อน
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าทุจริตหรือปล่อยให้ทุจริต ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์แก่ตนและพวกพ้อง และใช้เครือข่ายพรรคโกงการเลือก ส.ว. กระทบสถาบันประชาธิปไตยและกลไกถ่วงดุล

สถานะหลักฐาน: ไฟล์ที่ได้รับไม่ได้แนบหลักฐานประกอบ คำชี้แจง หรือคำวินิจฉัยที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาของบุคคลนี้ จึงยังไม่จัดรายการข้างต้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

อ่านข้อความต้นฉบับของบุคคลนี้
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไร้ภาวะผู้นำ ขาดความโปร่งใส มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ใช้อำนาจไปในทางไม่ชอบเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
18
ข้อกล่าวหาตามต้นฉบับ · ยังไม่ใช่ข้อยุติ

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าทุจริตและสมคบเป็นขบวนการ ปฏิบัติหน้าที่ขัดกฎหมายและรัฐธรรมนูญ เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายร้ายแรง ขาดความซื่อสัตย์และคุณสมบัติรัฐมนตรี
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าหาประโยชน์จากประชาชนในวิกฤตเพื่อพวกพ้อง ญาติและมิตร ทำลายระบบคุณธรรมราชการ ส่งเสริมคนทุจริตจนประเทศและประชาชนเสียหาย
  • ต้นฉบับกล่าวหาว่าใช้เครือข่ายครอบครัว พรรคและบริวารโกงการเลือก ส.ว. กระทบสถาบันประชาธิปไตย องค์กรอิสระและกลไกถ่วงดุล

สถานะหลักฐาน: ไฟล์ที่ได้รับไม่ได้แนบหลักฐานประกอบ คำชี้แจง หรือคำวินิจฉัยที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาของบุคคลนี้ จึงยังไม่จัดรายการข้างต้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

อ่านข้อความต้นฉบับของบุคคลนี้
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย มีจิตใจทุจริต สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ จนทำลายระบบราชการให้เกิดความเสียหายอย่างสิ้นเชิง ขาดจิตสำนึกต่อการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ แสวงหาผลประโยชน์จากและประชาชนในช่วงวิกฤติ ละโมบโลภมากขาดความยับยั้งชั่งใจในความชั่ว มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายร้ายแรง ทำลายระบบคุณธรรมของราชการจนสร้างเสียหายขนาดใหญ่แก่ประเทศชาติและบ้านเมือง จนประชาชนจำนวนมากได้รับความทุกข์แสนสาหัส มุ่งแสวงหาผลประโยชน์เพื่อพวกพ้อง ญาติ มิตรสหาย มีพฤติกรรมเนรคุณแผ่นดิน ทำลายระบบคุณธรรมของราชการ ไม่ส่งเสริมคนดี แต่กลับส่งเสริมคนทุจริตให้มีความก้าวหน้า ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ทุจริตฉ้อฉลคดโกง ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร ครอบครัว และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ ทำลายสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
+1 / ข้อเสนอเชิงบรรณาธิการสำหรับคันฉ่องส่องไทย

ตรวจสอบคนให้ถึงระบบ
ตรวจสอบระบบให้ถึงความรับผิดชอบ

ข้อกล่าวหาหลายรายการในเอกสารวนกลับมาที่คำถามเดียวกัน: อำนาจรัฐถูกใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะเพียงใด และผู้มีอำนาจถูกตรวจสอบอย่างเป็นอิสระได้หรือไม่ การที่ข้อกล่าวหาคล้ายกันหลายคนยังไม่พิสูจน์ว่ามีเครือข่ายร่วมกัน แต่เป็นเหตุให้ควรขอดูเส้นทางการตัดสินใจ การจัดสรรเงิน และผู้ได้รับประโยชน์อย่างละเอียด

กลไกตรวจสอบต้องตรวจย้อนกลับได้

ควรเผยแพร่เอกสารอ้างอิง ลำดับเหตุการณ์ คำสั่ง สัญญา และข้อมูลผู้ได้รับประโยชน์ให้สาธารณะตรวจเทียบได้ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง หากกล่าวหาว่าผู้ตรวจสอบถูกแทรกแซง ต้องแสดงว่ามีใครสั่งการ ผ่านช่องทางใด และกระทบการตรวจสอบอย่างไร

คำถามติดตาม: หลักฐานชิ้นใดเชื่อมผู้ถูกกล่าวหากับการกระทำ? หน่วยงานใดรับเรื่องแล้ว? มีกรอบเวลาและวิธีป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่?

ความรับผิดทางการเมืองต้องตอบเรื่องผลงาน

ในมุมมองของเรา ประชาชนควรประเมินทั้งความสุจริต ความสามารถ และความรับผิดชอบต่อผลกระทบของนโยบาย แม้ข้อกล่าวหาบางเรื่องยังไม่มีข้อยุติ ก็ยังถามได้ว่าผู้บริหารรับรู้ปัญหาเมื่อใด ลงมือแก้ไขอย่างไร และพร้อมรับผิดชอบต่อความบกพร่องอย่างไร

คำถามติดตาม: คำชี้แจงตอบตรงข้อกล่าวหาหรือเปลี่ยนเรื่อง? ใครรับผิดชอบ? มีเป้าหมายแก้ไขที่วัดผลได้และกำหนดเวลาแน่นอนหรือไม่?

ผลโหวตกับการพิสูจน์ต้องอ่านแยกกัน

เราเสนอให้ติดตามทั้งเหตุผลของสมาชิกสภาในการลงมติ และความคืบหน้าของการตรวจสอบข้อกล่าวหา ไม่ใช้จำนวนเสียงเพียงอย่างเดียวตัดสินความจริงของทุกประเด็น และไม่ใช้ความรุนแรงของถ้อยคำแทนน้ำหนักของหลักฐาน

คำถามติดตาม: สมาชิกสภาอธิบายเหตุผลอย่างไร? ข้อกล่าวหาใดถูกหักล้าง ข้อใดยังไม่ตอบ และข้อใดควรตรวจต่อหลังอภิปราย?

ชีวิตประชาชนคือเกณฑ์สำคัญ

ประเด็นค่าครองชีพ เศรษฐกิจ งบประมาณ ระบบราชการ ความยุติธรรมและความมั่นคง ควรถูกประเมินด้วยข้อมูลผลกระทบและผลลัพธ์ ไม่หยุดเพียงการต่อสู้ระหว่างพรรค ควรเปรียบเทียบช่วงเวลา ขอบเขตอำนาจ และทางเลือกที่ผู้บริหารมีจริง

คำถามติดตาม: ประชาชนกลุ่มใดได้รับผลกระทบ? ตัวเลขความเสียหายมาจากไหน? มีมาตรการเยียวยาและป้องกันปัญหาซ้ำอย่างไร?

สมุดจดระหว่างรับฟัง: 6 ช่องที่ควรมี

ข้อกล่าวหา → หลักฐานที่อ้าง → คำชี้แจง → ส่วนที่ตรวจยืนยันได้ → ส่วนที่ยังโต้แย้ง → หน่วยงานและกำหนดเวลาติดตาม

สำหรับข้อกล่าวหาการเลือก ส.ว. ควรถามถึงบุคคล วิธีการและความเชื่อมโยงที่เฉพาะเจาะจง; เรื่องงบประมาณควรถามถึงโครงการ สัญญาและเส้นทางเงิน; เรื่องแต่งตั้งโยกย้ายควรถามถึงเกณฑ์และคำสั่ง; เรื่องเศรษฐกิจควรถามถึงข้อมูลผลลัพธ์และข้อจำกัดของนโยบาย

ชวนคนไทยรับฟังอย่างใช้วิจารณญาณ

คันฉ่องส่องไทยชวนติดตามการอภิปรายทั้งคำกล่าวหาและคำชี้แจง รับฟังให้ครบ ตรวจเอกสารประกอบ และตั้งคำถามกับทุกฝ่ายด้วยมาตรฐานเดียวกัน ก่อนแชร์คลิปหรือข้อความ ให้ตรวจบริบทและแยกสิ่งที่ผู้พูดกล่าวอ้างออกจากสิ่งที่หลักฐานยืนยัน

ติดตามกำหนดการและช่องทางถ่ายทอดจาก เว็บไซต์รัฐสภา โดยตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนรับชม หน้านี้ไม่ได้ระบุวันหรือเวลาการอภิปราย เพราะไฟล์ต้นฉบับที่ได้รับไม่มีข้อมูลกำหนดการ

ฟังให้ครบ • ถามให้ตรง • ตรวจให้ถึง • ติดตามหลังลงมติ

ที่มาและขอบเขต

แหล่งหลัก: Pasted text.txt จากไฟล์แนบในแชต “เขียน HTML สรุปอภิปราย” มีรายชื่อ 18 คนตามลำดับต้นฉบับ และอ้างถึง ข่าวมติชนที่ต้นฉบับระบุ ข้อความเดิมรายคนเก็บไว้เพื่อเทียบเนื้อหา ไม่ใช่การรับรองข้อกล่าวหา หน้านี้เป็นบทสรุปจากข้อความที่ได้รับ ไม่ใช่รายงานผลการสอบสวนหรือการยืนยันญัตติฉบับทางการ

จัดทำ 10 ตุลาคม 2569 · บทวิเคราะห์ +1 เป็นข้อเสนอเชิงบรรณาธิการที่จัดทำสำหรับคันฉ่องส่องไทย · เปิดอ่านแบบออฟไลน์ได้ การเปิดลิงก์ภายนอกต้องใช้อินเทอร์เน็ต

กลับขึ้นด้านบน ↑

Popular Posts