“นายกทักษิณ" ปลุกสู้เพื่อประชาธิปไตย

"นายกทักษิณ" ปลุกสู้เพื่อประชาธิปไตย
-
วันนี้ (7 เม.ย.) ที่พรรคเพื่อไทย" จัดงาน "รดน้ำสงกรานต์ สืบสานประเพณีไทย" ณ ที่ทำการพรรค โดยนายกทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้สไก้ป์ ร่วมอวยพรด้วย โดยระบุว่า ขอขอมาลาโทษกับทุกคนที่ตนเคยล่วงละเมิด และขอให้เริ่มวันใหม่ด้วยความสามัคคี 
-

ซึ่งทางนายกทักษิณ ได้หยิบงานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาเวิร์ดที่ใช้เวลา 75ปี วิจัยเกี่ยวกับความฝันของคนส่วนใหญ่ที่อยากรวย และอยากมีชื่อเสียง มีบทสรุปว่าความสุข และความสัมพันธ์ของคนที่ดีของคนที่อยู่รอบตัว คือสิ่งสำคัญ เพราะชีวิตคนนั้นไม่ยาวนาน แค่อยู่กับคนที่รักและเข้าใจกัน ชีวิตยังไม่ยาวนานมากพอเลย หากอยู่ด้วยความอิจฉา ริษยา หรือโกรธแค้น ชีวิตก็จะยิ่งสั้นไปใหญ่ 
-

ทางที่ดีที่สุดคือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง ทั้งครอบครัว คนในองค์กรเดียวกัน และคนในประเทศชาติ ซึ่งอยากให้คนไทยมีความสุข การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยคือการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของคน เสรีภาพจะทำให้คนมีศักยภาพในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เพราะโลกยุคใหม่เป็นโลกที่จะต้องใช้ความแตกต่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่คิดเหมือนกันไปหมด 
-

จึงอยากฝากทุกคนที่เป็นนักการเมืองต้องรักประชาชน หากนักการเมืองไม่รักประชาชน ประชาธิปไตยก็จะเป็นประชาธิปตาย ใครที่จะเข้าสู่การเมืองไม่ว่าจะแต่งตั้งหรือเลือกตั้ง ขอให้เป็นนักการเมืองที่รักประชาชน ความยั่งยืนเกิดจากการรักประชาชน ทำเพื่อประชาชนจริงๆ วันนี้ประชาชนอยู่ในความทุกข์ยพราะเศรษฐกิจประเทศกำลังแย่ ทั่วโลกก็แย่ มีสหรัฐฯประเทศเดียวกำลังฟื้นตัว ส่วนอินเดียก็ยังรวยกระจุก จนกระจาย มีความเหลื่อมล้ำสูง ขณะที่จีนก็ดูแล้วตัวเลขคงไม่ถึงที่คาดไว้
-

Cr. lokwannee


“นายกทักษิณ" ปลุกสู้เพื่อประชาธิปไตย

"นายกทักษิณ" ปลุกสู้เพื่อประชาธิปไตย
-
วันนี้ (7 เม.ย.) ที่พรรคเพื่อไทย" จัดงาน "รดน้ำสงกรานต์ สืบสานประเพณีไทย" ณ ที่ทำการพรรค โดยนายกทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้สไก้ป์ ร่วมอวยพรด้วย โดยระบุว่า ขอขอมาลาโทษกับทุกคนที่ตนเคยล่วงละเมิด และขอให้เริ่มวันใหม่ด้วยความสามัคคี 
-

ซึ่งทางนายกทักษิณ ได้หยิบงานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาเวิร์ดที่ใช้เวลา 75ปี วิจัยเกี่ยวกับความฝันของคนส่วนใหญ่ที่อยากรวย และอยากมีชื่อเสียง มีบทสรุปว่าความสุข และความสัมพันธ์ของคนที่ดีของคนที่อยู่รอบตัว คือสิ่งสำคัญ เพราะชีวิตคนนั้นไม่ยาวนาน แค่อยู่กับคนที่รักและเข้าใจกัน ชีวิตยังไม่ยาวนานมากพอเลย หากอยู่ด้วยความอิจฉา ริษยา หรือโกรธแค้น ชีวิตก็จะยิ่งสั้นไปใหญ่ 
-

ทางที่ดีที่สุดคือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง ทั้งครอบครัว คนในองค์กรเดียวกัน และคนในประเทศชาติ ซึ่งอยากให้คนไทยมีความสุข การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยคือการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของคน เสรีภาพจะทำให้คนมีศักยภาพในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เพราะโลกยุคใหม่เป็นโลกที่จะต้องใช้ความแตกต่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่คิดเหมือนกันไปหมด 
-

จึงอยากฝากทุกคนที่เป็นนักการเมืองต้องรักประชาชน หากนักการเมืองไม่รักประชาชน ประชาธิปไตยก็จะเป็นประชาธิปตาย ใครที่จะเข้าสู่การเมืองไม่ว่าจะแต่งตั้งหรือเลือกตั้ง ขอให้เป็นนักการเมืองที่รักประชาชน ความยั่งยืนเกิดจากการรักประชาชน ทำเพื่อประชาชนจริงๆ วันนี้ประชาชนอยู่ในความทุกข์ยพราะเศรษฐกิจประเทศกำลังแย่ ทั่วโลกก็แย่ มีสหรัฐฯประเทศเดียวกำลังฟื้นตัว ส่วนอินเดียก็ยังรวยกระจุก จนกระจาย มีความเหลื่อมล้ำสูง ขณะที่จีนก็ดูแล้วตัวเลขคงไม่ถึงที่คาดไว้
-

Cr. lokwannee


US. และ 6 องค์สิทธิมนุษยชนร่วมแถลงประนาม ทรราช คสช

US. และ 6 องค์สิทธิมนุษยชนร่วมแถลงประนาม ทรราช คสช 'เลิกใช้ทหารทำงานตร.-ยุติใช้ศาลทหาร'

US จี้คสช. 'เลิกใช้ทหารทำงานตร.-ยุติใช้ศาลทหาร'
-
สหรัฐฯเรียกร้องคณะรัฐประหารไทย 2 ข้อ ยกเลิกคำสั่งมอบอำนาจทหารทำงานร่วมตำรวจ หยุดใช้ศาลทหารดำเนินคดีพลเรือน
-
ที่ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกถ้อยแถลง เรียกร้องให้ไทยจำกัดบทบาทของทหารหลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบอำนาจในงานของตำรวจให้แก่ทหาร ขณะเดียวกัน ยังย้ำข้อเรียกร้องขอให้ไทยเลิกใช้ศาลทหารไต่สวนพลเรือนด้วย
-
เคทินา อดัมส์ โฆษกกรมเอเชียตะวันออก แถลงว่า สหรัฐฯมีความวิตกต่อกรณีคสช.ออกคำสั่งที่ 13/2559 มอบอำนาจให้ทหารทำงานร่วมกับตำรวจ โดยอ้างเพื่อปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยทหารสามารถเรียกตัว ค้นตัว ค้นรถ ค้นบ้าน ควบคุมตัว จับกุม สอบสวน จนถึงอายัดทรัพย์บุคคลได้
"เราขอให้รัฐบาลไทยจำกัดบทบาทของทหารในงานของตำรวจ และให้หน่วยงานพลเรือนปฏิบัติหน้าที่ของตน อาทิ คืนอำนาจดำเนินคดีพลเรือนให้แก่ศาลพลเรือน ไต่สวนคดีตามกระบวนการยุติธรรม และพิจารณาคดีด้วยความเป็นธรรม" ผู้แทนกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯกล่าว.

--------------

ส่วนองค์สิทธิมนุษยชนร่วมแถลงประนาม ทรราช คสช. เช่นกัน
-
"ที่ผ่านมาทางองค์กรสังเกตว่า นับตั้งแต่การทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในไทยได้เสื่อมถอยลงมาโดยตลอด คำสั่งนี้เป็นสัญญาณที่น่าตกใจอีกครั้งหนึ่ง และสะท้อนให้เห็นแนวโน้มแบบเดียวกัน"
-
คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล
-
(International Commission of Jurists - ICJ)
-
ฮิวแมนไรท์ว็อชท์ (Human Rights Watch - HRW)
-
แอมแนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International - AI)
-
สภาเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาแห่งเอเชีย (Asian Forum for Human Rights and Development - FORUM-ASIA)
-
สหพันธ์สิทธิมนุษยชนสากล (International Federation for Human Rights - FIDH)
-
และฟอร์ติฟายไรท์ (Fortify Rights – FR)
-
กล่าวพร้อมกันว่า ประเทศไทยต้องยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 13/2559 ซึ่งให้อำนาจอย่างกว้างขวางแก่เจ้าหน้าที่ของกองทัพไทยโดยทันที เนื่องจากเป็นคำสั่งที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2559 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้อ้างอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557เพื่อประกาศใช้คำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 13/2559 ซึ่งกำหนดให้แต่งตั้ง "เจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม" และผู้ช่วยจากข้าราชการทหารซึ่งมียศร้อยตรี รวมถึงทหารประจำการ ทหารกองประจำการ และอาสาสมัครทหารพราน โดยมอบอำนาจหลายประการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิด 27 ประเภท รวมทั้งปราบปรามผู้กระทำการให้เกิดความไม่สงบในที่สาธารณะ ความผิดต่อเสรีภาพและชื่อเสียง การตรวจคนเข้าเมือง การค้ามนุษย์ การค้ายาเสพติด และการค้าอาวุธ

วิลเดอร์ เทเลอร์ (Wilder Tayler) เลขาธิการคณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากลกล่าวว่า "การปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13/2559 ย่อมส่งผลให้ประเทศไทยละเมิดพันธกรณีสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและหลักนิติธรรมอย่างแน่นอน นับเป็นคำสั่งที่ต้องถูกยกเลิกโดยทันที"
-
คำสั่งนี้ส่งผลให้เกิดข้อกังวลด้านสิทธิมนุษยชนหลายประการ รวมทั้ง
-
1. การมอบอำนาจให้เจ้าพนักงานที่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ พ้นจากการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี อันส่งผลให้เกิดการลอยนวลเมื่อกระทำผิด นับว่าขัดต่อหลักการว่าด้วยความรับผิดตามหลักนิติธรรม
-
แบรดอดัมส์ (Brad Adams) ผู้อำนวยการแผนกเอเชียของฮิวแมนไรท์ว็อชท์กล่าวว่า "แทนที่จะสนับสนุนให้มีการฟื้นคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลทหารไทยกลับขยายอำนาจของตนเพื่อให้ทำได้ในทุกสิ่งที่ต้องการ รวมทั้งการปฏิบัติมิชอบโดยไม่ต้องรับผิดแต่อย่างใด""การปราบปรามกลายเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นรายวันในประเทศไทย มีลักษณะที่นำไปสู่ความเป็นเผด็จการทหารมากขึ้นเรื่อยๆ"
-
2. การปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ไม่อยู่ภายใต้การตรวจสอบโดยอำนาจศาล ซึ่งขัดกับสิทธิที่จะได้รับการเยียวยาอย่างเป็นผล สิทธิที่จะให้ศาลมีอำนาจตรวจสอบการละเมิดเสรีภาพ และสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม ซึ่งได้รับการรับรองตามข้อ2 9 และ 14 ของ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights - ICCPR)
-
แชมพา พาเทล (Champa Patel) รักษาการผู้อำนวยการประจำสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวว่า "คำสั่งนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการลิดรอนอำนาจตุลาการอย่างร้ายแรงที่จะสามารถตรวจสอบการปฏิบัติของกองทัพ ส่งผลให้เกิดความเสื่อมถอยของการคุ้มครองสิทธิและหลักนิติธรรม"
-
3. การให้อำนาจบังคับใช้กฎหมายอย่างกว้างขวางและคลุมเครือแก่เจ้าพนักงานทหารที่ไม่ได้ผ่านการฝึกอบรม ย่อมมีแนวโน้มนำไปสู่การปฏิบัติมิชอบ ซึ่งไม่สอดคล้องตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชน รวมถึงไม่สอดคล้องต่อประมวลหลักปฏิบัติแห่งสหประชาชาติของเจ้าพนักงานผู้บังคับใช้กฎหมาย(UN Code of Conduct for Law Enforcement Officials)และหลักการพื้นฐานแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการใช้กำลังและอาวุธปืนของเจ้าพนักงานผู้บังคับใช้กฎหมาย (UN Basic Principles on the Use of Force and Firearms by Law Enforcement Officials)
-
เอเวอลีน บาลาอิส-เซอร์ราโน (Evelyn Balais-Serrano) ผู้อำนวยการบริหารสภาเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาแห่งเอเชียกล่าวว่า "คำสั่งนี้ให้อำนาจเจ้าพนักงานทหารในการบังคับใช้กฎหมาย ที่ไม่มีประสบการณ์และไม่ทราบขั้นตอนในการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียกตัวบุคคล การค้น และการจับกุมบุคคล""การขาดการกำกับดูแลจากกระบวนการยุติธรรมยิ่งทำให้เกิดความกังวลมากขึ้นเนื่องจากคำสั่งนี้อาจนำไปสู่การใช้อำนาจอย่างมิชอบ และการใช้กำลังอย่างไม่ได้สัดส่วนเหมาะสมของเจ้าพนักงานทหาร ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายและมาตรฐานระหว่างประเทศ รวมทั้งประมวลหลักปฏิบัติแห่งสหประชาชาติของเจ้าพนักงานผู้บังคับใช้กฎหมายและหลักการพื้นฐานแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการใช้กำลังและอาวุธปืนของเจ้าพนักงานผู้บังคับใช้กฎหมายและมีความเสี่ยงอย่างมากที่อาจมีการใช้อำนาจตามคำสั่งนี้ เพื่อจำกัดสิทธิอันชอบธรรมของประชาชน รวมทั้งสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การชุมนุม และการสมาคม"
-
4. คำสั่งนี้ให้อำนาจในการควบคุมตัวบุคคลเป็นเวลาไม่เกินเจ็ดวันในสถานที่ซึ่งไม่เปิดเผย โดยไม่มีการตรวจสอบจากศาล ย่อมเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการปฏิบัติมิชอบด้านสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย
-
คาริม ลาฮิดจี (Karim Lahidji) ประธานสหพันธ์สิทธิมนุษยชนสากลกล่าวว่า"แม้จะอ้างว่าการบังคับใช้คำสั่งนี้เป็นไปเพื่อปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา แต่คำสั่งนี้มีแนวโน้มให้เกิดการกระทำผิดทางอาญาระดับร้ายแรง ซึ่งเป็นข้อห้ามตามพันธกรณีสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยได้ลงนามหรือให้สัตยาบันรับรองไว้"
-
5. ในทางปฏิบัติแล้ว คำสั่งนี้เปิดโอกาสให้มีการนำไปใช้อย่างมิชอบ เพื่อปราบปรามและปิดปากผู้ที่ทางการมองว่ามีความเห็นแตกต่างจากรัฐซึ่งรวมถึงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน คำสั่งดังกล่าวขัดแย้งกับกฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
-
เอมี สมิท (Amy Smith) ผู้อำนวยการบริหารฟอร์ติฟายไรท์กล่าวว่า "คำสั่งนี้เปรียบเสมือนการราดน้ำมันบนกองไฟที่ทำให้เกิดการตอบโต้นักปกป้องสิทธิมนุษยชนในไทย""ประเทศไทยมีพันธกรณีที่ต้องคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และคำสั่งนี้อาจถูกใช้เพื่อพุ่งเป้าโจมตีและขัดขวางการปฏิบัติงานอันชอบธรรมของพวกเขา"

-
Cr. ทีมข่าว เสรีไทยและแนวร่วม นปช. usa


US. และ 6 องค์สิทธิมนุษยชนร่วมแถลงประนาม ทรราช คสช

US. และ 6 องค์สิทธิมนุษยชนร่วมแถลงประนาม ทรราช คสช 'เลิกใช้ทหารทำงานตร.-ยุติใช้ศาลทหาร'

US จี้คสช. 'เลิกใช้ทหารทำงานตร.-ยุติใช้ศาลทหาร'
-
สหรัฐฯเรียกร้องคณะรัฐประหารไทย 2 ข้อ ยกเลิกคำสั่งมอบอำนาจทหารทำงานร่วมตำรวจ หยุดใช้ศาลทหารดำเนินคดีพลเรือน
-
ที่ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกถ้อยแถลง เรียกร้องให้ไทยจำกัดบทบาทของทหารหลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบอำนาจในงานของตำรวจให้แก่ทหาร ขณะเดียวกัน ยังย้ำข้อเรียกร้องขอให้ไทยเลิกใช้ศาลทหารไต่สวนพลเรือนด้วย
-
เคทินา อดัมส์ โฆษกกรมเอเชียตะวันออก แถลงว่า สหรัฐฯมีความวิตกต่อกรณีคสช.ออกคำสั่งที่ 13/2559 มอบอำนาจให้ทหารทำงานร่วมกับตำรวจ โดยอ้างเพื่อปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยทหารสามารถเรียกตัว ค้นตัว ค้นรถ ค้นบ้าน ควบคุมตัว จับกุม สอบสวน จนถึงอายัดทรัพย์บุคคลได้
"เราขอให้รัฐบาลไทยจำกัดบทบาทของทหารในงานของตำรวจ และให้หน่วยงานพลเรือนปฏิบัติหน้าที่ของตน อาทิ คืนอำนาจดำเนินคดีพลเรือนให้แก่ศาลพลเรือน ไต่สวนคดีตามกระบวนการยุติธรรม และพิจารณาคดีด้วยความเป็นธรรม" ผู้แทนกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯกล่าว.

--------------

ส่วนองค์สิทธิมนุษยชนร่วมแถลงประนาม ทรราช คสช. เช่นกัน
-
"ที่ผ่านมาทางองค์กรสังเกตว่า นับตั้งแต่การทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในไทยได้เสื่อมถอยลงมาโดยตลอด คำสั่งนี้เป็นสัญญาณที่น่าตกใจอีกครั้งหนึ่ง และสะท้อนให้เห็นแนวโน้มแบบเดียวกัน"
-
คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล
-
(International Commission of Jurists - ICJ)
-
ฮิวแมนไรท์ว็อชท์ (Human Rights Watch - HRW)
-
แอมแนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International - AI)
-
สภาเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาแห่งเอเชีย (Asian Forum for Human Rights and Development - FORUM-ASIA)
-
สหพันธ์สิทธิมนุษยชนสากล (International Federation for Human Rights - FIDH)
-
และฟอร์ติฟายไรท์ (Fortify Rights – FR)
-
กล่าวพร้อมกันว่า ประเทศไทยต้องยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 13/2559 ซึ่งให้อำนาจอย่างกว้างขวางแก่เจ้าหน้าที่ของกองทัพไทยโดยทันที เนื่องจากเป็นคำสั่งที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2559 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้อ้างอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557เพื่อประกาศใช้คำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 13/2559 ซึ่งกำหนดให้แต่งตั้ง "เจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม" และผู้ช่วยจากข้าราชการทหารซึ่งมียศร้อยตรี รวมถึงทหารประจำการ ทหารกองประจำการ และอาสาสมัครทหารพราน โดยมอบอำนาจหลายประการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิด 27 ประเภท รวมทั้งปราบปรามผู้กระทำการให้เกิดความไม่สงบในที่สาธารณะ ความผิดต่อเสรีภาพและชื่อเสียง การตรวจคนเข้าเมือง การค้ามนุษย์ การค้ายาเสพติด และการค้าอาวุธ

วิลเดอร์ เทเลอร์ (Wilder Tayler) เลขาธิการคณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากลกล่าวว่า "การปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13/2559 ย่อมส่งผลให้ประเทศไทยละเมิดพันธกรณีสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและหลักนิติธรรมอย่างแน่นอน นับเป็นคำสั่งที่ต้องถูกยกเลิกโดยทันที"
-
คำสั่งนี้ส่งผลให้เกิดข้อกังวลด้านสิทธิมนุษยชนหลายประการ รวมทั้ง
-
1. การมอบอำนาจให้เจ้าพนักงานที่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ พ้นจากการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี อันส่งผลให้เกิดการลอยนวลเมื่อกระทำผิด นับว่าขัดต่อหลักการว่าด้วยความรับผิดตามหลักนิติธรรม
-
แบรดอดัมส์ (Brad Adams) ผู้อำนวยการแผนกเอเชียของฮิวแมนไรท์ว็อชท์กล่าวว่า "แทนที่จะสนับสนุนให้มีการฟื้นคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลทหารไทยกลับขยายอำนาจของตนเพื่อให้ทำได้ในทุกสิ่งที่ต้องการ รวมทั้งการปฏิบัติมิชอบโดยไม่ต้องรับผิดแต่อย่างใด""การปราบปรามกลายเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นรายวันในประเทศไทย มีลักษณะที่นำไปสู่ความเป็นเผด็จการทหารมากขึ้นเรื่อยๆ"
-
2. การปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ไม่อยู่ภายใต้การตรวจสอบโดยอำนาจศาล ซึ่งขัดกับสิทธิที่จะได้รับการเยียวยาอย่างเป็นผล สิทธิที่จะให้ศาลมีอำนาจตรวจสอบการละเมิดเสรีภาพ และสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม ซึ่งได้รับการรับรองตามข้อ2 9 และ 14 ของ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights - ICCPR)
-
แชมพา พาเทล (Champa Patel) รักษาการผู้อำนวยการประจำสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวว่า "คำสั่งนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการลิดรอนอำนาจตุลาการอย่างร้ายแรงที่จะสามารถตรวจสอบการปฏิบัติของกองทัพ ส่งผลให้เกิดความเสื่อมถอยของการคุ้มครองสิทธิและหลักนิติธรรม"
-
3. การให้อำนาจบังคับใช้กฎหมายอย่างกว้างขวางและคลุมเครือแก่เจ้าพนักงานทหารที่ไม่ได้ผ่านการฝึกอบรม ย่อมมีแนวโน้มนำไปสู่การปฏิบัติมิชอบ ซึ่งไม่สอดคล้องตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชน รวมถึงไม่สอดคล้องต่อประมวลหลักปฏิบัติแห่งสหประชาชาติของเจ้าพนักงานผู้บังคับใช้กฎหมาย(UN Code of Conduct for Law Enforcement Officials)และหลักการพื้นฐานแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการใช้กำลังและอาวุธปืนของเจ้าพนักงานผู้บังคับใช้กฎหมาย (UN Basic Principles on the Use of Force and Firearms by Law Enforcement Officials)
-
เอเวอลีน บาลาอิส-เซอร์ราโน (Evelyn Balais-Serrano) ผู้อำนวยการบริหารสภาเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาแห่งเอเชียกล่าวว่า "คำสั่งนี้ให้อำนาจเจ้าพนักงานทหารในการบังคับใช้กฎหมาย ที่ไม่มีประสบการณ์และไม่ทราบขั้นตอนในการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียกตัวบุคคล การค้น และการจับกุมบุคคล""การขาดการกำกับดูแลจากกระบวนการยุติธรรมยิ่งทำให้เกิดความกังวลมากขึ้นเนื่องจากคำสั่งนี้อาจนำไปสู่การใช้อำนาจอย่างมิชอบ และการใช้กำลังอย่างไม่ได้สัดส่วนเหมาะสมของเจ้าพนักงานทหาร ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายและมาตรฐานระหว่างประเทศ รวมทั้งประมวลหลักปฏิบัติแห่งสหประชาชาติของเจ้าพนักงานผู้บังคับใช้กฎหมายและหลักการพื้นฐานแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการใช้กำลังและอาวุธปืนของเจ้าพนักงานผู้บังคับใช้กฎหมายและมีความเสี่ยงอย่างมากที่อาจมีการใช้อำนาจตามคำสั่งนี้ เพื่อจำกัดสิทธิอันชอบธรรมของประชาชน รวมทั้งสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การชุมนุม และการสมาคม"
-
4. คำสั่งนี้ให้อำนาจในการควบคุมตัวบุคคลเป็นเวลาไม่เกินเจ็ดวันในสถานที่ซึ่งไม่เปิดเผย โดยไม่มีการตรวจสอบจากศาล ย่อมเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการปฏิบัติมิชอบด้านสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย
-
คาริม ลาฮิดจี (Karim Lahidji) ประธานสหพันธ์สิทธิมนุษยชนสากลกล่าวว่า"แม้จะอ้างว่าการบังคับใช้คำสั่งนี้เป็นไปเพื่อปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา แต่คำสั่งนี้มีแนวโน้มให้เกิดการกระทำผิดทางอาญาระดับร้ายแรง ซึ่งเป็นข้อห้ามตามพันธกรณีสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยได้ลงนามหรือให้สัตยาบันรับรองไว้"
-
5. ในทางปฏิบัติแล้ว คำสั่งนี้เปิดโอกาสให้มีการนำไปใช้อย่างมิชอบ เพื่อปราบปรามและปิดปากผู้ที่ทางการมองว่ามีความเห็นแตกต่างจากรัฐซึ่งรวมถึงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน คำสั่งดังกล่าวขัดแย้งกับกฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
-
เอมี สมิท (Amy Smith) ผู้อำนวยการบริหารฟอร์ติฟายไรท์กล่าวว่า "คำสั่งนี้เปรียบเสมือนการราดน้ำมันบนกองไฟที่ทำให้เกิดการตอบโต้นักปกป้องสิทธิมนุษยชนในไทย""ประเทศไทยมีพันธกรณีที่ต้องคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และคำสั่งนี้อาจถูกใช้เพื่อพุ่งเป้าโจมตีและขัดขวางการปฏิบัติงานอันชอบธรรมของพวกเขา"

-
Cr. ทีมข่าว เสรีไทยและแนวร่วม นปช. usa


ถาม ทรราช คสช. ยังสร้างความฉิบหายไม่พออีกหรือ

ทรราช คสช.ขยับเข้าสู่ทางเดินปีที่ 3แล้วเหลือ อีกไม่กี่วัน 

ถาม.....................ยังฉิบหายไม่พออีกหรือ 
-
โดยมีทีท่าว่า ทรราช คสช.อาจจะได้อยู่ในอำนาจยาวเกินกว่าที่ทรราช ประยุทธ์เคยประกาศโรดแมปไว้ก่อนหน้านี้ หลังมีแนวโน้มที่จะมีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะทำให้รัฐบาลและคสช.อาจอยู่นานขึ้นร่วมครึ่งปี ยังไม่นับรวมปัจจัยแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจทำให้คสช.ยิ่งอยู่ยาวนานกว่านั้นขึ้นไปอีกก็ได้ เช่น หากประชาชนลงมติไม่ผ่านร่างรธน.ฉบับทรราช มีชัย  อันนี้ก็ต้องดูกันไป
-
การทำงานของทรราช คสช.ที่ผ่านมา และตอนนี้ที่เข้าสู่ปีที่ 3 คนในภาคการเมือง เขามีความเห็น ข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่อคสช.อย่างไร หลังช่วงเหตุการณ์ รัฐประหาร 22 พ.ค. 57 
-
เสียงสะท้อนมุมมองของประชาชน และก้าวย่างของ ทรราช งคสช.ต่อจากนี้
-
ถ้าให้ประเมินการทำงานของทรราช คสช.ที่ผ่านมา ลำดับแรกต้องบอกก่อนว่าวิธีการที่ทรราช คสช.ทำคือ รัฐประหาร 22 พ.ค. 57 เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะการแก้ปัญหาการเมืองด้วยการทำรัฐประหารยิ่งทำให้บ้านเมืองเสียหาย แต่เมื่อทำไปแล้ว โดยอ้างว่าประชาชนสองฝ่ายจะมาฆ่ากัน เพราะตอนนั้น กปปส.ชุมนุมอยู่ในกรุงเทพมหานคร ส่วน นปช.เสื้อแดงอยู่ที่ถนนอักษะ สร้างภาพขึ้นมาแบบนั้น หากไม่เข้ามาจะเกิดการฆ่ากันของคนในประเทศ ทรราช คสช.เลยต้องเป็นคนกลางเข้ามา 
-
หากความจริง ทรราช คสช. ก็คือพวกเดียวกันกับ กปปส. มีการส่งลูกเป็นทอด ๆ  และทรราช ประยุทธ์ ก็ได้ส่งทหารเข้าร่วมชุมนุนกับ กปปส.เป็นจำนวนมา ทั้ง บก เรือ อากาศ และข้าราชการที่ชอบระบบเผด็จการ ฯ
-
เมื่อทรราช คสช.ขอโอกาส ประชาชนก็ให้โอกาส หากแต่โอกาศที่ให้กับ ทรราช คสช. กลับกลายเป็น การเปิดโอกาศให้กับ ทรราช คสช. ใช้ปืนจี้กดหัวประชาชน นานเกือบ 2ปี 
-
ประชาชนได้เห็น ความระยำมากมายที่ ทรราช คสช. ได้กระทำ
-
เรื่องความปรองดองสมานฉันท์นั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะเป็นแค่วาทกรรมลมลวงที่ออกมาจากปากหมาสมองควานยของทรราช เท่านั้น
-
การจับคนไปเข้าค่ายทหาร เพื่อไปปรับทัศนคติ เกือบ พันคน คงไม่ใช่เรื่องข่าวโคมลอยอีกต่อไป 
-
การไล่ล่าติดตามนิสิต นักศึกษาและประชาชนที่ออกมาทวงถามถึงการโกงราชภักดิ์ ถูกคุกคาม ด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อกดดัน ไม่ให้อ้าปากทวงถามถึงความ ยุติธรรม 
-
ทรราช คสช. อ้างว่าเรียกไปปรับทัศนคติ และอ้างอีกว่าทุกคนก็ให้ความร่วมมือ แม้บางคนจะถูกจับปรับทัศนคติมากกว่า 3 ครั้งก็ตาม ตรงนี้ไม่ใช่ความสำเร็จของทรราช คสช.
-
เพราะเป็นเครื่องพิสูทน์แล้วว่า อำนาจจากปากกระบอกปืน ไม่สามารถ กดหัวของเหล่าวีรชนได้ เพราะคนไทยทุกคนต้องการเห็นบ้านเมืองสงบ
-
ไม่ใช่ยอมสยบใต้เท้าของอำมาตย์ทรราช คสช. 
-
เราไม่เคยเห็นว่าเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา เรื่องการสร้างความปรองดองสมานฉันท์  ทรราช คสช.ทำไม่ได้ เพราะไม่ทำ 
-
ดูได้จากความขัดแย้งการเมืองแล้วนำไปสู่คดีความที่เป็นคดีการเมือง มากขึ้น ประชาชนแตกแยกกันมากขึ้น ทั้ง เหลืองและแดง 
-
สังคมจะเกิดความยุติธรรมได้อย่างในเมื่อ
-
เหล่า กปปส. และ ทรราช คสช. ที่มีอาวุธ อยู่ในมือ และใช้อำนาจทีมาจากปากกระบอกปืน กดขี่ นิสิต นักศึกษาและประชาชน 
-
ความจริง ทรราช คสช.ต้องแยกแยะให้ออกแล้วควรใช้อำนาจ ม.44 
-
สั่งดำเนิการ คดีความต่างๆ ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็น
-
คดีสลายการชุมนุม จนมีคนตายกว่า 99 ศพ บาดเจ็บพิการกว่า 2 พัน
-
หรือคดีที่ พรรคประชาธิปัตย์โกง โครงการต่างๆ เป็นเงินกว่าแสนล้าน  จนถึงเสาโรงพัก
-
และคดีที่เสื้อเหลืงเข้ายึด สถานที่ราชการและสนามบิน ฯลฯ
-
ทำไม ทรราช คสช. ทำได้หมดแต่ก็ไม่ได้ทำ 
-
แต่กลับจะไปดำเนินคดีโดยอ้างว่ามีความผิดต่าง ๆนาๆ  มีการใช้สองมาตรฐานดำเนินการกับฝ่าย ชินวัตรและพี่น้องเสื้อแดงแทน
-
แม้ล่าสุดเรื่อง คดีความมั่นคงอย่าง การจับและยึด  ขันแดง
-
พี่น้องแปลกใจใหมว่า ทำไม ทรราช คสช. ถึงไม่ดำเนินคดีความต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเสื้อเหลือง ยัน กปปส  หรือแม้แต่ พรรคประชาธิปัตย์ เพราะอะไร ....................?
-
นั้นคือคำถามที่ผมไม่ต้องชี้นนำ แต่อยากจะบอกพี่น้องประชาชนทุกท่านว่า 
ในเมื่อฆาตกร และคณะที่เข่นฆ่าพี่น้องประชาชน ตายไปกว่า หมื่นคน นั้น
-
พวกมันมานั้งในตำแหน่งสูงสุดของทุกกระทรวงทบวงกรม หรือแม้แต่ คณะรัฐมนตรี
-
แล้วเราจะหาความยุติธรรมได้จากตรงใหน ........... ครับ
-
สุดท้าย...................
-
ผมยังเชื่อมั่นพลังของพี่น้องประชาชน ที่จะลุกขึ้นขับไล่ทรราช คสช. 
-
- เสรีชน


ถาม ทรราช คสช. ยังสร้างความฉิบหายไม่พออีกหรือ

ทรราช คสช.ขยับเข้าสู่ทางเดินปีที่ 3แล้วเหลือ อีกไม่กี่วัน 

ถาม.....................ยังฉิบหายไม่พออีกหรือ 
-
โดยมีทีท่าว่า ทรราช คสช.อาจจะได้อยู่ในอำนาจยาวเกินกว่าที่ทรราช ประยุทธ์เคยประกาศโรดแมปไว้ก่อนหน้านี้ หลังมีแนวโน้มที่จะมีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะทำให้รัฐบาลและคสช.อาจอยู่นานขึ้นร่วมครึ่งปี ยังไม่นับรวมปัจจัยแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจทำให้คสช.ยิ่งอยู่ยาวนานกว่านั้นขึ้นไปอีกก็ได้ เช่น หากประชาชนลงมติไม่ผ่านร่างรธน.ฉบับทรราช มีชัย  อันนี้ก็ต้องดูกันไป
-
การทำงานของทรราช คสช.ที่ผ่านมา และตอนนี้ที่เข้าสู่ปีที่ 3 คนในภาคการเมือง เขามีความเห็น ข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่อคสช.อย่างไร หลังช่วงเหตุการณ์ รัฐประหาร 22 พ.ค. 57 
-
เสียงสะท้อนมุมมองของประชาชน และก้าวย่างของ ทรราช งคสช.ต่อจากนี้
-
ถ้าให้ประเมินการทำงานของทรราช คสช.ที่ผ่านมา ลำดับแรกต้องบอกก่อนว่าวิธีการที่ทรราช คสช.ทำคือ รัฐประหาร 22 พ.ค. 57 เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะการแก้ปัญหาการเมืองด้วยการทำรัฐประหารยิ่งทำให้บ้านเมืองเสียหาย แต่เมื่อทำไปแล้ว โดยอ้างว่าประชาชนสองฝ่ายจะมาฆ่ากัน เพราะตอนนั้น กปปส.ชุมนุมอยู่ในกรุงเทพมหานคร ส่วน นปช.เสื้อแดงอยู่ที่ถนนอักษะ สร้างภาพขึ้นมาแบบนั้น หากไม่เข้ามาจะเกิดการฆ่ากันของคนในประเทศ ทรราช คสช.เลยต้องเป็นคนกลางเข้ามา 
-
หากความจริง ทรราช คสช. ก็คือพวกเดียวกันกับ กปปส. มีการส่งลูกเป็นทอด ๆ  และทรราช ประยุทธ์ ก็ได้ส่งทหารเข้าร่วมชุมนุนกับ กปปส.เป็นจำนวนมา ทั้ง บก เรือ อากาศ และข้าราชการที่ชอบระบบเผด็จการ ฯ
-
เมื่อทรราช คสช.ขอโอกาส ประชาชนก็ให้โอกาส หากแต่โอกาศที่ให้กับ ทรราช คสช. กลับกลายเป็น การเปิดโอกาศให้กับ ทรราช คสช. ใช้ปืนจี้กดหัวประชาชน นานเกือบ 2ปี 
-
ประชาชนได้เห็น ความระยำมากมายที่ ทรราช คสช. ได้กระทำ
-
เรื่องความปรองดองสมานฉันท์นั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะเป็นแค่วาทกรรมลมลวงที่ออกมาจากปากหมาสมองควานยของทรราช เท่านั้น
-
การจับคนไปเข้าค่ายทหาร เพื่อไปปรับทัศนคติ เกือบ พันคน คงไม่ใช่เรื่องข่าวโคมลอยอีกต่อไป 
-
การไล่ล่าติดตามนิสิต นักศึกษาและประชาชนที่ออกมาทวงถามถึงการโกงราชภักดิ์ ถูกคุกคาม ด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อกดดัน ไม่ให้อ้าปากทวงถามถึงความ ยุติธรรม 
-
ทรราช คสช. อ้างว่าเรียกไปปรับทัศนคติ และอ้างอีกว่าทุกคนก็ให้ความร่วมมือ แม้บางคนจะถูกจับปรับทัศนคติมากกว่า 3 ครั้งก็ตาม ตรงนี้ไม่ใช่ความสำเร็จของทรราช คสช.
-
เพราะเป็นเครื่องพิสูทน์แล้วว่า อำนาจจากปากกระบอกปืน ไม่สามารถ กดหัวของเหล่าวีรชนได้ เพราะคนไทยทุกคนต้องการเห็นบ้านเมืองสงบ
-
ไม่ใช่ยอมสยบใต้เท้าของอำมาตย์ทรราช คสช. 
-
เราไม่เคยเห็นว่าเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา เรื่องการสร้างความปรองดองสมานฉันท์  ทรราช คสช.ทำไม่ได้ เพราะไม่ทำ 
-
ดูได้จากความขัดแย้งการเมืองแล้วนำไปสู่คดีความที่เป็นคดีการเมือง มากขึ้น ประชาชนแตกแยกกันมากขึ้น ทั้ง เหลืองและแดง 
-
สังคมจะเกิดความยุติธรรมได้อย่างในเมื่อ
-
เหล่า กปปส. และ ทรราช คสช. ที่มีอาวุธ อยู่ในมือ และใช้อำนาจทีมาจากปากกระบอกปืน กดขี่ นิสิต นักศึกษาและประชาชน 
-
ความจริง ทรราช คสช.ต้องแยกแยะให้ออกแล้วควรใช้อำนาจ ม.44 
-
สั่งดำเนิการ คดีความต่างๆ ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็น
-
คดีสลายการชุมนุม จนมีคนตายกว่า 99 ศพ บาดเจ็บพิการกว่า 2 พัน
-
หรือคดีที่ พรรคประชาธิปัตย์โกง โครงการต่างๆ เป็นเงินกว่าแสนล้าน  จนถึงเสาโรงพัก
-
และคดีที่เสื้อเหลืงเข้ายึด สถานที่ราชการและสนามบิน ฯลฯ
-
ทำไม ทรราช คสช. ทำได้หมดแต่ก็ไม่ได้ทำ 
-
แต่กลับจะไปดำเนินคดีโดยอ้างว่ามีความผิดต่าง ๆนาๆ  มีการใช้สองมาตรฐานดำเนินการกับฝ่าย ชินวัตรและพี่น้องเสื้อแดงแทน
-
แม้ล่าสุดเรื่อง คดีความมั่นคงอย่าง การจับและยึด  ขันแดง
-
พี่น้องแปลกใจใหมว่า ทำไม ทรราช คสช. ถึงไม่ดำเนินคดีความต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเสื้อเหลือง ยัน กปปส  หรือแม้แต่ พรรคประชาธิปัตย์ เพราะอะไร ....................?
-
นั้นคือคำถามที่ผมไม่ต้องชี้นนำ แต่อยากจะบอกพี่น้องประชาชนทุกท่านว่า 
ในเมื่อฆาตกร และคณะที่เข่นฆ่าพี่น้องประชาชน ตายไปกว่า หมื่นคน นั้น
-
พวกมันมานั้งในตำแหน่งสูงสุดของทุกกระทรวงทบวงกรม หรือแม้แต่ คณะรัฐมนตรี
-
แล้วเราจะหาความยุติธรรมได้จากตรงใหน ........... ครับ
-
สุดท้าย...................
-
ผมยังเชื่อมั่นพลังของพี่น้องประชาชน ที่จะลุกขึ้นขับไล่ทรราช คสช. 
-
- เสรีชน


ทรราช ประยุทธ์ มันแกล้งโง่ หรือว่า มันบ้าจริงๆ

ทรราช ประยุทธ์ มันแกล้งโง่ หรือว่า มันบ้าจริงๆ

โดยมารยาท หากฝรั่งเขาหัวเราะ นั้นก็แปลว่า คำพูดที่ ทรราช ประยุทธ์ ได้กล่าวมานั้น มันเป็นเรื่อง โกหก ตอแหล หน้าตายต่างหากเล่า

เพราะอะไร เพราะทั้งโลก สำนักข่าวต่างประเทศ หลายสำนัก ได้รับรู้ถึงการกระทำของ ทรราช ประยุทธ์ และได้รับผลกระทบ เหมือนๆ กัน ไม่ต่างไปจากประชาชน สักเท่าไหร่

นักข่าวที่ตาย ไม่ใช่เพราะน้ำมือของทหารทรราช อย่าง ประยุทธ์หรือ

ประชาชนที่ตาย ไม่ใช่เพราะ น้ำมือของทหาร ที ทรราช ประยุทธ์ สั่งการให้ฆ่าและยิงหรือ

มาวันนี้ ทรราช ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่นายกทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เตรียมแจกขันแดงในพื้นที่ภาคเหนือว่า พร้อมแสดงความบ้าอำนาจออกนอกหน้า ด้วยคำกล่าวหาว่า ทั้งๆที่เป็นขันน้ำธรรมดา ๆ แท้ๆ

ทรราช ประยุทธ์ กล่าว่า

"มีที่ไหน เขาใส่รูปหน้า รูปตัวหนังสือลงไป ไม่มีใครเขาทำหรอก แล้วมา
กล่าวหาว่าเราไปรังแกเขา จุดประสงค์เขาทำเพื่ออะไร ทุกคนก็รู้อยู่แล้ว จะไปขยายความให้เขาทำไม"

จริงๆแล้ว ทรราช ประยุทธ์ ทำอย่างนี้เพื่ออะไร นั้นคือคำตอบที่ ประชาชนและคนทั้งโลกได้รับรู้ ถึงความโง่เง่าบ้าอำนาจของเหล่าทรราช คสช.

ประโยคเด็ด ของทรราช ประยุทธ์ ที่กล่าว

ผมไม่เข้าใจจริงๆ และผมก็บอกทั้งหมดกับทุกประเทศว่า คนที่ทำร้ายประเทศไทยคือใคร ผมก็บอกทั้งหมด "เขาก็ยิ้มๆ หัวเราะอยู่"

นั้นคือสิ่งที่บ่งบอกว่า ทรราช ประยุทธ์ ไม่เคยเข้าสังคม ไม่รู้เรื่องแม้ภาษากาย …………ทรราช ประยุทธ์เตยชินกับคำโกหก สอพอ เท่านั้นเอง


เสรีชน



ทรราช ประยุทธ์ มันแกล้งโง่ หรือว่า มันบ้าจริงๆ

ทรราช ประยุทธ์ มันแกล้งโง่ หรือว่า มันบ้าจริงๆ

โดยมารยาท หากฝรั่งเขาหัวเราะ นั้นก็แปลว่า คำพูดที่ ทรราช ประยุทธ์ ได้กล่าวมานั้น มันเป็นเรื่อง โกหก ตอแหล หน้าตายต่างหากเล่า

เพราะอะไร เพราะทั้งโลก สำนักข่าวต่างประเทศ หลายสำนัก ได้รับรู้ถึงการกระทำของ ทรราช ประยุทธ์ และได้รับผลกระทบ เหมือนๆ กัน ไม่ต่างไปจากประชาชน สักเท่าไหร่

นักข่าวที่ตาย ไม่ใช่เพราะน้ำมือของทหารทรราช อย่าง ประยุทธ์หรือ

ประชาชนที่ตาย ไม่ใช่เพราะ น้ำมือของทหาร ที ทรราช ประยุทธ์ สั่งการให้ฆ่าและยิงหรือ

มาวันนี้ ทรราช ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่นายกทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เตรียมแจกขันแดงในพื้นที่ภาคเหนือว่า พร้อมแสดงความบ้าอำนาจออกนอกหน้า ด้วยคำกล่าวหาว่า ทั้งๆที่เป็นขันน้ำธรรมดา ๆ แท้ๆ

ทรราช ประยุทธ์ กล่าว่า

"มีที่ไหน เขาใส่รูปหน้า รูปตัวหนังสือลงไป ไม่มีใครเขาทำหรอก แล้วมา
กล่าวหาว่าเราไปรังแกเขา จุดประสงค์เขาทำเพื่ออะไร ทุกคนก็รู้อยู่แล้ว จะไปขยายความให้เขาทำไม"

จริงๆแล้ว ทรราช ประยุทธ์ ทำอย่างนี้เพื่ออะไร นั้นคือคำตอบที่ ประชาชนและคนทั้งโลกได้รับรู้ ถึงความโง่เง่าบ้าอำนาจของเหล่าทรราช คสช.

ประโยคเด็ด ของทรราช ประยุทธ์ ที่กล่าว

ผมไม่เข้าใจจริงๆ และผมก็บอกทั้งหมดกับทุกประเทศว่า คนที่ทำร้ายประเทศไทยคือใคร ผมก็บอกทั้งหมด "เขาก็ยิ้มๆ หัวเราะอยู่"

นั้นคือสิ่งที่บ่งบอกว่า ทรราช ประยุทธ์ ไม่เคยเข้าสังคม ไม่รู้เรื่องแม้ภาษากาย …………ทรราช ประยุทธ์เตยชินกับคำโกหก สอพอ เท่านั้นเอง


เสรีชน



หากพี่น้องเราไม่รับใช้ชาติในวันนี้ จะยอมให้ ทรราช และอำมาตย์ชั่ว กดขี่อยู่อย่างนี้หรือ

ลุงเนลสัน แกพูดได้ดีและอยากให้ข้อความนี้ เตือนสคิ พี่น้องประชาชนทุกคน ว่า   การรับใช้ชาติที่แท้จริงคือ ปกป้องอธิปไตย ไม่ให้ทรราช คสช. ครอบงำ ให้ลูกหลานเราเป็นแค่เครื่องจักร ที่มีหน้าที่เสียภาษี  เมื่ออย่างทุกวันนี้เท่านั้น 

คิดกันบ้าง....... หากพี่น้องเราไม่รับใช้ชาติในวันนี้ ลูกหลานของพวกเราเหล่าประชาชน จะยอมให้ ทรราช และอำมาตย์ชั่ว กดขี่อยู่อย่างนี้หรือ ทั้งเงินเดือน -สวัสดิการ ก็เป็นเงินของพี่น้องเรา หากแต่ พวกเราไม่สามารถตรวจสอบ หรือถามถึงเม็ดเงินที่ทรราช คสช. นำไปใช้เพื่อเสวยความสุข บนหยาดเลือดและน้ำตาของพวกเราอย่างนั้น  หรือ.....?!?

--------------------------------- เสรีชน -------------------------------

 'ลุงเนลสัน' โพสต์ คุณไม่จำเป็นต้องไปเป็นทหารหรอก ถึงจะรับใช้ชาติได้
-
ล่าสุดไม่ตกกระแส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nelson S. Howe ถึงกรณีกระแสข่าวการเกณฑ์ทหารที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ โดยมีข้อความว่า "คุณไม่ต้องไปเป็นทหารหรอกถึงจะรับใช้ชาติได้ ว่ากันในเชิงเทคนิค ทุกอาชีพก็รับใช้ชาติหมด ทั้งหมอ ครู พ่อครัว นักธุรกิจ หรือไอ้คนทำเบคอนหนะ เราต้องการทุกคนนั่นแหละ"
-
You don't have to go to the army to serve your country. Technically every career serves the country: doctor, teacher, chef, businessman or the dude who make bacons. We need them all.
-
Nelson S. Howe



หากพี่น้องเราไม่รับใช้ชาติในวันนี้ จะยอมให้ ทรราช และอำมาตย์ชั่ว กดขี่อยู่อย่างนี้หรือ

ลุงเนลสัน แกพูดได้ดีและอยากให้ข้อความนี้ เตือนสคิ พี่น้องประชาชนทุกคน ว่า   การรับใช้ชาติที่แท้จริงคือ ปกป้องอธิปไตย ไม่ให้ทรราช คสช. ครอบงำ ให้ลูกหลานเราเป็นแค่เครื่องจักร ที่มีหน้าที่เสียภาษี  เมื่ออย่างทุกวันนี้เท่านั้น 

คิดกันบ้าง....... หากพี่น้องเราไม่รับใช้ชาติในวันนี้ ลูกหลานของพวกเราเหล่าประชาชน จะยอมให้ ทรราช และอำมาตย์ชั่ว กดขี่อยู่อย่างนี้หรือ ทั้งเงินเดือน -สวัสดิการ ก็เป็นเงินของพี่น้องเรา หากแต่ พวกเราไม่สามารถตรวจสอบ หรือถามถึงเม็ดเงินที่ทรราช คสช. นำไปใช้เพื่อเสวยความสุข บนหยาดเลือดและน้ำตาของพวกเราอย่างนั้น  หรือ.....?!?

--------------------------------- เสรีชน -------------------------------

 'ลุงเนลสัน' โพสต์ คุณไม่จำเป็นต้องไปเป็นทหารหรอก ถึงจะรับใช้ชาติได้
-
ล่าสุดไม่ตกกระแส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nelson S. Howe ถึงกรณีกระแสข่าวการเกณฑ์ทหารที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ โดยมีข้อความว่า "คุณไม่ต้องไปเป็นทหารหรอกถึงจะรับใช้ชาติได้ ว่ากันในเชิงเทคนิค ทุกอาชีพก็รับใช้ชาติหมด ทั้งหมอ ครู พ่อครัว นักธุรกิจ หรือไอ้คนทำเบคอนหนะ เราต้องการทุกคนนั่นแหละ"
-
You don't have to go to the army to serve your country. Technically every career serves the country: doctor, teacher, chef, businessman or the dude who make bacons. We need them all.
-
Nelson S. Howe



โพสต์ล่าสุด

โศกนาฏกรรมซ้ำซากกับโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว<br>บทเรียนจากเครนถล่มสู่จุดเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ

โศกนาฏกรรมซ้ำซากกับโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว โศกนาฏกรรมซ้ำซากกับโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว บทเรียนจ...