เสียดายภาพไม่ชัดพอ
คลิ๊กที่ภาพเพื่อขยายดู
ไปสืบค้นต่อกันเอง เน้อ
บีบีซีไทยสรุป 5 ข้อสังเกตของนายธนาธรต่อเรื่องวัคซีนโควิด-19 ภายใต้การบริหารจัดการของรัฐบาลประยุทธ์ ดังนี้
1. รัฐบาลประมาท ไม่เร่งการเจรจาจัดหาวัคซีนจนเกิดความล่าช้า
2. "แทงม้าตัวเดียว" ไม่เปิดทางเลือกอื่นจากบริษัทอื่น ๆ
3. ความขัดกันของผลประโยชน์
4. รัฐบาลฉวยโอกาสจากโควิด กอบกู้ความนิยมช่วงที่มีการเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์
5.สถานะของสถาบันกษัตริย์กับผู้เล่นทางเศรษฐกิจไปด้วยกันไม่ได้
ผมใช้ชื่อ "คณะราษฎรปลดแอกเพื่อประชาธิปไตย" แต่งชื่อภาษาอังกฤษให้ว่า "Liberation Citizens for Democracy' (LCD) เพื่อหมายถึงขบวนการขับเคลื่อนเพื่อ 3 ข้อเรียกร้องแบบหลวม ๆ และด้วยสภาพในปัจจุบัน เป็นการฉลาดแล้วที่ไม่โผล่หัวหางให้เขาจัดการล้มทั้งกระดาน แต่ก็จงอย่าคิดว่า กลไกความมั่นคงจะไม่รู้เท่าทันและไม่ได้คิดวางแผนทำลายล้าง จริง ๆ แล้ว ตรงกันข้าม
แต่นั่นคงเป็นสิ่งที่ระดับมันสมองของ LCD คงรู้ดีอยู่แก่ใจแล้ว
ผมติดตามกระแสการขับเคลื่อนของฝั่งเผด็จการเสมอมา เพื่ออ่านเกมและสะท้อนภาพที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายประชาธิปไตย
ในช่วงปีใหม่นี้ มีกระแสที่ชัดเจนที่สุดที่ควรจับตาดังนี้
คสช. รับคำสั่งให้จัดการกับภัยของสถาบันกษัตริย์อย่างจริงจัง และสัญญาณที่ชัดเจนโดยไม่ต้องสงสัย คือ สถาบันกษัตริย์สั่งเครือข่ายอำนาจเตรียมการปราบปรามทุกรูปแบบ โดยใช้กลยุทธทางการทหารและความั่นคงแห่งชาติ รวมทั้งกลไกราชการและนอกราชการแบบบูรณาการ
เมื่อกวาดตาดูหัวข้อข่าวคร่าว ๆ ก็จะเห็นได้ว่า มีการปลุกแนวต้านและแนวรุก เพื่อกำจัดกระแสปฏิรูปในหลายมิติ
ทหารที่ดีต้องไม่ยุ่งกับการเมือง นี่คือสิ่งที่ประเทศที่เจริญแล้วถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเสมอ
ต้องเป็นทหารอาชีพที่ฝึกฝนศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อปกป้องชาติและประชาชนจากศัตรูต่างด้าว
ไม่ใช่การเข้าไปรับใช้สถาบันกษัตริย์
แล้วร่วมมือกับนายทุน ยึดอำนาจจากรัฐบาลที่ประชาชนเลือกขึ้นมาอย่างชอบธรรม จากนั้นก็สร้างกฎกติกาเพื่อให้ตนและเครือข่ายครองอำนาจทางการเมือง ซึ่งผิดหน้าที่อย่างยิ่ง เมื่อไร้ความสามารถแต่อยากยึดโยงอำนาจ ความเสียหายจึงเกิดขึ้นอย่างน่าใจหาย โดยสองฝ่ายที่ได้ประโยชน์คือสถาบันกษัตริย์และนายทุนสามานย์ตัวจริง ส่วนกองทัพก็จะตกต่ำ ถูกประชาชนรังเกียจหรือขาดความศรัทธา ทั้ง ๆ ที่ทหารส่วนใหญ่ได้ทำงานหนักและไม่ได้เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทรราชของนายทหารแก่ ๆ ไม่กี่คน ที่กระโดดข้ามหัวเพื่อนร่วมอาชีพ และเหยียบย่ำประชาชนที่เสียภาษีเป็นเงินเดือนและสวัสดิการแก่ตน
สารคดีเพิ่มความรู้ :
ที่แท้ ถุงพระราชทาน ใครเป็นคนจ่ายเงิน?
โดย ดร. เพียงดิน รักไทย 20 เมษายน 2563
โปรดตามลิ้งค์นี้ไปอ่านให้ได้นะครับ อ่านบทสนทนาทั้งหมด: https://tlhr2014.com/archives/25137
จากกรณีที่ ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดี หมายเลขดำอ.3032/62 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสิรภพ กรณ์อรุษ เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นเบื้องสูง ตามมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 โดย ศาลสั่งจำคุก 6 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 4 เหลือคงจำคุก 4 ปี 6 เดือน
ศาลอาญาจำคุก 4 ปี 6 เดือน ‘สิรภพ’ หมิ่นเบื้องสูง
ทั้งนี้ นายสิรภพ จำเลย กล่าวว่า จะอุทธรณ์คดีนี้ต่อไป ตนยืนยันเจตนารมณ์ว่าจะต่อสู้เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและต้องการเผยแพร่ต่อสาธารณะ ในวันนี้บางอย่างอาจจะพูดไม่ได้ เพราะอยู่ระหว่างต่อสู้คดี แต่เชื่อว่าวันข้างหน้าคำฟ้องทุกหน้า ข้อกล่าวหาทุกบรรทัดจะได้เผยแพร่เป็นสาธารณะ เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างกับการฟ้องร้องเอาผิดมาตรา 112 ที่เกี่ยวเนื่องกับการหมิ่นประมาทสถาบันเบื้องสูง
นายสิรภพกล่าวต่อว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่ถูกขังในระหว่างพิจารณาคดี และไม่ได้รับการประกันตัวนานที่สุด ในคดีนี้ เป็นระยะเวลา 4 ปี 11 เดือน แล้วก็มาได้รับการประกันตัวในช่วงใกล้จะมีการเลือกตั้งปี 2562 ประกอบกับมีเอกสารแถลงการณ์ของยูเอ็นกับการคุมขัง ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ได้รับการปล่อยชั่วคราว ส่วนจุดยืนของตนเองนั้น เพื่อต้องการให้เห็นว่า มีการใช้กฎหมายมาตรา 112 เป็นเครื่องมือกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองที่ต่อต้านการรัฐประหาร ส่วนประเด็นการถูกกล่าวหาพาดพิงสถาบันเบื้องสูงนั้น ขอไม่ตอบ เนื่องจากอยู่ระหว่างถูกกล่าวหาด้วยมาตรานี้ แต่เรื่องการต่อสู้ยังยืนยันว่าจะไม่หยุด ยังเดินหน้าต่อไ88
สิรภพหรือที่รู้จักในนามปากกาบนโลกออนไลน์ว่า "รุ่งศิลา" คือหนึ่งในผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 "หมิ่นประมาทกษัตริย์" ในช่วงหลังรัฐประหารปี 2557 จากการถูกกล่าวหาว่าเผยแพร่บทความและข้อความจำนวน 3 ข้อความบนเว็บบอร์ดประชาไทในปี 2552 และในเว็บ-เฟซบุ๊กส่วนตัวในปี 2556-2557 ซึ่งฝ่ายความมั่นคงเห็นว่าทำให้ประชาชนไม่เคารพเทิดทูนกษัตริย์
เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ตัดสินใจให้การปฏิเสธ ขอสู้คดีมาตรา 112 แม้เขาจะต้องแลกอิสรภาพเกือบ 5 ปีให้กับเรือนจำ เพื่อต่อสู้คดีที่ศาลยังไม่ตัดสิน ท่ามกลางสังคมสุญญากาศที่การวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายมาตรา 112 กลายเป็นเรื่องทำได้ยาก ในห้วงเวลาที่ผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 เป็นตราบาปที่สังคมไม่กล้าแม้จะเอ่ยถึง
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนชวนสนทนากับสิรภพถึงเส้นทางการต่อสู้คดีมาตรา 112 อันยาวนานบนศาลทหาร-พลเรือน และวิธีคงความเป็นมนุษย์ในชุดผู้ต้องขังที่ทำให้ "5 ปีในคุกก็เอาเกียรติของเขาไปไม่ได้"
ก่อนศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีนี้วันจันทร์ที่ 18 ม.ค. 2564 เวลา 09.00 น.
อ่านบทสนทนาทั้งหมด: https://tlhr2014.com/archives/25137
อ่านข้อมูลคดีมาตรา 112 ของสิรภพ: https://database.tlhr2014.com/public/case/580/lawsuit/202/
เครดิตข่าว ส่งมาทางไลน์
🤪🇹🇭🦖วันนี้จะขอเล่านิทานเรื่องหนึ่งให้ฟังครับ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ทำตัวเหลวแหลก ชอบเอาเงินกองทุนหมู่บ้านไปร่ำสุราเคล้านารี ทำให้ลูกบ้านไม่พอใจพากันลุกฮือประท้วงเรียกร้องให้ผู้ใหญ่บ้านปรับปรุงตัวเอง
บังเอิญว่าในช่วงนั้น กำลังเกิดโรคชนิดใหม่แพร่ไปในหลายหมู่บ้าน หมอในหมู่บ้านก็พยายามจะหายาจากหมู่บ้านอื่น ๆ มาแจก บ้างก็จะเอาสูตรปรุงยาจากหมู่บ้านอื่นมาปรุงในหมู่บ้าน แต่อยากทำคะแนนกับลูกบ้านเลยวางแผนว่าจะเอาเงินกองทุนหมู่บ้านซึ่งเก็บจากลูกบ้านมาซื้อยาแจกในนามของตัวเองภายใต้ชื่อโครงการ “วัคซีนของพ่อ(ใหญ่บ้าน)” ผู้ใหญ่บ้านจึงบอกให้หมอยาทุกคนในหมู่บ้านหยุดปรุงยาและไม่ให้ใครเอายามาขายยกเว้นบริษัทของผู้ใหญ่บ้านเท่านั้น โดยกะว่าผู้ใหญ่บ้านจะเก็บคะแนนเพิ่มอีกโดยการแจกยาเป็นหมู่บ้านแรกในละแวกนั้น จะได้ลบคำวิพากษ์วิจารณ์ที่ลูกบ้านมีต่อตัวเอง
แต่ด้วยความที่ผู้ใหญ่บ้านผูกขาดยาไม่ให้ใช้สูตรอื่น ให้ใช้เฉพาะที่บริษัทผู้ใหญ่บ้านหามา และยังไม่ยอมให้คนอื่นที่มีความสามารถมากกว่าผู้ใหญ่บ้านปรุงยาหรือเอายามาแจก ทำให้ไป ๆ มา ๆ หมู่บ้านในละแวกใกล้เคียงได้ยาไปหลายที่แล้ว เหลือแต่หมู่ 10 หมู่บ้านเดียวที่ช้า ต้องรอถึงกลางปีกว่าจะได้ยา ทำให้ลูกบ้านต้องเจ็บป่วยล้มตายและสิ้นเนื้อประดาตัวมากมายจากสภาวะเศรษฐกิจหมู่บ้านซบเซา นอกจากนี้ ยังเกิดการทุจริตกันมหาศาลทำให้หมู่ 10 ต้องซื้อยาในราคาที่แพงกว่าหมู่บ้านอื่น ๆ ผู้ใหญ่บ้านเสียหน้าก็เลยให้พ่อค้าผูกขาดในหมู่บ้านไปเอายาจากจีนมาแจกไปพลาง ๆ ก่อน แต่ปรากฎว่ายาจากจีนนั้นก็ไม่มีคุณภาพ ลูกบ้านจึงพากันไม่พอใจมากกว่าเดิม
ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 จะรอดพ้นวิกฤติศรัทธานี้หรือไม่ ชะตากรรมของชาวบ้านหมู่ 10 จะเป็นยังไง โปรดติดตามตอนต่อไป
เครดิต : สหายนิรนามท่านหนึ่ง
โศกนาฏกรรมซ้ำซากกับโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว โศกนาฏกรรมซ้ำซากกับโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว บทเรียนจ...