ตั้ง อาชีวะ ชี้วิธีขอลี้ภัยในแคนาดา
เปิดเครื่องชน # 08 ร. 8 - ร. 9 = เจ้าดี-เจ้าชั่ว
Fwd: Global Alumni Convention 2016
From: Global Alumni Convention <gac@idp.com>
Date: Fri, Sep 4, 2015 at 9:10 PM
Subject: Global Alumni Convention 2016
|
|
สองสารคดีที่จะทำให้เห็นพัฒนาการด้านเสี่ยงและพลังแฝงที่กำลังจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ของจีนและของโลก
ประวัติเมืองปาตานีหรือรัฐปาตานี
http://www.io-pr.org/index.php…
ประวัติเมืองปัตตานี
ตอนที่ 1
กำเนิด ดินแดนหลังกาสุกะจนถึงปัจจุบัน ประมาณ 2,000 ปี ซึ่งถิ่นกำเนิดดินแดนนี้ศูนย์กลางอยู่ที่หมู่บ้านยือรา (จือแร ประตูโพธิ์) เมืองยะรังในปัจจุบัน ตามคำบอกเล่าในหนังสือประวัติศาสตร์ของอินโดนีเซีย ก่อนที่จะมาเป็นปาตานีนั้นดินแดนลังกาสุกะถือว่าเป็นดินแดนที่มีความหลาก หลายของชาติพันธุ์ มีทั้งจีน ทั้งอินเดีย ความคิดความเชื่อก็มีลักษณะความเชื่อแบบจิตวิญญาณผิดๆ คือเชื่อในผีสาง ต่อมาก็เกิดความเชื่อแบบศาสนาฮินดูอย่างกว้างขวางอารยะธรรมก็เป็นแบบจีนและ อินเดีย ตลอดจนระบบการปกครองก็มีลักษณะเป็นแบบอิสระ คือปกครองตามแบบแผนของตนเอง(ปกครองโดยตนเอง) มีการไปมาหาสู่กันระหว่างจีน อินเดีย รวมไปถึงชาวอาหรับ ส่วนชาวซาไกที่อาศัยตามหุบเขาต่างๆ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คนเหล่านั้นก็ถือว่าเป็นบรรพบุรุษของลังกาสุกะเช่นกันรวมไปถึงคนที่อยู่ตาม ชายทะเล (ภูเก็ต ระนอง พังงา สตูล กระบี่) ก็เป็นลูกหลานลังกาสุกะ เรียกรวมๆว่าอาณาจักรลังกาสุกะหรืออาณาจักรมลายูสมัยพราหมณ์-ฮินดู ต่อมาเป็นการแพร่ขยายเข้ามาของบูสาร์(ศาสนาพุทธ)นิกายมหายาน ส่วนภาษาพูดเป็นการพูดเหมือนกับคนปาตานีพูด ปัจจุบันมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่หลงเหลืออยู่ เช่น เมืองโบราณยะรัง ซึ่งคลุมพื้นที่ 3 พื้นที่ของเมืองยะรังประกอบด้วย ตำบลวัด ตำบลประจัน และตำบลยะรัง
ตอนที่ 2
พ.ศ. 2000 ลังกาสุกะเป็นชื่อที่ถูกเรียกมาก่อนของดินแดนแห่งนี้ ลังกาสุกะ (หมู่เกาะแห่งสงบสุข)เคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรมลายู โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่โกตามาหาลิไกย (ยะรังในปัจจุบัน) ซึ่งช่วงนั้นประสบกับปัญหาการคมนาคมเพราะต้องข้ามฝั่งไปมาซึ่งยากลำบากทำให้ เจ้าเมืองพญาอินทิรา พยายามหาพื้นที่เพื่อเปลี่ยนที่ตั้งเมืองแห่งใหม่ เจ้าเมืองพญาอินทิราเป็นบุคคลที่รักการล่าสัตว์เป็นงานอดิเรก จึงได้จัดช้างเผือกเข้าไปล่าสัตว์บริเวณริมทะเลพร้อมตั้งแคมป์เป็นที่พัก ต่อมาได้มีสุนัขตัวหนึ่งเห่าอยู่ใกล้ๆที่ตั้งแคมป์เจ้าเมืองพญาอินทิราจึง ได้ออกสำรวจดู พบว่ามีกระจงขาววิ่งหนีหายไปในระหว่างหาดทรายริมชายทะเล จึงออกไล่ตามและได้พบกับผู้เฒ่านามว่าโต๊ะตานี เลยถามว่าเห็นกระจงผ่านมาที่หาดนี้ไหม เจ้าเมืองพญาอินทิราเมื่อได้เห็นชายหาดแห่งนี้จึงเกิดความรู้สึกชอบ เพราะชายหาดแห่งนี้สะอาด(บรือเซะ) หรือกรือเซะ จึงเป็นเหตุให้พระองค์ย้ายเมืองหลวงจากโกตามาหาลิไกยมาตั้งที่กรือเซะ โดยได้ก่อตั้งเมืองกรือเซะขึ้นมาก่อนใช้เวลาก่อตั้ง ประมาณ 3 เดือนเศษเพื่อเป็นที่ตั้งเมืองใหม่และต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นชื่อเมืองปาตานี `ในช่วงนั้นเจ้าเมืองพญาอินทิรานับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน โดยในสมัยนั้นคนในพื้นที่อยู่ภายใต้การควบคุมของนักประวัติศาสตร์ยุโรปได้ กล่าวว่า ยุคนั้นผู้คนนับถือหรือเข้าอิสลามประมาณ 300 ปีก่อนพญาอินทิราจะเข้ารับอิสลาม หากเราสังเกตแผนที่แล้วในพื้นที่แห่งนี้ถือว่าเป็นพื้นที่แหลมหรือเรียกว่า แหลมทองนับจากกระบุรี จังหวัดระนองลงมา โดยการตั้งชื่อนี้นักกรีกโบราณได้มีการตั้งชื่อไว้ในช่วงศตวรรษที่ 3 ซึ่งในพื้นที่แหลมทองนี้เป็นถิ่นที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านพืชผลหลากหลาย ชนิด ตลอดจนในช่วงนั้นการทำเนื้อกระจงตากแห้งเป็นที่นิยมของคนอาหรับ จึงได้ส่งไปยังต่างประเทศและเป็นสินค้าที่นิยมมาก ชาวอาหรับก็ได้เดินทางลงมายังแผ่นดินแหลมทองแห่งนี้มาพร้อมกับการเผยแพร่ ศาสนาและทำการค้าควบคู่กัน
ตอนที่ 3
ยุค ของการเผยแพร่ศาสนาอิสลามเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เจ้าเมืองพญาอินทิรายังดื้อรันไม่ยอมเข้ารับอิสลามและไม่มีใครที่กล้าเข้าไป ในวังเพื่อเผยแพร่ศาสนาให้กับเจ้าเมืองพญาอินทิรา การเผยแพร่ศาสนามีความเข้มข้นมากตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นอาณาจักรลังกาสุกะมา จนถึงช่วงต้นของการสร้างเมืองปัตตานี แต่ประชาชนชาวโกตามาหาลิไกยส่วนใหญ่ยังนับถือศาสนาพุทธผสมกับพราหมณ์ – ฮินดู จนมาถึงสมัยของเจ้าเมืองพญาอินทิรา เกิดการเปลี่ยนแปลงทางศาสนาจากศาสนาพุทธเป็นอิสลาม การเปลี่ยนศาสนาของเจ้าเมืองพญาอินทิรามีตำนานเล่ากันว่า เจ้าเมืองพญาอินทิราได้ทรงเกิดพระโรคบางอย่างกำเริบขึ้นบนร่างกายของ พระองค์ แพทย์หลวงในราชสำนักรักษาเท่าไรก็ไม่มีทีท่าว่าจะหายขาด พระองค์จึงให้เสนาบดีป่าวประกาศไปทั่วเมืองว่า หากหมอผู้ใดสามารถรักษาพระโรคให้หายขาดได้จะทรงพระราชทานรางวัลให้อย่างงด งาม มีแขกปาชายผู้หนึ่งเดินทางมาจากเกาะสุมาตราชื่อ"เซ็กซาฟียิดติน" อาสาเข้าทำการรักษาพระโรคของเจ้าเมืองพญาอินทิรา โดยขอคำมั่นสัญญาจากพระองค์ว่าเมื่อตนสามารถรักษาอาการป่วยหายแล้ว พระองค์ต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามแทนศาสนาพุทธซึ่งเจ้าเมืองพญาอินทิรา ก็ทรงรับปากแต่โดยดี เซ็กซาฟียิดตินได้ทำการรักษาพระโรคของเจ้าเมืองพญาอินทิราจนหายขาด แต่พระองค์กลับคำไม่รักษาสัญญา ต่อมาไม่นานโรคร้ายจึงกำเริบขึ้นมาอีกครั้งร้อนถึงหมอแขกชื่อดังต้องกลับมา รักษาให้หายอีก แต่คราวนี้เจ้าเมืองพญาอินทิราก็ไม่ปฏิบัติตามสัญญาเสียที เจ้าเมืองพญาอินทิราได้ผิดคำสัญญาถึง ๓ ครั้ง หมอแขกก็ตามรักษาอยู่ทุกครั้ง จนมาถึงครั้งที่ ๔ เจ้าเมืองพญาอินทิราจึงยอมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามตามสัญญา และโรคร้ายก็หายไปไม่มากล้ำกรายอีกเลย จึงแต่งตั้งเซ็กซาฟียิดตินขึ้นเป็น ดาโต๊ะ สารีรายา ฟาเกะฮ์ (คือผู้รู้ยอดเยี่ยมของ ศาสนาอิสลาม) เป็นเหตุให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ ขุนนาง และชาวเมืองเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามกันหมด พลเมืองชาวปาตานีเมื่อเห็นกษัตริย์ของตนเปลี่ยนศาสนาจึงพากันเข้ารีตนับถือ ศาสนาอิสลามกันทั้งหมด ต่อมาจึงได้ทำลายพระพุทธรูป เทวรูป โบราณสถานทางพุทธศาสนาพุทธในเมืองลังกาสุกะจนเสียหายหมดสิ้น จากนั้นชื่อเมืองลังกาสุกะก็หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์นับตั้งแต่บัดนั้น
ตอนที่ 4
การ เข้ามาของเซ็กซาฟียิดตินในปาตานี เพื่อรักษาอาการป่วยของพญาอินทิราจนพระองค์เข้ามารับนับถือศาสนาอิสลามแล้ว เปลี่ยนพระนามเป็น สุลต่านอิสมาแอลชาห์ซิลลุลลอฮ์ฟิลอาลาม ได้มีการขอพรให้พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ปาตานีดารุสาลาม การเรียกชื่อเมืองปาตานีเป็นปาตานีดารุสาลาม ได้มีการสืบทอดการปกครองอาณาจักรปาตานีดารุสสาลามจนสิ้นสุดราชวงศ์ศรีมหาวัง สา ซึ่งนับจากอดีตจนถึงปัจจุบันนี้ราวประมาณ 500 ปี มาแล้ว และเซ็กซาฟียิดตินเองก็ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญในการเข้ามามีบทบาทของ การเปลี่ยนแปลงเมืองปาตานีให้ดียิ่งขึ้น เปลี่ยนแปลงการนับถือศาสนาให้กระจ่างยิ่งขึ้น และได้ขยายพื้นที่ คอลอมือเกาะห์ (สะพานปลาในปัจจุบันนี้) ถึงบานา ตันหยงลูโละ ปาเระ และเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในอาคเนย์ มีช่วงหนึ่งที่เครื่องบินรบของจีนได้เข้ามาในปาตานี มาส่งมอบกระสุนปืนใหญ่ให้กับกษัตริย์ปาตานีน้ำหนักประมาณ 8 กิโลกรัม กษัตริย์ปาตานีถามกลับว่าไหนปืนล่ะ จึงเกิดที่มาในการสั่งการให้สร้างปืนใหญ่ขึ้นมา ที่รู้จักกันในช่วงนั้นคือปืนใหญ่มาเรียมโดยมีช่างใหญ่เป็นชาวอิหร่าน หลังจากนั้นกษัตริย์ปาตานีประกาศต่อชาวปาตานีว่าห้ามใครขายทองแดงเด็ดขาด เนื่องจากปาตานีมีความประสงค์ที่จะผลิตเป็นปืนใหญ่ เราสามารถดูปืนใหญ่นี้ได้ที่หน้ากระทรวงกลาโหม 1 กระบอกมีนามว่าศรีปาตานีส่วนที่เหลือได้จมลงทะเลในสมัยนั้น ชาวปาตานีในสมัยก่อนได้ผลิตปืนใหญ่ส่งไปยังต่างประเทศแล้ว เราในสมัยนี้ล่ะจะผลิตเข็มตราปาตานีส่งขายไป ยังต่างประเทศได้หรือไม่ลองคิดดู ในสมัยนั้นมีหลายประเทศที่เข้ามาสั่งซื้อปืนใหญ่จากปาตานีเช่น ญี่ปุ่น หากมองภาพรวมแล้วปาตานีก็ถือว่าไม่ใช่กระจอกในช่วง 500 ปีก่อน
ตอนที่ 5
ต่อ มาเป็นยุคการต่อสู้ของรายาอูมูม (รายาบีรู) ที่ได้นำกองทัพไปตีสยามในพื้นที่พัทลุง จนสยาม พ่ายแพ้ โดยใช้เวลาในการต่อสู้นานถึง 4 ปี ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงที่รายาอูมูม (รายาบีรู) ที่มีบทบาทในการสร้างสถาบันปอเนาะ และยุคนั้นเองได้สร้างมัสยิดตะโละมาเนาะ (มัสยิด 300 ปี) โดยวาเดลฮูเส็นเป็นผู้ สร้างและเปิดให้มีปอเนาะ รวมทั้งมีการเขียนอัลกุรอานด้วยมือเป็นเล่มๆ ซึ่งมัสยิดถือได้ว่าเป็นโรงพิมพ์ใน ช่วงนั้นก็ว่าได้ ต่อมาลูกๆหลานๆ ของวาเดลฮูเส็นที่ชื่อ อับดุลเลาะ ได้ขยายพื้นที่เปิดปอเนาะไปยังเขต กรือเซะ ต่อมาเมื่อปี 2329 ได้เกิดสงครามเก้าทัพ ปาตานีนำทัพโดยเชะดาโอะ ซึ่งมีอายุเพียง 17 ปี หลังจากการทำสงคราม เชะดาโอะ ก็ได้เดินทางไปยังรัฐตรังกานู (ประเทศมาเลเซีย) และไปยังอาเจะห์ (ประเทศอินโดนีเซีย) เพื่อไปเรียนต่อประมาณ 3 ปี แล้วเดินทางต่อไปยังนครมะดีนะห์ (ประเทศซาอุดิอาระเบีย) ซึ่ง การทำสงครามกับสยามที่ปาตานีช่วงนั้นได้พ่ายต่อชาวสยาม
ตอนที่ 6
ช่วง สงครามเก้าทัพนั้นมัสยิดกรือเซะถูกเผา และปืนใหญ่ศรีปาตานีทั้ง 2 กระบอกถูกยึดไปรวมถึงบ้านเรือน วัง ก็ถูกเผาทั้งหมด คนที่สามารถหลบหนีได้ก็หนีไปยังพื้นที่อื่นๆ ส่วนคนที่หนีไม่ทันก็ถูกนำตัวไปยังบางกอก ชาวปาตานีถูกนำไปครั้งนั้นเพื่อเป็นเชลยขุดคลอง (คลองแสนแสบ) ต่อมาเชะดาโอะได้กลับมาทำสงครามอีก ครั้งกับสยามโดยได้ขยายพื้นที่ไปยังเขตจะนะและสะกอม
ปาตานีคือ ชื่อรัฐๆ หนึ่งอยู่บนแผ่นดินด้ามขวานที่เรียกว่าแหลมมลายู แซะห์ อาหะหมัด บินวัน มูฮัมหมัดเซ็น อัลฟาตอนี ได้กล่าวไว้ว่า "ปาตานี คือรัฐหนึ่งในหลายๆ รัฐของชาวมลายู ได้เป็นสถานที่ก่อกำเนิดบุรุษที่ดี เฉลียวฉลาด รักสงบและเก่งกล้า เป็นรัฐที่มีเอกราช และอยู่ภายใต้ปกครองของบุคคลเหล่านั้นมาแต่อดีต"
การเผยแพร่ศาสนาในช่วง นั้นมีการยึดถือมุสฮับสาฟีอีน(ความเชื่อ ความศรัทธา) และเจริญขึ้นในฐานะอิสลามอย่างเต็มรูปแบบในปาตานี เพราะฉะนั้นเราต้องให้ความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ปาตานี
ตอนที่ 7
ต่อ มาเป็นยุคของรายากูนิงเป็นยุคที่มีการแย่งชิงอำนาจทางการปกครอง เนื่องจากกษัตรีย์ปาตานี ได้สิ้นพระชนม์และได้มีการแต่งตั้งขึ้นมาใหม่ ก่อนการสิ้นพระชนม์ของรายากูนิงแทบจะเรียกได้ว่าในระหว่างการปกครองของ กษัตริย์ที่เป็นหญิงในปาตานีนั้นได้สร้างความเจริญรุ่งเรือง การแต่งตั้งเจ้าเมืองขึ้นมาใหม่ ซึ่งมาจากสามัญชนทั่วไปชื่อต่วนกูอะห์หมัดมาเป็นกษัตริย์แทน ช่วงนั้นมีชาวพุทธคนหนึ่งมีชื่อว่านายจันทอง มีพื้นเพมาจากนครศรีธรรมราชก็ได้เข้ารับอิสลามและได้เข้าไปเป็นทหาร จากนั้นได้นำทัพลงน่านน้ำปาตานีและนำปืนใหญ่ไปด้วยเพื่อทำการรบกับสยาม แต่ในความเป็นจริงแล้วนายจันทองนั้นเรียกได้ว่าเป็นนกสองหัว เนื่องจากสยามยิงปืนใส่ชาวปาตานี แต่นายจันทองกลับยิงปืนใส่ชาวปาตานีด้วยกันเองทำให้ต่วนกูอะห์หมัดสิ้นชีวิต ลงในระหว่างการลงรบ หลังจากนั้นปาตานีจึงได้เปลี่ยนผู้ปกครองอีกหลายต่อหลายท่าน
สุลต่าน อะห์หมัดเป็นสุลต่านจนถึง พ.ศ.2329 ปาตานีก็ถึงกาลอวสาน เนื่องจากการเข้าโจมตีของกองทัพสยามทั้งทางบกและทางเรือ ซึ่งสุลต่านอะห์หมัดได้สิ้นชีพในการต่อสู้กับศัตรูในครั้งนั้น และส่งผลให้ บ้านเมืองถูกเผาทำลาย ชาวมลายูปาตานีถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมาก ที่สามารถหลบหนีได้ก็แยกย้ายกันไปอาศัยเมืองข้างเคียง ส่วนหนึ่งก็ถูกจับตัวไปเป็นเชลยพร้อมปืนใหญ่ศรีปาตานีที่ถูกยึดไปบางกอก ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ที่หน้ากระทรวงกลาโหม
เมื่อประมาณ 500 ปีก่อน ปาตานีถือเป็นที่ผลิตปืนใหญ่ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก โดยทางญี่ปุ่นก็ได้มีการสั่งซื้อไปยังประเทศด้วย การทำสงครามครั้งนี้ถือเป็นการทำสงครามครั้งที่หกและเป็นครั้งแรกที่ปาตานี ต้องสูญเสียอำนาจแก่สยาม กระทั่ง พ.ศ.2329 สยามได้ยึดปาตานีอย่างเป็นทางการในสมัยของรัชกาลที่ ๑ ศูนย์กลางของสยามในสมัยนั้นคือธนบุรีก่อนที่จะมาเป็นกรุงเทพ
ตอนที่ 8
มี คนถามว่ามันเกี่ยวข้องอย่างไรกับเกดาห์ (กือเดาะห์) ผู้บรรยายอธิบายต่อว่า เนื่องจากช่วงนั้นมีการกล่าวกันว่าพญาวังศาได้เข้าไปในเกดาห์ พญาวังศามีลูกสาวจึงได้ขึ้นช้างพามุ่งหน้าไปยังทิศเหนือไปถึงห้วยเงาะ โคกโพธิ์ แล้วหยุดเนื่องจากช้างร้องไห้ ซึ่งปัจจุบันบริเวณนั้น เป็นที่ตั้งของวัดช้างไห้แต่ข้อมูลยังไม่แน่ชัดเท่าไร สำหรับข้อมูลในส่วนของปาตานีที่มีความสัมพันธ์กับเกดาห์นั้น มีความเกี่ยวข้องกันในส่วนของการตั้งเป็นศูนย์กลางทางด้านการค้าในสมัยลังกา สุกะและเป็นรัฐญาติมิตรระหว
สหรัฐรายงาน พบเรือรบจีน 5ลำในน่านน้ำสากลแถบอล้าสก้า ช่วงที่โอบาม่ามาที่นี่
ประกาศหาคนหาย ::: ถวิล เปลี่ยนศรี สมช.
ระบอบการปกครองสำหรับอนาคตไทย ควรเปลี่ยนอะไรบ้าง?????
นักการเมือง (อีแอบ) อาทิตย์ที่จะถึงนี้ สปช. จะโหวตร่างรัฐธรรมนูญ เดินหน้าตามโร้ดแม็พไปสู่การลงประชามติ ฝั่งหนึ่งเห็นว่าดีว่างาม เสมือนเป็นดวงดาวเจิดจรัสเปิดทางปฏิรูปประเทศไทย อีกฝั่งหนึ่งมองเป็นโคลนตม ไร้ราคา พาประเทศชาติถอยหลังลงคลอง ทุกครั้งที่มีการรัฐประหาร ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ นักการเมืองมักตกเป็นจำเลย ของอย่างนี้ว่ากันไม่ได้ เพราะบรรดานักการเมืองทำตัวเอง กล้าทำก็ต้องกล้ารับ ทุกคนล้วนเสนอตัวอาสามาทำงานผ่านการเลือกตั้งของประชาชนและกฎเกณฑ์สารพัด แต่มีอีกจำพวกหนึ่ง เป็นนักการเมืองอีแอบ ไม่ต้องอาศัยกฎเกณฑ์ ได้ดิบได้ดีทุกครั้งที่มีการรัฐประหาร โดยการเข้าหาขั้วอำนาจ ณ ขณะนั้น เชียร์ตะบี้ตะบัน เลียทุกเรื่อง ยกยอน้ำลายสอ ปั้นน้ำเป็นตัว เพื่อให้ตัวเองดำรงอยู่ในวงจรอำนาจ ตอนนี้มีพวกใหม่ผุดขึ้นมาอีก เป็นจำพวกที่สองของอีแอบ เคยเป็นนักการเมือง แต่แสร้งทำว่าไม่เล่นการเมืองแล้ว ทั้งที่ในอดีตมีคุณสมบัติเป็นนักการเมืองชั้นเลว 101% แต่ทำเป็นลาออกชุบตัวในน้ำทะเล แล้วเป็นแกนนำ "เครื่องมือการเมือง" (Political Tools) ให้แก่พรรคการเมือง หรือศูนย์อำนาจการเมือง เสมือนหนึ่งเป็นกองโจร รบแบบไร้รูปแบบ ทำงานได้อิสระ ปล้นดะ ไร้วินัย ทั้งสองจำพวกนี้ไม่ได้ดีไปกว่านักการเมืองเลย หากนักการเมืองเลว ยังเลวในระบบ มีกฏเกณฑ์ที่ต้องระมัดระวัง แต่พวกเลวนอกระบบ สันดานอยากทำอะไรก็ทำ ได้คืบจะเอาวา เป็นสัมภเวสีเร่ร่อนเหมือนเจ้าไม่มีศาล ฉกฉวยหยิบกินของเซ่นไหว้ ไม่เคยเห็นหน้าตอนเลือกตั้ง แต่ไม่เคยห่างหายจากการเมือง รัฐธรรมนูญยังไม่ได้จำกัดห้ามคนจำพวกนี้เอาไว้ อย่างนี้น่ากลัวกว่ากันแยะ ประชาชนโปรดระวังเอาไว้เถิด |
"อำนาจนิยม"ในโรงเรียน.ทำลายอนาคตชาติ
น.ส.ณัฐ นันท์ นรินทรเวช นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้สัมภาษณ์ Thaivoicemedia กรณี อดีตรองผู้อำนวยโรงเรียนเสิงสาง นครราชสีมา ใช้อารมณ์แสดงอาการดูถูก เหยียดหยาม และทำร้ายนักเรียนด้วยการตบหัว โดยอ้างว่าทำไปเพราะความรัก ความหวังดีที่ครูมีต่อนักเรียนว่า ผู้บริหารโรงเรียน หรือ ครู อาจารย์ จะต้องแยกให้ออกว่าระหว่าง จิตวิญญาณความเป็นครู กับ การทำร้ายร่างกาย หรือการดูถูก เหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นคน การทำร้ายร่างกายเท่ากับผิดกฎหมายดังนั้นการจะอ้างว่า ทำไปเพราะวิญญาณของความเป็นครู จึงไม่อาจจะอ้างได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะในโรงเรียน และระบบการศึกษาของไทย ยังคงใช้ ความเป็นอำนาจนิยม สั่งสอนนักเรียน แต่ควรจะต้องมีระบบที่จะถ่วงดุลย์อำนาจระหว่างนักเรียน และครู หรือผู้บริหารโรงเรียน การลงโทษนักเรียน ทำได้แต่ต้องผ่านกระบวนการสอบสวนโดยคณะบุคคล ไม่ใช่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบของครูเพียงคนเดียว ดังนั้นอย่าสั่งสอนเด็กด้วยความกลัว หรือ สร้างระบบอำนาจนิยมขึ้นมาในโรงเรียน เพราะจะทำให้เด็กไทยไม่มีวุุฒิภาวะ ไม่มีจิตนาการ ขาดความคิดสร้างสรรค์ กรณีที่เกิดขึ้นที่ ร.ร.เสิงสาง ควรจะเป็นบทเรียนสำคัญในระบบการศึกษาไทยที่จะต้องนำมาถกเถียงพูดคุยและหาทางแก้ปัญหาระยะยาว แทนที่จะแก้ปัญหาเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของครู และโรงเรียน
ทางออกประเทศไทย อ.ชูพงศ์ 3 กันยายน 2558 ตอน ความหลากหลายของขบวนปฏิว้ติ คือสิ่งจำเป็น
ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน...?? ทำยังไง?
ข่าวลับจากวงในกองทัพ กรณีอุยกูร์ ลึก...งามหน้าอีก ทหารร่วมค้าอุยกูร์
ไพ่ใบสุดท้ายของจีน...สงครามโลก...ทางการเงิน จริงหรือ?
ไพ่น๊อคดอลล่าร์ของจีนได้แบออกมาให้ทุกคนเห็นแล้ว ไพ่ใบนี้คือAsia Infrastructure Investment Bank หรือAIIBที่จะเปิดดำเนินการในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ด้วยเงินทุนประเดิม$100,000ล้าน
ขงเบ้งทิ้งไพ่AIIBลงเมื่อไหร่ ดอลล่าร์จะหงายเก๋ง
ที่ร้ายไปกว่านั้น ไพ่AIIBจะฆ่าทั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ธนาคารโลก และธนาคารกลางของสหรัฐหรือยูเอสเฟดเดอรัลรีเสิร์ฟแบงค์ไปพร้อมๆกัน
เหมือนกับเป็นการกินโต๊ะจีนที่ห้อยเทียนเหลา
AIIBจะกินเรียบเพราะว่าจีนวางโครงสร้างการเงินโลกใหม่ที่อิงความมีส่วนเกี่ยวข้องของนานาประเทศที่เข้ามาร่วมแล้วจะได้ประโยชน์กันทุกประเทศ ผิดกับระบบดอลล่าร์ที่ผูกขาด กันความมีส่วนร่วมหรือแบ่งผลประโยชน์ให้ประเทศอื่นออกไป พูดง่ายๆ คนอื่นยิ่งฉิบหายมาก สหรัฐยิ่งได้กำไรเจ้าเดียว
AIIBมีสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง57ประเทศ มีจีนเป็นเจ้ามือ และมีประเทศในเอเซียและยุโรปเป็นลูกมือ ไทยแลนด์เป็นลูกมือที่มีระดับพอสมควรเพราะว่าจะลงขันถึง$1,500ล้าน
ที่ล้ำลึกคือAIIVจะปล่อยกู้โครงสร้างพื้นฐานให้กับประเทศกำลังพัฒนาด้วยเงินหยวน และเงินสกุลของประเทศที่เป็นสมาชิก สร้างความแตกต่างด้วยการแข่งกับธนาคารโลก ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเซีย หรือสถาบันการเงินระหว่างประเทศอื่นๆที่ปล่อยกู้เป็นดอลล่าร์ผูกขาดอย่างเดียวให้ทุกประเทศเป็นทาสหรือเป็นหนี้ดอลล่าร์
สมมุติว่ารัฐบาลลาวต้องการลงทุนสร้างพัฒนาเครือข่ายเทเลคอมมีมูลค่า$200ล้าน ลาวสามารถกู้เงินจากAIIBได้เป็นเงินหยวน เงินบาท เงินวอนของเกาหลี หรือเงินสกุลอื่นของประเทศสมาชิกของAIIBได้ สมมุติต่อไปอีกว่าลาวขอกู้หยวน บาทและวอนเป็นจำนวนเทียบเท่า$200ล้าน ทั้งจีน ไทยและเกาหลีก็ทำsyndication loan หรือปล่อยกู้ร่วมกันให้กับรัฐบาลลาวไป
ในกรณีนี้ เงินหยวนของจีน เงินบาทของไทย เงินวอนของเกาหลีที่ลงในAIIBจะมีบทบาทมากขึ้นในการค้าขายระหว่างประเทศ เงินลงขันของไทยในAIIBจะงอกเงยขึ้นมา
เป็นการได้ประโยชน์ของประเทศสมาชิกร่วมกัน โดยที่หยวนไม่จำเป็นต้องผูกขาด เหมือนกับที่ระบบการเงินโลกปัจจุบันออกแบบมาให้ดอลล่าร์ผูกขาดแต่เจ้าเดียว
จะเห็นได้ว่าจีนได้ทำข้อตกลงสว๊อปค่าเงินกับประเทศคู่ค้าแล้ว เพื่อต่อไปค้าขายกันเป็นหยวน/บาท หยวน/ริงกิต หยวน/วอน หยวน/เยน หยวนรูเบิ้ล หยวน/รูปี
วิธีการนี้จะช่วย 1. ล้มการผูกขาดดอลล่าร์ 2. ลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนกับดอลล่าร์ 3. ลดค่าธรรมเนียมดอลล่าร์ 4. ลดความไม่สะดวกที่มาจากการต้องใช้ดอลล่าร์เป็นเงินสกุลหลักเดียว
วิกฤติการเงินโลกที่ผ่านมาเป็นวิกฤติดอลล่าร์ และทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้ง1997 (กู้ดอลล่าร์มากไป) วิกฤติดอทคอมปี 2001 วิกฤติตลาดบ้านซับไพรม์ปี2007 วิกฤติWall Street 2008 ยกเว้นวิกฤติยูโรที่เกิดตั้งตั้งแต่2010เป็นต้นมา ตอนนี้ฝรั่งพยายามบอกว่าเป็นวิกฤติหยวน ทั้งๆที่หยวนยังแกร่ง แม้ว่าตลาดหุ้นจะมีปัญหา แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์จีนในการเอาคืนกองทุนฝรั่งในสงครามการเงิน
AIIBเป็นทางเลือก หรือทางออกจากกับดักพิษดอลล่าร์กระดาษที่สร้างวิกฤติทั้วโลก แต่ละรอบของวิกฤติ พวกนายแบงค์เมการวยขึ้นๆ
เมื่อAIIBปล่อยกู้เพิ่มมากขึ้นเป็นเงินของประเทศสมาชิก ความต้องการหรือดีมานด์ของดอลล่าร์จะน้อยลงตามลำดับ ถึงจุดๆหนึ่งเมื่อไม่มีใครต้องการดอลล่าร์ ดอลล่าร์จะไหลกลับสหรัฐก่อนใหเกิดเงินเฟ้ออย่างรุนแรง
ผลก็คือ 1. เฟดต้องพิมพ์เงินมหาศาล ทำQE4,QE5, QE6, QE7...จนเจ๊งไปเอง
2.กองทุนการเงินระหว่างประเทศ และธนาคารโลกที่ปล่อยกู้เป็นดอลล่าร์ หาลูกค้าไม่เจอ นั่งตบยุงกันเป็นแถว
3. ดอลล่าร์กลายเป็นกระดาษกงเต๊ก
จีนแย้มไพ่ออกมาให้เห็นแล้ว แต่เป็นไพ่นกกระจอก ฝรั่งเล่นไม่เป็น เพราะว่าคนละตำรา
thanong
2/9/2015
ยกเลิกหนังสือเดินทางของคุณ จาตุรนต์ ฉายแสง นี่คือการใช้อำนาจโดยมิชอบ เพื่อประโยชน์ตน (ความสะใจของผู้สั่งการ)
ว่า ด้วยเรื่อง การไปถอดถอน หรือ ยกเลิกหนังสือเดินทางของคุณ จาตุรนต์ ฉายแสง นี่คือการใช้อำนาจโดยมิชอบ เพื่อประโยชน์ตน (ความสะใจของผู้สั่งการ) ถามว่า ประเทศไทย และคุณประยุทธฯ "ท่านผู้นำ" อยากตกเป็นจำเลยในศาลนานาชาติใช่หรือไม่?
คำตอบ ที่ผมจะมอบให้คณะคสช. "ท่านผู้นำ" และครม.ประยุทธฯ 3 ก็คือ คำตอบสั้นๆดังต่อไปนี้:
๑. ในกรณีนี้นอกจาก จะเป็นการกระทำ ที่เรียกว่า "Abused of Powers for Private Gains" อันเป็นการกระทำที่เรียกว่า "Corruption" ตาม (สนธิสัญญาขจัดหรือปราบปรามการคอร์รัปชั่น ปีค.ศ.๒๐๐๓) หรือ Convention against Corruption,2003 ตามความหมายอย่างกว้างของสนธิสัญญาฉบับนี้แล้ว
๒.ผมว่า ประเทศไทย กำลังเดินเข้าสู่โหมด ของความหายนะแน่นอน อยู่ดีไม่ว่าดี ไปถอดถอนหนังสือเดินทางของ นักการเมือง แบบคุณจาตุรนต์ ฉายแสง ต้อง
๓. ถามตรงนี้ว่า เคยอ่านเรื่อง ที่ผมนำคำพิพากษาของศาล Supreme Court ของสหรัฐฯ ที่ผมนำมาลงไว้ในเรื่องคุณปวิณ ชัชชวาลย์พงศ์พันธุ์ และ เรื่อง การถอนหนังสือเดินทางของ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แล้วไม่ใช่หรือ? ในชุมชนแห่งเสรีภาพ (the Land of Liberty
๔. คำตอบในเรื่องนี้ อยู่ที่บทความเหล่านั้น ถามตรงนี้ว่า กฏหมายอันมี ที่มาจากสนธิสัญญา คือ พันธกรณี ย่อมอยู่เหนือกฏหมายทุกฉบับของ ประเทศไทย รวมทั้งคำสั่งของ คสช.ใช่หรือไม่? ไปหาคำตอบด้วยตัวพวกท่านเอง
๕. เมื่อใดที่ผู้เสียหาย ได้รับผลร้ายเพราะการกระทำ ที่ว่านี้ เขาย่อมเกิดสิทธิในการฟ้องคดีในศาลนานาชาติ โดย อัตโนมัติ หรือ จะเรียกอีกอย่างว่า เขาได้รับสิทธิในการฟ้องคดี แบบ Automatic Exhaustion ในศาลนานาชาติทันที ตรงนี้ผมต้องขอถามอีกครั้งว่า กระทรวงจับฉ่าย ต้องตกเป็นจำเลยด้วยในเรื่องนี้ อยากเสี่ยงไหม? ถ้าอยากเสี่ยง ก็ต้องลองดู สักตั้ง
๖. เดี๋ยวผมจะเอาเรื่องราว และ คดีในกรณีนี้มาลงให้ดู โดยสังเขป และทุกคำพิพากษาของศาล Supreme Court ของสหรัฐอเมริกา ที่นำมาลงให้อ่านกัน วันนี้ องค์การสหประชาชาติ นำเอามาใช้เป็นหลัก ในการดำเนินวิเทโศบายขององค์การ "ท่านผู้นำ" อย่าหลงเชื่อ แต่กระทรวงจับฉ่าย เดี๋ยวจะเดือดร้อน ไม่สิ้นสุด.
เมื่อเห็นว่าจำเป็น ก็ต้องเตือนกันไว้ ก่อนจะเดินพลัดตกเหวลึก.
ดร.เพียงดิน รักไทย 2015-09-03 ตอน ความเสี่ยงและอันตราย ของการปฏิวัติแบบปชช.ไม่ร่วมสะเด็ดน้ำ
โพสต์ล่าสุด
ผมถาม X (เอไอ) ว่าพรรคใดจะนำไทยพ้นวิกฤติการเมือง ผลการวิเคราะห์มันบอกว่า...
ผมถาม X เอไอ ว่าถ้าคนไทยอยากให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นในหลาย ๆ ด้าน และถามคุณว่า พรรคใดจะพาประเทศไทยพ้นจากวิกฤติหรือวิบากกรรมทางก...
Popular Posts
-
ทหารมีไว้ทำไม การทบทวนเชิงวิชาการเต็มรูปแบบเพื่อ “push the edges of knowledge”หรือต่อยอดสาระทางวิชาการจากงานของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ : ...
-
คันฉ่องส่องกองทัพไทย: เมื่อกองทัพสู้เกมมวลชนด้วยวาทกรรม คันฉ่องส่องกองทัพไทย • ส่องวาทกรรม–ส่องโครงสร้าง ...
-
โดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2017–2021 และดำเนินนโยบายที่มุ่งเน้นให้ “อเมริกามาก่อน” (America Fir...
-
ความเชื่อที่ว่าชาวยิวครองโลกหรือมีตระกูลยิวบงการเหตุการณ์สำคัญในโลก โดยมีศูนย์กลางที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ เป็นแนวคิดที่มาจากทฤษฎีสมคบคิด (c...
-
แบบประเมินเลือกนายกรัฐมนตรี (0–10) แบบประเมิน “เลือกนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุด” (ให้คะแนน 0–10) ให้คะแนนตามห...
-
คันฉ่องส่องโลก · บทวิเคราะห์เชิงอำนาจ ทรัมพ์ไม่ได้เปลี่ยน “ระเบียบโลก” — เขากำลังท้าทาย “ระบอบของโลก” เมื่อโลก...
-
คันฉ่องส่องไทย • กรอบคิดเชิงหลักการ หัวข้อ: นิยาม “ปฏิปักษ์ปฏิวัติ” เมื่อยึดประชาธิปไตยเป็นเป้าหมายการเปลี่ยนประเ...
-
ทรัมพ์กับมาดูโร: เกมหมากรุกภูมิรัฐศาสตร์ที่ซ่อนเดิมพันโลกทั้งใบ ทรัมพ์กับมาดูโร: เกมหมากรุกภูมิรัฐศา...
-
รัฐประหาร 2500 ถึงประชาธิปไตยแบบจัดการ: เครือข่ายอำนาจ วัง–กองทัพ–กฎหมายการเมือง และการทำให้ “ประชาธิปไตยดูเหมือนจริง” แต่ควบค...
-
คันฉ่องส่องไทย | หายนะแม่น้ำโขง: เหมืองเถื่อน 2,400 แห่ง และบทบาทจีน-ทุนสามานย์ คันฉ่องส่องไทย ...






