สาเหตุที่สหรัฐต้องเปลี่ยนท่าทีต่อเผด็จการทหารไทยที่พยายามแช่แข็งประเทศในโลกยุคการสื่อสารไร้พรมแดน
“Single Gateway” คืนชีพ ก.ไอซีทีเสนอในพ.ร.บ.คอมพ์ ให้มีวิธีระงับข้อมูลที่เข้ารหัส SSL
"Single Gateway" คืนชีพ ก.ไอซีทีเสนอในพ.ร.บ.คอมพ์ ให้มีวิธีระงับข้อมูลที่เข้ารหัส SSL
2016.05.26 12:00
พบเอกสารนำเสนอที่มีชื่อ "กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร" เสนอหลักการและเหตุผลแก้ไขมาตรา 20 ของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ให้รัฐมนตรีสามารถออกประกาศกำหนดให้มีวิธีการในการปิดกั้นข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสได้
ในหน้า 7 ของเอกสารนำเสนอดังกล่าว ระบุว่า "รัฐมนตรีอาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ ระยะเวลาและแนวทางการปฏิบัติสำหรับการระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันภายใต้พัฒนาการทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป เช่น ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เข้ารหัสด้วยเทคโนโลยี SSL (Secure Socket Layer) ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการสื่อสารหรือส่งข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีการเข้ารหัสแบบ Public-key encryption นั้น จำเป็นต้องมีวิธีการและเครื่องมือพิเศษในการดำเนินการจึงจะสามารถกระทำได้สำเร็จ … https://thainetizen.org/2016/05/single-gateway-back-ssl-censorship/
กูสาบาน
1.กูไม่เคยไปวัดธรรมกาย
2.กูไม่เคยทำบุญวัดธรรมกาย
3.เเถวบ้านกู พระวัดธรรมกายมาถุดงค์ผ่านบ่อยกูไม่เคยไปนั่งโรยดอกไม้
4.กูนับถือพุทธ ทั้งครอบครัว 5.กูไม่ใช่ลูกศิษย์ วัดธรรมกาย
5ข้อ ข้างบนนี้กูสาบานว่าเป็นเรื่องจริง ถ้ากูโกหกขอให้ตายโหงตายห่า ...........แต่กู อยากจะบอกว่า ถ้าคิดว่า พระองค์ไหนผิด ก็ว่ากันไป ตามเรื่องของ สงฆ์ ...........แต่ถ้าบอกว่า มันเป็นเรื่อง ทางโลก เรื่องคดี อาญา หรือ คดี อื่นๆ กูก็อยากถามว่า แล้วพระ อีกตัวนึง ที่ ทำผิด เรื่องทางโลก มากมาย ร่วมทั้งกูเคยเห็นว่ามีหมายจับ ออกมา ก่อนหน้านั้นแล้ว (ไม่รู้ว่าตอนนี้มันถอนหมายไปหรือยัง) แต่ ก็ ทำเรื่องผิดกฎหมาย มากมาย ผิดวินัยสงฆ์ ปิด ถนน บุกสถานฑูต ก่อความวุ่นวาย ในบ้านเมือง เคย ปิด ถนน เคย จับคนที่เห็นต่าง มามัดมือ เคย รีดไถเงินโรงแรม ถ้า มึงจะ ถล่ม หรือ จับ พระธัมชัยโย แบบ ที่ไม่มีข้อ ขอระหา หรือ ให้สังคมคาแครงใจ มึงต้อง จับ พระ อีกตัว ที่ เหี้ย มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ก่อน แล้ว สังคม จะเปิดกว้าง ให้ มึง แน่นอน .............แต่ถ้า มึงแกล้งทำตา มืดบอด มองไม่เห็น พระอีกตัว ที่ ทำเหี้ยๆ แล้วยัง เดินไปไหน ต่อไหนได้ เหมือน ว่าพ่อมัน เป็น นายก ของประเทศ ประเทศ หนึ่ง ก็เท่ากับมึง ทำ ตามเกม อะไรบางอย่าง ก็เเค่นั้น ?
Cr. Wuttichai Piamthong
กูสาบาน
1.กูไม่เคยไปวัดธรรมกาย
2.กูไม่เคยทำบุญวัดธรรมกาย
3.เเถวบ้านกู พระวัดธรรมกายมาถุดงค์ผ่านบ่อยกูไม่เคยไปนั่งโรยดอกไม้
4.กูนับถือพุทธ ทั้งครอบครัว 5.กูไม่ใช่ลูกศิษย์ วัดธรรมกาย
5ข้อ ข้างบนนี้กูสาบานว่าเป็นเรื่องจริง ถ้ากูโกหกขอให้ตายโหงตายห่า ...........แต่กู อยากจะบอกว่า ถ้าคิดว่า พระองค์ไหนผิด ก็ว่ากันไป ตามเรื่องของ สงฆ์ ...........แต่ถ้าบอกว่า มันเป็นเรื่อง ทางโลก เรื่องคดี อาญา หรือ คดี อื่นๆ กูก็อยากถามว่า แล้วพระ อีกตัวนึง ที่ ทำผิด เรื่องทางโลก มากมาย ร่วมทั้งกูเคยเห็นว่ามีหมายจับ ออกมา ก่อนหน้านั้นแล้ว (ไม่รู้ว่าตอนนี้มันถอนหมายไปหรือยัง) แต่ ก็ ทำเรื่องผิดกฎหมาย มากมาย ผิดวินัยสงฆ์ ปิด ถนน บุกสถานฑูต ก่อความวุ่นวาย ในบ้านเมือง เคย ปิด ถนน เคย จับคนที่เห็นต่าง มามัดมือ เคย รีดไถเงินโรงแรม ถ้า มึงจะ ถล่ม หรือ จับ พระธัมชัยโย แบบ ที่ไม่มีข้อ ขอระหา หรือ ให้สังคมคาแครงใจ มึงต้อง จับ พระ อีกตัว ที่ เหี้ย มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ก่อน แล้ว สังคม จะเปิดกว้าง ให้ มึง แน่นอน .............แต่ถ้า มึงแกล้งทำตา มืดบอด มองไม่เห็น พระอีกตัว ที่ ทำเหี้ยๆ แล้วยัง เดินไปไหน ต่อไหนได้ เหมือน ว่าพ่อมัน เป็น นายก ของประเทศ ประเทศ หนึ่ง ก็เท่ากับมึง ทำ ตามเกม อะไรบางอย่าง ก็เเค่นั้น ?
Cr. Wuttichai Piamthong
ทรราช คสช สำลอก 2ปี คสช.ผลงานเพียบ สิทธิมนุษยชนเป็นเลิศ.......ถุยยยย
ทรราช คสช สำลอก 2ปี คสช.ผลงานเพียบ สิทธิมนุษยชนเป็นเลิศ ไร้คนตาย 2พัน อีกทั้งตอแหล แบบหน้าด้านๆ ว่า
--------------------------------------------------------------------------------
.
"เป็นเรื่องที่น่าเสียใจสำหรับคนไทยที่มีคนพูดว่าความสงบสุขทุกวันนี้เป็นของเทียม เป็นของชั่วคราว ฟังดูราวกับว่ามีคนตั้งใจอยากทำให้ประเทศไทยไม่สงบสุขขึ้นมาอีก ผมสัมผัสกับคนในพื้นที่หลายกลุ่มหลายระดับ ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เขาต้องการ เขาอยากมีชีวิตที่สงบสุขในสังคม ทำมาหากินได้ ลูกหลานได้เรียนหนังสือ ผมอยากให้คนไทยได้คิดพิจารณาและมองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเราบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง
.
อย่างเรื่องสิทธิมนุษยชน จะเห็นว่าตั้งแต่คสช.เข้ามาไม่มีการอุ้มฆ่า อุ้มหาย แม้แต่รายเดียว มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ถูกก็คือถูก ผิดก็คือผิด และในอดีตก็เคยพูดกันเองว่า ไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยครั้งใดจะรุนแรงเท่ากับการปราบปรามยาเสพติด ที่มีคนตายไปกว่า 2 พันคน หรือที่ชอบพูดถึงเรื่องมีโจรในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ 50 คนเท่านั้น ซึ่งการละเมิดสิทธิมนุษยชนในครั้งนั้น นำมาซึ่งปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาจนถึงทุกวันนี้"
---------------------------------------------------------------------------------
โดยไอ้ตูบ ทรราช ประยุทธ์ ไม่ใช่หรือที่ เป็นหัวหน้าแก็งโจรใต้ ที่ป่วน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และทหารของไอ้ตูบ ไม่ใช่หรือที่ ยิง ประชาชน ที่
ตากใบ
มัสยิด คือเซะ
ไอบาแย
เจาะไอร้อง
ทุ่งยางแดง
ฯลฯ
และใจกลางเมืองที่ราชประสงค์ปี 53 ตายกว่า 99 ศพ ก็ล้วนตายด้วยน้ำมือของทหาร ของไอ้ตูบ ประยุทธ์ จันทรโอชา ทั้งสิ้น เพราะ นั้นคือความจริง
-
เสรีชน
ทรราช คสช สำลอก 2ปี คสช.ผลงานเพียบ สิทธิมนุษยชนเป็นเลิศ.......ถุยยยย
ทรราช คสช สำลอก 2ปี คสช.ผลงานเพียบ สิทธิมนุษยชนเป็นเลิศ ไร้คนตาย 2พัน อีกทั้งตอแหล แบบหน้าด้านๆ ว่า
--------------------------------------------------------------------------------
.
"เป็นเรื่องที่น่าเสียใจสำหรับคนไทยที่มีคนพูดว่าความสงบสุขทุกวันนี้เป็นของเทียม เป็นของชั่วคราว ฟังดูราวกับว่ามีคนตั้งใจอยากทำให้ประเทศไทยไม่สงบสุขขึ้นมาอีก ผมสัมผัสกับคนในพื้นที่หลายกลุ่มหลายระดับ ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เขาต้องการ เขาอยากมีชีวิตที่สงบสุขในสังคม ทำมาหากินได้ ลูกหลานได้เรียนหนังสือ ผมอยากให้คนไทยได้คิดพิจารณาและมองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเราบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง
.
อย่างเรื่องสิทธิมนุษยชน จะเห็นว่าตั้งแต่คสช.เข้ามาไม่มีการอุ้มฆ่า อุ้มหาย แม้แต่รายเดียว มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ถูกก็คือถูก ผิดก็คือผิด และในอดีตก็เคยพูดกันเองว่า ไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยครั้งใดจะรุนแรงเท่ากับการปราบปรามยาเสพติด ที่มีคนตายไปกว่า 2 พันคน หรือที่ชอบพูดถึงเรื่องมีโจรในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ 50 คนเท่านั้น ซึ่งการละเมิดสิทธิมนุษยชนในครั้งนั้น นำมาซึ่งปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาจนถึงทุกวันนี้"
---------------------------------------------------------------------------------
โดยไอ้ตูบ ทรราช ประยุทธ์ ไม่ใช่หรือที่ เป็นหัวหน้าแก็งโจรใต้ ที่ป่วน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และทหารของไอ้ตูบ ไม่ใช่หรือที่ ยิง ประชาชน ที่
ตากใบ
มัสยิด คือเซะ
ไอบาแย
เจาะไอร้อง
ทุ่งยางแดง
ฯลฯ
และใจกลางเมืองที่ราชประสงค์ปี 53 ตายกว่า 99 ศพ ก็ล้วนตายด้วยน้ำมือของทหาร ของไอ้ตูบ ประยุทธ์ จันทรโอชา ทั้งสิ้น เพราะ นั้นคือความจริง
-
เสรีชน
เยอะเกินควร
เยอะเกินควร
สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกลากตั้ง 200 คน กำลังโดนถล่มโจมตีว่าทำงานไม่คุ้มค่าภาษีประชาชน
ไม่มีผลงานการปฏิรูปประเทศให้เห็นเป็นรูปธรรม
ทั้งๆที่การปฏิรูปประเทศเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนที่ คสช.ประกาศจะผลักดันสุดลิ่มทิ่มประตู
"แม่ลูกจันทร์" กราบเรียนว่า การเดินหน้าปฏิรูปประเทศที่เชื่องช้าเป็นเต่าคลานจะโทษเป็นความบกพร่องของ สปท.อย่างเดียวก็ไม่แฟร์
เพราะ สปท.ชุดนี้เพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียง 6 เดือนเศษเท่านั้นเอง
อนึ่ง เมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ สปท.ลากตั้งชุดนี้จะต้องถูกยุบทิ้งไป
จะมีคณะกรรมการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศชุดใหม่ทำหน้าที่แทน สปท.
อย่างไรก็ดี "แม่ลูกจันทร์" เห็นด้วยว่าการทำงานของ สปท.ยังไม่เข้าตาประชาชนอย่างที่มีกระแสโจมตี
ถึงแม้สมาชิก สปท.จะยืนยันว่าได้สร้างผลงานออกมามากมาย
ได้จัดทำรายงานปฏิรูปประเทศเสร็จสมบูรณ์แล้วถึง 56 เรื่อง
ได้ส่งข้อเสนอปฏิรูปให้รัฐบาลพิจารณาแล้ว 48 เรื่อง
มีประเด็นเร่งด่วนที่นายกรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว 5 เรื่อง
และยังกำลังทำแผนปฏิรูปค้างอยู่อีก 8 เรื่อง
แต่ปัญหาคือ ประชาชนไม่เคยรับรู้ว่า สปท.เสนอแผน-ปฏิรูปประเทศเรื่องอะไร? และจะปฏิรูปอย่างไร?
ทั้งๆที่การปฏิรูปประเทศเป็นประเด็นที่สังคมสนใจไม่แพ้ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
เออ...มันประหลาดดีมั้ยล่ะคุณ
"แม่ลูกจันทร์" ชี้ว่า สาเหตุที่ทำให้การทำงานของ สปท.ไม่เข้าตาชาวบ้านอาจเกิดจากเหตุ 4 ประการคือ
1, การทำแผนปฏิรูปประเทศ ไม่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยตรงเป็นเรื่องที่สมาชิก สปท.ทำกันไปตาม ลำพัง
2, สมาชิก สปท.ลากตั้ง 200 คน ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญการปฏิรูปประเทศอย่างลึกซึ้งรอบด้านเท่าที่ควร
3, การจัดทำแผนปฏิรูปประเทศมากมายหลายเรื่องเกินไป จึงไม่มีเรื่องใดที่โดดเด่นซักเรื่องเดียว
4,สปท.มีหน้าที่เสนอแผนปฏิรูปประเทศให้รัฐบาลพิจารณา ถ้าข้อเสนอใดรัฐบาลเห็นด้วยก็ขับเคลื่อนต่อไป
แต่ถ้าข้อเสนอใดรัฐบาลไม่เห็นด้วยก็เก็บเข้าตู้เย็น
สรุปว่า การปฏิรูปประเทศให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม สปท.เป็นแค่ผู้เสนอเท่านั้นเอง
แต่จะเดินต่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล
"แม่ลูกจันทร์" ยํ้าว่า เมื่อ 2 ปีก่อน กระแสสังคมเรียกร้องให้ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้งกันอึกทึกครึกโครม
แต่พอถึงโอกาสจะปฏิรูปประเทศกันจริงๆ จึงเพิ่งพบความจริงว่าการปฏิรูปประเทศไม่ได้ทำกันง่ายๆอย่างที่ฉายหนังโฆษณา
ต้องศึกษาวิเคราะห์ผลดีผลเสียระยะสั้นระยะยาวอย่างละเอียดรอบคอบจริงๆ
จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะปฏิรูปประเทศพร้อมกัน 56 เรื่องอย่างที่ สปท.ประเคนให้รัฐบาลพิจารณา
เอาแค่ปฏิรูปการศึกษาเรื่องเดียว...10 ปีจะเสร็จหรือเปล่า??
"แม่ลูกจันทร์" ไม่แน่ใจ.
เยอะเกินควร
เยอะเกินควร
สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกลากตั้ง 200 คน กำลังโดนถล่มโจมตีว่าทำงานไม่คุ้มค่าภาษีประชาชน
ไม่มีผลงานการปฏิรูปประเทศให้เห็นเป็นรูปธรรม
ทั้งๆที่การปฏิรูปประเทศเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนที่ คสช.ประกาศจะผลักดันสุดลิ่มทิ่มประตู
"แม่ลูกจันทร์" กราบเรียนว่า การเดินหน้าปฏิรูปประเทศที่เชื่องช้าเป็นเต่าคลานจะโทษเป็นความบกพร่องของ สปท.อย่างเดียวก็ไม่แฟร์
เพราะ สปท.ชุดนี้เพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียง 6 เดือนเศษเท่านั้นเอง
อนึ่ง เมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ สปท.ลากตั้งชุดนี้จะต้องถูกยุบทิ้งไป
จะมีคณะกรรมการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศชุดใหม่ทำหน้าที่แทน สปท.
อย่างไรก็ดี "แม่ลูกจันทร์" เห็นด้วยว่าการทำงานของ สปท.ยังไม่เข้าตาประชาชนอย่างที่มีกระแสโจมตี
ถึงแม้สมาชิก สปท.จะยืนยันว่าได้สร้างผลงานออกมามากมาย
ได้จัดทำรายงานปฏิรูปประเทศเสร็จสมบูรณ์แล้วถึง 56 เรื่อง
ได้ส่งข้อเสนอปฏิรูปให้รัฐบาลพิจารณาแล้ว 48 เรื่อง
มีประเด็นเร่งด่วนที่นายกรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว 5 เรื่อง
และยังกำลังทำแผนปฏิรูปค้างอยู่อีก 8 เรื่อง
แต่ปัญหาคือ ประชาชนไม่เคยรับรู้ว่า สปท.เสนอแผน-ปฏิรูปประเทศเรื่องอะไร? และจะปฏิรูปอย่างไร?
ทั้งๆที่การปฏิรูปประเทศเป็นประเด็นที่สังคมสนใจไม่แพ้ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
เออ...มันประหลาดดีมั้ยล่ะคุณ
"แม่ลูกจันทร์" ชี้ว่า สาเหตุที่ทำให้การทำงานของ สปท.ไม่เข้าตาชาวบ้านอาจเกิดจากเหตุ 4 ประการคือ
1, การทำแผนปฏิรูปประเทศ ไม่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยตรงเป็นเรื่องที่สมาชิก สปท.ทำกันไปตาม ลำพัง
2, สมาชิก สปท.ลากตั้ง 200 คน ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญการปฏิรูปประเทศอย่างลึกซึ้งรอบด้านเท่าที่ควร
3, การจัดทำแผนปฏิรูปประเทศมากมายหลายเรื่องเกินไป จึงไม่มีเรื่องใดที่โดดเด่นซักเรื่องเดียว
4,สปท.มีหน้าที่เสนอแผนปฏิรูปประเทศให้รัฐบาลพิจารณา ถ้าข้อเสนอใดรัฐบาลเห็นด้วยก็ขับเคลื่อนต่อไป
แต่ถ้าข้อเสนอใดรัฐบาลไม่เห็นด้วยก็เก็บเข้าตู้เย็น
สรุปว่า การปฏิรูปประเทศให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม สปท.เป็นแค่ผู้เสนอเท่านั้นเอง
แต่จะเดินต่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล
"แม่ลูกจันทร์" ยํ้าว่า เมื่อ 2 ปีก่อน กระแสสังคมเรียกร้องให้ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้งกันอึกทึกครึกโครม
แต่พอถึงโอกาสจะปฏิรูปประเทศกันจริงๆ จึงเพิ่งพบความจริงว่าการปฏิรูปประเทศไม่ได้ทำกันง่ายๆอย่างที่ฉายหนังโฆษณา
ต้องศึกษาวิเคราะห์ผลดีผลเสียระยะสั้นระยะยาวอย่างละเอียดรอบคอบจริงๆ
จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะปฏิรูปประเทศพร้อมกัน 56 เรื่องอย่างที่ สปท.ประเคนให้รัฐบาลพิจารณา
เอาแค่ปฏิรูปการศึกษาเรื่องเดียว...10 ปีจะเสร็จหรือเปล่า??
"แม่ลูกจันทร์" ไม่แน่ใจ.
‘บุรินทร์ อินติน’ จากช่างเชื่อมผู้เห็นใจเสื้อแดง สู่ ผู้ต้องขังคดี 112
'บุรินทร์ อินติน' จากช่างเชื่อมผู้เห็นใจเสื้อแดง สู่ ผู้ต้องขังคดี 112
Wed, 2016-05-25 20:30
ทีมข่าวกระบวนการยุติธรรม
Cr. prachatai
เปิดบางแง่มุมชีวิต หนุ่มเหนือ-ช่างเชื่อมวัย 28 ปีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองเมื่อปีที่แล้ว เขาถูกจับใน กิจกรรม "ยืนเฉยๆ" พร้อมคนอื่นๆ แต่เป็นคนเดียวที่ไม่ถูกปล่อยตัว เนื่องจากถูกตั้งข้อหา 112 ถึง 2 คดี ปัจจุบันถูกฝากขังผัด 3 อย่างเงียบเชียบ
ภาพบุรินทร์ อินติน เพิ่งปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์หรือโลกออนไลน์เคียงคู่ สิรวิชญ์ เสรีธิวัตน์ หรือจ่านิว และคนอื่นๆ ในกลุ่มพลเมืองโต้กลับในเหตุการณ์ "ยืนเฉยๆ" ครั้งที่ 3 เมื่อ 27 เม.ย.2559 ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ เพื่อเรียกร้องให้ทหารปล่อยตัว วัฒนา เมืองสุข และประชาชนที่ถูกทหารคุมตัวไปก่อนหน้านั้น
ผู้คนอาจงุนงงสงสัยว่าเขาคือใคร เนื่องจากเป็นคนธรรมดาที่ไม่ใช่นักกิจกรรมทางการเมือง และไม่ใช่ชาวบ้านขาประจำที่ร่วมกิจกรรมทางการเมืองมายาวนานจนเป็นที่รู้จัก และนั่นทำให้การคุมขังเขาในเรือนจำเป็นไปอย่างเงียบเชียบ
ย้อนกลับไปที่เหตุการณ์นั้น สมาชิกพลเมืองโต้กลับที่ปรากฏตัวที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ทั้งหมดถูกนำตัวไปสน.พญาไท รวมถึงบุรินทร์ด้วย และในระหว่างการสอบสวนนั้นเอง ทหารได้บุกเข้าควบคุมตัวบุรินทร์ถึงห้องสอบสวนนำขึ้นรถตู้ออกไปโดยไม่รู้ที่หมาย...เพียงคนเดียว ท่ามกลางความสับสนงุนงงของทุกคนที่สถานีตำรวจ เขาอยู่ในความควบคุมของทหาร 1 วัน ก่อนตำรวจจะนำตัวเขามาแถลงข่าวแจ้งข้อกล่าวหา มาตรา 112
นายทหารยศพันเอกชื่อเดียวกับเขา คือ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ได้ให้ข่าวกับสื่อมวลชนถึงที่มาที่ไปของการจับและแจ้งข้อหานี้ว่า ทหารเฝ้าติดตามพฤติกรรมบุรินทร์ อินตินมาตลอด สายข่าวพบการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ Burin Intin ในลักษณะต่อต้านการบริหารงานของรัฐบาลและ คสช.รวมทั้งมีการแชตพูดคุยกับบุคคลอื่นโดยมีข้อความลักษณะหมิ่นเบื้องสูง เข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กระทั่งวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา เวลา 12.13 น.นายบุรินทร์โพสต์คลิปวิดีโอความยาวประมาณ 40 นาที พร้อมข้อความ "นู๋อยากโดนอุ้ม#ปล่อยเพื่อนเราที่โดนอุ้ม" ก่อนจะมีบุคคลเข้ามาแสดงความคิดเห็นในคลิปดังกล่าว และนายบุรินทร์ตอบความคิดเห็นในลักษณะหมิ่นเบื้องสูง
ไม่นานหลังการให้ข่าวนี้ มีการออกหมายจับ 'แม่จ่านิว' หรือพัฒน์นรี เสรีธิวัฒน์ ในข้อหาความผิดตามมาตรา 112 โดยตำรวจอ้างถึงการสนทนาส่วนตัวในกล่องข้อความของเฟซบุ๊ก ระหว่าง บุรินทร์ กับ แม่จ่านิว เนื้อหาที่สนทนานั้นไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ทนายความของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนที่เข้าไปช่วยเหลือทางคดีกับแม่จ่านิวได้ออกมาเปิดเผยว่า ตามบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาอ้างอิงบทสนทนาที่แม่จ่านิวตอบกลับบุรินทร์เพียงคำว่า "จ้า"
"จ้า" กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก พร้อมๆ กับคำถามว่าเจ้าหน้าที่เข้าถึงหลักฐานกล่องข้อความส่วนตัวได้อย่างไร จนในที่สุดตำรวจต้องออกมาแถลงข่าวว่าเข้าถึงข้อมูลอย่างถูกกฎหมาย แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ขณะที่แม่จ่านิวก็ได้รับการประกันตัวในที่สุด
เวลานี้จึงมีบุรินทร์ อินติน เพียงคนเดียวที่ถูกจำคุกอยู่ เขาไม่มีญาติเยี่ยม และไม่มีเงินประกันตัวจนกระทั่งในการฝากขังผัดที่ 3 เมื่อ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา กลุ่มพลเมืองโต้กลับทำการระดมทุนได้ 300,000 บาทและยื่นประกันตัวบุรินทร์ แต่ศาลทหารปฏิเสธ
บุรินทร์ อินติน เป็นใคร?
หนุ่มคนงานช่างเชื่อมเหล็กร่างเล็ก วัย 28 ปี ผู้นี้มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดพะเยา เขาเรียนจบ ม.2 ครึ่ง ไม่ทันจบ ม.3 เพราะช่วงนั้นติดเกมส์อย่างหนัก บุรินทร์เล่าให้ฟังแบบซื่อๆ
บุรินทร์เล่าว่า ในคืนวันที่เขาถูกคุมตัวอยู่ที่ มทบ. 11 เจ้าหน้าที่ทหารพยายามที่จะให้เขามอบรหัสเฟซบุ๊กของเขาให้ แต่เขาไม่ยอมและใช้วิธีเงียบและ ไม่โต้เถียง ไม่ให้ข้อมูลแล้วก็ไม่ต่อปากต่อคำ นั่นอาจทำให้ผู้ควบคุมตัวไม่พอใจ ชายร่างใหญ่ในชุดปกติสวมหมวกไหมพรมคลุมศรีษะตบเขาที่บริเวณศรีษะอย่างแรงถึง 4 ครั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ในห้องสอบสวนข่มขู่เขาว่า "มึงไม่รอดหรอก ไม่ได้ออกไปแน่ ถ้ามึงไม่บอกกู มึงจะโดนพาไปที่ๆ หนักกว่านี้"
เขายืนยันว่าเขาไม่ได้มอบรหัสเฟซบุ๊กให้เจ้าหน้าที่แต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่กลับนำสำเนาเอกสารการพูดคุยในกล่องข้อความที่ถูกระบุว่าเป็นของเขา ออกมาประกอบการสอบสวน ที่สำคัญ เอกสารดังกล่าวปรากฏก่อนที่จะมีการไปยึดคอมพิวเตอร์ที่บ้านเขาเสียอีก อย่างไรก็ตาม ทนายความระบุว่า บุรินทร์เป็นชาวบ้านธรรมดาที่เพิ่งมาสนใจการเมือง ไม่มีความรู้เรื่องเทคโนโลยีมากนัก เขาเริ่มเล่นเฟซบุ๊กมาได้สักพักใหญ่และตั้งรหัสแบบจำง่ายที่ชาวบ้านร้านตลาดมักทำกัน นั่นคือ หมายเลขโทรศัพท์มือถือของตัวเอง
หลังการแจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นสถาบันกับแม่จ่านิว โดยหลักฐานมาจากการสนทนากับบุรินทร์ ผู้คนในโลกไซเบอร์ต่างวิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา จำนวนไม่น้อยสงสัยว่า บุรินทร์คือ "สาย" ของฝ่ายความมั่นคงที่พยายามมาตีสนิทและ "ล่อซื้อ" อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า บุรินทร์นั้นถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 แล้ว 2 คดี คดีแรกจากการตอบคอมเม้นท์หรือโพสต์ในเฟซบุ๊ก ส่วนคดีที่สองที่ตามมาคือ บทสนทนาส่วนตัวกับแม่จ่านิวนั่นเอง
เมื่อถามเขาว่าเขาเริ่มสนใจการเมืองตั้งแต่เมื่อไร บุรินทร์บอกว่า เขาสนใจการเมืองตั้งแต่อายุ 12 ขวบ เหตุเพราะชอบฟังเพลงเพื่อชีวิตโดยเฉพาะ วงคาราบาว นี่ชอบเป็นพิเศษ
"เริ่มแรกผมไม่ชอบนักการเมือง แต่ต่อมาผมยึดหลักว่าหากว่าใครที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ผมก็จะช่วยเหลือ" บุรินทร์กล่าว
เมื่อถามว่าบุรินทร์เป็นเสื้อแดงใช่หรือไม่ บุรินทร์ปฏิเสธและออกตัวว่า "ผมเป็นแค่คนที่เห็นใจคนเสื้อแดงเท่านั้น เพราะจากเหตุการณ์การเมืองที่ผ่านมา คนเสื้อแดงเป็นฝ่ายถูกกระทำ ในบางประเด็นผมก็ไม่เห็นด้วยกับคนเสื้อแดงอย่างเรื่องนิรโทษกรรมเหมาเข่ง เพราะผมคิดถึงคนที่เขาสูญเสียชีวิตหรือสูญเสียคนที่เขารักจากในเหตุการณ์ ถ้าคนที่เป็นผู้สั่งการไม่ต้องรับผิดแล้วพวกเขาจะมีความรู้สึกอย่างไร"
บุรินทร์เล่าว่าเขาเข้าร่วมกิจกรรมการเมืองครั้งแรกจริงๆ ก็ในช่วงเหตุการณ์ที่นักศึกษาโดนจับที่ สน.ปทุมวัน แม้การร่วมกิจกรรมดังกล่าวอาจถูกมองว่ามีความเสี่ยงในการท้าทายกฎหมาย แต่เขายืนยันว่ามันเป็นการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง ชอบธรรม
บุรินทร์ทิ้งท้ายว่า ต่อให้จับเขามาขัง เขาก็จะยังไม่ยอมแพ้ เขาจะสู้ต่อตามสภาพที่เขาพอจะทำได้ต่อไป
‘บุรินทร์ อินติน’ จากช่างเชื่อมผู้เห็นใจเสื้อแดง สู่ ผู้ต้องขังคดี 112
'บุรินทร์ อินติน' จากช่างเชื่อมผู้เห็นใจเสื้อแดง สู่ ผู้ต้องขังคดี 112
Wed, 2016-05-25 20:30
ทีมข่าวกระบวนการยุติธรรม
Cr. prachatai
เปิดบางแง่มุมชีวิต หนุ่มเหนือ-ช่างเชื่อมวัย 28 ปีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองเมื่อปีที่แล้ว เขาถูกจับใน กิจกรรม "ยืนเฉยๆ" พร้อมคนอื่นๆ แต่เป็นคนเดียวที่ไม่ถูกปล่อยตัว เนื่องจากถูกตั้งข้อหา 112 ถึง 2 คดี ปัจจุบันถูกฝากขังผัด 3 อย่างเงียบเชียบ
ภาพบุรินทร์ อินติน เพิ่งปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์หรือโลกออนไลน์เคียงคู่ สิรวิชญ์ เสรีธิวัตน์ หรือจ่านิว และคนอื่นๆ ในกลุ่มพลเมืองโต้กลับในเหตุการณ์ "ยืนเฉยๆ" ครั้งที่ 3 เมื่อ 27 เม.ย.2559 ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ เพื่อเรียกร้องให้ทหารปล่อยตัว วัฒนา เมืองสุข และประชาชนที่ถูกทหารคุมตัวไปก่อนหน้านั้น
ผู้คนอาจงุนงงสงสัยว่าเขาคือใคร เนื่องจากเป็นคนธรรมดาที่ไม่ใช่นักกิจกรรมทางการเมือง และไม่ใช่ชาวบ้านขาประจำที่ร่วมกิจกรรมทางการเมืองมายาวนานจนเป็นที่รู้จัก และนั่นทำให้การคุมขังเขาในเรือนจำเป็นไปอย่างเงียบเชียบ
ย้อนกลับไปที่เหตุการณ์นั้น สมาชิกพลเมืองโต้กลับที่ปรากฏตัวที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ทั้งหมดถูกนำตัวไปสน.พญาไท รวมถึงบุรินทร์ด้วย และในระหว่างการสอบสวนนั้นเอง ทหารได้บุกเข้าควบคุมตัวบุรินทร์ถึงห้องสอบสวนนำขึ้นรถตู้ออกไปโดยไม่รู้ที่หมาย...เพียงคนเดียว ท่ามกลางความสับสนงุนงงของทุกคนที่สถานีตำรวจ เขาอยู่ในความควบคุมของทหาร 1 วัน ก่อนตำรวจจะนำตัวเขามาแถลงข่าวแจ้งข้อกล่าวหา มาตรา 112
นายทหารยศพันเอกชื่อเดียวกับเขา คือ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ได้ให้ข่าวกับสื่อมวลชนถึงที่มาที่ไปของการจับและแจ้งข้อหานี้ว่า ทหารเฝ้าติดตามพฤติกรรมบุรินทร์ อินตินมาตลอด สายข่าวพบการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ Burin Intin ในลักษณะต่อต้านการบริหารงานของรัฐบาลและ คสช.รวมทั้งมีการแชตพูดคุยกับบุคคลอื่นโดยมีข้อความลักษณะหมิ่นเบื้องสูง เข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กระทั่งวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา เวลา 12.13 น.นายบุรินทร์โพสต์คลิปวิดีโอความยาวประมาณ 40 นาที พร้อมข้อความ "นู๋อยากโดนอุ้ม#ปล่อยเพื่อนเราที่โดนอุ้ม" ก่อนจะมีบุคคลเข้ามาแสดงความคิดเห็นในคลิปดังกล่าว และนายบุรินทร์ตอบความคิดเห็นในลักษณะหมิ่นเบื้องสูง
ไม่นานหลังการให้ข่าวนี้ มีการออกหมายจับ 'แม่จ่านิว' หรือพัฒน์นรี เสรีธิวัฒน์ ในข้อหาความผิดตามมาตรา 112 โดยตำรวจอ้างถึงการสนทนาส่วนตัวในกล่องข้อความของเฟซบุ๊ก ระหว่าง บุรินทร์ กับ แม่จ่านิว เนื้อหาที่สนทนานั้นไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ทนายความของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนที่เข้าไปช่วยเหลือทางคดีกับแม่จ่านิวได้ออกมาเปิดเผยว่า ตามบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาอ้างอิงบทสนทนาที่แม่จ่านิวตอบกลับบุรินทร์เพียงคำว่า "จ้า"
"จ้า" กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก พร้อมๆ กับคำถามว่าเจ้าหน้าที่เข้าถึงหลักฐานกล่องข้อความส่วนตัวได้อย่างไร จนในที่สุดตำรวจต้องออกมาแถลงข่าวว่าเข้าถึงข้อมูลอย่างถูกกฎหมาย แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ขณะที่แม่จ่านิวก็ได้รับการประกันตัวในที่สุด
เวลานี้จึงมีบุรินทร์ อินติน เพียงคนเดียวที่ถูกจำคุกอยู่ เขาไม่มีญาติเยี่ยม และไม่มีเงินประกันตัวจนกระทั่งในการฝากขังผัดที่ 3 เมื่อ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา กลุ่มพลเมืองโต้กลับทำการระดมทุนได้ 300,000 บาทและยื่นประกันตัวบุรินทร์ แต่ศาลทหารปฏิเสธ
บุรินทร์ อินติน เป็นใคร?
หนุ่มคนงานช่างเชื่อมเหล็กร่างเล็ก วัย 28 ปี ผู้นี้มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดพะเยา เขาเรียนจบ ม.2 ครึ่ง ไม่ทันจบ ม.3 เพราะช่วงนั้นติดเกมส์อย่างหนัก บุรินทร์เล่าให้ฟังแบบซื่อๆ
บุรินทร์เล่าว่า ในคืนวันที่เขาถูกคุมตัวอยู่ที่ มทบ. 11 เจ้าหน้าที่ทหารพยายามที่จะให้เขามอบรหัสเฟซบุ๊กของเขาให้ แต่เขาไม่ยอมและใช้วิธีเงียบและ ไม่โต้เถียง ไม่ให้ข้อมูลแล้วก็ไม่ต่อปากต่อคำ นั่นอาจทำให้ผู้ควบคุมตัวไม่พอใจ ชายร่างใหญ่ในชุดปกติสวมหมวกไหมพรมคลุมศรีษะตบเขาที่บริเวณศรีษะอย่างแรงถึง 4 ครั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ในห้องสอบสวนข่มขู่เขาว่า "มึงไม่รอดหรอก ไม่ได้ออกไปแน่ ถ้ามึงไม่บอกกู มึงจะโดนพาไปที่ๆ หนักกว่านี้"
เขายืนยันว่าเขาไม่ได้มอบรหัสเฟซบุ๊กให้เจ้าหน้าที่แต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่กลับนำสำเนาเอกสารการพูดคุยในกล่องข้อความที่ถูกระบุว่าเป็นของเขา ออกมาประกอบการสอบสวน ที่สำคัญ เอกสารดังกล่าวปรากฏก่อนที่จะมีการไปยึดคอมพิวเตอร์ที่บ้านเขาเสียอีก อย่างไรก็ตาม ทนายความระบุว่า บุรินทร์เป็นชาวบ้านธรรมดาที่เพิ่งมาสนใจการเมือง ไม่มีความรู้เรื่องเทคโนโลยีมากนัก เขาเริ่มเล่นเฟซบุ๊กมาได้สักพักใหญ่และตั้งรหัสแบบจำง่ายที่ชาวบ้านร้านตลาดมักทำกัน นั่นคือ หมายเลขโทรศัพท์มือถือของตัวเอง
หลังการแจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นสถาบันกับแม่จ่านิว โดยหลักฐานมาจากการสนทนากับบุรินทร์ ผู้คนในโลกไซเบอร์ต่างวิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา จำนวนไม่น้อยสงสัยว่า บุรินทร์คือ "สาย" ของฝ่ายความมั่นคงที่พยายามมาตีสนิทและ "ล่อซื้อ" อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า บุรินทร์นั้นถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 แล้ว 2 คดี คดีแรกจากการตอบคอมเม้นท์หรือโพสต์ในเฟซบุ๊ก ส่วนคดีที่สองที่ตามมาคือ บทสนทนาส่วนตัวกับแม่จ่านิวนั่นเอง
เมื่อถามเขาว่าเขาเริ่มสนใจการเมืองตั้งแต่เมื่อไร บุรินทร์บอกว่า เขาสนใจการเมืองตั้งแต่อายุ 12 ขวบ เหตุเพราะชอบฟังเพลงเพื่อชีวิตโดยเฉพาะ วงคาราบาว นี่ชอบเป็นพิเศษ
"เริ่มแรกผมไม่ชอบนักการเมือง แต่ต่อมาผมยึดหลักว่าหากว่าใครที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ผมก็จะช่วยเหลือ" บุรินทร์กล่าว
เมื่อถามว่าบุรินทร์เป็นเสื้อแดงใช่หรือไม่ บุรินทร์ปฏิเสธและออกตัวว่า "ผมเป็นแค่คนที่เห็นใจคนเสื้อแดงเท่านั้น เพราะจากเหตุการณ์การเมืองที่ผ่านมา คนเสื้อแดงเป็นฝ่ายถูกกระทำ ในบางประเด็นผมก็ไม่เห็นด้วยกับคนเสื้อแดงอย่างเรื่องนิรโทษกรรมเหมาเข่ง เพราะผมคิดถึงคนที่เขาสูญเสียชีวิตหรือสูญเสียคนที่เขารักจากในเหตุการณ์ ถ้าคนที่เป็นผู้สั่งการไม่ต้องรับผิดแล้วพวกเขาจะมีความรู้สึกอย่างไร"
บุรินทร์เล่าว่าเขาเข้าร่วมกิจกรรมการเมืองครั้งแรกจริงๆ ก็ในช่วงเหตุการณ์ที่นักศึกษาโดนจับที่ สน.ปทุมวัน แม้การร่วมกิจกรรมดังกล่าวอาจถูกมองว่ามีความเสี่ยงในการท้าทายกฎหมาย แต่เขายืนยันว่ามันเป็นการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง ชอบธรรม
บุรินทร์ทิ้งท้ายว่า ต่อให้จับเขามาขัง เขาก็จะยังไม่ยอมแพ้ เขาจะสู้ต่อตามสภาพที่เขาพอจะทำได้ต่อไป
Subscribe to:
Comments (Atom)
โพสต์ล่าสุด
โศกนาฏกรรมซ้ำซากกับโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว<br>บทเรียนจากเครนถล่มสู่จุดเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ
โศกนาฏกรรมซ้ำซากกับโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว โศกนาฏกรรมซ้ำซากกับโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว บทเรียนจ...
-
ทหารมีไว้ทำไม การทบทวนเชิงวิชาการเต็มรูปแบบเพื่อ “push the edges of knowledge”หรือต่อยอดสาระทางวิชาการจากงานของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ : ...
-
คันฉ่องส่องกองทัพไทย: เมื่อกองทัพสู้เกมมวลชนด้วยวาทกรรม คันฉ่องส่องกองทัพไทย • ส่องวาทกรรม–ส่องโครงสร้าง ...
-
โดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2017–2021 และดำเนินนโยบายที่มุ่งเน้นให้ “อเมริกามาก่อน” (America Fir...
-
ความเชื่อที่ว่าชาวยิวครองโลกหรือมีตระกูลยิวบงการเหตุการณ์สำคัญในโลก โดยมีศูนย์กลางที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ เป็นแนวคิดที่มาจากทฤษฎีสมคบคิด (c...
-
คันฉ่องส่องไทย: 15 นิสัยร่วมที่บั่นทอนประชาธิปไตยและอนาคตชาติ คันฉ่องส่องไทย 15 นิสัยร...
-
คันฉ่องส่องไทย • กรอบคิดเชิงหลักการ หัวข้อ: นิยาม “ปฏิปักษ์ปฏิวัติ” เมื่อยึดประชาธิปไตยเป็นเป้าหมายการเปลี่ยนประเ...
-
ทรัมพ์กับมาดูโร: เกมหมากรุกภูมิรัฐศาสตร์ที่ซ่อนเดิมพันโลกทั้งใบ ทรัมพ์กับมาดูโร: เกมหมากรุกภูมิรัฐศา...
-
แบบประเมินเลือกนายกรัฐมนตรี (0–10) แบบประเมิน “เลือกนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุด” (ให้คะแนน 0–10) ให้คะแนนตามห...
-
คันฉ่องส่องโลก · บทวิเคราะห์เชิงอำนาจ ทรัมพ์ไม่ได้เปลี่ยน “ระเบียบโลก” — เขากำลังท้าทาย “ระบอบของโลก” เมื่อโลก...
-
สรุป “ไฟล์ Epstein” แบบเป็นระบบ: ใครถูกกล่าวถึง/ปรากฏชื่อบ้าง (อัปเดต ธ.ค. 2025) คันฉ่องส่องโลก — เอกสาร Epstein ...







