การทำลายถาวรวัตถุของศาสนาอื่น อันเป็นมรดกวัฒนธรรมชาวโลก คือความใจแคบของผู้คลั่งศาสนาบางคน




 
เมื่อปลายปี 2006 ช่วงรัฐประหารในเมืองไทย (ปี 49) ผมได้มีโอกาสไปยืน ณ จุดเกิดเหตุ
ที่เมืองบามิยัน ซึ่งเป็นเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน
และที่แห่งนี้ เคยเป็นฐานอันสำคัญของศาสนาพุทธในอัฟกานิสถานเลยทีเดียว
โดยการทำลายเป็นฝีมือของพวกคลั่งศาสนา ในชื่อกลุ่ม ตาลีบัน

ได้เห็นซากปรักหักพังที่เคยเป็นส่วนประกอบของ the Big Buddha และทราบว่า
ทางยูเนสโก ได้มีความพยายามที่จะสร้างองค์พระขึ้นมาใหม่ โดยใช้วัสดุเดิมที่พอเหลืออยู่
ไม่ทราบว่าวันนี้จะสำเร็จหรือยัง ไม่น่าเชื่อว่า ผ่านไปนับเกือบเก้าปีแล้ว

พอดีเห็นข่าวจากบีบีซี กล่าวถึงเบื้องหลัง... เลยยกมาให้พี่น้องอ่าน เพื่อเป็นความรู้นะครับ

piangdin

เรื่องเล่าจากชายคนหนึ่งที่ถูกบังคับให้ทำลายสมบัติของบ้านเกิด
(เครดิต BBC Thai)

เมื่อ 16 ปีก่อนตอนที่กลุ่มตาลีบันเข้ายึดเมืองบามิยันในอัฟกานิสถานได้สำเร็จ หลังจากสู้รบต่อเนื่องกันมาหลายเดือน ทั้งโลกต้องตกตะลึงเมื่อกลุ่มตาลีบันทำลายพระพุทธรูปแห่งบามิยันซึ่งเป็นมรดกโลกที่ทรงคุณค่าและเป็นพระพุทธรูปยืนที่สูงที่สุดในโลก
เมียร์ซา ฮุสเซน หนึ่งในกลุ่มคนที่ถูกกลุ่มตาลีบันจับตัวไว้เป็นนักโทษบอกว่า ตอนนั้นเขาอายุ 26 ปี กลุ่มตาลีบันจับตัวพวกผู้ชายไว้ได้ 25 คน ส่วนคนที่เหลือก็หนีตายไปที่อื่น กลุ่มนักโทษได้รับอาหารวันละน้อยนิด ไม่มีเครื่องนุ่งห่มหรือเครื่องกันหนาวใด ๆ และหากไม่ได้ดั่งใจจะถูกฆ่าทิ้งตอนไหนก็ได้ นั่นก็เพราะชาวเมืองบามิยันส่วนใหญ่เป็นมุสลิมชีอะห์ ซึ่งกลุ่มตาลีบันถือว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของชาวมุสลิมซุนนีย์
ถัดมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิเมื่อปี 2544 ผู้บัญชาการกลุ่มตาลีบันเริ่มปฏิบัติการทำลายพระพุทธรูปแห่งบามิยัน โดยเริ่มจากการใช้รถถังกราดยิงใส่องค์พระพุทธรูป แต่ก็ไม่ได้ผลมากนัก กลุ่มตาลีบันจึงเริ่มวางแผนใช้ระเบิดแทน
ฮุสเซน เล่าว่า เหล่านักโทษต้องแบกวัตถุระเบิดทั้งหลายเข้าไปยังฐานพระพุทธรูปด้วยมือเปล่า ซึ่งหากผิดพลาดก็ตายได้ง่าย ๆ หรือไม่ก็ถูกกำจัดทิ้ง เขาจำได้ว่ามีนักโทษคนหนึ่งซึ่งขาเจ็บและแบกระเบิดไม่ไหว ผู้คุมก็เลยยิงทิ้งตรงนั้นแล้วบอกให้นักโทษอีกคนลากศพไปทิ้ง
ภารกิจฝังระเบิดนี้ใช้เวลาถึง 3 วันเต็ม ๆ สายไฟระโยงระยางถูกเชื่อมต่อกับตัวบังคับระเบิดซึ่งอยู่ที่มัสยิดที่ใกล้ที่สุด กลุ่มตาลีบันกดระเบิดขณะพร้อมใจกันโห่ร้องว่า “อัลลอฮุ อักบัรฺ” ซึ่งเป็นการกล่าวสรรเสริญว่าพระอัลเลาะห์เจ้าทรงเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
แต่กลุ่มตาลีบันก็ต้องผิดหวังเมื่อพบว่าแรงระเบิดนี้ทำลายได้แค่ขาข้างหนึ่งของพระพุทธรูปเท่านั้น
จากนั้นกลุ่มตาลีบันจึงนำวัตถุระเบิดมาเพิ่มอีก ฮุสเซนบอกว่าวัตถุที่ว่านี้ดูเผิน ๆ เหมือนสบู่ก้อนและมีลักษณะหยุ่น ๆ เหมือนแป้งนวด
แผนการระเบิดครั้งใหม่นี้ กลุ่มตาลีบันใช้วิธีระเบิดวันละ 2-3 ครั้ง ต่อเนื่องกันไปเป็นเวลาทั้งหมด 25 วัน จนกระทั่งไม่เหลือซากของพระพุทธรูปอีกเลย หลังจากนั้นกลุ่มตาลีบันก็เฉลิมฉลองกับความสำเร็จในครั้งนี้ มีการเชือดวัวถึง 9 ตัวเพื่อเป็นการบวงสรวง
ชีวิตของเมียร์ซา ฮุสเซนในวันนี้ เขาเป็นช่างซ่อมจักรยานในเมืองบามิยันบ้านเกิด ถึงแม้เวลาจะผ่านมานานมากแล้ว แต่ความทรงจำอันเลวร้ายนี้ยังแจ่มชัดอยู่ในใจเสมอ เขาบอกว่า ตอนนั้นเขาไม่มีทางเลือกจึงต้องจำใจทำ ซึ่งมันทำให้เขาเสียใจมาก ถึงตอนนี้ก็ยังเสียใจอยู่ และก็คงรู้สึกเสียใจแบบนี้ไปจนตาย
ฮุสเซนกล่าวทิ้งท้ายว่า เขาอยากให้รัฐบาลและชาวต่างชาติช่วยกันระดมทุนเพื่อสร้างพระพุทธรูปแห่งบามิยันขึ้นใหม่ แต่ดูเหมือนความหวังของฮุสเซนคงจะยังไม่เป็นจริงโดยเร็ว เพราะที่ผ่านมาก็มีการถกเถียงกันมาหลายปีแล้วว่าจะสร้างพระพุทธรูปขึ้นใหม่ หรือจะคงสภาพเดิมไว้แบบนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงความหลัง แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนเสียที

===============

วันนี้ มีการสร้างใหม่ จนองค์พระเป็นรูปร่าง ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในอนาคตสักวันหนึ่ง เมื่ออัฟกานิสถานกลับสู่สันติสุขอีกครั้ง แต่เมื่อใดล่ะ?






รายงานจากยูเนสโก 2011


รายงานจากนาโต 2011

คนที่หลงไปเลือกตั้งใต้รัฐธรรมนูญโจร โง่ยิ่งกว่าคนคลั่งภูมิพล โดย อ.ชูพงศ์ ถี่ถ้วน-2015-03-09




อ.ชูพงศ์ ถี่ถ้วน-2015-03-09 คนที่หลงไปเลือกตั้งใต้รัฐธรรมนูญโจร โง่ยิ่งกว่าคนคลั่งภูมิพล
http://youtu.be/5ZqWWyte6MU

ผมขอแสดงความเห็นเพิ่มเติมสั้น ๆ ดังนี้นะครับ


วันนี้และวันต่อจากนี้ไป ใต้เกือกเผด็จการทหารเพื่อพระราชา
เรามีอะไรที่ควรสานต่อ หรือเอามาใช้ต่อไปสืบถึงลูกหลานบ้าง?

ระบบราชการถูกวางฐานให้มีอำนาจอิสระจากนักการเมือง
ระบบราชการถูกคนที่มีหัวอนุรักษ์นิยมไปจองตำแหน่งสำคัญ ๆ ทุกระดับ
ระบบตุลาการ ยังถูกคนของเครือข่ายเจ้าและเผด็จการทหารไทย กุมอำนาจโดยสิ้นเชิง
ระบบทหารและตำรวจ ถูกกลไกเผด็จการเอาคนของตนจ่อขึ้นต่อท่ออำนาจ

องคมนตรี ยังมีอำนาจแผ่ไพศาล เหนือทุกระบบที่กล่าวมา
ระบบเจ้าไทย ยังต้องการครอบงำศาสนา เพื่อหวังครอบงำจิตใจคน
สถาบันการศึกษาและวัฒนธรรม ถูกลัทธิคลั่งเจ้าครอบงำ

ทหารเพื่อพระราชา กำลังออกไปสร้างการครอบงำจิตสำนึก จนจะเป็นรัฐทหารอยู่แล้ว
รัฐธรรมนูญ และอำนาจนิติบัญญัติ ถูกวางกรอบให้รับใช้ชนชั้นศักดินาและเผด็จการ ทำลายอำนาจที่แท้จริงของประชาชน

ระบบกษัตริย์จะยิ่งมีอำนาจเหนือ แล้วเอื้อให้วงจรอุบาทว์เกิดขึ้นอีกต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน
เครือข่ายเจ้าไทย ยิ่งได้รับการหนุนหลังและรับใช้ทุนจากจีน จะยิ่งสานพลังอำนาจครอบงำ
รัฐบาลที่มาจากประชาชนเลือกตั้งเข้าไป  จะไม่สามารถทำอะไรได้

รัฐบาลทักษิณ เคยทำได้  8/10 เขาเห็นอันตรายของการให้อำนาจประชาชนตัดสินเชิงอำนาจ
รัฐบาลยิ่งลักษณ์ใช้เวลาสองปี ทำอะไรได้ไม่ถึง 4/10 แค่ขยับจะเลยขึ้นเลข  5 วันนี้เขารวบกลับ
ย้อนมาแล้ว อำนาจตัวแทนประชาชน จะเหลือไม่ถึง 1/10

แล้วนักการเมืองไร้สำนึก ยังจะสยบยอม 
พาเสียงประชาชนไปให้ความชอบธรรมต่อระบอบเหี้ยนี้อีกหรือ?
แล้วนักการเมืองพวกนี้ ยังคิดจะไปขอต่อรองอำนาจ 

เพื่อขอร่วมข่มขืนประชาชนอีกหรือ?
  • ใครก็ตามคิดจะเลือกตั้งใต้รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการจับยัด  ถือว่า ทรยศประชาชน
  • ใครก็ตามที่อยู่นิ่งเฉย ไม่เคยคิดทำให้ประชาชนเข้มแข็ง  มันคือ คนทรยศจิตวิญญาณประชาธิปไตย
  • ใครก็ตามที่ขัดขวางการเติบโตของประชาชนทางจิตสำนึก การรวมตัวจัดตั้ง การวาดผังอนาคต ฯลฯ  คนเหล่านั้น คือศัตรูของประชาชน


ประวัติศาสตร์เลือด สู่อาณาจักรคอมมิวนิสต์จีน... สารคดีจาก ซีไอเอ (ภาษาอังกฤษ)

The Bloody History of China - CIA Cold War Documentary on a Communist Empire_Full
Length Film (1967)
 






สงครามสื่อ ซันชิโร่ (เพลงร็อคเพื่อชีวิต เพื่อสะท้อนสังคม)


สงครามสื่อ ซันชิโร่ (เพลงร็อคเพื่อชีวิต เพื่อสะท้อนสังคม)
เพลงคุณภาพจากศิลปินร็อคเพื่อชีวิต
เสียงสูงแบบเร้าใจ เนื้อหาสะท้อนสังคมยุคสื่อสังคมออนไลน์
สนับสนุนกันด้วยนะครับ
https://youtu.be/-82FrpegI_w





เพลงประจำรายการชวนคิดชวนคุย มหาวิทยาลัยประชาชน (ชื่อ ปีศาจ)

สุดยอดฝีมือการแต่ง เรียบเรียงเสียงประสาน เนื้อหา ดนตรี และเสียงร้องครับ
ขอบคุณศิลปินประวัติศาสตร์


ทฤษฎีปฎิวัติเพียงดิน ต้องแทงตรงหัวใจให้ทะลุหลัง...

เผยแพร่ครั้งแรก เดือนพฤศจิกายน  2553

หากจะมองภาพการต่อสู้ระหว่างฝ่ายรักษ์เจ้า หรือฝ่ายศักดินานิยม กับฝ่ายประชาธิปไตยในระยะปีที่สี่หลังการรัฐประหาร 49 มาจนถึงเวลานี้ ต้องถือว่ายากจะบอกว่าใครจะชนะในระยะใกล้นี้ ยังก้ำกึ่งและมีสิทธิออกได้หลายหน้าเสียด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ประชาชนจะต้องชนะในระยะยาวในที่สุด แต่จะเพราะเทพอสูรเป๋และภาคียอมโยนผ้าขอแพ้ หรือจะชนะแตกแบบเลือดกลบหน้าสู้ต่อไม่ได้ หรือจะโดนประชาชนน็อค  ก็ต้องเกิดโดยประชาชนชนะแน่ ๆ  แต่ในระยะนี้ ต้องย้ำว่า ยังกำ้กึ่งครับ

ที่ว่าก้ำกึ่งนั้น แปลว่า คณะรักษ์เจ้าเคล้าศักดินานิยม มีโอกาสจะสามารถเตะถ่วงและยึดอำนาจได้อีกหลายปี ก็คือชนะในยกต่อไปนั่นเอง  และมีแนวโน้มเป็นไปได้สูงว่าเราอาจจะต้องทรมาณเหมือนดูละครน้ำเน่าบ้านทรายทองอีกซักสองสามตอนนะครับ  ที่เห็นชัด ๆ เราก็เห็นการจับแกนนำเราขังคุก ไล่ต้อนแกนนำไม่ให้โงหัว พยายามสยบและสลายทุกกลุ่มที่จะคิดการต่อต้านรัฐบาล เข้าครอบครองสื่อทุกแขนง ป้อนข้อมูลเน่าให้กับระบบต่าง ๆ ทุกระบบ ใช้ตีนมือระบอบราชการ (กิจการของพระราชา) ฯลฯ  ภาพที่เห็นเวลานี้ จึงเหมือนว่า พวกเทพอสูรและภาคีต่างย่างสามขุมไล่ต้อนฝ่ายประชาธิปไตย แถมมีกรรมการคอยจับตีนมือฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อหวังให้อีกฝ่ายต่อย ๆ เตะเอา ... ภาพที่เห็นปลายยกที่ผ่านมาและในอีกยกต่อไปที่กำลังจะเริ่ม ต้องถือว่าน่าอึดอัด เพราะ ฝ่ายประชาชน ยังคงต้องถอยและแย็ปหมัดเพื่อป้องกันตัวเองไปก่อน

สิ่งที่ผมเกรงไว้ว่าจะพัฒนาต่อไปจากนี้ ก็คือภาพจำลองสองภาพครับ

หนึ่ง หากมีการเลือกตั้งปีหน้านี้ เราอาจจะแพ้อย่างราบคาบ แล้วพวกศักดินาจะอ้างความชอบธรรม และฝ่ายประชาธิปไตยจะแดงกระจัดกระจาย แล้วก็กลายเป็นผู้ก่อการร้ายที่จะถูกเขาจัดการอย่างถูกกฎหมาย ยิ่งใช้ความรุนแรง ก็จะยิ่งโดนเขายุให้ฆ่าฟันล้างล่า จนกลายเป็นสงครามกลางเมือง หรือสงครามกองโจร ที่ต้องอาศัยเวลาและการสูญเสียมหาศาลก่อนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ได้ 

และสอง หากเสื้อแดงแกร่งเกินต้าน และพวกแก๊งค์เทพอสูรรู้ว่าเลือกตั้งแล้วจะแพ้ พวกเขาจะหน้าด้านยืดอายุรัฐบาล หรือหาโอกาสตั้งรัฐบาลอวยเจ้าและเฝ้าล่าแดงให้จงได้  จากนั้น ก็จะดำเนินการเหมือนที่กำลังทำอยู่ แต่จะยิ่งเพิ่มอัตราความโหด  ประชาชนจะตายในหลักพันหลักหมื่น ไม่ด้อยกว่าเหตุสมมุติข้างบน หรือต่อให้รัฐบาลฝั่งทักษิณต่ออำนาจไปได้ เขาก็จะต้องหาทางล้ม และใช้เครือข่ายต่าง ๆ ที่เขาวางไว้แล้วนั้น เข้าเล่นงานเพื่อกระชับอำนาจให้จงได้ในที่สุด

การคงอยู่ของไดโนเสาร์เหล่าตอแหลศักดินานั้น ไม่มีทางที่จะตั้งอยู่บนความรุ่งเรืองและสุขสบายของประชาชน เพราะพวกนี้ กำเนิดก็ผิดธรรมชาติ อยู่ก็ผิดศีลธรรม และปล่อยไว้ก็เป็นพิษแบบโรคติดต่อร้ายแรง   ดังนั้น ไม่มีทางเลือกหรอกครับ หากประชาชนจะยอมให้เกิดเหตุการณ์สองอย่างข้างบน เราจะสูญเสียมหาศาล  ดังนั้น หากอยากกู้บ้านแปงเมือง ก็ต้องลุกมาปฎิวัติ   หากอยากให้บ้านเมืองลงเอยด้วยดี เราก็ต้องจัดการป้องกันและต่อสู้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสองสิ่งนี้

ผมฟังคุณชูพงศ์และคุณแอนตี้มานาน เห็นด้วยและชื่นชมกับทั้งสองท่านอย่างยิ่ง  โดยเฉพาะในแง่การชี้เป้าว่า กษัตริย์คือตัวปัญหาสำคัญของบ้านเมือง และเชื่อตามว่า กษัตริย์และกลุ่มผลประโยชน์รอบวัง คือก๊กที่ชิงอำนาจจากประชาชนไปใช้ปกป้องและแสวงหาผลประโยชน์ร่วมอย่างเป็นระบบ เป็นแก๊งค์ และเป็นภัยยิ่งต่ออนาคตของประเทศชาติ  แต่ผมไม่เห็นด้วยว่าเราควรจะทิ้งแนวรบทางรัฐสภาเสียสิ้นเชิง  เพราะยิ่งเราปล่อยให้พวกอภิสิทธิชนตอแหลอยู่ในอำนาจ  ความเสี่ยงของการเกิดภาพจำลองทั้งสองภาพข้างบนจะยิ่งเพิ่มขึ้น และประชาชนจะชนะยากขึ้น และสูญเสียมากขึ้น

การจะสู้และจะก้าวไปสู่การปฎิวัติประชาชนนั้น จะต้องทำอะไรหลายอย่าง ซึ่งผมได้เน้นไว้หลายครั้ง ดังที่ระบุไว้เป็นภารกิจมดแดง http://unrad.net/?p=7  และหัวใจของปัญหาที่เราต้องแทงให้ทะลุไปถึงแผ่นหลังของตัวปัญหา หัวใจของปัญหาเมืองไทยมีหลายด้าน ซึ่งเราต้องแทงให้ทะลุเข้าไปถึงใจกลาง ส่วนจะจัดการอย่างไรนั้น เราต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำต่อไป แต่ทิศทางต้องชัด คือจัดการกับทุกส่วนของหัวใจปัญหาต่อไปนี้:-

ข้างนอกสุดของหัวใจของปัญหาแห่งชาติไทย คือ พลังมวลชนที่ถูกเขาสกดไว้ด้วยมนตราไสยศาสตร์  ทำตัวจัดขวางประชาชนด้วยกันเอง  หากไม่แก้ไขให้มวลชนตื่น เราก็จะพบกับความลำบากในการเคลื่อนไหวใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฎิวัติในอนาคต

ถัด ๆ กันเข้าไปนี้ ก็จะพบว่ามีสื่อ สถานศึกษา หน่วยงานราชการ และหน่วยงานการเมืองทั้งหลาย ที่อยู่ในกำกับของก๊กเทพอสูร พวกนี้เป็นสิ่งที่จะพบได้ทั่วไป และจะเป็นเหมือนตัวมนตร์สกด หรือสารแพร่พิษ ที่ทำให้มวลชนจำนวนมากต่อต้านการพัฒนา หรือวางเฉย หรือไม่กล้าสู้ หริอหลายส่วนยังตามืดบอดอีกต่อไป

ลึกเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง ก็คือรัฐบาลนอมินีก๊กมาร  รัฐบาลนี้ คือตีนมือของเทพอสูร เป็นเครื่องจักสำคัญ เราคงเห็นแล้วว่า รัฐบาลที่มีหัวหน้ารัฐบาลหน่อมแน้ม และมีกำนันเก่ามากุมอำนาจมหาดไทย มันกลับสามารถใช้งานเครือข่ายตีนมือระบอบราชาธิปไตยอย่างดีและยึดอำนาจมาปั่นต่อ จนทำให้เหล่าเสื้อแดงรวนไปหลายครา เรียกว่ามาแรงจนแดงต้องหลบเชียวนะครับ....

และส่วนที่ลึกลงไป ที่กำกับรัฐบาลและสื่อสารกันอย่างใกล้ชิดกับขั้วปัญหา ก็คือกลุ่มทุนที่่ได้ประโยชน์กับการอยู่ร่วมกับรัฐบาลนอมินีและราชสำนัก และระดับนี้ จะมีขุนศึก (ทหารตำรวจ) เป็นกลไกสำคัญ  หากไม่แก้กลุ่มนี้ ก็จะไม่มีทางเข้าถึงแก่นกลางของปัญหาได้

และในที่สุดตรงกลางสุดของปัญหา ก็คือสถาบันพระมหากษัตริย์นั่นเอง  ปัจจุบันนี้ ความสงสัยเกี่ยวกับบทบาทและฐานะที่แท้จริงของสถาบันฯ นั้น แทบไม่เหลือแล้วครับ  คงไม่ต้องขยายความเลย สำหรับคนเสื้อแดงที่ได้รู้ ได้ยิน ได้เห็น และได้สัมผัสมาตลอดสี่ปีที่ผ่านมา

การจะปฎิวัติ จะต้องแทงหัวใจปัญหาเหล่านี้ให้ทะลุ จะต้องเอาพวกนี้มาเป็นพวกของประชาชนให้จงได้   หากเอามาเป็นพวกไม่ได้ ก็ต้องทำลาย หรือกดให้หมดอำนาจหรือพลังที่เป็นพิษต่อประชาชนให้ได้  จะทำอย่างเดียว ด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้ 

การจะจัดการกับพี่น้องประชาชนที่ถูกสกดจิต ทำอย่างไร การเผยแพร่ความจริง และสร้างภาพเชิงสัญลักษณื ทำได้ดีแล้ว แต่ต้องทำมากกว่าเดิม ลึกกว่าเดิม และมุ่งเป้ากระจายออกไปหาประชาชนสีอื่น ๆ อย่างมีความคาดหวังให้สูงยิ่งขึ้น

การจัดการกับสื่อ สถานศึกษา วัดโบสถ์มัสยึด กลไกที่เป็นกลุ่มก้อนในสังคม ที่ยังรับใช้ลัทธิไดโนเสาร์ ต้องทำอย่างไรบ้าง เป็นโจทย์สำคัญอย่างยิ่ง

เรื่องการแย่งอำนาจรัฐ ก็จะต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อไทยอาจจะเป๋ แต่ประชาชนจะต้องไม่เป๋ ไม่ยอม และจะต้องดึงเพื่อไทยมารับใช้ให้ได้  ตอนนี้ยังไม่ชัด แต่จะต้องทำให้ชัดกว่านี้

ส่วนกลุ่มขุนศึกและนายทุนอิงวังนั้น การจัดการหรือดึงพวกเขาเข้ามาสนับสนุนการปฎิวัติประชาธิปไตย จะต้องทำอย่างมีเป้าหมาย และหากพวกนี้พยศและทำร้ายประชาชน ประชาชนยิ่งจะต้องมีวิธีปรามและกำราบพวกเขาอย่างเด็ดขาด  ตรงนี้อ่อนไหวมาก ๆ และเป็นจุดบ่งชี้สำคัญ!!!! ใครจะทำ และทำอย่างไร???? เป็นคำถามที่แกนนำการปฎิวัติในวันนี้และในอนาคตต้องคิด  เพราะหากไม่สามารถกดหรือดึงพวกนี้มาเข้าข้างประชาชน เราชนะไม่ได้ครับ หรือจะชนะได้ ก็ต้องฆ่าล้างโคตรกันไปข้างหนึ่งทีเดียว แต่คงล้างโคตรประชาชนไม่ได้  ดังนั้น หากจะล้างโคตรแล้วชนะ ก็คือ ฝ่ายขุนศึกและนายทุนศักดินาน่ะแหละ ที่จะต้องถูกล้มล้าง 

และในที่สุด ก็ต้องมาถึงแกนกลางที่สุดของปัญหา  ชั้นในสุด  หากคิดจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หากไม่แตะถึงแกนกลาง ก็จะไม่มีทางแทงทะลุหัวใจ และจะไม่สามารถหยุดกลไกพิษหรือวงจรอุบาทว์ได้  จะทำอย่างไร  จะล้อมวังจับตัวฆ่าฟัน จะล้อมวังแล้วบังคับให้เจรจายกอำนาจคืนประชาชน จะกราบบังคมทูลแบบเนียน ๆ และประณีประนอมผ่านสภา จะลอบฆ่าล่าล้าง  จะกราบแล้วขอร้องให้ท่านคืนอำนาจแบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น  แต่สิ่งเหล่านี้ ต้องเกิด และจะต้องเกิดภายในไม่เกินรัชกาลที่สิบแน่นอน  เพราะเวลานี้ปัญหา ประเทศไทย เหมือนหนองที่มีน้ำหนองเหลืองบวมพองเกินผิวหน้าของหนังจะรับได้แล้ว  และการจัดการกับฝี ไม่มีทางอื่นใดที่จะเลี่ยงการเอาหัวฝีออกได้เลย 

จะเห็นว่า สิ่งที่กล่าวมา คือ ทฤษฎีปฎิวัติเพียงดิน  เพราะนี่คือการปฎิวัติของประชาชนชาวดิน ที่ไร้อำนาจบาตรใหญ่ ไร้กลไกอำนาจในระบอบอำนาจเดิม  ดังนั้น หากจะเจาะเข้าไปแก้ปัญหา ก็ต้องแทงให้ทะลุให้จงได้  จะทำอย่างไร?  นี่เป็นโจทย์ที่คนเสื้อแดงหลายฝ่ายพยายามคิด แต่อย่าลืมว่า หากคิดได้เท่าเดิม ทำได้เท่าเดิม และไม่มองสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด และทำในทุกจุด  เราจะเสี่ยงที่จะถูกถึงไปอยู่ในเกมอำนาจโฉดสองเกมของลัทธิไดโนเสาร์  เราจะสูญเสียอย่างมหาศาล... 


การปฎิวัติเพียงดิน จึงเป็นสิ่งที่ไม่ทำไม่ได้... ทำน้อยก็ไม่ได้... ทำแบบไม่ครบวงจรก็ไม่ได้.. . และทำแบบไม่สามัคคีพลังประชาชนก็ไม่ได้... ประชาชนไทย พร้อมแค่ไหนและมุ่งมั่นเพียงใดล่ะครับ?



TAHR เรียกร้องให้คนไทย ส่งจดหมายถึงกงสุลและฑูตต่างประเทศในไทย เพื่อหยุดพลตรีเหรียญทอง ก่อนสายเกินไป

TAHR เรียกร้องให้คนไทย ส่งจดหมายถึงกงสุลและฑูตต่างประเทศในไทย เพื่อหยุดพลตรีเหรียญทอง ก่อนสายเกินไป

ดาวน์โหลดจดหมาย เพื่อลงนามและส่งไปรษณีย์ จากลิ้งค์ข้างล่างนี้
http://www.mediafire.com/view/p0tofau4o9trb3b/RianThong-HRAbuses-official.pdf
http://www.mediafire.com/view/6gnizz2q7qqe30f/RianThong-HRAbuses-official(2).pdf




กลับมาแล้วเด๊อ
!!!
ดร.เพียงดิน รักไทย 2015-03-11 ดร.เพียงดิน ชี้ทางออกประเทศไทย  ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
http://youtu.be/k8vp2E5FiLA






 *************************
http://unrad.net/content  มหาวิทยาลัยประชาชน นปช.ยูเอสเอ และเครือข่าย  สนับสนุนการเผยแพร่ เพื่อให้ความรู้และตีแผ่ความจริง
เพื่อสร้างสำนึกการปฏิวัติสู่การเป็นประชาธิปไตย ด้วยสันติวิธี
Truth, Peace, Revolution, Universal Human Rights, Democracy
คุ้มครองโดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (http://tahr-global.org)
-------------------------------------------------------------------------------------



ดร.จารุวงศ์ เรืองสุวรรณ ตัวแทนองค์การเสรีไทย กล่าวถึงจุดยืนเสรีไทย ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด 6 มีนาคม 2558

 
ดร.จารุวงศ์ เรืองสุวรรณ ตัวแทนองค์การเสรีไทย กล่าวถึงจุดยืนเสรีไทย ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด 6 มีนาคม 2558 

 -------------------

ตัวแทนองค์การเสรีไทยฯ และภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมพูดคุยเรื่องการเมืองไทยและการละเมิดสิทธิมนุษยชน ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

6 มีนาคม 2558 ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด  โปรแกรมไทยศึกษา ได้จัดประชุมแลกเปลี่ยนความรู้และความเห็น (Forum) ในหัวข้อ Human Rights & Everyday Governance in Thailand: Past, Present, and Future

ในการนี้ ผู้ก่อตั้งและอำนวยการโปรแกรมไทยศึกษา ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด  Professor Dr. Michael Herzfeld ได้เชิญนักวิชาการทั้งไทยและต่างประเทศ ที่มีความสนใจเรื่องปัญหาในประเทศไทย มาร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนกัน บนความเชื่อที่ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยวันนี้ มันยุ่งยากและทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่สุด โดยไม่มีแนวโน้มว่าจะพบทางออกใด ๆ ได้ง่าย ๆ หากไม่มีการเปิดบทสนทนา ที่ให้โอกาสคนที่เห็นต่างในหมู่คนไทยที่หลากหลาย ได้มานั่งพูดคุยกันอย่างเปิดอก สร้างสรรค์ และเป็นพี่น้องกัน โดยใช้เวทีแห่งเสรีภาพทางวิชาการในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อระดับโลกแห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้น

ดร.เพียงดิน รักไทย ในฐานะประธานบริหารภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (Thai Alliance for Human Rights และอธิการบดีมหาวิทยาลัยประชาชน (Thai People's Revolutionary University for Democracy) ร่วมกับ ดร.จารุวงศ์ เรืองสุวรรณ บุตรท่านจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ในฐานะตัวแทนขององค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย (The Organization of FreeThais for Human Rights and Democracy) ได้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และได้รับโอกาสให้พูดก่อนมีการสรุปประจำวัน โดยทั้งสองท่าน เห็นตรงกันว่า ปัญหาประเทศไทย ต้องมีการพูดคุยกันอย่างเปิดใจ ไม่มองกันเป็นศัตรู โดยองค์การเสรีไทยฯ และองค์กรที่ดร.เพียงดิน ดูแลอยู่นั้น จะร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศด้วยวิถีทางประชาธิปไตยและสันติวิธี โดยจะเน้นการเผยแพร่องค์ความรู้และความจริง และการชี้แจงให้นานาชาติรับทราบ และให้ความช่วยเหลือเพื่อไม่ให้เกิดการเข่นฆ่าประชาชนอีกครั้ง อันจะนำไปสู่สงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบในที่สุด

โดยค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าที่พักของทั้งสองท่าน ได้รับการอุปการะโดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เพื่อให้โอกาสเสียงที่ถูกปิดกั้นได้มีโอกาสแสดงออก  ทั้งนี้ มีการเชิญตัวแทนจากสถานเอกอัครราชฑูตไทย ประจำกรุงวอชิงตันดีซีให้เข้าร่วมได้ แต่น่าเสียดาย ที่มีรายงานว่า ตัวแทนรัฐบาลทหารไทย ไม่สามารถเดินทางออกจากกรุงวอชิงตันดีซีได้ เพราะอากาศที่เป็นอุปสรรค

พบกับการสรุปเรื่องราวต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ในโอกาสต่อไป

(หมายเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้เข้าร่วมแสดงความเห็น จึงไม่มีการอนุญาตให้ถ่ายภาพหรือบันทึกเสียงจากห้องเสวนา)


























โศกนาฏกรรมซ้ำซากกับโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว<br>บทเรียนจากเครนถล่มสู่จุดเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ

โศกนาฏกรรมซ้ำซากกับโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว: บทเรียนจากเครนถล่มสู่จุดเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ โศกนาฏกรรมซ้ำซากกับโครงสร้างอำ...