ควรถามตัวเองอย่างตรงไปตรงมาสักครั้งว่าประสบการณ์แบบไหนกัน ที่พาชาติไทยมาถึงจุดนี้ถ้าเรามองย้อนหลังไปอย่างไม่ลำเอียงประสบการณ์ของนักการเมืองที่ถูกยกขึ้นมาข่มธนาธร พิธา หรือเท้งล้วนเป็นประสบการณ์ร่วมในพรรคการเมืองและในโครงสร้างอำนาจแบบเดิมที่บริหารประเทศจนเศรษฐกิจอ่อนแรงประชาธิปไตยพิกลพิการความเหลื่อมล้ำฝังรากและอนาคตของคนรุ่นใหม่ถูกปิดตายทีละชั้นนี่ไม่ใช่การดูถูกคนมีอายุแต่คือการตั้งคำถามกับ คุณภาพของประสบการณ์เพราะ “ประสบการณ์” ที่แท้จริงควรทำให้ประเทศดีขึ้นไม่ใช่ทำให้ประเทศติดหล่มแล้วอ้างว่าอยู่มานานจึงเหนือกว่าเมื่อดูจากการอภิปรายในสภาการแสดงความเห็นต่อสาธารณะและการอธิบายปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศต้องยอมรับอย่างซื่อสัตย์ว่าในแง่วิสัยทัศน์ ตรรกะ ความเข้าใจระบบเศรษฐกิจ การเมือง และโลกสมัยใหม่นักการเมืองอย่างธนาธร พิธา และเท้งแสดงศักยภาพที่ เหนือกว่า นักการเมืองรุ่นเก่าจำนวนมากอย่างเห็นได้ชัดเหนือกว่าในความสามารถในการตั้งคำถามเหนือกว่าในการเชื่อมโยงปัญหาเหนือกว่าในการเสนอทางออกที่เป็นระบบและเหนือกว่าในการสื่อสารกับประชาชนโดยไม่ดูถูกสติปัญญาคนฟังแต่แทนที่จะยอมรับความจริงข้อนี้ฝ่ายดักดานกลับเลือกใช้ทางลัดคือการอ้าง “ปกป้องสถาบัน”โยนมาตรา 112และสร้างภาพว่าพรรคส้มคือภัยต่อชาติเพื่อกลบข้อเท็จจริงที่ว่าตนเองไม่มีคำอธิบายอนาคตที่น่าเชื่อถือนี่ไม่ใช่การปกป้องสถาบันแต่มันคือการใช้สถาบันเป็นโล่เพื่อปกป้องความล้มเหลวของตนเองและที่น่าขันที่สุดคือการยกตนว่ามี “ประสบการณ์เหนือกว่า”ในขณะที่ไม่เคยส่องดูเงาสะท้อนของตัวเองในอ่างน้ำหน้าบ้านเลยว่าประสบการณ์ที่อวดอ้างนั้นได้สร้างอะไรให้ประเทศนี้บ้างนอกจากวงจรเดิมรัฐประหารเดิมรัฐธรรมนูญเดิมและอนาคตเดิมที่ถูกย่ำซ้ำประเทศนี้ไม่ได้ขาด “คนมีประสบการณ์”แต่ขาด ประสบการณ์ที่เรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเองและประชาชนไทยควรเลิกเชื่อว่าใครก็ตามที่อยู่มานานย่อมดีกว่าหากสิ่งที่เขาทำมานานคือการพาประเทศวนอยู่ที่เดิมถึงเวลาหรือยังที่เราจะเลิกกลัวคนรุ่นใหม่และเริ่มกลัวว่าประสบการณ์แบบเดิม ๆกำลังทำลายอนาคตของลูกหลานเราอย่างเงียบ ๆ
ตัวเลขที่ต้องอ่านให้ “ลึก” กว่าคะแนน
หากอ่านผล PISA แบบไม่ผิวเผิน คะแนนคณิตศาสตร์ไม่ได้บอกแค่ว่าเด็กไทย “ทำโจทย์ไม่ได้” แต่กำลังสะท้อน โครงสร้างนิสัยทางปัญญา (cognitive habit) ของสังคมไทย และความพร้อมของประเทศต่อโลกที่ซับซ้อน
คะแนนเฉลี่ยคณิตศาสตร์ไทย (2022)
ลดลงจาก 419 (2018) และต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD 472อันดับโดยรวมในกลุ่มประเทศ/เขตเศรษฐกิจ
สะท้อนความเสี่ยงด้านทุนมนุษย์ระยะยาวถึงระดับ 2 (พื้นฐานต่อชีวิตประจำวัน)
เทียบ OECD เฉลี่ย 69%: ช่องว่างความสามารถ “ใช้งานจริง”ระดับ 5–6 (คิดซับซ้อนระดับสูง)
เทียบ OECD เฉลี่ย 9%: ประเทศจะมี “นักคิดระบบ” น้อยเกินไปตัวเลขที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่อันดับโลก แต่คือ “สัดส่วนคนที่ไปถึงระดับคิดซับซ้อน” ที่ต่ำมาก ซึ่งอาจทำให้ประเทศพึ่งพาคนอื่นในงานยุทธศาสตร์: เทคโนโลยี นโยบาย เศรษฐกิจ และการบริหารรัฐ





