ผบกระทบสิบประการ เมื่อ Single Gateway ที่รัฐบาลเผด็จการทำสำเร็จ
ใช่สิ ทักษิณโกงกินบ้านเมืองชนิดมีหลักฐานเต็มตา
- สั่งสลายการชุมนุม : ยกฟ้อง
- สั่งฆ่าคนตาย 99 ศพ : ยกฟ้อง
- หนีทหาร : ยกฟ้อง
- ทุจริต GT200 : ยกฟ้อง
- โกงโรงพัก 396 แห่ง : ยกฟ้อง
- โกงชุมชนพอเพียง โกงชาวบ้านตาดำๆ : ยกฟ้อง
- โกงไทยเข้มแข็ง มหากาพย์แบ่งเค๊กพรรคร่วม : ยกฟ้อง
- ทุจริตครุภัณฑ์อาชีวะศึกษา sp2 : ยกฟ้อง
- ทุจริตครุภัณฑ์สาธารณะสุข ล๊อคเสปค : ยกฟ้อง
- บุกรุกป่าสงวนเขาแพง : ยกฟ้อง
- ทุจริตปืนเล็กยาว (ทราโว่) : ยกฟ้อง
- ทุจริตรถหุ้มเกาะยูเครน (เอารถเก่าสมัยสงครามโลกครั้งที่สองมาขาย): ยกฟ้อง
- ทุจริตประกันราคาข้าวอุ้มนายทุน: ยกฟ้อง
- ทุจริตแฟลตตำรวจ : ยกฟ้อง
- โยกย้ายข้าราชการไม่เป็นธรรม (จ่าเพียร)เกษียณด้วยชีวิต : ยกฟ้อง
- ทุจริตสั่งซื้อเครื่องบินการบินไทย : ยกฟ้อง
- ปรส. 800,000 ล้าน : ยกฟ้อง
- มิยาซาว่า : ยกฟ้อง
- ทุจริตคอมพ์โรงเรียน : ยกฟ้อง
- เช็คช่วยชาติ ซื้อเสียงล่วงหน้า : ยกฟ้อง
- ทุจริตปลากระป๋องชาวดอย ไม่มีโรงงานหนอนเพียบ : ยกฟ้อง
- นม(โรงเรียน)เน่า : ยกฟ้อง
- ข้าวบูด(ข้าวอยู่ในถุงยังชีพน๊ะจ๊ะ) : ยกฟ้อง
- โกงรถเมล์ : ยกฟ้อง
- ทุจริตเรือดับเพลิง (อภิรักษ์) แถมต้องเสียค่าเช่าที่จอดอีกหลายล้านและคดียังไม่สิ้นสุด ก็ต้องเสียไปเรื่อยๆสัส : ยกฟ้อง
- ทุจริตรถดับเพลิง (อภิรักษ์) : ยกฟ้อง
- ทุจริตสนามฟุตซอลหนองจอก ป่านนี้ก็ยังไม่เสร็จ : ยกฟ้อง
- ทุจริตโฮปเวล : ยกฟ้อง (เจ๊ปูสั่งทุบทิ้งไปแล้ว)
- ทุจริตงบประชาสัมพันธ์ ไอ้เตี้ยหนองใน : ยกฟ้อง
- ทุจริต จัดซื้อรถพยาบาล (รถกระบะหกแสน แม่งซื้อคันละล้าน): ยกฟ้อง
- ทุจริตรถไฟฟ้าสายสีม่วง เพิ่มงบไปอีกหลายหมื่นล้าน : ยกฟ้อง
- ทุจริตหัวรถจักร (หัวรถไฟ) ล๊อคสเปคเอื้อพวกพ้อง : ยกฟ้อง
- ทุจริตถนนปลอดฝุ่นหลายหมื่นล้านบาท จนปลัด"ทรัพย์ล้อม"รวยอื้อ : ยกฟ้อง
- ทุจริตงบภัยพิบัติฉุกเฉิน : ยกฟ้อง
- ทุจริตสอบเข้า ร.ร. นายอำเภอ แกล้งทำข้อสอบรั่ว : ยกฟ้อง
- ซื้อขายตำแหน่งตำรวจ จ่ายกันเป็นกิโลเมตร (กิโลเมตรละล้าน) :ยกฟ้อง
- ซื้อ-ขายตำแหน่งผู้ว่า : ยกฟ้อง
- จ้างฝรั่งคิดนโยบายชั่งไข่ 70 ล้านบาท : ยกฟ้อง
- ร้องเพลงชาติ จังหวัดละล้าน : ยกฟ้อง
- ทุจริตข้าวโพด : ยกฟ้อง
- รมต.ตปท. ด่าผู้นำประเทศ(กัมพูชา)ว่ากุ้ยบ้าๆบอๆ : ยกฟ้อง
- เปลี่ยนสนามการค้าเป็นสนามรบ : ยกฟ้อง
- ทุจริตเรือเหาะ 370 ล้านบาท : ยกฟ้อง
- จ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้ง : ยกฟ้อง
- ทุจริตกล้องCCTV กล้องดัมมี่ : ยกฟ้อง
- ขึ้นค่าทางด่วนเอาใจนักลงทุน : ยกฟ้อง
- ทุจริตสต๊อกน้ำมันปาล์ม : ยกฟ้อง
- เป็นนายกแต่มี 2 สัญชาติ : ยกฟ้อง
- อุโมงค์ ดัมมี่ (กทม.) : ยกฟ้อง
- ทุจริตชุมชนพอเพียง : ยกฟ้อง
- SMS อภิสิทธิ์ ใช้ภาษีประชาชน : ยกฟ้อง
- ทุจริตคอมพ์กระทรวงมหาดไทย : ยกฟ้อง
- ทุจริตแบบเรียน ป.3 : ยกฟ้อง
- ทุจริตเสาธง โรงพยาบาลโคตรแพง : ยกฟ้อง
- ครม.อนุมัติแดกด่วน กู้ 600,000 ล้าน ก่อนยุบสภา : ยกฟ้อง
- ทุจิรตโครงการต้นกล้าอาชีพ 6,900 ล้านโครงการต้องล่มกลางคัน : ยกฟ้อง
- พรก.ฉุกเฉิน ปี 53 แจ้งกำลังเกินจริง งบกว่า 5,000 ล้าน : ยกฟ้อง
- ทุจริตตัดล๊อคเสปค รถบรรทุกทหาร 3 ตัน สามพันกว้าล้าน : ยกฟ้อง
- ทุจริตประมูลสินค้าเกษตรมันสำปะหลัง ไม่โปร่งใส : ยกฟ้อง
- ซื้อเครื่องบินการบินไทยไม่มีเก้าอี้ : ยกฟ้อง
- เครื่องยนต์เฮลิคอปเตอร์หาย 5 เครื่อง : ยกฟ้อง
- TAXI ป้ายดำ อิทธิพลเถื่อน : ยกฟ้อง
- มาเฟียจอดรถสนามบินเกี่ยวโยงพรรค ปชป. : ยกฟ้อง
- กรุงเทพธนาคม : ยกฟ้อง
- ที่จอดรถ TAXI อัจฉริยะ : ยกฟ้อง
- ป้ายโฆษณาอัจฉริยะ : ยกฟ้อง
- เรื่องการบินไทย : ยกฟ้อง
‘ทักษิณ’ แกล้งตายหรือใกล้ตาย?? โดยพูลเดช กรรณิการ์
เพราะก่อนหน้านี้ ทักษิณออกมาดับเครื่องชน คสช.อย่างรุนแรง เริ่มจากการออกมาพูดถึงเบื้องหลังการปฏิวัติเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีการยึดอำนาจของ คสช. และหลังจากนั้นก็ตามมาด้วยการท้าทายให้ คสช.ถอดยศ รวมทั้งการวิพากษ์วิจารณ์ คสช.ในหลายเรื่อง เช่น เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ ระหว่างที่เดินทางไปพบคนไทยในฟินแลนด์และเยอรมัน
แต่ท่าทีล่าสุดระหว่างอยู่ในฮ่องกงเหมือนหนังคนละม้วน
โดยนายขวัญชัยให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์ระหว่างที่ ทักษิณพำนักอยู่ที่ฮ่องกงว่า ได้พูดคุยกับอดีตนายกฯทักษิณที่บอกกับเขาว่าให้แกล้งตายนานขึ้นอีกนิด สถานการณ์เวลานี้ให้นิ่งเฉยก่อน อย่าตื่นตระหนก และแกล้งตาย
"ท่านบอกผมว่า ให้คอยกระทั่งเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งนั่นจะเป็นช่วงที่เราจะได้รับชัยชนะ ตอนนี้มีเพียงแค่คำถามที่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่" นายขวัญชัยกล่าวกับรอยเตอร์
เป็นที่น่าสังเกตว่า นายขวัญชัยระบุกับรอยเตอร์ว่า ได้พูดคุยกับทักษิณเมื่อประมาณหนึ่งเดือนมาแล้ว ซึ่งเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้วทักษิณยังเดินสาย โจมตี คสช.อยู่ในยุโรป แล้วจะสั่งไพร่พลให้แกล้งตายหรือ เพราะที่จริงจะต้องสั่งสู้
จากข้อสังเกตข้างต้น จึงเป็นไปได้สองทาง คือ หนึ่ง นายขวัญชัยเพิ่งคุยกับทักษิณในช่วงที่ทักษิณอยู่ในฮ่องกงนี่แหละ และทักษิณได้เปลี่ยนท่าทีผ่านมาทางนายขวัญชัย สอง มีการพูดคุยกันระหว่าง คสช.กับตัวแทนทักษิณในเมืองไทย และตกลงกันได้ โดยให้ทักษิณหยุดความเคลื่อนไหวในช่วงนี้ เพื่อแลกกับอะไรบางอย่าง ซึ่งทักษิณก็ตอบตกลง โดยนายขวัญชัยน่าจะมีส่วนอยู่ในการพูดคุยลับครั้งนี้ด้วย จึงถูกมอบหมายให้เป็นผู้ออกมาส่งสัญญาณถึงไพร่พลของทักษิณโดยอ้างทักษิณ
อีกคนหนึ่งที่ออกมาพูดถึงท่าทีของทักษิณในช่วงที่ ทักษิณอยู่ในฮ่องกง แต่ครั้งนี้ไม่ได้พูดโดยอ้างคำพูดทักษิณเหมือนเคย คือ นายนพดล ปัทมะ ทนายความส่วนตัว ที่กล่าวว่า ที่มีแหล่งข่าวใกล้ชิดอ้างว่าทักษิณจะออกคลิปวิจารณ์การเมืองและ คสช.นั้น ตนไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ให้ข่าว แต่เชื่อว่าจะไม่มีการออกคลิปใดๆ เพราะอดีตนายกฯคงอยากจะใช้ชีวิตเงียบๆ และไม่ประสงค์จะเป็นเงื่อนไขที่ถูกโยงไปให้เกิดความขัดแย้ง และคงจะไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองในประเทศ ดังนั้นแหล่งข่าวข้างต้นจึงให้ข่าวที่คลาดเคลื่อนจากความจริง
คำพูดของนายนพดลคือการพยายามยืนยันว่า ทักษิณหยุดรบ และจะไม่ออกมาชนกับ คสช. ซึ่งมีความหมายสอดคล้องกับที่นายขวัญชัยบอกว่า "แกล้งตาย"
ทำไมทั้งนายขวัญชัยและนายนพดลถึงต้องออกมาพูดแทน "นายใหญ่" ว่า "แกล้งตาย"
หนึ่ง เพราะทักษิณออกมาพูดเองไม่ได้ว่า แกล้งตาย เพราะหากพูดเองจะทำให้ไพร่พลในฝ่ายฮาร์ดคอร์ที่ต้องการให้สู้เสียศรัทธา สอง ทั้งนายขวัญชัยและนายนพดลมองเห็นแล้วว่า สถานการณ์ในตอนนี้สู้ไปก็ "ตายจริงๆ" สาม เพื่อส่งสัญญาณตอบรับไปยัง คสช.ว่าจะหยุดรบ จนกว่าจะถึงเลือกตั้ง ขานรับตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ออกมาพูดถึงทักษิณว่า "ผมก็อยากให้ท่านอยู่เฉยๆก่อน ถ้าท่านอยากจะเล่นอะไร พรรคพวกจะทำอะไร ก็รอหลังมีรัฐธรรมนูญ มีการเลือกตั้ง แต่ตอนนี้ขอให้นายกฯทำงานก่อน"
ข่าวว่า "บิ๊กป้อม" พูด ถึงทักษิณอย่างอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ไม่ได้เคร่งเครียดอะไร คล้ายกับแน่ใจว่ายังไงทักษิณก็ต้องตอบรับ หรืออาจได้รับสัญญาณจากทักษิณมาแล้วว่าจะหยุด (แกล้งตาย)
คล้ายเป็นอาการอารมณ์ดีของผู้ชนะ
ทำไมทักษิณและแกนนำมวลชนคนสำคัญอย่างนายขวัญชัยและที่ปรึกษากฎหมายคู่ใจอย่างนายนพดล จึง "แกล้งตาย" ง่ายดายนัก
หรือแท้ที่จริงกำลัง "ใกล้ตาย" จึงแสร้งทำเป็น "แกล้งตาย" เพื่อกลบเกลื่อน
ถูกต้อง ทักษิณกำลังใกล้ตาย เพราะสถานการณ์หลายอย่างตกอยู่ในกำมือหรือการควบคุมของ คสช.เบ็ดเสร็จแล้ว
หนึ่ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะต้องชดใช้ค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว 5 แสน 1 หมื่นล้านบาท หากไม่จ่ายเงินชดใช้ก็จะถูกยึดทรัพย์ นอกจากนี้ยิ่งลักษณ์อาจติดคุกจากคดีเดียวกันนี้ด้วย
อย่างนี้เรียกว่าใกล้ตาย ไม่ใช่แกล้งตาย เพราะเมื่อ คสช.และรัฐบาลตัดสินใจเดินหน้าในเรื่องเรียกชดใช้ค่าเสียหาย ทุกอย่างก็ต้องเดินหน้า และหยุดไม่ได้
ทักษิณเจอดอกนี้เข้าไป ถึงกับนิ่งและแก้ลำไม่ออก แม้กระทั่งมุกเดิมที่เคยนำมาใช้สมัยตัวเองถูกยึดทรัพย์ โดยอ้างเป็นเรื่องการเมือง และเป็นเรื่องการใช้อำนาจจากคณะปฏิวัติ ก็นึกไม่ออก และไม่งัดมาใช้ เพราะเงินตั้ง 5 แสนล้าน เป็นใครก็ต้องมึน
สอง พานทองแท้ ชินวัตร ก็คอขึ้นเขียงในคดีทุจริตแบงก์กรุงไทยเช่นกัน หาก คสช.และรัฐบาลเดินหน้าอย่างจริงจัง โดยไม่กลัวว่าจะถูกแฉกลับว่ามีคนในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีส่วนรับผลประโยชน์หรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตนี้
สถานการณ์ของนายพานทองแท้ก็ถือว่าใกล้ตายตามยิ่งลักษณ์ไปอีกคน ทั้งน้องสาว ทั้งลูกชาย ใกล้ตาย
สาม แกนนำคนสำคัญในเครือข่ายทักษิณ ทั้งแกนนำในพรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. เข้าคุกไปครึ่งตัวเกือบทุกคนแล้ว เนื่องจากถูกศาลตัดสินจำคุก และทุกคนอยู่ในระหว่างประกันตัว ดังนั้น หากมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองในลักษณะต่อต้าน คสช.อีก ก็หนีไม่พ้นจะต้องเข้าไปอยู่ในคุกเต็มตัว
ดังนั้น สถานการณ์ในส่วนไพร่พลของทักษิณถือว่า เดี้ยงทั้งกองทัพ ขณะที่อีกบางส่วนก็ต้องหนีไปต่างประเทศ ไม่มีทางที่จะลุกขึ้นสู้กับ คสช.ได้ในตอนนี้ ถึงไม่อยากแกล้งตาย ก็ต้องแกล้งตาย ซึ่งที่จริงคือตายจริงๆแล้วในตอนนี้
สี่ นี่ยังไม่รวมกับการที่ คสช.และรัฐบาลเปิดเกมบุกรุกเข้าสู่พื้นที่ฐานมวลชนรากหญ้าของทักษิณ โดยใช้อดีตขุนพลคู่ใจของทักษิณ คือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เข้าไป "ย้อนเกล็ด" ทักษิณ ซึ่งทักษิณยังรับมือไม่ถูกว่าจะสู้อย่างไรกับเกมบุกครั้งนี้ หรืออาจต้องยอมถูกบุกไปก่อน เพื่อต่อรองหรือแลกกับอะไรบางอย่าง
ทั้งสี่สถานการณ์ข้างต้น ซึ่งอยู่ในกำมือของ คสช.ถึง 3 สถานการณ์ ยกเว้นสถานการณ์ที่สี่ ทำให้ทักษิณต้องแกล้งตาย โดยบอกว่าจะไปสู้ในตอนเลือกตั้ง ซึ่งมั่นใจว่าตัวเองจะชนะอีกครั้ง
ซึ่งเป็นการแกล้งตาย เพื่อรักษาชีวิตยิ่งลักษณ์ พานทองแท้ และแกนนำคนสำคัญ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ แกล้งตายเพื่อหวังต่อรองไม่ให้ถูกชดใช้ค่าเสียหายและถูกยึดทรัพย์อีกรอบ
ทว่า หากมองให้ขาดจะพบว่า การแกล้งตายครั้งนี้ จะนำไปสู่การตายจริงๆของระบอบทักษิณในที่สุด เพราะยังไงคดีของยิ่งลักษณ์ พานทองแท้ และแกนนำคนสำคัญ นั้นก็ไม่สามารถ "ถอยหลัง" ได้ (ก็เหมือนกับคดีของทักษิณ) ทุกคดียังไงก็ต้องเดินหน้า อย่างดีที่ทำได้คือถ่วงเวลาไว้เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าทักษิณจะไม่สามารถลุกขึ้นต่อกรกับ คสช.ได้อีกเลย ขณะที่อีกด้านหนึ่ง คสช.ก็จะต้องใช้ห้วงเวลาที่ทักษิณแกล้งตาย รุกคืบขจัดฐานกำลังและยึดคืนพื้นที่ทางการเมืองทุกอย่างของทักษิณกลับคืน รวมทั้งการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อตัดรากถอนโคนระบอบทักษิณอย่างสิ้นซาก
ดังนั้น เมื่อถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า ทักษิณคงจะไม่มีแรงเคลื่อนไหวอะไรอีก เพราะ คสช.คงไม่ยอมปล่อยให้ทักษิณแกล้งตาย แต่คงทำให้ตายจริงๆไปเลย ก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า!!!
เลห์กลในสงครามข่าวสาร ของเผด็จการศักดินา
เลห์กลในสงครามข่าวสาร ของเผด็จการศักดินา
.........................
ผด็จการ(ทหาร)+อำมาตย์มีวิธีการเล่นสงครามข่าวโดยการเอาข่าวหนึ่งมากลบอีก ข่าวหนึ่งเพื่อเบี่ยงเบนกระแสต่อต้านของประชาชนขอให้พี่น้องฝ่ายปชต.รู้เท่า ทันเลห์กลอันชั่วร้ายของเผด็จการศักดินายกตัวอย่างเหตุการณ์ข่าวที่ผ่านมา ดังนี้
1.ข่าวนักศึกษาดาวดินถูกจับกุมขังเริ่มก่อกระแสความไม่พอใจของประชาชนไปในวง กว้างมากยิ่งขึ้นในห้วงเวลาเดียวกันนั้นก็มีข่าวน้องแตงโม.แตงเน่ากินยาฆ่า ตัวตายหลังจากผิดหวังจากโตโน่ข่าวกินยาฆ่าตัวตายของน้องแตงเน่าถูกปลุกความ สนใจมากกว่าข่าวนักศึกษาดาวดินที่ถูกคุมขัง
2.ข่าวรัฐบาลประยุทธส่งผู้อพยพอุยกูร์ให้จีนได้สร้างความไม่พอใจของผู้ นับถือศาสนาอิสลามไปอย่างกว้างขวางเริ่มก่อกระแสความไม่พอใจของคนไทยไปในวง กว้างในระหว่างนั้นก็มีข่าวว่าจีนพบกล่องดำของสายการบินมาเลย์เซียแอร์ไลน์ ที่สูญหายไปและรัฐบาลมาเลเซียสร้างความผิดพลาดจนทำให้คนบนเครื่องบินต้องหาย สาปสูญ
ข่าวดังกล่าว มีผลให้ข่าวส่งผู้อพยพอุยกูร์เบาบางลงและเริ่มเงียบไปจนมาเกิดเหตุระเบิดราช ประสงค์เรื่องราวดังกล่าวจึงถูกหยิบยกมาพูดถึงอีกครั้ง
3.ข่าวผู้รักประชาธิปไตยแสดงออกด้วยการเดินจาก มธ.ไปอนุเสาวรีย์ ปชต.สามารถกระตุ้นให้ประชาชนส่วนใหญ่ตระหนักถึงความเป็นประชาธิปไตยและในขณะ เดียวกันที่บิ๊กเหล่ประยุทธเตรียมตัวเดินทางไปนิวยอร์คได้เกิดกระแสเตรียม การประท้วงโดยคนไทยผู้รักปชต.ที่หน้าองค์การสหประชาชาตินิวยอร์คและเริ่มจุด กระแสความสนใจของผู้รักปชต.ไปทั่วประเทศ
.....อยู่ดีๆก็มีข่าว"ตั้น" จิตภัส กฤดากร(ภิรมย์ภักดี) กำลังจะได้รับการติดยศเป็นร.ต.ต.หญิงตำเหน่งรองสารวัตรข่าวดังกล่าวจุดพลุ ความไม่พอใจต่อวงการตำรวจและผู้รักปชต.อย่างรุนแรงเพราะตั้นคือหนึ่งใน นกหวีดที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีตำรวจและขบวนหารยุติธรรมแต่ข่าวดังกล่าวมีผลให้ ข่าวความไม่ชอบธรรมหรือเลวร้ายของรัฐบาลเผด็จการทหารที่กำลังเกิดกระแสต่อ ต้านไปทั่วประเทศได้ถูกกลบด้วยข่าว"ตั้น"ในชั่วข้ามคืน
................................
หมายเหตุ
1.กรณีข่าวจากเหตุการณ์ต่างๆทำให้มองเห็นเลห์กลของเผด็จการศักดินาที่พยายามเบี่ยงเบนความสนใจต่อการกระทำอันล้มเหลวของตนเอง
2.ประชาชนผู้รักปชต.ที่กำลังต่อสู้กับเผด็จการศักดินาควรรู้เล่ห์กลในการ เล่นสงครามข่าวสารเพราะฝ่ายเผด็จการศักดินาจะอาศัยประสบการณ์ เครื่องมือรัฐตลอดจนกลไกราชการเพื่อกลบเกลื่อนหรือเบี่ยงเบนข่าวสาร ที่มีผลกระทบต่อตัวเอง
3.ข่าวของบุคคลบางคน จะมีอิทธิพลในการจูงใจต่อความสนใจค่อนข้างแรงเช่นข่าวแตงโมข่าวตั้น ซึ่งเป็นบุคคลที่ฝ่ายปชต.ไม่พอใจและเกลียดชังอยู่แล้วการเล่นข่าวของบุคคล ดังกบ่าวของเผด็จการศักดินาจะสามารถกลบเกลื่อนหรือเบียงเบนความสนใจของ ประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ
ดังนั้นประชาชนผู้รักปชต.ควรรู้เท่าทันหากจะติดตามข่าว"ตั้น"ได้รับการอวยยศ หรือไม่ก็ไม่ควรทิ้งเป้าหมายในการเล่นข่าวความเลวร้ายหรือล้มเหวจากการกระทำ อันไม่ชอบธรรมของเผด็จการศักดินาเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายในความเป็น ประชาธิปไตย..อย่างแท้จริง
“ทำไมคนไทยหลายคนต้องหลบลี้ หนีภัย ไปอยู่ต่างประเทศ”
การฟ้องคดีในสไตล์ อเมริกา มีลักษณะเช่นใด?
การฟ้องคดีในสไตล์ อเมริกา มีลักษณะเช่นใด?
๑. การฟ้องคดีในสไตล์อเมริกา จะถือว่า เป็นความลับสุดยอดในระหว่าง โจทก์ ผู้ฟ้องคดี กับ ศาลผู้รับคำฟ้อง (การฟ้องคดีแพ่ง) ในเรื่องฐานความผิด ที่ผู้เป็นโจทก์ นำมากล่าวอ้าง เพื่อฟ้องคดี
๒. เมื่อผู้เป็นโจทก์ ฟ้องคดี (ทางแพ่ง) เข้ามา เมื่อศาล (ผู้พิพากษา)ได้ตรวจดูคำฟ้องที่รับมาจาก เจ้าหน้าที่ศาล ผู้รับฟ้องแล้ว (Registration Officer) เมื่อเห็นว่า คำฟ้อง ได้อ้างอิง หลักการ ในฐานความผิด ที่ได้ฟ้องอย่างถูกต้อง สมบูรณ์แล้ว และ มีข้อเท็จจริงที่ใช้เป็นหลักแหล่งอ้างอิง ในการฟ้องคดีของโจทก์ ครบถ้วนสมบูรณ์ ตามข้อหาที่ฟ้อง
๓. ผู้พิพากษา หรือ ศาล ก็จะรับฟ้องนั้นไว้เพื่อพิจารณาต่อไป โดยศาลจะนำคำฟ้องนั้น ใส่ลงในซอง แล้วปิดผนึก พร้อมกับบันทึกเลขรับคดี (Docket Number) ลงบนหน้าซองที่ใส่คำฟ้องนั้น ที่ปิดผนึกแล้ว ส่งให้กับเจ้าหน้าที่ศาลผู้รับฟ้องเพื่อ (Registration Officer) ให้นำไปบันทึกเลขฟ้องคดี ทั้งนี้เพื่อจะเตรียมจัดส่งหมายแก้คดี แก่จำเลย และเอกสารอื่นที่จำเป็นสำหรับ U.S. Marshal หรือตัวแทน เพื่อส่งสำเนาคำฟ้อง และหมายแก้คดีแก่จำเลย ต่อไป
๔. เมื่อเจ้าหน้าที่ศาลผู้รับฟ้อง (Registration Officer) ได้ไปดำเนินการตามข้อที่ ๓ แล้ว ก็จะนำซองใส่คำฟ้อง ที่ปิดผนึก นำส่งคืนแก่ผู้พิพากษา หรือศาล เพื่อนำไปใส่ซองพลาสติค ที่มีซิป (Zip) แล้วใส่ซองนั้นลงในซองพลาสติค แล้วรูดปิดซิป แล้วจึงนำไปใส่ในไฟล์ที่มี ขอเพื่อเกี่ยวห้อยในตู้นิรภัย หรือ ตู้เซฟของศาล
๕. แล้วก็นำเข้าเก็บในตู้เซฟ หรือ ตู้นิรภัย แล้วผู้พิพากษา หรือศาล ก็จะหมุนระหัสเพื่อปิดตู้เซฟ หรือ ตู้นิรภัยนั้น ในชั้นฟ้องคดี จึงเป็นเรื่อง ที่เป็นความลับในระหว่างโจทก์ผู้ฟ้องคดี กับศาลเท่านั้น ไม่มีใครที่จะล่วงรู้ได้ว่า คำฟ้องของผู้เป็นโจทก์ ฟ้องจำเลยในข้อหาใด? มีพยานหลักฐานใด? และฟ้องอาศัยหลักแหล่งแห่งหนใดในข้อหา? มีกฏหมายใดสนับสนุน
๖. เมื่อโจทก์ และ/หรือทนายของโจทก์ มาแจ้งแก่ศาลว่า จำเลยที่ฟ้องคดีไว้ ในขณะนี้อยู่ที่ใด? มีภูมิลำเนาตรงตามคำฟ้องหรือไม่? จึงเป็นเรื่องของโจทก์ผู้ฟ้องคดี และทนายจะต้องเป็นผู้แจ้งแก่ศาล เพื่อจะจัดส่งคำฟ้อง และคำแก้คดีแก่ฝ่ายจำเลย โดยผู้เป็นโจทก์ต้องกรอกแบบฟอร์มแจ้งแก่ศาล ผ่าน เจ้าหน้าที่ศาลผู้รับฟ้อง (Registration Officer)
๗. เมื่อศาลได้รับแจ้งจาก เจ้าหน้าที่ศาลผู้รับฟ้อง (Registration Officer) คดี ศาลก็จะเรียก U.S. Marshal หรือผู้แทน มาพบเพื่อนำสำเนาคำฟ้อง และหมายแก้คดี ไปส่งแก่จำเลยยังถิ่นฐาน ที่มีตัวจำเลยอยู่ในเขตอำนาจของศาล พร้อมกับโจทก์ผู้ฟ้องคดี
๘. เมื่อ U.S. Marshal หรือ ผู้แทน ไปกับโจทก์ เพื่อส่งสำเนาคำฟ้อง และหมายแก้คดีแก่จำเลยแล้ว ก็จะกลับมากรอกแบบฟอร์ม เพื่อแจ้งแก่ศาลถึง ผลการส่งสำเนาคำฟ้อง และ หมายแก้คดี แก่จำเลย ที่ได้จัดส่งไปให้แก่จำเลย จนครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
๙. เมื่อได้จัดส่งสำเนาคำฟ้อง และ หมายแก้คดีแก่จำเลยแล้ว ตรงนี้เอง ที่คำฟ้องคดีของโจทก์ ผู้ฟ้องคดี จะไม่เป็นความลับ อีกต่อไป เพราะจำเลยได้รับทราบคำฟ้อง และข้อหา และข้อเท็จจริงในคำฟ้องทั้งหมดแล้ว จำเลย จึงมีหน้าที่ต้องมาแก้ต่างในคดี โดยปกติ จำเลย ต้องแต่งตั้งทนายเข้ามา เพื่อต่อสู้คดีภายใน ๒๔ – ๔๘ ชั่วโมงนับแต่รับคำฟ้อง
๑๐. ส่วนคู่ความทั้งสองฝ่าย จะมากำหนดวัน เพื่อทำการสืบพยาน ในระบบไต่สวน กับศาล หรือ ผู้พิพากษาเจ้าของคดี โดยคู่ความทั้งสองฝ่าย มีเวลาเตรียมคดี และพยานหลักฐานในคดี อย่างช้าภายในกำหนดเวลา ๓๐ วัน ในชั้นแรก และต้องให้โอกาศคู่ความฝ่ายตรงกันข้าม มีโอกาศได้ตรวจดูพยานหลักฐานในคดี และยื่นคำคัดค้านพยานหลักฐานได้ในเวลา อันพอสมควร
ดร.เพียงดิน รักไทย 2014-10-28 ตอน สู่เส้นทางปฏิวัติ (ของจริง) สรุปบทเรียนและกำหนดเส้นทาง
สงกรานต์ กระจ่างเนตร แนะนำประยุทธ์ เรื่องไปอยู่ที่ยูเอ็น
คุณสงกรานต์เริ่มต้นด้วยการอวยพรให้นายกฯและคณะโชคดี ก่อนที่จะบอกว่านายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ต้องเตรียมพร้อมพลเอกประยุทธ์อย่างรัดกุม ว่าควรจะต้องปรับทัศนคติของตัวเองให้มีเหตุมีผลมากขึ้น ในการพูดจาในประเทศเสรีประชาธิปไตย ที่นักข่าวถูกฝึกมาเหมือนกับสุนัขตำรวจให้พร้อมจะกัดไม่ปล่อย หากเจอวาทะปกปิดหลอกลวง หรือไม่มีเหตุมีผลเพียงพอ
คุณสงกรานต์ยังให้คำแนะนำแก่พลเอกประยุทธ์ถึง 3 ข้อ ในการเอาตัวรอดจากการปรากฏตัวในเวทียูเอ็นครั้งนี้ นั่นก็คือ
1. ไม่ควรปฏิเสธว่าไทยไม่ได้ปกครองด้วยเผด็จการทหารอย่างที่รัฐมนตรีดอนทำในการสัมภาษณ์หลายครั้งที่ผ่านมา เพราะการจับกุมนักศึกษาที่เดินขบวนอย่างสงบ และการคุมขังนักข่าวที่แสดงความเห็นผ่านทวิตเตอร์ บ่งบอกว่าไทยไม่ได้แค่ไม่มีประชาธิปไตยเท่านั้น แต่ยังปราศจากหลักนิติรัฐด้วย
2. การที่นายกฯระเบิดอารมณ์หรือแสดงกิริยาไม่เหมาะสมใส่สื่อต่างประเทศ จะไม่ถูกมองเป็นเรื่องตลกขำขันเหมือนที่ทำกับสื่อไทยแน่นอน เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในกรณีที่รัฐมนตรีต่างประเทศคนก่อน พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ไปเล่นมุขสารภาพรักกับรัฐมนตรีต่างประเทศจีน จนเป็นเรื่องฮือฮากันทั้งโลก คุณสงกรานต์แนะนำว่าถ้านายกฯหรือรัฐมนตรีดอนจะสารภาพรักก็ขอให้บอกรักประเทศชาติและในหลวงจะดีกว่า
3. เมื่อนายกฯได้มีโอกาสไปนิวยอร์กแล้ว ก็ควรไปเยือนสถานที่ที่คุณสงกรานต์เคยมีโอกาสไปศึกษา นั่นก็คือมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เพื่อซึมซับบรรยากาศในที่ที่ไม่มีการละเมิดเสรีภาพทางวิชาการ และส่งเสริมความคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อการแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์ และลองเรียกหนึ่งในศาสตราจารย์ของโคลัมเบียมา "ปรับทัศนคติ" ดู จะได้รู้ว่าพวกเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
คุณสงกรานต์ปิดท้ายว่าตนเองรักชาติ และเชื่อว่าพลเอกประยุทธ์ก็รักชาติเช่นเดียวกัน แม้จะมีความเห็นสวนทางกันว่าประเทศควรเดินหน้าไปในทิศทางใด โดยคุณสงกรานต์มองว่าประเทศจะต้องเดินหน้าไปภายใต้การรับฟังความเห็นของประชาชน ไม่ใช่ปราบปรามกดขี่ และต้องปฏิรูปทัศนคติแบบไทยๆ สร้างสังคมที่เปิดกว้าง ให้โอกาสคนเก่งขึ้นมาสู่ระดับบนของสังคมได้ด้วยศักยภาพของตนเอง ไม่ใช่เส้นสาย มิฉะนั้นสิ่งที่จะขึ้นมาอยู่ในระดับบนของประเทศ จะไม่ช่หัวกะทิ แต่เป็นอย่างอื่นแทน
อย่ากินปลา Dory กันนะ มันเป็นปลาเลี้ยงของเวียดนาม
โพสต์ล่าสุด
โศกนาฏกรรมซ้ำซากกับโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว<br>บทเรียนจากเครนถล่มสู่จุดเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ
โศกนาฏกรรมซ้ำซากกับโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว โศกนาฏกรรมซ้ำซากกับโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว บทเรียนจ...
-
ทหารมีไว้ทำไม การทบทวนเชิงวิชาการเต็มรูปแบบเพื่อ “push the edges of knowledge”หรือต่อยอดสาระทางวิชาการจากงานของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ : ...
-
คันฉ่องส่องกองทัพไทย: เมื่อกองทัพสู้เกมมวลชนด้วยวาทกรรม คันฉ่องส่องกองทัพไทย • ส่องวาทกรรม–ส่องโครงสร้าง ...
-
โดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2017–2021 และดำเนินนโยบายที่มุ่งเน้นให้ “อเมริกามาก่อน” (America Fir...
-
ความเชื่อที่ว่าชาวยิวครองโลกหรือมีตระกูลยิวบงการเหตุการณ์สำคัญในโลก โดยมีศูนย์กลางที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ เป็นแนวคิดที่มาจากทฤษฎีสมคบคิด (c...
-
คันฉ่องส่องไทย • กรอบคิดเชิงหลักการ หัวข้อ: นิยาม “ปฏิปักษ์ปฏิวัติ” เมื่อยึดประชาธิปไตยเป็นเป้าหมายการเปลี่ยนประเ...
-
คันฉ่องส่องไทย: 15 นิสัยร่วมที่บั่นทอนประชาธิปไตยและอนาคตชาติ คันฉ่องส่องไทย 15 นิสัยร...
-
ทรัมพ์กับมาดูโร: เกมหมากรุกภูมิรัฐศาสตร์ที่ซ่อนเดิมพันโลกทั้งใบ ทรัมพ์กับมาดูโร: เกมหมากรุกภูมิรัฐศา...
-
แบบประเมินเลือกนายกรัฐมนตรี (0–10) แบบประเมิน “เลือกนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุด” (ให้คะแนน 0–10) ให้คะแนนตามห...
-
คันฉ่องส่องโลก · บทวิเคราะห์เชิงอำนาจ ทรัมพ์ไม่ได้เปลี่ยน “ระเบียบโลก” — เขากำลังท้าทาย “ระบอบของโลก” เมื่อโลก...
-
สรุป “ไฟล์ Epstein” แบบเป็นระบบ: ใครถูกกล่าวถึง/ปรากฏชื่อบ้าง (อัปเดต ธ.ค. 2025) คันฉ่องส่องโลก — เอกสาร Epstein ...
