แดงไหน แดงเพื่อใคร?- เสียงรากหญ้า






รายการสาระประชาชน ณ มหาวิทยาลัยประชาชน วิเคราะห์แนวทางแดงจากมุมมองคุณคฑาวุธ จากแนวคิดประชาชนรากหญ้า ดำเนินรายการโดย ดร. เพียงดิน รักไทย ดาวน์โหลดได้ที่ http://www.mediafire.com/?fmfnoovzntmwvdm ------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

เพลงรักให้ทักษิณ แต่งให้เสื้อแดงเพื่อไทยทุกท่าน

เอาเพลงต้นฉบับมาร้องให้ฟังเปรียบเทียบกัน
เดี๋ยวจะหาว่าลำเอียง ฮิ ๆ
กดหนึ่ง หากรักเพลงแรก
กดสอง หากรักเพลงรักแด่ทักษิณ

 ------------------------------------------------
ล้นเกล้าเผ่าไทย
 


เพลงรักแด่ทักษิณ
 



------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

ไตเติลข่าวในพระราชสำนัก ที่หมุน ๆ น่ะ กงจักร หรือเปล่าครับ?


 ถามด้วยความสงสัยนะครับ
ดูแล้วทำให้นึกถึง คำพังเพย เห็นกงจักรเป็นดอกบัว


 --------------------------------------------------







 
 
 
 

"ฆ่าล้างบางตระกูลชินวัตร ทรราชย์แผ่นดิน"

 


พฤติกรรมเช่นนี้ เป็นความแค้นที่สุมอก เป็นความหลงเข้าใจผิดอย่างแรง เป็นวัฒนธรรมที่นำไปสู่ความรุนแรง เป็นความขาดสติ เป็นทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อบ้านเมืองและอารยธรรม คุณทักษิณและครอบครัว ได้ทำอะไร เพื่อไทยทำอะไร คนที่รักคุณทักษิณ คุณแก้ปัญหาตรงนี้ได้ไหม? น่าจะมีนักวิชาการแดงเข้าไปวิจัยสภาพจิตใจแบบนี้ ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร อิ ๆ ติดใจประโยคที่ถามคนไทยว่า "คุงเป็นคงไทยรึเป่า..." อิ ๆ ฮิ ๆ

เป็งจ้า... ฮา...




 
 
 
 

สมชาย ปรีชาศิลปกุล: เสื้อแดงนอกเงาเพื่อไทย


สมชาย ปรีชาศิลปกุล: เสื้อแดงนอกเงาเพื่อไทย


ประชาไท 20 กรกฎาคม 2555 >>>ความเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยบุคคลในพรรคเพื่อไทยในห้วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาได้ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนถึงมวลชนคนเสื้อแดงว่าคงจะต้องมีการปรับเปลี่ยนท่าทีและความสัมพันธ์ระหว่างกันเสียที
ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าในความเคลื่อนไหวหลายประการที่คนเสื้อแดงเข้าไปมีส่วนอย่างสำคัญ ล้วนถูกมองข้ามหรือไม่ได้ให้ความสำคัญอย่างเพียงพอจากพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด การผลักดันการแก้ไขมาตรา 112 ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งประชาชนได้ร่วมกันล่าลายชื่อสนับสนุนก็ไม่ปรากฏว่า ส.ส.เพื่อไทย คนใดได้มีความเห็นสนับสนุนอย่างจริงจัง และเชื่อได้อย่างสนิทใจว่าเมื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรก็คงจะถูกคว่ำอย่างไม่เป็นท่า

การค้นหาความจริงของเหตุการณ์เมษา/พฤษภาหฤโหดใน พ.ศ. 2553 ก็ไม่มีความคืบหน้ามากมายนักนอกจากการใช้วาทะในการหาคะแนนนิยมไปเรื่อยๆ ทั้งที่บัดนี้ก็อยู่ในสถานะที่จะทำให้กระบวนการค้นหาข้อเท็จจริงสามารถเกิดขึ้นได้มากกว่าในยามเป็นฝ่ายค้าน ยิ่งกับกรณีของ “อากง” ก็มีแต่เห็นความเงียบชนิดเป่าสาก

แม้กระทั่งกับกรณีคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 68 ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าบรรดาเสื้อแดงในพรรคเพื่อไทยต่างมุ่งจะปกป้องความมั่นคงของรัฐบาลมากกว่าการจะต่อสู้เพื่อสถาปนาอำนาจสูงสุดของประชาชนในระบบการเมืองให้บังเกิดขึ้น คนเสื้อแดงทั้งหลายยังพึงพอใจกับท่าทีในแนวทางเช่นนี้ของพรรคเพื่อไทยอยู่หรือไม่
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในท่ามกลางคนเสื้อแดงก็มิได้มีความเป็นอันเหนึ่งอันเดียวกันไปในทุกด้าน มีหลากหลายกลุ่มในฐานะของขบวนการเคลื่อนไหวที่ไม่ได้มีการจัดตั้งแบบแนวดิ่ง ประเด็นซึ่งเป็นเป้าหมายร่วมกันอาจเป็นการต่อต้านอำนาจนอกระบบ ซึ่งมักจะถูกหยิบขึ้นมาเป็นประเด็นเพื่อระดมไพร่พลในการแสดงพลังหรือกดดันพลังการเมืองแบบอำมาตย์ อันทำให้ดูราวกับว่าเป็นประเด็นนำของการเคลื่อนไหว

แต่ในความเป็นจริงของความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทำให้มองเห็นได้ว่าในท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสีนั้น บัดนี้ได้มีการรอมชอมกันในหมู่ชนชั้นนำบังเกิดขึ้นแม้ว่าความรอมชอมนี้อาจไม่ยังไม่เป็นเอกภาพมากนักเนื่องจากความใหญ่โตและสลับซับซ้อนของเครือข่าย แต่ก็สามารถทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ในบางลักษณะให้กันและกัน

ดังเช่นหากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ให้สามารถกระทำได้แต่ก็จะถูกจำกัดให้อยู่ในขอบเขตเพียงบางประเด็นเท่านั้น ไม่สามารถแก้ไขในทุกประเด็นที่เป็นโครงสร้างของระบบการปกครอง ไม่เพียงแค่ “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” เท่านั้น หากยังหมายรวมถึงอีกหลายสถาบันที่ยังต้องดำรงอยู่อีกต่อไป ในขณะที่การล้มรัฐบาลด้วยการทำงานองค์กรอิสระก็จะไม่บังเกิดขึ้นเช่นกัน

จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเมื่อทางคนในพรรคเพื่อไทยเองกลับออกมาเป็นผู้โจมตีข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์เรื่องยุบเลิกศาลรัฐธรรมนูญอย่างสาดเสียเทเสีย ทั้งที่เป็นข้อเสนอเพื่อจะนำไปสู่การสถาปนาอำนาจนำในทางการเมืองของรัฐสภาจากระบบเลือกตั้ง
ความคาดหวังว่าพรรคการเมืองนี้จะเป็นผู้ถือธงนำในการเปลี่ยนแปลงจึงห่างไกลจากความเป็นจริงอยู่มาก
แม้ว่าในพรรคเพื่อไทยอาจมีผู้มากความสามารถในการใช้วาทะปราศรัยเฉกเช่นเดียวกันกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงเวลาที่พรรคถูกรุมเร้าจากคู่แข่งขันทางการเมืองหรือในการต่อสู้ในห้วงเวลาคับขัน หรือในยามที่เกิดปัญหาขึ้นกับ “ตัวเอง” ก็จะพาร้องแรกแหกกระเชอถึงความอยุติธรรมเชิงโครงสร้าง แต่นอกจากเวทีปราศรัยแล้วนักปราศรัยเหล่านี้ก็ไม่ได้ปรากฏบทบาทในการขับเคลื่อนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมแต่อย่างใด

ไม่ใช่เป็นเพียงเพราะความแหยหรือเพราะเป็นความไม่ได้เรื่องของบุคคลเท่านั้น แต่ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าแม้กระทั่งในห้วงเวลาปัจจุบันพรรคเพื่อไทยก็ยังไม่ใช่สถาบันทางการเมืองที่ประชาชนสามารถเข้าไปกำหนดทิศทางได้ตามความต้องการ นายทุนหรือผู้มีอิทธิพลภายในพรรคยังสามารถชี้นิ้วให้นโยบายต่างๆ เดินหน้าหรือถอยหลังได้ ด้วยการมองถึงผลประโยชน์หรือความมั่นคงเฉพาะกลุ่มเฉพาะบุคคล
คนเสื้อแดงที่อยู่ภายใต้เงาของพรรคเพื่อไทยจึงอาจจะต้องผิดหวังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากไม่ตระหนักถึงความเป็นจริงข้อนี้

คนเสื้อแดงทั้งหลายจึงต้องมองหาทางเดินของตนที่เป็นอิสระรวมถึงการสร้างอำนาจในการต่อรองกับพรรคเพื่อไทยให้เพิ่มมากขึ้น การจัดตั้งตนเองในทางสังคมจำเป็นต้องมีมากขึ้นไม่ว่าจะอยู่ภายใต้พรรคเพื่อไทยหรือไม่ก็ตาม โดยเป้าหมายสำคัญคือทำให้เสียงและความต้องการของกลุ่มตนต้องได้รับการให้ความสำคัญมากขึ้น กลไกต่างๆ เพื่อทำให้เสียงของคนเสื้อแดงได้รับการเคารพมากขึ้นต้องถูกผลักดันให้เกิดขึ้น เช่น การหยั่งเสียงข้างต้นภายในพรรคในการส่งผู้สมัคร ส.ส. เป็นต้น
การร่วมทางกันสามารถเกิดขึ้นได้ในประเด็นที่มีความเห็นร่วมกัน ไม่จำเป็นที่จะต้องเดินตามต้อยๆ ไปในทุกแนวทางกับพรรคเพื่อไทยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เป็นประโยชน์เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะคนเท่านั้น

แม้การเดินออกนอกร่มเงาของพรรคเพื่อไทยอาจทำให้ถูกมองว่าเป็นการลดทอนพลังในการต่อสู้กับฝ่ายอำมาตย์หรือชนชั้นนำ แต่เช่นเดียวกันการอยู่ภายใต้ร่มเงาของพรรคโดยที่ไม่ได้มีกระบวนการผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแม้แต่กระผีกก็ไม่มีความหมายอันใดเช่นกัน

ในทางตรงกันข้าม การสร้างฐานของคนเสื้อแดงให้มั่นคงมากขึ้นบนทิศทางที่เป็นประชาธิปไตยและสันติ อาจนำมาสู่การเชื่อมร้อยกับกลุ่มองค์กรต่างๆ ในทางสังคมได้มากขึ้น เพราะการผูกติดกับพรรคเพื่อไทยและการแสวงหาประโยชน์ของบางคนในพรรคก็เป็นข้อจำกัดในการทำให้คนเสื้อแดงไม่สามารถหา “พันธมิตร” ในทางการเมืองได้กว้างขวางเท่าที่ควร
การเดินออกจากร่มเงาของพรรคเพื่อไทยเพื่อเป็น “คนเสื้อแดง” มากขึ้นอาจเป็นจุดเปลี่ยนเล็กๆ ที่สำคัญอันหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอนาคตอันไม่ไกลนี้




 

 

 

 

ใครว่าความสวยเซ็กซี่ ไม่มีผลกับจิตใจเวลาตัดสินผลงาน? ผมเถียงครับ อิ ๆ

 
 
 
 

คำถามจากประชาชน ถึงนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร


เรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี
ก่อนอื่น ขอแสดงความขอบคุณที่คุณยิ่งลักษณ์ได้พยายามทำงานอย่างขยันขันแข็ง สุขุมเยือกเย็น รับฟังเสียงของฝ่ายต่าง ๆ และไม่เล่นการเมืองอันสกปรกแบบประชาธิปัตย์  และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับการช่วยเหลือพี่น้องเสื้อแดงที่เป็นเหยื่อของการสังหารโหดและการจับกุมคุมขังอย่างป่าเถื่อน ไร้การเคารพหลักสิทธิมนุษยชน เราเชื่อว่ามั่น ท่านได้พยายามทำงานอย่างเต็ม ที่ในการบำบัดเยียวยาพี่น้องที่ต้องชะตากรรมดังกล่าว และรวมถึงผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุไม่สงบ ในสามจังหวัดภาคใต้ และเหยื่อน้ำท่วมฟ้าประทานเมื่อปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม มีสิ่่งคงค้างและคาใจพี่น้องเสื้อแดงและหลากสี ที่ยืนยันหลักการประชาธิปไตยแท้จริง อยู่หลายประการ  ที่อยากให้ท่านนายกฯ ได้ช่วยตอบให้หายข้องใจ ดังนี้

หนึ่ง ทำไมพรรคเพื่อไทยมีจุดยืนไม่แตะ กฎหมายอาญามาตรา 112  กฎหมายนี้ขัดกับหลักเสรีภาพ เสมอภาคใต้กฎหมาย และขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนพื้นฐานชัดเจน แถมพี่น้องไทยและแม้แต่ต่างชาติ จำนวนมาก ถูกจองจำโดยไม่ได้รับการประกันตัว ทำให้ประเทศชาติเสื่อมเสียภาพลักษณ์  ขอท่านนายกฯ อธิบายเหตุผลด้วย จักขอบคุณยิ่ง

สอง ทำไมท่านไม่ลงนามรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ เพื่อให้มีการดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับคดีความของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเป็นพลเมืองของอังกฤษ  หรือง่าย ๆ คือทำไมท่านไม่มีความพยายามที่จะลงสัตยาบันกับศาลอาญาระหว่างประเทศไปเลย  ประชาชนถูกฆ่าโดยไม่มีการเอาผิดผู้ก่อการมากี่ครั้งแล้ว และยังมีแนวโน้มจะทำอีก ท่านรักประชาชน รักชีวิตของพวกเขาที่หลายส่วนทำให้ท่านได้มาเป็นนายกฯ หรือไม่? ทำไมท่านไม่ทำ?  หากมีการฆ่าฟันประชาชนอีก แล้วท่านจะอธิบายอย่างไร?

สาม ตุลาการ เป็นองค์คณะที่มาจากอำนาจมืด อำนาจเผด็จการรัฐประหาร และมีเจตนารมย์ชัดเจนว่า ต้องการทำลายล้างพรรคเพื่่อไทย รัฐบาลของประชาชน โดยยกตัวเหนืออำนาจบริหารของท่าน และอำนาจนิติบัญญัติในสภา ซึ่งเป็นอำนาจโดยตรงของประชาชน  การอยู่เฉย ๆ หรือยอมรับอำนาจเถื่อนนี้ อาจจะทำให้ท่านสามารถประคองสถานการณ์ไปได้ระยะหนึ่ง แต่ในที่สุดแล้วเขาก็จะหาทางล้มท่าน  แล้วท่านจะทำอย่างไร เพื่อไม่ให้การเล่นการเมืองของท่านและพรรค ไม่กระทบกับหลักการคานอำนาจ คือไม่ให้อำนาจตุลาการที่มาจากอำนาจลึกลับที่เป็นกบถ สามารถยกตัวเหนืออำนาจของประชาชน ที่มอบให้ท่านและรัฐสภา?

สี่ คำว่าประชาธิปไตยในความหมายของท่าน คืออะไร? ต้องมีสถาบันกษัตริย์หรือไม่ หากมีจะเอาไว้ตรงไหน เหมือนเดิมทุกประการ หรือควรปรับเปลี่ยน อย่างไร?

ห้า ท่านจะดำเนินการอย่างไรกับคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนตอนหาเสียง ว่าจะคืนอำนาจให้พวกเขา ให้พวกเขาเลือก สสร. เพื่อร่างรัฐธรรมนูญในฝัน อันปราศจากกลไกพิษที่เป็นมะเร็งร้ายทำลาประชาธิปไตย
ท่านมีรายละเอียดใด ที่จะชี้แจงหรือยืนยันว่า ท่านจะไม่ทรยศกับคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน

หก ท่านทราบหรือไม่ ว่าท่านขึ้นมาสู่ตำแหน่งด้วยหยาดเหงื่อ แรงกายแรงใจ เงินทอง และแม้แต่ชีวิตเลือดเนื้อของมวลชนเสื้อแดง ท่านทำงานเพื่อคนไทยทุกคนย่อมเป็นเรื่องถูกต้อง  แต่สำหรับคนเสื้อแดง ท่านทราบไหมว่า พวกเขาต้องการอะไรจากท่าน และท่านทำได้ดีแค่ไหนแล้ว และจะทำอะไรต่อไป
เจ็ด ท่านทราบหรือไม่ว่าเมืองไทยอุดมด้วยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ส่งออกเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก  แต่เนื่องจากมีนโยบายกินรวบ เพื่อเอื้อประโยชน์แก่คนไม่กี่กลุ่มที่รวมหัวกันยึด ปตท.  ท่านมีนโยบายต่อเรื่องนี้อย่างไร?

ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่พวกเราชื่นชมและเอาใจช่วย ขอให้คุณพระศรีรัตนตรัยและความดีที่ท่านและคณะได้ร่วมกันกระทำ คุ้มครองรักษาทุกท่าน ให้พ้นจากภัยพิบัติ มีสติปัญญาและศีลธรรมจรรยา ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชน เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง  
จากประชาชนผู้แสวงหาเสรีประชาธิปไตย



 

 

 

 

 

กลับตัวกลับใจเถิด โดยเฉพาะอย่างท่านผู้สูงวัยที่เจ็บป่วย

โลกนี้คือละคร... เพลงที่สอนใจมนุษย์ทุกคน


โลกนี้คือละคร...

เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่มีใครหนีพ้น
จะไพร่พลหรือเจ้าเราย่อมเห็น
เศรษฐ๊รวยล้ำฟ้าข้าลำเค็ญ
ไม่อยู่เป็นถึงวันวายตายทุกที

หลงก่อกรรมทำชั่วเพราะกลัวเสีย
สร้างภาพเพลียเมียผัวกลัวใช้หนี้
ฆ่าหมู่คนวนฆ่าไม่ปราณี
หวังภักดีไม่ได้ก็ให้กลัว

จะให้กลัวอย่างไรไม่มีเหตุ
จะให้กราบก็ทุเรศใจคนทั่ว
จะให้รักแต่ผลักไสใส่บาปนัว
จะทำชั่วเชิญบุญมีคุณฤา

จะต้องตายภายรุ่งอย่ายุ่งคิด
เมื่อชีวิตสั้นลงปลงอย่าหื่อ
ทำดีไถ่บาปเก่าให้เขาลือ
ว่ายังคือคนดีที่เคยเลว


============================
 
 

สถานีวิทยุมหาวิทยาลัยประชาชน



ยินดีต้อนรับสู่แหล่งวิชาการของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน -----------------------------------------------------



หรือจะกดเครื่องเล่นชนิดต่าง ๆ Save แล้วกดเปิดในเครื่องเล่นนั้น ๆ ได้ที่



 

 

 

 

 

เพียงแค่แก๊งค์เหี้ย... หันไปมองตัวอย่างดี ๆ บ้าง...


ผมเดินทางถึงที่หมายและรอเช็คอินเข้าที่พักที่เมืองแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนีย ช่วงนี้มีการแข่งขันเทนนิสหญิงวิมเบิลดันพอดี สรุปผลว่า เซเรน่า วิลเลียมส์ชนะเลิศ ชัยชนะของเธอ หากเป็นเมื่อสี่ห้าปีก่อนหรือแม้แต่เกือบสิบปีก่อนคงไม่มีอะไรพิเศษ เพราะเธอแข็งแรงยิ่งกว่าผู้ชายจำนวนมาก เสริฟแรง ตีแบบกล้าเสียงและมีเชิง เร็วทั้ง ๆ ที่ตัวใหญ่มาก ฯลฯ แต่วันนี้ เธออยู่ในวัยสามสิบ เพิ่งกลับมาจากจุดต่ำสุดของชีวิตคือ เจ็บป่วยเกือบเอาตัวไม่รอด คือหวังแค่ได้มีชีวิตยืนยาวต่อไปแค่นั้น แถมต้องผ่าตัดข้อเท้าทั้งสองข้าง  การได้กลับมาแข่งแกรนด์แสลมระดับโลก จึงเป็นสิ่งที่เหมือนจะเหลือเชื่อ ไม่ต้องพูดถึงการเข้ารอบลึก หรือการเป็นแชมเปี้ยน!!!




ผมดูการตีของเธอปลายเซ็ตแรก ที่เธอชนะ 6:1 เป็นเหมือนเธอได้เกิดใหม่ นึกถึงเวลาผมได้ลงแข่งสนามหญ้าสวย ๆ หลังจากซ้อมมานานหรือรอมานานโดยไม่มีโอกาส ความสุขจากการได้สัมผัสหญ้าและการได้เคล้าคลึงและเตะลูกบอลตามใจปรารถนา เซเรน่าในเซ็ตแรกนั้น เสริฟคมและตีได้ดีเหมือนกับที่เคยเห็นเธอในวัยกำลังรุ่ง แต่คราวนี้ ผมเห็นความนิ่ง ความตั้งใจ และการควบคุมการเคลื่อนไหวอย่างมีสติและมั่นใจ  แม้ว่าในเซ็ตที่สอง เธอจะถูกคู่ต่อสู้ที่พยายามและทำได้ดีมากเฉือนเอาชนะไป 7 ต่อ 5 เกม เธอกลับมาได้และเอาชนะอย่างขาดลอยอีกครั้งในเซ็ตที่สาม  เมื่อชนะแล้ว เธอดีใจเหมือนเด็กน้อย ตัวโตเหมือนยักษ์แต่กระโดดโลดเต้นด้วยความสุข ฉลองกันมันอย่างไม่ต้องยั้ง ไม่ต้องแคร์ใครมากมาย เธอปีนขึ้นไปหาพ่อแม่ พี่สาว และทีมงานที่คอยช่วยเหลือเธอ ท่ามกลางเสียงปรบมือ และความสุขของคนดู ที่ได้เห็นการกลับมาอันยิ่งใหญ่ของเธอ หลังจากผ่านช่วงวิกฤติของชีวิตเธอมาได้ ความสวยงามนี้ ไม่ได้เกิดง่าย ๆ หรือด้วยการเข้าข้างหรือช่วยเหลือพิเศษจากคณะอัมไพร์ที่ช่วยกันตัดสิน เป็นเกมที่เธอต้องสู้แบบลูกต่อลูก ต้องออกแรง ต้องปาดเหงื่อ ฯลฯ  แต่ทุกอย่างอยู่บนกติกาที่เป็นธรรม โปร่งใสเกิดขึ้นต่อหน้าคนนับหมื่น เมื่อมีข้อสงสัย ก็มีการใช้เทคโนโลยีตัดสินแบบไม่มีการโกงหรือใช้อคติ  ไม่มีใครแกล้งโห่ฮาหรือทำตัวป่านเถื่อน ไปฟ้องร้องหรือฝืนกติกาใด ๆ ภาพอันสวยงามนี้ แม้จะเป็นภาพจากสนามเทนนิสแห่งหนึ่งแค่นั้น แต่มันสะท้อนสภาพสังคมที่สร้างสรรค์แบบตะวันตก สังคมที่ให้กำลังใจนักต่อสู้ที่ชนะด้วยกติกามารยาท สังคมที่ส่งเสริมคนใช้ศักยภาพและความสามารถใต้กติกาที่เป็นธรรม เพื่อสร้างความสุขและประโยชน์แก่คนหมู่มาก  สังคมที่รู้แพ้ รู้ชนะ ยกย่องคนดี

เมื่อกลับมานึกถึงสังคมไทย ทำไมภาพมันจึงแตกต่างกันมากมายนัก เหมือนสวรรค์กับนรกเลยก็ไม่ปาน

ผมนึกถึงการซักถามพยานของผู้ร้องทั้งสี่ห้าตัวเมื่อวาน มันช่างเต็มไปด้วยอคติ
เป็นนิสัยที่ชอบหาเรื่องเอาเปรียบและตอแหลกับตัวอักษร
การพยายามใช้ความหยาบคาย เหยียบย่ำฝ่ายตรงข้ามให้มีภาพไม่น่าเชื่อถือ
เพื่อยัดเยียดความเสียเปรียบให้กับคนที่ออธิบายหลักกฎหมายและหลักประชาธิปไตย

แล้วผมก็นึกถึงสิ่งต่าง ๆ อีกมากมาย
ตั้งแต่การตั้งแก็งค์กันใส่ร้ายป้ายสี ดร. ทักษิณ อย่างโหดเหี้ยมด้วยเล่ห์ร้าย
การลอบฆ่าคนที่ทำงานหนักยิ่งกว่าควาย เพื่อให้เจ้าและประชาชนพอใจ
การเอากำลังทหารยึดอำนาจประชาชน แล้วหาทางเขียนกฎกติกาต่าง ๆ อย่างแยบยล เพื่อทำลายการเติบโตของประชาธิปไตย
การกล่าวหาและยัดคดีความให้ฝ่ายตรงข้าม
การใส่ร้ายป้ายสีอย่างต่อเนื่องบนสื่อทีตัวเองสั่งการได้
แล้วก็นำไปสู่การดันเด็กนรกอย่างอภิสิทธฺิ์ขึ้นเป็นนายกฯ ด้วยการใช้กำลังบังคับนักการเมืองให้หักหลังประชาชน
จนนำไปสู่การฆ่าประชาชนจำนวนมากมาย
แล้วคนสั่งยังลอยหน้า คนฆ่ายังลอยนวล มาสร้างวาทกรรมเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่นไปวัน ๆ
แทนที่จะแย่งกันทำดี ส่งเสริมคนที่ทำดี ยกย่องกัน เพื่อให้คนทุกคนทำดี
จนถึงวันนี้ ความพยายามดึงประเทศถอยหลังและฆ่าฟันประชาชนที่แสวงหาสิ่งที่ดีกว่าให้กับบ้ามือง ก็ยังไม่หยุด
ตุลาการวิบัติ เป็นสิ่งชี่วร้ายที่สะท้อนระบอบที่ระยำยิ่งกว่าเสียอีก นั่นคือระบอบที่สานพลังกันอย่างมีเลศนัยล้ำลึก
และเมื่อคนจับได้อ่านทัน มันก็ผันมาเป็นเกมดาด ๆ ที่อาศัยคนโง่จริง ๆ และเสื่อมทางความคิดจริง ๆ เท่านั้นจึงจะกล้าทำได้

ผมไม่อยากพูดอะไรมากไปกว่าแค่เล่าเรื่องเล็กน้อยให้ฟัง
หากจะให้สรุป ก็คงอยากตะโกนถามเหี้ยถามไพร่หรือไม่ไพร่ทั้งหลายว่าว่า
ทำไมบ้านอื่นเมืองอื่น เขาไม่มีเรื่องไร้สาระ โกหก ตอแหล ทำลายตัวเองและกันเอง เหมือนบ้านเรา?
ทำไมพวกเขาเหล่านั้น ไม่รู้จักเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีธรรม จริงใจ
และครองอำนาจเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยามบ้าง
และหากจะให้บอกความปรารถนาสักข้อหนึ่ง ก็อยากบอกว่า

"จงรีบล้มระบอบเหี้ยกันเถอะ"

เพราะเราต้องการประชาธิปไตยเต็มใบเท่านั้น


>กรีนแลนด์ในสมการความมั่นคงโลก (2026): มุมมองเชิงวิชาการจากฝ่ายอเมริกันเพื่อ “ป้องกันสงครามใหญ่”

กรีนแลนด์ในสมการความมั่นคงโลก (2026): มุมมองเชิงวิชาการจากฝ่ายอเมริกันเพื่อ “ป้องกันสงครามใหญ่” กรีนแลนด์ในสมการความมั่น...